xs
xsm
sm
md
lg

รักนี้เจ้จัดให้ ตอนที่ 8

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รักนี้เจ้จัดให้ ตอนที่ 8 

มอเตอร์ไซต์ที่อาร์ตขี่แล่นมาตามถนนยามราตรีที่สวยโรแมนติก อาร์ตเป็นคนขี่โดยมีจุ้มจิ้มซ้อนท้าย อาร์ตยิ้มกริ่มและมีสีหน้าที่มีความสุขจนปิดไม่มิด อาร์ตค่อยๆเหลือบตาไปแอบมองจุ้มจิ้มผ่านกระจกรถ เขาเห็นจุ้มจิ้มอยู่ในลุกส์สาวสวยกำลังเพลิดเพลินกับวิวสองข้างทาง ใบหน้าตอนเผลอของเธอดูสวยใสไร้เดียงสาน่ารักมาก

อาร์ตตาเป็นประกายและยิ้มกว้างกว่าเดิม เขาหันมาตั้งใจขับมอเตอร์ไซค์ต่อ จุ้มจิ้มค่อยๆเบือนหน้าจากวิวสองข้างทางแล้วแอบเหลือบมองอาร์ตผ่านกระจกรถ
เธอเห็นอาร์ตกำลังตั้งใจขี่มอเตอร์ไซค์อย่างสุดเท่ จุ้มจิ้มเผลอยิ้มแล้วนึกหยึ๋ยตัวเองที่แอบคิดว่าอาร์ตเท่ เธอรีบเบือนหน้ากลับไปดูวิว อาร์ตค่อยๆเหลือบตามามองจุ้มจิ้มอีกครั้งก็เห็นจุ้มจิ้มยังมองวิวข้างทางยิ้มๆ
อาร์ตหันกลับมาขี่มอเตอร์ไซค์ยิ้มๆเหมือนกัน จุ้มจิ้มค่อยๆหันมาเหลือบมองอาร์ตอีกรอบ อาร์ตขี่มอเตอร์ไซค์ยิ้มหล่อ จุ้มจิ้มอมยิ้มแล้วหันกลับไปมองวิวต่อ
สักพักอาร์ตและจุ้มจิ้มก็เกิดใจตรงกันเหลือบมองกันผ่านกระจกรถพร้อมกันทำให้อาร์ตและจุ้มจิ้มสบตากันในกระจกพอดี อาร์ตและจุ้มจิ้มสะดุ้งพร้อมกัน ทั้งสองทำหน้าตาล่อกแล่กมีพิรุธอย่างหนัก อาร์ตรีบเก๊กหน้าขรึมตั้งอกตั้งใจขี่มอเตอร์ไซค์
จุ้มจิ้มรีบเก๊กหน้าดุตั้งอกตั้งใจดูวิวเหมือนกัน มอเตอร์ไซค์ที่ทั้งคนขี่และคนซ้อนต่างก็มีพิรุธค่อยๆ แล่นไกลออกไปในความมืดเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าถนนแห่งรักสายนี้ยังอีกยาว

ณัฐค่อยๆ หยีตาที่หลับขึ้น ม่านไฟฟ้าค่อยๆถูกรูดออกจนแสงสว่างลอดเข้ามา ณัฐนอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียงสาโรจน์ เขาค่อยๆชันตัวขึ้นพิงพนักเตียงก่อนจะยิ้มโปรยเสน่ห์มองไปที่สาโรจน์
“ทำไมต้องรีบตื่นด้วยล่ะครับ ยังเช้าอยู่เลย” ณัฐถาม
สาโรจน์ที่กำลังยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกชะงัก สาโรจน์ก้มดูนาฬิกาในมือ แล้วตวัดหางตามองณัฐอย่างไม่พอใจ
“หึ...สายขนาดนี้แล้วยังบอกว่าเช้า มิน่าไลม์ถึงได้ยอดขายตามหลังเซเลบทุกเล่ม”
ณัฐหน้าเจื่อน เขาก้าวลงจากเตียงแล้วเดินมาหาสาโรจน์ที่หน้ากระจก ณัฐค่อยๆสอดแขนไปโอบรอบเอวสาโรจน์จากข้างหลัง ณัฐยืนกอดสาโรจน์พร้อมออดอ้อน
“โธ่...ผมก็บอกพี่แล้วไงครับว่าผมขอเวลาอีกนิด..ซักวันไลม์ต้องชนะเซเลบได้แน่ๆ...ให้โอกาสผมอีกหน่อยนะ”
สาโรจน์เหลือบตามองการออดอ้อนของณัฐแล้วก็ยิ้มมุมปากอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า สาโรจน์แต่งตัวต่อ
ณัฐที่ยังกอดสาโรจน์ไว้ค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหูสาโรจน์
“ว่าแต่...เรื่องบก.หนังสือเล่มใหม่ที่พี่จะเปิด...ผม”
สาโรจน์ทำหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะแกะมือณัฐออกจากตัวแล้วหันกลับมาพูดกับณัฐด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ณัฐ...บางครั้งณัฐก็ต้องใช้"ฝีมือ"ทำงานมั่งนะ!”
ณัฐอึ้งไปเลย
สาโรจน์พูดเสียงอ่อนลง “พี่เซ็นเช็คไว้ให้แล้วนะ อยู่บนโต๊ะทำงาน..ไปหยิบเอาเองแล้วกัน”
ณัฐฝืนยิ้มแล้วพยายามควบคุมอารมณ์ “ขอบคุณครับ”
สาโรจน์เดินออกไปจากห้อง ณัฐกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ เสียงโทรศัพท์มือถือดัง ณัฐเดินไปหยิบโทรศัพท์ดูชื่อคนโทรเข้าแล้วก็ถอนใจ ณัฐกดรับสาย
“ครับแม่...” ณัฐฟัง “อะไรนะครับ...ก็ผมเพิ่งให้แม่ไป”
ณัฐหน้าเครียด เขาทรุดตัวลงนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง
ณัฐฟัง “แต่เงินล้านนึงหมดภายในสองอาทิตย์..มันเร็วไปมั้ยครับ...” ณัฐฟังแล้วก็มีสีหน้าเจ็บปวด “เอาล่ะครับ แม่ไม่ต้องร้องไห้..แม่ก็รู้ว่ายังไงผมก็ต้องให้พ่อกับแม่อยู่แล้ว...ผมแค่...” ณัฐชะงักไป...เพราะอีกฝ่ายวางหูไปแล้ว
ณัฐก้มมองโทรศัพท์ในมือแล้วรำพึงเสียงเศร้า “พ่อกับแม่รู้มั้ยว่าผมต้องแลกมาด้วยอะไร”
ณัฐนั่งเศร้าอยู่คนเดียวในห้องกว้างที่ทั้งเดียวดายและอ้างว้างจนน่าสงสาร

พอลเดินออกมาจากซุปเปอร์มาเก็ต ในมือของเขาถือถุงใส่ของเบ็ดเตล็ดที่มีทั้งมีดโกนหนวด ครีมโกนหนวด ฯลฯ
เสียงมินตราเรียก “พีท”
พอลหันหลังกลับไปตามเสียงเรียก เขาเห็นมินตรายืนยิ้มหวานถือถุงช็อปปิ้งพะรุงพะรังเต็มสองมือ พอลงงๆ ว่าใครวะแต่ก็ยิ้มแหยๆตอบกลับไปเพราะอาจเป็นคนรู้จักของพีท
“ดีใจจังค่ะที่เจอพีท”
พอลยังฝืนยิ้มแหยๆ อยู่ “เอ่อ..ครับ”
“วันนี้พีทจะเข้าไปหาลูกจันที่เซเลบมั้ยคะ...ถ้าไป มินขอติดรถไปด้วยคนนะคะ..วันนี้มินไม่ได้เอารถมา..แถวนี้แท็กซี่ก็หาย๊ากยาก”
“เอ่อ...ผม...” พอลไม่ได้กะจะเข้าไปหาลูกจัน”
มินตราทำหน้าเศร้า “ถ้าพีทไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ...เดี๋ยวมินเดินไปเรียกรถเองก็ได้ค่ะ..ไปก่อนนะคะ”
พอลเห็นมินตราหันหลังกลับเดินหิ้วของพะรุงพะรังอย่างน่าสงสาร
พอลรู้สึกผิด
“เอ่อ..เดี๋ยวครับคุณ..เอ่อ..คุณมิน”
มินตราแอบยิ้มสมใจพลางคิดในใจว่าเสร็จโจร!!!
มินตราค่อยๆหันกลับมาช้าๆ หน้าเศร้าๆราวกับนางเอกผู้น่าสงสาร “คะ?”
“เอ่อ..เดี๋ยวไปด้วยกันก็ได้ครับ”
มินตรายิ้มกว้างด้วยความดีใจ
“ขอบคุณค่ะ”
พอลยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามารับของจากมินตราไปช่วยถืออย่างสุภาพบุรุษ
“รถจอดทางนี้ครับ”
พอลเดินนำไปทางที่จอดรถ มินตราชะลอตัวให้พอลเดินห่างไปก่อนแล้วค่อยๆเอื้อมมือไปล้วงกระเป๋า เธอล้วงกุญแจรถพร้อมรีโมทออกมา มินตรากดรีโมทไปทางรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ใกล้ๆ
ปิ๊บบ เสียงสัญญาณล็อครถดัง
มินตรายิ้มสมใจก่อนเดินตามพอลไป

ลูกจันกำลังยืนเซ็นเอกสารให้พนักงานอยู่ที่มุมหนึ่ง เสียงหัวเราะต่อกระซิกอย่างมีความสุขของมินตรากับพอลดังขึ้น ลูกจันนิ่วหน้าแล้วหันขวับไปดู เธอเห็นมินตราเดินมาคู่กับพอลอย่างมีความสุข โดยพอลถือของมาอย่างพะรุงพะรัง ลูกจันจี๊ดในใจขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลจนหน้าหงิก
มินตรารู้สึกตัวแล้วว่าลูกจันมองอยู่ก็แกล้งหยุดในบริเวณที่ลูกจันเห็นชัดๆ แต่พอลยังไม่เห็นลูกจัน มินตราเอามือไปจับแขนพอล “ขอบคุณนะคะพีท หนักแย่เลย..เดี๋ยวมินเอาไปเก็บเองค่ะ”
พอลส่งของให้ “ครับ”
“เอาไว้วันหลังมินเลี้ยงกาแฟขอบคุณนะคะ”
พอลยิ้มหล่อ “ไม่เป็นไรครับ”
มินตรายิ้มหวานหยดย้อยให้พอลแล้วเดินมาทางลูกจัน
มินตราหยุดทักลูกจันด้วยเสียงหวานใสแต่ตาแอบเย้ย “หวัดดีจ้ะลูกจัน”
มินตราเดินจากไป พอลเดินเข้ามาแล้วก็เพิ่งเห็นลูกจัน
พอลยิ้มให้ลูกจันใสๆ แบบไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย “ลูกจั....”
ลูกจันสะบัดหน้าเดินเข้าห้องไป พอลยืนงงว่าลูกจันงอนอะไรเนี่ย?

ลูกจันที่หน้าบึ้งเปิดประตูเข้าห้องมา พอลเดินตามแล้วมองสังเกตอาการลูกจัน ลูกจันทำเป็นไม่สนใจ เธอนั่งที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน พอลเดินไปนั่งตรงหน้าลูกจัน ลูกจันแอบมองพอลแล้วงอนหนักกว่าเดิม เธอหยิบเอกสารโน่นนี่ให้วุ่นวายโดยไม่ยอมมองหน้าพอล
พอลนั่งมองอาการของลูกจันนิ่ง ลูกจันชักอึดอัดกับสายตาพอลจึงทำเป็นจะหยิบปากกามาเซ็นเอกสาร พอลเอื้อมไปจับมือลูกจันไว้ ลูกจันพยายามสะบัดมือพอลออกแต่พอลไม่ปล่อยจนลูกจันหยุดไปเอง
พอลมองตาลูกจันนิ่งแล้วพูดเสียงดุเล็กๆ เหมือนเวลาพูดกับเด็ก “เป็นอะไร?”
ลูกจันหน้าคว่ำเพราะยังงอนอยู่ เธอไม่ยอมตอบแต่ตาค้อนขวับ
พอลแอบขำแต่ยังทำเสียงดุ “เป็นอะไร?”
ลูกจันไม่ยอมมองหน้าพอลเพราะยังจี๊ดไม่หาย
ลูกจันพูดเสียงสูงและสะบัด “เปล๊า”
พอลหัวเราะเบาๆ เพราะขำในความเกเรของลูกจัน
“เปล๊า..แต่ค้อนจนตาจะหลุดอยู่แล้วเนี่ยนะ” พอลบีบมือลูกจันเบาๆ ก่อนจะมองหน้าลูกจันแล้วถามด้วยเสียงอ่อนโยน “ถ้าไม่พูดแล้วจะเข้าใจกันมั้ย...ตกลงเป็นอะไรฮึ?”
ลูกจันนิ่งไปก่อนจะค่อยๆหันมามองพอลโดยยังทำหน้างอนอยู่
“แกสิเป็นอะไร..ทำไมต้องไประริกระรี้กับศัตรูฉันด้วย”
พอลงง “ระริกระรี้??...ศัตรู??...” พอลคิด “คุณมินเหรอ?”
ลูกจันหมั่นไส้หนักจึงเคลียร์ยาว “ใช่...แกก็รู้ว่ามินตราไม่ถูกกับฉัน..แล้วปกติแกก็ไม่ชอบคุยกับมินตรา...แต่ทำไมวันนี้แกถึงต้องทำตัวสนิทสนมกับเค้า”
พอลทำเสียงระอา “สนิทอะไร ก็แค่บังเอิญเจอกันก็เลยช่วยพาเค้ามาส่ง...ก็..” พอลอึกอักแล้วหลบตาลูกจันเพราะเขินนิดๆ “ก็..จะได้มาหาแกด้วยไง”
ลูกจันยังหน้ามืดอยู่จึงไม่ได้สังเกตอาการของพอล “เหรอ...แล้วต้องช่วยหอบข้าวหอบของมาให้ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“อ้าว...ก็มันเป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษ”
ลูกจันชักจะกระตุกขึ้นเรื่อยๆ จึงพูดพาลๆ “แกไม่ใช่สุภาพบุรุษ..แกเป็นเกย์”
พอลมองลูกจันนิ่งและเสียงดุกว่าเดิม “ลูกจัน..จะเพศไหนก็ควรมีน้ำใจกับคนอื่นทั้งนั้นแหละ”
ลูกจันน้อยใจขึ้นมากะทันหัน
“เดี๋ยวนี้แกเข้าข้างคนอื่นมากกว่าฉัน...แกไม่รักฉันแล้วใช่มั้ย?”
ลูกจันมองมาอย่างตัดพ้อน้ำตาคลอเต็มสองตา พอลอึ้งเพราะไม่คิดว่าลูกจันจะคิดมากขนาดนี้ ลูกจันถือโอกาสช่วงพอลอึ้งดึงมือออกจากมือพอลแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป พอล...เครียดมาก!

พอลกำลังเล็งกล้องเตรียมถ่าย ภาพผ่านวิวไฟเดอร์เป็นลูกจันซึ่งกำลังมองตรงมาด้วยสายตาตัดพ้อน้ำตาคลอเต็มสองตา พอลสะดุ้งดึงกล้องลงชะเง้อหาแต่ก็ไม่เห็นลูกจัน พอลรู้สึกไม่สบายใจ

พอลกำลังขับรถพอถึงทางม้าลาย พอลก็หยุดรถ เขาเห็นลูกจันกำลังเดินข้ามทางม้าลายโดยสวมชุดเดียวกับคุณป้าที่กำลังข้ามถนนแต่พอถึงกลางถนน ลูกจันก็หยุดแล้วหันมองมาทางพอลด้วยสายตาตัดพ้อน้ำตาคลอเต็มสองตา
พอลสะดุ้งเฮือกขยี้ตาตัวเองแล้วเพ่งดูอีกที เขาก็เห็นคุณป้าคนหนึ่งกำลังเดินข้ามทางม้าลายไปตามปกติ พอลนวดขมับตัวเองด้วยความรู้สึกว่าชักจะไม่ไหวแล้ว

ณ สนามซ้อมมวย พอลกำลังไล่ถลุงคู่ชกอย่างชุลมุน พอลเงื้อหมัดขึ้นเตรียมต่อยคู่ชก ทันใดนั้นเขาก็เห็นคู่ชกเป็นลูกจันที่อยู่ในชุดนักมวย ลูกจันกำลังมองตรงมาที่พอลด้วยสายตาตัดพ้อ น้ำตาคลอเต็มสองตาอีกแล้ว พอลช็อคมากจนอ้าปากค้าง
“เฮ้ย”
หมัดคู่ชกลอยมาใส่พอล ดาวพร่างพราวขึ้นมาในความรู้สึกพอล ท่ามกลางแสงดาวระยิบนั้น ลูกจันในชุดเหมือนเทพธิดากำลังมองตรงมาที่พอลด้วยสายตาตัดพ้อ น้ำตาคลอเต็มสองตาแล้วภาพก็ดับมืดไป

พอลนั่งดูสารคดีชีวิตสัตว์อย่างไม่ค่อยมีสมาธิ เขาเหลือบตามองไปทางประตูบ่อยๆ เสียงรถลูกจันวิ่งเข้ามาจอด พอลลุกพรวดขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น เขารีบวิ่งไปที่ตู้เย็นแล้วเอาน้ำส้มที่คั้นเตรียมไว้ออกมา พอลเดินถือแก้วน้ำส้มยืนรอลูกจันอยู่ที่โซฟา ลูกจันเดินหน้านิ่งเข้ามาในบ้าน
พอลยื่นน้ำส้มให้ “น้ำส้......”
ลูกจันไม่สนใจ เธอเดินเชิดหน้าขึ้นบันไดไป พอล...จ๋อยมาก!!

พอลเดินงุ่นง่านอยู่ในห้องนอนด้วยสีหน้าไม่สบายใจ พอลเหลือบมองไปทางประตูบ่อยๆ พอลยังคิดไม่ตกว่าจะง้อลูกจันยังไง เขากลับมานั่งหน้าเครียดบนเตียงต่อ
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเหมือนคนล้ม พร้อมเสียงลูกจันร้อง “โอ๊ยย”
พอลตกใจ “ลูกจัน”
พอลลุกพรวดไปเปิดประตู เขาเห็นลูกจันนอนกดท้องตัวงอหน้าซีดเผือดอยู่หน้าห้องของพีท พอลตกใจมาก

ลูกจันนอนหน้าซีดด้วยความปวดท้องอยู่บนเตียง พอลเดินเข้ามาในห้องพร้อมถุงน้ำร้อน เขาค่อยๆเอาถุงน้ำร้อนวางบนหน้าท้องของลูกจันอย่างอ่อนโยน ลูกจันยังหลับตาแล้วกัดฟันข่มความเจ็บปวด พอลมองลูกจันด้วยความสงสาร
พอลค่อยๆดันตัวลูกจันขึ้น ลูกจันลืมตามองพอลงงๆ
ลูกจันถามเสียงปวดๆ “ทำอะไรน่ะ”
พอลไม่ตอบแต่ดันตัวลูกจันให้นั่ง แล้วเอาตัวเองสอดเข้าไปด้านหลังลูกจัน พอลค่อยๆ ใช้นิ้วนวดกดให้ลูกจันตั้งแต่บั้นเอวขึ้นไปจนถึงต้นคอ เวลาผ่านไปพอลยังคงตั้งใจนวดลูกจันต่อไป

พอลยังคงนวดลูกจันอย่างนุ่มนวลด้วยแววตาอ่อนโยน ลูกจันค่อยๆมีสีหน้าดีขึ้น
ลูกจันหลับตาพูด “พีท”
“หืม”
“ในฐานะที่แกช่วยให้ฉันหายปวด...ฉันยกโทษเรื่องวันนี้ให้แกครั้งนึงก็ได้”
พอลยิ้มตาเป็นประกาย
ลูกจันลืมตาเอียงคอมองหน้าพอล “แต่แกต้องสัญญาว่าแกจะไม่เห็นผู้หญิงคนไหนดีกว่าฉัน”
พอลยิ้มๆ แล้วพยักหน้าเบาๆ “อือ”
“แล้วแกก็ต้องรักฉันที่สุดด้วย”
พอลเขินๆ แต่ก็พยักหน้า “อืม”
ลูกจันยิ้มสบายใจที่ยังคงได้เป็นที่หนึ่งของพีท
ลูกจันพูดเสียงแปร๋นขึ้นมากะทันหัน “เดี๋ยวก่อน”
พอลชะงัก
ลูกจันพูดต่อ “แต่ทำไมแกเพิ่งจะมานวดให้ฉันตอนนี้..เดือนก่อนๆทำไมไม่นวด..ปล่อยให้ฉันปวดแทบตายมาทุกเดือน”
พอลอึกอัก “ก็..ก็..เพิ่งเรียนมา”
“เรียน??...เรียนจากไหน?”
“ชาวเขา” พอลบอก
“ชาวเขาเนี่ยนะ???..แกเจอชาวเขาเมื่อไหร่? ตอนถ่ายละครเหรอ?”
พอลพยักหน้าไปส่งๆ เพราะชักเบื่อว่าลูกจันจะสงสัยอะไรนักหนา
“อือ...” พอลเปลี่ยนเรื่อง “แต่นวดมันก็ได้แค่ช่วยคลายปวด ทำไมไม่ไปหาหมอรักษาล่ะ”

ลูกจันหงุดหงิด “เอาอีกแล้ว..แกก็พูดเหมือนเดิมทุกเดือน..ก็บอกแล้วไงว่าช็อคโกแล็ตซีสต์มันต้องผ่าตัด..ฉันไม่อยากผ่า”
“ทำไมล่ะ”
“ก็มันเจ็บนี่อีเจ้...ฉันกลัวนะยะ”
“ตอนผ่าเค้าวางยาสลบไม่รู้สึกตัวหรอก”
“แต่ตอนฟื้นมันเจ็บ!..ไม่เอา”
พอลเหลือบมองหน้าเหลืองอมเขียวของลูกจันอย่างหมั่นไส้
“แล้วทีร้อยไหมล่ะ..เย็บสดขนาดนั้น ทำไมกล้าทำ” พอลถาม
ลูกจันส่ายหัวอย่างดูถูกวิสัยทัศน์ของพอล “อ๊าว..แกนี่..มันเทียบกันได้ม๊ายยย..ความจำเป็นมันผิดกันม๊ายยย...ผ่าช็อคโกแล็ตซีสต์อ่ะไม่ผ่าก็ไม่ตาย แค่ปวดท้อง ฉันทนได้....แต่หน้าเนี่ยถ้าไม่เอาไหมมาร้อย มันก็ห้อยสิยะ...อันนี้ฉันทนไม่ได้!”
พอลส่ายหัวอย่างเบื่อหน่ายวิสัยทัศน์ของลูกจัน
ลูกจันพูดต่อ “อีกอย่าง หมอเค้าก็บอกแล้วไงว่าผ่าไปมันก็ไม่หายขาด..ถ้าอยากหายขาดต้องมีลูก..แล้วแกจะให้ฉันมีลูกกับพวกผู้ชายเลวๆเนี่ยนะ”
พูดแล้วลูกจันก็ของขึ้นเพราะหงุดหงิดขึ้นมาทันทีที่พูดถึงผู้ชาย แววตาของพอลสลดลงเมื่อตระหนักว่าลูกจันเกลียดผู้ชายมาก
ลูกจันแกล้งล้อพอล “เอ๊ะ...รึว่าฉันจะมีลูกกับแกดี”
พอลสะดุ้งเพราะเผลอคิดจริงขึ้นมาทันที
“หา...เอ่อ..มันจะกะทันหันไปมั้ย...แล้วจะทำตอนไหน..มันจะดีเหรอ..คือเอ่อ...”
“ดีสิ...เด็กหลอดแก้วน่ะเค้าว่าคัดเชื้อเอาตัวดีๆมาผสมได้เลย..เด็กจะเพอร์เฟคมากนะแก”
พอลจ๋อยที่อุตส่าห์จินตนาการ
พอลพูดด้วยเสียงผิดหวัง “อ้าว...ผสมในหลอดแก้วเหรอ?”
“อ๊าว...ก็ใช่สิยะ...รึแกอยากมีอะไรกับฉันจริงๆล่ะ?”
พอลสะดุ้งและพิรุธมาเพียบทั้งตะกุกตะกักทั้งเสียงสูง
“ม๊าย...ไม่อยากมี๊..ไม่เคยคิดเล๊ย...จริ๊ง”
“ย่ะ...ชั้นรู้ย่ะว่าแกไม่คิด...ฉันจำได้แกเคยบอกว่าผู้หญิงตัวลื่นๆนิ่มๆ เหมือนงู...แกชอบแบบกล้ามๆมากกว่า”
พอลแอบทำหน้าแหยว่าพีทชอบแบบนั้นเหรอวะ แต่ก็รีบรับสมอ้าง
“เออ..ใช่ๆ...ชอบแบบกล้ามๆ” พอลรีบตัดปัญหาก่อนจะมีพิรุธกว่านี้ “หายปวดแล้วใช่มั้ย...งั้นก็กลับไปนอนพักได้แล้ว..เดี๋ยวพรุ่งนี้หน้าห้อยไม่รู้นะ”
ลูกจันพูดกับตัวเอง “อือ..นอนก็ดีเหมือนกัน พรุ่งนี้มีประชุมเช้า”
พอลหยุดนวด “งั้นก็ไปดิ”
ลูกจันหันมามองพอลพร้อมทำหน้างงๆ
“ไปไหน” ลูกจันถาม
พอลงงกว่า “ก็กลับห้องไง”
“ใครบอกว่าฉันจะนอนที่ห้อง..คืนนี้ฉันจะนอนกับแกที่นี่!” ลูกจันยิ้มหวานใส่พอล
พอลถึงกะช็อคกันเลยทีเดียว “ห๊า?”

ลูกจันมองพอลพร้อมยิ้มหวานใส่ พอลมองตอบด้วยตาล่อกแล่กท่าทางเครียดมาก พอลและลูกจันนอนหันหน้าเข้าหากันในระยะแค่คืบเท่านั้น! พอลขยับตัวอย่างอึดอัด
“เอ่อ...ฉันว่า..ฉันไปปูที่นอนข้างเตียงนอนดีมั้ย..แกจะได้นอนสบายๆ”
“ไม่!!!...นอนด้วยกันบนนี้แหละเผื่อฉันเป็นอะไรไปแกจะได้ช่วยทัน”
ลูกจันค่อยๆหลับตาลง พอลเห็นลูกจันดูน่ารักมากในตอนหลับตา พอลพยายามเบือนหน้าไปพ่นลมหายใจยาวเพื่อผ่อนคลายความเกร็งจากการต้องมานอนใกล้ชิดสาวสวยขนาดนี้ พอลชักทนไม่ไหวจึงตัดสินใจจะพลิกตัวหันหน้าไปอีกทางจะได้ไม่ต้องทนมองความน่ารักลูกจัน แต่ลูกจันจับแขนพอลไว้ไม่ให้พลิกตัว
“ห้ามแกหันไปทางอื่น....ฉันป่วย..ฉันต้องการความใส่ใจนะยะ...แกต้องนอนดูฉันทั้งคืนด้วย!”
พอลกลืนน้ำลายเอื๊อกว่าจะไหวมั้ยเนี่ย

พอลเห็นลูกจันที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ในชุดนอนวาบหวิวชวนให้วาบหวามและหวั่นไหว เขาพยายามห้ามใจตัวเองด้วยการหลับตาปี๋จะได้ไม่ต้องมองลูกจัน ลูกจันค่อยๆไต่มือขึ้นมาจากปลายคางของพอล พอลที่ยังนอนหลับตาปี๋เกร็งขึ้นมาทันทีว่าจะถูกล่วงละเมิดทางเพศเหรอเนี่ย!! มืออีกข้างของลูกจันกดไปที่ไหล่ของพอล พอลเกร็งสุดๆ เพราะคิดว่าโดนแน่
เสียงลูกจันร้องลั่น “กรี๊ด”
พอลสะดุ้งลืมตาแล้วผลุนผลันลุกขึ้นนั่ง
“อะไร?”
ลูกจันจ้องไปที่บริเวณข้างแก้มของพอล “หน้าแกไปโดนอะไรมา”
แก้มพอลมีรอยช้ำที่โดนนักมวยน็อคเขียวจางๆ
พอลอึกอัก “ก็...อุบัติเหตุนิดหน่อย”
“ระวังหน่อยสิพีท..หน้านี่มันเครื่องมือหากินของแกนะ”
ลูกจันเดินลงจากเตียงไปหยิบยาทาแก้ฟกช้ำออกมาแล้วค่อยๆทายาให้พอล
“ว่าแต่ไปทำอีท่าไหนถึงได้เกิดอุบัติเหตุจนหน้าเขียวล่ะยะ” ลูกจันล้อ “มัวใจลอยคิดถึงแฟนล่ะซี้”
พอลสะดุ้งเมื่อคิดถึงสาเหตุที่ถูกน็อคแล้วก็เขิน เขาหลบตาลูกจันวาบ
“เปล่านะ...ไม่ใช่ซักหน่อย”
ลูกจันหัวเราะ “จ้ะๆ..เชื่อจ้ะ ว่าไม่ได้คิดถึงแฟนจ้ะ...หน้าตาดูไม่มีพิรุธเลยจ้ะ“ ลูกจันปิดหลอดยา “เสร็จแล้ว...เดี๋ยวฉันไปล้างมือก่อนนะ”
พอลหลบตาแล้วก็พยักหน้า “อือ”
ลูกจันลุกไปล้างมือในห้องน้ำ พอลค่อยๆเอามือแตะเบาๆตรงที่ลูกจันทายาให้อย่างรู้สึกดีแปลกๆ จนแอบยิ้มอยู่คนเดียว

บรรยากาศภายในห้องมืดสลัว แสงนวลของดวงจันทร์สาดส่องเข้ามาบางๆ ให้ความรู้สึกสงบนิ่ง
เสียงคนกรนดังมาก “คร่อก....ฟรี๊”
ข้าวของในห้องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นตามเสียงกรน
พอลนอนหลับสนิทอ้าปากน้อยๆ ทันใดนั้นพอลก็ลืมตาตื่นขึ้นกะทันหันแต่เสียงกรนยังคงอยู่ ลูกจันที่กำลังนอนอยู่ข้างๆในท่าคว่ำหน้าคร่อมหมอนข้างชนิดเต็มเหนี่ยวทั้งท่าเต็มเหนี่ยวทั้งเสียงกรน พอลส่ายหัวเบาๆ แล้วยิ้มขำลูกจัน
พอลค่อยๆอุ้มตัวลูกจันขึ้นมาให้นอนในท่านอนหงายปกติทำให้เสียงกรนเงียบลง ลูกจันนอนสงบเสงี่ยมน่ารักมีผมตกลงมาปรกหน้าเล็กน้อย พอลค่อยๆเอื้อมไปปัดผมที่ปรกหน้าลูกจันออกอย่างอ่อนโยน พอลอมยิ้มให้ความไร้เดียงสาในยามหลับของลูกจันแล้วก็ค่อยๆเอนตัวลงนอนบนหมอนพริ้มตาหลับพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ
ทันใดนั้นเสียงกรนสนั่นขึ้นอีกครั้ง “คร่อก”
พอลสะดุ้งสุดตัวก่อนจะรีบหันขวับไปดูทางลูกจัน ลูกจันกลับมาอยู่ในท่าคว่ำคร่อมหมอนข้างเหมือนเดิม พอลอ้าปากค้างมองลูกจันแล้วคิดว่าตกลงจะกลับมาท่าประจำทั้งคืนใช่มั้ยเนี่ย

เช้าวันใหม่ พอลกำลังค่อยๆทำกาแฟdrip
เสียงลูกจันทัก “มอร์นิ่งจ้ะเพื่อนรัก”
พอลหันกลับไปตามเสียงลูกจัน ลูกจันในชุดเตรียมไปทำงานมองพอลแล้วตกตะลึง
“อุ๊ย...ตายแล้วว....พีท...เมื่อคืนแกไม่ยอมหลับยอมนอนรึไงยะ..ทำไมใต้ตาดำขนาดนี้”
พอลที่ตอนนี้ใต้ตาดำเว่อร์กัดฟันรำพึงกับตัวเอง “จะนอนได้มั้ย?”
พอลหยิบเอาแก้วกาแฟเดินมานั่งที่โซฟา ลูกจันเดินตามมานั่งแต่งหน้าเพิ่มอยู่ใกล้ๆ
“เฮ้อ...แต่จะว่าไปมื่อคืนฉันก็หลับไม่ค่อยสนิทนะ”
พอลกำลังจะยกกาแฟดื่มชะงักมือทันที
พอลทนไม่ไหวจึงขอพูดหน่อยเหอะ “หรา...หลับไม่สนิทเลยหรา?”
ลูกจันยังไม่รู้ตัวว่าถูกประชด “อืม...สงสัยคงเครียดอ่ะว่าปกหน้าจะเอาคอนเซ็ปต์อะไรดี...เล่มนี้ดันยอดขายสูงซะด้วย..เล่มหน้าต้องคิดให้ยอดสูงกว่านี้อีก”
พอลถือกาแฟค้างไว้ในมือโดยยังไม่ได้ดื่ม “เล่มก่อนยอดขายสูง เลยต้องทำให้เล่มนี้ยอดสูงขึ้นกว่าเล่มก่อน...แต่พอเล่มนี้ยอดสูงขึ้น ก็ต้องมานั่งเครียดคิดทำให้เล่มหน้าสูงกว่าเล่มนี้อีก...ตกลงยอดขายสูงเนี่ย...มันทำให้มีความสุขจริงๆเหรอ”
ลูกจันชะงักไปแล้วนิ่งคิดแต่แล้วก็กลับมาเป็นตัวเองเหมือนเดิม
“มีความสุขสิ เพราะฉันได้เป็นที่1” ลูกจันยิ้มเหยียดๆ “โดยเฉพาะได้ชนะไลม์!”
พอลส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับวิธีคิดของลูกจัน เขากำลังจะยกถ้วยกาแฟถึงปาก ทันใดนั้นมือลูกจันก็ปาดถ้วยกาแฟไปจากมือพอลแล้วยกดื่มอั่กๆ ด้วยสีหน้าฟินมาก
“อืม...หอมชื่นนนนใจ” ลูกจันพูดกับพอล “แก้วนี้ขอฉันนะ..แกไปชงแก้วใหม่ละกัน”
พอลอึ้งที่ถูกปล้นกาแฟกะทันหัน ลูกจันดื่มจนหมดแก้วแล้วตั้งท่าจะวิ่งไปทางประตู
“ไปก่อนนะ ฉันมีประชุม”
พอลกำลังจะหันหลังกลับไปชงกาแฟแก้วใหม่
เสียงลูกจันพูดขึ้น “เดี๋ยวพีท”
พอลหันกลับมา ลูกจันเดินไปกอดพอลแน่นแล้วผละออกมา
ลูกจันมองพอลด้วยสายตาจริงใจ “ขอบใจนะที่ดูแลฉันเมื่อคืน...ฉันรักแกนะพีท!”
ลูกจันหอมแก้มพอลเบาๆ พอลนิ่งอึ้ง ลูกจันส่งยิ้มให้พอลก่อนเดินออกไป พอลค่อยๆเอามือไปลูบบริเวณที่โดนหอม
พอลเศร้า “ผมไม่ใช่พีท”

ลูกจันตกใจ
“ลูกค้ารีเควสต์ให้พีทขึ้นปกอีกรอบ?”
“ครับ..ครั้งนี้ขอไท-อินสินค้าด้วย..ลูกค้ายินดีจ่ายเพิ่มครับ” สุธีว่า
“โห..ขึ้นปกเบิ้ลแบบนี้...แสดงว่าฮ็อตมากนะคะเนี่ย” อุ่นเรือนบอก
ลูกจันยิ้มปลื้มใจแทนเพื่อนรัก
“สินค้าเป็นอะไรคะ” ต๋อยถาม
“น้ำหอมผู้ชายครับ...สินค้าเน้นความดึงดูดใจทางเพศ...เลยรีเควสต์ให้มีนางแบบถ่ายคู่พีทด้วย”
ลูกจันพูดกับปีโป้ “ขอรายชื่อนางแบบที่กำลังมาแรงให้ฉันดูด่วน”
ปีโป้ค้อน “ค่ะ..เจ้านาย”
“แล้วคราวนี้จะใช้คอนเส็ปต์อะไรดีคะ..จะได้เตรียมหาชุดเลย”
ลูกจันเงียบไปแล้วทำหน้าครุ่นคิด
ปีโป้พูดลอยๆ “สงสัยจะตันแล้วม๊างง...ใครมันจะไอเดียลื่นไหลได้ทุกปก”
ทุกคนหันมองปีโป้อย่างไม่พอใจ อาร์ตผลุนผลันเข้าประตูมาในชุดนักบิดเต็มยศ
“ขอโทษที่มาสายครับ..พอดีมอเตอร์ไซค์สตาร์ทไม่ติด”
เสียงดีดนิ้วดัง “เป๊าะ!!”
ทุกคนหันไปตามเสียงดีดนิ้วก็เห็นลูกจันกำลังยิ้มอย่างมั่นใจ
“มอเตอร์ไซค์!”

พอลคุยโทรศัพท์ผ่านสมอลล์ทอร์ค
“มอเตอร์ไซค์?” พอลทวนคำ
“ใช่...” ลูกจันอ้อน “นะๆๆๆนะพีทนะ...มาถ่ายให้หน่อยน้า”
พอลเซ็ง “แต่ช่วงนี้ฉันยังไม่อยากถ่ายแบบอ่ะ”
“แกเป็นนายแบบ...แต่ไม่อยากถ่ายแบบเนี่ยนะ?...พอเลยพีทไม่ต้องเรื่องมากเลย..เชื่อฉันสิว่าการถ่ายแบบกับผู้หญิงและมอเตอร์ไซค์จะทำให้ภาพลักษณ์แกดูแมนขึ้นอีกเยอะ...แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าภาพลักษณ์ของแกก็คือ..ฉัน..ที่เป็นเพื่อนรักของแก..ฉันต้องการความช่วยเหลือและแกก็ต้องช่วย..เคป่ะ...จบนะ..แล้วเจอกัน..บาย”
พอลพูดไม่ทันเพราะลูกจันวางสายก่อน “ลูกจัน...ฉันไม่...”
มีมือมาสะกิดไหล่พอล “พี่ๆ..ถึงยัง”
พอลกำลังขับมอเตอร์ไซค์อย่างซิ่งจนวินมอเตอร์ไซต์หน้าซีดผมกระเซิง
“ถึงแล้วพี่” พอลบอก
พอลจอดมอเตอร์ไซค์รับจ้างข้างทางแล้วยื่นเงินให้วินมอเตอร์ไซต์
วินมอเตอร์ไซต์ค้อน “ซิ่งขนาดนี้..ไม่ลงสนามแข่งไปเลยล่ะพี่”
พอลหัวเราะแหะๆอย่างรู้สึกผิด

ลูกจันกระหยิ่มกับการหักคอบังคับให้พอลมาถ่ายแบบได้ “หึ หึ”
อุ่นเรือนเดินเข้ามาถาม
“พี่พีทยอมถ่ายมั้ยคะ”
ลูกจันหันขวับมาทางอุ่นเรือนพร้อมจิกตาแล้วยิ้มมั่นใจ
“ดูหน้าพี่สิจ๊ะ...หน้าแบบนี้ ดูเหมือนคนทำอะไรแล้วไม่สำเร็จเหรอจ๊ะ”
อุ่นเรือนดีใจ “เย้...งั้นเดี๋ยวอุ่นจะรีบไปแจ้งให้ทีมงานเตรียมตัวเลยนะคะ”
ลูกจันหุบยิ้มกะทันหัน
“แอนนี่!!!...เธอคงเป็นความไม่สำเร็จอย่างเดียวในชีวิตฉัน” ลูกจันจ้องอุ่นเรือน “มันยากมากใช่มั้ย ที่จะสร้างความเชื่อว่าตัวเองคือแอนนี่...ห๊า?”
ลูกจันเดินเหวี่ยงออกไปด้วยความหงุดหงิดอุ่นเรือน อุ่นเรือนมองตามจ๋อยๆ
อุ่นเรือนรำพึงกับตัวเอง “ยากค่ะ!”

มินตราที่อยู่ที่ร้านกาแฟทำหน้าเจ้าเล่ห์
“มันจะยากอะไร๊...อยากรู้เรื่องใคร เราก็ต้องไปให้ถึงถิ่นสิ”
“ถิ่น?..แปลว่าเราจะตามไปสืบประวัติลูกจันถึงบ้านเกิดต่างจังหวัดกันเลยเหรอ” ปีโป้ถาม
“แน่นอน...ใครจะรู้..บก.สาวสวยเก่งอย่างลูกจัน..จริงๆอาจเป็นแค่เด็กยากจนในชนบทห่างไกลก็ด๊าย”
“ว๊าย...น่าอายจังนะเธอ...ฮ่าๆๆ”
ทั้งสองประสานเสียงหัวเราะนางร้ายใส่กัน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทั้งสองก้มหาโทรศัพท์ตัวเองกันจ้าละหวั่น
มินตรามีสีหน้าไม่ค่อยดี “ของฉันเอง...ปีโป้เธอกลับไปทำงานก่อนแล้วกัน เดี๋ยววันหลังค่อยนัดกันอีกทีว่าจะไปสืบเรื่องลูกจันเมื่อไหร่”
“โอเค...แหม..รอรู้รายละเอียดความเป็นเด็กยากจนในชนบทของลูกจันไม่ไหวแล้วเนี่ย”
ปีโป้เดินจากไป มินตราเหลือบมองไปที่โต๊ะข้างๆอย่างหวาดระแวงแล้วกดรับโทรศัพท์
มินตราพูดเสียงหงุดหงิด “ว่าไงยาย..” มินตราฟัง “อีกแล้ว???...คราวก่อนก็บอกตั๊กแตนกินข้าวหมด..คราวนี้น้ำท่วมนาอีกแล้ว...โอ๊ยยยย...ประหยัดหน่อยสิ หนูอยู่กรุงเทพค่าใช้จ่ายมันเยอะนะ” มินตราฟัง “ห๊า...ไอ้มั่นจะเข้ามาเที่ยว..ไม่ต้องเลย ไม่ต้องให้มันมาเลย หนูไม่มีเวลามาดูแลมันหรอก” มินตราฟัง “ก็ได้ๆ..เดี๋ยวจะส่งเงินไปให้มันเอง...ว๊ายยยย...หยุดเลยย๊ายยย...หนูไม่ได้ชื่อมิ่ง...หนูเปลี่ยนเป็นมินตรานานแล้ว...อย่าเรียกชื่อเดิม ขอร้อง!!...แค่นี้ใช่มั้ยที่โทรมา..เดี๋ยวจะรีบโอนเงินไปให้แล้วกัน..” มินตราฟัง “เอาเหอะ..ว่างเมื่อไหร่หนูก็กลับเองแหละ แต่ตอนนี้ยังไม่ว่าง...แค่นี้นะ”
มินตราวางหูโทรศัพท์ด้วยสีหน้าหงุดหงิด

อ่านต่อหน้าที่ 2


รักนี้เจ้จัดให้ ตอนที่ 8 (ต่อ)

ลูกจันกับพีทกำลังเล่นน้ำในสระที่บ้านอย่างสนุกสนาน ลูกจันอยู่ในชุดเล่นน้ำที่ดูเซ็กซี่น่ารักแต่ไม่โป๊ ส่วนพีทใส่กางเกงว่ายน้ำทรงขาสั้นไม่ใส่เสื้อ ลูกจันกับพีทว่ายน้ำแย่งลูกบอลกันน่าเอ็นดู ทั้งสองใกล้ชิดกันมาก ตัวสีกันบ้าง ล้มทับกันบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ดูไม่มีอาการอะไรเพราะเป็นเพื่อนสาวที่บริสุทธิ์ใจต่อกันอย่างที่สุด

พีทที่กำลังนั่งดูภาพนี้ในทีวียิ้มเหงาๆ ป้าภาเดินเอานมอุ่นมาให้พีท
“อ้าว...พีทเอาแผ่นนี้มาด้วยเหรอลูก”
“ครับ...พีทรู้ว่าพีทต้องคิดถึงลูกจันแน่..เลยหยิบมาดูแก้คิดถึงครับ”
ป้าภานั่งดูภาพความผูกพันของพีทและลูกจันในทีวีจนเห็นช่วงที่พีทพลาดไปชนขอบสระแล้วลูกจันรีบกุลีกุจอคลึงหัวให้ ป้าภายิ้มอย่างเอ็นดู
“ลูกจันเค้ารักพีทมากนะลูก”
พีทเศร้า
“ครับ..ทั้งที่ความจริงพีทก็ไม่ใช่เพื่อนที่ดีเท่าไหร่เลย”
พีทน้ำตาคลอเพราะรู้สึกผิดที่ปิดบังความจริงกับเพื่อนรักอย่างลูกจัน

ลูกจันมองกล้องแล้วพูดเหมือนเป็นพิธีกรรายการทีวี
“คูณผู้ชมคะ ..หลังจากที่เค้าพ่ายแพ้ไปเมื่อแมชท์ที่แล้ว..เค้าก็ซมซานกลับมาขอแก้มืออีกครั้ง..เฮ้อ...เจ้ล่ะเครียด...พบกับคุณพีทเลยค่า”
ลูกจันเหวี่ยงตัวเองออกไปจากกล้องแล้วหันมามองพอลที่ยืนหน้าเอ๋ออยู่ใกล้ๆ
“อ๊าว...ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะยะ..รีบทักทายคุณผู้ชมเสะ”
ลูกจันผลักพอลให้เสนอหน้าเข้าไปในกล้อง พอลยิ้มแหยๆ เพราะไปไม่เป็น
“สวัสดีคุณผู้ชมสิ”
พอลเกร็งๆ แล้วก็ยกมือไหว้เด๋อๆ “เอ่อ..สะ..สวัสดีครับคุณผู้ชม”
ลูกจันเบียดหน้าเข้าร่วมเฟรมกับพอลเพื่อคุยกับกล้องต่อ
“คูณณผู้ชมคะ...พักหายใจกันซักครู่แล้วกับมาพบกับศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างชะนีน้อยกับเก้งหนุ่ม..ซักครู่เดียวค่ะ!”
ลูกจันว่ายน้ำไปปิดกล้องแล้วว่ายกลับมาหาพอล
ลูกจันพูดด้วยท่าทางมั่นใจมาก “เอาล่ะพีท..หลังจากที่เดือนก่อนโน้นฉันชนะจนได้กระเป๋ามาใบนึง เดือนต่อมาได้นาฬิกา...ส่วนเดือนที่แล้วก็เพิ่งได้รองเท้าคู่ใหม่...เดือนนี้ฉันขอเป็นแว่นกันแดดรุ่นใหม่ก็แล้วกัน”
พอลเหล่มองลูกจันแล้วก็ชักจะหมั่นไส้
“แล้วถ้าฉันชนะล่ะ??”
“โฮะๆๆๆๆ..อยากได้ไรเอ่ยมาเลยจ้ะเพื่อน” ลูกจันมองเย้ย “แต่จะได้เหรอ?”
พอลยิ้มเจ้าเล่ห์พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวก็รู้

ลูกบอลถูกชู๊ตลงห่วงในน้ำ พอลหันไปยักคิ้วให้ลูกจัน ลูกจันแค้นมาก เธอรีบว่ายน้ำไปแย่งบอลจากพอล พอลแกล้งโยกบอลหนี ลูกจันยิ่งพยายามคว้าจนล้มเข้าหาพอลทำให้ทั้งคู่ใกล้ชนิดปากเกือบชิดกัน พอลหวิวและรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน ช่วงที่โลกพอลหยุดหมุน ลูกจันก็ได้โอกาสคว้าบอลชู๊ตลงห่วงไป
“เย้....” ลูกจันหันมาทางพอล “เสมอ!” ลูกจันยักคิ้วเยาะเย้ย
พอลกลับมามีสติอีกครั้งจึงรีบเข้าไปแย่งบอลกับลูกจันและใช้ความคล่องตัวครองบอลไว้ได้ ลูกจันหวังจะชิงบอลคืนมาจึงพุ่งตัวอย่างแรงไปหาพอลแต่พลาดหัวโขกขอบสระ
ลูกจันร้อง “โอ๊ย”
พอลตกใจรีบทิ้งบอลแล้วเข้าไปดูอาการลูกจัน
พอลเอามือแหวกผมลูกจันแล้วถาม “เจ็บตรงไหน”
ลูกจันชี้ “ตรงนี้”
พอลเป่าไออุ่นใส่สันมือตัวเองแล้วคลึงไปที่หัวที่เริ่มปูดของลูกจัน ลูกจันเห็นพฤติกรรมของพอลที่ช่างอ่อนโยนก็ชักเขินๆแปลกๆ ลูกจันตัดสินใจหยุดความรู้สึกแปลกๆโดยการแอบเขี่ยลูกบอลเข้ามาแล้วว่ายน้ำลอดตัวพอลไปชู๊ตอย่างรวดเร็ว
ลูกจันหันมาโชว์เหนือ “พรุ่งนี้ไปรอซื้อแว่นให้ฉันตั้งแต่ก่อนห้างเปิดเลยนะยะ”
พอลส่ายหัวให้ความแสบของลูกจันแล้วรีบว่ายน้ำไปชิงบอลต่อ
เวลาผ่านไป ก็เต็มไปด้วยความน่ารักในยามที่ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน เป็นความใกล้ชิดที่ทำให้รู้สึกดีแต่ไม่รุนแรงจนเลือดกำเดาไหลเหมือนเดิม

ลูกจันกำลังเซ็นใบเสร็จบัตรเครดิต เธอปรายตามองค้อนไปข้างๆตัว พอลที่อยู่ข้างๆ กำลังเพลิดเพลินกับเลนส์ฟิซอายส์ที่เพิ่งได้มาเพราะชนะเกมส์ชิงบอล
พอลหันมายิ้มหวานกวนลูกจัน “ขอบใจนะ”
ลูกจันหน้าคว่ำใส่ พอลรีบยกกล้องที่เปลี่ยนเป็นเลนส์ฟิซอายส์แล้วขึ้นมาถ่ายลูกจัน “แชะ”
ภาพลูกจันที่ถูกถ่ายผ่านเลนส์ฟิซอายส์ดูตลกมาก พอลหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆๆ”
ลูกจันค้อนจนตากลับเพราะเสียเงินไม่ว่า แต่เสียหน้ารับไม่ได้

ณัฐกำลังคุยโทรศัพท์
“อะไรนะ....ลูกค้าถอนโฆษณา?..ถอนได้ไง ก็คุยกันล่วงหน้าตั้งหลายเดือนแล้ว” ณัฐฟัง “เซเลบ?” ณัฐทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ “งั้นบอกเค้าไปว่าเราลดราคาให้ต่ำกว่าเซเลบ30เปอร์เซ็นต์...ยังจะถอนมั้ย!”
ณัฐวางสายโทรศัพท์แล้วยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ
“หึ..ให้มันรู้ไปสิลูกจันว่าคุณจะชนะผมได้ทุกครั้ง”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ณัฐรับสาย
“ห๊า...ลดขนาดนี้มันยังจะเลือกเซเลบอีกเหรอ?” ณัฐเหวี่ยงโทรศัพท์ทิ้งลงพื้น “บ้าเอ๊ย!”
ณัฐเจ็บใจมาก

จุ้มจิ้มลงจากมอเตอร์ไซค์รับจ้างแล้วยื่นเงินให้วินมอเตอร์ไซต์ จุ้มจิ้มหันหลังเดินเข้าบ้าน อาร์ตขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาแทนที่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง อาร์ตมองประตูบ้านจุ้มจิ้มแล้วยิ้มมีความสุข แล้วอาร์ตก็ขี่รถออกไป

ในห้องประชุมเซเลป แต่ละฝ่ายพรีเซ็นต์งานที่ฝ่ายตัวเองต้องรับผิดชอบ ฝ่ายการตลาดหยิบน้ำหอมลูกค้าขึ้นมาส่งให้ลูกจัน ลูกจันรับมาดมด้วยสีหน้าพึงพอใจแล้วก็ส่งต่อน้ำหอมให้ทุกคนได้ดมเพื่อจะได้คิดรายละเอียดการถ่ายทำให้เข้ากับคาแรกเตอร์น้ำหอม
โลเคชั่นซึ่งเป็นภาพสถานที่เป็นถนนสวยๆและสนามแข่งรถมาเสนอในที่ประชุม ส่วนพร๊อพคือภาพบิ๊กไบค์เท่ๆหลายรุ่นให้ที่ประชุมได้พิจารณา ปีโป้มีภาพนางแบบหลายคนมาให้เลือก แซนดี้มีรูปเสื้อผ้าทั้งชุดแข่งมอเตอร์ไซค์และชุดไบค์เกอร์เท่ๆ รวมถึงชุดผู้หญิงด้วย
อุ่นเรือนจดยิกๆ จุ้มจิ้มกับก๊องพูดแสดงความคิดเห็นเรื่องมุมกล้อง ต๋อยแสดงความคิดเห็น ลูกจันแสดงสีหน้าต่างๆ ทั้งชอบ ไม่ชอบ ซื้อ ยี้ เครียด แฮปปี้ แล้วแต่ว่าสิ่งที่พรีเซ็นต์มาจะโดนใจแค่ไหน
เวลาผ่านไปการประชุมเต็มไปด้วยความจริงจัง ลูกจันสรุปสิ่งที่เลือกอย่างฉะฉานมั่นใจ ทุกคนมีสีหน้ามีความสุขเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวลูกจันยกเว้นปีโป้ที่ยังคงรักษาคอนเส็ปต์นางร้ายด้วยการลอบค้อนลูกจันอย่างหมั่นไส้อยู่เป็นระยะๆ

พอลเดินก้มหน้าก้มตาเช็ครูปในกล้องพร้อมฮัมเพลงเดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี พอลก้มหน้าทำจมูกฟุดฟิดเพราะได้กลิ่นหอม เขาเงยหน้าหันไปตามกลิ่นก็เห็นอาหารวางเต็มโต๊ะส่วนใหญ่เป็นเนื้อสัตว์ที่อลังการน่าทานมาก
พอลเดินไปที่โต๊ะอาหาร หมูทอดที่วางอยู่ดูยั่วยวน พอลยื่นมือจะหยิบหมูทอด ลูกจันยื่นมือเข้ามาตีเพี๊ยะ
“สกปรก...ไปล้างมือก่อนเลย”
“อารมณ์ไหนเนี่ย...ทำกับข้าวซะเพียบเชียะ” พอลถาม
“แม่ค้าทำย่ะ..ฉันแค่หิ้วมาเฉยๆ” ลูกจันยักคิ้วกวนใส่
พอลกวนตอบ “ดี..จะได้กินสบายใจ ไม่ต้องกลัวตาย”
ลูกจันเงื้อมือจะหวดพอลแต่พอลรีบหนีไปล้างมือ ลูกจันมองตามแล้วยิ้มเอ็นดูปนหมั่นไส้ ลูกจันจัดโต๊ะอาหารต่ออย่างอารมณ์ดี

จานข้าวพอลเพียบไปด้วยผัก ลูกจันตักผักใส่เข้ามาอีก อีก แล้วก็อีก
พอลพูดขึ้น “พอ!”
พอลเซ็งมาก
“ฉันไม่ใช้วัวนะ..จะให้กินผักไปถึงไหน”
ลูกจันที่ปากคาบหมูทอดชิ้นใหญ่ไว้เอามือดึงหมูมาถือไว้ก่อนตอบ “ไม่ใช่วัว..แต่แกเป็นนายแบบ...ที่จะต้องถ่ายแบบพรุ่งนี้!!” ลูกจันตักผักใส่จานพอลเพิ่มจนเกือบล้น “กินไป!!”
ลูกจันยัดเนื้อสัตว์ทั้งมวลเข้าปากอย่างมีความสุขโดยไม่ได้แคร์ทุกข์ของผู้ชายเลย พอลมองลูกจันเคี้ยวเนื้อสัตว์ตาละห้อยแล้วหันมองจานผักตรงหน้าอย่างเศร้าๆ พอลพยายามกระเดือกผักในจานให้มันหมดๆไป
พอลรำพึงกับตัวเอง “เกลียดอาชีพนี้!”

ลูกจันกำลังป้ายครีมพอกหน้าไปทั่วหน้าพอลที่นอนอยู่บนตักลูกจัน
“พอลูกค้าบอกว่าอยากจะได้รูปที่ถ่ายพรุ่งนี้ไปขึ้นบิลบอร์ดแถวทางด่วนด้วย..ฉันก็รีบเรียกค่าตัวให้แกเพิ่มเลย...ถือว่าฉันเป็นผู้จัดการส่วนตัวแกแล้วนะ..แกต้องจ่ายฉัน 30 เปอร์เซ็น...เป็นค่ายกครู”
“ค่ายกครู?...ตกลงเป็นผู้จัดการรึเป็นหมอดูเนี่ย??...ฮ่าๆๆ”
พอลภูมิใจในมุกตัวเองจึงหัวเราะใหญ่ ลูกจันตบคางพอลให้หุบปาก
พอลร้อง “โอ๊ย”
“พอกหน้าแล้วเก็บอารมณ์หน่อย..เดี๋ยวหน้าก็เหี่ยวหรอก”
พอลหุบปากเงียบเพราะกลัวโดนตบซ้ำ ลูกจันพอกลงมาถึงคอ
“เสร็จแล้ว” ลูกจันบอก
พอลดีใจจึงลุกพรวดลงจากเตียง ลูกจันฉุดมือพอลไว้ พอลหันมามองงงๆ ลูกจันดึงให้พอลนั่งลงบนเตียงแล้วเอาหมอนวางบนตักพอล ก่อนจะล้มตัวลงนอนหนุนหมอน พอลงงกว่าเดิม
ลูกจันเหลือบตาขึ้นมองพอล “ใจคอพรุ่งนี้แกจะหน้าเด้งอยู่คนเดียว..แล้วปล่อยให้ฉันเดินหน้าเหี่ยวตามดูแลแกงั้นเรอะ?”
ลูกจันหยิบครีมพอกหน้าใส่มือพอล
“ให้ไวเลย!”
ลูกจันหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ ส่วนพอลเซ็งมาก!!

วันต่อมา แต่ละคนที่กองถ่ายตกตะลึงตึงๆ พอลเองก็อ้าปากค้างเลือดกำเดาไหลพรากเมื่อเห็นน้องข้าวกล้องนางแบบทรงสะบึมกำลังเลื้อยร่างอยู่ข้างๆ เขากับรถบิ๊กไบค์คันเท่
“กรี๊ด....เลือดกำเดาพีทไหลอีกแล้ว” ลูกจันร้อง
จุ้มจิ้มรีบวิ่งไปซับเลือดกำเดาพอล อุ่นเรือนที่ยืนใกล้ๆลูกจันกระซิบถามอย่างสงสัย
อุ่นเรือนพูดกับลูกจัน “ทำไมวันนี้พี่พีทเลือดกำเดาไหลเยอะจังคะ”
ลูกจันงงเหมือนกัน “นั่นดิ”
อาร์ตพูดด้วยเสียงเหมือนคนคัดจมูก “.เอ่อ..ผมว่า...คงเป็นเพราะอากาศร้อนน่ะพี่...แหะๆ”
ลูกจันกับอุ่นเรือนหันไปมองอาร์ตก็เห็นอาร์ตกำลังปาดเลือดกำเดาออกจากจมูกตัวเอง
“อาร์ตมาเช็ครถนิดนึง” ก๊องสั่ง
ก๊องมีทิชชู่ยัดจมูกเพื่อหยุดเลือดกำเดาอยู่ด้วย อาร์ตวิ่งไปเช็ครถแล้ววิ่งกลับที่เดิม เด็กไฟวิ่งย้ายไฟไปปาดเลือดกำเดาไป บ้างก็ใช้ทิชชู่ยัดจมูกไว้แล้ว ผู้ชายในกองมีกี่คนก็เลือดกำเดาไหลหมด ลูกจันมองรอบๆกองอย่างงงๆ ลูกจันสะดุ้งเมื่อเห็นนโรตน์นั่งนิ่งดูสง่าแต่ก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเลือดกำเดาง่วนอยู่
ลูกจันพูดกับอุ่นเรือน “นี่ผู้ชายเค้าเซ็นสิทีฟกับอากาศร้อนขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย”
“ผมว่าไม่นะครับ” โหน่งบอก
ลูกจันหันไปตามเสียงโหน่งช่างแต่งหน้า
“ผมยังไม่เห็นเป็นไรเลย”
โหน่งทำหน้ามั่นใจในความเป็นชายแข็งแรงของตัวเองแล้วเดินส่ายก้นซ้ายขวาออกไป
อาร์ตค้อนเบาๆ “จ้ะ...พ่อผู้ชาย!”

ลูกจันหลับตาหน้าเครียดพร้อมกับเอามือนวดขมับ พอลเกร็งไปทั้งตัวและมีสายตาล่อกแล่กมาก น้องข้าวกล้องกำลังกระแซะร่างอวบๆ กับพอล พอลค่อยๆเอนกายหนีร่างข้าวกล้องอย่างนอยด์ๆ สายตาทุกคู่มองตรงไปที่พอลอย่างงงๆ
นโรตน์ส่ายหน้าไม่พอใจ พอลที่ถือน้ำหอมพยายามให้น้ำหอมบังไม่ให้ข้าวกล้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ซอกคอของเขาเพราะกลัวเลือดกำเดาไหลอีก ปีโป้เดินเข้าไปจัดท่าให้หลายท่าโดยที่ทุกท่าพอลโพสได้ง่อยและเกร็งมากที่สุดในโลก
อิ๋วขัดขึ้น “หยุดก่อนค่ะ”
อิ๋วเดินมาหาลูกจัน
“คุณลูกจันคะ..ลูกค้าเค้าถามว่าวันนี้คุณพีทเป็นอะไรคะ..ทำไมดูเกร็งขนาดนี้...คือสินค้าเนี่ยต้องการชูจุดขายว่าใช้แล้วผู้ชายจะดูหล่อ เท่มีเสน่ห์ เจ้าชู้นิดๆ...เอ่อ...แต่ท่าถ่ายแบบของคุณพีทวันนี้ดู....เอ่อ...” อิ๋วไม่กล้าพูดต่อว่าง่อยมาก
ลูกจันหันไปทางต๋อย
“พี่ต๋อยคะ...บอกให้ทุกคนหยุดทานข้าวเที่ยงก่อนค่ะ..เดี๋ยวหลังเที่ยงค่อยถ่ายต่อ...แล้วก็..” ลูกจันยื่นมือไปทางต๋อย
ต๋อยรีบยื่นยาแก้ไมเกรนกับน้ำให้ลูกจัน ลูกจันกระดกยาและน้ำเสร็จก็หันไปทางพอลอย่างมุ่งมั่น แล้วลูกจันก็พุ่งไปหาพอล

ลูกจันยื่นหน้าไปกระซิบพอลแล้วพูดแบบพยายามทำหน้ายิ้มแต่ขยับแค่ปากเพื่อคนอื่นจะได้ไม่รู้อารมณ์
“พีท...เป็นอะไรของแก?” ลูกจันถาม
พอลตอบด้วยวิธีเดียวกัน “ก็..น้องน้ำนมข้าว...”
ลูกจันตวาดด้วยริมฝีปาก “น้องข้าวกล้อง!!”
“เออๆ..คือ...เอ่อ..ก็น้องข้าวกล้องเค้า..” พอลมีความลับคับอกเพราะพูดไม่ออกว่าแพ้ความตู้มของน้องข้าวกล้อง “โอ๊ยยย”
ลูกจันทำสีหน้าครุ่นคิด
“อืม...ยัยน้องข้าวกล้องคงมีกลิ่นฟีโรโมนหญิงมากไป...แกคงเหม็นสาบสินะ...งั้นเอางี้..แกมาซ้อมท่ากับฉันก่อนก็ได้..กับฉันแกคุ้นกลิ่นแล้วไม่เป็นไร..เอาท่าให้คล่องก่อน...แล้วเดี๋ยวตอนถ่ายจริงแกก็กลั้นหายใจเอาหน่อยจะได้ไม่ต้องได้กลิ่นน้องข้าวกล้องมาก..เคนะ...มาลองดูมา”
ลูกจันโพสท่าใกล้ชิดกับพอล พอลมีสีหน้าสบายใจและผ่อนคลายสามารถโพสตามที่ลูกจันบอกอย่างลื่นไหลและดูดีมากก ทีมงานที่กำลังพักทานข้าวอยู่แถวนั้นเห็นลูกจันซ้อมโพสอยู่กับพอล
ลูกค้าที่กำลังทานอาหารเที่ยงบังเอิญมองมาที่ฉากนี้พอดี ลูกค้าเห็นพอลกับลูกจันเคมีเข้ากันเหลือเกิน ลูกค้ายิ้มกริ่มเพราะมีไอเดียอยู่ในใจ

ลูกจันกำลังคุยโทรศัพท์กับวิมาดา
ลูกจันตกใจมาก “ห๊า...ให้จันถ่ายคู่พีทแทน?”
“ใช่..ลูกค้าเค้าเพิ่งสายตรงมาหาฉัน บอกเคมีเธอสองคนเข้ากันมาก..ลุกส์เธอก็ดูแพง..ทำให้สินค้าเค้าดูมีราคาขึ้นอีก” วิมาดาบอก
“ไม่ไหวหรอกค่ะบอส..จันไม่ชอบงานเบื้องหน้า ขอเป็นบก.อยู่เบื้องหลังต่อดีกว่าค่ะ”
“ฉันรู้...ฉันก็ไม่ได้บอกให้เธอลาออกมาเป็นนางแบบเต็มตัวซะเมื่อไหร่ล่ะ..ถ้าถ่ายเล่มนี้เสร็จแล้วเธอไม่อยากถ่ายอีก..ก็จบ!!!..แต่ถ้าเธอนึกสนุกอยากรับจ๊อบเพิ่มก็ถือเป็นโอกาสของเธอ”
“แต่..จัน....”
“เรื่องค่าตัวไม่ต้องห่วงนะ..ฉันเรียกให้สมศักดิ์ศรีบก.เซเลบแน่” วิมาดาล้อ “อ้อ...ฉันไม่หัก 30 เปอร์เซ็นต์ด้วย”
ลูกจันอึดอัดใจ “แต่...จันไม่ชอบ...”
“อีกอย่างนะลูกจัน...ที่จริงฉันก็ไม่อยากพูดหรอก เพราะมันเป็นเรื่องภายในของหนังสืออีกเล่ม...แต่คงต้องบอกให้เธอรู้..เธอจะได้เข้าใจว่าทำไมฉันต้องขอร้องให้เธอถ่ายแบบปกนี้”
ลูกจันสงสัยแล้วก็ตั้งใจฟัง
“ทีนคลับน่ะ...ยอดขายแย่มาหลายเล่มแล้ว...สปอนเซอร์ก็มีแต่ออกไม่มีเข้ามาเลย...แต่ลูกค้ารายนี้เค้าตกลงที่จะซื้อสปอนเซอร์กับทีนคลับแถมให้...ถ้าเซเลบเล่มนี้ได้เธอถ่ายปกคู่พีท”
ลูกจันอึ้งกิมกี่

ลูกจันเซ็งมาก ช่างทำผมกำลังเช็ทผมฃูกจันใกล้เสร็จแล้ว แซนดี้กำลังสวมกำไลให้ ส่วนจุ้มจิ้มกำลังทาครีมกันแดดให้ที่แขนอีกข้าง โดยมีต๋อยกำลังยืนพัดให้อยู่ใกล้ๆ ช่างแต่งหน้าเข้ามาเติมสีปาก ลูกจันกำลังจะลุกจากเก้าอี้
เสียงอุ่นเรือนบอก “เดี๋ยวค่ะพี่ลูกจัน”
ลูกจันหันกลับไปมองเห็นอุ่นเรือนยื่นน้ำหอมมาฉีดให้อย่างเอาใจ ลูกจันลุกขึ้นยืนในมาดสวยเฉี่ยวสไตล์นางแบบ ทุกคนมองลูกจันอย่างชื่นชม
จุ้มจิ้มปลื้มมาก “สวยมากเลยค่ะพี่ลูกจัน”
ลูกจันฉีกยิ้มฝืนๆให้ทุกคน

พอลยิ้มแห้งๆ ลูกจันจ้องหน้าค้อนใส่พอลอยู่
“เพราะแกเชียวฉันเลยต้องมาทำอะไรแบบนี้”
ลูกจันกำลังเตรียมจัดท่าถ่ายแบบคู่พอล ในขณะที่ทีมงานและคนอื่นๆรอลุ้นอยู่รอบๆ
ก๊องถาม “พร้อมมั้ยครับ”
ลูกจันพูดกับก๊อง “โอเคค่ะ”
ลูกจันโพสท่ากับพอลอย่างมืออาชีพ โดยลูกจันเป็นคนนำแล้วพอลก็คล้อยตามไปอย่างลื่นไหล ทีมงานและลูกค้ามองพอลและลูกจันอย่างชื่นชม เวลาผ่านไป ลูกจันกับพอลถ่ายแบบ หลายชุด หลายท่าดูหล่อสวยสมกันมาก
สีหน้าและอารมณ์ของพอลกับลูกจันดูมีความสุขอย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะพอลที่ดวงตาเป็นประกายระยิบ ดูเป็นชายที่มีเสน่ห์และเจ้าชู้นิดๆตามคอนเส็ปต์น้ำหอมเป๊ะ

บิลบอร์ดใหญ่ยักษ์บนทางด่วนเป็นรูปคู่พอลกับลูกจันที่ถ่ายแบบคู่กัน รถติดยาวอยู่บนทางด่วน ณัฐนั่งอยู่บนรถกำลังมองไปที่บิลบอร์ดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

มินตราเดินหน้าหงิกเข้ามา ปีโป้วิ่งเข้ามาหา
ปีโป้พูดอย่างตื่นเต้น “มิน...ตอนขึ้นทางด่วนเห็นรูป....”
มินตราหันขวับมาอย่างหงุดหงิดมาก
“เห็นแล้ว...ทำไม?...ตื่นเต้นมากเหรอที่ลูกจันได้ขึ้นบิลบอร์ดยักษ์?...งั้นก็ไปขอลายเซ็นซะเลยสิ”
มินตราเดินเข้าประตูบริษัทไปอย่างอารมณ์เสีย
ปีโป้จ๋อยที่ระเบิดลงแต่เช้า
ปีโป้มองค้อนตามหลังมินตรา “เออดี...อิจฉาเค้าแล้วมาเหวี่ยงใส่คนกันเอง!”

อุ่นเรือนยืนรายงานลูกจันอยู่หน้าโต๊ะ
“ที่เพิ่งติดต่อมาเป็นรายการทีวี8รายการค่ะ สัมภาษณ์6..อีก2เป็นเกมส์โชว์ค่ะ”
ลูกจันทำหน้าเบื่อ
“ถ้ามัวแต่ออกทีวี เซเลบก็คงไม่ได้วางแผงพอดี ไม่เอาหรอก บอกเค้าไปแล้วกันว่าพี่ไม่สะดวก”
“แหม...เสียดายจังนะคะพี่ลูกจันไม่น่าเป็นบก.เซเลบเลย” อุ่นเรือนว่า
ลูกจันขมวดคิ้วมองหน้าอุ่นเรือน อุ่นเรือนสะดุ้ง
“เอ่อ..คืออุ่น..เอ๊ยยย..แอนนี่หมายความว่า..ตอนนี้พี่ลูกจันกำลังฮอตมาก..ถ้าพี่ลูกจันไม่ได้เป็นบก.ก็คงต้องมีคนติดต่อพี่ลูกจันไปเป็นดาราเหมือนพี่พีทแน่ๆเลยค่ะ”
ลูกจันส่ายหน้ายิ้มๆ
“ไม่เอาหรอก...เป็นดาราลำบากจะตาย..เป็นตัวเองมากก็ไม่ได้..เวลาส่วนตัวก็ไม่มี...เป็นบก.ลูกจันแบบพี่นี่แหละดีที่สุดแล้ว”
ลูกจันหลิ่วตาให้อุ่นเรือนอย่างอารมณ์ดี

สาโรจน์พูดอย่างมั่นใจ
“ใช่...ลูกจันนี่แหละดีที่สุดแล้ว”
ณัฐนั่งอยู่ตรงข้ามสาโรจน์ด้วยสีหน้าผิดหวังมาก “แต่......”
สาโรจน์พูดต่อ “ทั้งเก่ง ทั้งสวย ทั้งกำลังดังแบบนี้แหละคุณสมบัติที่พี่ต้องการสำหรับบก.หนังสือที่จะโกอินเตอร์ของพี่”
สาโรจน์ปรายตามองณัฐอย่างรู้ทัน
“รึณัฐคิดว่าตัวเองจะทำได้ดีกว่าลูกจัน?”
ณัฐจ๋อยแต่ยังพยายามจะเถียง
“..ผม..”
สาโรจน์ตัดบท “ดูแลให้ไลม์ทำยอดนำเซเลบได้ซักเล่มก่อนมั้ยณัฐ..แล้วค่อยคิดจะมาเป็นบก.หนังสือหัวใหม่พี่”
ณัฐอึ้งแล้วหลบตาสาโรจน์ สาโรจน์เดินเข้ามาลูบไล้บ่าณัฐเบาๆอย่างมีความหมาย
“แต่ในฐานะที่ณัฐเป็นคนพิเศษของพี่..พี่จะให้โอกาสณัฐอีกซักที”
ณัฐเงยหน้ามองสาโรจน์ด้วยความสงสัย
“ถ้าณัฐกล่อมให้ลูกจันยอมมารับตำแหน่งบก.หนังสือพี่ได้...พี่ก็จะให้ณัฐเป็นรองบก.คู่กับลูกจัน”
ณัฐทำท่าจะเถียง
สาโรจน์รีบขัด “ใจเย็นๆสิณัฐ...รองบก.อาจจะดูไม่เท่เท่าบก. แต่รับรองว่าเปอร์เซ็นต์จากยอดขายพี่จะแบ่งให้ไม่แพ้กัน”
ณัฐชะงักแล้วยิ้มตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

แก้วไวน์2ใบกระทบกัน ลูกจันกับพอลกำลังดินเนอร์กันใต้แสงเทียน
ลูกจันอารมณ์ดีมาก “แด่ยอดขายเซเลบที่สูงสุดอีกครั้ง...อ้อ..และรายได้พิเศษจากการถ่ายแบบครั้งแรกของชั้นด้วย”
พอลทำหน้าเบื่อๆ
“อือ...กินได้รึยังล่ะ”
ลูกจันขัดใจที่พอลไม่อินไปด้วย
“เชิญย่ะ”
พอลก้มดูอาหารบนโต๊ะก็เห็นอาหารหรูมากมายแต่ไม่มีผัก
พอลงง “อ้าว..ผักสลัดล่ะ”
“ไม่มี...วันนี้ชั้นอนุญาตให้แกกินอาหารที่ไม่เหมาะกับนายแบบและดาราได้เต็มที่”
พอลยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายพร้อมคิดในใจว่าวันนี้คือวันที่รอคอย

พอลกำลังตัดสเต็กแล้วจิ้มสเต็กเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยสีหน้าอิ่มสุข
“อืม...เนื้อนุ่มกำลังดีเลยลูกจั....”
พอลหันไปมองลูกจันแล้วก็ต้องอ้าปากอ้างที่เห็นลูกจันฟุบคาโต๊ะโดยมีขวดไวน์หมดเกลี้ยงกลิ้งอยู่ข้างๆ
พอลส่ายหัวเอือมระอา
“จะรีบไปไหน๊?”
พอลขยับลุกไปประคองลูกจัน ลูกจันงัวเงียตื่นขึ้นมา
“อารายยพีท...จาทำอาราย”
“จะพาขึ้นไปนอนที่ห้องไง”
ลูกจันพยายามดิ้นรนด้วยแรงอันน้อยนิดของคนเมา “ม่ายยอาว...ม่ายปายย...จานอนดูดาว”
พอลเงยหน้ามองท้องฟ้าก็เห็นฟ้ามืดครึ้ม
“ฟ้าปิดมืดซะขนาดนี้จะเห็นดาวได้ไง” พอลว่า
“มืดเหรอ?” ลูกจันทำท่าคิด “อ๊ะ...ม่ายมีปัญหา!!”
พอลมองลูกจันอย่างงงๆ ว่าจะทำยังไง

ลูกจันนอนหงายตาปรือมองท้องฟ้า
ลูกจันสั่ง “ดาวลูกไก่”
พอลที่นอนคู่ลูกจันอยู่บนเสื่อส่องไฟฉายขึ้นไปบนฟ้า
“อุ๊ยยยตาย..เห็นแล้ว...สวยม๊ากกก..ลูกไก่15 ตัวแน่ะ...แกเห็นม๊ายพีท...กุ๊กๆๆ”
พอลเพ่งมองท้องฟ้า เขาเห็นฟ้าปิดมืดตื๊ดตื๋อแล้วก็ได้แต่งงว่าลูกไก่ที่ไหนวะ
“ดาวนายพราน”
พอลทำหน้าเบื่อๆ แล้วส่องไฟฉายไปมั่วๆ
“เห็นแล้วๆ...โอ้โห...วันนี้นายพรานแต่งตัวเต็มนะ..จาปายล่าสัตว์เหรอค้า...ฮ่าๆๆ”
พอลเหลือบตามองหน้าลูกจันที่กำลังเพ้ออยู่คนเดียวด้วยสีหน้าปลงๆ
พอลรำพึง “หนักแระ!!”

สายตาลูกจันพร่ามัว เธอเห็นทางเดินดูคดเคี้ยวน่าเวียนหัว ลูกจันเดินโซเซหน้าแฮงค์มากเข้ามาในห้องนั่งเล่น เธอนั่งหลับตานวดหัวตัวเองอยู่บนโซฟา ลูกจันทำจมูกฟุดฟิดแล้วก็ลืมตาเห็นแก้วกาแฟควันกรุ่นอยู่ตรงหน้า
ลูกจันมองขึ้นไปพอลยื่นแก้วกาแฟให้ยิ้มๆ
ลูกจันยื่นมือไปรับ “ขอบใจ”
ลูกจันค่อยๆจิบกาแฟ
“ดีขึ้นมั้ย” พอลถาม
ลูกจันพยักหน้า
“เออ...เมื่อคืนชั้นขึ้นไปนอนตอนไหนอ่ะ”
พอลขำ “ก็ตอนนับดาวครบทุกกลุ่มแล้วไง”
“แกแหละชวนชั้นกินจนเมา”
พอลเหวอเพราะว่าลูกจันกินคนเดียว เมาคนเดียว!!!
ลูกจันจิบกาแฟอึกใหญ่แล้วลุกขึ้น
“อาบน้ำดีกว่า...วันนี้ทำอะไรกันดีพีท”
พอลทำหน้างง
“อ้าว...ก็วันหยุดยาวทั้งทีมันก็ต้องมีกิจกรรมกันหน่อยดิ...บัลเล่ต์มั้ยแก”
พอลถอยกรูด หน้าซีดเผือด
“ไม่!!!...ไม่บัลเล่ต์ ไม่โยคะ ไม่ทำหน้า!!”
“งั้น...ทำเล็บมั้ย?”
“ไม่เอา!!”
“อะไรของแกเนี่ย...ชวนทำไรก็ไม่ทำซักอย่าง...ดังแล้วเยอะนะเราน่ะ”
เสียงโทรศัพท์มือถือของลูกจันดังขึ้น ลูกจันเดินไปหยิบโทรศัพท์
ลูกจันยิ้ม “จ๋าแม่..” ลูกจันฟังแล้วก็ตกใจมาก “ยายป่วยหนัก?”

พอลขับรถไปเหลือบดูลูกจันไป ลูกจันนั่งกัดเล็บตัวเองหน้าเครียด
“ยายคงไม่เป็นไรมากหรอก..ใจเย็นๆนะลูกจัน” พอลบอก
“ถ้าไม่เป็นไรมากแม่ก็น่าจะบอกอาการสิ...แต่นี่บอกว่าให้มาดูเองดีกว่า...แสดงว่าต้องอาการหนักจนแม่ไม่อยากพูด” ลูกจันน้ำตาคลอ
พอลมองลูกจันอย่างเห็นใจ
“แกจำทางไปบ้านชั้นได้มั้ยพีท”
พอลอึกอัก “เอ่อ..จำไม่ค่อยได้แล้ว”
“อือ..งั้นเดี๋ยวชั้นบอกทางแกเอง”ลูกจันทำหน้าผะอืดผะอมก่อนจะหลับตานิ่งไม่เคลื่อนไหว “เอ่อ..เดี๋ยวพีท..แกส่งยาดมให้ชั้นหน่อย...เวียนหัว จะอ้วก”
พอลรีบหยิบยาดมข้างๆคนขับส่งให้ลูกจัน ลูกจันรับไปดมด้วยท่าทางยังผะอืดผะอมอยู่
“ไหวมั้ย..จอดรถอ้วกก่อนมั้ย” พอลถาม
ลูกจันทำท่าเหมือนจะอ้วกแต่พยายามกลืนลงไป
“ไม่เป็นไร...ชั้นกลืนไปแล้ว”
พอลพยักหน้ารับรู้อย่างนอยด์ๆ แล้วก็หันกลับมาตั้งใจขับรถต่อ รถของพอลและลูกจันขับตรงไปทางป้ายที่เขียนว่า"นครปฐม"

อ่านต่อหน้าที่ 3


รักนี้เจ้จัดให้ ตอนที่ 8 (ต่อ)

รถของลูกจันวิ่งมาอย่างรวดเร็ว

เสียงลูกจันสั่งดังขึ้น “จอด..พีท..จอด...ฉันไม่ไหวแล้ว..จ๊อดด”
รถลูกจันเบรคกะทันหันข้างถนน ลูกจันพุ่งพรวดออกจากรถแล้ววิ่งไปอ้วกอย่างเอาเป็นเอาตาย พอลก้าวลงจากรถหน้าตาตื่นแล้วเข้าไปช่วยลูบหลังให้ลูกจัน
เสียงแม่จันทร์เรียก “ลูกจัน”
พอลกับลูกจันหันกลับไปมองเห็นแม่จันทร์กับยายแจ่มยืนมองพอลและลูกจันอยู่ที่หน้ารั้ว แม่จันทร์ดูเป็นห่วงที่เห็นลูกจันอ้วก ส่วนยายแจ่มมองมาที่พอลอย่างโกรธแค้น พอลรับรู้ได้ถึงสายตาพิฆาตของยายแจ่มก็ถึงกับทำหน้าแหยในใจงงๆ ว่าคุณยายโกรธอะไร

สวนของบ้านลูกจันใหญ่และอลังการ
ลูกจันหัวเราะ “ฮ่าๆๆๆ”
ลูกจันที่นั่งในบ้านกำลังหัวเราะงอหาย ยายแจ่มยืนทำหน้าเขินๆ
“หนูเนี่ยนะท้อง...ฮ่าๆๆ”
“จะไปรู้เรอะ..ก็เห็นอ้วกขนาดนั้น..ยายก็นึกว่า....” ยายแจ่มแก้ตัว
ลูกจันชิงพูด “นึกว่าท้องกับนังพีท???...ฮ่าๆๆ...ยายคิดได้ไงอ่ะ” ลูกจันหันมาทางพอล “ตลกเนอะแกเนอะ”
พอลยิ้มแหยๆ แล้วพยักหน้า
แม่จันทร์ขำ “แม่นะแม่ ก็รู้อยู่ว่าพีทเป็นยังไง ยังไม่วายระแวง”
“เออ..นั่นสิ..เพราะถ้าพีทเป็นผู้ชายแล้วมาใกล้ชิดลูกจันขนาดนี้ ยายเอาตายไปนานแล้ว”
พอลกลืนน้ำลายเอื๊อก
ยายแจ่มพูดกับพอล “ขอโทษนะลูก”
พอลพูดเสียงแมน “ไม่เป็นไรครับ” พอลนึกได้ก็กลัวยายรู้ว่าเป็นผู้ชายจึงรีบหนีบเสียงให้ดูสาวแตก “..เอ่อ..ไม่เป็นไรฮ่ะ”
ลูกจันมองพอลงงๆ กับอาการสาวแตกเกินปกติ
แม่จันทร์เอ่ยถาม “แล้วหนูล่ะลูกเป็นอะไร...ทำไมอ้วกขนาดนั้น”
“แฮงค์น่ะค่ะแม่...เมื่อคืนหนักไปหน่อย” ลูกจันนึกได้ “แล้วยายล่ะจ๊ะเป็นไงมั่ง?...หาหมอรึยัง?..หมอว่าไงบ้างจ๊ะ?”
ยายแจ่มทำตาล่อกแล่กดูมีพิรุธ ลูกจันขมวดคิ้วมองอาการของยายแล้วค่อยๆทำหน้ารู้ทัน
“อย่าบอกนะว่า........”
ยายแจ่มยิ้มแหยๆแต่ตาเจ้าเล่ห์เหมือนลูกจันเปี๊ยบ

ลูกจันเดินนำพอลเข้ามาในห้องนอนสำหรับแขก
“หลอกกันด๊ายย..ยายนะยาย..แสบจริงๆ” ลูกจันว่า
พอลรำพึง “กรรมพันธุ์ชัดๆ”
ลูกจันหันขวับมาทางพอล “แกว่าไงนะ”
“เปล๊า...ก็แค่บอกว่ายายเค้าคงคิดถึงแกมากน่ะ..เลยต้องวางแผนหลอกให้มาหา”
ลูกจันพยักหน้ารับ “อือ....” ลูกจันนึกได้ “เอ๊ะ...แต่ฉันว่าตะกี้แกพูดสั้นกว่านี้นะ”
“เออน่า..ก็..ประมาณนี้แหละ” พอลรีบเปลี่ยนเรื่อง “บ้านสวนสบายดีเนอะ ร่มรื่นเชียว”
“ใช่...ช่วงหลังพวกนกป่า กระรอก กระต่ายมาอาศัยอยู่เต็มเลย พอมารวมกับนังจีบ นังเจือ นังแจว นังจอย นังจำปี นังจำปา นังจำปูน แล้วก็ไอ้จ๋อง ที่นี่ก็เกือบเป็นสวนสัตว์แล้ว”
“มีแต่นัง...ตัวเมียทั้งนั้นเลยเหรอ..เอ่อ..ท่าทางยายคงเกลียดผู้ชายมากเลยเนอะ” พอลจ๋อยๆ
“ที่สุดอ่ะ...ยายเค้าประกาศชัดเลยว่าบ้านนี้ไม่ต้อนรับผู้ชายและสัตว์ที่เป็นตัวผู้”
พอลจ๋อยกว่าเดิม
“อ้อ..แต่มีไอ้จ๋องไงตัวผู้..เพราะตอนมันโดนรถชนแล้วยายช่วยไว้ยายยังไม่รู้ว่ามันเป็นตัวผู้...พอมันรอดยายเลยต้องเลี้ยงมันต่อ”
พอลยิ้มออก “ก็ยังดี....”
“แต่ก่อนเลี้ยง..ยายพามันไปให้หมอตอนซะจนเหลือแต่ตอเลยล่ะ...แค่นี้มันก็ไม่เหลือความเป็นชายแล้ว..ฮ่าๆๆ”
พอลอ้าปากค้าง เขารู้สึกว่าโหดทั้งยายหลาน จึงคิดว่าจะโดนจับตอนเหมือนไอ้เจ๋งมั้ยเนี่ย?

อาหารพื้นบ้าน ทั้งต้มปลาทูสายบัว,น้ำพริกผักจิ้ม,แกงจืดตำลึง ฯลฯ หน้าตาน่ากินวางอยู่เต็มโต๊ะ
“โห..น่ากินจังเลยจ้ะยาย” ลูกจันชม
ยายแจ่มปลื้ม “ก็กินเยอะๆสิลูก นี่ยายเลือกทำแต่ของโปรดของหนูทั้งนั้นเลยนะ”
ลูกจันยิ้มหน้าบานแล้วตักอาหารกินอย่างมีความสุข พอลนั่งเกร็งๆ เพราะกลัวยายแจ่ม
ลูกจันพูดกับพอล “อ้าว..นิ่งทำไม รีบตักสิยะ...เดี๋ยวเย็นไม่อร่อยจะมาโทษว่ายายแจ่มฝีมือตก”
พอลยิ้มแหยๆ มองอาหารตรงหน้า เขาเห็นปลาทูต้มสายบัวดูน่ากินมาก พอลกลืนน้ำลายเอื๊อกแล้วเอื้อมมือจะไปตักปลาทูต้มสายบัว แม่จันทร์เห็นพอลเอื้อมมือไปก็จะอ้าปากพูด
ลูกจันก้มหน้าก้มตากินไปพูดไปโดยไม่เห็นว่าพอลกำลังจะตักปลาทูต้มสายบัว “เสียดายนะพีทที่แกไม่กินต้มกะทิ...แกเลยพลาดปลาทูต้มสายบัวฝีมือยาย...อร่อยล้ำโลก”
พอลที่ยื่นเข้าไปใกล้ชามปลาทูต้มสายบัวชะงักแล้วทำหน้ามีพิรุธ พอลเปลี่ยนเป้าหมายไปตักอาหารชามอื่นแทนทันที พฤติกรรมทั้งหมดของพอลอยู่ในสายตาแม่จันทร์ แม่จันทร์ทำหน้าสงสัย

จุ้มจิ้มกำลังร้อยสร้อยลูกปัด โดยจุ้มจิ้มนั่งขัดสมาธิร้อยสร้อยอยู่อย่างขะมักเขม้น แม่เดินเข้ามาพร้อมแก้วน้ำส้มคั้น
“พักก่อนเถอะจุ้ม ร้อยมาหลายชั่วโมงแล้วเดี๋ยวสายตาเสียหมด”
จุ้มจิ้มเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้แม่แล้ววางสร้อยที่ร้อยค้างอยู่ลงบนโต๊ะ
จุ้มจิ้มรับแก้วน้ำส้ม “ขอบคุณจ้ะ”
จุ้มจิ้มดื่มน้ำส้มคั้น แม่มองจุ้มจิ้มอย่างห่วงใย
“ตั้งแต่ได้งานประจำที่เซเลบ แม่ก็ไม่เห็นหนูร้อยสร้อยมาตั้งนานแล้ว.นึกยังไงถึงมาหลังขดหลังแข็งร้อยอีกล่ะจุ้ม”
“จุ้มอยากหาเงินซักก้อนไว้พาแม่ไปเที่ยวบ้าง”
แม่น้ำตาคลอแล้วกอดจุ้มจิ้มไว้แน่น
“โถ..จุ้ม...ไม่ต้องลำบากหรอกลูก แม่ไม่อยากเที่ยวที่ไหนหรอก แค่ได้อยู่ใกล้ๆลูกแม่ก็มีความสุขแล้ว”
จุ้มจิ้มยิ้มทั้งน้ำตา
“แต่จุ้มอยากทำให้แม่นี่จ้ะ...ให้จุ้มทำเถอะจ้ะแม่..นะจ๊ะ”
แม่ส่ายหัวยิ้มๆกับความดื้อของจุ้มจิ้ม “ตามใจ...แต่อย่าหักโหมนะลูก”
จุ้มจิ้มหอมแก้มแม่ “จ้ะ”
จุ้มจิ้มหยิบสร้อยขึ้นมาร้อยต่อ แม่เห็นจุ้มจิ้มก้มหน้าร้อยสร้อยอย่างตั้งอกตั้งใจน่าเอ็นดู

รถประจำบ้านสวนขับมาจอด ตำรวจหญิงคุมโจรไปขึ้นรถ
ตำรวจหญิงอีกคนพูดกับยายแจ่ม “ส่งหน้าประตูรั้วก็พอค่ะ..รถตำรวจรออยู่ข้างหน้าแล้ว”
“ฝากขอโทษสารวัตรด้วยนะที่ทำให้ต้องลำบาก..มันเป็นกฏของที่นี่น่ะว่า..” ยายแจ่มกระซิบเพราะไม่อยากให้คนอื่นได้ยินมาก..เดี๋ยวจะเมาท์เรื่องพีทไม่ใช่ผู้ชาย “..ไม่ให้ผู้ชายแท้ๆเข้ามา”
พอลได้ยินก็ถึงกับอึ้งว่าถึงขนาดนั้นเลยเหรอคุณยาย
“ไม่เป็นไรค่ะ..สารวัตรฝากเรียนว่าท่านเข้าใจค่ะ..ถ้ามีอะไรก็โทรแจ้งได้ตลอดเวลา..ท่านจะได้ส่งตำรวจหญิงมาอารักขาค่ะ”
ยายแจ่ม แม่จันทร์ และลูกจันขอบคุณตำรวจ รถวิ่งออกไป
แม่จันทร์พูดกับคนงานหญิงทั้งหลาย “เอาล่ะ ทุกคนกลับไปพักผ่อนได้แล้ว”
ยายแจ่มสั่งการ “แล้วต่อไปก็ช่วยกันเป็นหูเป็นตานะ..อย่าให้มีไอ้ผู้ชายหน้าไหนมันบังอาจแฝงตัวเข้ามาในสวนลูกจันได้อีก”
พอลแอบสะดุ้งเบาๆ
“แต่ถ้าเจอ...ก็ช่วยกันถอนรากถอนโคนมันซะ..เอาให้กุดเหมือนไอ้จ๋องเลยนะ”
เสียงทุกคนเฮรับอย่างฮึกเหิมราวกับจะไปออกศึกบางระจัน พอลหน้าซีดลงเรื่อยๆ ตามเสียงเฮ ทุกคนทยอยกันเดินออกไปจนเหลือแค่พอล ลูกจัน ย่าแจ่ม และแม่จันทร์
ยายแจ่มพูดกับพอล “ไม่ต้องกลัวนะพีท..ยายตอนเฉพาะไอ้พวกชายแท้..แต่อย่างหนู..ไม่มีปัญหาลูก”
พอลกลืนน้ำลายเอื๊อกฝืนยิ้มแหยๆ แล้วยกมือย่อเข่าไหว้ยายอย่างพยายามให้ดูสาวมากๆ
พอลพูดหนีบเสียงสาว “ขอบคุณฮ่ะ”
ยายแจ่มกับลูกจันหัวเราะเพราะคิดว่าเป็นมุกของพอล แม่จันทร์ลอบสังเกตพอลด้วยแววตาครุ่นคิด

ท้องฟ้ายังสลัว นกกาเริ่มโผผินออกหาอาหาร พอลหลับอย่างสบายอยู่บนเตียง เขานิ่วหน้าเมื่อได้ยินเสียงนก พอลค่อยๆ หยีตาแล้วลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ริมหน้าต่างอย่างสดชื่น
พอลค่อยๆกวาดไปทั่วบริเวณสวนรอบๆบ้าน แม้จะยังมีแสงแค่สลัวๆ แต่ก็พอมองเห็นความสวยงาม อลังการและร่มรื่น พอลกวาดตาผ่านท่าน้ำไปแล้วก็หยุดกึกก่อนจะกวาดย้อนกลับมาที่ท่าน้ำอีกครั้ง
พอลเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดผ้าแถบ โจงกระเบนนั่งหันหลังอยู่ตรงท่าน้ำในลักษณะคุ้นๆตาเหมือนแม่นาคพระโขนง พอลช็อค

พอลพูดหน้านิ่ง สง่า และกล้าหาญ
“ผีไม่มีในโลก..มันคือการหักเหของแสงและสภาพอากาศที่ทำให้เกิดภาพลวงตา”
พอลกำลังอุ้มพระพุทธรูปองค์ใหญ่เดินขาสั่นไปที่ท่าน้ำพร้อมสะพายกล้องประจำตัวไปด้วย
“เอาวะ..ถ้าเป็นผีจริง..จะได้ถ่ายรูปไปลงหนังสือซะเลย”
พอลปากกล้าขาสั่นเดินมาถึงท่าน้ำ เขาเห็นหญิงสาวในชุดแม่นาคนั่งหันหลังให้อยู่ที่ริมท่าน้ำ เพลงแม่นาคดังคลออยู่เบาๆ ในบรรยากาศหลอนมาก พอลยืนขยี้ตาตัวเองพร้อมเพ่งดูภาพเบื้องหน้าอย่างลุ้นให้เป็นภาพลวงตา
แม่นาคพูดเสียงเย็นยะเยือก “มาแล้วเหรอ”
พอลสะดุ้งเฮือกเพราะตัวมาพร้อมเสียงขนาดนี้คงไม่ใช่ภาพลวงตาแล้ว
“รู้มั้ย..ฉันรออ”
พอลพูดแทรกเสียงสั่น “ระรอผมทะทะที่ท่าน้ำทุกวันเลยเหรอ??..ระระรอทำไมอ่ะ???..เอ่อ..ขะขะขอตะตัวก่อนนะครับ”
พอลหันหลังกลับพร้อมค่อยๆก้าวเท้าที่สั่นระริกออกไปทีละก้าว แม่นาคจับบ่าพอล พอลสะดุ้งเฮือกหน้าซีดเผือดจนแทบหยุดหายใจ พอลตัดสินใจหันกลับไปเผชิญหน้าด้วยการหลับตาปี๋พร้อมชูพระไปข้างหน้า
“อย่ารอผะผมเลยครับ..ผมไม่ได้ชื่อมาก..ผะผะผมชื่อพ..”
แม่นาคพูดเสียงไม่เย็นแล้ว “พีท!!!”
พอลขมวดคิ้วเพราะรู้สึกว่าเสียงคุ้นๆ เขาค่อยๆหรี่ตามองก็เห็นลูกจันในชุดแม่นาคยืนเท้าสะเอวอยู่
“อะไรของแก๊..ฉันรอแกอยู่ตั้งนานแล้วเนี่ย..ยังไม่อาบน้ำแต่งตัวอี๊ก?” ลูกจันจ้องไปที่พระในมือพอล “อ้าว..แล้วนี่เอาพระมาทำไมยะ?”
ลูกจันมองหน้าพอลแบบงงๆ

ลูกจันในชุดแม่นาคยืนเหม่อมองไปทางท่าน้ำด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยราวกับกำลังคอยพี่มากอยู่ เสียงเพลงแม่นาคยังคลออยู่ตลอดเวลา พอลเอื้อมไปปิดเครื่องเล่นซีดีทำให้เพลงหยุดกึก ลูกจันหันขวับมามองพอลอย่างหงุดหงิด
“ปิดทำไมยะ..อารมณ์กำลังมาเลย”
พอลหงุดหงิดกว่า “สรุปว่าที่แต่งชุดนี้เพราะอยากดูกลมกลืนกับชาวบ้าน?”
ลูกจันพยักหน้า “อือฮึ”
พอลมองลูกจันหัวจรดเท้า เขามองเสื้อผ้าหน้าผมก็เห็นว่าเป็นชาวบ้านบางพระโขนงชัดๆ เลยงงว่ากลมกลืนตรงไหน พอลส่ายหน้าอย่างระอาใจ
“ไม่ต้องมาทำหน้าเพลียใส่ฉันนะยะ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเลย..วันนี้ฉันจะพาแกเที่ยวเอง” ลูกจันบอก
พอลพยักหน้าแล้วหันหลังกลับจะเดินไปที่เรือนใหญ่
ลูกจันเรียก “พีท”
พอลหันกลับไป พอลเห็นลูกจันยืนมองตรงมาพร้อมยิ้มเย็น
ลูกจันพูดเสียงเย็นยะเยือก “ฉันจะรอพี่อยู่ที่ท่าน้ำนะจ๊ะ”
พอลเงิบ

พระและเด็กวัดบนเรือเงิบไม่ต่างกับพอล พอลเหลือบมองลูกจันในชุดแม่นาคแล้วมองพระอย่างเข้า11ใจเพราะแต่งขนาดนี้ใครจะไม่เงิบวะ
“นิมนต์ครับ” พอลพูด
พระยิ้มแหยๆ แล้วค่อยๆเปิดฝาบาตร ลูกจันกับพอลช่วยกันใส่บาตรจนเสร็จท่ามกลางความหวาดผวาของพระและเด็กวัด พระให้พรแล้วหันไปส่งซิกซ์กับเด็กวัด เด็กวัดรีบพายเรือออกจากท่า พระและเด็กวัดเหลือบตาดูลูกจันอย่างนอยด์ๆ พอลเห็นสีหน้าท่าทางพระและเด็กวัดแล้วก็เหลือบมองอาการของลูกจัน ลูกจันหน้ายิ้มอิ่มบุญไม่รู้อะไรกับเค้าเลย

นาฬิกาปลุกเดินมาถึงเวลา 8 โมงเช้าที่ตั้งไว้ “กริ๊งๆๆ”
อาร์ตเอื้อมมือมากดปิดนาฬิกาปลุก อาร์ตนอนนิ่งต่อซักครู่แล้วก็ลืมตาโพลงกะทันหันเพราะนึกได้ว่ามีงานสำคัญ อาร์ตกระเด้งตัวจากเตียงอย่างรวดเร็วแล้วทำกิจวัตรต่างๆทั้งแปรงฟัน อาบน้ำ แต่งตัว หวีผมจนเสร็จ
อาร์ตหันไปมองนาฬิกาก็เห็นว่าเพิ่ง8โมง10นาทีเอง อาร์ตยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจในการทำเวลาของตัวเอง

อาร์ตจูงมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกจากบ้าน อาร์ตใส่หมวกกันน็อคแล้วก็สตาร์ทรถ อาร์ตเข้าเกียร์แล้วบิดคันเร่ง
มอเตอร์ไซค์อาร์ตแล่นไกลออกไป

สวนกล้วยไม้กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตามีชาวสวนหญิงล้วนทำงานอยู่ พอลยืนมองไปรอบๆพร้อมกดชัตเตอร์ในมือเป็นระยะ พอลมองไปทางลูกจันก็เห็นลูกจันในชุดแม่นาคกำลังเดินไต่ถามสารทุกข์สุขดิบกับชาวสวน ลูกจันดูใจดี ยิ้มแย้ม ไม่ถือตัวและน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ พอลยิ้มไปกับภาพที่เห็นจนอดไม่ได้ต้องยกกล้องมาถ่ายรูปลูกจัน “แชะ”
ลูกจันหันมามองกล้องจังหวะพอลกดชัตเตอร์พอดี แล้วลูกจันก็เดินตรงดิ่งมาหาพอล
“ปะ..ไปผสมพันธุ์กัน” ลูกจันชวน
พอลตาเหลือกเงิบจนเกือบหัวทิ่ม “ห๊า!!”

กอกล้วยไม้ไหวสั่น
ลูกจันพูดเสียงกระเส่าชวนสงสัย “ซ้ายอีกนิด..แหย่ไปอีก..ลึกๆหน่อยเส่ะ”
พอลเสียงกระเส่าพอกัน “ยังไม่โดนอีกเหรอ..ได้ยัง”
“อีกนิดๆ..นั่นแหละๆ..ตรงติ่งนั่นแหละ”
มือลูกจันวางทับบนมือพอลดูอีโรติคมาก
“ใช้ได้มั้ย” พอลถาม
“สุดยอด...ถ้าได้ทำบ่อยๆ..แกเอาดีทางนี้ได้เลยนะเนี่ยยย” ลูกจันชม
ลูกจันกำลังจับมือพอลผสมพันธุ์กล้วยไม้ เจ้าหน้าที่อีก3-4 คนนั่งผสมพันธุ์กล้วยไม้อยู่ใกล้ๆ สวนกล้วยไม้ของลูกจันเป็นระบบใหญ่โตชนิดที่ผลประกอบการแต่ละปีคงไม่ต่ำกว่าร้อยล้าน เจ้าหน้าที่ผสมพันธุ์กล้วยไม้ค่อยๆบรรจงใช้ปากคีบผสมเกสรตัวผู้กับตัวเมีย

จุ้มจิ้มที่กำลังร้อยสร้อยอยู่ที่แผงเล็กๆบนถนนคนเดิน อาร์ตซุ่มแอบดูจุ้มจิ้มอยู่ จุ้มจิ้มอยู่ในชุดผู้หญิงดูน่ารักน่าเอ็นดูกำลังร้อยสร้อยพร้อมเรียกลูกค้า อาร์ตอมยิ้มมีความสุขมากแต่แล้วอาร์ตหยุดยิ้มกะทันหันที่เห็นผู้ชายขี้หลีทั้งหนุ่มแก่เวียนเข้าไปอออยู่ที่ร้านจุ้มจิ้ม อาร์ตของขึ้น อวัยวะของเขากระตุกทีละส่วนตั้งแต่คิ้ว ตา จมูก ปาก จนถึงมือและเท้าด้วยอาการหึงมาก

จุ้มจิ้มกำลังยิ้มหวานรับลูกค้า
“สร้อยสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ ลองดูก่อนนะคะว่าชอบเส้นไหน”
ชายขี้หลีคนอื่นๆกำลังเดินวนไปเวียนมาอยู่ใกล้ๆจุ้มจิ้มโดยไม่ได้มีสมาธิอยู่ที่สร้อยเล๊ย
ชายขี้หลีมองไปที่สร้อยบนอกจุ้มจิ้มแล้วพูดหน้าหื่น “ชอบเส้นนี้อ่ะ..เท่าไหร่จ๊ะ”
จุ้มจิ้มเริ่มรู้ตัวเลยเบี่ยงตัวหลบสายตาหื่น
“เอ่อ..เส้นนี้ไม่ขายค่ะ”
ชายขี้หลีทำหน้าเสียดายที่จุ้มจิ้มหลบแต่ยังไม่ยอมออกจากร้าน เขาแกล้งทำเป็นดูๆเลือกสร้อยแต่ตาเหลือบมองจุ้มจิ้มตลอด จุ้มจิ้มมีสีหน้าไม่สบายใจแต่พยายามเก็บความรู้สึกเพราะไม่อยากเสียลูกค้า
ชายขี้หลีคนที่สองพูด “น้องครับ..ขอดูเส้นนั้นหน่อยครับ”
จุ้มจิ้มรีบหยิบสร้อยส่งให้ ชายขี้หลีรับสร้อยพร้อมถือโอกาสจับมือจุ้มจิ้ม จุ้มจิ้มตกใจจึงรีบดึงมือออก
ชายหลีขี้หลีสองทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ไม่ตั้งใจ เขาเนียนดูสร้อยซักพักแล้วเปลี่ยนใจ
“อือ..ยังไม่ค่อยชอบสี..ขอลองดูเส้นโน้นดีกว่าครับ”
จุ้มจิ้มมองชายขี้หลีสองอย่างหวาดระแวง แต่ก็จำเป็นต้องหยิบสร้อยเส้นใหม่ส่งให้ ชายขี้หลีสองลูบมือจุ้มจิ้มเต็มๆ จุ้มจิ้มสุดทน มืออีกข้างของเธอกำแน่น จุ้มจิ้มค่อยๆยกหมัดขึ้นเตรียมเหวี่ยงใส่หน้าชายขี้หลีสอง
ทันใดนั้นมือชายปริศนาก็จับหมัดจุ้มจิ้มเอาไว้ก่อนจุ้มจิ้มจะเหวี่ยงหมัด จุ้มจิ้มหันขวับไปมองเจ้าของมือปริศนาก็เห็นว่าเป็นอาร์ตที่กำลังยิ้มหวานพร้อมยื่นหน้าเข้ามาทำตาพราวใส่จุ้มจิ้ม
“ขอโทษนะตัวเอง..เค้ามาช้าไปหน่อย”

จุ้มจิ้มเหลือบตามองอาร์ตอย่างงงๆ เธอเห็นอาร์ตกำลังง่วนทำอะไรบางอย่างอยู่
อาร์ตพูดกับจุ้มจิ้ม “เสร็จแล้ว”
จุ้มจิ้มเห็นแผงขายสร้อยที่อาร์ตเพิ่งจัดใหม่ดูสวยงาม โดดเด่น ดึงดูดใจลูกค้ามาก จุ้มจิ้มอ้าปากค้าง
อาร์ตถาม “สวยป่ะ”
จุ้มจิ้มพยักหน้า
“อือ...” จุ้มจิ้มคิดได้ก็ค้อน “แต่สวยไปก็แค่นั้นแหละ ก็แกไล่ลูกค้าฉันไปหมดแล้วนี่”
“ลูกค้าที่ไหน มีแต่ไอ้พวกขี้หลีกะจะมาจีบแม่ค้าฟรีทั้งนั้นแหละ เห็นมะพอฉันแกล้งทำเป็นแฟนแกนิดเดียว..หายหัวไปกันหมดเลย..ไม่เห็นสนใจจะซื้อสร้อยซักคน”
จุ้มจิ้มจำนนด้วยหลักฐานถึงกับเงียบและจ๋อยไปเลย อาร์ตเห็นจุ้มจิ้มจ๋อยก็สงสารแล้วรีบปลอบใจ
“เอาน่า..ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็มีลูกค้าตัวจริงเข้ามาเองแหละ”
อาร์ตพูดจบลูกค้าผู้หญิง 5-6 คนก็ทะยอยเดินเข้ามาในร้าน พร้อมเลือกหยิบสร้อยกันใหญ่
ลูกค้าหญิงพูดกับเพื่อน “แต่งร้านน่ารักดีเนอะ”
ลูกค้าหญิงอีกคนเลือกหยิบสร้อยได้3เส้นก็หันมาทางจุ้มจิ้ม “เอา3 เส้นนี้ค่ะ”
ลูกค้าหญิงคนอื่นในมือถือสร้อยหลายเส้น “คิดเงินด้วยค่ะ”
จุ้มจิ้มหันมายิ้มให้อาร์ตด้วยความดีใจสุดๆ แล้วก็รีบวิ่งไปคิดเงินลูกค้า อาร์ตยืนยิ้มกริ่มด้วยความดีใจที่เห็นจุ้มจิ้มมีความสุข

พอลกำลังถ่ายรูปกับแฟนละครของพีท3-4 คน
พอลพูดกับแฟนละคร “ขอบคุณครับ”
กลุ่มแฟนละครเดินจากไป พอลมองหาลูกจันแต่ไม่เจอ พอลเดินออกไป

พอลเดินเข้ามาชะเง้อชะแง้แลหาลูกจัน
“สวนกล้วยไม้ของเรามีทั้งหมด120 ไร่ค่ะ” เสียงลูกจันพูด
พอลหันไปทางที่มาของเสียงก็เห็นลูกจันในชุดแม่นาคกำลังอธิบายลูกค้าเรื่องกล้วยไม้
“กล้วยไม้ของเรามีหลายพันธุ์หลายสี ในราคาที่ไม่แพง เพราะเรามีห้องอนุบาลกล้วยไม้เอง มีการเพาะเนื้อเยื่อเอง และหลายๆพันธุ์ทางสวนลูกจันของเราผสมขึ้นเองด้วยค่ะ...ถ้ายังไงขอเชิญทุกท่านชมตามสบายนะคะ..ถึงยังไม่สะดวกซื้อก็ไม่เป็นไรค่ะ..แค่คุณแวะมาเยี่ยมชมสวนลูกจัน..พวกเราก็ชื่นใจแล้วค่า”
ลูกค้ามองลูกจันอย่างชื่นชม ชาวต่างชาติบางคนขอถ่ายรูปคู่ลูกจันเป็นที่ระลึก ลูกจันมองหาพอลก็เห็นพอลยืนยิ้มให้อยู่มุมหนึ่ง ลูกจันกวักมือเรียกพอล พอลเดินเข้าไปหาลูกจัน
พอลยิ้มๆ “แต่งชุดนี้ช่วยเรียกแขกดีนะ”
ลูกจันเชิดหน้าด้วยความมั่นใจ
“แน่น๊อน..คนอย่างลูกจัน..จะทำอะไรซักอย่าง..ผลตอบรับต้องล้นหลามจ้ะ”
พอลแอบทำหน้าหมั่นไส้เบาๆ แล้วหันมองไปรอบๆ เขาเห็นลูกค้าเดินกันขวักไขว่เต็มร้าน
“งงดิ..ตอนแกมามันหลายปีแล้วนี่นะ..ตอนนั้นแม่ยังไม่ได้เปิดเป็นซุปเปอร์มาเก็ตกล้วยไม้แบบนี้..แกเลยยังไม่เคยเห็น”
“เหรอ?” พอลนึกได้ “เอ๊ย..เอ่อ..ใช่ๆ..คนเยอะดีเนอะ”
“อือ..แต่ยังไงสวนเราก็ยังเน้นส่งออกนอกเหมือนเดิมแหละ..ยิ่งตอนนี้เห็นแม่บอกว่ามียอดสั่งเพิ่มอีกสิบกว่าประเทศ..ปลูกเกือบไม่ทันแน่ะแก”
พอลทำหน้าทึ่งแต่แล้วก็นึกสงสัยขึ้นมา
“ธุรกิจสวนกล้วยไม้ขนาดนี้กำไรปีนึงคงเป็นร้อยล้าน ทำหนังสือของตัวเองได้สบายมาก แล้วจะมาเป็นบก.รับจ้างอยู่ทำไม” พอลถาม
“ก็ถ้าฉันจะทำหนังสือเอง ฉันก็ต้องใช้เงินยายกับแม่มาลงทุนให้น่ะสิ..ไม่เอาหรอก ฉันอยากภูมิใจว่างานของฉันมาจากความสามารถของฉันเองจริงๆไม่ต้องอิงเงินยายกับแม่ เอาไว้วันไหนฉันเก็บเงินได้มากพอ ฉันค่อยเปิดหนังสือตัวเอง..จากเงินลงทุนของฉันเองดีกว่า”
ลูกจันทำหน้ามุ่งมั่นอย่างคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง พอลมองลูกจันแล้วแอบยิ้มชื่นชม

จุ้มจิ้มกำลังให้ข้อมูลกับลูกค้าเรื่องสร้อย ลูกค้าเลือกสร้อยต่อ จุ้มจิ้มกระแอมเจ็บคอ ใครบางคนส่งขวดน้ำเย็นพร้อมหลอดดูดมาให้จุ้มจิ้ม จุ้มจิ้มเงยหน้ามองเจ้าของมือก็เห็นอาร์ตส่งน้ำพร้อมส่งยิ้ม จุ้มจิ้มยิ้มหวานให้อาร์ต
“ขอบใจนะ”
อาร์ตพยักหน้ารับเขินๆ แล้วรีบแก้เขินด้วยการเดินกลับไปนั่งร้อยสร้อยต่อ จุ้มจิ้มรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ จนเผลอยิ้มคนเดียว

จุ้มจิ้มกับอาร์ตช่วยกันทำงาน จุ้มจิ้มกับอาร์ตยืนอยู่ท่ามกลางลูกค้ามากมาย ทั้งสองช่วยกันหยิบสร้อยส่งให้ลูกค้าดู ลูกค้าข้างอาร์ตและจุ้มจิ้มบังเอิ๊ญใจตรงกันอยากดูสร้อยเส้นเดียวกัน จุ้มจิ้มกับอาร์ตจึงยื่นมือไปจับสร้อยเส้นเดียวกันพร้อมกันโดยบังเอิญ มืออาร์ตทับมือจุ้มจิ้ม จุ้มจิ้มเขิน ส่วนอาร์ตแอบอมยิ้มชื่นใจ

จุ้มจิ้มเขย่งขาไปหยิบสร้อยเส้นที่อยู่สูงแล้วพลาดหงายหลัง อาร์ตตกใจจึงพุ่งตัวเข้ามารับจุ้มจิ้มอยู่ในอ้อมแขนได้พอดี อาร์ตกับจุ้มจิ้มสบตากันอายๆ

อ่านต่อหน้าที่ 4


รักนี้เจ้จัดให้ ตอนที่ 8 (ต่อ)

จุ้มจิ้มเข้ามาหยิบสร้อยในร้านแล้วหมุนตัวกลับ อาร์ตเดินเข้ามาพอดี จุ้มจิ้มเดินชนเข้าที่กลางอกอาร์ตพอดีเป๊ะ อาร์ตเอามือจับไหล่จุ้มจิ้มไว้ไม่ให้หงายหลังไปตามสัญชาตญาณ

จุ้มจิ้มทำถุงลูกปัดหล่นทำให้ลูกปัดกลิ้งไปทั่วร้าน อาร์ตกับจุ้มจิ้มคลานเก็บลูกปัดทั่วร้าน อาร์ตกับจุ้มจิ้มหันมาสบตากันโดยบังเอิญ อาร์ตกับจุ้มจิ้มรีบหันหน้าไปทางอื่นแล้วควานหาลูกปัดต่อ อาร์ตกับจุ้มจิ้มก้มหน้าก้มตาหาลูกปัดจนไม่รู้ตัวว่าคลานวนมาหากันอีกรอบ อาร์ตกับจุ้มจิ้มหัวชนกันโดยบังเอิญ อาร์ตกับจุ้มจิ้มเหลือบตามองกันชนิดที่หน้าจะชนกันอยู่แล้ว
อาร์ตและจุ้มจิ้มลุกขึ้นยืนพร้อมกันแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นลูกค้าคนหนึ่งยืนมองอยู่
ลูกค้าทำหน้าตาสาระแน “แหม.."บังเอิญ"บ่อยเนอะ!”
อาร์ตและจุ้มจิ้มทำหน้า "อุ๊ต่ะ"..พร้อมกัน

จุ้มจิ้มนั่งร้อยสร้อยไปแอบมองอาร์ตไป จุ้มจิ้มร้อยสร้อยแล้วก็โดนเข็มตำนิ้ว
จุ้มจิ้มร้อง “โอ๊ย”
อาร์ตหันขวับมามองจุ้มจิ้ม จุ้มจิ้มนิ่วหน้าเจ็บรอยเข็มตำ อาร์ตรีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง เขาเห็นรอยเข็มตำที่เล็กมาก อาร์ตเครียดมากกับรอยแผลเข็มตำของจุ้มจิ้ม แล้วอาร์ตก็วิ่งออกไปจากร้าน จุ้มจิ้มทำหน้างง
อาร์ตวิ่งกลับมาพร้อมอุปกรณ์ทำแผลที่ดูยิ่งใหญ่อลังการราวกับจุ้มจิ้มแขนขาด จุ้มจิ้มงงกว่าเดิม อาร์ตดูดเลือดจากแผลของจุ้มจิ้มแล้วถุยทิ้ง จุ้มจิ้มทำตาปริบๆ อาร์ตง่วนทำอะไรบางอย่างกับจุ้มจิ้ม จุ้มจิ้มงงสุดๆ
“เอ่อ..อาร์ต..คือ..”
อาร์ตยังก้มหน้าก้มตาทำบางอย่างด้วยท่าทางจริงจังมาก
อาร์ตพูดเสียงเครียด “อย่าเพิ่งพูด!!”
จุ้มจิ้มหน้าแหยและพูดไม่ออกจึงได้แต่กลอกตา อาร์ตก้มดูนาฬิกา
“15 นาทีแล้ว..ต้องคลาย..”
อาร์ตกระตือรือล้นกับการทำอะไรบางอย่าง
จุ้มจิ้มพูดแทรก “คือ..โดนเข็มตำอ่ะ..ไม่ได้โดนงูกัด”
อาร์ตกำลังจะคลายเชนาะที่ขันไว้ซะแน่นเหนือข้อมือจุ้มจิ้ม
จุ้มจิ้มพูดเสีัยงเกรงใจ “ไม่ต้องขันเชนาะมั้ย?”
อาร์ตเพิ่งรู้ตัวว่าเล่นใหญ่ไป
อาร์ตแถ “ก็..ก็ขันไว้ก่อน..พิษบาดทะยักจะได้ไม่วิ่งเข้าหัวใจไง”
จุ้มจิ้มหัวเราะคิกๆ แบบทั้งขำทั้งเอ็นดู อาร์ตทั้งเขินทั้งเสียหน้าเลยทำดุใส่
“นิ่งๆสิ..จะทำแผลให้”
อาร์ตทำแผลให้จุ้มจิ้มอย่างจริงจังมาก ตั้งแต่คัดเลือดทิ้ง ล้างด้วยแอลกอฮอลล์..ทาครีมฆ่าเชื้อโรค..ใส่เบตาดีน..เอาสำลีปิดทับแผล..แล้วพันทับด้วยผ้าก๊อช แล้วอาร์ตก็ยิ้มภูมิใจ
“เสร็จแล้ว”
จุ้มจิ้มกลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะค่อยๆยกนิ้วที่ทำแผลเสร็จแล้วขึ้นมา นิ้วจุ้มจิ้มถูกผ้าก๊อชพันไว้ใหญ่เว่อร์ราวกับเพิ่งนิ้วขาดมาหมาดๆ
จุ้มจิ้มยิ้มแหยๆ “ขอบใจนะ”
อาร์ตยิ้มปลื้มอย่างภาคภูมิใจราวกับเป็นคุณชายหมอที่เพิ่งผ่าตัดสมองคนไข้สำเร็จ

พอล ลูกจัน และคนงานช่วยกันเก็บดอกไม้คนละไม้คนละมือเพื่อเตรียมปิดร้าน พอลมีเหงื่อซึมเต็มหน้า เขากำลังจะใช้แขนปาดเหงื่อ
เสียงลูกจันร้องห้าม “หยุด!!”
พอลชะงักแล้วหันไปทางต้นเสียง ลูกจันเดินหัวกระเซิงมาหาพอล
“แขนสกปรกขนาดนี้เอามาเช็ดหน้า..เดี๋ยวก็สิวขึ้นหรอก..มา..ฉันเช็ดให้”
ลูกจันใช้ผ้าเช็ดหน้าที่ถือมาเช็ดหน้าให้พอล พอลยิ้มนิดๆ ยอมให้ลูกจันเช็ดหน้าให้แต่โดยดี พอลเห็นลูกจันที่กำลังตั้งอกตั้งใจเช็ดหน้าให้เขาหน้ามอมแมมยิ่งกว่าเขาอีก พอลยื่นมือไปจับมือลูกจันให้หยุดเช็ด
“พอแล้ว..มา..เดี๋ยวเช็ดให้บ้าง”
พอลค่อยๆปัดผมที่รุ่ยร่ายของลูกจันไปทัดหูไว้ แล้วเช็ดเหงื่อบนใบหน้าลูกจันอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน
ลูกจันมองพอลที่กำลังเช็ดหน้าให้ ทันใดนั้นลูกจันก็รู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน ลูกจันรู้สึกเหมือนสิ่งแวดล้อมรอบตัวหายไปมีแค่เธอที่ยืนนิ่งงันจ้องตาพอลอยู่ราวกับถูกจี้จุด พอลมองตาลูกจันนิ่ง มือถือผ้าเช็ดหน้าค้างอยู่ที่บนใบหน้าลูกจัน
“เสร็จแล้ว” พอลบอก
ลูกจันสะดุ้งเฮือกและร่างกระตุกเหมือนถูกไฟช็อต
พอลตกใจ “เป็นอะไร”
ลูกจันงงๆ “ไม่รู้ดิ..จู่ๆก็...” ลูกจันไม่กล้าบอกว่าโลกหยุดหมุนและรู้สึกเหมือนไฟช็อต “เอ่อ..ช่างมันเถอะ..สงสัยไฟฟ้าสถิตย์มั้ง..เอ่อ..เดี๋ยวฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”
ลูกจันรีบก้มหน้าก้มตาเดินออกไป พอลงงจึงรำพึงเบาๆ
“ไฟฟ้าสถิตย์อะไรวะ?”

ลูกจันยืนมองตัวเองในกระจก
“มันใช่ไฟฟ้าสถิตย์จริงรึเปล่าวะ?”
ลูกจันยืนครุ่นคิดหาคำตอบให้กับอาการแปลกๆที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเอง

ร้านจุ้มจิ้มถูกเก็บเรียบร้อยแล้ว จุ้มจิ้มกำลังหิ้วของหลายถุง อาร์ตเข้ามาดึงถุงออกจากมือจุ้มจิ้ม จุ้มจิ้มมองหน้าอาร์ต
“ของเยอะแบบนี้จะกลับเองได้ไง” อาร์ตเขินมากแต่กลั้นใจพูด “เดี๋ยวไปส่งเอง”
จุ้มจิ้มอึ้งและเงียบอยู่
อาร์ตมองอย่างลุ้นคำตอบสุดตัว “..ได้มั้ย?”
จุ้มจิ้มหลบตาแล้วพยักหน้า อาร์ตยิ้มแฉ่งจนปากจะฉีกถึงใบหูอยู่แล้ว

อาร์ตยังคงยิ้มแฉ่งจนปากจะฉีกถึงใบหู เขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกับจุ้มจิ้มและนันทา บนโต๊ะมีอาหารวางอยู่เรียบร้อยแล้ว
“ทานเยอะๆนะอาร์ต..ไม่ต้องเกรงใจ” นันทาบอก
“ขอบคุณครับ”
นันทาพูดกับจุ้มจิ้ม “จุ้มตักข้าวให้อาร์ตสิลูก”
“จ้ะแม่”
จุ้มจิ้มตักข้าวใส่จานอาร์ต จุ้มจิ้มกับอาร์ตสบตากันพอดี จุ้มจิ้มเขิน ส่วนอาร์ตยิ้มกริ่ม นันทาสังเกตอาการของทั้งคู่แล้วก็แอบยิ้มเอ็นดู

อาร์ตหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มขณะอยู่ในห้องรับแขกกับนันทา จุ้มจิ้มเดินถือจานผลไม้เข้ามาวางบนโต๊ะ
“จุ้ม..อาร์ตเค้าเพิ่งเล่าให้แม่ฟังว่าเค้าปั้นเซรามิคเป็นงานอดิเรกแต่เคยเอาไปขายได้ราคาดีเชียว จุ้มอยากไปเรียนมั้ยลูกอาร์ตเค้าจะช่วยสอนให้” นันทาบอก
จุ้มจิ้มหันไปมองหน้าอาร์ต อาร์ตส่งยิ้มจริงใจตอบ
“ไม่คิดค่าสอน อุปกรณ์ก็มีพร้อมแล้วไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มหรอก” อาร์ตบอก
จุ้มจิ้มลังเล
“เรียนเถอะจุ้ม..มีวิชาติดตัวไว้ก็ไม่เสียหาย..แล้วอาร์ตเค้าบอกว่างานศิลปะเนี่ยมันช่วยคลายเครียดได้..แม่อยากให้จุ้มได้มีเวลาคลายเครียดบ้างนะลูก”
จุ้มจิ้มเดินเข้าไปกอดแม่อย่างอ่อนโยน
“ก็ได้จ้ะแม่”
อาร์ตมองภาพความรักระหว่างจุ้มจิ้มกับแม่อย่างรู้สึกดี
อาร์ตพูดกับนันทา “ไม่ต้องห่วงนะครับ..ผมจะดูแล..เอ่อ..” อาร์ตเขินเพราะไม่เคยเรียกแบบนี้ “ดูแลจุ้มอย่างดีเลยครับ”
นันทายิ้ม “ขอบใจจ้ะ”
จุ้มจิ้มยิ้มให้อาร์ตแต่ไม่กล้าสบตา

อาร์ตใส่หมวกกันน็อคแล้วหันมาหาจุ้มจิ้ม
“พรุ่งนี้จะมารับตอน9โมงนะ” อาร์ตบอก
จุ้มจิ้มพยักหน้า อาร์ตเตรียมสตาร์ตรถ
“เอ่อ..อาร์ต..”
อาร์ตชะงักแล้วหันกลับมาทางจุ้มจิ้ม
จุ้มจิ้มเขิน “ขอบใจนะ”
อาร์ตพยักหน้ารับยิ้มๆ แล้วหันกลับไปจะสตาร์ตรถอีกครั้ง
จุ้มจิ้มเรียก “อาร์ต..”
อาร์ตชะงักอีกรอบแล้วหันกลับมาทางจุ้มจิ้มอีกครั้ง
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ต้องหาอาหารเช้านะ..จะทำไปเผื่อ”
อาร์ตยิ้มดีใจ พยักหน้ารับ ก่อนหันกลับไปเตรียมสตาร์ตรถ
“อาร์ต..”
อาร์ตชะงักแล้วหันมาอีกที
จุ้มจิ้มเขินกว่าเดิม “..คือ..ขับรถระวังนะ”
อาร์ตยิ้มกว้างแล้วพยักหน้ารับ เขาหันไปทำท่าเหมือนจะสตาร์ตรถแต่ก็หยุดกะทันหันแล้วหันมาทางจุ้มจิ้ม
อาร์ตล้อ “ไม่เรียกอีกทีเหรอ..จะได้ไม่ต้องกลับ”
จุ้มจิ้มอายจนทำหน้าไม่ถูก
“ไม่เรียกแล้ว..กลับไปเลยไป”
อาร์ตยิ้มเอ็นดูแล้วเตรียมสตาร์ตรถแต่ก็นึกได้จึงหันกลับมาหาจุ้มจิ้ม
“เข้าบ้านไปก่อนไป๊..เดี๋ยวจะรอส่ง”
จุ้มจิ้มพยักหน้ารับแล้วส่งยิ้มเอียงอายให้อาร์ตพร้อมโบกมือบ๊ายบาย “บาย”
จุ้มจิ้มหันหลังกลับเพื่อจะเดินเข้าบ้าน
อาร์ตเรียก “จุ้ม”
จุ้มจิ้มหันกลับไปมองอาร์ต
อาร์ตมองจุ้มจิ้มตาพราว “ฝันดีนะ”
จุ้มจิ้มหน้าแดงแล้วก็พยักหน้าก่อนจะรีบเดินเข้าบ้าน อาร์ตยืนยิ้มอยู่คนเดียวจนจุ้มจิ้มเข้าไปในบ้าน แล้วอาร์ตก็สตาร์ตรถออกไป

พอลกับลูกจันนั่งอยู่ในรถ โดยพอลเป็นคนขับ
ลูกจันเปิดกระจกคุย “แม่กับยายไม่ไปด้วยกันจริงๆเหรอจ๊ะ”
“ไม่ไปหรอกลูก..ตอนวันพระยายกับแม่เพิ่งก็เพิ่งไปทำบุญมา..หนูกับพีทไปกันเถอะ” ยายแจ่มบอก
“กราบพระเผื่อแม่กับยายด้วยแล้วกันนะ” แม่จันทร์บอก
“จ้ะ..ไปน้า”
ลูกจันโบกมือลาแม่กับยายแล้วกดปุ่มเลื่อนกระจก กระจกรถค่อยๆเลื่อนขึ้น รถเคลื่อนออกไปจากบ้านสวนช้าๆ

องค์พระปฐมเจดีย์สวยงามด้วยไฟประดับ ผู้คนเดินทะยอยเข้าออกในวัด ลูกจันเดินนำพอลไปที่ขายดอกไม้ธูปเทียน พอลหยอดเงินใส่กล่องบริจาค ลูกจันถือดอกไม้ธูปเทียนอยู่2ชุด ยืนอยู่ข้างๆ พอล

ควันธูปลอยสูงขึ้นไป องค์พระพุทธรูปมีพระพักตร์ละไมเปี่ยมเมตตา พอลกับลูกจันกราบพระพร้อมกัน3ครั้ง พอลกับลูกจันเงยหน้ามองพระพุทธรูปแล้วหันมายิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ลูกจันกับพอลหยอดเงินทำบุญ พอลและลูกจันเดินหยอดเงินทำบุญทุกกล่องบริจาค ทั้งสองตักน้ำมันเติมในตะเกียงคู่กัน พอลปิดทองพระพุทธรูปเพิ่งเสร็จและกำลังจะเอามือออก ทันใดนั้น ก็มีมือหนึ่งยื่นมาปิดทับแผ่นทองของพอล
พอลหันไปมองเจ้าของมือก็เห็นว่าลูกจันนั่นเอง ลูกจันหันมายิ้มแฉ่งให้พอล
“แกกับฉันจะได้เกิดมารักกันทุกชาติไป..เนอะ”
พอลหน้าแดงและร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
พอลพยักหน้ายิ้มๆ แบบทั้งเขิน ทั้งรู้สึกดี “อือ”
พอลและลูกจันร่วมด้วยช่วยกันปิดทองพระพุทธรูปมากมายหลายตำแหน่ง

ลูกจันและพอลเดินมาเจอมุมเสี่ยงเซียมซีที่มีคนนั่งเขย่าติ้วอยู่หลายคน
“เสี่ยงเซียมซีกันมั้ยพีท”
พอลเหลือบมองติ้วเซียมซีอย่างไม่ศรัทธา
“ไม่เอาอ่ะ” พอลบอก
“ทำไมล่ะ..ปกติแกชอบนี่”
พอลอึกอัก “ก็..ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว..เราจะอยากรู้เรื่องของอนาคตไปทำไม แค่ทำวันนี้ให้ดีก็พอ”
ลูกจันค้อนขวับใส่พีท
“วันนี้ฉันก็ทำดีอยู่แล้วย่ะ..แต่ฉันก็ยังอยากรู้เรื่องของอนาคตอยู่ดี จะได้เตรียมตัวทัน...ไม่ต้องพูดมาก...ไปเขย่ากับฉันเลย เพราะฉันอยากรู้เรื่องอนาคตแกด้วย”
ลูกจันใช้กำลังลากพอลไปที่ติ้วเซียมซีจนได้ ลูกจันยื่นติ้วเซียมซีให้พอล
“เอ้า..เอาไป”
พอลรับติ้วเซียมซีมาอย่างเซ็งๆ แล้วลูกจันกับพอลก็นั่งเขย่าเซียมซีคู่กัน พอลเขย่าแบบเบื่อๆ พร้อมแอบเหลือบมองลูกจัน เขาเห็นหน้าลูกจันทำท่าเขย่าติ้วจริงจังมาก พอลแอบขำลูกจันที่ทำตัวเป็นสาวเปรี้ยวแต่ตั้งใจเขย่าติ้วเหลือเกิน
ไม้เซียมซีของลูกจันและพอลร่วงลงมาพร้อมกันอย่างสวยงามราวกับมีใครจัดให้ ไม้เซียมซีที่ร่วงลงมาเป็นเบอร์3 เหมือนกันทั้งคู่

ลูกจันอ่านคำทำนาย "ใบที่3 ตามตำราว่าเอาไว้ จะคิดการสิ่งใดได้ดังหวัง
แต่จะมีเรื่องร้ายให้ระวัง ศัตรูที่ชิงชังยังราวี
คงจำต้องพลัดพรากจากเคหา เจอกับภัยนานากว่าคราไหน
โชคดีที่รอดพ้นได้สบายใจ จากผลบุญมากมายเคยได้ทำ
ใครที่ยังไร้คู่มาสู่สม จะได้ชิดเชยชมดังใจฝัน
เป็นคนที่ใกล้ชิดสนิทกัน เพราะสวรรค์จัดให้ได้สมปอง"
ลูกจันทำหน้าเซ็ง “ไม่แม่นอ่ะ”
ลูกจันขยำใบทำนายวางไว้ใต้ฐานพระแล้วพนมมือพูดกับพระพุทธรูป “ฝากนะคะ”

พอลที่ถือใบทำนายค้างอยู่ทำหน้างง
“รู้ได้ไงว่าไม่แม่น”
“หึ..ก็ที่บอกว่าฉันจะเจอคู่เป็นคนใกล้ชิดไง..คนใกล้ชิดที่สุดของฉันก็คือ...” ลูกจันมองตาพอลนิ่ง “แก”
พอลหวั่นไหววาบหวิวไปกับดวงตาของลูกจัน
ลูกจันพูดต่อแบบทำลายfeelของพอลมาก “..ซึ่งเป็นเกย์!”
ลูกจันทำหน้าเซ็งแล้วลุกออกไป
พอลทำหน้าเซ็งกว่า เขาหันไปมองใบทำนายที่ลูกจันวางเอาไว้ใต้ฐานพระแล้วก็เอื้อมไปหยิบใบทำนายของลูกจันขึ้นมา พอลค่อยๆเอามือรีดใบทำนายของลูกจันให้ยับน้อยลงแล้วเอาวางประกบกับใบทำนายของตัวเองก่อนจะพับอย่างเรียบร้อยใส่ในกระเป๋าสตางค์
พอลยิ้มมีความสุข เขาเงยหน้าขึ้นจากการเอาใบทำนายใส่กระเป๋าก็เห็นพระพุทธรูปมองมาเหมือนรู้ทัน พอลสะดุ้งแล้วยิ้มแหยๆให้พระพุทธรูปอย่างอายๆ

ลูกจันกับพอลเพิ่งไหว้พระอีกองค์หนึ่งเสร็จ
ผู้หญิงคนหนึ่งทัก “พี่พีทใช่มั้ยคะ”
พอลหันกลับไปมองเห็นประชาชนกลุ่มหนึ่งยืนมองอยู่ พอลเหลือบตามองพระพุทธรูปอย่างเกรงใจ เขาเห็นพระพุทธรูปมองตรงมาเหมือนจะเตือนไม่ให้ผิดศีล หูพอลแว่วเสียงจากจิตใต้สำนึกตัวเองว่า
“มุสาวาทา เวรมณี”
พอลหน้าจ๋อยที่ต้องผิดศีลข้อ4 เขายกมือไหว้พระพุทธรูป
พอลทำปากขมุบขมิบกับพระพุทธรูป “ขอโทษครับ”
พอลหันกลับมามองหญิงกลุ่มนั้น
พอลพูดเสียงอ่อยๆ เพราะไม่อยากโกหก “เอ่อ..ชะใช่ครับ”
“ดีใจจังค่ะที่ได้เจอพี่..ขอถ่ายรูปหน่อยได้มั้ยคะ”
“ได้ครับ”
หญิงคนนั้นเข้าไปถ่ายรูปกับพอลโดยมีเพื่อนในกลุ่มถ่ายให้ ประชาชนมาทั้งกลุ่มสลับกันถ่ายรูปกับพอล
ลูกจันยืนมองภาพความฮ็อตของเพื่อนอย่างปลื้มใจ ทุกคนถ่ายรูปเสร็จแล้วก็ทะยอยจากไป
วัยรุ่นหญิงคนหนึ่งท่าทางเชยๆ เดินมาคนเดียว เธอแอบมองพอลอย่างอายๆ ลูกจันหันไปเห็น แล้วภาพสมัยอดีตที่แสนเชยของลูกจันก็ลอยกลับมาเพราะลูกจันยิ่งดูก็ยิ่งคิดถึงตัวเองตอนวัยรุ่น
ลูกจันมีแววตาอ่อนโยนขณะเดินไปหาวัยรุ่นหญิงแสนเชย
“น้อง..อยากถ่ายรูปกับพี่พีทเหรอคะ”
หญิงคนนั้นพยักหน้าอายๆ “ค่ะ”
“ก็เข้าไปสิคะ..พี่พีทว่างพอดี”
พอลถ่ายรูปกับประชาชนคนสุดท้ายเพิ่งเสร็จ
หญิงคนนั้นอาย “คือหนู..เอ่อ..”
“ไม่ต้องเขินค่ะ..ปะ..เดี๋ยวพี่ถ่ายให้เอง”
ลูกจันจูงมือหญิงสาวไปถ่ายรูปกับพอล ลูกจันเป็นตากล้องถ่ายรูปให้พอลกับหญิงคนนั้นหลายรูป แล้วลูกจันก็คืนโทรศัพท์ให้
“ขอบคุณค่ะ..เอ่อ..พี่ลูกจัน”
ลูกจันงง “รู้จักพี่ด้วย?”
“รู้จักสิคะ..หนูเป็นแฟนหนังสือพี่ด้วยค่ะ”
ลูกจันยิ้มปลื้ม “ขอบคุณค่ะ”
“หนูขอถ่ายรูปคู่พี่ด้วยได้มั้ยคะ”
“ได้สิ” ลูกจันพูดกับพอล “พีท..ถ่ายให้หน่อยนะ”
พอลรับโทรศัพท์หญิงคนนั้นแล้วถ่ายรูปลูกจันกับหญิงสาวก่อนส่งโทรศัพท์คืน
“ขอบคุณค่ะ..เอ่อ..หนูขอถ่ายรูปพี่2คนคู่กันได้มั้ยคะ..พี่2คนสวยหล่อสมกันมากเลยค่ะ”
ลูกจันกับพอลแอบสบตากันแบบต่างอารมณ์ ลูกจันแอบขำที่หญิงคนนี้บอกว่าตัวเองเหมาะสมกับเกย์แต่พอลฟังแล้วแอบเขิน
“ได้เลยค่ะ”
ลูกจันหันมาคล้องแขนพอล พร้อมเอียงซบ พอลแอบเหล่มองลูกจันที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างเขินๆ ลูกจันในระยะใกล้ที่ดูน่ารักสดใสและไม่ได้รู้เรื่องเลยว่ากำลังทำให้ใครเค้าหวั่นไหว
ภาพคู่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของหญิงคนนั้นเป็นพอลและลูกจันในท่าที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศลงความเห็นพร้อมกันว่าช่างเหมาะสมกันจริงจริง

อ่านต่อตอนที่ 9 

กำลังโหลดความคิดเห็น...