xs
sm
md
lg

สาปสาง ตอนที่ 12

เผยแพร่:

สาปสาง ตอนที่ 12

แพรวเดินกลับเข้ามา เมื่อเห็นว่ากรณ์ไปนั่งร่วมโต๊ะกับณราแล้วเธอก็ชะงัก

แพรว มาทางนี้สิครับ กรณ์บอก
แพรวจำเป็นต้องปั้นสีหน้าปกติ เธอ ข่มความรู้สึกไว้แล้วเดินเข้าไปหายิ้มๆ
นี่คุณณรา เป็นเจ้าของโรงแรมนี้ แล้วนี่ก็คุณพะพริ้ว เป็นเลขาคุณกรณ์
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
กรณ์แนะนำแพรวกับณราและพริ้ว
นี่แพรวเพื่อนผม เคยเป็นนักแสดงที่ดาราลัยน่ะครับ
ถ้าไม่รังเกียจ เชิญนั่งสิครับคุณแพรว จะได้คุยกัน
ค่ะ
แพรวจำต้องนั่งลงข้างๆ พริ้วแล้วหันไปเสแสร้งยิ้มให้ พริ้วยิ้มตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจ บริกรเดินมาเสิร์ฟน้ำแพรว กรณ์บอกกับแพรว
คุณณราเป็นคนที่สนใจจะซื้อที่ดินของโรงละครไปทำโรงแรมน่ะ
แพรวสะดุ้งแต่เก็บอาการไว้ทัน
คุณแพรวคะ ไม่ทราบว่าเมื่อก่อนนี้ เคยมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นที่นั่นบ้างไหมคะ
แพรวสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีกแต่ก็เก็บอาการได้
เรื่องแปลกๆ? หมายถึงอะไรกันคะ
ก็ทำนองเรื่องอาถรรพย์ หรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับที่ดินผืนนั้นน่ะค่ะ
ไมมีหรอกค่ะ แพรวพูดเน้น ไม่เคยมีเรื่องพรรณนั้นที่นั่นเด็ดขาด ฉันรับรองได้
ณราหันมาบอกพริ้ว
ผมบอกแล้วว่าคุณคิดมาก
จะไม่ให้คิดได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อเจอเข้าเต็มๆ
เจออะไรเหรอคะ
คือ เอ่อ….คุณกลัวผีรึเปล่าคะ พริ้วถาม
แพรวอึ้ง
แพรวพยายามยิ้มและหัวเราะ
อย่าบอกนะคะว่าคุณคิดว่าที่ดินโรงละครนั่นมีผี ตลกจัง
ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรค่ะ
จะให้เชื่อได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อที่นั่นน่ะเคยมีแต่ความสุข ความบันเทิง มีแต่เสียงหัวเราะ ไม่มีเรื่องร้ายๆ อะไรเกิดขึ้นหรอกค่ะ
พริ้วนิ่งไป ณราบอกกับพริ้ว
อย่าคิดมากน่าคุณ คุณแพรวเขาบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไร
พริ้วฝืนยิ้มรับ แพรวยกน้ำขึ้นจิบแต่เพื่อกลบเกลื่อนสีหน้าเสียๆ ของตัวเอง

แพรวจอดรถ แล้วเข้าไปข้างในด้วยความรีบร้อน
พ่อปู่เงยหน้าขึ้นมองแพรวที่เข้ามานั่งตรงหน้าด้วยสีหน้าร้อนใจ

เกิดเรื่องแล้วจ้ะพ่อปู่ แพรวบอก
หายหัวไปตั้งนาน มีเรื่องเมื่อไหร่ถึงโผล่หัวมาให้กูเห็น พ่อปู่ถาม
อย่าเพิ่งด่าฉันเลย ฟังฉันก่อน วันนี้ฉันเจอสองคนนั่นด้วย
สองคนไหนของเอ็งวะ
ก็สองคนที่เข้ามาที่โรงละครคืนวันที่ฉันกับเพื่อนเข้าไปขุดศพนังช่อน่ะสิ
อ่อ เอ็งก็เลยกังวลว่าเขาจะรู้เรื่องงั้นเรอะ
เขาเป็นคนที่ซื้อที่ดินผืนนั้นไปทำโรงแรม
ก็ช่างหัวมันสิ
วางใจได้เหรอจ้ะพ่อปู่
มนต์ดำอำพรางกูบังตาพวกมันไว้ มึงจะไปกลัวอะไร หรือเดี๋ยวนี้มึงไม่ฤทธิ์เชื่อคาถากูแล้ว
เชื่อสิจ้ะ ฉันยังเชื่อพ่อปู่เหมือนเดิม ห่วงก็แค่ว่าอีนังผู้หญิงนั่นน่ะ พ่อปู่เคยบอกว่ามันมีณาณ มีสัมผัสพิเศษเห็นผี ฉันก็เลยคิดว่า เราน่าจะทำอะไรเพิ่มเพื่อป้องกันไว้ก่อนน่ะจ้ะ
เอ๊ะอีนี่! มึงพูดอย่างนี้เท่ากับไม่เชื่อถือกู ไสหัวออกไปเลยนะ ถ้ามึงไม่ฟังกู ก็ไสหัวออกไปให้พ้นตำหนักกู แล้วอย่ากลับเข้ามาให้กูเห็นหน้าอีก ไป
เดี๋ยวสิจ้ะพ่อปู่
กูบอกให้ไป
แพรวเห็นท่าไม่ดีก็ตัดสินใจถอยก่อน พ่อปู่มองตามไปด้วยความโมโห
กล้าดียังไงมาลบหลู่ฤทธิ์กู อีสารเลว!” พ่อปู่ด่า

แพรววิ่งออกมาหน้าตาตื่น เธอหันกลับไปมองทางตำหนัก
โธ่เอ้ย! แล้วจะทำยังไงล่ะเนี่ย
แพรวเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล

ยังไง ฉันก็ต้องหาทางกำจัดแกให้ได้ นังพะพริ้ว
 
อ่านต่อหน้า 2
สาปสาง ตอนที่ 12 (ต่อ)

กรณ์กำลังจัดเสื้อผ้าจากกระเป๋ามาแขวนในตู้ ในระหว่างที่รื้อกระเป๋าอยู่นั้นเขาก็เจอแหวนที่เตรียมไว้ในกระเป๋าด้านใน
 
กรณ์หยิบขึ้นมาดูพลันใจก็คิดไปถึงช่อเอื้องขึ้นมาทันที

ภาพในความทรงจำของกรณ์เป็นภาพ ณ บริเวณลานน้ำพุเทวีใต้ต้นลีลาวดี ช่อเอื้องกำลังซ้อมรำอยู่ตามลำพัง กรณ์เดินเข้ามาเห็นก็ถึงกับชะงัก เขาแอบดูด้วยด้วยความประทับใจ ข่อเอื้องหมุนตัวมาเห็นเข้าก็ตกใจ ช่อเอื้องหยุดรำทันที กรณ์รีบเดินเข้ามาหา
“ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณตกใจ พอดีว่าผมผ่านมาทางนี้ เห็นคุณเข้าก็เลยประทับใจน่ะครับ คุณรำได้งดงามจริงๆ อ้อ ลืมไป ผมกรณ์ครับ”
ช่อเอื้องสะดุดหู
“กรณ์?....คุณกรณ์ที่เป็นลูกชายครูอาภาใช่ไหมคะ ฉันเคยได้ยินครูพูดถึงคุณบ่อยๆ”
กรณ์รับคำ “ครับ”
“ฉันช่อเอื้องค่ะ”
กรณ์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินชื่อช่อเอื้อง
“โธ่ คิดว่าใคร ที่แท้ก็คุณนี่เอง ช่อเอื้อง ลูกศิษย์คนโปรดของคุณแม่”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ฉันเป็นแค่นักแสดงคนหนึ่งเท่านั้น”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอกครับ คุณแม่เล่าเรื่องคุณให้ผมฟังบ่อยๆ ท่านภูมิใจในตัวคุณมาก เห็นคุณรำแล้ว ผมก็ไม่แปลกใจที่ท่านจะคิดอย่างนั้น”
กรณ์ยิ้มให้ช่อเอื้อง ช่อเอื้องหัวใจเต้นแรง เธอก้มหน้าด้วยความประหม่า กรณ์ลอบมองช่อเอื้องด้วยความถูกตาต้องใจทำให้ช่อเอื้องยิ่งประหม่า เธอกล่าวขึ้นเพื่อตัดบท
“ถ้าคุณมาหาครู ท่านอยู่ข้างในน่ะค่ะ”
ช่อเอื้องก้มหัวให้แล้วเดินหลบไปอีกทาง กรณ์มองตามไปด้วยความชื่นชม
“งามจริงๆ งามทั้งการร่ายรำ งามทั้งคนรำ”

กรณ์นั่งคุยกับอาภาภิรมย์ที่ถือผ้าไทยที่ปักเลื่อมลงลาย อาภาภิรมย์คลี่ผ้าไหมออกตรวจดูลวดลาย
“ช่อเอื้องแกเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว แต่มีพรสวรรค์ แม่เลยจับมาปั้น ใจจริงอยากรับเป็นลูกบุญธรรมด้วยซ้ำไป”
“ไม่ได้นะครับคุณแม่ จะรับช่อเอื้องเป็นลูกบุญธรรมไมได้เด็ดขาดนะครับ” กรณ์รีบค้าน
“ทำไมล่ะ ไม่อยากมีน้องสาวรึไง”
“ก็เพราะอย่างนี้น่ะสิครับ ผมถึงต้องห้ามคุณแม่ ถ้าเป็นพี่น้องกัน จะรักกันได้ยังไงล่ะครับ”
“อ่อ ที่แท้ก็แอบมีใจให้หนูช่อนี่เอง”
“ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นเลยล่ะครับ”
อาภาภิรมย์ยิ้มแล้วลูบหัวกรณ์เบาๆ
“จะหาสะใภ้ให้แม่แล้วงั้นเหรอ ถ้าเป็นหนูช่อ แม่ก็ยินดีสนับสนุนนะ เพราะหนูช่อแกเป็นเด็กดีจริงๆ แต่ต้องรับปากกับแม่อย่างหนึ่ง”
“ครับ?”
“อย่าทำให้หนูช่อต้องเสียใจเป็นอันขาด”
“ครับคุณแม่ ผมสัญญาครับ”

อาภาภิรมย์มองกรณ์ด้วยสายตายินดี
ช่อเอื้องกำลังแต่งตัวเพื่อเตรียมแสดงกรณ์รีบเดินไปหา

“ขอให้การแสดงเป็นไปอย่างราบรื่นนะครับ ผมจะเป็นกำลังใจให้”
“ขอบคุณมากค่ะ”
“ช่อครับ แสดงเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับนะครับ”
“ทำไมเหรอคะ”
“เรื่องสำคัญที่ผมอยากจะบอกกับช่อ แล้วยังไม่ได้บอก”
“เรื่องสำคัญขนาดนั้นเชียวเหรอคะ?”
“ครับ สำคัญมากด้วย วันนี้ถ้าผมไม่ได้บอกช่อต้องอกแตกตายแน่”
“งี้ปล่อยให้อกแตกตายดีไหมเนี่ย อยากจะเห็นจริง”
“ถ้าช่อปล่อยให้ผมอกแตกตาย ผมก็จะเป็นผีมาบอกกะช่อให้ได้”
“งั้นอย่าดีกว่าค่ะ ช่อกลัวคุณกรณ์เป็นผีอกแตกมาหลอกช่อ เป็นแบบนี้ ดูดีกว่าเยอะนะคะ”
แพรวเดินปึงปังเข้ามาได้ยินที่กรณ์กับช่อเอื้องคุยกันพอดี
“งั้นเสร็จแล้วผมจะรอที่ศาลาด้านหลังโรงละครนะครับ”
ช่อเอื้องรับคำ “ค่ะ”
“ต้องมาให้ได้นะครับ สัญญาสิครับว่าคุณจะมา”
“สำคัญถึงขนาดต้องสัญญาเลยเหรอคะ”
“ครับ”
ช่อเอื้องยิ้มให้กรณ์
“ค่ะ ช่อสัญญา”

กรณ์นึกถึงตอนที่แพรวมาบอกเขา
“ช่อคงไม่เคยบอกคุณเรื่องแฟนเก่าสิน่ะคะ”
“ทำไมเหรอ แฟนเก่าช่อเกี่ยวอะไรด้วย” กรณ์ถาม
“ช่อไม่เคยลืมแฟนเก่าเค้าเลย และตอนนี้แฟนเก่าช่อกลับมาหา กลับมาคบกันใหม่ได้สักระยะนึงแล้ว”
“เธอพูดจริงเหรอ”
“ชั้นรู้ว่าช่อก็ชอบคุณมากนะ แต่เค้าก็ทำใจลืมแฟนเก่าไม่ได้ ช่อเค้าคงไม่รู้จะบอกคุณยังไง”
“ไม่จริง...ผมไม่เชื่อ”
“ช่อท้องกับแฟนเก่าค่ะ เค้าขอไม่ให้ชั้นบอกคุณน่ะค่ะว่าเขาตั้งใจจะกลับเชียงใหม่คืนนี้หลังจากที่แสดงละครเสร็จ ชั้นก็เข้าใจช่อดีว่า เค้าก็ไม่รู้จะเจอหน้าคุณได้ยังไง”

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต กรณ์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเศร้าที่ยังหลงเหลืออยู่
เขาเก็บแหวนไว้ที่เดิม

“เมื่อไหร่จะลืมได้เสียที....เมื่อไหร่กัน”
 
อ่านต่อหน้า 3
สาปสาง ตอนที่ 12 (ต่อ)
สาปสาง ตอนที่ 12 (ต่อ)
กำลังโหลดความคิดเห็น...