xs
xsm
sm
md
lg

คมพยาบาท ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คมพยาบาท ตอนที่ 11

เปียปิดประตูลากประวิทย์เข้ามานั่งที่เตียง กอดเอาไว้ ประวิทย์ขืนตัวเอาไว้

“อย่าครับคุณหนู...ผมอยากรู้เรื่องนมแส”
“เปียไม่รู้ เปียไม่เกี่ยว เปียแค่คิดถึงประวิทย์”
เปียกอดอ้อน ประวิทย์ดันตัวออก
“อย่าคุณหนู ผมอยากรู้เรื่องนมแสจริงๆ ฝีมือคุณหนูใช่มั้ย”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่...”
“แต่คุณหนู...”
เปียเอื้อมมือมาปิดปากประวิทย์
“อย่าสนใจเรื่องของคนอื่นได้มั้ยประวิทย์”
เปียคิดถึงประวิทย์ใจจะขาดแล้ว หรือประวิทย์ไม่รักไม่คิดถึงเปีย”
ประวิทย์มองเปีย ดวงตามองรู้ เปียต้องการใช้วิธีนี้เพื่อปิดบังความจริง เขายิ้ม กอดตอบเปียไม่ขัดขืน
“รักสิครับ ผมทั้งรักและคิดถึงคุณหนู คิดถึงมาก”
ประวิทย์แกล้งมองโลมเลียทั่วเรือนร่างสายตาเจ้าชู้ เปียมองประวิทย์ เห็นดวงตาไม่ซื่อ เริ่มกลัว
“ประวิทย์จะทำอะไรน่ะ”
“ก็...ทำในสิ่งที่หัวใจของเราสองคนต้องการไงล่ะครับ”
เปียจ้องหน้าประวิทย์ตกใจ คาดไม่ถึง ประวิทย์เปลี่ยนเป็นคนละคน เลอสรรเลี้ยวรถกลับมาได้ และตรงมาที่ม่านรูดจอดหน้าม่านรูดสั่งน้อยที่นั่งตาโต
“น้อยนั่งอยู่ที่นี่ ไม่ต้องเข้าไป”
“แต่...”
เลอสรรดุ
“พี่บอกให้นั่งนี่...อย่าเข้าไป” เลอสรรลงจากรถไปเลยก่อนบอก “ ล็อกประตูดีๆด้วย
เลอสรรยื่นกุญแจให้น้อยแล้วสาวเท้าเข้าไปด้านในรวดเร็ว น้อยนั่งในรถตัวสั่น ใจเต้นตูมตาม

เลอสรรเดินเข้าไปด้านใน เห็นรถเปีย ก็หน้าเครียด โมโห...ด้านในประวิทย์ก้มลงจะแกล้งจูบ เปียดันหน้าออกร้อง
“อย่านะ ไอ้บ้า”
ประวิทย์ยิ้ม
“นึกแล้ว...คุณหนูหลอกผม แกล้งเอาตัวเข้าแลก เพื่อปิดบังความจริง แต่พอเอาจริง คุณหนูก็ไม่ยอม ไม่ต้องกลัวผมเป็นลูกผู้ชายพอที่จะไม่ฉวยโอกาส ข่มเหงรังแกผู้หญิง ถึงผู้หญิงจะให้ท่าก็ตาม”
“ไอ้ประวิทย์”
เปียตบผลัวะ ประวิทย์กระชากเปียดุดัน
“บอกผมมา คุณหนูทำร้ายนมแสใช่มั้ย”
“ใช่หรือไม่ใช่แล้วแกจะทำไม”
“คุณหนู”
ประวิทย์โกรธมากกระชากเขย่าตัว
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย”
ประวิทย์ตะคอกดุดัน
“ไม่...จนกว่าคุณหนูจะพูดความจริงกับผม บอกผมมานะ คุณหนู บอก”
เปียกรี๊ด
“ไม่...ช่วยด้วยๆๆๆค่ะช่วยด้วย”
เลอสรรได้ยินเปียร้องให้ช่วยทุบประตู
“เปีย เปิดประตูเดี๋ยวนี้เปีย”
“พี่เลอสรร”
เปียกระโจนไปที่ประตูเปิดทันที เลอสรรถลันเข้ามา ประวิทย์หน้าซีด
“คุณเลอสรร”
เปียโผเข้ากอดเลอสรร
“ช่วยเปียด้วยค่ะ ประวิทย์จะปล้ำเปีย”
“เลว”
เลอสรรตรงเข้าไปชกต่อยประวิทย์แบบไม่ทันให้ตั้งตัว น้อยนั่งในรถร้อนใจ ทนไม่ไหว เปิดประตูลงมา วิ่งเข้าไป เลอสรรชกต่อยประวิทย์ ประวิทย์ปกป้องแต่ไม่สู้
“อย่าครับ ฟังผมก่อน”
“เห็นอยู่กับตา นายทำร้ายน้องเปีย คนเนรคุณ”
เลอสรรต่อยผลัวะ ประวิทย์ร่วงลงไปนอนกองกับพื้น เปียสาแก่ใจยิ้มร้าย ทำท่ามึนๆงงๆ น้อยวิ่งเข้ามาพอดีเห็นรีบเข้าไปหาประวิทย์ห้าม
“อย่าค่ะพี่เลอ”
“น้อย” เลอสรรชะงัก
น้อยคั่นไว้ระหว่างประวิทย์กับเลอสรร
“ค่อยๆพูดค่อยๆจากันนะคะ”
เปียตาเขียวใส่น้อย แอ๊บเหมือนถูกมอมยา พูดแผ่วๆ
“พี่เลอ...ช่วยเปียด้วยค่ะ”
“เปีย” น้อยอึ้ง
เลอสรรมองน้อยเสียใจ แอบหึง บอกประวิทย์
“ฉันจะบอกเรื่องนี้กับคุณน้า”
“อย่าครับ...ไม่งั้นคุณเปีย...” ประวิทย์ตกใจ
“ทำไม” เลอสรรจ้องหน้า
เปียมองตกใจรีบโผเข้ากอดเลอสรร
“พี่เลอช่วยเปียด้วย เปียไม่ไหวแล้ว พาเปียกลับบ้านนะคะ”
เลอสรรมองเห็นน้อยประคองประวิทย์ ก็หึง กอดประคองเปีย
“น้อยอยากอยู่กับประวิทย์ก็อยู่ เอารถกลับให้พี่ก็แล้วกัน”
เลอสรรประคองพาเปียเดินออกไป ประวิทย์บอกน้อย
“น้อย...พี่ไม่ได้ทำอะไรคุณหนูจริงๆนะ”
น้อยเงียบ มองเลอสรรน้อยใจ มองเปียและประวิทย์สงสัย

สองคนเดินออกมาหน้าม่านรูด ริมฝีปากประวิทย์รอยแตกแต่ไม่มาก น้อยยื่นกุญแจรถให้ ประวิทย์บอกกลัวๆ
“พี่ไม่อยากขับรถคุณเลอสรรเลย เพราะพี่รู้ ยังไงก็มีปัญหาตามมาแน่”
“พี่ประวิทย์ไม่มั่นใจ กลัวจะขับรถชนเหรอคะ”
“เปล่า แต่พี่ว่า ยังไงคุณเลอสรรก็หึงน้อยแน่นอน”
ประวิทย์กังวลเหนื่อยใจ น้อยหน้าแหย อายประวิทย์

เลอสรรขับรถมาจอดหน้าบ้าน แล้วลงไป เปียวิ่งมากอดเขาทำท่าทางมึนๆ เลอสรรพยายามดันตัวออก
“เดินดีๆเปีย”
“เปียเดินไม่ไหว ประวิทย์ต้องมอมยาเปียแน่ๆเลยค่ะพี่เลอ”
เปียแกล้งหมดแรง เลอสรรตกใจ
“เปีย”
เลอสรรรีบคว้าตัวของเปียที่แกล้งหมดแรงล้มลง จำต้องอุ้มเข้าไปด้านใน ด้านหลังประวิทย์ขับรถเลอสรรเข้ามา พอจอด ประวิทย์กับน้อยก็เดินลงมา เห็นเลอสรรอุ้มเปียที่มีทีท่าเหมือนจะหมดสติเข้าไปด้านใน น้อยตกใจห่วง
“เปีย”
ประวิทย์รีบบอก
“คุณหนูเป็นอะไร”
น้อยหันมา ประวิทย์รีบบอก
“พี่ไม่ได้ทำอะไรคุณหนูจริงๆนะน้อย ไม่ได้ทำอะไรจริงๆ”
ประวิทย์มองตามเปียกับเลอสรรเสียใจ น้อยมองประวิทย์ เห็นสายตาของเขามีแต่ความเสียใจ

เลอสรรอุ้มเปียเดินขึ้นบันได เปียกอดแน่น ซบหน้าลงกับอก วณีที่ด้านล่าง เงยหน้ามองขึ้นไป เห็นอย่างนั้นก็ตกใจ รีบเดินขึ้นไปทันที

เลอสรรอุ้มเปียขึ้นไปในห้องนอน เปียซบหน้าลงกับอกของเขา กอดแน่นยิ้ม เลอสรรวางร่างเปียลงไป จะผละไป แต่เปียไม่ยอมปล่อยมือออกจากคอเขา
“อย่าเพิ่งไปได้มั้ยคะพี่เลอ เปียกลัว”
“ไม่ต้องกลัว เปียไม่ใช่คนผิด ประวิทย์ต่างหากที่เป็นคนผิด”
เปียบีบน้ำตาเสียงละห้อย
“แต่ถ้าคุณแม่รู้เรื่อง คุณแม่ต้องไม่สบายใจอีกแน่ๆเลย คุณแม่ยิ่งกลุ้มใจเรื่องนมแสอยู่ด้วย พี่เลออย่าบอกอะไรแม่เลยนะคะ”
“แต่...”
เปียโน้มตัวเข้าใกล้ อ้อนเนียนๆ
“นะคะพี่เลอ”
เลอสรรหนักใจยังไม่ทันคิดหรือระวังตัวเปียอมยิ้มโผมากอดเลอสรรซบหน้ากับอก เปียเงยหน้าอ้อน มองตาเลอหวานฉ่ำ
“นะคะพี่เลอ”
วณีเดินเข้ามาเห็นเปียกับเลอสรรมองหน้ากัน ริมฝีปากของเปียที่แหงนเงย แทบจะชิดกับริมฝีปากเลอสรรที่ก้มหน้าลงมา วณีเสียงสั่น
“ทำอะไรน่ะ เลอสรร”
“คุณน้า” เลอสรรตกใจ

เปียแอบยิ้มดีใจ

วณียืนหันหลังให้เลอสรร ท่าทางไม่สบอารมณ์ วณีมองตำหนิแกมสงสัย

“มีอะไรรึเปล่า ถึงต้องใกล้ชิดกับน้องขนาดนั้น”
“น้องเปียไม่สบายนะครับ”
“ไม่สบาย แล้วต้องใกล้น้องขนาดนั้นเหรอ”
เลอสรรอึ้ง วณีดุ
“เลอก็รู้อยู่แล้วว่าน้องมีใจ ยังไปทำอย่างนั้นอีก มันสมควรแล้วเหรอ”
“ผมขอโทษครับ”
“ไม่ต้องขอโทษน้า ไปขอโทษลูกเปียดีกว่า เพราะการกระทำของเลอ ผู้หญิงคนไหนก็ต้องเข้าใจผิดกันทั้งนั้น หรือไม่งั้น เลอก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เลอทำ”
เลอสรรตกใจมองคาดไม่ถึง
“คุณน้า”
วณีมองสงสัย
“นอกซะจากว่า เลอจะบอกน้าดีๆว่าเลอกับน้องมีเรื่องอะไรกัน”
เลอสรรเงียบ ไม่รู้จะบอกยังไง ลำบากใจ
“ถ้าเลอไม่บอก น้าก็จะเข้าใจว่า ที่ลูกเปีย ยังมีใจให้กับเลอ ก็เป็นเพราะเลอทำท่าว่ามีใจ”
วณีเดินไป เลอสรร ได้แต่กลุ้มใจ ไม่รู้จะพูดยังไง

คืนนั้น น้อยมีท่าทีกระสับกระส่ายไม่สบายใจ คาใจเรื่องที่ประวิทย์กับเปียเข้าม่านรูด อยากจะไปถามประวิทย์ให้รู้เรื่อง พอเย็นเดินผ่านมาน้อยก็บอก
“น้าเย็นคะ...น้อยไปเก็บดอกไม้มาร้อยพวงมาลัยก่อนนะคะ”
น้อยจะออกไป เย็นมองปฏิทินก่อนหันมาบอกน้อย
“ถึงวันนี้ไม่ใช่วันพระ แต่การโกหก ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรอยู่ดี”
น้อยชะงักมองสบตา เย็นพูดเหมือนรู้จริงๆไม่รู้ รู้แค่ท่าทางน้อยมีพิรุธ
“แต่เอาเถอะ ทุกคน ย่อมมีเหตุผลส่วนตัว จะไปทำอะไรก็ไป ยกเว้น การไปหาคุณเลอสรร นอกซะจาก...แกอยากเป็นของเล่น คนรวย”
น้อยเดินตัวลีบออกไป เย็นมองตามสงสัย อยากรู้ ตัดสินใจตามน้อยไป

เลอสรรเดินพล่านในห้อง คิดถึงเรื่องที่เกิด เขานึกถึงที่ ประวิทย์บอกให้ฟังก่อน เลอสรรนิ่ง เริ่มคิดได้มีสติเดินออกนอกห้องไป

ประวิทย์นั่งเศร้าอยู่หน้าบ้าน เลอสรรเดินตรงไปจะไปหาประวิทย์ แต่ช้ากว่าน้อยที่เดินมาจากอีกมุม เธอเดินไปหาเขาพูดในสิ่งที่เลอสรรไม่ได้ยิน
“น้อยอยากคุยเรื่องวันนี้ มันเกิดอะไรขึ้นพี่ประวิทย์”
ประวิทย์กวาดตามอง
“คุยตรงนี้ไม่ดีหรอก เข้าไปคุยข้างในดีกว่า”
ประวิทย์เดินนำน้อยเข้าไปบนบ้าน เลอสรรมอง เหวอไปในทันทีที่เห็นน้อยเดินเข้าบ้านของประวิทย์ ได้แต่มองตาขวางหึงมากเดินพรวดๆกลับไป ลับร่างเลอสรร เย็นเดินมาสายตาเย็นเห็นประตูห้องประวิทย์ค่อยๆปิด เย็นมองกังวล โมโห แต่ความเชื่อใจน้อยมีมากกว่า ดวงตาของเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยอยากรู้ รีบตามไป

เย็นแนบหูฟังที่ข้างฝา ได้ยินเสียงน้อยอุทานตกใจ
“อะไรนะ พี่ประวิทย์สงสัยว่าเปียทำร้ายนมแส”
เย็นตาลุกโพลงตกใจ ขณะที่ประวิทย์ว่า
“ใช่...คุณหนูเคยบังคับพี่ ให้พี่จัดการนมแส ที่พี่ตามคุณหนูไปเพราะอยากจะคุยให้รู้เรื่องแต่จู่ๆคุณหนูกลับเลี้ยวเข้าม่านรูดเฉยเลย ไม่ใช่แค่น้อยตกใจ พี่ก็ตกใจนะน้อย”
เย็นกำมือแน่น เม้มปากโกรธไปถึงเปีย ด้วยรู้นิสัยเปียดี เย็นผละไปรวดเร็ว

เย็นเดินโผเผมาในสวน หมดแรงจนต้องกอดต้นไม้เอาไว้
“นังเปียน่ะเหรอ คิดจะฆ่านมแส”
เย็นกอดต้นไม้แน่น มือไม้สั่น ดวงตาประหวั่นพรั่นพรึง คาดไม่ถึงเปียจะฆ่าคน

ประวิทย์เดินมาส่งน้อยหน้าบ้านบอกอย่างกังวล
“ที่พี่เล่าให้น้อยฟัง เพราะพี่ไว้ใจน้อย น้อยอย่าบอกใครนะ พี่เป็นห่วงคุณหนู”
“ค่ะพี่ประวิทย์”
น้อยรับคำด้วยความตกใจกลัว คาดไม่ถึง

เลอสรรเดินกระวนกระวายในสวน บีบมือตัวเองแน่นแบบควบคุมอารมณ์ น้อยเดินมา หน้าตากังวล พอผ่าน เลอสรรก็คว้าแขนน้อย กระชากโมโหหึง น้อยร้องว้ายตกใจ เลอสรรอดแขวะไม่ได้ด้วยความหึง
“ทีกับพี่ ถูกนิดถูกหน่อย ทำเป็นร้อง แต่กับประวิทย์ ถึงกับกล้าเดินเข้าไปหาถึงในห้องนอนเลยเหรอน้อย”
น้อยพูดไม่ออก ไม่รู้จะบอกยังไง
“น้อย...น้อย...”
อาการอึกอักเหมือนแก้ตัวของน้อย ยิ่งทำให้เลอสรรโกรธ
“น้อยอะไร”
น้อยหน้าจ๋อย เสียใจที่เลอสรรเห็นและห่วงเปีย
“น้อย...น้อย...”
“น้อยอะไรก็บอกมาสิ...อ้อ...รึนั่งรถไปกับประวิทย์แค่ครั้งเดียว แล้วเกิดติดใจ พี่ทำได้มากกว่าเขานะน้อย”
เลอสรรกระชากน้อยเข้ามาจูบด้วยหึงหวง ดวงตาของน้อยเบิกกว้าง ขณะที่เลอสรรจมดิ่งกับอารมณ์หึงหวง น้อยผลักออกตกใจ เสียใจ
“ปล่อยน้อย”
น้อยตบผลัวะ เลอสรรได้สติ หัวใจแทบสลายเมื่อเห็นน้อยร้องไห้ ขณะบอกด้วยเสียงสั่นเครือ
“เหมือนที่น้าเย็นว่าไว้จริงๆด้วย ในที่สุด พี่เลอสรร ก็ทำให้น้อยเป็นได้แค่ ของเล่นคนรวย”
น้อยวิ่งผละออกไปร้องไห้เสียใจ เลอสรรอึ้งเสียใจ รู้สึกผิด
“น้อย...น้อย...”
เลอสรรวิ่งตามไปคว้าตัวไว้ น้อยดิ้นสะบัดออกร้องไห้
“อย่ามายุ่งกับน้อยอีก ความไว้ใจที่น้อยมีให้พี่มันหมดลงไปแล้ว”

น้อยผลักเลอสรรอย่างแรงวิ่งไป เลอสรรจำต้องปล่อยน้อยไป รู้สึกผิดเหลือเกิน

เย็นเดินขึ้นบันไดแทบไม่มีแรง มือเกาะราวบันไดแน่น ดวงตาหวาดหวั่นคาดไม่ถึง เสียงของประวิทย์ที่บอกว่าเปียทำร้ายนมแส ดังก้องอยู่ในหัว
 
เย็นส่ายหน้าพยายามสลัดความคิดออกไป ความรู้สึกสับสน ไม่อยากให้เป็นเรื่องจริง ขณะเดียวกันน้อยวิ่งร้องไห้มา พอเห็นเย็นก็ชะงัก
“น้าเย็น”
น้อยเสียงเครือ รีบก้มหน้าหลบตาจะแทรกตัวขึ้นบันไดไป เย็นมองตกใจและห่วง
“เป็นอะไรน้อย”
น้อยมองหน้าเย็น รู้สึกผิด ร้องไห้โฮออกมาสุดกลั้น ค้อมตัวผ่านเย็นวิ่งเข้าห้องไป
“เป็นไรน้อย” เย็นรีบตามน้อยขึ้นไปทันที

น้อยวิ่งร้องไห้ขึ้นบ้าน เย็นรีบตามมาคว้าไหล่น้อยให้หันมา มองอย่างเป็นห่วงและระแวงถึงเปีย
“เปียทำอะไรอีกรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ”
เย็นไม่เชื่อ คาดคั้น
“บอกน้ามา เปียมันทำอะไรแก”
น้อยรู้สึกละอายใจ ก้มหน้าร้องไห้
“เปล่าค่ะเปล่า เปียไม่ได้ทำ”
เย็นจับน้อยให้หันหน้ามาจ้องถามดุ
“แน่นะ...ไม่ใช่แกไปรู้เรื่องอะไรของมันมา”
น้อยสะดุ้งเฮือกทันทีที่ได้ยินเย็นถาม รีบหลบตามีพิรุธ เย็นคาดคั้นยิ่งกว่าเดิม ดุ
“บอกน้ามา เปียมันทำอะไร”
“เปล่าจริงๆค่ะน้าเย็น เปียไม่ได้ทำอะไร”
“แล้วแกร้องไห้ทำไม” เย็นชักหงุดหงิด
น้อยบอกอย่างละอายใจ
“เพราะน้อยเสียใจ ที่น้อยไม่เชื่อคำสั่งสอนของน้าเย็น”
“อะไรน้อย เกิดอะไรขึ้น” เย็นสงสัย ถามอย่างอ่อนโยน
“คนรวย เห็นน้อยเป็นได้แค่ของเล่น อย่างที่น้าเย็นว่าจริงๆค่ะ”
น้อยเสียใจมาก ร้องไห้โฮวิ่งเข้าห้องไป เย็นตกใจมาก ตามไปเคาะประตู ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเป็นห่วง
“น้อยๆ เกิดอะไรขึ้น น้อย”
น้อยโผเข้าไปนั่งที่เตียง นึกถึงเหตุการณ์ที่ถูกเลอสรรจูบ เธอยกมือเช็ดริมฝีปากตัวเอง รู้สึกผิดเหลือเกิน เย็นทุบประตูอย่างห่วงๆ
“น้อย...น้อย...”
น้อยไม่ยอมเปิดประตูเอาแต่ร้องไห้ เย็นกังวล นึกถึงที่บอกกับน้อยว่าจะไปทำอะไรก็ทำ ยกเว้นไปหาเลอสรร ถ้าไม่อยากเป็นของเล่นคนรวย เย็นกังวลเมื่อคิดว่าปัญหาเกิดจากเลอสรร

เลอสรร ดำผุดดำว่ายน้ำด้วยอารมณ์ที่ความกลัดกลุ้มพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เสียงของ
น้อยดังก้องอยู่ในหัว
“ความไว้ใจที่น้อยมีให้พี่มันหมดลงแล้ว”
เลอสรรเอามือตบผิวน้ำอย่างแรง รู้สึกผิดต่อน้อยและรู้สึกไม่ดีต่อตัวเองมาก

เปียเดินกระทืบเข้าห้องพร้อมบ่น
“พี่เลอสรรหายไปไหนกันเนี่ย”
เปียปิดประตูปิดไฟ เดินมานอนที่เตียงหน้าหงิกหน้างอ แล้วนึกได้
“อุ๊ย...หลายวันแล้ว ยังไม่ได้อัพเฟสเลย ต้องอัพซะหน่อย”
เปียควานมือหยิบเอามือถือที่หัวเตียง มือของใครคนหนึ่ง นอนข้างหลังเปีย ควานมาที่มือถือเช่นกัน เปียจะจับมือถือ แต่กลับตะปบเข้าที่มือของใครคนนั้น เปียรู้สึกมือจับมือคนก็หน้าซีด หันขวับกลับมามองรวดเร็ว เห็นนมแสนอนมองอยู่ สายตานมแสยิ้มอาฆาตบ่งบอกว่าเอาคืนเปียแน่ เปียตาเบิกโพลง ตกใจกลัวมาก เสียงสั่น
“นะ..นม..สะแส”
นมแสยิ้มเยาะเปีย มือของเปียและนมแสจับมือถือด้วยกัน ก่อนที่นมแสจะดึงมือถือออกมายื่นให้ เปียมองจ้องมือของนมแส ที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ และโดยที่เปียไม่คาดคิด นมแสเอามือถือทุบหน้าเปียอย่างแรงอย่าง เปียร้องกรี๊ด ตกใจกลัว
“อย่าทำฉัน ฉันกลัวแล้ว อย่า...”
นมแสขึ้นมาคร่อมเปีย
“แกทำอะไรกับฉัน ฉันก็จะทำอย่างนั้นกับแก”
นมแสบีบคอเปีย เหมือนที่เปียบีบคอนมแส เปียตาเหลือกโพลง นมแสหัวเราะดัง
“ช่วยด้วยๆ”
นมแสก้มหน้าลงมาใกล้เปีย
“ความตายเท่านั้นที่จะเป็นของแก”
เปียเห็นนมแสก้มหน้าลงมาใกล้ ใบหน้านั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน เปียฮึดสู้ถีบนมแสสุดแรงแล้วกระโจนลงจากเตียงหนีไปรวดเร็ว

เปียหนีนมแสมาที่บันได แหกปากก้อง
“คุณพ่อคุณแม่ช่วยเปียด้วย นมแสจะฆ่าเปีย”
นมแสเดินตามเปียมาช้าๆ แต่ดูเหมือนเร็ว พรวดเดียวมาถึง เปียกรี๊ด
“น้าเย็น ช่วยเปียด้วย นมแสจะฆ่าเปีย”
นมแสหัวเราะก้องน้ากลัว เปียตาเหลือก มองนมแส รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะหันกลับแต่นมแสกลับยกเท้ายันร่างเปียอย่างแรงจนเปียตกบันได เปียร้องเจ็บปวด คว้าราวบันไดเอาไว้นมแสเดินตามลงมา จับผมเปียกระชากขึ้น โขกลงกับบันได
“ตายๆไปซะนังสันดานเปีย คุณน้อยจะได้กลับมาเป็นลูกของคุณๆซะที”
นมแสถีบเปียตกบันไดอีก คราวนี้เปียร่วงถึงที่พื้นเลย เปียร้องสุดเสียง

เปียร้องกรี๊ดตกเตียงหน้าลงมากระแทกพื้น เปียร้อง
“อย่า..อย่าทำฉัน อย่า”
รอบตัวเปียเงียบสนิท เปียเงยหน้าขึ้นมา ท่ามกลางความมืด เห็นเป็นห้องของตัวเอง เปียงง ก่อนลุกขึ้นมานั่ง หายใจหอบ กวาดตามองไปรอบๆ หวาดหวั่น แม่จะเป็นเพียงแค่ความฝัน

วันใหม่ เย็นนั่งถักด้ายอยู่อย่างเครียดๆ นึกไปถึงโมกกับลำยอง แล้วเหงื่อแตกพลั่ก เมื่อนึกได้ว่าเปียได้นิสัยความโหดร้ายมาจากโมกและลำยองอย่างมาก
น้อยทำข้าวแช่ จัดใส่สำรับสวยงาม แล้วเดินมาเคาะประตูห้องเย็น
“น้าเย็นคะ ข้าวแช่เสร็จแล้วค่ะ...น้อยจัดไว้ให้แล้ว น้าเย็นออกมากินเลยนะคะ”
เย็นรำคาญ ยังจมกับความคิดตัวเองอยู่
“วางไว้นั่นแหละ เดี๋ยวน้าออกไป แต่ถ้าน้อยหิว จะกินก่อนเลยก็ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะ น้อยจะรอน้าเย็น”
เย็นถอนหายใจ เดินออกมาเปิดประตู
“น้ายังไม่หิว น้อยกินก่อนเลยแล้วกัน”
“ไม่เป็นไรค่ะ น้อยจะรอน้าเย็น”
น้อยจะเดินออกไป เย็นเรียกอาทร
“น้อย...”
น้อยหันมาหน้ายังเศร้าอยู่
“น้าไม่รู้ว่าน้อยเป็นอะไร แต่ถ้าน้อยคิดมาก คนที่เจ็บ ที่ทุกข์ที่ที่ทรมานก็คือน้อยไม่ใช่คนอื่น...”
“น้อย...” น้อยแผ่ว
“ดูตัวอย่างจากน้าแล้วกัน”
เย็นปิดประตูเข้าห้องไป น้อยยืนซึมหน้าเศร้า ก่อนหลับตาฮึดสู้ขึ้นมาใหม่เดินออกจากห้องของเย็น
น้อยเดินมาจัดสำรับข้าวแช่ด้วยสีหน้าที่ดีกว่าเดิม ก่อนหยิบกระดาษมาเขียนโน้ต
แล้วเดินยกสำรับข้าวแช่ออกไป

เปียยืนแต่งหน้าอยู่หน้ากระจก ครุ่นคิด
“หรือนังนมแส มันจะตายไปแล้ว ดี”
เปียจะเดินลงมาชั้นล่าง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นคุณหญิงอนุรักษ์เดินเข้ามา เปียรำคาญไม่อยากเจอ ย่องกลับขึ้นไป

เย็นเดินออกมาจากห้อง ไม่เห็นน้อย
“น้อย...น้อย...”
เย็นกวาดสายตามองหาน้อยไม่เห็น เดินมาเจอสำรับข้าวแช่จัดไว้และโน้ต เย็นหยิบ
มาอ่าน..น้าเย็นขา..น้อยเอาข้าวแช่ไปให้คุณๆแป๊บนะคะ เดี๋ยวมาค่ะ...
“ทำไมต้องไปยุ่งกับพวกนั้นด้วย”
เย็นไม่พอใจ ออกแนวหวง เดินตามออกไป

คุณหญิงอนุรักษ์นั่งคุยอยู่กับวณี อุทัยดูแลอยู่
“ตาอุทัยบอกแม่ว่าไม่สบาย เป็นยังไงบ้าง” คุณหญิงบอกอย่างอ่อนโยน
“ค่อยยังชั่วแล้วค่ะคุณแม่”
คุณหญิงมองเห็นใจ
“แม่รู้นะ ว่าวณีรักและเป็นห่วงนมแส แต่ยังไงวณีก็ต้องดูแลตัวเอง ไม่อย่างนั้น จะแย่กันไปหมดทุกคน...แล้วนี่ยัยเปียล่ะ”
“คงยังไม่ตื่นมั้งครับ ปกติตื่นบ่ายโมง” อุทัยระอา
“หา...ตื่นบ่ายโมง”
วณีหน้าเสีย คุณหญิงบอกเป็นห่วง
“ตามใจมากอย่างนี้ ยัยเปียจะเสียคนเอานะ”
“ทุกวันนี้ก็เสียไปครึ่งคนแล้วละครับคุณแม่ แต่ผมจะดุก็ไม่ได้วณีกลัว ลูกเปียจะฆ่าตัวตาย”
อุทัยหงุดหงิด วณีมองขอความเห็นใจ
“วณีไม่ได้ตามใจลูกนะคะ แต่คุณแม่ก็เห็น ยัยเปียพร้อมจะฆ่าตัวตายตลอด และถ้าเกิดลูกฆ่าตัวตายขึ้นมาจริงๆ วณีทำใจไม่ได้แน่ๆค่ะ”

คุณหญิง อุทัยมองวณีเห็นใจ แต่ก็กลุ้ม ระอาเปีย

เปียค่อยๆแง้มประตูห้องตัวเองออกมา พร้อมกวาดสายตามองไปรอบๆพอไม่เห็นใคร เปียก็ย่องออกมารวดเร็วเปียเดินลงมา แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นน้อย เปียหน้าบึ้งขึ้นมาทันที

“มาทำไม นี่อยากมาเหยียบบ้านฉันนักใช่มั้ยนังน้อย”
“น้อยทำข้าวแช่มาให้คุณวณี น้อยทำมาเผื่อเปียด้วยนะ” น้อยยิ้มให้
“ไม่กิน เอากลับไป”
เปียผลักจะลากออก น้อยยื้อตัวไว้บอก
“แต่คุณวณี ชอบกินมากนะ”
เปียตาเหลือกไม่พอใจ
“แกรู้ได้ยังไง ว่าคุณแม่ชอบกิน”
น้อยอ้ำอึ้ง เปียเห็นยิ่งสงสัยไม่พอใจ กระชากแขนน้อย
“ฉันไม่รู้...แล้วแกรู้ได้ยังไงหานังน้อยว่าคุณแม่ชอบกิน บอกมา”
“เอ่อ...”
เปียเสียงดังยิ่งกว่าเดิม
“บอกมา แกรู้ได้ยังไงนังน้อย ว่าแม่ฉันชอบกิน”
“คุณเลอสรรบอกน้อย”
เปียโกรธไม่พอใจมาก
“พี่เลอสรรบอกแก นี่..แกแอบไปคุยกับพี่เลอสรรมาอีกแล้วใช่มั้ย”
เปียปัดสำรับข้าวแช่ทิ้งอย่างแรง ข้าวแช่ทั้งสำรับหล่นตกพื้นกระจาย น้อยตกใจ
“เปีย”
“ฉันถามว่าใช่มั้ย...”
เปียกระชากแขนน้อยอย่างแรง น้อยหน้าเสีย
“น้อย...”
เปียผลักน้อยอย่างแรง จนล้ม ตรงเข้ามาตบบีบคอขย้ำด่า
“นังแพศยา นังสารเลว ฉันห้ามแกแล้วทำไม แกกล้าขัดคำสั่งฉัน”
น้อยปกป้องตัวเอง ดันเปียออก
“เปล่านะ น้อยเปล่า”
เปียหมั่นไส้มาก
“เปล่า...แล้วแกไปคุยกับเขาได้ยังไง นี่คงกระแดะให้ท่าไปคุยกับเขาถึงในม่านรูดล่ะสิ”
เปียตบขย้ำน้อย จับหน้าน้อยคลุกข้าวแช่ น้อยพยายามดันเปียออก
“น้อยไม่ใช่เปียนี่ ถึงจะได้ไปคุยกับผู้ชายในม่านรูด”
เปียโกรธมากของขึ้น
“นังน้อย แกอยากลองดีกับฉันขนาดนี้เลยเหรอ”
เปียคว้าพริกหยวกยัดไส้ และสารพัดสิ่งอย่างเครื่องเคียงข้าวแช่มายัดใส่ปาก
ขย้ำหัวน้อย
“อย่าเปีย อย่า” น้อยร้อง
น้อยพยายามสู้ แต่สู้ไม่ได้”
เปียจับมือน้อยรวบเอาไว้
“หุบปาก และถ้าฉันรู้ว่าแกเอาเรื่องที่ฉันเข้าม่านรูด ไปบอกคุณพ่อคุณแม่แกตาย”
เปียขย้ำคอน้อย
“เปียจะทำกับน้อย อย่างที่ทำกับฝ้าย กับนมแสเหรอ”
เปียชะงักงันตกใจ
“นังน้อย แกรู้”
น้อยตกใจเหมือนกันที่เหมือนเปียสารภาพ
“เปียทำนมแสใช่มั้ย”
“ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ทำ”
เปียกรี๊ดเสียงดัง อาละวาดคว้าถาดสำรับมาฟาดน้อย น้อยหลบ ถาดกระแทกพื้นเสียงดังแล้วกรี๊ดๆ
“ฉันไม่ได้ทำ ได้ยินมั้ย ฉันไม่ได้ทำ”

เสียงตบตีดังโวยวายมาก อุทัย วณี และคุณหญิงมองหน้ากัน ขณะเดียวกัน เลอสรร นั่งทำงานอยู่ในห้อง ได้ยิน รีบเปิดประตูออกไปดู วณีเสียงสั่นๆ จะเป็นลม กังวลว่ามีเรื่อง อะไรอีก
“ลูกเปีย”
อุทัยลุกพรวดขึ้นทันที ขณะที่คุณหญิงประคองวณีออกมา

เปียลากน้อยออกไปหน้าบ้าน ลากอย่างแรง น้อยร้องลั่น
“ อย่าเปีย อย่า...”
เปียไม่สนใจลากน้อยออกไป พอถึงหน้าประตูบ้าน ก็ยกเท้ากระโดดถีบน้อย
ออกไปอย่างแรง ตะโกนลั่น
“จำไว้ ฉันไม่ได้ทำ”
เลอสรรลงบันไดมาเห็น ตามด้วย อุทัย คุณหญิง วณี ทุกคนตกใจร้องลั่น
“น้อย”
ร่างของน้อยเซถลา เย็นเดินเข้ามาพอดี ถลาเข้ามารับร่างของน้อยไว้ โดยที่เย็นกอดน้อยเอาไว้ปกป้อง จึงล้มลงไปกับพื้นโดยที่น้อยทับร่างเย็นลงไป เย็นร้องลั่น เมื่อหลังกระแทกพื้นอย่างจัง
“โอ๊ย”
น้อยตกใจมาก พร่ำถามอย่างเป็นห่วง
“น้าเย็นเจ็บมากมั้ย”
เปียถลามาหาน้อยกระชาก
“นังดัดจริตมานี่เลย”
เย็นหน้าเหยเกแต่จับมือเปียไว้แน่น
“แกเก่งนักใช่มั้ยนังเปีย”
เย็นถีบเปียอย่างแรง
“ว้าย” เปียเปียล้มลงกับพื้นหน้าคะมำ
“แกเก่งนักใช่มั้ย”
เย็นตามมาจิกผมเปียที่นอนคว่ำหน้าให้หงายขึ้นแล้วโขกลงกับพื้น ทุกคนร้อง
“อย่า”
“อย่า....คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ” เย็นหัวเราะ
เปียแอ๊บยกมือไหว้เย็นร้องไห้
“น้าเย็นเห็นใจเปียนะคะ เปียยอม จนไม่รู้จะยอมยังไงแล้ว”
“หนอย...ยอม จนไม่รู้จะยอมยังไงแล้ว นังสันดานเปีย”
เย็นหมั่นไส้มาก ยันเปียอย่างแรง ร่างของเปียถลาหน้าคว่ำพื้น เย็นจะตามไปกระทืบซ้ำ อุทัยร้องทันที
“อย่าเย็น”
อุทัยกระโจนพรวดเดียวถึงเย็น ดึงรั้งออกมา วณีจะขาดใจ รีบวิ่งมาหาเปียที่โผเข้าไปกอดวณีแน่นร้องไห้โฮๆ
“คุณแม่ ช่วยเปียด้วย”
เลอสรรรีบเข้าไปหาน้อย ประคองเอาไว้ เย็นสะบัดอุทัยออก
“ปล่อยฉัน”
“ปล่อยได้ยังไง เธอทำร้ายลูกฉัน”
เย็นสะบัดออก ถอยไปบังตัวน้อยไว้
“ก็ลูกคุณมันทำร้ายหลานฉัน ไม่เห็นรึไง คุณหนูเปีย ทั้งตบทั้งถีบทั้งยันยัยน้อยน่ะ”
เปียที่มองค้อนเย็นหน้าคว่ำ ริษยาที่เย็นสนใจน้อยเข้าข้างน้อย
“น้าเย็นเข้าข้างน้อย”
“ก็เห็นอยู่กับตาว่าแกทำยัยน้อย ยังจะว่าเข้าข้าง”
เย็นจะถลันมาตบ เปียรีบหลบหลังวณี
“คุณแม่ ช่วยเปียด้วย”
วณีขวางหน้าเย็นบอกดุ
“ถ้าเธอแตะเนื้อต้องตัวลูกฉันแม้แต่นิดเดียว เป็นเรื่องแน่ เย็น”
“อ้อ…มีแม่เข้าข้างอย่างนี้นี่เอง คุณหนูเปียถึงได้สันดานเสียเที่ยวทำร้ายคนอื่น”
คุณหญิงเดินมาเผชิญหน้าเย็นตำหนิ
“ก่อนจะว่าใคร แกส่องกระจกดูเงาตัวเองบ้างรึยังนังเย็น ก็เพราะแกใช้แต่ความรุนแรงแบบนี้ไง ลูกหลานฉันถึงได้ใช้ความรุนแรงเหมือนกับแก สันดานต่ำ สันดานไพร่ ใช้แต่อารมณ์ในการตัดสินปัญหา รู้เอาไว้ด้วย ถ้าแกไม่ขโมยเอาหลานฉันไป หลานฉันก็ไม่ติดสันดานไพร่ ใช้แต่ความรุนแรงมาจากแกหรอก”
“แต่ถ้าลูกชายคุณหญิง ไม่ทำร้ายฉันก่อน ฉันก็ไม่สันดานต่ำขโมยเอาลูกใครไปเลี้ยงให้มันเปลืองข้าวสุกหรอกค่ะ”
“นังเย็น”
เย็นหัวเราะ
“แล้วคุณหญิงไม่คิดจะด่าลูกชายตัวเองหน่อยหรือคะ ที่ทำร้ายหลอกลวงผู้หญิง หรือที่ไม่ด่าเพราะคุณอุทัยกับคุณหญิงสันดาน เหมือนกัน ชอบกดขี่ข่มเหงคนที่มันต่ำกว่า”
“นังเย็น”
คุณหญิงตรงเข้ามากระชาก ตบเย็นอย่างแรงจนล้มลงไป ตรงมาขย้ำโมโห
“อย่าครับคุณแม่” อุทัยดึงคุณหญิงออก
น้อยสะบัดตัวจากเลอสรรมากอดประคองเย็นร้องไห้ เย็นมองคุณหญิงหัวเราะเย้ย พูดแกมยิ้ม
“แล้วอย่ามาด่านะคะ ว่าดิฉันชอบใช้ความรุนแรง เพราะคุณหญิงก็ถนัดใช้แต่ความรุนแรงเหมือนกัน”
“นังเย็น” คุณหญิงเสียงดังกว่าเดิม แต่แบบสะท้อนใจ
ทุกคนอึ้ง เย็นพูดถูกทุกอย่าง คุณหญิงเองก็หน้าเจื่อนไป เย็นลุกขึ้นบอกน้อย
“น้าจะตามมาบอก ว่าอย่าเสียเวลาเอาข้าวแช่มาให้คุณๆท่านเลย แต่คงไม่ทันแล้ว เพราะคนที่เขาไม่เห็นหัวเรา” เย็นมองคุณหญิง และอุทัยแบบสะเทือนใจ
“ต่อให้เราทำดีแทบตาย เขาก็ไม่เห็นหัวเราอยู่ดี”
คุณหญิงสะอึก อุทัยมองเย็นเห็นถึงความเจ็บปวดในสายตานั้น วณีเห็นสายตาของอุทัยพอดี กอดเปียแน่นหวงแหน อารมณ์ถือดี วณีย้อนเย็น
“จริงจ้ะ เพราะของบางอย่างถ้ารู้ว่าไม่คู่ควรกับเรา เราก็ไม่ควรเสียเวลาก้มหน้าลงไปมอง ไปลูกเปียเข้าบ้าน”
วณีพาเปียเข้าไป เปียหันมาจ้องน้อยตาแทบถลน ส่งสัญญาณ อย่าหือนะแก
“ได้ยินแล้ว แกก็รีบไสหัวไปซะ นังสันดานเย็น” คุณหญิงตวาด
เย็นยืนนิ่ง ดวงตาฉายแววแห่งความเจ็บช้ำเจ็บปวดใจ อุทัยมองเย็นกับน้อยอย่าง สงสารเห็นใจ แม้จะไม่ได้รักแต่รู้สึกผิด คุณหญิงเห็นเรียกอุทัยเสียงเฉียบ
“อุทัยเข้าบ้าน”

อุทัยเดินเข้าบ้านตามคุณหญิงไป อย่างไม่สบายใจ เย็นกอดน้อยน้ำตาจะหยด แต่เชิดหน้ากลั้นไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา พอน้อยเดินกลับไป เลอสรรรีบตามไปทันที
 
อ่านต่อหน้า 2

คมพยาบาท ตอนที่ 11 (ต่อ)

คุณหญิงเดินเข้าบ้าน อุทัยเดินตาม

“นี่แกยังมีเยื่อใยกับนังเย็นอยู่หรืออุทัย” คุณหญิงหันมาถามเสียงเข้ม
อุทัยลำบากใจไม่สบายใจ
“ครับ ผมยังมีเยื่อใยกับเย็นอยู่”
“อุทัย” คุณหญิงผิดหวัง ไม่พอใจ
“...ในฐานะ ผมเป็นคนผิด ที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ ถ้าผมไม่มักง่าย มองอะไรง่ายๆ ยึดเอาความพอใจของตัวเองเป็นที่ตั้ง ก็จะไม่มีใครเจ็บปวด ทั้งเย็นทั้งวณี ทั้งผม โดยเฉพาะลูกเปีย”
อุทัยรู้สึกผิดมาก คุณหญิงมองอุทัย สายตาคุณหญิงอ่อนลงขณะบอก
“ถ้าอย่างนั้น แม่เองก็มีส่วนผิด ที่ห้ามไม่ให้ลูกไปรักกับนังเย็น แต่ตอนนี้อุทัยเป็นพ่อคนแล้ว อุทัยเข้าใจใช่มั้ย เพราะอุทัยคงไม่ยินดีที่จะให้ยัยเปียไปรักไปชอบกับประวิทย์”
อุทัยอึ้งไป เข้าใจคุณหญิง รวมทั้งตัวเอง

เย็นกอดน้อยพากลับไปบ้าน เลอสรรตามไป
“น้าเย็นครับ”
เย็นหยุด และหันไป น้อยเห็นเลอสรรก็หลบตา ยังฉุนที่เลอสรรเอาเปรียบอยู่
“ผมขอโทษครับ”
“ทำไมต้องขอโทษ ในเมื่อคนที่ทำผิดต่อฉันไม่ใช่คุณ”
“แต่ผมทำผิดต่อน้อย”
“คุณเลอสรร” น้อยตกใจ
“ผมอยากขอโทษน้อย ต่อหน้าน้าเย็น เพื่อที่น้าเย็นกับน้อยจะได้รู้ ว่าผมจริงใจกับน้อย กับน้าเย็น”
“อ้อ...กำลังจะบอกว่าคุณเลอสรรยินดีที่จะก้มหน้าลงมามองคนต่ำต้อยกว่า แต่อย่างที่คุณวณีบอกนั่นแหละค่ะ ถ้ารู้ว่าอะไรไม่คู่ควรก็อย่าเสียเวลาก้มหน้าลงไปมองมัน”
เย็นพาน้อยเดินกลับไป เลอสรรวิ่งตามไปเผชิญหน้าบอกจริงจัง
“แต่ของที่มีค่า สำหรับแต่ละคนไม่เหมือนกันนี่ครับ และสำหรับผม น้อยเป็นสิ่งมีค่า”
น้อยทั้งอาย ทั้งตกใจมองค้อน ขณะที่เลอสรรนิ่งสบตาน้อยจริงจัง ก่อนหันไปมองเย็น ที่ดวงตาเจ็บแปลบแทนเปีย
“ฉันเอง ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นคนสำคัญ คนที่มีค่าสำหรับคุณอุทัย แต่มาวันนี้คุณก็เห็นแล้ว ว่าฐานะฉันคืออะไร อย่ามายุ่งกับยัยน้อยอีก กลับไป”
เลอสรรนิ่งไม่พูดแต่ไม่กลับ เย็นมอง ไม่พูดอะไร แต่พาน้อยเดินกลับไปเลอสรร
มองตาม ด้วยความรู้สึกมั่นคงต่อความรักที่มีต่อน้อย

เย็นกับน้อยกอดประคองกันขึ้นบันได สภาพผมเผ้าน้อยยังเลอะด้วยข้าวแช่
“ค่อยๆเดินค่ะ น้าเย็นเจ็บ”
“เจ็บกาย มันไม่ได้เท่าเศษเสี้ยวที่เจ็บใจหรอกน้อย”
น้อยโผเข้ากอดเย็น
“น้อยเข้าใจน้าเย็นค่ะ แล้วน้อยก็รู้ความเจ็บปวดทุกข์ใจของน้าเย็น...น้าเย็นไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น น้อยจะอยู่เคียงข้างน้าเย็น”
“ถึงแม้ใครเขาจะดูถูก”
“ค่ะ...เพราะน้าเย็นคือคนที่เลี้ยงน้อยมา ไม่มีน้าเย็นก็จะไม่มีน้อย”
เย็นน้ำตาคลอ ตื้นตัน จับมือน้อยถามเสียงเครือ
“น้อยจำได้มั้ย ที่เคยบอกน้าว่า น้อยจะไม่มีความรัก”
น้อยมองเย็น ใจหาย คิดไปถึงเลอสรร เย็นจับมือน้อยแน่นบอกเสียงเครือ
“สัญญากับน้าได้มั้ยว่า...น้อยยังยืนยันคำนั้นอยู่ ถึงแม้คุณเลอสรรจะรักน้อย แต่ยังไงคุณเลอสรร เาเป็นของเปีย”
น้อยน้ำตาไหลออกมา รับคำแบบเจ็บปวดหัวใจที่สุด
“ค่ะน้าเย็น”
เย็นมองน้อย สงสารจนกลั้นน้ำตาไม่ไหว เย็นร้องไห้กอดน้อย
“ขอบใจมากน้อย ขอบใจ”
สองคนกอดกันร้องไห้ อดสูชะตาชีวิต

เปียร้องไห้ออดอ้อนวณี
“คุณแม่ขา น้าเย็นถีบเปียตรงนี้..ตรงนี้ด้วยเปียเจ็บจังเลยค่ะ เจ็บจังเลยๆ”
“โอ๋ๆ แม่ทายาให้นะลูก”
วณีทายาให้ เปียแกล้งอ้อน
“โอ๊ย....เปียเจ็บจังเลยค่า”
“เลิกร้องได้แล้วเปีย” อุทัยมองขวาง
“ไม่ร้องได้ยังไงคะ เย็นยันลูกซะเจ็บ” วณีไม่พอใจ
“ใช่ค่า..น้าเปียยันเปีย เปียเจ็บ เจ็บเหมือนไส้จะไหลออกมาเลย”
เปียกอดออเซาะวณี วณีกอดเปีย อุทัยถอนใจ
“แล้วทีลูกไปตีน้อย ทำไมไม่คิดว่าน้อยเขาก็เจ็บบ้าง แล้วมันเรื่องอะไรถึงได้ตีน้อย ไหนบอกพ่อมาซิ...”
“เปีย...” เปียหน้าซีดหน้าเจื่อนไม่รู้จะแก้ตัวยังไง
“บอกพ่อมา...น้อยทำอะไร ถึงได้ไปทุบไปตีน้อย”
“น้อย...น้อยจะมาแย่งคุณพ่อคุณแม่ไปจากเปีย”
“ยัยน้อยทำอะไร” คุณหญิงแปลกใจ
เปียโกหกหน้าตาเฉย
“ก็ทำทุกๆอย่างที่จะให้คุณพ่อคุณแม่สนใจ อย่างตะกี้ก็ทำข้าวแช่มาให้ เหมือนจะหักหน้าเปีย เพราะน้อยรู้ เปียเป็นคุณหนู เปียทำอะไรไม่เป็น” เปียโผเข้ามากอดคุณหญิง “คุณย่าขา...คุณพ่อจะดุจะตีจะว่าเปียยังไงก็ได้ค่ะ แต่เปียขอร้อง...” เปียคลานเข้าไปนั่งแทบเท้าอุทัย “อย่ารักน้อยมากไปกว่าเปียได้มั้ยคะ น้าเย็นก็รักน้อยมากกว่าเปียแล้ว เปียคงทนไม่ได้ ถ้าคุณพ่อ คุณแม่ คุณย่าจะรักน้อยมากกว่าเปียอีก”
อุทัยอึ้ง สลด ลำบากใจกับเปีย วณีรีบมาโอบประคองเปีย
“เปียเป็นลูกแม่...แม่จะรักน้อยมากกว่าเปียได้ยังไงลูก
“นั่นน่ะสิ พ่อกับแม่ จะรักน้อยมากกว่าลูกได้ยังไง” อุทัยพูดไม่เต็มเสียงนัก
“ก็...คุณพ่อทำเหมือนไม่รักเปีย แต่รักน้อยน่ะสิคะ”
อุทัยมองตาเปียก่อนหลบสายตา เปียพูดเหมือนอ่านใจเขาออก คุณหญิงมองเห็นใจ
“นั่นน่ะสิ อย่าโทษลูกนักเลยอุทัย เย็นเลี้ยงเปียด้วยอารมณ์ ความรุนแรง เปียเลยขาดความรักไปพาลกับน้อยเอา”
“ขอบคุณคุณย่ามากค่ะที่เข้าใจเปีย”
เปียปั้นหน้าร้องไห้กระซิกๆอ้อน คุณหญิงลูบหัวอย่างปรานี
“แต่ต่อไป อย่ารังแกน้อยอีกนะลูก น้อยเองก็ไม่ต่างจากหนูนักหรอก ถูกเย็นเลี้ยงด้วยความรุนแรง” น้ำเสียงคุณหญิงเกลียดเย็นมาก

อุทัยเดินออกมาหน้าตาหงุดหงิด วณีเดินตามมา
“พี่ไม่อยากให้วณี คุณแม่ ตามใจยัยเปีย” อุทัยบอกอย่างหงุดหงิด
“ไม่ได้ตามใจค่ะ แต่เข้าใจ หรือพี่อุทัยลืมไปแล้ว ว่าลูกป่วย ลูกต้องการความรัก ความเข้าใจ มากกว่าคนปกติ”
“แต่คนที่ป่วยคนอื่น เขาไม่เห็นจะเป็นอย่างลูก”
“แล้วพี่อุทัยไปตามติดคนพวกนั้นตลอด 24 ชั่วโมงเหรอคะถึงได้รู้ดีนัก”
อุทัยอึ้ง ชักสีหน้ามองวณีไม่พอใจ วณีว่าอย่างเคืองอุทัยเหมือนกัน
“ลูกป่วย ก็คือลูกป่วย ถ้าพี่อุทัยไม่เชื่อว่าลูกป่วย ก็ไปคุยกับหมอเองค่ะ”
วณีหมุนตัวเดินกลับไป อุทัยถอนหายใจ กลุ้มสุดๆ

วันใหม่ อุทัยกับรจนานั่งคุยอยู่ด้วยกันในร้านกาแฟ
“คุณลุงหมอไปอเมริกา อาทิตย์หน้าถึงจะกลับ แต่อย่างที่คุณลุงหมอบอกน่ะค่ะ ไบโพลาร์เป็นโรคเกี่ยวกับอารมณ์ และผู้ป่วยก็มักไม่รู้ตัว ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เหมือนกับคุณเปีย”
“ผมจนปัญญาจริงๆ ไม่รู้จะทำยังไง ยัยเปียถึงจะหาย..อย่าว่าแต่จะดีขึ้นเลย ยัยเปียเหมือนจะเป็นมากขึ้นทุกวัน จนบางทีเหมือนเป็นคนบ้า”
“รจเองก็แปลกใจค่ะ เพราะลุงหมอก็เปลี่ยนยาให้แล้ว ทำไมคุณเปียไม่ดีขึ้น หรือว่า...คุณเปียไม่ได้กินยา”
อุทัยเริ่มลังเลไม่แน่ใจ เปียกินยาหรือเปล่า
“คุณอุทัยต้องดูแลคุณเปียเยอะๆนะคะ ถึงโรคนี้จะหาย ก็กลับมาเป็นใหม่ได้ ถ้าไม่ได้รับการดูแล การรักษาจำเป็นต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง เน้นจิตบำบัด ที่ปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม รวมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้อื่น อย่างที่คุณวณีย้ำอยู่บ่อยๆน่ะค่ะ ต้องรักและเข้าใจคุณเปีย”
“ผมจะพยายามครับ”
“อดทนนะคะ รจเป็นกำลังใจให้ค่ะ โรคจิตเวช ไม่จำเป็นต้องเป็นคนวิกลจริต แต่ถ้าไม่รักษาผู้ป่วยอาจจะวิกลจริตได้ อย่าลืมให้คุณเปียกินยาอย่างสม่ำเสมอด้วยค่ะ”
รจนาย้ำ อุทัยหนักใจ

วณีเอายามาให้เปีย บอกอ่อนหวาน
“กินยาหน่อยนะลูก...”
“ค่ะคุณแม่...” เปียรับมาแต่ไม่กิน แล้วอ้อน
“คุณแม่ขา เปียง่วงจังเลย ขอเปียนอนเลยนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
“จ้ะฝันดีนะลูก”
“ฝันดีเช่นกันค่ะ”

วณีหอมแก้มเปียแล้วเดินออกไปที่ประตู เปียมอง รีบเอายาโยนทิ้ง จากหางตาวณีเห็นได้ แต่ถอนใจ ไม่รู้จะทำยังไง เปียนึกถึงคำพูดของน้อยที่ทำเหมือนรู้ว่าเธอทำร้ายนมแส แล้วนึกว่าประวิทย์อาจจะเป็นคนพูดเรื่องนี้ ก็โกรธขึ้นมา

เปียเดินพรวดๆมาที่บ้านของประวิทย์อย่างร้อนใจ ไปถึงก็ทุบประตูโครมๆ

“ประวิทย์”
ประวิทย์ที่อยู่ในห้องสะดุ้งโหยง แปลกใจ ตกใจ รีบเดินออกมาเปิดประตู
“มีอะไรครับคุณหนู”
เปียไม่พูดพล่ามทำเพลงจะแทรกตัวเข้าไปข้างใน ประวิทย์ตกใจดันเปียออกทันที
“อย่าครับคุณหนู เดี๋ยวใครมาเห็นจะเกิดเรื่อง”
“ประวิทย์นั่นแหละเป็นคนที่จะทำให้เกิดเรื่อง”
“ผมทำอะไร” ประวิทย์งงไปใหญ่
“ก็รู้อยู่แล้ว ถ้าพวกคนใช้มาเห็นเปียกับประวิทย์ตอนนี้ ต้องเอาไปพูดไม่ดีแน่ๆ ยังจะมายืนขวางอีก หลีกไปนะประวิทย์”
“คุณหนู”
“ประวิทย์” เปียเริ่มดุ
ประวิทย์จำต้องถอยปล่อยให้เปียเดินเข้าไป ก่อนปิดประตูแบบเหนื่อยใจ

ประวิทย์มองเปียอย่างเหนื่อยใจ ไม่อยากสนใจอีก เปียโผเข้ากอดอ้อนตามประสา
“คิดถึงประวิทย์จัง”
ประวิทย์แกะมือออกบอกแบบไม่สนใจ
“ช่วงนี้ผมกินปลาเยอะแล้วครับ”
“อะไรของประวิทย์”
ประวิทย์เสียงเครือเจ็บปวดแบบพยายามแข็งใจ
“ก็ผมจะบอกว่า ตอนนี้ผมไม่โง่ให้คุณหนูหลอกผมอีกแล้ว”
เปียจะเข้ามากอดใหม่
“เปียหลอกอะไรประวิทย์”
“ทุกสิ่งอย่างที่คุณหนูทำ” ประวิทย์แกะมือเปีย “กลับไปเถอะครับไม่ต้องห่วง ไม่ต้องกังวล ถึงคุณหนูจะโกหก หลอกลวง ผมก็ไม่คิดทำร้ายคุณหนู”
เปียตาวาวเสียงเข้ม
“แล้วน้อยรู้เรื่องนมแสได้ยังไง”
ประวิทย์หัวเราะหยัน
“นึกแล้วว่าที่คุณหนูมาต้องมีเรื่อง บอกแล้วไงครับ ต่อให้คุณหนูโกหกหลอกลวง ผมกับน้อยก็ไม่คิดทำร้ายคุณหนู”
เปียปี๊ดขึ้น ตาเขียวผลักอกประวิทย์
“เดี๋ยวนี้ผมกับน้อยเหรอ ผมกับน้อยแปลว่าอะไร...หา...ผมกับน้อยแปลว่าอะไร เดี๋ยวนี้สนใจยัยน้อยมากกว่าเปียเหรอ”
“ครับ” ประวิทย์ไม่ได้ชอบน้อย แต่ตอบตรง “เพราะน้อยเป็นคนดี น่ารัก จริงใจ”
“แล้วเปียล่ะ” เปียยอมไม่ได้
ประวิทย์ถึงจะแรงบอกแบบสะเทือนใจ
“โกหก กะล่อน ปลิ้นปล้อน ตอแหล”
“ด่าผู้หญิงขนาดนี้เหรอไอ้ประวิทย์”
เปียผลักอกอย่างแรง ประวิทย์ระอา
“ผมขอโทษครับ แต่ผู้หญิงอย่างคุณหนู สมควรถูกด่าจริงๆ”
“ไอ้ประวิทย์” เปียตบผลัวะ
“กลับไป ครับ กลับไป”
ประวิทย์คว้ามือเปียลากออกไป
“ปล่อยนะปล่อย”
เปียยื้อมือไว้ แต่สู้แรงประวิทย์ไม่ได้

ประวิทย์ลากเปียออกไป เปียสะบัดมือออก
“เพราะนังน้อยใช่มั้ย ประวิทย์ถึงเปลี่ยนไปแบบนี้”
ประวิทย์ไม่ต่อปากต่อคำ หันหลังผายมือบอกเปีย
“เชิญครับ”
“กล้าหือกับฉันเหรอ” เปียตาวาวโกรธมาก
“เชิญครับ” ประวิทย์ระอามาก ผายมืออีก
“ไอ้ประวิทย์” เปียยิ่งเดือดตะโกน
เปียยันด้านหลังประวิทย์เต็มแรง
“โอ๊ย...”
ไม่ทันระวังตัวร่างถลาตกบันไดหล่นไปยังพื้นด้านล่างหน้าคะมำ ลูกเต่าเดินมาในมือมีดอกกุหลาบที่ตัดสนสวน อ้าปากค้าง เปียไม่รอช้า กระโจนลงมา กระโดดคร่อม กระชากผมประวิทย์ทั้งที่นอนหน้าคว่ำ ลูกเต่าส่ายหน้าไปมา เหมือนตาฝาด แต่พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นภาพเดิม เปียคำราม
“กล้าหือกับฉันเหรอ แกกล้าหือกับฉันเหรอ”
จิกผมประวิทย์โขกหัวกับพื้น ประวิทย์ร้องดิ้นรน
“อย่าครับคุณหนู อย่า...”
เปียตาวาวโกรธมาก
“หุบปาก ใครที่กล้าหือกับฉัน มันต้องเจอแบบนี้”
เปียกระชากผมประวิทย์ขึ้น เอาโขกลงกับพื้นดินอีก ลูกเต่าตาค้างตะลึง
“เซ็กซี่ ซีเปีย บร๊ะเจ้า” ลูกเต่าวิ่งไปทันที

ลูกเต่าวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น ไปถึงก็โยนดอกกุหลาบไปทั่วครัว ทุกคนงง พลางด่า
“อะไรของแกนังลูกเต่า...”
“นังเด็กเปรตขาสั้น ไม่มีใครแต่งงาน แกจะมาโยนดอกไม้ทำไม หา”
ลูกเต่าตาโต ตื่นเต้น
“ไม่ใช่ดอกไม้งานแต่ง แต่เป็นดอกไม้จันท์งานศพ”
จวนหยิบดอกไม้ขึ้นมา
“ก็นี่มันดอกกุหลาบ ดอกไม้จันท์อะไร”
“ก็พี่ประวิทย์กำลังจะกลายเป็นศพ เพราะเซ็กซี่ ซีเปีย...เซ็กซี่ ซีเปีย ซ้อมพี่ประวิทย์”
ทุกคนตกใจ รีบวิ่งออกไปแทบจะเหยียบลูกเต่าเลย

ทุกคนวิ่งมาที่บ้านพักประวิทย์ เห็นเปียนั่งคร่อมประวิทย์ สองมือจับผมกระชาก โขกหน้าประวิทย์ลงดิน ทุกคนตะลึง ร้องกันออกมา เปียเงยหน้าขึ้นมามองตาขวาง ทั้งที่มือยังจับกระชากผมประวิทย์จนหงายขึ้นมาเปียตะคอก
“เป็นไร เกิดมาไม่เคยเห็นผู้ชายโดนซ้อมเหรอ ไม่เคยก็ดูไว้ซะ คนอย่างซีเปีย ไม่เคยให้ผู้ชายมาข่มเหงง่ายๆโว้ย”
จวนหน้าแหย
“อย่าค่ะคุณหนู อย่า...”
“อ้อ...กล้าห้าม งั้นอยากให้ฉันซ้อมพวกแกแทนใช่มั้ย”
เปียลุกขึ้นมาจากประวิทย์ตรงไปยังกลุ่มแม่บ้าน ทุกคนแตกฮือ เปียคว้าตัวใครได้ก็
ทั้งจิกทั้งตบ เหล่าแม่บ้านล้มทับกันระเนระนาด ส่งเสียงร้องวี๊ดว๊าย ประวิทย์กระโจนมาคว้าตัวเปีย ล็อกไว้แน่น
“อย่าคุณหนู”
“ปล่อย”
“ไปตามคุณท่านมาเร็ว”
ประวิทย์ร้องสั่ง เปียได้ยินตาเหลือก ตะโกนห้าม
“เฮ้ย...อย่านะโว้ย”
เปียศอกถองประวิทย์ตามด้วยเท้ายันอย่างแรงจนเป็นอิสระ ชี้หน้าตะโกน
“ใครไปฟ้องพ่อแม่ฉัน ตาย”
ทุกคนอ้าปากค้างมองเปียตื่นตะลึง เปียทำท่าเหมือนคนร้ายในหนังชี้มือกวาด
หน้าทุกคน ขณะถอยไป พร้อมขู่
“ได้ยินมั้ย ถ้าพ่อแม่ฉันรู้เรื่องนี้ พวกแก ตาย”
เปียผละไปรวดเร็ว ลูกเต่ามองเปียตื่นตะลึง ยกมือกุมตรงหน้าอก มองตามปลื้มมาก
“สมกับเป็นไอดอลของลูกเต่าจริงๆ” ลูกเต่าหันมาบอกทุกคนหน้าตาจริงจังมาก “ถ้าลูกเต่ามีแฟน แล้วแฟนหือ ลูกเต่าจะทำอย่างเซ็กซี่ ซีเปีย”
ลูกเต่ายกมือ กำกำปั้นแบบฮึ้บแล้วมองยิ้มๆไปทางประวิทย์ที่ส่ายหน้าสยองๆ

วณีเดินมาเก็บยาที่เปียทิ้งเอาไว้ กลุ้มซะจนไม่รู้จะกลุ้มยังไง เปียเดินโมโหมาอารมณ์ยังค้างจากประวิทย์ เปียยกเท้ายันกระถางหน้าบ้านจนแตกแล้วกระแทกเท้าเข้าบ้าน วณีได้แต่อึ้ง อึ้งขึ้นทุกวันกับอารมณ์ร้ายของเปีย

วันใหม่ วณีเดินจัดอาหารมาให้อุทัย
“นมแสไม่สบาย วณีลำบากหน่อยนะ” ทัยเกรงใจ
“นิดเดียวเองค่ะ”
“เฮ้อ...ถ้าลูกเปียมีความเป็นกุลสตรี แม่บ้านแม่เรือนเหมือนกับหนูน้อยหน่อยก็คงจะดี”
“เราควรยอมรับในสิ่งที่ลูกเป็นไม่ใช่เหรอคะ”
“ใช่จ้ะ...แต่ถ้าลูกจะมีความสามารถพิเศษ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ เช่นทำกับข้าว ทำขนม พี่ว่าก็น่าจะทำให้เราชื่นใจได้บ้าง ใช่มั้ยจ้ะวณี เหมือนกับน้อย ทุกสายตา ทุกการกระทำที่หนูน้อยมีต่อเย็น...มันทำให้พี่ชื่นใจ”

วณีอึ้ง หน้าเสียเข้าไปอีก

วณีเดินทอดอารมณ์กลุ้มใจ คิดถึงคำพูดอุทัย คิดถึงน้อยที่ร้องไห้กอดเย็น และที่ได้รู้ว่าเปียทำข้าวแช่มาให้ วณีรู้สึกสงสาร เอ็นดูน้อยเหลือเกิน เธอดินออกจากบ้านไป เปียเดินออกมาจากด้านในตามไป

วณีเดินไปที่บ้านพักเย็น เปียหน้านิ่ว ยิ่งโกรธ เมื่อเห็นน้อยเดินลงบันไดมา
“คุณวณี....มีอะไรให้น้อยรับใช้หรือเปล่าคะ” น้อยตกใจ
“อยากชิมข้าวแช่ ฝีมือหนูน้อยนะจ้ะ...” วณียิ้มอ่อนโยน
“คุณวณี” น้อยตื่นเต้นยินดี
“วันนั้น ฉันไม่ได้ชิม ทำให้ฉันชิมใหม่ได้มั้ยจ้ะ”
“ได้ค่ะ...”
เปียแอบมองไม่พอใจมาก รู้สึกหวงแหนวณี เปียจะเข้าไปแต่ชะงัก เย็นอยู่บนบ้าน ไม่พอใจมาก เดินเชิดๆลงมามองเย้ย
“ฉันอนุญาตแกแล้วเหรอน้อย ถึงไปตอบว่าได้น่ะ...คุณวณี ใจคอคุณจะอยากได้ทุกอย่าง ของฉันเลยเหรอ”
“ฉันอยากได้อะไรของเย็น” วณีไม่พอใจ
เย็นหัวเราะมองเกลียด ย้อนถาม
“อยากได้อะไร นอกจากหน้าคุณมันจะโบท็อกซ์จนขยับไม่ได้ คุณยังโบท็อกซ์สมองไว้ด้วยเหรอ มันถึงได้หยุดทำงาน จนเหมือนคุณจะจำไม่ได้ ว่าเคยแย่งผัวใคร”
“ถ้าฉันนับผู้หญิงที่คุณอุทัยผ่านมาในชีวิต ฉันคงต้องไล่ไปตั้งแต่คุณอุทัยอายุ18...ซึ่งสำหรับฉันผู้หญิงเหล่านั้น ไม่ใช่เมีย” วณีกวาดมองตามองเย็นทั่วตัวแบบอดไม่อยู่ ดูถูกเต็มที่ “แต่เป็นแค่ทางผ่าน...เป็นแค่ของเล่น”
เย็นเบิกตาโพลงไม่คิดว่าวณีจะย้อน ได้แต่กำมือแน่น
“และฉัน ที่เป็นเมียแต่ง เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่ควรลดตัวลงไปให้ค่าผู้หญิงพวกนั้น เย็นว่าจริงมั้ย”
“มีแต่ผู้หญิงหน้าด้านที่คิดแบบนี้”
“ถ้าเย็นว่าฉันหน้าด้าน แล้วผู้หญิงที่เป็นแค่ของเล่นผู้ชาย แต่ออกมาเรียกร้องสิทธิ์ปาวๆ กับเมียแต่ง เย็นว่าใครหน้าด้านกว่ากันจ้ะ”
“คุณ...”
“เย็นก็อายุไม่น้อยแล้ว น่าจะเข้าใจ...เมียแต่ง เมียเก็บ นางบำเรอ สังคมเขาให้เกียรติเมียแบบไหนมากกว่ากัน” วณีหันมาบอกน้อย “ฉันรอกินข้าวแช่นะจ้ะหนูน้อย”
เปียยิ้มเบ้ปาก ตาเปล่งประกายวาบแห่งความสะใจ ที่เย็นถูกตอกหน้าหงายซะ
บ้าง เปียหมุนตัวรีบกลับ ขณะที่วณีมองเย็นเชิด ก่อนกลับไป เย็นมองตามอึ้งเนื้อตัวสั่น มือกำแน่น
“นังวณี”
น้อยมองสงสาร โผเข้ามากอดแน่น เย็นกรีดร้อง ทั้งน้ำตา
“อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อย”
เย็นผลักน้อยออกอย่างแรงจนล้มลงไป เย็นเดินกระแทกเท้าขึ้นบันได น้อยตาม

เย็นน้ำตาไหล อึ้ง เหมือนถูกน็อกกลับมา ได้แต่ตะโกนถามตัวเองเหมือนช็อก
“ตกลงฉันหน้าด้านเหรอ นี่ฉันเป็นคนหน้าด้านเหรอ”
น้อยตามขึ้นมา
“น้าเย็น”
เย็นหันมาเขย่าน้อย
“แกบอกฉันซิน้อย...บอกฉัน ฉันเป็นผู้หญิงหน้าด้านเหรอ”
“ไม่ค่ะน้าเย็น ไม่...” น้อยกอดเย็นเอาไว้ร้องไห้สงสาร “น้าเย็นของน้อยเป็นคนดีที่สุด เป็นผู้หญิงที่สุด”
“ผู้หญิงที่ดีที่สุด แต่ในสายตาของคนอื่น น้าคือคนเลว ก็เพราะสังคมเป็นแบบนี้ไง ผู้หญิงหน้าด้านมันถึงได้เที่ยวแย่งผัวคนอื่น”
“น้าเย็น...ไม่มีใครแย่งใครไปได้นะคะ”
เย็นหันขวับมามองไม่พอใจ กระชากแขนน้อยถาม
“นี่แกเข้าข้างนังวณีเหรอนังน้อย”
“เปล่าค่ะน้าเย็น แต่มันเป็นเรื่องของหัวใจ ถ้าใจเขาไม่รักไม่ชอบ ใครก็ทำอะไรไม่ได้”
“แปลว่า...”
น้อยพูดแผ่วๆ กลัวเย็นโกรธ
“คุณอุทัยเขารักคุณวณี เขาถึงได้แต่งงานกัน”
เย็นอึ้ง นึกถึงที่อุทัยบอกว่าวันที่รักก็รักจริงๆ เย็นได้สติน้ำตาไหล หันมากอดน้อยอ่อนโยนถามหวง
“แล้วน้อยล่ะ น้อยรักคุณวณีมั้ย”
น้อยอึ้งไม่รู้จะบอกเย็นยังไง เย็นถามเสียงรัว ใจเต้น
“แล้วน้อยล่ะ...น้อยรักคุณวณี คุณอุทัยมั้ย”
น้อยคิดหนักถอนหายใจ
“น้อยก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะน้าเย็น แต่น้อยสัมผัสได้ว่าคุณอุทัยกับคุณวณีเมตตาน้อย”
เย็นคว้าตัวน้อยมากอดแน่น
“น้อยอย่ารักเขาได้มั้ย สัญญากับน้า น้อยอย่ารักเขา น้อยต้องรักน้าคนเดียว”
“น้าเย็น” น้อยงง
เย็นเขย่าตัวน้อยบอกลน
“สัญญากับน้าสิ น้อยจะไม่รักคุณอุทัย คุณวณี น้อยต้องรักน้า รักน้าเย็นคนเดียว”น้อยยิ้มมองเย็นรักจริงๆ
“ค่ะน้าเย็น..น้อยจะไม่รักใคร น้อยจะรักน้าเย็นคนเดียว”
เย็นยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ดึงตัวน้อยมากอดแน่น น้ำตาที่ไหลเป็นน้ำตาความปลื้มใจ
“ชื่นใจของน้า ชื่นใจของน้าที่สุดเลย”
“น้อยรักน้าเย็นค่ะ”
สองคนกอดกันแน่น รักมากมีกันและกันเท่านี้

วณีเดินเข้าบ้าน เลอสรรที่จะไปทำงานสอนพิเศษหอบหนังสือ อุปกรณ์การสอนเดินมาเห็น
“อ้าว...ยังไม่ไปทำงานหรือจ้ะ” วณีทัก
“กำลังจะไปครับ คุณน้าไม่สบายอีกรึเปล่า”
“เปล่าน้าสบายดี...” วณีแผ่วๆ
“แต่ท่าทางคุณน้า...”
“น้าแค่รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง..”
สายตาของเลอสรรเต็มไปด้วยคำถาม วณียิ้มเซียวๆบอก
“น้าทะเลาะกับเย็นมา แล้วน้าก็พูดให้เขาเจ็บใจ...”
เลอสรรสายตาอ่อนลง ห่วงวิตกไปถึงเย็น
“จริงๆน้าไม่อยากทำอย่างนั้นเลยนะ แต่น้าจำเป็นต้องพูด น้าจำเป็นต้องปกป้องเกียรติ ศักดิ์ศรีของตัวเอง เพราะที่ผ่านมา เย็นดูถูก เหยียบย่ำการเป็นเมียแต่งของน้าเหลือเกิน”
เลอสรรมองวณี เข้าใจทุกฝ่าย

เลอสรรนั่งวาดรูปน้อยด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ นึกถึงที่เย็นบอกวาน้อยไม่มีคุณค่าพอ ไม่ต้องยุ่ง เขาได้แต่ถอนหายใจ จรดพู่กัน วาดรูปต่อ ด้านหลังเปียยืนมองอยู่ มองอย่างรู้สึกเจ็บปวด เคียดแค้นชิงชัง เปียทำท่าจะถอดเสื้อ กระโดดลงน้ำเรียกความสนใจแต่เปลี่ยนใจ กลับไป โดยที่เลอสรรไม่รู้ตัว

เปียเปิดประตูเข้ามาในห้องได้ก็ปิดดังปัง อารมณ์เสียเป็นอย่างมาก พอเข้ามาได้
ก็เตะถีบผนังห้องอย่างแรง
“สนใจนังน้อยมันนักใช่มั้ย อะไรๆก็นังน้อย..นังน้อย”
ตาเปียเห็นหน้าน้อยยิ้มเยาะที่ผนัง เปียโกรธเกลียดมาก
“นังน้อย” เปียเตะผนังโครมอย่างแรง แล้วร้องลั่น “โอ๊ย”
เปียล้มลง ยิ่งขัดใจ จับขาตัวเองแบบเจ็บมาก....ยังเห็นน้อยหัวเราะเยาะที่ผนัง เปียคำราม
“ฉันไม่ยอมแพ้แกหรอก พี่เลอสรรจะต้องสนใจฉัน จำไว้”
เปียลุกขึ้นกระเผลกไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง หยิบเครื่องสำอางมาแต่งให้ดูหน้าซีด ก่อน
เดินไปที่ตู้ หยิบชุดนอนสีขาวออกมา

เลอสรรเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วเปิดไฟ ทันทีที่ไฟสว่าง เขาเปียในชุดนอนสีขาว ผมยาว นั่งบนเตียง ผมยาวของเปีย แลเผินๆคล้ายปีศาจนั่งอยู่ เลอสรรตกใจ
“เฮ้ย”
เปียค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามอง ดวงหน้าของเปียขาวซีด พูดเสียงแผ่ว
“พี่เลอสรร”
“เปียเองเหรอ พี่ตกใจหมด แล้วมันเรื่องอะไร ถึงได้มานั่งแบบนี้ ทำท่าแบบนี้”
เปียไม่เข้าหาเหมือนทุกทีบีบน้ำตา
“เปียกลุ้มใจทุกข์ใจ...”
“เรื่องอะไร”
เปียเดินมาหาแบบร้อนใจไม่เจ้าชู้ลวนลาม
“ก็เรื่องที่ประวิทย์พาเปียเข้าโรงแรมน่ะสิคะ เปียกลัวประวิทย์ จะเอาไปพูดให้เปียเสียหายพี่เลอสรร ช่วยเปียได้มั้ยคะ”
“ให้พี่ช่วยอะไร”
“ทำอะไรก็ได้ ให้ประวิทย์ไปจากที่นี่”
เลอสรรมองเปียย่างตกใจ

อุทัยนอนหลับตา แต่เอามือก่ายหน้าผาก ขณะที่วณีนอนไม่หลับ คิดถึงคำพูดของอุทัยที่ไปคุยกับรจนา
“คุณรจนาบอก ลูกต้องได้ยาสม่ำเสมอนะวณี ไม่งั้นอาการลูกจะแย่ลงกว่าเดิม”
วณีลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ห่วงเปีย

วณีเคาะประตูห้องเปียเบาๆ
“เปีย..เปียจ๋า...ลูกเปีย”
เงียบไม่มีเสียงตอบ วณีเรียกอีก
“ลูกเปีย”

วณีเปิดเข้าไปไม่เห็นเปีย ก็เป็นห่วงขึ้นมา

วณีเดินผ่านห้องเลอสรร วณีว่าจะเดินผ่าน แต่เห็นจากช่องของประตูเห็นไฟในห้องเปิดอยู่ และมีเสียงพึมพำเหมือนเลอสรรไม่อยู่คนเดียว วณีสงสัยเดินไปแอบฟัง เลอสรร มองเปีย ถามจริงจังสงสัย

“ถ้าจะให้พี่หาทางให้ประวิทย์ไปจากที่นี่ งั้นน้องเปียต้องบอกพี่มาก่อน มันเรื่องอะไร น้องเปียกับประวิทย์ถึงได้เข้าม่านรูดด้วยกัน”
วณีเบิกตากว้างตกใจ ขณะที่เปียอึกอักแก้ตัว
“ก็...เปียบอกพี่เลอสรรแล้วไง ประวิทย์มอมยาเปีย”
“แต่น้องเปียเป็นคนขับรถนะ”
เปียใบ้ไปชั่วขณะก่อนแก้ตัว
“ประวิทย์คงใช้ยาแบบคนที่โดนตกทองกับเปียน่ะค่ะ เปียเลยมึนๆงงๆไม่รู้เรื่อง...ขับเข้าม่านรูดตามที่ประวิทย์บอกเฉยเลย”
วณีจะเป็นลม แต่กลั้นใจฟังต่อ
“โชคดีค่ะที่พี่เลอสรรไปช่วยเปียไว้ก่อน..ไม่งั้น ป่านนี้เปียคงถูกประวิทย์ปู้ยี้ปู้ยำไปแล้ว” เปียบีบน้ำตาร้องไห้ อ้อน “ก็นี่แหละค่ะที่เปียกลุ้มใจ เปียกลัวประวิทย์จะเอาไปบอกคุณพ่อคุณแม่ เปียเลยไม่อยากให้ประวิทย์อยู่ที่นี่ พี่เลอสรรช่วยเปียด้วยนะคะ”
“ไว้พี่ขอคิดดูก่อน แต่ยังไงพี่ช่วยแน่นอน น้องเปียไปนอนนะ”
“ขอบคุณพี่เลอมากค่ะ”
เปียยิ้มเศร้าไม่ยั่วเดินจะออกนอกห้อง วณีรีบผละออกไปรวดเร็ว

เปียเดินออกจากห้องของเลอสรร ตรงไปยังห้องของตัวเองท่าทางริกรี้กระดี๊กระด๊า
วณีมองจ้องอยู่ สังเกตทุกอย่าง เห็นท่าทางเปียดี๊ด๊า เปียบอกกับตัวเองในใจ
“แกได้ไปจากนี่แน่ไอ้ประวิทย์”
เปียเข้าห้องเปิดเพลง โสดกะปริบกะปรอย เธอทั้งร้องทั้งเต้นตาม อารมณ์ดีสุดเหวี่ยง
“ความโสดประมาณกะปริบกะปรอย กะปริบกะปรอย กะปริบกะปรอย ปอย
โสดแต่กิ๊กเป็นร้อย มีกิ๊กเป็นร้อย อีกนิดจะสองร้อย โสดเป็นบางเวลา ถ้าแฟนเธอมาก็ได้เวลาจ๋อย หยอย หยอย หยอย”
วณีค่อยๆแง้มประตูดู เห็นเปียทั้งร้องทั้งเต้นบอกอาการมันมาก อารมณ์ที่ดีสุดขีดของเปีย แตกต่างกันแบบสุดขั้วจากอารมณ์เศร้าหมองกับตอนที่อยู่กับเลอสรร ซึ่งวณีเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน วณีโผเผเข้าห้องตัวเองอย่างทุกข์ใจ เมื่อนึกถึงที่เปียบอกเลอสรรว่าถูกประวิทย์มอมยา มันช่างแตกต่างกันมาก

เช้าวันใหม่ อุทัยจะออกไปทำงาน เขาจับมือวณีอย่างปลอบใจ
“อย่าเพิ่งหมดกำลังใจนะ เราจะสู้กับปัญหาทุกอย่างไปด้วยกัน”
วณีหน้าเศร้า มึนอยู่เรื่องเปียเข้าม่านรูด
“ค่ะ พี่อุทัย”
เลอสรรเดินมาจะออกจากบ้าน วณีเห็นรีบบอกอุทัย
“มีอะไรโทรมานะคะ”
“จ้ะ” อุทัยเดินออกไปที่รถ
“วณีเดินตามเลอสรรไปทันที”

ประวิทย์ในชุดนักศึกษา เดินออกมาจากบ้าน พอเห็นเลอสรรก็ชะงักตกใจ กลัวเรื่องเปียมาหาที่ห้อง จะหลบก็หลบไม่ทัน
“คุณเลอสรรมีอะไรครับ”
“ฉันสิ...ต้องถาม ประวิทย์มีอะไร ถึงได้มองฉันแล้วทำท่าเหมือนไม่อยากเจอ”
ประวิทย์มองหน้าเลอสรร หลบตาแบบมีพิรุธ
“ฉันขอคุยด้วยแบบลูกผู้ชายหน่อยได้มั้ย”

วณีแอบย่องมาฟัง เห็นประวิทย์กับเลอสรรคุยกัน
“ผมไม่ได้มอมยาคุณหนูเปียจริงๆนะครับ สาบานก็ได้ จู่ๆคุณหนูเปียก็เลี้ยวรถเข้าม่านรูดเอง”
วณีใจเสีย ถึงจะรู้มาก่อน แต่คำพูดของประวิทย์น่าเชื่อมากกว่าเปีย
“ฉันเชื่อนาย แต่ฉันสงสัย นายกับน้องเปียมีปัญหาอะไรกันรึเปล่า เพราะจากวันนั้นที่ฉันเห็น เหมือนนายจะขู่น้องเปีย”
ประวิทย์หนักใจ
“ครับมี...แต่ผมขอไม่บอกว่าเรื่องอะไร มันเป็นปัญหาของผมกับคุณหนู และผมก็สาบานได้ ผมไม่เคยคิดที่จะทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของคุณหนูแม้แต่นิดเดียว”
เลอสรรถอนใจ สายตาของประวิทย์หนักแน่นเชื่อได้ วณีหน้าซีดเผือด

วณีโผเผเดินเข้าไปในบ้าน เปียเดินดี๊ด๊าเต้นมาด้วยท่าทางสบายใจมาก แต่ไม่สนใจวณี จนวณีต้องถาม
“จะไปไหนลูกเปีย”
“ช็อปปิ้งค่ะ คุณแม่ไปด้วยกันนะคะ”
“แม่ไม่สบาย”
“งั้นคุณแม่แค่เซ็นเช็คมาให้เปียก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเปียไปคนเดียว”
วณีไม่พอใจ
“นี่...ลูกเปีย ลูกไม่สนใจเลยเหรอว่าแม่เป็นอะไร แม่จะทุกข์จะร้อนแค่ไหน ใจคอจะคิดถึงแต่เงิน เรื่องเดียวเลยเหรอลูก”
“เปล่าค่ะ เปียคิดเรื่องกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า”
“ลูกเปีย”
เปียได้สติโผเข้ามากอด พูดหวาน หน้าตาจริงจังมาก
“โธ่...คุณแม่ขา เปียล้อเล่น ที่เปียทำเป็นไม่สนใจ เพราะเปียไม่อยากให้คุณแม่ขาของเปีย ไปโฟกัสอยู่กับเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจ เปียไม่อยากให้คุณแม่จมอยู่กับเรื่องที่ทุกข์ใจน่ะค่ะ”
วณีมอง ความรักลูกทำให้ใจอ่อน เปียมองวณีก็รู้ จับมือแน่น ยิ้มอ้อน
“ทำไมเปียจะไม่รู้ว่าคุณแม่ รักและห่วงใยเปีย ถึงแม้...คุณแม่จะรักและห่วงใยน้อยมากกว่าเปียก็ตาม”
“ไม่จริงนะลูก แม่จะไปรักน้อย ห่วงน้อยมากกว่าเปียได้ยังไง”
“ก็เปียเห็นคุณแม่ไปหาน้อย ขอให้น้อยทำข้าวแช่ให้ชิม” เปียตีหน้าเศร้า
“เปีย” วณีตกใจ กลัวเปียเสียใจ
“เปียไม่ได้โกรธหรอกค่ะ เปียขอแค่คุณแม่ อย่ารักน้อยมากกว่าเปียก็พอ คุณแม่สัญญากับเปียได้มั้ยคะ”
“ได้สิลูก หนูเป็นลูกแม่ แม่ย่อมรักหนูที่สุดอยู่แล้ว”
เปียยิ้มโล่งใจ หวงแหนความรักจากวณีจริงๆ
“ขอบคุณค่ะ เปียดื้อคนนี้ จะเป็นเด็กดีของคุณแม่คนเดียวเลยค่ะ”
“ขอบใจมากลูก ขอบใจ”
“คุณแม่ขา เปียเป็นห่วงนมแสจังเลย วันไหนคุณแม่สบายดี เราไปเยี่ยมนมแสกันนะคะ”
“จ้ะเปีย”
วณียิ้ม แค่ความน่ารักเล็กๆน้อยๆของลูก แม่ก็สุดชื่นใจ เปียยิ้มพอใจ ถึงจะหวงวณีด้วยใจจริง แต่ก็อดพอใจไม่ได้ ที่คุมเกมได้

เลอสรรสอนเด็กหญิงวัยน่ารักชื่อน้องหญิงวาดรูป ที่บ้านของเธอ แม่น้องหญิง ซึ่งเป็นใบ้ยืนมองอย่างภูมิใจ ชื่นใจที่น้องหญิงวาดรูปให้
เลอสรรสะพายกระเป๋าจะกลับ น้องหญิงวิ่งตามมาพร้อมช่อดอกไฮเดรนเยีย
“อาจารย์คะ อาจารย์”
“ครับ...น้องหญิง”
น้องหญิงยื่นดอกไฮเดรนเยียให้เลอสรร
“แม่ให้เอาดอกไม้มาให้อาจารย์ค่ะ...”
เลอสรรหันไปมองด้านหลัง เห็นแม่น้องหญิง ยืนด้านหลังหน้าบ้านของเธอ ยก
มือทำเป็นภาษามือบอกเลอสรร ในมือของเธอ ถือรูปตัวเองที่น้องหญิงวาดให้
“แม่บอกว่า ดอกไม้เป็นภาษาสากล ที่บอกความรู้สึกเราได้...”
เลอสรรมองแม่น้องหญิง ทำภาษามือบอกเลอสรรอีก น้องหญิงยิ้ม
“แม่บอกว่าขอบคุณที่มาสอนให้น้องหญิงวาดรูปของแม่ค่ะ...”
แม่น้องหญิงชูรูปที่น้องหญิงวาดให้ เธอยิ้มให้เลอสรรด้วยหัวใจที่อบอุ่นชื่นบานที่สุด เลอสรรนั่งลงบอกน้องหญิง
“น้องหญิงบอกคุณแม่ให้ด้วยนะ ขอบคุณมากที่ทำให้วันนี้เป็นวันที่พิเศษที่สุดของอาจารย์”
น้องหญิงทำภาษามือบอกแม่ พลางจับมือเลอสรรทำภาษามือง่ายๆที่บอกว่าขอบคุณ เลอสรรทำภาษามือบอกแม่น้องหญิง
“ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ”
น้องหญิงวิ่งไปหาแม่...สองคนโบกมือให้เลอสรรก่อนเดินกลับเข้าบ้านไป เลอสรรมองดูดอกไม้ในมือแล้วยิ้ม คิดถึงน้อยขึ้นมา

เลอสรรเดินเข้าไปในร้านดอกไม้ มีดอกไม้สวยงามมากมาย

“สนใจดอกไหนคะ” พนักงานเข้ามาถาม
 
อ่านต่อหน้า 3

คมพยาบาท ตอนที่ 11 (ต่อ)

เลอสรรถือดอกช่อดอกลิลลี่สีขาวช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน ส่วนอีกมือเป็นช่อไฮเดรนเยียเล็กๆ เปียเห็นเลอสรรถือช่อดอกไม้มาก็ดีใจ วิ่งมาหา

“กลับมาแล้วเหรอคะ เปียรอตั้งนาน”
“น้องเปียมีเรื่องอะไรจ้ะ”
“พี่เลอสรรจัดการเรื่องประวิทย์ให้เปียยัง”
“พี่ว่า...ประวิทย์ไม่ได้เป็นผู้ชายที่แย่อย่างนั้นหรอก”
“ พี่เลอสรรไปเชื่อคนอย่างประวิทย์ได้ยังไง” เปียหน้างอ
“ก็เหมือนเมื่อก่อนที่น้องเปียเคยเชื่อ และรักประวิทย์ เพราะประวิทย์เป็นคนดี”
“พี่เลอ” เปียเสียงแผ่วใจหาย
“อย่าคิดมากเลยนะ ต่างคนต่างอยู่ พี่เชื่อว่าประวิทย์จะไม่เอาน้องเปียไปพูดในทางที่เสียหายแน่นอน”
เปียน้ำตารื้น น้อยใจ เลอสรรบอกอ่อนโยน
“อย่าร้องไห้ ยังไงพี่ก็เป็นพี่ชายของน้องเปีย ที่พร้อมจะปกป้องน้องสาวเสมอ”
“ขอบคุณค่ะ”
เลอสรรยื่นช่อดอกไฮเดรนเยียให้ เปียยิ้มตาโต ดีใจ ตื้นตัน รับไว้มือสั่นระริก
“รู้มั้ยคะ ตั้งแต่เกิดมา เปียไม่เคยได้ดอกไม้เลย ขอบคุณพี่เลอสรรมากๆค่ะที่ให้ดอกไม้เปีย”
“เอ่อ...พี่ไม่ได้ให้...พี่แค่..ขอฝากน้องเปีย เอาไปเก็บให้พี่หน่อยนะ พอดีลูกศิษย์พี่ให้มา”
“พี่เลอ” เปียซีดเผือดซีด
“ฝากเก็บกระเป๋าด้วยนะ ขอบใจจ้ะ”
เลอสรรเอากระเป๋าคล้องไหล่เปียเลย แล้วเดินไปพร้อมช่อดอกลิลลี่ เปียมองใจหาย หน้าจ๋อย เสียใจจริงๆก่อนตาเขียวตามไป

น้อยเก็บดอกมะลิอยู่ในสวย เลอสรรเดินไปหาพร้อมช่อดอกลิลลี่ เปียตามมาแอบมอง ใจสั่น เห็นเลอสรรยื่นช่อดอกลิลลี่สีขาวให้น้อย
“พี่ให้...”
“น้อย...”
เลอสรรจับมือน้อยให้กำช่อดอกไม้เอาไว้
“น้าเย็นห้ามใจพี่ไม่ได้ และถ้าน้อยอยากรู้ ว่าพี่รู้สึกอย่างไร ช่อลิลลี่ช่อนี้บอกน้อยได้ รับไว้นะจ้ะ”
เปียมองมือของเลอสรรจับมือของน้อยรับดอกไม้เอาไว้แล้วกุมแน่น เปียร้องไห้
ออกมาอย่างคนที่รู้ว่าตัวเองแพ้...แพ้จริงๆ ก่อนที่จะเดินผละกลับไปอย่างหมดแรง
เปียโผเผเข้ามาในห้องพร้อมดอกไฮเดรนเยีย เปียนั่งที่พื้นห้อง หลังพิงขอบเตียงมองดูช่อดอกไฮเดรนเยียแล้วร้องไห้ สมเพชตัวเองที่สุด

น้อยถือช่อดอกลิลลี่ซ่อนไว้ด้านหลัง พอกวาดตามองไม่เห็นเย็น น้อยก็วิ่งเข้าห้อง
รวดเร็ว แล้วหยิบช่อดอกลิลลี่มาดู เห็นกระดาษโน้ตซ่อนไว้อยู่ น้อยคลี่ออกมาอ่าน เห็นลายมือเลอสรร
“ดอกลิลลี่ คือดอกไม้ที่แทนความน่ารัก อ่อนหวาน ถ้ามีใครมามอบดอกลิลลี่ให้คุณแปลว่า...”
ข้อความหมดแค่นั้น น้อยสงสัย เสียงมือถือดัง น้อยรับ เสียงเลอสรร ดังมาตามสาย
”พี่..รัก...น้อย...จ้ะ”
น้อยอมยิ้มเขิน ไม่ตอบ นั่งมองช่อดอกลิลลี่ชื่นใจ เลอสรรยิ้มโล่งใจที่ได้บอก

เย็นนั่งทำงาน คิดถึงคำพูดของวณี
“เย็นก็อายุไม่น้อยแล้ว น่าจะเข้าใจ เมียแต่ง เมียเก็บ นางบำเรอ สังคมเขาให้เกียรติเมียแบบไหนมากกว่ากัน”
เย็นแค้นใจมาก เย็นหยิบคัตเตอร์มาตัดเชือกที่ถัก แต่อารมณ์ที่เหม่อ คัตเตอร์บาดมือ
“อุ๊ย”
น้อยกำลังอยู่ในอารมณ์หวานได้ยิน สะดุ้ง วางช่อลิลลี่ลุกออกมาทันที

น้อยปราดออกมา พรวดเดียวมาหาเย็น เห็นแผลเหวะ เห็นเลือด
“โห...บาดซะลึกเลย เดี๋ยวน้อยไปเอายามาทำแผลให้นะคะ”
“ไม่ต้อง...ปล่อยให้เลือดโง่มันไหลออกจากตัวน้าบ้างก็ดี น้าจะได้ไม่ต้องเจ็บ ต้องแค้น จมอยู่กับความเพ้อฝันของอดีต เลือดสดๆไหลออกมาจากนิ้วมือของเย็น น้อยมองสลดใจ
“น้าเย็น”
“น้าไม่เป็นไร...บอกแล้ว ชีวิตบางทีมันมีดีที่สะใจ”
น้อยมองเย็น สงสารเห็นใจมาก ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือเปื้อนเลือดของเย็นค่อยๆไล้มือเลือด จนมือน้อยเปื้อนเลือดไปด้วย เย็นมองสงสัย ขณะที่น้อยยิ้มบอก
“น้อยอยากมีเลือดหยดเดียวกับน้าเย็น เพราะเวลาน้าเย็นเจ็บ...น้อยจะได้แบ่งเบาความทุกข์ความเจ็บปวดจากน้าเย็น”
เย็นมองน้อย ตื้นตัน คาดไม่ถึง ขณะที่น้อยบอก จริงจัง
“แต่ถ้าหากเราไม่อยากเจ็บ เราก็ไม่ควรเก็บความทุกข์ไว้กับเราค่ะ”
เย็นมอง รับรู้ถึงความรู้สึกที่หวังดีได้จากน้อย
“น้าจะพยายามจ้ะ”

เช้าวันใหม่...เย็นเดินออกมาจากห้อง เห็นน้อยง่วนอยู่ในครัว
“ทำอะไรแต่เช้า”
“สาคูแล้วก็ข้าวเกรียบปากหม้อค่ะ...”
“แล้วไป นึกว่าทำข้าวแช่ให้นังคุณวณี อย่าทำให้มันนะน้อย”
“น้าเย็น”
“น้าขอ ได้มั้ย”
น้อยจำใจรับปาก
“ค่ะน้าเย็น เดี๋ยวน้อยทำขนมเสร็จเราไปถวายเพลด้วยกันนะคะ น้อยอยากให้น้าเย็นสบายใจ”
“จ้ะ” เย็นมองน้อยอ่อนโยน

เย็นกับน้อยไปวัดด้วยกัน เอาอาหาร ดอกไม้ไปถวายเพล พระให้พร พรมน้ำมนต์ให้สองคนยิ้มกันให้ รู้สึกอิ่มเอิบสบายใจ
เย็นกับน้อยเดินอยู่ในบริเวณวัด ตามทางจะกลับบ้าน มีป้ายคำสอนต่างๆที่ติดอยู่ตามต้นไม้ในวัด สองคนเดินผ่าน เย็นเห็นข้อความบางอย่าง
“เดี๋ยวน้อย”
“อะไรคะ”
เย็นไม่ตอบแต่เดินถอยหลังมาอ่านข้อความ น้อยเดินตามมาอ่านด้วย
“ผู้ใดระวังรักษาจิต ผู้นั้นจักพ้นจากบ่วงมาร
ไม่ควรคำนึงถึง...สิ่งที่ล่วงแล้ว”
สองคนหันมามองหน้ากัน เย็นยิ้มบอกน้อย
“น้าจะพยายามไม่คิดถึงสิ่งที่ทำให้น้าเจ็บอีกนะน้อย และถ้าวันไหน น้าไปจากบ้านอนุรักษ์ธานิน นั่นแปลว่า ความเจ็บของน้ามันได้จบสิ้นไปแล้ว”
“ค่ะ น้าเย็น” น้อยจับมือเย็นดีใจมาก

คุณหญิงอนุรักษ์นั่งกลุ้มใจ นึกถึงเหตุการณ์ที่เห็นเปียกระโดดยันน้อย จวนเข้ามาพร้อมของว่าง
“ของว่างค่ะคุณหญิง วันนี้มีข้าวเกรียบปากหม้อกับสาคูค่ะ”
คุณหญิงชะโงกหน้ามอง
“น่ากินเชียว สาคูก็ใสไม่เป็นตากบ ซื้อที่ไหนเนี่ย”
“ไม่ได้ซื้อค่ะ หนูน้อยทำ เลยเอามาฝากให้คุณหญิง”
“หนูน้อยน่ะเหรอทำ”
“ค่ะ...ทำได้หลายอย่างนะคะ แกแบ่งมาให้จวนและที่ครัวกินกันบ่อยๆ”
“น่ารัก น่าเอ็นดูจริงๆ น่าจะเกิดมาเป็นหลานฉันนะ ไม่น่าเกิดมาเป็นหลานนังเย็นเลย นี่...ฉันอยากตกรางวัลให้ ไปตามหนูน้อยมาให้ฉันหน่อยไป”
“ค่ะ คุณหญิง”จวนออกไป
คุณหญิงมองขนม ยิ้มเมตตา และเวทนาอยู่ในที

จวนเดินแกมวิ่งหน้าตายิ้มแย้มไปหาเย็น เห็นเย็นกับน้อยช่วยกันจัดบ้าน ปูพรมผืนใหม่ ขยับโซฟา จัดดอกไม้
“นึกเฮี้ยนอะไรขึ้นมา ถึงได้จัดบ้านจัดช่องซะสวยเชียว” จวนแปลกใจ
“ไปวัดมารู้สึกสบายใจ เลยอยากจัดบ้านให้สบายตา”
“สาคู กับข้าวเกรียบปากหม้ออร่อยมั้ยคะป้าจวน” น้อยหันมาถาม
“อร่อยจ้ะ อร่อยมาก คุณหญิงท่านชมไม่ขาดปากเลย”
“น้อยเอาไปให้คุณหญิงด้วยเหรอ” เย็นหันไปถาม
“ค่ะ...พอดีน้อยทำเยอะ เลยฝากน้าจวนเอาไปให้ท่านชิมค่ะ” น้อยบอกอย่างเกรงใจเย็น
“คุณหญิงท่านชอบมาก ท่านอยากเจอน้อยน่ะจ้ะ”
“ทำไม”
“อยากให้รางวัลน่ะสิ น้อยไปหาท่านกับป้านะ”
จวนคว้ามือน้อย เย็นตีเผียะเข้าที่มือของจวน
“อะไร” จวนปล่อยมือน้อย
“ฉันไม่ให้ไป”
“เอ๊ะ”
“เอ๊ะ...อะไร ก็ยัยน้อยมันหลานฉัน...”
“น้าเย็น...” น้อยไม่สบายใจ
“หรือแกอยากไป อยากได้ของรางวัลจากเขานักรึไง หา”
“เปล่าค่ะ...” น้อยก้มหน้า
เย็นยิ้มกับจวน
“ไปบอกคุณหญิงนะพี่จวนที่รัก ยัยน้อยมันหลานฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์จะให้มันไป หรือไม่ไปไหนก็ได้ โดยเฉพาะถ้าไปแล้วมีคนดูถูก ฉันไม่ให้ไป”
“ฮึ้ย...แกไปวัดประสาอะไรของแกวะเนี่ย จิตใจไม่ได้ดีขึ้นเลย” จวนหมั่นไส้
“ฉันเข้าวัดตามประสาคนธรรมดา มีใครบ้าง เข้าวัดปุ๊บ บรรลุเลย ไม่มีหรอกพี่”

เย็นยิ้มกวนจวน จวนหมั่นไส้ฮึดฮัดกลับไป

คุณหญิงอนุรักษ์นั่งกินขนมของว่าง จวนเดินกลับมาคนเดียว ก่อนค้อมตัวนั่งลง

“อ้าว...หนูน้อยล่ะ”
“เย็นไม่ให้มาค่ะ” จวนจ๋อยสนิท
คุณหญิงตกใจ คาดไม่ถึงโกรธ
“หา...นังเย็นมันอวดดียังไง ถึงไม่ให้มา”
“เย็นบอกว่าหนูน้อยเป็นหลาน เย็นย่อมมีสิทธิ์ที่จะให้ไปหรือไม่ให้ไปไหนค่ะ”
“นังเย็น...นังขี้ข้า มันกำเริบขึ้นทุกวัน”
จวนอ่อยๆแก้ตัวแทนเย็น
“เย็นบอก ไม่อยากให้หนูน้อยมาถูกคนที่นี่ดูถูก”
“หนูน้อยน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนั้น ใครจะไปดูถูก มีแต่ดูถูกนังเย็นน่ะแหละ เพราะมันเลว มันชั่ว อวดดี อวดเก่ง จองหองพองขน ได้...ถ้ามันไม่ให้หนูน้อยมาหาฉัน ฉันก็จะไปหาหนูน้อยเอง”
คุณหญิงหน้าตาบ่งบอกถึงความอยากเอาชนะ จวนหน้าจ๋อย มั่นใจเกิดเรื่องแน่

คุณหญิงอนุรักษ์เดินลิ่วมายังบ้านเย็นอย่างโกรธจัด จวนวิ่งตาม ขณะที่น้อย จัด
ของจัดบ้านพลางบอก
“จริงๆน้าเย็นน่าจะให้น้อยไป จะได้ไม่มีเรื่อง”
“ใคร กล้ามีเรื่องกับฉัน”
“ฉันไง” คุณหญิงเดินกระทืบเท้าขึ้นบันไดมา
สองคนตกใจหันขวับ
“คุณหญิง”
เย็นอ้าปาก ยกมือทำท่าจะไล่ คุณหญิงชี้นิ้วใส่
“ไม่ต้องมาอ้าปากเลยนังเย็น นี่มันที่ดินของฉัน บ้านของฉัน ฉันจะมานอนเล่น นั่งเล่น ตีลังกา เมื่อไหร่ก็ได้ แกไม่มีสิทธิ์ หุบปาก”
“แต่พื้นที่คุณหญิงเหยียบ มันเป็นพรมของฉัน”
คุณหญิงก้มลงมองเท้าของตัวเอง เห็นเหยียบพรมผืนใหญ่อยู่
“อ้อ...แน่ล่ะ พรมราคาถูก 3 ผืนร้อยแบบนี้ มันต้องเป็นของแกแน่นอน”
คุณหญิงยกเท้าออกจากพรม มาเหยียบพื้น แกล้งทำท่าเขย่งเท้าขยะแขยง เลิกคิ้ว
มองหน้าเย็นแบบยั่ว กวาดตามองรอบบ้าน ก่อนย้อยถามยั่วๆ
“มีอะไรอีกมั้ย ที่มันเป็นของแก”
“มี” เย็นเดินมาเผชิญหน้า
คุณหญิงมองเย็น อยากรู้ เย็นจะอะไร เย็นเดินไปบังน้อยเอาไว้จนมิด
“ยัยน้อยเป็นของฉัน...หลานฉัน อย่าว่าแต่จะให้ไปหาเลย แค่มอง ฉันก็ไม่ให้คุณหญิงมอง”
“นังเย็น”
คุณหญิงโกรธ จะถลันเข้ามา เย็นเขยิบบังน้อย ยั่วคุณหญิง
“ฮั่นแน่ะ อย่าหาเรื่องมองหลานฉันนะคุณหญิง ฉันไม่ให้มอง”
“ก็ฉันจะมอง หลีกไปนะนังเย็น”
คุณหญิงไม่ยอม กระชากเย็นออก เย็นขืนตัวไว้
“ไม่...มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน นี่ตัวฉัน หลานฉัน อยากมองนังน้อยนัก ก็ทำคอยาวๆเป็นยีราฟเลยสิคุณหญิง”
“ฉันไม่เป็นหรอกยีราฟ แต่ฉันจะเป็นเสือที่ตะปบหน้าแกนังเย็น”
คุณหญิงยื่นมือกางนิ้วออก แล้วกระชากเย็นให้หลบไปจากน้อย สั่งตามนิสัย
“แกออกไปเดี๋ยวนี้ ไป”
“ไม่” เย็นขืนตัวเอาไว้
“บอกให้ออกไป” คุณหญิงกระชากเย็น
“ไม่” เย็นเสียงดังกว่าเก่า
“แกนี่มันจริงๆเลย” คุณหญิงใฃ้สองมือกระชากเย็น
“คุณหญิงนั่นแหละ ไป”
สองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา เพื่อเอาชนะ น้อยกับจวนร้องห้าม แต่ทั้งคุณหญิง ทั้งเย็นไม่มีใครยอมใคร คุณหญิงตะโกน
“น้อย..มาหาย่าลูก”
คุณหญิงไม่ได้คิดว่าเป็นหลานจริงๆ แค่เรียกด้วยความเอ็นดู เย็นตะลึงอึ้ง อารมณ์ตกใจผลักคุณหญิงออกอย่างแรง คุณหญิงเซผงะล้มก้นจ้ำเบ้า น้อยจะเข้าไปช่วยคุณหญิง แต่เย็นกระชากแขนเอาไว้
“ไม่ต้องไปยุ่ง”
“แต่น้าเย็นทำคุณหญิงเจ็บ...น้าเย็น คงไม่อยากให้น้อยเป็นคนไม่ดีใช่มั้ยคะ”
เย็นมองน้อย ค่อยๆปล่อยมือ น้อยเข้าไปประคองคุณหญิงกับจวน คุณหญิง
มองเย็นโมโหหมั่นไส้ ดีใจที่น้อยมาหา เย็นเคืองคุณหญิงจะตาม
“ไม่ต้องตาม ฉันไม่มีทางให้แกเหยียบแม้กระทั่งเงาบ้านฉันนังเย็น”
เย็นมองขวาง คุณหญิงถามกวนๆอีก
“จะฟังอีกครั้งมั้ย”
เย็นเคืองมาก คุณหญิงเบ้ปาก เย้ยเย็นก่อนกอดน้อยประชด
“โอ๋ๆ ช่วยย่าหน่อยนะน้อย ย่าเจ็บที่สุดเลย”
เย็นมองตามคุณหญิง เคืองสุดขีด คุณหญิงมองกลับมาดุ ดัน เกลียด

คุณหญิงอนุรักษ์เดินหน้าตาฉุนเฉียวกลับเข้ามาในบ้าน ขากะเผลก เอวเจ็บก้นเจ็บเพราะถูกเย็นผลักจนล้มอย่างแรง น้อยประคอง ตามมาด้วยจวน หวานเห็นก็เดาออก มีเรื่องแน่ๆ แกล้งทำทีเดินมาปัดโน่นเช็ดนี่ แต่เงี่ยหูฟังสุดๆ น้อยประคองคุณหญิงนั่งลง ก่อนก้มลงกราบแทบเท้า
“น้อยกราบขอโทษคุณหญิงแทนน้าเย็นค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวนังเย็นมันรู้ จะโดนตีซะเปล่าๆ”
น้อยอ่อนน้อมแต่เด็ดขาดปกป้องเย็น
“น้าเย็นไม่เคยตีน้อยอย่างไร้เหตุผลค่ะ...”
จวนทึ่ง หวานทำหน้าสยองไม่เชื่อ ขณะที่คุณหญิงก็มองไม่เชื่อ
“ก็ที่มากราบขอโทษฉันไง”
จวนเอายามาทาที่เท้าให้คุณหญิง น้อยกระเถิบตัวมาช่วยนวดให้พลางบอก
“น้อยรู้...จริงๆแล้วน้าเย็นก็รู้สึกผิด เพราะน้าเย็นสอนน้อยอยู่เสมอ เรื่องความกตัญญูรู้คุณ การนอบน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่”
คุณหญิงหัวเราะหึๆ
“แล้วที่มันทำกับฉัน นอบน้อมมากเลยนะ ดึงผมหงอกฉันถอนเล่นได้ มันคงทำไปแล้ว”
“น้อยกราบขอโทษคุณหญิงจริงๆค่ะ แต่น้อยก็มั่นใจจริงๆว่าน้าเย็นรู้สึกผิด”
คุณหญิงมองน้อยอย่างไม่เชื่อ ถามอย่างสงสัย
“นี่...ฉันถามจริงๆเถอะ หนูน้อยเป็นหลานนังเย็นมันจริงๆเหรอ ทำไมความคิดความอ่านถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้ บอกมา ใครเลี้ยงหนูมา”
“น้าเย็นค่ะ” น้อยอมยิ้มขำๆ
คุณหญิงมองไม่เชื่อ สงสัยมาก
“แล้วพ่อแม่เป็นใคร ไหนเล่าให้ฉันฟังซิ”
“น้อยเป็นลูกของแม่ลำยอง พี่สาวของน้าเย็น และพ่อโมกค่ะ”
“โมก ลำยอง” คุณหญิงคุ้นๆ
“ค่ะพ่อโมก แม่ลำยอง” น้อยยิ้ม รู้สึกรักเมื่อเอ่ยชื่อพ่อแม่
“เหมือนฉันคุ้นๆยังไงก็ไม่รู้ แต่นึกไม่ออกว่าได้ยินที่ไหน แล้วพ่อโมก แม่ลำยองของหนู ทำมาหากินอะไร ทำไมหนูถึงต้องมาอยู่กับนังเย็น”
“พ่อกับแม่ตายตั้งแต่น้อยเกิดค่ะ น้าเย็นเลยเลี้ยงน้อยมา”
“โถๆ แล้วเป็นอะไรตาย” คุณหญิงเวทนามาก
“น้อยไม่ทราบค่ะ น้าเย็นไม่เคยเล่าให้ฟัง”
“แล้วทำไมไม่ถาม”
“ถามค่ะ แต่น้าเย็นไม่บอก แล้วเวลาที่น้อยถาม น้าเย็นก็จะร้องไห้แทบทุกครั้ง น้อยเลยไม่กล้าถามค่ะ”
“คนอย่างนังเย็นเหรอร้องไห้เป็น”
“เป็นสิคะ เวลาพูดถึงคุณอุทัย น้าเย็นร้องไห้อยู่บ่อยๆ”
คุณหญิงอึ้งไป จวนเห็นใจเย็น หวานเบ้ปาก น้อยเริ่มรู้ตัว
“น้อยพูดมากเกินไปแล้ว”
“ฉันผิดเองที่ถามซอกถามแซก โทษทีด้วยแล้วกันถ้าทำให้ไม่สบายใจ” คุณหญิงถอดกำไลยื่นให้น้อย “ฉันให้”
“น้อยรับไม่ได้หรอกค่ะ”
“ก็ฉันให้ ผู้ใหญ่ให้ของ น้อยไม่ควรปฏิเสธนะ”
“น้อยไม่กล้า คุณหญิงเก็บไว้ให้เปียเถอะนะคะ เดี๋ยวเปียรู้ เปียจะโกรธแล้วก็น้อยใจอีก แต่ที่คุณหญิงเมตตา ก็ถือว่ากรุณาน้อยอย่างที่สุดแล้ว น้อยกราบขอบพระคุณมากค่ะ”
น้อยกระถดตัวออกไป คุณหญิงมองตามชื่นชม
“เด็กอะไรน่ารั้ก...น่ารัก...เกิดผิดที่จริงๆแม่น้อย”

อุทัยกลับจากที่ทำงานเดินเข้ามาบ้าน อย่างเหนื่อยๆ เสียงมือถือดังเขากดรับ
“ครับคุณแม่”
“เคยได้ยินคนชื่อ โมก กับลำยองมั้ย”
อุทัยหัวเราะ
“คุณแม่ถามแปลก วันๆผมเจอคนตั้งมากมาย ก็ต้องมีคนชื่อโมกกับลำยองบ้างล่ะ”
“เขาอยู่ที่ไหน ทำอะไร”
“อันนี้จนปัญญาจริงๆครับ ว่าแต่ทำไมคุณแม่ถึงได้ถามหาคนชื่อนี้”
“พ่อแม่ของหนูน้อย ชื่อโมกกับลำยองน่ะสิ”
“พ่อแม่หนูน้อย ชื่อโมกกับลำยอง”
วณีได้ยิน เงยหน้าขึ้นมาฟังอย่างสนใจ ขณะที่คุณหญิงบอกอุทัย
“ใช่...แล้วแม่ก็รู้สึก คุ้นๆยังไงชอบกล”

อุทัยวางสาย วณีถามแม่โทรมาทำไม อุทัยบอกเรื่องโมก ลำยอง เปียได้ยินตกใจมาก

ค่ำคืนนั้น น้อยนั่งอ่านหนังสือ เย็นมองคาใจเรื่องคุณหญิงแต่ไม่กล้าถามตรงๆ

“พรุ่งนี้ น้าต้องเอางานไปส่ง น้อยอยากได้อะไรมั้ย”
“ไม่ค่ะน้าเย็น”
เย็นรีๆรอๆไปนิดก่อนถามแบบมีฟอร์ม
“แล้วคุณหญิงเป็นไงมั่ง”
“ก็เจ็บเคล็ดขัดยอกนิดหน่อยค่ะ”
“จริงๆน่าจะเป็นหนักกว่านั้นนะ จะได้ไม่ต้องอะไรกับแกอีก”
“น้าเย็นหวงน้อยเหรอคะ”
“ใช่...คนพวกนั้นไม่รู้จะอะไรกับแกนักหนา เดี๋ยวให้โน่นให้นี่...นี่แล้วคุณหญิงให้อะไร” เย็นเขินนิดๆ
“ให้กำไลค่ะ แต่น้อยไม่เอา”
“ทำไมล่ะ”
“ทุกอย่างของอนุรักษ์ธานิน ควรเป็นของเปียค่ะ”
เย็นยิ้มเฝื่อน ดวงตาที่มองน้อยเต็มไปด้วยความสะท้อนใจ
“ดีแล้ว ที่น้อยคิดแบบนี้ เพราะเปียคือทายาทของอนุรักษ์ธานิน”

เปียเดินพล่านในห้องนอน หวาดหวั่นอย่างที่สุด ที่คุณหญิงคุ้นชื่อโมกกับลำยองแต่ไม่รู้เคยได้ยินที่ไหน ดวงตาเปียหวาดกลัว ออกจากห้องไป
เลอสรรยืนอยู่ที่หน้าต่างเห็นเปียเดินลุกลี้ลุกลนออกจากบ้านกลางดึก เขาสงสัย รีบผละจากหน้าต่างทันที

น้อยนั่งอ่านหนังสือนึกถึงวณีที่อยากกินข้าวแช่ น้อยแอบชำเลืองมองเย็นที่นั่งจัดของเตรียมเอาไปส่ง
“ช่วงนี้น้าทำงานได้เยอะ พรุ่งนี้ คงได้หลายเงิน”
“น้าเย็น...น้อยไปเก็บดอกมะลิมาไหว้พระก่อนนะคะ”
เย็นพยักหน้ารับ ก้มหน้าก้มตาจัดของ น้อยยิ้มโล่งใจ เดินลงจากบ้านไป

เปียเดินหน้านิ่วกลุ้มใจมา น้อยถือขันเดินมาในสวน สองคนเผชิญหน้ากัน เปียมองเห็นขัน
“อย่าบอกนะว่า แกยังจะกล้าเก็บดอกมะลิไปทำข้าวแช่อีก”
“คุณวณีอยากกิน”
เปียหมั่นไส้ขย้ำแขนน้อยหยิกขย้ำแรงๆ
“นี่อยากเป็นลูกแม่ฉันมากเลยใช่มั้ย ถึงพยายามเอาใจทุกอย่างนะ”
“ไม่เลยเปีย เพราะถ้าน้อยอยากเป็นจริงๆ น้อยคงยิ้มรับตั้งแต่ป้าๆในครัวสงสัยว่าน้อยเป็นลูกคุณๆแล้ว”
“แกหมายความว่ายังไง”
น้อยนึกถึงสิ่งที่เธอได้ยินในครัวว่า เธออาจจะเป็นหนูเอื้อย...เปียดวงหน้าซีดเผือด หวาดหวั่นเข้าไปใหญ่
“ไม่ว่าใครจะสงสัยยังไง แกห้ามแสดงตัวอยากเป็นลูกพ่อแม่ฉันเป็นอันขาดไม่งั้น แกตาย”
เปียผลักน้อยอย่างแรงแล้ววิ่งไป น้อยมองตามไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ระอาเปียอย่างที่สุด เธอหันมาแล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเลอสรรกำลังเดินตรงมา เลอสรรเห็นน้อยก็ดีใจ ลืมเปีย น้อยหน้าเจื่อน
“คุณเลอสรร”
น้อยผละหนีอย่างรวดเร็ว เลอสรรทั้งดีใจและเสียใจที่น้อยหนีหน้า
“อย่าเพิ่งไป น้อย”
เลอสรรตามไป

น้อยรีบเดินหนี เลอสรรตามมาคว้าแขนถาม
“ทำไมต้องหนีพี่อีก น้อยไม่ชอบดอกไม้ที่พี่ให้เหรอ”
“น้อย...” น้อยลำบากใจ
“หรือไม่ชอบที่พี่บอกว่าพี่รักน้อย”
น้อยตกใจ เขินเข้าไปใหญ่ แต่ลึกๆก็รู้สึกผิด รู้สึกไม่ดี
“พี่ไม่ได้โกหก หลอกลวงน้อย อย่างที่น้าเย็นระแวงนะ พี่รักน้อย รักตั้งแต่แรกเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง จิตใจแสนดี ไม่รังเกียจแม้กระทั่งคนจรจัด...”
น้อยเบิกตากว้างมองเลอสรร แล้วนึกถึงตอนที่เจอคนที่เล่นละครเป็นคนจรจัด น้อยว่าคุ้นหน้ามาก
“นี่แปลว่าพี่เลอสรรคือ...”
เลอสรรยิ้มอ่อนโยน
“คนจรจัดที่น้อยไม่เคยรังเกียจจ้ะ”
น้อยมองเลอสรรคาดไม่ถึงตัดใจบอก
“ไม่ว่าพี่เลอสรรจะเป็นใคร เรื่องของเราก็ไม่มีทางเป็นไปได้ค่ะ”
“เพราะน้าเย็น”

น้อยไม่ตอบเดินไป เลอสรรได้แต่อึ้งเครียด

เปียเดินพรวดพรวดไปหาเย็น ถามอย่างร้อนใจ

“น้าเย็น...คุณหญิงรู้ว่าพ่อแม่ของนังน้อยชื่อโมกกับลำยองได้ยังไง”
เย็นตกใจ งุนงงสงสัย
“นี่น้าเย็นไม่รู้เรื่องเหรอ”
“ไม่...”
“งั้นต้องเป็นนังน้อยแน่ๆที่มันไปบอกคุณหญิง ตะกี้มันก็ขู่เปียด้วย มันบอกพวกคนใช้คิดว่ามันเป็นหนูเอื้อย”
ดวงตาเย็นหวาดหวั่นคาดไม่ถึง ก่อนจะลุกโพลงด้วยความโกรธ เปียเขย่าแขนเย็นร้อนรน
“น้าเย็นต้องช่วยเปียนะ อันดับแรก น้าเย็นต้องจัดการนังน้อยเลยที่ปากโป้ง เล่าเรื่องพ่อแม่ให้คุณหญิงฟังน่ะ”

น้อยเดินลิ่วกลับบ้าน ความรู้สึกยังอื้ออึงสับสนเรื่องเลอสรรรักแต่รักไม่ได้ เปียเดินลงไป พอสวนกันที่บันไดเปียก็กระแทกน้อยอย่างแรง ก่อนเดินกระแทกเท้าลงไปฉุนเฉียว น้อยผงะ เซต้องคว้าบันไดเอาไว้ ร้องตะโกนถาม
“แกล้งน้อยทำไมอีกล่ะเปีย”
เสียงเย็นดังขึ้น
“เพราะแกมันปากรั่วไง”
น้อยหันขวับขึ้นไปมองด้านบน ก็เจอเย็นยืนหน้าบึ้งตาขวางอยู่

เย็นเดินลิ่วเข้าบ้านหน้าบึ้ง น้อยรีบเดินตาม เย็นหันขวับมาถาม
“มันเรื่องอะไรยัยน้อย แกถึงได้สาระแนไปเล่าเรื่องพ่อเรื่องแม่ให้คุณหญิงฟัง”
“คุณหญิงถามน้อยค่ะ”
เย็นกระชากแขนบีบแรงถาม
“ถาม...แล้วแกต้องเล่าเรื่องโคตรเหง้าศักราชให้คนอื่นเขาฟังด้วยเหรอ ฮึ! คราวหน้า คราวหลัง ใครถาม แกก็ตะโกนบอกเขาไปเลยนะว่าพ่อแม่แกเป็นโจร เป็นคนเลว คนชั่วน่ะ”
น้อยหน้าซีดเผือด ตกใจ คาดไม่ถึง
“นี่น้าเย็นหลอกน้อยเล่นใช่มั้ย”
“ฉันไม่ได้หลอกพ่อแก ถูกตำรวจยิงตาย ส่วนแม่แกก็ถูกขาใหญ่ฆ่าตายในคุก”
น้อยหน้าซีดหมดแรง พอเย็นปล่อยแขน น้อยก็ร่วงลงไปนั่งกับพื้น เย็นทรุดตัวลงนั่งจ้องหน้าน้อย
“เอาซี้...ต่อไปเจอใครก็เล่าประวัติพ่อแม่แกให้คนเขาฟังแล้วกัน เขาจะได้ตราหน้าแก ว่า ลูกโจร”
เย็นผลักหัวน้อยแล้วเดินเข้าห้องไป น้อยร้องไห้ออกมาอย่างเสียใจสุดขีด เย็นได้ยินเสียง เปิดประตูออกมาดูใหม่เห็นน้อยนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจทุกข์ใจ เย็นใจอ่อนเดินกลับมาดึงน้อยขึ้นบอกเสียงอ่อนลง
“ไม่มีใครเปิดเผยตัวเองได้ทุกซอกทุกมุมหรอก แกก็เหมือนกัน รวมทั้งน้าด้วย...”
น้อยมองตา เย็นจับสองแขนน้อยบีบแรงเหมือนจะย้ำ
“อย่าไว้ใจใคร ที่คนพวกนั้นทำดีกับแก ก็เพราะอยากรู้อยากเห็นแล้วก็เอามาดูถูก จำไว้นะน้อยไม่มีใครหวังดีกับเราเท่ากับคนในครอบครัวหรอก...”
“ค่ะน้าเย็น...น้อยรักน้าเย็นค่ะ”
น้อยกอดเย็น ร้องไห้เหมือนเด็กเสียขวัญ เย็นกอดน้อย ทั้งรักทั้งแค้น หวงแหนเวทนา

เลอสรรกลุ้มใจ ที่น้อยบอกว่าเรื่องของเธอกับเขาเป็นไปไม่ได้ เลอสรรได้แต่ถอนหายใจ
น้อยมองช่อดอกลิลลี่ ร้องไห้ ตัดใจหยิบช่อดอกลิลลี่ขึ้นมาจะเดินเอาไปทิ้งถังขยะ เธอจะหย่อนช่อดอกไม้ทิ้ง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ น้อยกอดช่อลิลลี่ร้องไห้ ทุกข์ทรมานเหลือเกิน

เย็นกระสับกระส่ายนอนไม่หลับ นึกถึงสิ่งที่เปียมาบอกว่าคนใช้ คุยเรื่องหนูเอื้อย เย็นวิตกกังวลมาก
 
อ่านต่อหน้า 4

คมพยาบาท ตอนที่ 11 (ต่อ)

วันใหม่...จวนคุยกับเย็นอยู่ในครัว

“คุณหญิงแค่เอ็นดูน้อย ไม่มีอะไรหรอก...อ้อ...รึกลัวคุณหญิงจะแย่งน้อยไปจ้ะ หวงหลานล่ะสิ”
“ฉันเลี้ยงของฉันมา ฉันก็ต้องรักต้องหวงสิ แต่พี่จวนต้องบอกพวกปากรั่วด้วยนะ อย่าพูดเรื่อยเปื่อยว่าน้อยเป็นคุณหนูเอื้อย ฉันสงสารคุณหนูเปีย”
“ฮื่อ!” จวนพยักหน้า
หวานกับช้อยเดินเข้ามา เย็นเห็นก็รีบเปลี่ยนเรื่อง
“เออ...แล้วนมแสเป็นไงบ้าง”
“ดีขึ้นแล้วนะ แต่แกยังพูดไม่ได้ แล้วก็ขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ ต้องนอนเฉยๆน่ะ”
“น่าเวทนาแกนะ...เอาใจช่วย ให้หายเร็วๆแล้วกัน ฉันกลับก่อนนะพี่”
เย็นเดินออกไป ผ่านหน้าหวานกับช้อย สองคนทำท่าเงื้อมือเงื้อไม้จะตบเย็นแต่พอเย็นมองตาขวาง สองคนก็หดเอามือลงกลัว เย็นเดินไป หวานเข้ามาหาจวน
“นังเย็นมันมาสืบเรื่องนมแสเหรอพี่จวน”
“สืบอะไร มันแค่ถาม”
“นั่นล่ะ เรียกว่าสืบ ทำเป็นห่วงใย ที่แท้...” หวานเบ้ปาก “อยากรู้ล่ะสิว่านมแสน่ะตายหรือเปล่า”
ช้อยนึกได้หน้าตื่น
“หรือว่าจริงๆแล้วนังเย็นมันจะเป็นคนร้ายตัวจริง”
“ถึงเย็น จะเป็นคนดุ แต่ฉันมั่นใจ มันฆ่าคนไม่ได้แน่นอน” จวนมองตำหนิ
หวานไม่เชื่อว่าเย็นจะทำไม่ได้
“ได้หรือไม่ได้ นมแสพูดได้เมื่อไหร่ ก็รู้เองล่ะพี่จวน”

นมแสนอนอยู่บนเตียงในสภาพนอนแน่นิ่ง ขยับตัวไม่ได้ มีเพียงดวงตาที่เคลื่อนไหว วณีกับเปียยืนอยู่ วณีคุยกับหมอ
“แล้วคนเจ็บจะกลับมาเหมือนเดิมมั้ยคะคุณหมอ”
หมอลำบากใจ เปียยิ้มสะใจ เบ้ปากมองนมแส ดวงตาที่นมแสมองเปียมีแต่ความเกลียดชัง
“ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้นครับ ผมก็หวัง ว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้น” หมอจับมือนม
แสบอก “หมอเอาใจช่วยนะครับ”
“ฉันก็เหมือนกันจ้ะ แข็งแรงไวๆนะ” วณีให้กำลังใจ
นมแสยิ้มให้หมอ ตื้นตัน วณีเองก็ยิ้มดีใจ เปียหน้าเสีย นมแสมองเปียสะใจ รำพึงในใจ
“ฉันจะทำให้ได้ แกจะต้องได้รับผมกรรมของแก นังเปีย”

วณีเดินมากับเปียที่หน้าเครียดกังวลเรื่องนมแส แต่ถามวณีแกล้งทำท่าดีใจ
“นี่แปลว่า นมแสมีโอกาสหายเป็นปกติใช่มั้ยคะคุณแม่”
“จริงๆหมอบอกแม่ว่า เป็นไปได้ยาก แต่อยู่ต่อหน้านมแส ต้องให้นมแสมีความหวังจ้ะ”
เปียยิ้มสะใจแต่แอ๊บหน้าบอก
“สงสารแกจังเลยนะคะ คนสมัยนี้...ใจคอโหดร้ายจังเลย”
“ใช่...บางคนรู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ”
เปียหน้าเสีย นึกว่าวณีพูดกระทบ วณีจับมือ
“เพราะฉะนั้นจะคบจะรู้จักกับใคร หนูต้องระวังตัวให้ดีนะลูก”
“ค่ะคุณแม่” เปียยิ้มแฉ่งโล่งใจ

เลอสรรออกมาจากตัวตึก น้อยในชุดนักศึกษาเดินมาจากอีกด้าน เลอสรรยิ้มที่เห็นน้อย แต่ต้องหน้าเจื่อน เมื่อเห็นประวิทย์ ในชุดนักศึกษาเดินมาคว้าแขนน้อย
“พี่กำลังอยากคุยด้วยพอดีเลย”
“เรื่องอะไรคะพี่ประวิทย์”
“คุณหนูเปีย”
แค่ได้ยินชื่อเปีย น้อยก็เป็นห่วง ยอมให้ประวิทย์จูงมือไป เลอสรรเห็นก็เหวี่ยง ตามไป

ประวิทย์พาน้อยมาที่มุมลับตาถามน้อยอย่างร้อนรน
“คุณเลอสรรไปหาพี่ ซักใหญ่เลยเรื่องคุณหนูเปีย น้อยได้บอกอะไรคุณเลอสรรหรือเปล่า”
“เปล่านะคะ น้อยไม่ได้บอกอะไรคุณเลอสรรเลย”
ประวิทย์จับมือน้อยบีบแน่น
“สัญญากับพี่นะน้อย ไม่ว่าคุณเลอสรรจะซักจะถามอะไรน้อยอย่าบอกเป็นอันขาด พี่เป็นห่วงคุณหนู”
“ค่ะน้อยสัญญา”

ประวิทย์กับน้อยจับมือกันบีบแน่น เลอสรรยิ่งเห็นยิ่งโกรธ ยิ่งเหวี่ยงเดินผละไป

วณีกับเปียเดินลงจากรถ เปียเห็นเลอสรรเดินมา อีกมุมหนึ่งประวิทย์เดินมากับน้อย เลอสรรถามวณี หน้าขรึม

“นมแสเป็นยังไงบ้างครับคุณน้า”
“ดีขึ้นแล้วจ้ะ แต่หมอให้รอดูอาการไปก่อน แต่สักพักน้าจะพากลับมาอยู่บ้าน”
เลอสรรพยักหน้ารับรู้
“ผมไปทำงานก่อนนะครับ”
เลอสรรชำเลืองน้อยกับประวิทย์แบบหวงๆ ก่อนเดินขึ้นรถไป เปียมองก็รู้ เลอสรรหึง น้อยกับ ประวิทย์เห็นวณีก็รีบยกมือไหว้แบบเกรงๆแล้วเดินไป วณีหันไปบอกน้อย
“ฉันรอกินข้าวแช่อยู่นะจ้ะ” วณีหันมาชวนเปีย “เข้าบ้านได้แล้วลูก”
“ค่ะ”
วณีเดินไป เปียเดินไปมองน้อย จ้องตาแทบหลุดกระซิบบอก
“ทำเป็นเงียบๆ กินเรียบเลยนะยะ”
“อะไร น้อยกินอะไร” น้อยงง
“ก็พี่เลอสรรกับประวิทย์ไง ทำเป็นหงิมๆผู้หญิงอย่างแกเนี่ย แอ๊บ ดัดจริตที่สุดเลยนังน้อย”
เปียผละเดินไป น้อยได้แต่ถอนใจระอา ก่อนเดินไปเรียน...เปียหันขวับกลับมามอง เกลียดน้อยมาก

เปียเดินเข้าไปในสวนกระฟัดกระเฟียด เตะต้นไม้ กระชากต้นไม้ดึง อารมณ์เสีย ลูกเต่าเดินมา เห็น กรี๊ด
“แอร้ย...เซ็กซี่ซีเปีย มีท่าใหม่ๆอีกแล้ว”
ลูกเต่าโพสต์ท็าเซ็กซี่ก่อนเตะต้นไม้ดังป้าบๆเลียนแบบเปียที่ทำท่าเหมือนนางร้าย เปียหันขวับมามอง
“แกทำอะไรของแก”
“เลียนแบบเซ็กซี่ซีเปียไง ยิ่งตะกี้ เซ็กซี่ซีเปียทำท่าเป็นนางมารร้าย เป๊ะเวอร์”
เปียเดินถลึงตามาหา
“ใคร...ใครเป็นนางมารร้าย”
ลูกเต่าตอบซื่อๆ
“ก็เซ็กซี่ซีเปียไง ทั้งหน้าตา ท่าทางนางมารร้ายชัดๆ อารมณ์เสีย เดินกระแทกเท้าเข้าไปในสวนระบายอารมณ์โหด เจ”
“กล้าด่าฉัน นังเด็กเปรตขาสั้น แกตายแน่”
เปียตบหัวลูกเต่าป้าบๆ ลูกเต่าร้อง หวานเดินมาเห็น

จวนกับ ช้อยทำงานกันอยู่ในครัว หวานวิ่งหน้าตาตื่นไปบอก
“นังช้อยๆ”
“อะไรของแกนังหวาน มีอะไร”
หวานชี้ไปที่สนาม
“มวย...มวยไทย 7 สี”
จวนมองไม่เข้าใจ
“อะไรของแก นังหวาน มวยไทย 7 สีอะไร”
“คุณหนูเปีย กำลังจระเข้ฟาดหางใส่ลูกเต่า”
คุณหญิงเดินมาได้ยินพอดี ถามตกใจ
“อะไร แม่เปียจระเข้ฟาดหางอะไร”
“คุณหนูเปียตีนังลูกเต่า ท่าทางคงจะชนะน็อกด้วยค่ะ” หวานหน้าแหย
“หา” ทุกคนหน้าตื่น

ลูกเต่าร้องไห้ ปกป้องตัวเอง เปียหัวเราะ
“คิดจะสู้ฉันเหรอ แกคิดจะสู้ฉันเหรอ”
เปียเอามือยันหัว ลูกเต่าที่เตี้ยกว่าเปียมาก จะเอาคืนเปียยังไงก็ไม่ได้
“ลงไปนอนวัดพื้นไป จะได้รู้ ตัวแกกว้างยาวเท่าไหร่ จะได้วัดโลงถูก”
เปียผลักหัวลูกเต่าอย่างแรง ลูกเต่าล้มลงไปหงายหลังร้องลั่น เปียหัวเราะเดินเข้าไปหา ลูกเต่าคลานถอย เปียเดินเข้าใกล้ ควักมือถือออกมา ถ่ายลูกเต่า ข่มขู่
“กลัวใช่มั้ย ถ้ากลัว แกก้มลงกราบเท้าฉันเลยนังลูกเต่า เร็ว”
ลูกเต่ามองดูเปีย ความชื่นชมกลายเป็นความหวาดกลัว เปียเห็นก็ยิ่งหมั่นไส้
“ยัง...ยังอีก”
เปียผลักหัวผลัวะ ผู้ใหญ่รังแกอย่างนี้ ลูกเต่าก็เอาแต่ร้องไห้
“กราบเท้าฉัน เร็ว...ไม่งั้นแกจะโดนเยอะกว่านี้นังลูกเต่า เร็ว”
เปียเล็งมือถือ รอถ่ายช็อตเด็ด ลูกเต่า มองหน้า สลับกับมองเท้าเปีย
“เร็ว”
ลูกเต่า จะกราบด้วยจำยอม คุณหญิง จวน หวาน ช้อย วิ่งมาเห็นพอดี ทุกคนตะลึงงัน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเปีย หยุด” คุณหญิงร้องลั่น
เปียหันมาเห็นตกใจ
“คุณย่า” เปียรีบเก็บมือถือ
“ช่วยด้วย”
ลูกเต่าวิ่งร้องไห้มากอดช้อย คุณหญิงมองหน้าเปีย
“มันเรื่องอะไรถึงได้ทะเลาะตบตีกับเด็ก”
“น้าเย็นค่ะ น้าเย็นสอนเปีย”
“หา…นังเย็นสอน”

คุณหญิงโกรธมาก

คุณหญิงเดินกระแทกเท้าปังๆขึ้นไปบนบ้าน เย็นนั่งทำงานอยู่หันมามองไม่พอใจ

“ที่คุณหญิงเหยียบอยู่นะมันพรมของฉัน”
คุณหญิงก้มลงไปมอง เห็นเท้าตัวเองเหยียบพรมอยู่ คุณหญิงยกเท้าทำท่าเหมือนจะเอาออกจากพรม แต่กลับกระทืบเท้าลงที่พรมอย่างแรง เย็นไม่พอใจ
“คุณหญิง”
คุณหญิงหัวเราะหยัน
“ลืมตัว กระทืบซะแรงเลย เพราะฉันนึกว่ามันเป็นหน้าแก”
“การมาหาเรื่องคนอื่นถึงบ้าน แน่ใจนะคะว่าคุณหญิงยังมีความเป็น ผู้ดีอยู่”
“ฉันจะเป็น ผู้ดี ก็ต่อเมื่ออยู่กับ ผู้ดี แต่แกมันไม่ใช่ แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องชนชั้น ฐานะ แต่เป็นเพราะแกสันดานต่ำ เพาะบ่มความร้ายกาจ ความเลวทรามทุกอย่างลงไปในตัวหลานฉัน”
เย็นงุนงง ไม่รู้เรื่อง คุณหญิงถามสะเทือนใจ
“แกสอนให้ยัยเปียทุบตีเด็กได้ยังไง นังเย็น”
“คุณหญิงว่าไงนะ” เย็นแทบไม่เชื่อหู
จวนพูดขึ้นหน้าแหย
“คุณหนูเปีย ทุบตีลูกเต่าน่ะเย็น”
“หา” เย็นตกใจ
คุณหญิงเข้าไปขย้ำผลักเย็น
“ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ในเมื่อ แกเป็นคนเลี้ยงหลานฉัน แกทำให้หลานฉันเป็นแบบนี้”
เย็นอึ้ง คิดหนักเรื่องเปีย ขณะที่คุณหญิงจ้องหน้าเย็นถาม
“สะใจ สมใจแล้วใช่มั้ยกับการแก้แค้นของแก แต่ฉันจะบอกอะไรให้ แกไม่ได้ทำลายเฉพาะอนุรักษ์ธานินหรอก แต่แกได้ ทำลายชีวิตของเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งลงอย่างยับเยิน ใช่...วันนี้ฉันเจ็บ...เจ็บจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด แต่ฉันมั่นใจ คนที่เจ็บ สุดท้าย มันต้องเป็นแก นังเย็น”
คุณหญิงผลักหัวเย็นอย่างแรงแล้วเดินกระแทกเท้าลงไปอย่างโกรธจัด
“แกโกรธ แกเกลียดคุณหญิง คุณอุทัย พี่เข้าใจ แต่พี่ไม่เข้าใจ แกทำกับเด็กบริสุทธิ์ได้ยังไงเย็น”
จวนมองตำหนิเย็น ก่อนเดินลงไป เย็นรู้สึกเจ็บปวด ผิดหวังกับการกระทำของเปีย

เปียนั่งให้หวานกับช้อยทายาให้ เปียร้องโอ๊ยๆ สองคนมองหมั่นไส้
“ไม่เห็นจะมีรอยอะไรเลย คุณหนูจะร้องทำไมคะ” หวานถามอย่างเบื่อๆ
“อยากร้อง แกเป็นขี้ข้า มีหน้าที่ทายาให้ฉันก็ทาไป” เปียตวาด
ช้อยสวน
“ทราบค่ะว่าเป็น ขี้ข้า ดิฉันเลยต้องมารับใช้คุณหนู แทนที่จะไปดูนังลูกเต่าที่ถูกคุณหนูซ้อมซะสะบักสะบอม”
“อยากโดนอย่างหลานแกใช่มั้ย” เปียเงื้อมือขึ้น
เย็นเดินหน้าบึ้งเข้ามา
“ชอบนักใช่มั้ย เรื่องตบตีน่ะ มานี่เลยค่ะคุณหนูเปีย”
เย็นตรงเข้ามาลากกระชาก เปียร้องโวยวายแต่ถูกเย็นลากออกไป วณีเดินลงมาจากชั้นบน พอเห็นหวานกับช้อยก็ถาม
“มีเรื่องอะไรกัน”
“ไม่มีเลยค่ะ ไม่มีอะไรเลย” หวานรีบบอก
หวานรีบหยิบอุปกรณ์แถวนั้นมาปัดกวาด
“เอ...แล้วทำไม ฉันได้ยินเสียงลูกเปีย”
หวานแถไป
“เสียงเราสองคนเล่นละครกันมังคะ ตะกี้หวานเล่นเป็นตัวร้ายจะตบนังช้อยค่ะ แกนี่มันน่าตบจริงๆเลย นังสารเลว”
“พอๆ แค่เรื่องในบ้าน ฉันก็ปวดหัวมากพอแล้ว อย่าเล่นอะไรแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ”
วณีกวาดตามองอีกทีไม่เห็นเปีย ก็เดินกลับขึ้นไป หวานยิ้มสะใจ ช้อยถาม
“ทำไมโกหกคุณวณีล่ะ”
“ฉันอยากให้คุณหนูเปีย ถูกนังเย็นมันอัดสั่งสอน ที่สำคัญ แกเป็นเพื่อนฉันหลานแกเจ็บ ฉันก็เจ็บแทน”
ช้อยมองหวานซึ้งใจ
“ให้นังเย็น มันซ้อมคุณหนูไปเลย”

สองคนยิ้มให้กัน ไม่มีใครรักเปียสักคน

เย็นลากเปียมายังสระบัวลับตาคน พลางผลักหัว เปียร้องโวยวาย

“โอ๊ย อะไรอีกน้าเย็น”
“เรื่องที่แกทำร้ายนมแส ฉันยังไม่ได้คิดบัญชี แกยังหาเรื่องไปตบตีกับเด็ก จนคุณหญิงไปด่าฉันถึงบ้าน วันๆแกมีปัญญาคิดแค่นี้ใช่มั้ยนังเปีย”
“ก็สมใจน้าเย็นแล้วนี่ ที่คนบ้านนั้นต้องป่วนเพราะเปียน่ะ ที่เปียทำเพราะเปียช่วยแก้แค้นแทนน้าเย็นนะ”
“แกทำเพื่อสนองตัวแกเองต่างหาก เข้าหาผู้ชาย ปลิ้นปล้อน กะล่อน ตกแหล แต่ที่ไปตบ ไปรังแกเด็ก มันทุเรศ ถามจริงๆเถอะ แกไม่รู้ตัวเองบ้างเหรอเปีย ว่าแกมันน่าสมเพชมากแค่ไหน”
เปียลอยหน้าลอยตาเถียง
“ไม่...เพราะสิ่งที่น้าเย็นทำ มันน่าสมเพชมากกว่าเปียเยอะ แค่คนเขาไม่รัก น้าเย็นก็ทำลายชีวิตเขาทั้งเป็น ด้วยการขโมยเอาลูกของเขาไป ใครมันน่าสมเพชและทุเรศมากกว่ากัน”
เย็นหน้าซีดเผือด สะอึก ไม่คิดว่าจะถูกเปียย้อนแรงขนาดนี้ เปียเหยียดเย้ยอีก
“เปียเคยสอนน้าเย็นแล้วใช่มั้ย ก่อนจะด่าจะว่าอะไรใคร หัดดูตัวเองซะก่อน หรืออยากให้คนเขาด่าอีกทีว่าน้าเย็นน่ะ ไพร่ สันดานต่ำ อวดเก่ง แต่ไม่มีสมอง”
เปียจะเดินไป เย็นโกรธมาก
“ฉันอดกลั้นกับแกมานานแล้ว วันนี้ฉันทนไม่ไหวแล้ว ขอหน่อยเถอะ อีเปีย”
เย็นถีบเปียอย่างแรง เปียร้องโอ๊ยจนตกสระบัว ก่อนที่เย็นจะกระโจนตามลงไป

เปียตาเหลือกจมอยู่ในน้ำ เงยหน้าขึ้นมาจะหายใจ แต่ยังไม่ทันตั้งตัวได้เย็นก็จับหัวกดน้ำลงไปอีก เปียฮึดผลักเย็นออก
“น้าเย็นโกรธ ที่เปียไปตบตีเด็ก แล้วน้าเย็นมาตีเปียทำไม เปียเป็นหลานน้าเย็นนะ”
“ก็เพราะแกเป็นหลานนั่นแหละ ฉันถึงต้องตี”
เย็นตบผลัวะโมโหที่เถียง เปียค่อยๆหันกลับมา พูดช้าๆ
“น้าเย็นชอบใช้แต่ความรุนแรง ไม่ต้องสงสัย เปียชอบใช้ความรุนแรงเหมือนใคร ก็เหมือนน้าเย็นนั่นแหละ”
เปียจะผละขึ้นไป เย็นกระชากคืนมา
“ที่ฉันทำเพราะฉันสั่งสอนแก”
“สั่งสอน ด้วยการถีบ การกระทืบนี่นะ ไม่ต้องหาเหตุผลเข้าข้างความเลว สิ่งที่น้าเย็นทำทั้งหมด ก็แค่ระบายอารมณ์ของตัวเอง”
เปียผลักเย็นผงะลงน้ำ เปียเดินขึ้นน้ำโมโหสุดขีด เย็นตามด้วยความโมโหเหมือนกัน เปียขึ้นพ้นจากน้ำ เย็นตามมากระชากดึง จนร่างของเปียล้มลงกับพื้น เย็นตามไปคร่อมเอาไว้ กดหน้าเปียลงไป พลางด่าทั้งน้ำตา
“แล้วที่ฉันเลี้ยงดูแกมา ป้อนข้าวป้อนน้ำ ล้างตูด ทำให้ทุกอย่าง มันคือการระบายอารมณ์แค่นั้นใช่มั้ย ตอบมา แกบอกมาเลยนังเปีย”
เย็นเขย่า เปียตะโกนใส่หน้า
“ใช่”
เย็นผงะ เปียปัดมือเย็นออก ลุกมานั่งเผชิญหน้า ระบายความอัดอั้นที่มีตลอดมาเสียงสั่นสะท้าน
“เด็กคนหนึ่งไม่มีพ่อไม่มีแม่ ต้องอยู่กับน้าที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย เอะอะตี เอะอะด่า น้าเย็นคิดว่ามันจะโตขึ้นมาเป็นคนยังไง มันก็โตมาแบบที่น้าเย็นสอนมันนั่นแหละ” เปียมองเย็นน้ำตาไหล แบบเจ็บปวด “ชีวิตเต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยา อาฆาตแค้น พยาบาท” เปียตะโกนกร้าวอารมณ์รุนแรง “รู้เอาไว้ ที่เปียเป็นอย่างนี้เพราะน้าเย็น”
เปียผละวิ่งออกไปแบบโกรธจัด เย็นตะโกนตามไม่รับความผิดทั้งหมด
“แล้วทำไมนังน้อยมันไม่เป็น”
เปียอึ้ง เย็นตะโกนด่าต่อ
“ที่แกเป็นอย่างนี้ ไม่ต้องโทษใคร เป็นเพราะตัวแกเอง รู้เอาไว้ แกสันดานไม่ดี เหมือนพ่อเหมือนแม่แกนั่นแหละนังเปีย”
เปียเจ็บปวดใจ เธอวิ่งออกไป เย็นเนื้อตัวสั่นน้ำตาไหล

เปียวิ่งกลับมาในสวน ล้มลงอย่างคนหมดแรงเสียงเย็นดังก้องในหัว
“ที่แกเป็นอย่างนี้ ไม่ต้องโทษใคร เป็นเพราะตัวแกเอง รู้เอาไว้ แกสันดานไม่ดี เหมือนพ่อเหมือนแม่แกนั่นแหละนังเปีย”
เปียร้องไห้โฮๆออกมา เจ็บปวด เจ็บช้ำกับคำพูดตอกย้ำของเย็น

คุณหญิงอนุรักษ์นั่งดมยาไปเรื่อยจะเป็นลม จวนนวดเนื้อนวดตัวให้
“ถ้าบ้านร้อนเป็นไฟอย่างนี้ทุกวัน ฉันคงอายุสั้นแน่ๆ”
“ไม่หรอกค่ะ คุณหญิงยังแข็งแรงอยู่เลย”
“ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าวนะจวน บอกตรงๆถ้ายัยเปีย นังเย็น ขยันสร้างเรื่องอย่างนี้อยู่บ่อยๆ ฉันคงได้หัวใจวายตายซักวัน”
หวานเดินนำคุณหญิงผิวเข้ามา
“คุณหญิงขา คุณหญิงผิวมาหาค่ะ”
คุณหญิงหันไปมองยิ้มดีใจ
“คุณหญิง”
สองคนสวมกอดกันดีใจ

คุณหญิงอนุรักษ์กับคุณหญิงผิวเดินคุยกัน
“ตั้งแต่คุณหญิงย้ายไปเชียงใหม่ก็ไม่ได้เจอกันเลย แล้วนี่มาทำธุระหรือคะ”
“ค่ะ...ท่านผู้ว่าจะต้องไปทำธุระที่สุพรรณ เลยแวะมาหาคุณหญิงก่อน”
“ดีนะคะ ถือโอกาสไปเยี่ยมถิ่นเดิมด้วย”
“ค่ะ...คิดถึงพรรคพวกเพื่อนฝูงที่โน่นเหมือนกัน ว่าจะแวะไปเยี่ยมลูกเถ้าแก่เฮงด้วย”
“ใครคะเถ้าแก่เฮง”
“ก็เจ้าของร้านทองที่ถูกเสือโมกกับนังลำยองเมียมันฆ่าตายน่ะสิคะ...”
คุณหญิงอนุรักษ์เบิกตากว้าง เมื่อได้ยินเสือโมกและลำยอง
“...ที่ตอนนั้นคุณอุทัยจะไปสุพรรณ ดิฉันยังเตือนให้ระวังไว้เลยนะค่ะ”
คุณหญิงอนุรักษ์ใจเต้นระทึก นิ่งคิดขณะที่คุณหญิงผิวพูดต่อ
“ตอนนี้เสือโมกกับนังลำยองก็ตายกันไปแล้ว แต่เหยื่อที่ยังอยู่ป่านนี้ยังเจ็บปวดกับเหตุการณ์ร้ายอยู่เลย น่าเวทนามากเลยค่ะคุณหญิง”
คุณหญิงอนุรักษ์พึมพำ
“เสือโมก...ลำยอง”
“มีอะไรคะ”
“ฉันอยากได้รูปแล้วก็ประวัติของเสือโมกกับลำยอง คุณหญิงพอจะหาให้ดิฉันได้มั้ยคะ”

คุณหญิงผิวยิ้ม พยักหน้ารับ
 
อ่านต่อตอนที่ 12
กำลังโหลดความคิดเห็น...