xs
xsm
sm
md
lg

กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 8

เรือพารัญชิตากับพลศิษฎ์แล่นออกไปกลางน้ำ ทุกคนบนฝั่งยืนมองลุ้น รัญชิตาจะลุกขึ้นทอดแห แต่พลศิษฎ์ห้ามไว้
 
“ไม่ต้องถึงมือมิ้นท์หรอก พี่ทอดครั้งเดียวก็ได้ปลาเต็มลำเรือแล้ว”
พูดพลางกางแหอย่างทะมัดทะแมง ปริตายิ้มขำ
“ท่าดีใช้ได้เลย”
ปริเทพส่ายหน้า “พี่กลัวจะท่าดีทีเหลวนะสิ”
พลศิษฎ์ทอดแหลงไป แหกางอย่างสวยงาม แต่พอรวบแหลับมา แล้วยกขึ้นดู กลับมีลูกปลาติดมาแค่ตัวเดียว ทุกคนหัวเราะขำ
พลศิษฎ์เสียหน้า รีบหันไปบอกรัญชิตา “มิ้นท์ กู้หน้าให้พี่ด้วยนะ”
รัญชิตาลุกขึ้น แล้วเหวี่ยงออกไปเต็มแรง แต่กลับพลาดตกน้ำ ทุกคนตกใจ ยกเว้นปริเทพที่หัวเราะเยาะ
รัญชิตาโผล่จากน้ำ แล้วตะโกนขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วย”
ปริตาแปลกใจ “ยัยมิ้นท์ว่ายเป็นนี่”
พลศิษฎ์ตะโกนบอก “ช่วยมิ้นท์ด้วย ตะคริวกิน ผมว่ายน้ำไม่เป็น”
ตรัยขยับจะลงไปช่วย แต่ช้ากว่าปริเทพ ที่รีบวิ่งไปกระโดดน้ำ แล้วว่ายไปช่วยรัญชิตา
รัญชิตาโผล่มา พลางยิ้มเย้ยปริเทพ ก่อนจะว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง ปริเทพหงุดหงิดที่โดนแกล้ง
พอรัญชิตาขึ้นมาบนฝั่ง ปริตาก็ปราดเข้าไปต่อว่าทันที
“แกแกล้งพี่เทพ ?”
“ฉันเปล่าซะหน่อย เมื่อกี้ฉันเป็นตะคริว แต่จู่ๆมันก็หาย ฉันก็เลยว่ายเองได้”
ปริเทพรีบเดินเข้ามาสมทบ
“ระวังตัวไว้เถอะ เป็นเด็กเลี้ยงแกะ สักวันจะไม่มีใครเชื่อ”
พลศิษฎ์รีบช่วยพูดแก้แทน “คุณเทพอย่าว่ามิ้นท์เลยครับ ผมเองก็ร่วมโกหกไปกับมิ้นท์”
“จะว่าคุณมาร์ทก็ไม่ถูกนัก พี่ชายที่แสนดี ยอมทำทุกอย่างเพื่อน้อง” ตรัยพูดขำๆ
“คุณตรัยพูดถูกใจมากครับ เดี๋ยวผมยกน้องสาวให้”
พลศิษฎ์ไม่ทันคิด ทุกคนหันไปมองรัญชิตา ตรัยรีบเปลี่ยนเรื่อง
“ตกลงมื้อนี้เราจะกินอะไรล่ะครับ ?”
ปริตารีบสรุป “ซื้อจากชาวบ้านแถวนี้ก็ได้ค่ะ ทำกับข้าวกินกัน”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

พิชัยเดินคุยออกมากับสมภพ
“ยังไงผมก็ฝากคุณช่วยหางานให้ลูกมิ้นท์ด้วย ลูกผมฝันอยากเป็นดาราตั้งแต่เด็ก”
สมภพยิ้มรับ “ลูกคุณพิชัยก็เหมือนคนในครอบครัวผม ผมยินดีช่วยเต็มที่ครับ คุณมิ้นท์เองเป็นคนมีเสน่ห์ ใครเห็นก็ต้องรัก แทบไม่ต้องเชียร์เลย”
“ผมขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยผมทุกเรื่อง”
“คุณพิชัยรีบเปิดคอนโดนะครับ ผมจะจัดของส่งไปให้”
พิชัยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ส่วนของของคุณ ผมเตรียมไว้ให้แล้ว”
สมภพมองไปตามสายตาของพิชัย เห็นพลอยกำลังยืนยิ้มอยู่ใกล้กับบริเวณห้องน้ำ
“เธอชื่อพลอย ฝากช่วยเจียรนัยต่อให้ที”
พิชัยยื่นมือไปจับสมภพแล้วเดินออกไป สมภพเดินเข้ามาหาพลอย
“โลกมันกลมจริงๆ เมื่อวานชื่อน้องแพร วันนี้ชื่อพลอย พรุ่งนี้ชื่ออะไรล่ะ?”
“ฉันก็ไม่นึกเป็นคุณ”
พลอยหน้าเจื่อนจะเดินหนีไป แต่สมภพดึงแขนไว้
“ไม่เอาน่า ฉันไม่รังเกียจหรอก ยิ่งเยอะประสบการณ์ยิ่งสนุก สวรรค์เราอยู่ตรงนี้”

พูดพลางมองเข้าไปในห้องน้ำชาย ก่อนจะผลักพลอยเข้าไป แล้วรีบปิดประตู

รัญชิตาเอ่ยปากขอโทษปริเทพที่ทำให้เขาตกใจ ขณะที่อีกฝ่ายยังทำหน้าบึ้ง
 
“เธอมันก็แค่คิดสนุก ไม่เคยคิดถึงความทุกข์ของคนอื่น”
“เอาเป็นว่า มิ้นท์ขอโทษนะคะ แล้วมิ้นท์ก็ขอบคุณที่เมื่อคืน พี่เทพพามิ้นท์ไปส่งบ้าน”
“ถ้าพี่เลือกได้ พี่จะไม่ทำหรอก”
พูดพลางจะเดินหนีออกไป รัญชิตารีบพูดต่อ
“มิ้นท์เสียใจเรื่องดาวด้วยนะคะ มิ้นท์ก็เสียใจไม่ต่างจากพี่เทพ ขอให้พี่เทพผ่านมันไปให้ได้นะคะ”
“เธอบอกตัวเองแล้วกัน”
ปริเทพพูดอย่างเย็นชา แล้วรีบเดินออกไป

ตรัยเข้ามาช่วยปริตาทอดปลา แต่เผลอถูกน้ำมันกระเด็นใส่แขน ปริตารีบหายามาทาให้
“หายแสบร้อนรึยังคะ?”
ตรัยพยักหน้า ปริตาจะเอายาไปเก็บ แต่กลับถูกจับมือไว้
“ขอบใจนะ ต่อไปฉันเป็นอะไร ใครกันจะช่วยดูแลฉัน”
ปริตารีบเอามือออก “ดาวไงคะ”
“แล้วใครจะดูแลเธอ ?”
ปริตายิ้มเศร้า “คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอก พี่มาร์ทเขายินดีดูแลฉันอยู่แล้ว”
“เธอรักเขาเหรอ ?”
ตรัยย้อนถาม ปริตารีบเปลี่ยนเรื่อง “ปลาจะไหม้แล้ว”
พุดจบก็รีบจะเดินไปตักปลาในกระทะ ตรัยปราดเข้ามาคว้าแขนไว้อีก
“ว่าไง เธอยังไม่ตอบฉันเลย ?”
“คุณจะสนใจทำไมคะ ฉันจะรักใครชอบใคร มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณ”
ยังไม่ทันที่ตรัยจะพูดอะไรต่อ ปัทมาศก็เข็นรถเข้ามาในห้องครัวพอดี
“มีอะไรให้ฉันช่วยบ้างจ๊ะ?”
ปริตารีบเดินเข้าไปหาปัทมาศ
“ฉันทำใกล้เสร็จแล้ว เธอออกไปนั่งรอข้างนอกดีกว่า”
ปัทมาศเข็นรถเข้าไปหยิบจานส่งให้ แต่กลับพลาดทำจานตกพื้นแตก ปริตารีบเข้ามาเก็บเศษจาน แล้วเผลอดุ
“ดาว ฉันบอกแล้ว ว่าไม่ต้องเข้ามา”
ปัทมาศหน้าเศร้า “ก็ฉันอยากช่วยคุณตรัย”
ปริตาก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด พลศิษฎ์เข้ามาในห้อง ช่วยพูดแก้สถานการณ์
“อ้อมอยู่นี่เอง ช่วยเช็ดหัวให้ผมหน่อยสิ”
ตรัยรีบหันไปบอก “เธอไปช่วยคุณมาร์ทเถอะ ทางนี้ฉันกับดาวจัดการเอง”
พลศิษฎ์ตะดกนเร่ง “รีบไปเร็ว เดี๋ยวแฟนเป็นหวัดนะ”
จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกไปด้วยกัน ตรัยมองดูความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แล้วก็ทำหน้าหน้าเศร้า ปัทมาศสังเกตเห็น แต่ไม่ได้พูดอะไร

“อ้อมขอร้องนะคะ พี่มาร์ทอย่าพูดอย่างนั้นอีก”
ปริตารีบหันมาบอกพลศิษฎ์เมื่ออยู่กันตามลำพัง
“พี่ไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจอ้อมผิด ที่ผ่านมาคุณตรัยดึงอ้อมเข้าไปเกี่ยวพัน มิ้นท์กับดาวเข้าใจผิด
ตอนนี้คุณตรัยเลือกดาวแล้ว พี่ไม่อยากให้ดาวคิดว่าอ้อมเป็นมือที่สามอีก อ้อมควรมีใครสักคน และพี่ก็พร้อม บางทีคนที่ใช่ ก็อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป”

พูดจบพลศิษฎ์ก็เดินออกไป ปริตานิ่งคิด

ทางด้านปัทมาศก็หันมาบอกตรัย
“ถ้าอ้อมยอมรับรักพี่มาร์ท เราชวนอ้อมแต่งงานพร้อมกับเราดีไหมคะ?”
แต่ครั้นเห็นตรัยทำหน้าไม่พอใจ ก็รีบพูดต่อ
“ดาวขอโทษนะคะ ดาวไม่ได้ตั้งใจเร่งรัดคุณตรัยค่ะ”
ตรัยรีบเปลี่ยนเรื่องคุย “เธอจัดจานเสร็จ ช่วยตักแกงใส่ถ้วยให้ด้วยนะ เดี๋ยวฉันออกไปตั้งโต๊ะ”
พูดพลางเดินออกไป พร้อมคิดทำอะไรบางอย่าง

ปริเทพเข้ามาในห้อง พลางหยิบอัลบั้มรูปวางอยู่บนโต๊ะ มาเปิดดู ครู่หนึ่งตรัยก็เดินเข้ามา
“ผมรู้ว่าคุณรักดาวมาก ผมขอโทษที่เคยพูดหรือทำร้ายความรู้สึกคุณ”
ปริเทพปิดอัลบั้มลงทันที “แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร”
พูดจบก็โยนอัลบั้มรูปลงถังขยะ แต่ตรัยกลับเดินไปหยิบขึ้นมาแล้วยื่นคืนให้
“มันเป็นของคุณ”
ปริเทพย้อนกลับทันที
“คุณคิดจะเสียสละดาวให้ผม เพราะสงสารผม หรือคุณต้องการน้องสาวผมกันแน่? วันก่อนผมไปที่ออฟฟิศ ผมเห็นวิดีโอที่คุณถ่ายเบื้องหลังโฆษณา ผมดูออกว่าคุณคิดยังไงกับอ้อม ผมไม่ยอมให้คุณคบกับน้องสาวผมแล้วไม่ต้องมาแสดงท่าทีเห็นใจผม อย่าทำให้ชีวิตผมมันน่าสมเพชไปกว่านี้ ออกไปได้แล้ว”
ตรัยรีบเดินออกไป ปริเทพหยิบอัลบั้มรูปมาเปิดดูอีกครั้ง ด้วยความรักที่มีต่อปัทมาศ ขณะที่พลศิษฎ์แอบฟังทั้งคู่คุยกันอยู่อีกมุมหนึ่ง

ปริตาเดินเข้าไปหารัญชิตา ที่กำลังแต่งหน้าอยู่ในห้อง
“แกมันน่าตีนัก แกล้งให้พี่ชายฉันว่ายน้ำไปช่วย”
รัญชิตาส่ายหน้า “ฉันไม่ได้หวังให้พี่แกไปช่วยสักหน่อย”
“แกจะให้ฉันช่วยเนี่ยนะ?”
รัญชิตารีบบอก “คุณตรัย”
“นี่แกยังไม่เลิกคิดถึงเขาอีกเหรอ ?”
รัญชิตาถอนหายใจ “ถ้าฉันได้แต่งงานกับคุณตรัยตั้งแต่แรก พี่เทพก็คู่กับยัยดาว แกก็คู่กับพี่มาร์ท ความรักของทุกคนก็ลงตัว”
“มิ้นท์ แกควรจะเลิกคิดเลิกสนใจเขาได้แล้ว”
“แกขอให้ฉันเลิกยุ่งกับเขาได้ แต่จะสั่งให้ฉันเลิกรักเขา ฉันทำไม่ได้”
ปัทมาศเข็นรถเข้ามาหาทั้งคู่
“มีเรื่องอะไรกันเหรอ ?”
ปริตาและรัญชิตาอึกอัก ไม่อยากให้ปัทมาศรู้ว่าคุยเรื่องตรัย ปริตาจึงแกล้งตอบแบบติดตลก
“บอกได้ไง กำลังนินทาเธอ”
“บอกมาเดี๋ยวนี้นะ นินทาอะไร?”
รัญชิตารีบบอก “นินทาก็คือลับหลัง พูดลับๆ ใส่ความใส่ไฟไม่ให้เจ้าตัวรู้”
“เพื่อนที่ดีเขาไม่ทำอย่างนั้นหรอก มีแต่จะช่วยกัน ส่งเสริมให้เพื่อนได้ดี ไม่มีใครดีเท่าพวกเธออีกแล้วคอยช่วยเหลือให้ฉันได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณตรัย”
ปริตามองหน้าปัทมาศอย่างเป็นห่วง “ดาว แม่เธอยอมปล่อยให้เธอมาหาคุณตรัยได้ แล้วคุณแม่
ใจอ่อนยอมให้เธอแต่งงานกับคุณตรัยได้รึยัง ?”
“ฉันก็ไม่แน่ใจ คุณตรัยเองก็ยังไม่เคยพูดเป็นเรื่องเป็นราวว่าจะไปสู่ขอฉัน”
“ฉันจะคุยเรื่องนี้ให้”
ปัทมาศรีบห้าม “อย่านะอ้อม ฉันไม่อยากกดดันทำให้เขาไม่สบายใจ ฉันจะรอ รอเขาบอกรักและขอฉันแต่งงาน”

ปริตาฟังอย่างเข้าใจ ขณะที่ รัญชิตาฟังอย่างพยายามทำใจที่ต้องเสียตรัยไป ก่อนที่ทั้งสามคน จะโผเข้ากอดกันอย่างอบอุ่น

ปริตาเข็นรถพาปัทมาศเข้ามาที่ห้องทานข้าว เห็นตรัยกับปริเทพกำลังจัดวางอาหารบนโต๊ะ
 
“มื้อนี้เป็นมื้อสุดท้ายของทริป ขอเชิญคุณลูกทัวร์กินอาหารให้อร่อยค่ะ”
ตรัยรีบยกมือขอปริตา
“ฉันขอพูดอะไรก่อนได้ไหม?”
ปริตาพยักหน้าตอบ ตรัยเดินตรงเข้าไปหาปัทมาศ
“ดาว กลับไปครั้งนี้ ขอให้ฉันได้ดูแลเธอ ใช้ชีวิตกับเธอ แต่งงานกับฉันนะ”
ปัทมาศน้ำตาคลอดด้วยความตื้นตันใจ “ค่ะ ดาวจะแต่งงานกับคุณค่ะ”
จากนั้นก็เข้าสวมกอดตรัยไว้แน่น ปริตามองด้วยความประทับใจ รัญชิตาแอบรู้สึกใจหาย ปริเทพแม้จะเศร้าใจ แต่ก็สู้ฝืนยิ้มให้กำลังใจปัทมาศ
พลศิษฎ์ปรบมือนำ จากนั้นทุกคนก็ปรบมือตาม
“คุณตรัยไม่โรแมนติกเลย ขอแต่งงานทั้งทีมันต้องมีเซอร์ไพรซ์ เช่นบอกรักใต้แสงเทียนแสงจันทร์ หรือแสงเทียน”
ปัทมาศรีบบอก “คุณตรัยไม่ใช่คนโรแมนติกนี่คะ แค่บอกรัก ดาวก็ซึ้งใจแล้วค่ะ”
ปริตาหันไปมอง พลางนึกถึงวันที่ตรัยจัดอาหาร และแสดงท่าทีโรแมนติกกับเธอ
พลศิษฎ์ยกแก้วขึ้นเพื่อดื่มให้กับคู่รัก
“ผมขอดื่มให้กับวันแห่งความสุขของดาว และคุณตรัย คุณตรัยมีว่าที่เจ้าสาวแล้ว อย่าวอกแวกเผลอใจให้ใครอีกนะครับ”
รัญชิตาฝืนยิ้ม แล้วพูดอวยพร
“มิ้นท์ขอให้เพื่อนรัก และคุณตรัยมีความสุขค่ะ”
ปริเทพมองไปยังปัทมาศ แล้วตัดสินใจยกแก้วขึ้น เพื่ออวยพร
“ขอให้คุณตรัยรักและดูแลดาว เหมือนกับที่ดาวรักคุณ”
ตรัยพยักหน้ารับคำ ปริตายิ้มทั้งน้ำตา พลางมองไปทางปัทมาศ
“วันนี้ฝันของดาวเป็นจริงแล้วนะ ฉันขอให้คุณตรัย ช่วยดูแลฝันของดาวตลอดไปค่ะ”
ปัทมาศหันไปยิ้มขอบคุณทุกคน
“ดาวขอบคุณพี่มาร์ทมากค่ะ อ้อม มิ้นท์ ฉันจะไม่ลืมเลย ว่าฉันมีเพื่อนที่แสนดี รักและจริงใจกับฉัน ขอบคุณพี่ชายที่แสนดีของดาวค่ะ”
ท้ายประโยค ปัทมาศหันมามองปริเทพที่ฝืนยิ้มรับ
“และสุดท้ายนี้ ดาวขอขอบคุณคุณตรัย ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตดาวค่ะ”
พูดพร้อมกับโอบกอดตรัยไว้แน่น
ปริตามองทั้งคู่แล้วยิ้มยินดี แม้ว่าตัวเองจะเจ็บปวด

พัชรินทร์ที่ยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน เห็นตรัยเข็นรถพาปัทมาศเข้ามา ก็แปลกใจ
“สวัสดีครับคุณอา ผมพาดาวมาส่งครับ”
พัชรินทร์พยักหน้ารับ พลางเข้ามาจะเข็นรถปัทมาศเข้าไป
“คุณอาครับ ผมคุยเรื่องแต่งงานกับดาวแล้ว เราสองคนจะจัดงานแต่งในอาทิตย์หน้าครับ ผมขออนุญาตพาคุณแม่มาสู่ขอดาวนะครับ”
ป้าอรมองลุ้นว่าพัชรินทร์จะตัดสินใจอย่างไร
“ในเมื่อพวกเธอคิดตัดสินใจกันเอง แล้วจะมาถามฉันทำไม ?”
ปัทมาศหน้าซีด รีบพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คุณแม่คะ ดาวขอโทษค่ะ”
พัชรินทร์หันไปบอกตรัย
“เธอกลับไปได้แล้ว รีบไปคุยกับแม่เธอให้เรียบร้อย ฉันไม่อยากให้มีปัญหาตามมาอีก”

ตรัยและปัทมาศ รวมทั้งป้าอรยิ้มดีใจที่พัชรินทร์ยอมให้ทั้งคู่แต่งงานกัน

กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 8 (ต่อ)

ทางด้านรัญชิตากับพลศิษฎ์เมื่อเข้ามาเจอชาลินีในบ้าน พลศิษฏ์ก็รีบพูดขึ้นตามที่ได้แอบตกลงกับน้องสาวไว้
 
“คุณแม่ครับ ผมอยากให้น้องไปเป็นเลขาช่วยงานผมที่บริษัท คุณแม่ว่าไงครับ ?”
“ถ้าลูกอยากทำงานก็ไปช่วยงานบริษัทคุณตรัย อีกหน่อยก็ต้องเป็นของลูก”
พลศิษฎ์พูดต่อไม่ออก รัญชิตารีบหันไปบอกชาลินี
“คุณแม่คะ มิ้นท์คบหากับคุณตรัยมาระยะหนึ่งแล้ว เราสองคนมีความคิดต่างกันมาก มิ้นท์คิดว่าเราสองคนคงไปด้วยกันไม่ได้ค่ะ”
ชาลินีพูดสวนกลับมาทันที
“ฉันคุยกับคุณหญิงแล้ว และฉันก็รู้ว่าคุณตรัยจะแต่งงานกับยัยดาว พวกแกรวมหัวโกหกฉัน”
ชาลินีปาของฝากทิ้งแล้วเดินออกไปทันที

ตรัยเดินเข้ามาในห้องนอน ก่อนจะเดินทอดอารมณ์ต่อมาที่ระเบียง แต่เมื่อมองไปที่สระว่ายน้ำ ก็ชะงัก ไม่พอใจ ที่เห็นบอลกำลังนวดเท้าด้วยน้ำอุ่นให้เสาวลักษณ์ จากนั้นก็รีบเดินออกไปจากห้องทันที

“คุณแม่อย่าโกรธน้องเลยครับ น้องจะบอกคุณแม่แต่ผมห้ามไว้”
พลศิษฏ์รีบเดินตามเข้ามาช่วยแก้ตัวให้รัญชิตา
ชาลินีตวาดกลับ “พวกแกมีแต่จะทำให้ฉันเสียผู้ใหญ่ เสียหน้า”
จากนั้นก็ลากตัวรัญชิตามา แล้วกดรีโมทเปิดทีวี เพื่อดูโฆษณาที่บันทึกเก็บไว้
“แกดูนี่ ทุกวันนี้แกเป็นยังไง?”
รัญชิตามองภาพในโฆษณาที่เธอดูเป็นตัวประกอบ ในขณะที่ปริตาดูโดดเด่น
“คนที่แกเคยดูถูก มันแซงแกไปแล้ว แกดูให้เต็มตา ยัยอ้อมลูกแม่ค้าเพื่อนแสนดีของแก มันกำลัง
จะมีชื่อเสียงขึ้นมาเหนือแก มันจ้องจะแย่งทุกอย่างของแก”
พลศิษฎ์สงสารที่รัญชิตาโดนชาลินีบังคับให้ดูโฆษณาที่ฉายวนซ้ำๆ จึงรีบปราดไปปิดทีวี
“ผมขอเถอะครับ คุณแม่เลิกอคติกับอ้อมเถอะ”
“แกไม่ต้องพูด แกมันก็ถือหางข้างยัยอ้อม คิดจะทำดีเอาใจมัน มันก็เชิดชูคอเล่นตัว ปั่นหัวพวกแก”
“แล้วคุณแม่จะให้มิ้นท์ทำยังไงคะ ?” รัญชิตาย้อนถาม น้ำตาคลอเบ้า
“ไปเอาของของแกคืนมา ถ้าแกเลิกกับคุณตรัย ไม่ต้องเรียกฉันว่าแม่”
ชาลินีประกาศกร้าว แล้วเดินออกไปทันที รัญชิตาร้องไห้ด้วยความรู้สึกสับสน
“มิ้นท์ไม่ไหวแล้วนะ มิ้นท์พยายามทำดีที่สุดแล้ว แต่อะไรๆก็มาลงที่มิ้นท์”
ขาดคำก็วิ่งร้องไห้ขึ้นห้องไป พลศิษฎ์มองตามด้วยความเป็นห่วง

ตรัยเดินมายังบริเวณสระว่ายน้ำ พร้อมกับคว้าเอาน้ำในกาละมังสาดใส่ตัวบอล พร้อมกับบุกเข้าไปชกต่อย บอลทนไม่ไหวจึงต่อยกลับ ตรัยยิ่งโกรธ ชกเต็มแรง จนบอลตกสระน้ำ ก่อนจะกระโดดเตามลงไปชกซ้ำอีก
“ฉันบอกให้หยุด หยุดเดี๋ยวนี้”
คนขับรถ คนสวนที่วิ่งเข้ามา รีบกระโดดลงไปช่วยกันเอาตัวบอลออกมา
พอบอลขึ้นจากสระน้ำ เสาวลักษณ์ก็รีบเข้าไปถามไถ่ด้วยความห่วงใย
“เธอเป็นยังไงบ้าง ?”
ตรัยสะบัดตัวคนขับรถที่ล็อกเขาออก แล้วพูดอย่างน้อยใจ
“คุณแม่ห่วงมันยิ่งกว่าห่วงผมอีก”
เสาวลักษณ์หันขวับมาทันที
“แกมันบ้าไปแล้ว รู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไร? แกเกือบจะฆ่าคนตาย”
ตรัยพูดสวนกลับ “ผมอยากฆ่ามันให้ตาย คุณแม่จะได้เลิกทำตัวน่ารังเกียจไปยุ่งกับผู้ชายขายตัวอย่างมัน”
เสาวลักษณ์โกรธจัด ตบหน้าลูกชายต่อหน้าทุกคน ยายน้อยและทุกคนตกใจ

ตรัยทั้งโกรธ ทั้งเสียหน้า รีบเดินหนีเข้าไปในบ้าน

เสาวลักษณ์ยืนส่งบอล ให้ขึ้นรถกลับไป
 
“เธอกลับไปก่อน แล้วพี่จะโทรหา”
บอลส่ายหน้า “พี่อย่าติดต่อผมอีกเลยครับ ผมไม่อยากให้พี่มีปัญหากับลูกพี่”
เสาวลักษณ์พูดไม่ออก บอลขึ้นรถออกไป พร้อมๆ กับที่ยายน้อยวิ่งมา
“คุณท่านคะ รีบไปห้ามคุณหนูเถอะค่ะ”

ตรัยที่อยู่ในห้องนอนของเสาวลักษณ์กำลังรื้อหาเสื้อผ้าของบอลแล้วโยนกองกับพื้น เสาวลักษณ์รีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้อง
“แกทำอะไร แกออกไปจากห้องฉันได้แล้ว”
ตรัยไม่สนใจ มองไปที่เตียง แล้วกระชากผ้าห่มออก
“ผมไม่อยากเห็นของของมัน หรือแม้แต่มีกลิ่นมันติดอยู่ในห้องนี้”
“แกหยุดบ้าได้แล้ว แกไปโกรธใครมาถึงมาลงที่ฉัน”
ตรัยจ้องหน้าแม่อย่างไม่พอใจ
“คุณแม่เลิกโยนความผิดให้คนอื่นเถอะครับ ต้นเหตุมันมาจากคุณแม่ คุณแม่โกหกผม”
พลางนึกถึงตอนที่เสาวลักษณ์สัญญาว่าจะเลิกติดต่อกับบอล
“นานแค่ไหนแล้วที่มันเข้ามาอยู่ในห้องนี้? รึว่าที่ผ่านมา มันไม่เคยหายไปไหน คุณแม่แค่เล่นละครหลอกผม”
“ฉันไม่ได้ติดต่อเขานานแล้ว พอเขารู้ว่าฉันไม่สบาย เขามาเยี่ยม”
“แล้วทำไมคุณแม่ไม่ไล่เขาไปล่ะครับ ?”
“ฉันเหงา”
เสาวลักษณ์พูดอย่างยอมรับความจริง ตรัยมองหน้าแม่ แล้วหอบเสื้อผ้าที่กองไว้ออกไปจากห้อง จากนั้นก็โยนกองผ้าไปที่พื้น แล้วเอาน้ำมันมาราด เสาวลักษณ์ตามเข้ามายืนมอง
“แกเกลียดฉันมากเลยใช่ไหม? แกพูดออกมาสิ”
“คุณแม่ครับ ผมพยายามจะทำความเข้าใจคุณแม่ มีคนบอกว่าสิ่งที่คุณแม่ทำลงไป ย่อมมีเหตุผล แต่วันนี้ผมรู้ ความจริงแล้วว่ามันไม่ใช่ ทุกสิ่งที่คุณแม่ทำ เพราะคุณแม่เห็นแก่ตัว คุณแม่บังคับให้ผมแต่งงานก็เพราะหน้าตาและงานของคุณแม่ ขอร้องให้ผมเสียสละ แต่คุณแม่กลับไม่เคยทำอะไรเพื่อผม คุณแม่ทำให้ผมต้องทิ้งคนที่ผมรัก”
“ผู้หญิงคนนั้น แกหมายถึงใคร?”
เสาวลักษณ์ย้อนถาม แต่ตรัยไม่ตอบ
“คุณแม่ไม่ต้องสนใจหรอกครับ ขอให้รู้ว่าต่อไปนี้ผมจะไม่แคร์ใครอีกแล้ว ผมจะเลือกทำในสิ่งที่ผมอยากทำ”
เสาวลักษณ์ยิ้มเยาะ “เลือกที่จะไปอยู่กินกับผู้หญิงพิการคนนั้นนะเหรอ ?”
“ไม่ว่าชีวิตผมจะดีจะแย่? ผมก็ยอมรับกับผลลัพธ์ของมัน”
เสาวลักษณ์เดินเข้าไปหาลูกชายด้วยท่าทีที่อ่อนลง
“ตรัย แม่ขอโทษ ให้อภัยแม่เถอะนะ แต่งงานกับหนูรัญชิตาเถอะ แม่จะไม่ผิดคำสัญญาอีกแล้ว”
ตรัยเอามือแม่ออก
“ลูกเปลี่ยนไปมาก ผู้หญิงคนนั้นมันเสี้ยมลูกใช่ไหม? “
“คุณแม่เห็นทุกคนผิดหมด ยกเว้นตัวเอง”
ขาดคำ ก็จุดไฟเผากองเสื้อผ้า แล้วยืนนิ่งจ้องมองกองไฟ เสมือนสิ้นศรัทธาในตัวแม่ ก่อนจะเดินออกไป เสาวลักษณ์ทรุดตัวร้องไห้ เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ปริตามาหาปัทมาศที่บ้านแต่เช้า พลางยื่นแบบชุดแต่งงานให้ดู
“น้าลัดดาคัดเลือกชุดที่เหมาะกับเธอมาให้ ดูสิ สวยทุกชุดเลย”
ปัทมาศเปิดดูชุดต่างๆ ด้วยท่าทางไม่ยินดี จนปริตาแปลกใจ
“เป็นอะไรอีกล่ะ?”
“คุณแม่รอนานแล้ว คุณตรัยยังไม่พาคุณหญิงมาเลย”
พัชรินทร์ที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง รีบพูดขึ้น
“อ้อม ช่วยพาฉันไปบ้านคุณตรัย”
ปัทมาศมองหน้าปริตาเป็นเชิงขอร้อง
“คุณหญิงคงไม่ยอมรับฉันเป็นสะใภ้หรอก ฉันอยากไปคุยอธิบายให้ท่านเข้าใจ ฉันไม่อยากให้คุณแม่โกรธคุณตรัยอีก นะอ้อม”

ปริตาคิดอย่างตัดสินใจ



ปริตาเข็นรถพาปัทมาศเข้ามาที่บ้านของตรัย เสาวลักษณ์เดินเข้ามาพอดี
 
“ฉันไม่มีอะไรคุยด้วย กลับไปซะ”
ปริตาพูดด้วยน้ำเสียงวอ้อนวอน “คุณหญิงคะ ขอให้ดาวได้พูดอะไรก่อนได้ไหมคะ”
“ฉันบอกแล้วไง ฉันไม่ต้อนรับพวกเธอ ต้องให้คนของฉันมาลากออกไปรึไง?”
ปริตาหันมาบอกปัทมาศ “ดาว กลับก่อนเถอะ”
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะขยับตัวออกไป ตรัยก็เดินเข้า
“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอรอ เดี๋ยวฉันไปกับเธอ”
ปัทมาศรีบถามด้วยน้ำเสียงเศร้า “คุณแม่คุณล่ะ?”
ตรัยตอบโดยไม่หันไปมองหน้าแม่ “ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ ฉันจะทำอะไร ฉันคิดตัดสินใจเองได้ ไปกันเถอะ”
เสาวลักษณ์มองอย่างผิดหวัง ที่ตรัยเลือกที่จะแต่งงานกับปัทมาศ

ตรัยเข็นรถปัทมาศออกมาที่หน้าบ้าน
“ดาวขอโทษนะคะที่ทำให้คุณผิดใจกับคุณแม่ ดาวเข้าใจความรู้สึกท่านค่ะ ถ้าท่านยังไม่พร้อม เราจะชะลองานแต่งก่อนก็ได้นะคะ”
“ฉันไม่อยากทำให้เธอและครอบครัวเธอผิดหวังอีกแล้ว เดี๋ยวเราไปด้วยกัน”
ตรัยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปริตาหันไปมองอย่างสงสัย
“คุณจะพาดาวไปไหน ?”

ตรัยเข็นรถพาปัทมาศมาที่ด้านหน้าของห้างสรรพสินค้า ปัทมาศมองอย่างไม่เข้าใจ
“พาดาวมาทำไมคะ?”
“ยังบอกไม่ได้”
ตรัยตอบยิ้มๆ ปริตารีบออกตัว
“ฉันรอแถวนี้แล้วกัน มันเป็นความลับของเธอกับคุณตรัย ฉันรออยู่นี่ล่ะ”
ตรัยเข็นรถพาปัทมาศออกไป พร้อมกับที่มือถือของปริตาดังขึ้น
“มิ้นท์ ว่าไง แกอยู่ไหนนะ?”
ปริตาแปลกใจที่รู้ว่ารัญชิตาอยู่ที่ห้างเดียวกัน
“แกรีบมานะ ฉันรออยู่ตรงนี้”
รัญชิตากดวางสาย พร้อมกับได้ยินเสียงคนคุยกันข้างๆ ตัว
“แก คนนั้นไงกำลังดังเลย ถ่ายลงปกหลายเล่มแล้ว”
รัญชิตาหันไปมองด้วยความแปลกใจ เห็นกลุ่มคนเข้ามาไปห้อมล้อมพริดา โดยมีดอกแก้วคอยช่วยกัน
พริดาถ่ายรูปกับแฟนๆ เสร็จ ก็หันมายิ้มเย้ยรัญชิตา ที่รีบเดินเลี่ยงออกมาเพราะไม่อยากปะทะ

ชาลินีเดินช้อปปิ้งกับเอมอร ที่หันไปเห็นรัญชิตาเดินผ่านไปที่มุมหนึ่ง
“คุณชาลินีคะ นั่นหนูรัญชิตานี่คะ”
ชาลินีมองตาม ” แกคงมาให้สัมภาษณ์หนังสือน่ะค่ะ ช่วงนี้งานโฆษณาเริ่มเข้ามาเยอะ”
เอมอรหันไปเห็นพริดา และดอกแก้วกำลังเดินตามรัญชิตามาติดๆ
“เอ๊ะ นั่นหนูพอลลี่ ข่าวบันเทิงลงทุกวันเลยนะคะ กำลังดังเลยค่ะ”
ชาลินีมองอย่างไม่พอใจ
“ขอตัวก่อนนะคะ จะไปช่วยติวเรื่องการสัมภาษณ์ออกสื่อนะค่ะ”

ชาลินีรีบชิงออกไปหารัญชิตา เอมอรรีบตามไป

พริดาเดินตามรัญชิตาที่เดินหนีมาจนทัน พลางพูดเย้ย
 
“หนีหน้ากันได้ แต่หนีความจริงไม่พ้นหรอกนะ”
รัญชิตายักไหล่ อย่างไม่แคร์ “คิดว่าโฆษณาห่วยๆ จะทำให้เธอดัง ก็พองตัวเป็นอึ่งอ่างต่อไปเถอะ” “มันแค่เป็นบันไดก้าวแรกให้ฉันได้เล่นละครทีวีต่างหาก”
พูดพร้อมกับอวดสัญญาเล่นละครทีวี ดอกแก้วรีบพูดเสริม
“แล้วเธอล่ะ ได้เล่นอะไรบ้างยัง? เดี๋ยวให้พอลลี่บอกผู้จัด เชิญเธอรับบทคนใช้นั่งขัดรองเท้าให้
พอลลี่”
“ดอกแก้ว พอได้แล้ว มิ้นท์เขาสะเทือนใจ งานก็ไม่มี แถมต้องเสียผู้ชายให้เพื่อนรักอีก”
รัญชิตาเริ่มไม่พอใจ “เธอพูดอะไรของเธอ?”
“คุณหนูคะ เก็บอารมณ์หน่อยสิคะ พี่ชาญบอกฉันว่าคุณตรัยจะแต่งงานกับยัยดาว เอ วันไหนนะ?”
พริดาแกล้งหันมาถามดอกแก้ว
“ตรงกับวันเกิดของยัยดาว”
“ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอสองคนเกิดวันเดียวกันนี่ แต่มันช่างต่างกันสุดขั้ว คนนึงได้ผู้ชายเป็นของขวัญวันเกิด ส่วนอีกคนร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์คลอน้ำตา”
รัญชิตาทั้งเจ็บใจและเสียหน้า พริดาขยี้ต่อ
“เธออยากได้ผู้ชายแบบไหน ฉันซื้อให้เป็นของขวัญ อย่างเธอมันเสพความเจ็บปวดเป็นอาหาร งั้นฉันจัดพวกเถื่อนถ่อยให้”
รัญชิตาทนไม่ไหวจะตบหน้าพริดา แต่กลับถูกอีกฝ่ายจับมือไว้
“เข้าใจความรู้สึกที่โดนเหยียดแล้วใช่ไหม ว่ามันเจ็บยังไง เก็บแรงตบไปนั่งเช็ดน้ำตาในวันแต่งงานยัยดาวดีกว่า”
ขาดคำ พริดากับดอกแก้วก็เดินเชิดออกไป รัญชิตาไม่พอใจพุ่งเข้าไปจิกหัว แล้วตบทันที ชาลินีวิ่งเข้ามา เห็นภาพเหตุการณ์ก็ตกใจ เอมอรวิ่งตามมายืนด้านหลัง
“ไหนบอกว่าสัมภาษณ์งานไงคะ ลูกคุณชาลินีกำลังตบออกสื่อนะคะ ถ่ายคลิปกันเต็มเลยค่ะ”
ชาลินีมองไป เห็นคนแถวนั้นกำลังมุงถ่ายคลิปอยู่
รัญชิตาเลือดขึ้นหน้าตบพริดาไม่ยั้งมือ อีกฝ่ายจะตบเอาคืน แต่พอเห็นคนถ่ายคลิปอยู่ก็เล่นบทนางเอกผู้แสนดี
“มิ้นท์มีอะไรก็คุยปรับความเข้าใจกัน เธอคงเข้าใจฉันผิด”
รัญชิตาพุ่งเข้าไปตบพริดาอย่างรู้ทัน
“หยุดตีสองหน้า เลิกเล่นละครได้แล้ว”
ชาลินีเห็นภาพรัญชิตาตบพริดาก็ยิ่งเสียหน้า คนที่มุงอยู่มองเห็นหน้ารัญชิตาก็จำได้
“คนที่เล่นโฆษณาคู่กับพี่พอลลี่นี่ แล้วเค้าตบพี่พอลลี่ทำไม”
พริดารีบปั้นหน้าเหมือนโดนรังแก
“เอ่อ มิ้นท์เขาเข้าใจผิด มีคนไปเป่าหูว่าพี่เล่นเส้น เบียดเขาไปเป็นตัวประกอบนะจ๊ะ”
พลางเหลือบไปเห็นชาลินีที่มุมหนึ่ง จึงแสร้งเข้าไปปลอบใจรัญชิตา

“ฉันเข้าใจเธอนะ เธอคงโดนคุณแม่กดดัน ครอบครัวเธอออกจะมีชื่อเสียงในสังคม คงรับไม่ได้ที่ลูกสาวต้องมาเป็นตัวประกอบ อุ๊ย นั่นคุณแม่เธอนี่”

กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 8 (ต่อ)

รัญชิตา และทุกคนหันไปมองเห็นชาลินี ที่ยืนนิ่ง เพราะรู้สึกเสียหน้า ขณะที่เอมอรรีบชิ่งออกไปทันที
 
ชาลินีโกรธมาก รีบตรงเข้าไปลากตัวรัญชิตาออกไป พริดายิ้มเย้ยด้วยความสะใจที่ทำให้รัญชิตาเสียชื่อ และกระทบไปโดนชาลินี
ปริตาเดินเข้ามาต่อว่าพวกพริดากับดอกแก้ว
“พวกเธอทำอะไรมิ้นท์?”
พริดายิ้มเยาะ
“ฉันฝากดูแลเพื่อนรักด้วยล่ะ ฉันกลัวยัยมิ้นท์จะรับความช้ำใจไม่ได้ กระโดดตึกตายซะก่อน”
พูดจบทั้งคู่ก็หัวเราะอย่างสะใจ ก่อนจะเดินออกไป ปริตารีบเดินตามรัญชิตาไปด้วยความเป็นห่วง

ชาลินีลากตัวรัญชิตาออกมาพลางทุบตีเป็นพัลวัน
“แกมันสิ้นคิด ทำอะไรลงไป”
“ก็มันดูถูกมิ้นท์ มันว่ามิ้นท์”
ชาลินีตวาดกลับ “แกไปตบมันแล้วได้อะไร? โดนมันถ่ายคลิป แถมยังหลอกด่ามาถึงฉัน แกมันโง่ตกเป็นเหยื่อพวกมันตลอด ฉันล่ะช้ำใจที่มีลูกไม่ได้เรื่องอย่างแก”
ปริตาวิ่งเข้ามา เห็นชาลินีต่อว่ารัญชิตา จึงชะงักอยู่ตรงนั้น ขณะที่ชาลินีหันไปเห็นตรัยเข็นรถพา
ปัทมาศไปยังร้านเครื่องประดับ
“แกเห็นไหม ? แกกำลังทุกข์เสียใจ แล้วเพื่อนแกมันเป็นยังไง? คุณหญิงเพิ่งโทรมาบอกฉัน ว่าคุณตรัยยืนยันจะแต่งงานกับมัน นังนั่นใช้ความพิการของมัน เรียกร้องความเห็นใจ แกเห็นไหมว่าคนฉลาด คนที่เห็นแก่ตัวมันได้อะไร? ส่วนแกรักเพื่อน เสียสละเพื่อความสุขของเพื่อน แกต้องเสียอะไรไปบ้าง? “
รัญชิตาน้ำตาซึม “มิ้นท์อยากกลับบ้านค่ะ”
ชาลินีผลักลูกสาวออก “ ออกไปห่างฉัน ถ้าแกยังคิดจะเป็นนางฟ้าแสนดี ไม่ทำอะไรสักอย่าง ก็อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า”
พูดจบชาลินีก็เดินออกไป รัญชิตาเสียใจที่โดนกดดันหนัก ปริตารีบเดินตรงเข้าไปหาพูดปลอบใจ
“มิ้นท์ แกต้องเข้มแข็งไว้นะ”
รัญชิตาส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “ฉันไม่ไหวแล้วนะ ฉันกำลังเป็นแพ้”
“วันนี้แกแพ้ แล้วไง แกก็เริ่มต้นใหม่ได้”
“ฉันจะเริ่มอะไรได้อีก ทั้งงานทั้งเรื่องรัก ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ฉันพยายามทำดีตามที่แกบอก แล้วผลลัพธ์ที่ได้เป็นยังไง? ฉันโดนดูถูก คุณแม่โกรธฉันจะตัดลูกตัดแม่”
ปริตามองอย่างสงสาร “อีกหน่อยท่านก็เข้าใจแก”
“ไม่มีใครเข้าใจฉัน แกก็ดีแต่หาเหตุผลมาปลอบใจฉัน แต่แกไม่เข้าใจความรู้สึกฉัน ฉันเสียเวลาฟังคนอื่นมานานแล้ว ฉันควรจะฟังเสียงของตัวเอง”
รัญชิตาเดินหนีออกไป ด้วยความผิดหวังและเสียใจ

ปัทมาศมองตรัยด้วยความตื้นตันใจ เมื่ออีกฝ่ายหยิบสร้อยเพชรมามอบให้ พร้อมบอกว่าเป็น ของขวัญวันแต่งงาน ก่อนจะคล้องสร้อยที่คอของเธอ
“เธอต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด”
ปัทมาศร้องไห้ด้วยความซึ้งใจ “ฉันจะเป็นภรรยาที่ดีของคุณค่ะ”
ปริตามองภาพนั้น แล้วก็เดินออกไปอย่างเศร้าๆ

รัญชิตานั่งดื่มอยู่ในผับจนเมา พลางนึกถึงคำพูดดูถูกของพริดา และคำพูดประกาศิตของแม่
“ไปเอาของของแกคืนมา ถ้าแกเลิกกับคุณตรัย ไม่ต้องเรียกฉันว่าแม่”
พร้อมกันนั้นก็นึกถึงภาพที่เห็นตรัยคล้องสร้อยที่คอปัทมาศด้วยความสะเทือนใจ

“สร้อยเส้นนั้นมันต้องเป็นของฉัน”

เวลาผ่านไปหลายวัน ปริตากำลังเตรียมของจัดเรียงในถาด เพื่อไปใส่บาตร ครู่หนึ่งปริเทพก็เดินเข้ามา
 
“พี่เทพลงมาพอดี ไปค่ะ ไปใส่บาตรกับอ้อม”
“เราไปเถอะ พี่อนุโมทนาบุญด้วย”
“พี่เทพลืมแล้วเหรอคะ วันนี้เป็นวันอะไร ?”
ปริเทพหน้าเศร้า “วันแต่งงานของดาว”
“อ้อมไม่เชื่อหรอก ว่าวันนี้พี่จะจำไม่ได้ ว่าเป็นวันเกิดดาว”

หลังจากใส่บาตรและรับศีลจากพระเรียบร้อยแล้ว ปริเทพก็หันมาพูดกับน้องสาวเป็นเชิงเตือน
“ไม่ใช่วันเกิดของตัวเอง ยังตื่นเช้ามาใส่บาตรให้คนอื่น หัดคิดถึงตัวเองบ้าง”
“อ้อมก็ทำเพื่อตัวเองนะคะ อ้อมเห็นคนที่อ้อมรัก มีความสุข อ้อมก็โอเค”
ปริเทพพยักหน้ายิ้มๆ “เราไม่เคยลืมคำสอนของแม่เลยนะ ถ้าแม่ยังอยู่ แม่ต้องภูมิใจในตัวอ้อมมาก”
“แม่ก็ภูมิใจในตัวพี่เทพนะ พี่เทพคอยดูแลน้อง และรู้จักให้อภัยคนที่ทำผิด วันนี้เป็นวันเกิดของมิ้นท์เหมือนกัน พี่เทพให้อภัยมิ้นท์นะคะ?”
ปริเทพไม่ตอบ ปริตารีบพูดขอร้อง
“ถือว่าเป็นของขวัญให้มิ้นท์ และให้ดาวด้วย ไม่มีของขวัญชิ้นไหนที่จะทำให้ดาวมีความสุขเท่ากับเห็นคนที่รัก รักกันนะคะ”
ปริเทพพยักหน้ารับ ปริตาเข้ามาสวมกอดพี่ชาย “รักพี่ชายคนนี้ที่สุดเลย อ้อมเอาของไปเก็บก่อนเร็วๆนะพี่เทพ จะได้ไปช่วยงานดาวกัน”

ขณะที่พัชรินทร์กำลังจัดวางของตกแต่งในการทำพิธีแต่งงาน พลางหันไปเห็นปัทมาศในชุดเจ้าสาวเข็นรถเข้ามา ก็หยุดมองด้วยความปลื้มใจ
ปัทมาศเข็นรถเข้ามา แล้วมอบมาลัยให้พัชรินทร์
“คุณแม่คะ วันนี้เป็นคล้ายวันเกิดของดาว ดาวขอบคุณคุณแม่มากนะคะที่ให้กำเนิดดาว ดาวภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณแม่ค่ะ”
พัชรินทร์เข้ามาหาปัทมาศไว้ “แม่ก็ภูมิใจที่มีลูก”
ปัทมาศยิ้มทั้งน้ำตา “ที่ผ่านมาดาวอาจจะดื้อ ไม่ได้ดั่งใจคุณแม่ ขอให้คุณแม่อโหสิกรรมให้ลูกคนนี้ด้วยนะคะ หลังจากนี้ ดาวคงไม่ได้อยู่ดูแลคุณแม่”
พัชรินทร์หน้าเสีย “ทำไมลูกพูดอย่างนั้น ลูกจะไปไหน ?”
“คุณตรัยอยากให้ดาวไปอยู่กับเขา ให้ดาวไปทำหน้าที่แม่บ้านค่ะ ดาวจะปรนนิบัติดูแลคุณหญิงให้ดีที่สุด ให้ท่านเมตตาและยอมรับดาว ดาวอยากให้ท่านรู้ว่าดาวเป็นลูกสะใภ้ที่ดีเพราะได้รับการสั่งสอนจากคุณแม่”
พัชรินทร์จับมือปัทมาศด้วยความเศร้า ป้าอรเดินเข้ามา ยืนฟังสองแม่ลูกคุยกัน
“ตั้งแต่เล็กจนโต เราสองคนไม่เคยห่างกันเลย”
ปัทมาศน้ำตาซึม “ดาวต้องไปทำหน้าที่ภรรยา แต่ดาวก็จะไม่ลืมหน้าที่ของลูกค่ะ แล้วดาวจะมีเจ้าตัวเล็กมาให้คุณแม่ช่วยเลี้ยงคุณแม่จะได้ไม่เหงาไงคะ”
พัชรินทร์โอบกอดปัทมาศ แล้วก็น้ำตาไหลเช่นกัน
“จำคำแม่นะลูก ไม่ว่าลูกไปเป็นอะไร ลูกยังเป็นลูกของแม่เสมอ”
ปัทมาศหันไปบอกป้าอร “ป้าอรคะ ดาวรักป้าอรนะคะ”
ป้าอรเดินเข้ามาหาปัทมาศ “ไม่ต้องพูดแล้ว ป้าจะร้องไห้”
“ดาวฝากป้าอรดูแลคุณแม่แทนดาวด้วยนะคะ”
“ได้สิลูก ถึงแม่เราจะขี้บ่น ป้าก็ทนได้ ป้าชินแล้ว”
ป้าอรหัวเราะทั้งน้ำตา
“เจ้าสาวของแม่ หน้าตาเปื้อนน้ำตาหมดแล้ว มา เดี๋ยวแม่เติมหน้าให้”
ปัทมาศยิ้มให้แม่อย่างมีความสุข

อีกด้านหนึ่งรัญชิตานั่งอยู่หน้ากระจก กำลังแต่งหน้า ด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งเสียใจ

ศิโรจน์เดินเข้ามาในบริเวณโถง จังหวะเดียวกับที่ตรัยแต่งชุดเจ้าบ่าวเดินลงบันไดมา
 
“บอสโครตหล่ออ่ะ อ๋องไม่นึกฝันเลยว่าคนรักสนุกอย่างบอสจะมีวันนี้ ผมเคยคิดนะครับว่าในบรรดาสาวๆที่เข้ามาในชีวิตบอส บอสจะต้องรักน้องอ้อม บอสเป็นไฟ น้องอ้อมเป็นน้ำ น้ำมาช่วยดับไฟ”
ตรัยมองแล้วยิ้มเจื่อนๆ
“ถ้าฉันเป็นไฟ ฉันแต่งกับดาวก็ถูกแล้วนี่”
“น้องดาวเป็นน้ำก็จริง แต่เย็นไปครับ เย็นจนอึดอัด บางทีก็เหมือนน้ำแข็ง แล้วน้ำแข็ง ก็ดับไฟยากด้วย”
ตรัยคิดตามคำพูดของศิโรจน์ แล้วก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน แต่มันก็สายไปแล้ว จังหวะนั้นสายเรียกเข้าจากรัญชิตาก็ดังขึ้น ตรัยตัดสินใจตัดสายทิ้ง
รัญชิตาผิดหวังที่ตรัยไม่รับสาย ก็กดโทรออกซ้ำอีก

ตรัยยืนรอศิโรจน์ที่ไปเตรียมรถมารับ พร้อมๆ กับที่เสียงข้อความไลน์ดังเตือนที่มือถือของเขา
“โทรกลับด้วยค่ะ มิ้นท์มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย”
ตรัยไม่อยากมีปัญหา จึงตัดสินใจปิดเครื่องทันที
รัญชิตา เห็นตรัยไม่ตอบกลับข้อความมา ก็น้ำตาไหล

ปริเทพนั่งอยู่ในห้อง มองกล่องของขวัญที่เตรียมให้ปัทมาศในวันเกิด เป็นตุ๊กตาเต้นระบำบนกล่องดนตรีที่เธออยากได้
พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับปริตา ที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินเข้ามา
“พี่เทพยังไม่เปลี่ยนชุดอีก รีบเลยค่ะ เดี๋ยวไม่ทันพิธี”
ปริเทพส่ายหน้า “อ้อมไปเถอะ”
“พี่เทพคะ”
“พี่ไม่ไปสักคน เขาก็ทำพิธีได้น่า อย่าให้พี่ไปเป็นส่วนเกินเลย พี่ฝากอวยพรดาวด้วย”
ปริตามองพี่ชายอย่าบเข้าใจความรู้สึก
“ได้ค่ะ อ้อมเข้าใจพี่นะ แล้วมันจะดีขึ้นเอง”
พูดจบปริตาก็เดินออกไป ปริเทพหันกลับมามองกล่องของขวัญ ด้วยแววตาเศร้า

พลศิษฎ์ถือกล่องของขวัญเข้ามาในห้องนอนรัญชิตา แต่พอไม่เห็นน้องสาวอยู่ในห้องก็นึกแปลกใจ พลางเดินมาที่โต๊ะแต่งหน้า เห็นข้อความเขียนด้วยลิปติกสีแดง
“HAPPY BIRTHDAY TO ME”
พลศิษฎ์ตกใจ พลางมองเห็นซองจดหมายวางอยู่ใกล้รูปคู่ของรัญชิตากับตรัย แต่รูปของรัญชิตาถูกตัดทิ้งออกไป ก็รีบหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน.
“มิ้นท์มั่นใจว่าพี่มาร์ทจะเป็นคนแรกที่อ่านจดหมายฉบับนี้ เพราะพี่ไม่เคยลืมวันเกิดของมิ้นท์ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็คงไม่สนใจเหมือนทุกปี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้พี่รู้ว่า มิ้นท์รักพี่ มิ้นท์รักทุกคน ลาก่อนค่ะ”
พลศิษฎ์อ่านจดหมายจบ ก็ตกใจ รีบออกไปจากห้อง เพื่อตามหารัญชิตาทันที พอเจอกับชาลินี ก็รีบออกปากถาม

“คุณแม่ครับ น้องหายไปไหน ?”

ชาลินีทำหน้าไม่สนใจ “มันไม่ได้หายไปไหนหรอก มันไม่กล้าสู้หน้าฉัน”
 
พลศิษฎ์ยื่นจดหมายของมิ้นท์ให้ชาลินี “น้องเขียนจดหมายทิ้งไว้ ผมห่วงว่าน้องจะคิดสั้นครับ”
ชาลินีอ่านจดหมายด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ใจเสาะคนอย่างยัยมิ้นท์นะเหรอคิดฆ่าตัวตาย ไม่มีทาง”
ครู่หนึ่งคนใช้คนหนึ่งก็ถือมาลัยมาให้ชาลินี
“คุณผู้หญิงคะ ดิฉันพบพวงมาลัยวางอยู่ที่หน้ากรอบรูปคุณผู้หญิงค่ะ”
ชาลินีรับพวงมาลัยมาเริ่มเอะใจ และเป็นห่วง รีบหันไปบอกพลศิษฎ์ทันที
“แกรีบออกตามหายัยมิ้นท์เร็วเข้า”
พลศิษฎ์รับคำแล้วรีบออกไป
ขณะที่รัญชิตาแหงนหน้ามองไปยังตึกสูง ก่อนจะเดินเข้าไปที่ตึกนั้น

ศิโรจน์ขับรถเข้ามา ก่อนจะยื่นมือถือส่งให้ตรัย
“คุณพลศิษฎ์ติดต่อบอสไม่ได้ โทร. เข้าเครื่องผมครับ”
ตรัยรีบรับสาย “ครับคุณมาร์ท อะไรนะครับ ครับ ถ้าติดต่อคุณมิ้นท์ได้ ผมจะรีบบอกคุณมาร์ททันที ครับ”
ตรัยส่งโทรศัพท์คืนศิโรจน์ แล้วรีบเปิดเครื่องโทรศัพท์ของตัวเอง ทันทีที่เครื่องเปิด ข้อความจากของรัญชิตาก็ปรากฏเตือนขึ้นมาเป็นร้อยข้อความ
“ฉันจะรอคุณ”
“ฉันจะรอคุณ” ฯลฯ
ตรัยรีบรีบวิ่งขึ้นไปรถอีกคัน ก่อนจะหันมาบอกศิโรจน์
“ฉันมีธุระด่วน แกเอารถตามไปเจอกันที่บ้านดาว บอกดาวว่าฉันจะรีบไป”
ศิโรจน์มองตามตรัยที่จับรถออกไปด้วยความเป็นห่วง จังหวะเดียวกับที่เสาวลักษณ์เดินออกมา
“แกไปกับฉัน”

ปัทมาศแต่งชุดเจ้าสาว นั่งชะเง้อรอตรัยอยู่หน้าบ้าน ปริตาเดินเข้ามา พลางยิ้มดีใจ
“ดาว ฉันดีใจกับเธอด้วยนะ”
ปัทมาศจับมือปริตา พร้อมกับยิ้มตอบ “อ้อม ฉันมีวันนี้ได้ก็เพราะเธอ ตั้งแต่วันแรกที่เราเป็นเพื่อนกัน เธอรักฉัน ห่วงใยฉัน ฉันตายไปคงนอนตายตาหลับล่ะที่มีเพื่อนดีอย่างเธอ”
ปริตาตีมือปัทมาศ “นี่ ใครเขาให้พูดเรื่องนี้ ไม่เป็นมงคลเลย พูดยังกะเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”
“ใช่ เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” ปัทมาศแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะขำ
“ก็ฉันต้องทำหน้าที่ภรรยาคุณตรัย คงมีเวลาให้เพื่อนน้อยลง ฉันต้องบอกเธอก่อน กลัวเธอจะน้อยใจว่าฉันรักเพื่อนน้อยกว่าแฟน”
“คิดเรื่องนี้แล้วก็น่าน้อยใจ เธอชิงแต่งงานก่อนใครเลยนะ ฉันเคยคิดว่ายัยมิ้นท์จะแต่งงานคนแรกซะอีก”
ปัทมาศหน้าเศร้า “อ้อม มิ้นท์จะมางานฉันไหม ?”
“มาสิ งานแต่งของเพื่อนทั้งคน”
“ฉันว่า มิ้นท์ไม่มาหรอก”
ปริตามองปัทมาศอย่างสงสัยในท่าที จังหวะเดียวกับที่เสียงรถแล่นมาถึงบริเวณหน้าบ้าน
“เจ้าบ่าวมาแล้วล่ะ เจ้าสาวคนสวยรออยู่ตรงนี้นะ ฉันจะออกไปกั้นประตูเงินประตูทอง”
พูดจบปริตาก็รีบออกไป ปัทมาศตื่นเต้น ดีใจ

ปริตาเดินออกมาหน้าบ้าน เจอกับศิโรจน์ยืนอยู่คนเดียว
“สวัสดีค่ะพี่อ๋อง คุณตรัยล่ะคะ?”
“เจ้าบ่าวยังไม่มาครับ”
ปริตานึกฉงน “แล้วพี่อ๋องมาก่อนทำไมคะ?”
“พี่พาท่านประธานมา ท่านเข้าไปด้านในแล้ว”
ปริตามองไปในบ้านอย่างกังวลใจ

รัญชิตายืนกลางดาดฟ้า มองไปที่ขอบตึก แล้วค่อยๆ เดินไป ตรัยเปิดประตูเข้ามาพอดี
“มิ้นท์ หยุดนะ”
รัญชิตาเห็นตรัยมา ก็ตัดสินวิ่งไปที่ขอบตึกทันที เขารีบวิ่งเข้าไป แล้วกอดคว้าตัวเธอไว้
“หยุดทำบ้าๆ ได้แล้ว”
รัญชิตาดิ้นสุดตัว “คุณไม่รักฉัน ก็ปล่อยให้ฉันตายไปซะ ฉันจะเป็นจะตาย ก็ไม่ต้องสนใจ”
ตรัยตบหน้าให้สติ “เธอไม่รักตัวเองแล้วจะให้คนอื่นรักเธอได้ยังไง”

รัญชิตาได้สติก็ร้องไห้โฮ พลางโผเข้ากอดตรัย ที่จำต้องกอดปลอบใจไม่ให้เธอคิดสั้น

กุหลาบเล่นไฟ ตอนที่ 8 (ต่อ)
ปัทมาศแปลกใจ ที่เห็นเสาวลักษณ์เดินเข้ามา แทนที่จะเป็นตรัย 
 
“คุณหญิง กราบสวัสดีค่ะ ดาวขอบคุณมากนะคะ ที่คุณหญิงให้เกียรติ งานนี้ไม่มีวันสมบูรณ์ได้เลย
หากไม่มีคุณหญิง”
เสาวลักษณ์มองด้วยสายตาดูแคลน
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันไม่ได้เห็นชอบเรื่องงานแต่ง และฉันไม่ได้มาสู่ขอเธอ”
ปริตาที่เดินตามเข้ามาด้วยความเป็นห่วง รีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าคุณหญิงไม่มีเจตนามาร่วมยินดี ดิฉันก็ขอเชิญคุณหญิงกลับเถอะค่ะ อย่ามาขัดขวางเลย”
“เธอไม่มีสิทธิ์มาไล่ฉัน ฉันไม่ได้มาคุยกับเธอ”
ปริตาไม่พอใจ จนปัทมาศต้องจับมือปรามไว้ ก่อนจะเข็นรถตัวเองเข้าไปหาเสาวลักษณ์
“ดาวไม่ทราบว่าคุณหญิงมาที่นี่เพื่อจะคุยอะไร แต่ดาวอยากบอกคุณหญิงค่ะ ดาวรักคุณตรัย คุณตรัยเองก็รักดาว ขอให้คุณหญิงเห็นใจในความรักของเราด้วยนะคะ”
เสาวลักษณ์ยิ้มเยาะ “เธอรักลูกฉันมากแค่ไหน ?”
“ดาวพร้อมจะสละชีวิตเพื่อคุณตรัยได้ค่ะ”.
“ฉันดีใจที่ได้ยินคำนี้จากเธอ ไม่ต้องสละชีวิตเพื่อเขาหรอก แค่ปล่อยเขาไป ลูกฉันยังมีอนาคตที่ดี อย่าให้เขาเสียเวลาต้องดูแลภรรยาในสภาพนี้เลย เธอรู้ตัวดีว่าเธอพิการ เธอเป็นภาระ”
ปัทมาศสะเทือนใจ เสาวลักษณ์เข้ามาหาปัทมาศแล้วเขย่ารถอย่างแรง
“เธอไปไหนมาไหนไม่ได้ เอาตัวเองไม่รอด ยังคิดจะดูแลคนอื่นอีกเหรอ? “
ปริตาทนไม่ไหว “ฉันไหว้ล่ะคะ คุณหญิงออกไปเถอะค่ะ อย่าให้ฉันต้องเสียมารยาทเลย”
เสาวลักษณ์หันไปมองปริตาอย่างจงชัง
“มันเป็นเรื่องระหว่างฉันกับยัยพิการนี่ เธอไม่เกี่ยว”
“อ้อมไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเพื่อนอ้อม”
ปริตาพยายามจะพาเสาวลักษณ์ออกไป แต่ปัทมาศกลับพูดแทรกขึ้นมา
“อ้อม เธอออกไปก่อน”
ปริตาจำต้องยอมถอยออกไปห่าง พร้อมๆ กับที่ปัทมาศพูดเชิงอ้อนวอน
“ดาวดูแลคุณตรัยได้จริงๆนะคะ”
เสาวลักษณ์มองปัทมาศ ด้วยสายตาเย้ยหยัน
“ลุกขึ้นสิ ถ้าเธอลุกขึ้นมายืน มาบอกรักเขาต่อหน้าฉัน ฉันจะยกลูกชายให้เธอ”
เสาวลักษณ์มองอย่างท้าทาย ปริตาไม่พอใจ
“คุณรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา ดาว เธอไม่ควรเสียเวลาฟังคำพูดของคนแบบนี้”
ปริตาจะเข็นรถพาปัทมาศออกไป แต่อีกฝ่ายกลับยื้อไว้ พัชรินทร์ที่ยืนฟังอยู่มุมหนึ่ง ปราดจะเข้าไปหาปัทมาศ แต่ป้าอรดึงมือไว้ เพื่อให้ปัทมาศได้ตัดสินใจเอง
ปัทมาศมองเสาวลักษณ์ พร้อมกับพยายามจะลุกขึ้นไปหา แต่กลับทรุดร่างลงกองกับพื้น ปริตาเห็นแล้วสะเทือนใจ พัชรินทร์ยืนมองด้วยความเจ็บปวด
เสาวลักษณ์มองเย้ยปัทมาศ
“แค่ลุกขึ้นยืนเธอยังทำไม่ได้ แล้วเธอจะดูแลลูกชายฉันได้ยังไง ?”
ปัทมาศไม่ยอมแพ้ ค่อยๆ คลานเข้าไปหาเสาวลักษณ์ ก่อนจะกราบที่เท้า ปริตา พัชรินทร์ ป้าอร สะเทือนใจ ที่เห็นปัทมาศยอมเสียศักดิ์ศรี เพื่อผู้ชายที่รัก
“ดาวรักคุณตรัยค่ะ ขอให้คุณแม่เห็นใจดาวด้วยเถอะค่ะ”
เสาวลักษณ์ เข้าไปจับตัวปัทมาศ
“ลุกขึ้นสิ ลุกขึ้นมาคุยกับฉัน ฉันบอกให้ลุกขึ้นมาพูดต่อหน้าฉัน”
เสาวลักษณ์พยายามจับตัวให้ปัทมาศลุกขึ้น แต่อีกฝ่ายทรงตัวไม่ได้ ทรุดลงกองกับพื้น พัชรินทร์ทนไม่ไหว ปราดเข้าไปตบเสาวลักษณ์เต็มแรง พร้อมกับเข้าไปประคองปัทมาศ
“ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว”
เสาวลักษณ์มองพัชรินทร์อย่างเจ็บแค้น
“เธอกล้าทำร้ายฉัน ฉันจะเล่นงานพวกเธอ อย่าหวังมาญาติดีกันอีกเลย”
พัชรินทร์ตอกหน้ากลับ “ฉันก็ไม่เคยคิดผูกไมตรีกับคนที่ใจหยาบช้าอย่างคุณ หลังจากนี้ทั้งคุณและลูกชายคุณก็อย่ามาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีกออกไป ฉันบอกให้ออกไป”
เสาวลักษณ์เดินออกไปอย่างโกรธจัด ปริตารีบตามออกไป ปัทมาศพยายามจะร้องเรียกเสาวลักษณ์
“คุณหญิงคะ ดาวขอโทษแทนคุณแม่ด้วยนะคะ”
พัชรินทร์มองหน้าลูกด้วยความเจ็บปวดหัวใจ
“พอได้แล้วดาว ลูกเห็นแล้วใช่ไหมว่าลูกใช้ชีวิตกับเขาไม่ได้ แม่เขาไม่รักลูก เขาเองก็ไม่มา พวกเขาไม่ได้รักลูก”

ปัทมาศร้องไห้โฮ ก่อนจะพยายามคลานไปที่รถเข็นเพื่อจะออกไป ป้าอรมองดูด้วยความสงสารจับใจ

ปริตาปราดเข้ามายืนดักหน้าเสาวลักษณ์
 
“ฉันไม่มีเรื่องจะคุยกับเธอ กลับไปดูแลเพื่อนพิการของเธอซะ”
“คำก็พิการ สองคำก็พิการ อ้อมอยากรู้นักว่าคุณหญิงวัดความเป็นคนกันที่ไหนคะ? หากวัดที่ร่างกาย คุณหญิงมีทุกอย่างเหนือกว่าดาว มีความเป็นคนโดยสมบูรณ์ค่ะ แต่หากวัดด้วยใจ คุณหญิงแทบไม่เหลือความเป็นคนเลย เพราะคุณหญิงได้ทำร้ายความรักที่บริสุทธิ์ของดาว ใจของคุณหญิงพิการไปแล้ว”
“มันจะชักจะมากไปแล้วนะ”
เสาวลักษณ์ตบหน้าปริตาด้วยความโกรธจัด หากอีกฝ่ายกลับยืนเฉย แล้วโต้กลับแบบนิ่งๆ
“ฉันไม่แปลกใจเลยที่คุณตรัยถึงได้เย็นชาและผิดหวังกับคุณมาก เพราะเขามีแม่ที่ไม่รู้จักคำว่ารัก ตราบใดที่คุณยังเป็นคนที่ขาดความรัก คุณก็จ้องแต่จะทำลายความรู้สึกของคนอื่น ฉันขอให้หยุดเถอะค่ะ คุณไม่ต้องรักใครก็ได้ แค่รักตัวเองให้เป็น คุณจะได้ไม่ต้องทำร้ายใครอีก”
เสาวลักษณ์เสียหน้าที่โดนปริตาสั่งสอน รีบเดินออกไปทันที ปริตามองตามด้วยความไม่พอใจ พร้อมๆ กับที่เสียงมือถือของเธอดังขึ้น
“ค่ะพี่มาร์ท อะไรนะคะ ?”

ตรับกอดปลอบใจรัญชิตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอยห่างออกมา
“การทำร้ายตัวเองมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก คุณต้องรักตัวเองให้มาก ผมต้องไปแล้ว”
รัญชิตาร้องไห้โฮ “คุณอย่าทิ้งมิ้นท์ไปนะคะ”
“เราคุยเรื่องนี้กันจบแล้วนะ”
รัญชิตาพยักหน้าเศร้าๆ “ใช่ค่ะ เราคุยกันจบแล้ว แต่จะให้ฉันทำยังไง ถ้าฉันปล่อยคุณไป คุณแม่ก็ตัดขาดกับฉัน แล้วฉันจะอยู่ได้ยังไง?”
“สำหรับเรื่องนั้น ผมจะคุยกับท่านให้เข้าใจ”
“คุณแม่ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ คุณตรัย คุณอย่าปกปิดความรู้สึกตัวเองเลย คุณรักฉันใช่ไหมคะ”
รัญชิตาพูดพร้อมกับเข้าสวมกอดตรัย แต่กลับถูกอีกฝ่ายเอามือออก
“ผมไม่ได้รักคุณ”
“แล้วคุณรักใคร?” รัญชิตาย้อนถาม
ตรัยไม่ตอบ แต่กลับพูดตัดบท “คุณกลับไปเถอะ ทุกคนเป็นห่วงคุณมาก”
พุดพลางจูงมือรัญชิตาจะพาออกไป แต่เธอกลับสะบัดมือออก
“คุณเลิกโกหกได้แล้ว คุณรักฉัน ถ้าไม่มีเรื่องยัยดาว คุณก็จะแต่งงานกับฉัน”
ตรัยสวนกลับทันที “ผมประกาศแต่งกับคุณ หรือคุณต่างหากที่มัดมือชกผม เรื่องระหว่างเรามันไม่ได้เกิดจากความรัก แต่มันเป็นหน้าที่ และที่สำคัญ มันก็เป็นความต้องการของคุณ”
รัญชิตาเสียใจ จนพูดไม่ออก

“ได้ค่ะ อ้อมจะรีบไปหามิ้นท์ พี่มาร์ทรีบตามไปนะคะ”
ปริตาวางสาย ขณะที่ปัทมาศเข็นรถเข้ามาพอดี
“อ้อมจะไปไหน? เธอจะไปตามหามิ้นท์ใช่ไหม ?”
ปริตาพยายามตอบเลี่ยง “เธออยู่ที่นี่แหล่ะ เดี๋ยวคุณตรัยก็มาแล้ว”
“คุณตรัยจะมาได้ไง มิ้นท์ดึงตัวคุณตรัยไว้ มิ้นท์เสียใจที่คุณตรัยแต่งงานกับฉัน มิ้นท์ต้องหาทางเอาตัวคุณตรัยคืนไป ฉันจะไปกับเธอ อ้อม ถ้าเธอยังเป็นเพื่อนฉัน พาฉันไป”
ปริตาลำบากใจ พัชรินทร์เดินตามออกมา
“ปัทมาศ ถ้าเธอออกไปก็ไม่ต้องกลับมาที่บ้านนี้อีก”
ปัทมาศพยายามพูดอ้อนวอน
“คุณแม่คะ ดาวจะไปหาคุณตรัยค่ะ ดาวจะพาคุณตรัยมากราบคุณแม่ เราจะทำพิธีกันค่ะ”
พัชรินทร์กำมือแน่น “เธอเลิกเพ้อฝันได้แล้ว ถึงเขามา ชีวิตเธอก็ไม่มีความสุข หยุดเอาตัวเองไปผูกมัดกับคนอื่นสักที”

ปัทมาศไม่ฟังเสียง “อ้อม พาฉันไปหาเขา”

อ่านต่อพรุ่งนี้ เวลา09.30น.

พัชรินทร์เสียใจที่ปัทมาศยังดื้อดึง

“ยากไปก็ไปเลย จะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่ต้องกลับมา”
ขาดคำก็เดินกลับเข้าไปในบ้านไปด้วยความเสียใจ ป้าอรเข้ามาหาปัทมาศ
“ดาว เชื่อแม่เขาเถอะ อย่าไปเลยลูก”
ปัทมาศส่ายหน้าช้าๆ “ดาวต้องไปค่ะ ดาวจะพิสูจน์ให้คุณแม่เห็นว่าคุณตรัยรักดาวจริงๆ นะคะป้าอร”
ปัทมาศจับมือป้าอร ที่จำต้องพยักหน้ารับทั้งน้ำตา เช่นเดียวกับที่ปริตาก็จำยอมต้องเข็นรถพา
ปัทมาศออกไป

“เชื่อผมเถอะ ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ได้ยังไม่สาย หาเป้าหมายในชีวิต แล้วคุณก็ผ่านมันไปได้”
ตรัยพูดกับรัญชิตาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ฉันจะผ่านไปได้ยังไง ในเมื่อเป้าหมายในชีวิตฉัน คือการได้อยู่กับคุณ”
“ผมต้องไปแล้วจริงๆ ผมจะพาคุณไปส่ง”
พอตรัยพูดจบ รัญชิตาก็ตัดสินใจวิ่งหนีออกไปทางประตู ตรัยรีบวิ่งตาม แต่ประตูโดนล็อกจากด้านนอก

ปริเทพถือกล่องของขวัญเดินตรงเข้ามาหาปัทมาศ แต่กลับเจอพัชรินทร์ยืนอยู่ร้องไห้เพียงลำพัง
“มีเรื่องอะไรกันครับ ?”
“ดาวออกไปตามหาคุณตรัย ปริเทพ รีบไปหาดาว เธอเป็นผู้ชายคนเดียวที่รักดาวจริง ฉันไว้ใจและเชื่อใจเธอ พาดาวกลับบ้านมาให้ได้”
ปริเทพรับคำ “ครับ ผมจะพาน้องดาวกลับมาครับ”

ปริตาเข็นรถปัทมาศเข้ามาที่หน้าตึก เห็นรถรัญชิตากับตรัยจอดอยู่ ปัทมาศยิ้มดีใจ รีบหันมาบอก
ปริตา
“รีบขึ้นไปกันเถอะ”
“เธอรออยู่ข้างล่างดีกว่า”
ปัทมาศไม่ยอม “ฉันมารับคุณตรัยกลับไปนะ แล้วฉันก็ต้องคุยกับมิ้นท์”
ปริตาจำยอมต้องเข็นรถพาปัทมาศไปที่ลิฟท์ของอาคาร ขณะที่ตรัยตัดสินใจถีบประตูออกมา แล้ววิ่ง ตามหารัญชิตา

รัญชิตารีบวิ่งลงมา พร้อมๆ กับที่ปริตาเข็นรถพาปัทมาศเข้ามาพอดี
“มิ้นท์ เธอคิดทำอะไร?”
ปริตาถามอย่างเป็นห่วง รัญชิตาหน้าเศร้า
“ฉันอยากตาย”
ปัทมาศรีบพูดห้ามทันที “มิ้นท์ ไม่ได้นะ เธออย่าทำอย่างนั้น”
“เธอก็พูดได้สิ เธอกำลังมีความสุขกับผู้ชายของฉัน ส่วนฉันไม่มีอะไรเหลือแล้ว”
“สงบสติอารมณ์นะ ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกัน มิ้นท์กลับบ้านเถอะ ทุกคนเป็นห่วงเธอมาก ฉันจะพาเธอไปส่ง”
ปริตาเข้าไปจะพารัญชิตาออกไป แต่อีกฝ่ายสะบัดมือออก ก่อนจะหันไปทางปัทมาศ
“ฉันไม่ไปไหนจนกว่าฉันจะเคลียร์กับยัยดาว ดาว วันนี้เป็นวันเกิดของเธอกับฉัน เธอเคยบอกว่าฉันขออะไร? เธอก็ให้ฉันได้”
ปัทมาศรู้ดีกว่ารัญชิตาหมายถึงอะไร
“แต่ฉันให้ที่เธอขอไม่ได้ แล้วฉันก็รู้ว่าที่เธอคิดฆ่าตัวตาย ก็เพราะเรียกร้องคุณตรัย เธอใช้ความเป็นความตายมาแย่งคนรักฉันไป เธอยังตัดใจจากคุณตรัยไม่ได้ ถึงฉันพิการ แต่หูตาฉันไม่ได้พิการนะมิ้นท์”
รัญชิตาตกใจที่ปัทมาศรู้ความจริง “เธอรู้ก็ดีแล้ว เธอจะรั้งเขาไว้ทำไม เขาไม่ได้รักเธอ เธอรู้อยู่เต็มอกที่เขาแต่งงาน ก็เพราะทำให้เธอพิการ”
ปัทมาศสวนกลับ “ คนที่ทำให้ฉันเป็นอย่างนี้คือเธอต่างหาก ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันเสียความรู้สึกมากกว่านี้ ก็เลิกพูดเรื่องนี้ ฉันพยายามจะลืมมัน ลืมว่าเธอเคยคิดฆ่าฉัน”
“ต้องให้ฉันพูดกี่ร้อยครั้ง ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ไม่แน่นะ ถ้าฉันรู้ว่าเธอรอดมาแล้วจะมาทำลาย
ทุกอย่างในชีวิตฉัน ฉันก็จะเลือกชนให้เธอตายไปซะ”
ปัทมาศตกใจ ปริตาทนไม่ได้ที่เพื่อนรักทะเลาะกันอีก
“พวกเธอหยุดได้แล้ว จะมาขุดคุ้ยอีกทำไม มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก เรื่องมันจบแล้วก็ให้มันจบไป”
“ฉันจบแต่มิ้นท์ไม่เคยจบ”
รัญชิตาพูดแทรกขึ้นมาอย่างโกรธแค้น “เพราะมันไม่ยุติธรรมสำหรับฉัน”
ปริตาถอนหายใจอย่างลำบากใจ
“ในเมื่อพวกเธออยากเคลียร์ ก็ได้ พวกเธอพูดออกมาให้หมด พูดความจริงจากใจของพวกเธอมิ้นท์ เธอต้องการอะไร? “
รัญชิตาหันมาทางปริตา
“อ้อม ดาวเป็นเพื่อนรักแก แกบอกให้เพื่อนแกรู้จักเสียสละบ้างสิ เสียสละเหมือนที่แกเป็น”
แต่กลับถูกปริตาพูดย้อน
“ถ้าแกจะใช้ความเป็นเพื่อนเรียกร้องสิ่งที่แกต้องการ แล้วทำไมแกไม่เสียสละให้ดาวบ้าง ?”
“เสียสละให้กับคนที่เห็นแก่ตัวอย่างนั้นเหรอ?”
ปัทมาศย้อนถาม “เธอหมายถึงอะไร ?”
รัญชิตาจ้องหน้าปัทมาศอย่างเคียดแค้น
“งานหมั้นของฉัน เธอทำอะไรไว้? วันนั้นคุณพ่อคุณแม่เชิญนักข่าวมามากมาย พวกท่านภูมิใจ
ในตัวฉัน และฉันก็มีความสุขมากที่จะได้ใช้ชีวิตกับคนที่ฉันรัก แต่เธอทำลายอนาคตของฉัน เธอยอมเอาตัวเข้าแลก เพื่อแย่งเขาไป ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะทำใจเดินหน้าหมั้นกับผู้ชายที่ตกเป็นของเพื่อนได้ แต่ฉันพยายามลืมมัน เพราะ ว่าฉันรักเขา แต่พวกเธอก็ทำลายมัน”
ปริตาก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด
“ฉันขอโทษที่ทำร้ายความรู้สึกเธอ แต่ฉันจำเป็นต้องทำเพื่อความถูกต้อง”
รัญชิตาน้ำตาไหล “เธอทำเพื่อความถูกต้องให้ดาว แต่เธอลืมความชอบธรรมของฉัน พวกเธอลืมไปแล้วเหรอว่าคุณตรัยเป็นคู่หมั้นของฉัน ความถูกต้องของพวกเธอ มันฆ่าฉัน คุณแม่ประกาศตัดแม่ตัดลูกกับฉัน ผู้ชายที่ฉันรักมากกำลังแต่งงานกับเธอ ฉันคิดฆ่าตัวตาย เขาก็ยังเลือกเธอ”
รัญชิตาเข้าไปหาปัทมาศ ก่อนจะทรุดตัวร้องไห้ตรงเท้าของเธอ ที่ยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก
“ฉันไม่เหลืออะไรแล้วในชีวิต ทั้งๆที่เธอยังมีพี่เทพ พี่เทพรักและเทิดทูนเธอ ดาว เห็นแก่เพื่อนคนนี้ได้ไหม?”
ปริตามองรัญชิตาอย่างเข้าใจความเจ็บปวด

“มิ้นท์ ฉันเข้าใจแก แต่มันไม่แฟร์กับดาวเลยนะ”
รัญชิตาปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น “ที่ผ่านมา ฉันเป็นส่วนเกินใช่ไหมอ้อม? ทุกครั้งที่เรามีปัญหากัน แกเข้าข้างดาว ออกรับแทนยัยดาว”
ปริตาส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น ฉันรักแกไม่น้อยกว่าดาว”
“แกรักฉันแกก็ช่วยฉันสิ บอกให้ดาวเห็นใจฉัน พูดสิอ้อม ขอร้องดาวให้เห็นใจเพื่อน”
ปริตาพูดไม่ออก ปัทมาศตัดสินใจพูดแทรกขึ้นมา
“เธออย่ากดดันอ้อมเลย”
“งั้นเธอก็บอกฉัน เธอรักฉัน ยอมยกคุณตรัยให้ฉัน”
ปัทมาศส่ายหน้า น้ำตานอง
“พูดสิดาว พูดสิ นี่เหรอเพื่อนที่รักกัน ให้กันไม่ได้ เธอมันเห็นแก่ตัว เธอไม่ใช่เพื่อนฉัน เธอไม่ใช่เพื่อนฉันอีกต่อไป”
รัญชิตาเข้าไปเขย่ารถของปัทมาศ จนรถไหลไปทางด้านขอบตึก ปริตาทนไม่ได้เข้ามาดึงตัวรัญชิตาออกไป
“มิ้นท์หยุดได้แล้ว พอ”
ปัทมาศนั่งนิ่งคิดทบทวนถึงเหตุการณ์อดีตด้วยความรู้สึกสับสน และเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้
รัญชิตาดิ้นสะบัด จนหลุดจากการจับกุมของปริตา
“แกก็ไม่ต้องยุ่งกับฉัน แกมันดีแต่ห้าม ตัวแกเองก็เป็นปัญหา ทำตัวเป็นกันชนคอยขวางฉัน แกต้องการอะไร? หรือว่าแกก็ชอบคุณตรัย”
ปริตาตกใจ รีบผละออกมา “ฉันไม่ได้ชอบเขา”
“ฉันไม่เชื่อ แกต้องเป็นอย่างที่แม่ฉันพูดไว้ แกคอยเข้าหาคุณตรัย ทำดีกับยัยดาว หวังใกล้ชิดคุณตรัย
แกมันเพื่อนทรยศ”
รัญชิตาผลักปริตาอย่างแรง จนเธอเกือบจะพลั้งตกตึก ปัทมาศตกใจ รีบเข็นรถเข้าไปเพื่อจะไปห้าม พร้อมกับที่รัญชิตาดึงตัวปริตาขึ้นมา
“แกคิดยังไงกับคุณตรัย แกรักเขาใช่ไหม พูดออกมา”
ปัทมาศทนไม่ไหว “มิ้นท์ พอเถอะ อ้อมไม่เกี่ยวนะ ฉันขอโทษ”
รัญชิตาไม่ฟังเสียง ผลักปริตาล้มลงไป ก่อนจะผลักรถของปัทมาศให้ออกห่าง ปริเทพที่วิ่งเข้ามาทางด้านล่าง เห็นรถของปัทมาศถูกผลักพุ่งไปยังขอบตึกก็ตกใจ
ตรัยวิ่งลงมาจากด้านบน เห็นรถของปัทมาศกำลังจะไหลลงไปก็ตกใจไม่แพ้กัน รัญชิตาที่อยู่ใกล้
ปัทมาศที่สุด รีบวิ่งเข้าไปจะคว้าเสื้อของปัทมาศไว้ แต่คว้าได้สร้อยคอ สายสร้อยขาดติดมือรัญชิตามา
รถของปัทมาศตกลงไปจากตึก ปริตาตกใจ รีบวิ่งไปดูที่ขอบตึก มองเห็นร่างปัทมาศนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ก็รีบวิ่งออกไปดูด้วยความเป็นห่วง ตรัยรีบวิ่งตามไป

รัญชิตายืนมองภาพปัทมาศนอนจมกองเลือด ก็ถอยหลัง ทรุดตัวร้องไห้โฮ

ปริเทพที่อยู่ด้านล่างวิ่งเข้าไปคว้าตัวปัทมาศมากอดไว้ พร้อมกับที่พลศิษฎ์วิ่งเข้ามา
 
“คุณเทพ เกิดอะไรขึ้น ?”
“รีบโทรตามรถพยาบาลมาด่วน”
พลศิษฎ์รีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล ก่อนจะมองเห็นรัญชิตาอยู่ด้านบน จากนั้นก็รีบขึ้นไปหาน้องสาว
ปริเทพน้ำต่าไหลพราก สวมกอดปัทมาศไว้แน่น พลางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ดาว ดาวไม่เป็นอะไรนะคะ พี่มาช่วยน้องดาวแล้ว”
ปัทมาศลืมตาขึ้น เห็นปริเทพกำลังประคอบกอดตัวเองอยู่
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกครั้งพี่เทพจะอยู่เคียงข้างดาวเสมอ”
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย”
ปัทมาศบีบมือปริเทพไว้แน่น
“พี่เทพ ดาวขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่เทพเสียใจ และทำร้ายความรู้สึกพี่เทพ”
“พี่ไม่เคยโกรธดาว พี่รักน้องดาวเสมอ”
ปริเทพยิ้มทั้งน้ำตา ปัทมาศยิ้มตอบ
“ดาวฝากดูแลป้าอร ดูแลคุณแม่ด้วยนะคะ”
“พี่จะดูแลทุกคน แล้วพี่จะดูแลน้องดาวด้วย”
ปัทมาศแข็งใจพูดต่อ “ยังมีอีกเรื่อง ที่ดาวอยาก ขอ....”
ปัทมาศกระซิบบอกปริเทพ ปริตาวิ่งลงมาบริเวณด้านล่าง พร้อมกับตรัย ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบวิ่งไปหา
ปัทมาศ โดยที่ไม่ทันฟังว่าเธอกระซิบบอกอะไรกับปริเทพ
“อ้อม ฉันรัก เธอนะ”
ตรัยเข้ามาจับมือปัทมาศไว้ พร้อมกับพูดให้กำลังใจ
“เธอเข้มแข็งไว้นะ เราจะกลับไปทำพิธีแต่งงานด้วยกัน”
ปัทมาศยิ้มให้ตรัย ก่อนที่มือของเธอจะตกออกมาอยู่ข้างตัว
ปริเทพกอดร่างปัทมาศแล้วร้องไห้โฮ ปริตาและตรัยต่างก็ร้องไห้ เสียใจไม่ต่างกัน
รัญชิตาที่นั่งทรุดอยู่ ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของปริเทพ ก็เจ็บปวดหัวใจ พลศิษฎ์วิ่งเข้ามาหา พลางสวมกอดน้องสาวไว้
“พี่อยู่นี่ พี่อยู่กับมิ้นท์”

พลศิษฎ์ประคองรัญชิตาจะเข้ามาหาศพของปัทมาศ ปริเทพผลักรัญชิตาออกไป
“อย่ามาแตะต้องตัวดาว เธอเป็นฆาตกรฆ่าดาว”
ขาดคำก็ตบหน้ารัญชิตาเต็มแรง พลศิษฎ์รีบเข้าไปห้าม
“คุณเทพใจเย็นก่อน”
ปริเทพผลักพลศิษฎ์ออกไปอีกคน “คนดีๆอย่างดาวไม่ควรมาตาย คนที่ต้องตายมันต้องเป็นเธอ”
พูดพลางจะเข้าไปทำร้ายรัญชิตา จนตรัยต้องรีบเข้ามาห้าม
“คุณไม่ต้องยุ่ง ใครที่มีส่วนทำให้ดาวตาย คนคนนั้นก็ตายไปพร้อมกับดาว”
ตรัยถึงกับพูดไม่ออก เพราะมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ รัญชิตาตกใจกลัวจนเป็นลมล้มลงไป ปริตาได้แต่กอดร่างปัทมาศไว้ แล้วหันไปบอกปริเทพ
“พี่เทพ แล้วเราจะบอกแม่ดาวยังไง ?”
ปริเทพพูดไม่ออก เพราะสัญญาไว้กับพัชรินทร์ว่าจะพาปัทมาศกลับบ้าน

พัชรินทร์ยืนเหม่อรอคอยปัทมาศกลับมา จนพลั้งมือทำหอยสังข์ที่เตรียมไว้ในพิธีรดน้ำตกแตก แล้วก็นั่งเครียด จนป้าอรต้องเข้ามาพูดปลอบใจ
“ก็แค่ของตกแตก อย่าคิดมากเลย โน่น คุณเทพมาแล้ว”
พัชรินทร์ค่อยยิ้มได้ ปริเทพเดินหน้าเศร้าเข้ามา ปริตาตามมาด้านหลัง
“มากันแล้ว ดาวล่ะ ดาวอยู่ไหน เธอสัญญาจะพาดาวกลับมาหาฉัน”
ปริเทพพูดไม่ออก นั่งลงแล้วก้มกราบเท้าพัชรินทร์
“ผมขอโทษครับ ผมพาดาวกลับมาไม่ได้”
พัชรินทร์เริ่มกังวล “ดาวอยู่ไหน? ลูกฉันอยู่ไหน?”
“ดาวเสียแล้วครับ”
ปริเทพร้องไห้โฮ พัชรินทร์ถึงกับอึ้ง
“มันไม่ใช่เรื่องมาพูดเล่นนะ ดาวอยู่ไหน ฉันจะไปหาลูกฉัน”
ปริตาช่วยพูดยืนยัน “ดาวตกตึก ดาวเสียชีวิตแล้วค่ะ”
พัชรินทร์ยืนนิ่ง ก่อนจะทรุดตัวร้องไห้โฮ ตรงหน้าบริเวณสำหรับจัดงานพิธีแต่งงาน

ปริตามองพัชรินทร์ด้วยความสงสาร

จบตอนที่ 8
กำลังโหลดความคิดเห็น...