xs
xsm
sm
md
lg

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 15

ภายในโกดังของท่าเรือ เดชา ล่ำ แหลม และลูกน้อง ควบคุมตัวโรสริน ให้เดินมาตามทาง
“ออกไปดูข้างนอก ถ้าพวกมันยังตามมาอีก คราวนี้อย่าปล่อยให้รอด ไป”
เดชาสั่งลูกน้อง ลูกน้องบางส่วนเดินออกไป โรสรินมีสีหน้าเป็นห่วงตะวันมากๆ น้ำตาไหลออกมา เดชาเห็นน้ำตาโรสรินก็เอื้อมมือไปจะเช็ดน้ำตาให้แต่เธอหันหน้าหนีไม่ให้เดชาแตะตัว เดชาเจ็บปวดมาก
“อย่าแตะต้องตัวฉัน”
“เลิกร้องไห้ได้แล้ว ไอ้ตะวันมันไม่ตายหรอก”
“นายทำแบบนี้ทำไม นายก็รู้อยู่ว่านายเปลี่ยนใจฉันไม่ได้”
“ผมจะทำให้คุณรักผมให้ได้”
“แม้วันที่ฉันตาย ตะวันก็จะเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฉันรัก”
โรสรินจ้องตาเดชาอย่างอยากจะให้เขาจำคำนี้ในทุกโสตประสาท

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่บ้านตะวัน ชาญกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ต่อหน้าพระ อึ่ง อาทิตย์ มาลัย นั่งสวดมนต์อยู่ข้างๆ ส่วนมาลีนั้นหลับสัปหงกอยู่แถวๆ นั้น
“พักผ่อนเถอะครับปู่” อาทิตย์บอก
“พวกเอ็งนอนกันได้แล้วไป เดี๋ยวปู่สวดมนต์อีกสักพัก”
“แต่ปู่...”
ชาญสวนทันที
“ปู่ออกไปลุยช่วยตะวันกับหนูโรสไม่ได้ ได้แค่สวดมนต์ขอให้พระคุ้มครองก็ยังดี”
“ถ้าปู่ชาญไม่นอน พวกฉันก็ไม่นอน มาเด็กๆ เรามาสวดมนต์ขอให้พระคุ้มครองพี่ตะวันคุณโรส และทุกๆ คน กันนะ” มาลัยบอก
“มาๆ ตั้งสมาธิให้มั่น แล้วว่าตามปู่”
ชาญและทุกคนเริ่มสวดมนต์ แววตาทุกคนมุ่งมั่นอยากให้ตะวันและโรสรินปลอดภัย

ภายในโกดังท่าเรือ ล่ำกับแหลมเดินมาหาเดชา
“ได้เวลาแล้วครับเสี่ย”
โรสรินชะงัก สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์และความสิ้นหวัง เดชาเดินมาหาเธอ
“เราต้องไปแล้ว”
“นายจะไม่ส่งคนไปฆ่าตะวันใช่มั้ย”
“เลิกพูดถึงมันซะที”
“รีบขึ้นเรือเถอะครับเสี่ย เดี๋ยวจะไม่ทัน”
ทุกคนกำลังจะเดินออกไป แต่แล้วพลัน เสียงปืนดังขึ้นจากทางหนึ่ง เปรี้ยงๆ ทุกคนชะงักทันที ลูกน้องเดชาวิ่งเข้ามา
“เสี่ยครับ ตำรวจบุกล้อมแล้ว” เดชาตกใจมาก “ตอนนี้พวกเรากำลังต้านไว้อยู่ รีบหนีเถอะครับ”
โรสรินเห็นว่าทุกคนกำลังเผลอกันอยู่ เธอจึงตัดสินใจผลักลูกน้องเดชากระเด็นไปโดนเดชา
“คุณโรส”
โรสรินตัดสินใจวิ่งหนีออกไป เดชาจะตามไป แต่ล่ำขวางเดชาไว้
“อย่าตาม หนีเถอะเสี่ย”
เดชาโมโหชกล่ำล้มคว่ำไป ชักปืนขึ้นมาประกาศกร้าว
“ไปตามตัวคุณโรสให้หนีไปกับฉันให้ได้ ไป ไปสิวะ” ลูกน้องเดชาตัดสินใจวิ่งออกไป เดชาคลั่ง ยิงปืนขึ้นฟ้า เปรี้ยงๆ “โธ่เว้ย”

ตะวัน พีระ น้ำค้าง กิตติทัต อุษาวดี แย้อยู่หน้าโกดัง เสียงปืนยิงปะทะกันระหว่างคอมมานโดกับลูกน้องเดชาดังขึ้น เปรี้ยงๆ
“ขอบคุณที่ชี้เบาะแสให้ พวกคุณไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้แล้ว”
“อย่าเข้าไปข้างในเด็ดขาด อันตรายมาก”
คอมมานโดส่งสัญญาณให้กัน แล้วเดินออกไปอย่างระแวดระวัง น้ำค้างพนมมือ
“ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองให้พี่โรสปลอดภัยด้วยเถอะ”
ตะวันตัดสินใจหยิบปืนจากเอวแย้แล้วเดินไปอีกทางทันที ทุกคนอึ้ง
“ตะวัน”
ทุกคนหันมองหน้ากันอย่างปรึกษา
“เอาไงดี พวกเราทิ้งให้ตะวันกับโรซี่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายไม่ได้ใช่มั้ย” ทุกคนพยักหน้าให้พีระ “ถ้างั้นก็ ระวังตัวเองให้มาก ไป”
พีระ น้ำค้างตัดสินใจวิ่งออกไปทางหนึ่ง อุษาวดีมีสายตาเด็ดเดี่ยว
“อุษาก็อยู่เฉยไม่ได้หรอกค่ะ”
“ไปครับ”
กิตติทัต อุษาวดีตัดสินใจวิ่งไปอีกทาง แย้พนมมือ
“พ่อแก้ว แม่แก้ว ช่วยลูกด้วยโว้ย เอ๊ย ช่วยลูกด้วยครับ”

แย้ตัดสินใจวิ่งตามไปเป็นคนสุดท้าย

ล่ำ แหลม และลูกน้องคุ้มกันเดชาเข้ามา ที่หัวมุมตู้คอนเทนเน่อร์ไกลๆ เห็นตำรวจโผล่มา ตำรวจยิงปืนเข้าใส่ ล่ำ แหลม ยิงสวน โดนตำรวจฟุบไป เดชาชะงักไม่ยอมหนี
“เสี่ยครับ ต้องไปแล้วนะครับ”
เดชากำหมัดแน่น ไม่รับฟัง
“คุณโรสต้องไปกับฉัน”
แหลมจับมือเดชาไว้
“หนีเถอะครับเสี่ย”
เดชาชักปืนขึ้นมา แล้วเดินไปอีกทาง ล่ำ แหลม ลูกน้อง ช็อก เดชาเห็นตำรวจอยู่ไกลๆ ก็หลบมุมแล้วยิงตำรวจล้มฟุบไป แล้วเดินตามล่าหาโรสริน

โรสรินวิ่งล้มลุกคลุกคลานมาตามซอมมุมตู้คอนเทนเนอร์ พยายามหาทางรอด พลันโรสรินก็ต้องช็อกที่ลูกน้องเดชาโผล่เข้ามา เล็งปืนใส่เธอ
“อย่าหนี ไปกับเสี่ยเดี๋ยวนี้”
โรสรินตัดสินใจวิ่งหนี ลูกน้องวิ่งตาม ลูกน้องคว้าข้อมือโรสรินไว้ได้ แต่แล้วตะวันก็โผล่เข้ามาเอาด้ามปืนทุบท้ายทอยลูกน้องสลบลงไป ตะวันกับโรสรินมองหน้ากันอย่างไม่คิดว่าชาตินี้จะพบกันได้อีก
“ตะวัน”
ตะวัน โรสริน น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทั้งคู่โผเข้ากอดกันโดยที่สมองยังไม่สั่งการ มันเป็นเรื่องของความรักและความรู้สึกที่ห่วงหา โหยหา ห่วงใยและปรารถนาซึ่งกันและกัน
“ตะวัน ฉันนึกว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”
“เราจะรอดไปด้วยกัน เราต้องรอดโรสริน” ตะวันยิ้มให้โรสรินอย่างให้ความเชื่อมั่น และเช็ดน้ำตาให้เธอ “ผมสัญญากับคุณแล้วว่าผมจะไม่ตาย”
“ฉันก็สัญญาว่าจะรักนายคนเดียวตลอดไป”
ตะวันกับโรสรินกอดกันอย่างซาบซึ้ง

ภายในโกดังอีกมุม อุษาวดีกับกิตติทัตเดินเข้ามา สายตามองหาตะวันและโรสริน อุษาวดีกลัวๆ กอดเอวกิตติทัตไว้ตลอด ใบหน้าแนบชิดหน้าอกของเขา กิตติทัตอดยิ้มออกมาไม่ได้
“ยิ้มอะไร หน้าสิ่วหน้าขวานอยู่นะคะ”
“คุณน่ารักจัง” อุษาวดีมองหน้ากิตติทัต รู้สึกอยากได้ยินคำนี้สักร้อยครั้ง “ขนาดกลัวแต่ก็ออกมาช่วย อยู่ใกล้ๆ ผมนะครับ ถึงผมจะไม่เก่งแต่ผมก็อยากปกป้องคุณ”
อุษาวดีทำหน้าไม่ถูก รู้สึกดีมาก พลันก็ต้องตกใจที่เห็นลูกน้องเดชาโผล่พ้นมุมตู้คอนเทรนเนอร์เข้ามา
“เฮ้ย”
“หมอคะ ทางนั้น”
ลูกน้องเดชายิงปืนเข้าใส่ กิตติทัตเบี่ยงตัวอุษาวดีออก แล้วยิงสวนไป ลูกน้องเดชาหลบได้ ลูกน้องเดชายิงปืนสวน กิตติทัตจูงมืออุษาวดีเข้าไปหลบที่ซอกมุมอีกแห่ง

อุษาวดีกลัวมากกอดกิตติทัตไว้ตลอด พลันลูกน้องเดชาโผล่เข้ามาในระยะประชิด กิตติทัตพุ่งเข้าไปบังร่างอุษาวดีไว้แล้วบู๊กับลูกน้องเดชา ลูกน้องเดชาอัดกิตติทัตกระเด็น
“ระวัง”
อุษาวดีร้องเตือนเมื่อเห็นกิตติทัตกำลังจะโดนท่อนเหล็กฟาด กิตติทัตหลบได้แล้วถีบกลับใส่ลูกน้องเดชาจนหน้าหงาย กิตติทัตเตะเสยหน้าอีกที ลูกน้องเดชาล้มสลบไป กิตติทัตแทบทรุด อุษาวดีรีบเข้าไปประคองไม่ให้ล้ม
“คุณหมอ เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหน” อุษาวดีถามอย่างเป็นห่วง กิตติทัตเจ็บซี่โครงที่โดนกระแทก อุษาวดีมองอย่างเป็นห่วง “หมอเจ็บเพราะฉันแท้ๆ”
“แค่นี้ผมทนได้ แต่ถ้าเป็นคุณที่เจ็บ ผมคงทนไม่ไหว”
อุษาวดีอึ้งไปด้วยความซาบซึ้ง พลันแย้วิ่งเข้ามาพอดี
“พระเอกมาช่วยแล้ว” แย้มองเห็นอุษาวดีและกิตติทัตหน้าใกล้กันมาก มองหน้ากันอย่างห่วงใย “อุ้ย เลิฟซีน หมอทัต คุณอุษา เรือเทียบท่าอยู่ทางนั้น เรารีบไปดีกว่า” แย้ชี้มือ
กิตติทัต อุษาวดี พยักหน้ารับ อุษาวดีช่วยประคองกิตติทัตแล้วพาเดินออกไป

ภายในโกดังอีกมุม น้ำค้าง พีระ เดินตามหาตะวันและโรสรินอย่างระแวดระวัง ลูกน้องเดชาโผล่มาจากมุมตู้คอนเทรนเนอร์
“รนหาที่ตายกันนัก”
ลูกน้องเดชาเล็งปืนใส่ พีระกับน้ำค้างตกใจ
“จับไปเป็นตัวประกัน”
พีระฉวยจังหวะถีบลูกน้องและใช้ด้ามปืนฟาดที่ท้ายทอยลูกน้องคนหนึ่ง พีระเตะท่อนเหล็กที่วางอยู่ข้างๆ ตู้ ท่อนเหล็กกลิ้งไปโดนเท้าน้ำค้าง น้ำค้างก้มเก็บแล้วฟาดใส่ลูกน้องอีกคนจนร่วงไป
“เกือบไปแล้ว” น้ำค้างยังตกใจไม่หาย โผเข้าไปกอดพีระ พีระรู้สึกดีมากๆ “ไม่ต้องกลัว คุณมีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน”
“ขอบใจนะ”
“ไป มาถึงขั้นนี้แล้ว ไปช่วยตะวันกับโรซี่ให้ได้”
น้ำค้าง พีระเดินออกไปอย่างระแวดระวัง

ตะวันเห็นท่อนไม้อยู่ที่พื้นก็เก็บมาเป็นอาวุธ ลูกน้องเดชาเดินผ่านมา ตะวันรีบพาโรสรินหลบมุม
“ไปทางนั้น”
ตะวัน โรสริน เดินตามตู้คอนเทรนเนอร์อย่างระวัง แต่แล้วก็ต้องผงะ เพราะลูกน้องเดชาพรวดเข้ามาถีบตะวันกระเด็น ตะวันลุกขึ้นลูกน้องเดชาสองคนตรงเข้าไปอัด
“อย่า อย่าทำเค้า”
โรสรินพยายามห้าม แต่โดนลูกหลงกระเด็นไป ตะวันเกิดแรงฮึดจัดการลูกน้องทั้งสองคนลงไปได้ในที่สุด ตะวันวิ่งไปจูงมือโรสรินจะพาหนี แต่ก็ต้องผงะที่ล่ำ แหลม เดชา ขวางหน้าไว้ เดชาพอเห็นตะวันก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
“ไอ้ตะวัน ตายยากจริงนะ” เดชา ล่ำ แหลม เล็งปืนไปที่ตะวัน ตะวันกับโรสรินไม่กล้าขยับ “คุณโรส เดินเข้ามาหาผมเดี๋ยวนี้”
“ไม่” โรสรินตัดสินใจกอดตะวันไว้ ไม่เดินไปหา “ฉันไม่ไปกับนาย”

เดชามองโรสรินอย่างช้ำใจมาก ตัดสินใจเดินไปกระชากเธอออกมา ตะวันพยายามช่วยโรสรินจึงโดนล่ำ แหลม อัดกระแทกตู้คอนเทรนเนอร์ เดชาล็อกตัวโรสรินไว้ เธอพยายามสะบัดแต่ดิ้นไม่หลุด
“เสี่ยต้องไปแล้วนะครับ เรือจะออกเดี๋ยวนี้แล้ว” ลูกน้องบอก
“พวกเราคงต้านตำรวจได้อีกไม่นาน”
เดชาเล็งปืนไปที่ตะวัน
“ไอ้ตะวัน อย่าอยู่เลย”
“ไม่”
โรสรินร้องออกมาด้วยความตกใจ จังหวะนั้นตำรวจเข้ามาหลายนาย ต่างเล็งปืนเข้าหาเดชากับลูกน้อง
“ทิ้งอาวุธ ทิ้งอาวุธ”
ล่ำ แหลม ช่วยกันจับตะวันเป็นตัวประกัน เดชาก็จับโรสรินเป็นตัวประกันเช่นกัน
“ถอยไป ถอยสิวะ ไม่งั้นสองคนนี่ตาย ถอยไป”

ตำรวจผงะหยุดแต่ก็คุมเชิงไว้ เดชา ล่ำ แหลม ช่วยกันลากตัวโรสรินและตะวันไป ขณะที่ลูกน้องที่เหลือเล็งปืนขู่ตำรวจ แล้วถอยเดินตามเดชาไปติดๆ

พีระพยายามจะปีนตู้คอนเทรนเนอร์ น้ำค้างมองสงสัย
“นายจะทำอะไร”
“ปีนขึ้นไปมองดูว่าตะวันกับโรซี่อยู่ที่ไหน ช่วยดันตัวฉันขึ้นไปหน่อย”
น้ำค้างช่วยดันตัวพีระขึ้นไปจนได้ พีระเดินอยู่บนตู้คอนเทรนเนอร์ จะมองหา แต่ทว่า น้ำค้างเห็นลูกน้องเดชาปีนตู้ขึ้นมาแล้วตรงไปหาพีระ
“ระวัง” น้ำค้างร้องเตือน

พีระไม่ทันระวังโดนถีบแทบร่วงลงจากตู้ ลูกน้องเดชาตามเข้าไปซ้ำ พีระหลบได้หวุดหวิด พีระอัดคืนได้ แต่ลูกน้องเดชาชักปืนขึ้นมาจะยิง น้ำค้างถึงกับช็อก
“อย่า”
ตำรวจเข้ามาเห็น ลูกน้องเดชายิงตำรวจทันที ตำรวจหลบได้ยิงสวนไป ลูกน้องเดชาหงายหลังกำลังจะตกจากที่สูง แต่ลูกน้องเดชาใช้มือเหนี่ยวรั้งตัวพีระลงมาด้วย
“เฮ้ย” พีระร้องเสียงหลง
“ว้าย” น้ำค้างด้วยความตกใจ
ลูกน้องเดชาและพีระหงายหลังลงกระแทกพื้น พีระสลบ ลูกน้องเดชานอนตาย น้ำค้างวิ่งเข้าไปดูอาการพีระ เขย่าๆ ตัว แต่พีระยังไม่รู้สึกตัว
“นายพี นายพี นายอย่าเป็นอะไรนะ ฟื้นสิ ฟื้น”
น้ำค้างเป็นห่วงมากกลัวพีระตาย พีระยังนอนสลบไม่ได้สติ

เดชา ล่ำ แหลม ลากโรสรินและตะวันมาถึงริมแม่น้ำ เดชาล็อกตัวโรสรินไว้ ล่ำ แหลม จับตัวตะวันไว้ ขณะที่ตำรวจหลายนาย คุมเชิงอยู่ห่างๆ
ทั้งฝ่ายเดชาและตำรวจต่างเล็งปืนเข้าหากัน
“เดชา มอบตัวซะ มันจบลงแล้ว นายแพ้แล้วนะเดชา”
“ไม่ ผมไม่มีวันแพ้ ถอยไป ถอย” เดชาตะคอกใส่ตำรวจ
“ทิ้งอาวุธแล้วมอบตัว คุณหนีไปไม่รอดหรอก”
ตะวันฉวยโอกาสสะบัดตัวหลุดจากแหลมเอาตัวรอดได้ ถีบล่ำกระเด็นไป โรสรินเห็นเดชาเผลอก็สะบัดหลุดออกมาได้ ตะวันพุ่งชาร์จเดชาทันทีล้มกลิ้งไป ตำรวจจะเข้ามาจับกุม ล่ำ แหลม ลูกน้อง ยิงสวนออกไป
ตำรวจตัดสินใจวิสามัญยิง ล่ำ แหลม และลูกน้อง จนล้มฟุบไปกองกับพื้นสิ้นใจตาย เดชาไม่มีทางรอดตัดสินใจล็อกคอจับตะวันเป็นตัวประกัน เอาปืนจี้ ตำรวจทุกนายล้อมรอบตัวเดชาไว้ โรสรินอยู่ในอาการขวัญเสียมาก
“พอได้แล้ว มันจบแล้วเดชา อย่าทำอะไรโง่ๆ นะ”
“ถ้าผมต้องตาย ไอ้ตะวันมันก็ต้องไม่รอด”
สถานการณ์อยู่ในความตึงเครียดสุดๆ

ขณะนั้นน้ำค้างยังกอดพีระอยู่ พีระยังไม่ฟื้น
“ฟื้นสิ นายตายไม่ได้นะ ฉันสั่งให้นายฟื้นเดี๋ยวนี้”
พีระสะดุ้งเฮือก ค่อยๆ หายใจออกมา
“ฉันยังไม่ตาย ชาติที่แล้วทำบุญมาเยอะแน่ๆ”
น้ำค้างยิ้มดีใจที่สุดในชีวิต พยายามจะฉุดตัวพีระให้ลุกขึ้น
“ค่อยๆ ลุกนะ”
น้ำค้างแค่จับตัวพีระเบาๆ พีระก็ร้องลั่น
“อ๊าก เจ็บๆ เจ็บกระดูก อย่า โอ๊ย เบาๆ”
น้ำค้างจับแขนพีระ
“เจ็บมั้ย”
“โอ๊ย”
“นี่ล่ะ” น้ำค้างจับขา
“โอ๊ย จะตายอยู่แล้ว” น้ำค้างอึ้ง
“อย่าบอกนะ ว่าหักทั้งตัว”
พีระร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวด

กิตติทัต อุษาวดี แย้ ตามเข้ามาสมทบที่ริมน้ำแต่โดนตำรวจกันไว้ ทุกคนมองโรสรินกับตะวันอย่างห่วงมากๆ
ตะวันยังโดนเดชาจับเป็นตัวประกันอยู่ ตำรวจล้อมตัวเดชาไว้
“อย่า อย่าทำอะไรตะวัน”
“ทิ้งอาวุธเดี๋ยวนี้”
โรสรินคุกเข่าขอร้องเดชา ตะวัน เดชา มองอย่างไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็นตรงหน้า
“คุณโรส อย่าทำแบบนี้”
“ปล่อยตะวันเถอะ ฉันมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเค้า เดชาฉันขอร้อง”
เดชาน้ำคาคลอเบ้า เจ็บปวดมากที่เขาไม่เคยอยู่ในหัวใจของโรสรินเลย
“เลิกพยายามได้แล้วเดชา ถ้านายรักคุณโรสจริงๆ นายต้องหวังดีกับเธอไม่ใช่เหรอ ทิ้งอาวุธแล้วมอบตัว อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ ยอมรับความจริงซะ”
เดชาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่ตั้งใจ ตำรวจเล็งปืนพร้อมยิงทุกเมื่อ

“ถึงเวลาแล้วที่ผมจะจบเรื่องนี้ซะที”

เดชาผลักตะวันล้มลงไปกับพื้นยกปืนขึ้นจ่อไปที่หัวของตะวันทันที ตะวันค่อยๆ ยืนขึ้น ตำรวจเตรียมพร้อมจะวิสามัญเดชา โรสรินร้องไห้หมดสภาพอยู่ที่พื้น หัวใจสลาย เดชามองโรสรินที่ร้องไห้อย่างหนัก แล้วพูดขึ้นราวกับจะสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้าย
“โรสริน ผมรักคุณ แต่คนอย่างเดชา แพ้ไม่เป็น”
เดชากำลังจะเหนี่ยวไกยิงตะวัน กิตติทัต อุษาวดี แย้ร้องเสียงหลง
“ไม่นะ”
จังหวะนั้นแหลมที่ยังเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายฟื้นขึ้นมาคว้าปืนจะยิงตะวัน โรสรินหันไปเห็นแหลมที่เหนี่ยวไก เธอจึงทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด โรสรินวิ่งเข้าไปหาตะวันเพื่อบังกระสุนแทน เดชาชะงักหันไปยิงแหลมเพื่อไม่ให้ยิงโรสริน
“อย่า”
แหลมตายสนิทอยู่ตรงนั้น แต่ไม่ทันเสียแล้ว เปรี้ยง กระสุนเจาะหลังโรสริน เธอสะดุ้งเฮือก ทุกคนบริเวณนั้นช็อกกันไปหมด โดยเฉพาะตะวันแทบขาดใจ
“โรส”

พีระที่นอนหมดสภาพอยู่พื้นและน้ำค้างหันขวับมองไปทางเสียงปืนที่ได้ยิน พีระกับน้ำค้างมองหน้ากันอย่างตกใจ ใจคอไม่ดี

โรสรินผงะล้มหงายหลังหัวฟาดพื้นอย่างแรง ตะวันช็อกช่วยโรสรินไว้ไม่ทัน เขารีบเข้าไปประคองโรสรินที่ใกล้หมดสติ เดชาเองก็ช็อกที่สุดท้ายโรสรินเป็นฝ่ายรับกรรมแทนความแค้นของเขาและตะวัน
“โรส”
ตำรวจทั้งหมดตัดสินใจวิสามัญเดชา ตำรวจกระหน่ำยิงใส่เดชาจนพรุนไปทั้งร่าง เดชาหงายหลังล้มสิ้นใจตาย ตะวันอึ้งที่เห็นเดชาตายไปตรงหน้า ก็ได้แต่หลับตา และรีบหันมาดูโรสริน โรสรินใกล้หมดสติเต็มที่แล้ว ตะวันแทบใจสลายกับภาพตรงหน้า
กิตติทัต แย้ อุษาวดี เห็นเดชาตายก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปหาโรสริน
“อย่าหลับ อย่าหลับ ตั้งสติไว้ครับ คุณต้องไม่เป็นอะไร ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ ทำไม ทำไม”
โรสรินน้ำตาไหล ยิ้มให้ ใกล้หมดสติแล้ว
“ตะวัน ฉันสัญญาว่าจะรักนาย ตลอดไป”
แล้วโรสรินก็หมดสติไป ตะวันกอดเธอไว้แน่นแทบคลั่ง
“ไม่ ไม่”

ที่โรงพยาบาล บุรุษพยาบาลเข็นโรสรินที่นอนหมดสติบนเตียง โดยมีพยาบาลช่วยปั๊มเครื่องช่วยหายใจให้ ตะวันจับมือโรสรินไว้ตลอด แย้ น้ำค้าง อุษาวดี เดินตามอย่างห่วงๆ
“ไม่เป็นไร คุณต้องไม่เป็นอะไรนะโรส”
บุรุษพยาบาลเข็นโรสรินเข้าห้องผ่าตัดไป สัญชาติญาณสั่งให้ตะวันจะเดินตามเข้าไปแต่กิตติทัตเดินขวางตะวันไว้
“หมอแผนกศัลยกรรมที่นี่เก่งมาก ผมรับประกัน ทำใจให้สบายนะครับ”
ทุกคนหันไปมองที่ห้องผ่าตัดอย่างห่วงโรสรินสุดๆ
“เพราะผม คุณถึงต้องเป็นแบบนี้”
ชาญ อึ่ง อาทิตย์ เดินตามเข้ามาสมทบสีหน้าห่วงโรสรินมากๆ น้ำค้าง แย้ รีบเข้าไปช่วยประคองชาญ
“มันเป็นความผิดของคนชั่วอย่างไอ้เดชา เพราะความเกลียดชังที่กัดกินใจมัน เลยทำให้ทุกอย่างเลวร้ายแบบนี้” พีระบอก
“รักมาก แค้นมาก ก็พินาศมาก อโหสิกรรมให้เค้าเถอะ เดชาได้รับผลกรรมที่เขาได้ก่อขึ้นแล้ว” ชาญพูดอย่างคนที่ผ่านโลกมามาก ทุกคนพยักหน้าให้อย่างทำใจยอมรับ ตะวันใจคอไม่ดีเพราะห่วงโรสริน ชาญเดินไปตบบ่าหลานชาย “เข้มแข้งไว้ กำลังใจดีไว้ก่อน หนูโรสเป็นคนดี พระต้องคุ้มครอง”
ตะวันมองไปทางห้องผ่าตัด น้ำตาไหลออกมาอย่างใจสลาย

ภายในห้องผ่าตัด หมอกำลังผ่าตัดเอากระสุนออกให้โรสริน โรสรินมีอาการแย่มาก ชีพจรเต้นอ่อนกำลัง
หมอและพยาบาลกำลังช่วยชีวิตโรสรินอย่างสุดความสามารถ
ที่หน้าห้องผ่าตัด ตะวัน กิตติทัต ชาญ น้ำค้าง อุษาวดี แย้ อึ่ง อาทิตย์ ลุ้นกันมากๆ
“อดทนไว้นะยัยโรส ฟื้นกลับมาให้ได้นะ” อุษาวดีบอก กิตติทัตบีบมือให้กำลังใจเธอ
ณรงค์รีบเดินเข้าอย่างรีบร้อน
“เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ทำไมไม่บอกกันเลย” ณรงค์ต่อว่าเมื่อมาถึง
“ขืนเอ็งรู้เข้า มีหวังหัวใจวายตายพอดี” ชาญบอก
“รู้ตอนไหนก็เสี่ยงหัวใจวายอยู่ดีโว้ย”
“ไม่ต้องห่วง หนูโรสถึงมือหมอแล้ว หนูโรสต้องปลอดภัย”
“โธ่โรส หนูต้องปลอดภัยนะลูก กลับมาเป็นหลานปู่อีกครั้งให้ได้นะลูก”

ทุกคนเป็นห่วงโรสรินกันสุดๆ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 15 (ต่อ)

ตะวันห่วงโรสรินสุดใจ นึกถึงตอนที่โรสรินใกล้หมดสติ ตะวันแทบใจสลายกับภาพตรงหน้า
“อย่าหลับ อย่าหลับ ตั้งสติไว้ครับ คุณต้องไม่เป็นอะไร ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ ทำไม ทำไม”
โรสรินน้ำตาไหล ยิ้มให้ ใกล้หมดสติแล้ว
“ตะวัน ฉันสัญญาว่าจะรักนาย ตลอดไป”
แล้วโรสรินก็หมดสติไป ตะวันกอดโรสรินไว้แน่นแทบคลั่ง
“ไม่ ไม่”
ปัจจุบัน ตะวันใจแทบสลาย

ภายในห้องผ่าตัด หมอกำลังช่วยชีวิตโรสรินที่อาการเป็นตายเท่ากัน หมอ พยาบาลมองหน้ากันอย่างเครียดๆ
ที่เครื่องบอกอัตราการเต้นของหัวใจเห็นว่าสัญญาณชีพจรอ่อนลง จนถึงหยุดเต้นในที่สุด หมอรีบใช้เครื่องปั๊มหัวใจไฟฟ้ากับโรสรินทันที
ที่หน้าห้องตะวันกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว
“คุณโรสกลับมาหาผม ผมขอร้อง กลับมาเป็นคนรักของผมอีกครั้ง”
ในห้องผ่าตัด โรสรินโดนกระตุ้นด้วยเครื่องปั๊มหัวใจไฟฟ้า แต่หัวใจก็ยังไม่ทำงาน หมอลองอีกครั้ง และอีกครั้ง ชีพจรยังคงนิ่งสนิท โรสรินนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงแต่จะเห็นน้ำตาเธอไหลอาบแก้ม

ทุกคนลุ้นและส่งใจไปช่วยโรสรินที่อยู่ในห้องผ่าตัด ตะวันมองไปทางห้องผ่าตัด ตัดสินใจลุกเดินจะเข้าไปในห้อง ทุกคนมองอย่างตกใจ
“ตะวัน / เฮ้ย พี่ตะวัน”
ตะวันผลักประตูพรวดเข้าห้องไปเลย ทุกคนมองตามช็อกๆ ชาญเป็นคนบอกทุกคนไม่ให้ตามตะวันเข้าไป

ตะวันเข้าไปในห้องผ่าตัด หมอและพยาบาลตกใจ ตะวันหันมองเห็นเครื่องบอกสัญญาณชีพจรของโรสรินไม่เคลื่อนไหว ตะวันถึงกับช็อกไปเลย
“โรสริน”
หมอเดินไปหาตะวัน ให้ตะวันออกไป
“ออกไปก่อนนะครับ”
ตะวันไม่สนเข้าไปใกล้ๆ เตียง จับมือโรสริน จูบเบาๆ ที่มือ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ผมรักใครไม่ได้อีกแล้ว ฟื้นนะคุณโรส ฟื้นกลับมาเป็นเจ้าสาวของผม ขอร้อง เราต้องไม่แยกจากกัน ไม่จากกัน”
พยาบาลช่วยกันดึงตะวันออกไป ตะวันมองโรสรินและสัญญาณชีพจรบนหน้าจอที่ไม่เคลื่อนไหวเลยอย่างสุด
เศร้า ตะวันยอมหันหลังจะเดินออกไป แต่แล้วพลันเสียงสัญญาณชีพจรดังขึ้น ตะวันหันไปมองเห็นว่าสัญญาณชีพจรของโรสรินขึ้นมาบ้างแล้ว ตะวันตื้นตันมาก น้ำตาไหลออกมาอย่างดีใจ

ตะวันเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ทุกคนหันไปมองเห็นรอยยิ้มแห่งความตื้นตันของตะวันก็แปลกใจ
“ลูกพี่เสียใจจนเพี้ยนไปแล้วเหรอ” แย้ถาม
“คุณโรสพ้นขีดอันตรายแล้ว”
ทุกคนหันมองหน้ากันอย่างดีใจ น้ำค้างพนมมือขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แย้ อึ่ง อาทิตย์ กระโดดกอดกันอย่างดีใจ
ชาญกอดณรงค์แล้วเข้าไปโอบไหล่ตะวัน ความอึดอัดที่มีค่อยๆ คลายออกมา
“ดีใจด้วยนะ ปู่บอกแล้ว หนูโรสเป็นคนดี พระต้องคุ้มครอง”
“นายกับหนูโรส เกิดมาเป็นคู่แท้กันจริงๆ”
ตะวันยิ้มรู้สึกโล่งใจมากที่ทุกคนยิ้มให้กำลังใจ สักพักหมอเดินออกมา ทุกคนหันไปมองทั้งรอยยิ้ม
“ว่าที่เจ้าสาวของผมจะหายดีเมื่อไหร่ครับ” ตะวันถามทั้งรอยยิ้ม หมอหน้าเครียด
“ผู้ป่วยพยายามหายใจเอง นั่นหมายความว่าสมองของผู้ป่วยทำงานได้แล้ว” ทุกคนยังยิ้มๆ ให้กันอยู่ “แต่ระยะนี้ยังต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจอยู่บ้าง แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ แม้หายใจได้ แต่ผู้ป่วยจะยังคงไม่มีสติ หรือบางที…”
หมอก้มหน้ารู้สึกหนักใจมากที่จะบอกออกไป ตะวันแทบคลั่ง
“บางทีอะไร”
“บางทีต่อจากนี้ไปอาจไม่มีอาการตอบสนองใดๆ อีกเลย”
กิตติทัตมองหมอสีหน้าเครียด ทุกคนจากที่มีรอยยิ้ม รอยยิ้มเริ่มจางลง ตะวันมีสีหน้าเครียดจัด ไม่มีรอยยิ้มหลงเหลือบนใบหน้า

ภายในห้องทำงานหมอ หมอและกิตติทัตกำลังช่วยกันอธิบายให้ตะวันและทุกคนฟัง หมอชี้ไม้ไปที่รูปการระบบการทำงานของสมองที่ติดอยู่บนผนัง ตะวันหน้าเครียด หมอยื่นแฟ้มให้อ่าน ตะวันยิ่งเครียดหนักก่อนจะถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม แล้วจ้องตาหมอ
“หมอต้องทำให้โรสหายเป็นปกติ หมอต้องทำให้ได้”
“เฮ่เยๆ ใจเย็นก่อนสิวะตะวัน” ชาญปลอบ ตะวันอ้อนวอนกับกิตติทัต
“หมอต้องช่วยโรสรินให้ได้นะครับ”
กิตติทัตถอนใจ
“ผมปรึกษากับนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองแล้วนะครับ เค้าแนะนำว่าคนที่ช่วยผู้ป่วยได้คือคุณ”
ตะวันและทุกคนอึ้งไป
“หมอทัตหมายความว่ายังไง ตะวันจะช่วยโรสได้ยังไง” ณรงค์ถามอย่างแปลกใจ
“ปกติแล้วการกระตุ้นและซ่อมแซมสมองส่วนที่ยังหลงเหลือ ทำได้ด้วยการสัมผัสทางกายและทางเสียง วิธีนี้จะช่วยสร้างเครือข่ายประสาทขึ้นใหม่ครับ ซึ่งจะช่วยให้โรสรินฟื้นฟูสภาพร่างกายได้เร็วขึ้น”
“สัมผัสจากคนที่โรสรินรักงั้นเหรอ”

ตะวันหันกลับมองหน้าทุกคน ทุกคนยิ้มอย่างให้กำลังใจ

วันต่อมาภายในห้องพักในโรงพยาบาลอีกห้อง น้ำค้าง อุษาวดี อึ่ง อาทิตย์ อยู่ข้างเตียงของพีระ
“ห๊า โรซี่อาจจะเป็นเจ้าหญิงนิทรา โธ่โรซี่” พีระนอนเข้าเฝือกทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า “น้ำค้าง อุษา เด็กๆ พาฉันไปเยี่ยมโรซี่หน่อย เดี๋ยวนี้เลย”
“ดูอาการตัวเองบ้างสิ รอดตายก็บุญแค่ไหนแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงยัยโรสนะพี่พี ตอนนี้หมอกับคุณตะวันดูแลอย่างใกล้ชิด อุษาว่าพี่พีห่วงตัวเองก่อนเถอะ”
“นี่คนหรือมัมมี่ครับเนี่ย” อาทิตย์ถาม
“นี่ฉันเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย รู้สึกตึงเปรี๊ยะไปทั้งร่าง” พีระถามเพราะยังไม่สภาพตัวเอง
“ไม่เท่าไหร่หรอก ก็แค่กระดูกหัก กระดูกร้าว ข้อเท้าเคลื่อน เส้นเอ็นอักเสบ แล้วก็…”
“พอแล้ว รอดมาได้ไงวะเนี่ย”
“ไม่ต้องกังวลหรอกน่า ฉันสัญญาว่าฉันจะดูแลนายจนกว่าจะหายดี” น้ำค้างบอก พีระชูนิ้วก้อย
“จริงนะ”
น้ำค้างชูนิ้วก้อย
“ล้านเปอร์เซ็นต์”
น้ำค้าง พีระ เกี่ยวก้อยกัน อุษาวดี อึ่ง อาทิตย์ มองยิ้มแซวๆ
“ฮั่นนั๊นแน๊ อ่ะ กิ๊วๆ กุ๊กกิ๊กๆ”
น้ำค้างกับพีระ ยิ้มเขินๆ อายๆ

มุมหนึ่งในโรงพยาบาล ณรงค์มีสีหน้าเครียด ขณะที่ตะวันมองตาอย่างขอร้อง
“ผมขอให้โรสอยู่ที่ไร่ตะวันนะครับ ผมจะดูแลโรสอย่างดีที่สุด ผมจะไม่ยอมห่างโรสไปไหนอีกแล้ว”
“ตอนนี้อาการของโรสรินปลอดภัยแล้ว อีกไม่นานก็ถอดเครื่องช่วยหายใจได้ ไม่ต้องส่งตัวไปกรุงเทพฯ ก็ได้ครับ” กิตติทัตบอก
ณรงค์จับมือมองตาตะวัน อย่างเชื่อมั่นในตัวตะวัน
“ตกลงฉันรู้ว่าฉันฝากชีวิตของโรส คนที่ฉันรักมากที่สุดในชีวิตไว้กับนายได้ ตะวัน”
“ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวผมนะครับ”
“ไอ้ณรงค์ ถ้าหนูโรสหายดีเมื่อไหร่” ชาญกับณรงค์ฮัมเพลงแต่งงาน
“แถ่นแทนแทนแทน แถ่นแท้นแถ่นแทน”
“แต่งงานทันที เว้ยเฮ้ย”
“เย้”
ตะวันยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

หลายวันต่อมา ตะวันย้ายโรสรินมารักษาตัวต่อที่ไร่ของเขา ภายในห้องพักโรสรินถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีช่อดอกกุหลาบพันธุ์ต่างๆ หลากหลายสีสัน จัดวางตามมุมต่างๆ ทั่วทั้งห้อง ตะวันปักช่อกุหลาบลงแจกันวางข้างๆ เตียงโรสริน
โรสรินนอนบนเตียง ยังไม่มีสติรับรู้ แต่หายใจด้วยตัวเองได้แล้ว ตะวันนั่งอยู่ข้างๆ เตียงเกาะกุมมือเธอไว้ ตะวันเศร้ามากถ้าแลกชีวิตกับเธอได้เขาคงแลกไปแล้ว
“เข้มแข็งไว้นะครับคุณโรส เราจะมีชีวิตคู่ด้วยกันนะครับ” ตะวันหอมหน้าผากโรสรินเบาๆ “เวลาที่เหลือของผม ไม่ว่าอะไรที่ผมทำให้คุณมีความสุข ผมทำได้ทุกอย่าง”
ตะวันจูบที่มือโรสรินอย่างแผ่วเบา อึ่ง อาทิตย์ เดินถือกาละมังใส่น้ำอุ่นเข้ามา
“น้ำอุ่นมาแล้วครับพี่ตะวัน”
ตะวันลูบหัวอาทิตย์ อึ่ง
“ขอบคุณครับ”
อาทิตย์ อึ่ง เดินไปแตะตัวจับแขนโรสริน
“หายไวๆ นะครับพี่กุหลาบของผม”
“หายไวๆ นะจ๊ะพี่นางฟ้า”
แล้วอึ่งกับอาทิตย์ก็เดินออกไป ตะวันเริ่มเช็ดตัวให้โรสรินอย่างทะนุถนอม ทุกสัมผัสทุกการกระทำเต็มไปด้วยความรักเปี่ยมล้มหัวใจ

เวลาผ่านเวลา ตะวันบีบนวดมือ นวดเท้าให้โรสริน ทำการภาพบำบัดให้ เขาลูบผมเธอ จูบหน้าผากเบาๆ
ตะวันตัดเล็บนิ้วมือ นิ้วเท้าให้ เขาจัดดอกไม้ในห้องให้สวยอยู่ตลอดเวลา ตะวันนั่งเล่นกีต้าร์ร้องเพลงให้โรสรินฟัง เขานอนฟุบหลับไปพร้อมกับเธอ

ที่ไร่ตะวัน ตะวัน แย้ กำลังช่วยกันเก็บดอกกุหลาบอยู่
“หลายวันแล้วนะลูกพี่ คุณโรสไม่มีวี่แววจะฟื้นเลย”
“ไม่ว่ายังไงฉันก็จะดูแลเธอไปตลอดชีวิต”
กิตติทัตกับอุษาวดีเดินเข้ามา ตะวัน แย้ หันไปเห็นพอดี
“สวัสดีครับ ผมกับคุณอุษามาเยี่ยมโรสน่ะครับ”
“แล้วก็มาเยี่ยมพี่พีด้วยค่ะ ไม่ยอมกลับบ้าน บอกว่าจะให้น้ำค้างดูแล อุษาก็เลยต้องเยี่ยมซะหน่อย”
“เชิญครับ เดี๋ยวผมเก็บดอกไม้ให้โรสเสร็จแล้ว ผมจะรีบตามไป”
“ยัยโรสโชคดีจังเลยนะคะที่มีคุณตะวันเป็นคนรัก”
“ไม่หรอกครับ ผมต่างหากที่โชคดี ที่เกิดมาเจอรักแท้ รักเดียวตลอดชีวิต”
“โอ๊ย หวานแสบตับ” แย้แซว ทุกคนยิ้มให้กัน

ตะวัน ชาญ ช่วยกันประดับตกแต่งดอกกุหลาบในห้องโรสริน กิตติทัต อุษาวดีนั่งอยู่ข้างๆ เตียง
“คุณหนูโรสตื่นมาจี๊ดส์ได้แล้ว หลับนานเกินไปแล้วนะ”
“หนูโรส ไม่ทักกันหน่อยเหรอลูก”
ตะวันเดินมาใกล้ๆ เตียง รวมกับทุกคน ตะวันหอมหน้าผากโรสริน
“ที่รัก หมอทัตกับคุณอุษามาเยี่ยมคุณนะครับ”
กิตติทัตยิ้มให้ตะวันอย่างให้กำลังใจ
“คุณเป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของโรส แต่ก็ต้องพักผ่อนต้องดูแลตัวเองด้วยนะครับ”
“จ้างพยาบาลคอยดูแลพิเศษมั้ยคะ คุณตะวันยังมีเรื่องงานต้องรับผิดชอบอีกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ”
“ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญกับผมเท่าคุณโรส ผมมีความสุขที่ได้ทำทุกอย่างให้เธอครับ”
ตะวันช่วยนวดทำกายภาพบำบัดให้โรสริน ทุกคนมองอย่างซาบซึ้งในความรัก พลันเสียงพีระร้องลั่นดังขึ้น ทุกคนหันขวับมองไปตามเสียงร้อง
“โอ๊ย ช่วยด้วย”

พีระที่เข้าเฝือกทั้งตัว นอนหมดสภาพร้องโอดโอยข้างๆ แปลงกุหลาบ โดยมีไม้ค้ำยัน กรรไกรและตะกร้า ตกอยู่ข้างๆ แปลงกุหลาบ
“โอย รวดร้าวไปทั้งตัวและหัวใจ โอย ช่วยด้วย”
กิตติทัต อุษาวดี วิ่งเข้ามาเห็นพีระนอนที่พื้นก็ตกใจ
“อ้าว หมอ ยัย อุษา”
น้ำค้างวิ่งถือตะกร้าดอกไม้เข้ามา
“อ้าว มากันตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย” น้ำค้างถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นกิตติทัตกับอุษาวดี
“สักพักแล้วค่ะ พอดีไปเยี่ยมยัยโรสก่อน น้ำค้างสบายดีนะ”
“ค่ะ พอจบเรื่องร้ายๆ แล้วทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ หมอทัตกับคุณอุษา อยู่นานรึเปล่าคะเนี่ย”
“คง 2-3 วันมั้งคะ”
“คุณหมอพักที่นี่ก็ได้นะคะ”
“ขอบคุณมากนะน้ำค้าง”
พีระที่นอนอยู่ที่พื้นมองค้อนทุกคน
“ไปหาร้านกาแฟชิลๆ คุยกันมั้ย ปัดโธ๊ ช่วยกันก่อนสิ”

ทุกคนช่วยกันพยุงตัวพีระให้ลุกขึ้น น้ำค้างยื่นไม้ค้ำยันให้
“บอกให้อยู่เฉยๆ นี่ทะเล่อทะล่าออกมาทำไมห๊ะ พูดไม่ฟังเลย ดื้อเป็นเด็กๆ ไปได้”
“ฉันก็แค่อยากทำตัวให้มีประโยชน์ ช่วยเธอทำงานบ้าง ฉันไม่อยากเป็นไอ้เดี้ยง นอนพะงาบๆ เฉยๆ ไม่มีค่า ไม่มีความหมายอะไรเลย”
“ต่อให้นายไม่ต้องทำอะไร นายก็มีความหมายกับฉัน ไม่งั้นน่ะฉันไม่รับใช้ดูแลนายหรอก รู้ไว้ซะด้วย”
กิตติทัต อุษาวดีอมยิ้มกับความน่ารักของคู่พีระ กับน้ำค้าง
“ฝากพี่ชายฉันด้วยนะน้ำค้าง” อุษาวดีบอก
“ค่ะ ถ้าทำตัวน่ารักก็จะดีด้วย แต่ถ้าดื้อละก็ โดนแน่”
“จ้า กลัวแล้วจ้ะ”
แล้วน้ำค้างก็ประคองพาพีระเดินออกไป กิตติทัต อุษาวดียิ้มๆ มองตาม
“ที่ท้ายไร่วิวสวยดีนะครับ ไปเดินเล่นกันมั้ย” กิตติทัตเอ่ยชวน
“ไปสิคะ”
กิตติทัตเดินไปกับอุษาวดี เขาเขยิบเข้าไปใกล้ๆ แล้วเกี่ยวก้อยเธอ อุษาวดียิ้มเขินๆ แล้วเดินเกี่ยวก้อยไปกับกิตติทัตอย่างมีความสุข

คืนนั้นตะวันห่มผ้าให้กับโรสริน เธอยังนอนหลับอยู่บนเตียง ตะวันนั่งอยู่ข้างเตียง เกาะกุมมือเธอไว้
“คุณรู้อะไรมั้ย วันแรกที่ผมเจอคุณ ผมยังจำได้ไม่มีวันลืมเลย”
แล้วภาพในอดีตก็หวนกลับมา เป็นภาพแรกที่ตะวันเจอโรสรินครั้งแรก ตะวันอมยิ้มเมื่อนึกถึงภาพในอดีต
“คุณสวย สวยอย่างที่ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนสวยเท่าคุณมาก่อน”
ตะวันนึกถึงตอนที่โรสรินเหวี่ยงวีนทะเลาะกับเขา เขาอมยิ้มออกมาอีกครั้ง
“แล้วเชื่อมั้ย ผมไม่เคยเจอใครเหวี่ยง วีน ร้าย และจี๊ดส์ ได้เท่าคุณเลย” ตะวันจูบหน้าผากโรสรินเบาๆ “ผมยังไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่ผมไม่อยากแม้แต่จะคบหาอย่างคุณ สุดท้ายจะกลายเป็นผู้หญิงที่ผมรัก รักหมดหัวใจ”
ตะวันจูบหน้าผากโรสรินอีกครั้ง
“เริ่มหนาวแล้วนะครับ เดี๋ยวผมเอาถุงเท้ามาใส่ให้นะ” ตะวันจะลุกขึ้น แต่พลันก็ต้องตะลึง เพราะโรสรินยังจับมือตะวันไว้ เขา อึ้งสุดๆ กับการตอบสนอง แม้เพียงเล็กน้อยของโรสริน “คุณโรส คุณรู้สึกตัวแล้วเหรอ คุณโรส คุณได้ยินผมแล้วใช่มั้ย คุณโรสบอกผมสิครับ คุณโรส”
โรสรินไม่มีอาการตอบสนองอีก แต่ทว่าน้ำตาค่อยๆ ไหลออกมา ตะวันยิ้มออกมาอย่างดีใจ วันที่รอคอยเหมือนจะใกล้เข้ามาแล้ว
“คุณรับรู้แล้วใช่มั้ย คุณรู้สึกตัวแล้วใช่มั้ย”
ตะวันตื้นตันมากบีบมือโรสริน แล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

เช้าวันใหม่ ตะวัน ชาญ น้ำค้าง พีระซึ่งยังเข้าเฝือกอยู่ อุษาวดี กิตติทัต ตักบาตรพระ พระให้พร แล้วเดินออกไป ทุกคนยิ้มออกมาสีหน้าอิ่มสุข
“ขอให้ผลบุญที่ได้ทำมาในชาตินี้ ช่วยหนุนนำให้หนูโรสหายไวๆ ด้วยเถิ้ด”
พีระสะกิดๆ ชาญ
“ช่วยส่งผลบุญมาให้ผมหายไวๆ ด้วย”
“เออๆ แบ่งให้ก็ได้”
ตะวันยิ้มออกมา สีหน้าแววตามีความหวังมาก
“โรสกำลังจะกลับมาหาพวกเราแล้วนะครับ”
“โรสแค่รอวันตื่นจากการหลับเท่านั้นเองครับ”
“ถ้าพี่โรสเริ่มมีอาการตอบสนองอย่างที่พี่ตะวันบอกจริงๆ อีกไม่นานพี่โรสต้องหายดีแน่ๆ”
ตะวันขยี้หัวน้ำค้าง
“เตรียมตัวให้พร้อมเป็นเพื่อนเจ้าสาวนะ ถ้าโรสหายดีเมื่อไหร่ พี่จะแต่งงานทันที”
พีระ ชาญ น้ำค้าง หันไปGive me five กัน
“เยส”
“ขอตัวไปดูแลโรสก่อนนะครับ”

แล้วตะวันก็เดินออกไป ทุกคนมองตามอย่างส่งใจช่วยให้โรสรินหายไวๆ

ตะวันวางดอกไว้ข้างเตียงโรสริน แล้วนั่งข้างๆ ตัดเล็บให้เธอ ยิ้มมองพูดกับเธอ
“ผมรอให้คุณกลับมาไม่ไหวแล้วนะครับ ผมรอได้ยินคำว่ารักจากคุณไม่ไหวแล้วถ้าสงสารผม คุณต้องรีบฟื้น รีบฟื้นกลับมานะโรส” ตะวันจับมือโรสริน แล้วจูบลงที่มือ “ให้ผมร้องเพลงให้ฟังมั้ย แต่ห้ามบ่นว่าร้องไม่เพราะนะครับ”
ตะวันเอื้อมมือไปจะหยิบกีตาร์ แต่แล้วพลันต้องชะงักเมื่อสังเกตว่าเปลือกตาโรสรินขยับ นิ้วมือขยับเบาๆ เขามองเธออึ้ง ค่อยๆ มีรอยยิ้ม
“โรส คุณฟื้นแล้วใช่มั้ย ฟื้นสิโรส”
เปลือกตาเธอค่อยๆ ขยับ ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ตะวันดีใจตื้นตันกับภาพตรงหน้าที่เห็น อาทิตย์ อึ่ง เดินถือกาละมังเช็ดตัวเข้ามา
“โปรดทราบๆ ได้เวลาเช็ดตัวแล้วจ้า”
ตะวันหันไปบอกอึ่งกับอาทิตย์ที่เดินเข้ามาพอดี
“รีบไปตามหมอทัต มาเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวนี้”
อึ่ง อาทิตย์ ลนลานรีบเดินออกไปเลย
“จ้าๆ ด่วนจี๋เลยจ้า”

ตะวันนั่งข้างๆ โรสรินจับมือเกาะกุมมือเธอไว้แน่น ยิ้มอย่างดีใจมาก โรสรินค่อยๆ ลืมตาขึ้น หันมามองหน้าตะวัน เธอทำท่าคิด ดูมีอาการเหนื่อยๆ
“นายตะวัน” โรสรินมองเห็นมือของตะวันเกาะกุมมือเธออยู่ “ปล่อยมือฉันนะ” ตะวันมองหน้าโรสรินอย่างแปลกใจ ทำไมเหมือนเธอดูเหมือนห่างเหิน โรสรินพยายามแกะมือตะวันออก แต่ก็ไม่มีแรงพอ “ไม่มีแรงเลย ฉันเป็นอะไรของฉัน ปล่อยมือฉัน”
ตะวันไม่เข้าใจทำไมโรสรินต้องทำเหมือนห่างเหินเขาด้วย
“โรสริน” ตะวันอึ้งอย่างสุดๆ

โรสรินกินยากลืนน้ำตาม กิตติทัตตรวจร่างกาย วัดชีพจรเธอ โรสรินนั่งอยู่แต่ยังดูเพลียๆ ตะวันสีหน้าเครียดๆ ยืนมองดูห่างๆ
ทุกคนยิ้มๆ อย่างดีใจที่โรสรินฟื้นขึ้นมาจากการสลบไปหลายวัน มีเพียงที่ตะวันหน้าเครียด ยังสงสัยและคาใจไม่หายกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของโรสริน
“อาการดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลย อีกหน่อยก็เดินได้สบายแล้ว” กิตติทัตบอกโรสริน
“เธอสลบไปนานเลยนะโรส พวกเราดีใจมากที่เธอกลับมานะ” อุษาวดีลอก โรสรินพยายามนึก
“สลบเหรอ”
“ที่อาการดีได้แบบนี้ คงเป็นเพราะได้กำลังใจดีจากตะวันน่ะสิ เอาแล้วเว้ยๆ เตรียมตัวตัดชุดหล่อ ชุดสวยไปงานแต่งกันได้แล้วพวกเรา” ชาญบอก โรสรินหันมองหน้าทุกคนอย่างแปลกใจ
“แต่งงาน ฉันนี่นะ จะแต่งงานกับ…” โรสรินชี้ตะวัน “หมอนี่”

ทุกคนมองโรสรินอย่างอึ้งๆ
“อ้าว ไม่แต่งกับตะวันแล้วโรซี่จะแต่งกับใคร” พีระถาม
“ไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ใช่นายตะวันแน่นอน”
ทุกคนอึ้งไปกันใหญ่เลยทีนี้
“เดี๋ยวๆๆ หมายความว่ายังไง ปู่งงไปหมดแล้วเนี่ย”
ตะวันเดินเข้าไปนั่งข้างโรสริน แล้วมองตาเธอ
“คุณโรส คุณจำผมไม่ได้จริงๆ เหรอ”
“นี่ ฉันสลบไปก็จริง แต่ฉันก็ไม่ได้ความจำเสื่อมนะ”
“ไม่จริง คุณจำผมไม่ได้”
“ทำไมฉันจะจำคนปากเสีย บ้าอำนาจเผด็จการอย่างนายไม่ได้ล่ะ ฉันต้องมาอยู่ที่นี่เพราะสัญญาบ้าๆ ที่ปู่เราตกลงกัน เคลียร์มั้ย”
“คุณจำไม่ได้เลยเหรอว่าเรารักกัน”
“รัก? ฉันเนี่ยนะ รักนาย”
ตะวันคว้ามือโรสรินมาจับเลย โรสรินจะแกะมือออกแต่ตะวันจับแน่น
“เรารักกัน คุณเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตผม”
“ไม่ ฉันไม่เคยรักใคร ฉันไม่เคยรักนาย ปล่อยฉัน ปล่อย”
ทุกคนเหวอไปกันหมดกับอาการของโรสริน
“เป็นไปไม่ได้ คุณจำผมได้ แต่จำไม่ได้ว่าเรารักกัน เรารักกันนะโรส เรากำลังจะแต่งงานกัน ผมรักคุณ คุณกำลังจะเป็นเจ้าสาวของผม”

โรสรินรู้สึกสับสนมากที่ตะวันเร่งเร้าคาดคั้น รู้สึกปวดหัวขึ้นมา
“ไม่ ไม่ เราแค่รู้จักกัน แค่คนรู้จักกัน โอ๊ย ทัตช่วยด้วย โรสปวดหัว”
“ถ้าแค่รู้จักกันคุณจะยอมตายแทนผมได้ยังไง! คุณต้องจำได้สิว่าเรารักกันโรส เรารักกัน”
โรสรินคิด คิดจนปวดหัว จับที่หัว
“ไม่ ไม่ ไม่ใช่ ฉันจำไม่ได้ โอ๊ย โอ๊ย”
“โรส”
โรสรินกุมหัวมีอาการกลัวๆ ไม่ไว้ใจ กิตติทัตดันตัวตะวันออกไป
“คุณตะวันออกไปก่อน ตอนนี้โรสคงเครียดมาก อย่าเพิ่งคาดคั้นเลยครับ”
ตะวันแทบจะไม่เชื่อตัวเอง ที่โรสรินจำเขาได้ แต่จำไม่ได้ว่าเคยรักกัน!

อีกด้านหนึ่งที่โรงแรมควีนโรส ณรงค์มองรูปโรสรินบนหน้าจอไอแพดอย่างคิดถึงๆ
“คิดถึงคุณโรสจังเลยค่ะท่านประธาน”
“ไม่รู้จะฟื้นเมื่อไหร่ เฮ้อ”
ณรงค์เปิดดูรูปเรื่อยๆ แต่แล้วก็ชะงักที่รูปต่อไปเป็นรูปยุนอาทำท่าซารังแฮโย ณรงค์หันมองตาเขียว!
“ตัวอะไร”
“แหะๆ พอดีแอบถ่ายเล่น ลืมลบรูป”
เสียงโทรศัพท์มือถือณรงค์ดังขึ้น ณรงค์มองหน้าจอแล้วกดรับ
“ว่าไง ไอ้ชาญ” ณรงค์ยิ้มกว้างดีใจ “ห๊า หนูโรสฟื้นแล้ว เย้ๆ”
ณรงค์กับยุนอาดีใจกันใหญ่

ที่ชานบ้านตะวัน ชาญคุยโทรศัพท์สีหน้าเครียด
“หนูโรสฟื้นแล้ว แทบจะหายดีแล้ว แต่หนูโรสจำไม่ได้ว่าเคยรักตะวัน”
ณรงค์ถึงกับช็อกไป กับเรื่องเซอร์ไพร์ส
“เฮ้ย มันเป็นไปได้ยังไงวะ ถ้าหนูโรสจำไม่ได้ แล้วหลานเราจะได้แต่งงานกันเหรอวะ”
ชาญถอนใจระบายความเครียดที่มันแน่นอก
“นี่แหล่ะปัญหา เฮ้อ”
ชาญถอนใจออกมาอีกครั้งอย่างกลัดกลุ้ม

ภายในห้องนอนโรสริน โรสรินยังคงนอนเพลีย พีระ น้ำค้าง อุษาวดี กิตติทัต อยู่ข้างเตียง
“ตกลงก่อนเกิดเรื่องที่ท่าเรือ โรซี่จำอะไรได้บ้าง”
โรสรินพยายามนึกแล้วก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมา
“เดชา เดชาบอกให้ไปหา แล้วฉัน ฉัน ฉันจำไม่ได้” โรสรินกุมหัว ปวดหัวมาก “โรสอยากกลับบ้าน โทรบอกปู่ให้หน่อย ให้มารับเดี๋ยวนี้”
“คุณตะวันไม่ยอมให้เธอกลับแน่ๆ ยัยโรส” อุษาวดีบอก
“นายนั่นไม่มีสิทธิ์บังคับฉัน”
“โรส จำเรื่องราวของโรสกับคุณตะวันไม่ได้เลยเหรอ”
โรสรินคิดแล้วส่ายหน้า
“คิดแล้วปวดหัวทุกที อย่ามีใครพูดถึงเขาอีกได้มั้ย”
“คุณตะวันเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตโรสนะ”

“แค่ความผูกพัน โรสยังไม่รู้สึกกับเค้าเลย”

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 15 (ต่อ)

ตะวันที่ยืนหน้าประตูห้อง ถึงกับช็อกไป
“แต่ตะวันเป็นผู้ชายคนแรกที่โรซี่รัก” พีระบอก
“เลิกพูดแบบนี้ซะที ไม่จริง ทุกคนพูดเรื่องอะไร โรสกับเค้าไม่ได้รักกัน ไม่เคยรักกัน จะให้โรสกลับมารักเค้า ทั้งๆ ที่ไม่รู้สึกอะไรกับเค้าเลยเหรอ พอได้แล้ว โรสไม่อยากฟังเรื่องนายตะวันอีกแล้ว”
ทุกคนมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อ โรสรินมองที่มือตัวเองเห็นแหวนอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย โรสรินจะถอดออก น้ำค้างรีบห้าม
“อย่าค่ะพี่โรส พี่ตะวันเป็นคนให้พี่โรสนะคะ”
“ฉันไม่อยากได้ ฝากคืนเค้าด้วยนะ” โรสรินยื่นแหวนให้น้ำค้าง
ตะวันมองทุกคนอยู่หน้าประตูห้อง สีหน้าเครียดกับความทรงจำที่หายไปของโรสริน กิตติทัตหันไปมองเห็นตะวันหน้าเครียดอยู่หน้าห้องก็อยากช่วยแก้ปัญหา

กิตติทัตอธิบายให้ตะวันฟัง ชาญ อึ่ง อาทิตย์นั่งฟังอยู่ด้วย แย้นั่งท้าวคางฟังอย่างสงสัยๆ
“ทำไมโรสรินถึงจำผมไม่ได้ ผมไม่อยากเชื่อ”
“ตอนนี้ โรสจำได้แค่บางช่วงเวลาเท่านั้น โรสรู้ว่าคุณคือใครแต่ความทรงจำบางอย่างที่มีกับคุณมันหายไป ซึ่งความทรงจำที่หายไปนั้น อาจจะไม่ได้หายไปจริงๆ หรอกนะครับ”
“หมายความว่าไง ยิ่งพูดยิ่งงงยิ่งงงก็ยิ่งงง เฮ้อ พูดแล้วงง”
ตะวันสนใจที่กิตติทัตอธิบาย
“ที่ว่าไม่ได้หายไปก็คือ ความทรงจำนั้นมันยังคงถูกเก็บไว้อยู่ หลักการทำงานของระบบสมองมันซับซ้อนมากนะครับ ความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนไว้ อาจเกิดจากเพราะความกลัวหรือสาเหตุใดๆ ก็ตาม และการที่จะทำให้ความทรงจำส่วนนั้นกลับคืนมาอาจจะง่ายๆ เหมือนแค่เปิดก๊อกน้ำ เพียงแต่ว่าเรารู้วิธีเปิดรึเปล่าเท่านั้นเอง”
ตะวันมีสีหน้าครุ่นคิด

ตะวันนั่งเหม่อมองวิวทิวทัศน์สีหน้าเครียดๆ ยังไม่เข้าใจว่าทำไมโรสรินถึงจำความรักระหว่างเราไม่ได้ น้ำค้างพยุงพีระเดินมานั่งลงข้างๆ พีระนั่งลงด้วยแต่อย่างยากลำบากเพราะติดเฝือก น้ำค้างยื่นแหวนพี่ชายอย่างเข้าใจความรู้สึก
“พี่โรสให้เอามาคืน”
“พี่ไม่รับคืน เอากลับไปคืนให้โรสซะ”
น้ำค้างเก็บแหวนไว้มองตะวันอย่างเห็นใจ
“หมอทัตเล่าให้ฟังแล้วนะ เรื่องความทรงจำที่หายไปของโรซี่น่ะ ฉันว่าคนที่จะเปิดก๊อกความทรงจำของโรซี่ได้มีแค่นาย นายคนเดียวเท่านั้น” ตะวันถอนใจเครียดๆ พีระตบไหล่ให้กำลังใจ “ในฐานะที่นายเป็นคนรักของโรสริน นายรู้ใช่มั้ยว่าโรซี่กลัวอะไรมากที่สุด”
“ความรัก”
“โรซี่ปิดกั้นตัวเองจากความรักมาตลอด แล้วพอวันหนึ่งโรซี่เปิดใจรับความรักจากนาย แต่มันก็มีหลายครั้งที่ความรักทำให้เธอต้องเจ็บปวด บางทีมันอาจเป็นสาเหตุให้โรซี่กลัว กลัวจนเลือกที่จะไม่จดจำมัน”
“ต่อให้ผมต้องบอกรักเธอซ้ำๆ ร้อยครั้งพันครั้งทุกวันทุกนาที ผมก็จะทำจนกว่าเธอจะจำความรักของเราได้”
“แต่น้ำค้างว่า ถ้าพี่ตะวันทำแบบนี้ พี่โรสก็จะยิ่งปิดกั้นไม่รับฟังเลยนะคะ ของแบบนี้คงต้องค่อยเป็นค่อยไปนะ”
“ฉันกับน้ำค้างเป็นกำลังใจให้นาย” พีระชูสองนิ้ว “สู้เว้ยเฮ้ย”
ตะวันยิ้มอย่างมีกำลังใจขึ้นมา
“ผมทำให้เธอรักได้แล้ว จะทำให้เธอรู้ว่ารักอีกครั้งคงไม่ยากจนเกินไป”

พีระ น้ำค้าง ยิ้มให้กำลังใจตะวัน

ขณะนั้นโรสรินนั่งอยู่ที่เตียงคุยโทรศัพท์กับณรงค์ ยืนยันหนักแน่น
“โรสอยากกลับแล้ว ปู่มารับโรสนะคะ ให้โรสไปพักฟื้นที่บ้านของเราก็ได้ อ้อแล้วอีกอย่าง นายตะวันบอกว่าโรสกับเค้ารักกัน โรสรับไม่ได้”
ณรงค์คุยโทรศัพท์กับโรสริน ถอนใจอย่างเอือมๆ
“โรสกับตะวันรักกันจริงๆ นะลูก ถ้าไม่รัก หนูคงไม่ยอมตายแทนเขาหรอก ที่เจ็บหนักนี่ก็เพราะช่วยชีวิตเขาไว้”
โรสรินอึ้งๆ ไป พยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออก
“แต่โรสจำเรื่องราวตรงนี้ไม่ได้เลย โรสจะรักเค้าได้ยังไงคะปู่ ไม่รู้ล่ะ มารับโรสเดี๋ยวนี้”
“ปู่ให้สัญญาลูกผู้ชายกับตะวันไว้แล้วว่าจะให้เขาดูแลโรส จนกว่าโรสจะหายดีเอาไว้ถ้าโรสหายดีร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อไหร่ เราค่อยว่ากันอีกที ตามนี้” ณรงค์วางหู โรสรินกดโทรหาณรงค์อีก แต่ปู่ไม่รับสาย
ยุนอาจับโทรศัพท์ณรงค์เอาไว้
“ใจแข็งค่ะ ท่านประธาน”
“นี่ฉันต้องอยู่ทนเห็นหน้าหมอนั่นอีกจริงๆ เหรอ” โรสรินบ่นออกมา

เช้าวันใหม่ที่ไร่ตะวัน โรสรินฝึกเดินมือจับที่ราว น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ พีระ คอยดูแล ให้กำลังใจอยู่ข้างๆ
“โรซี่สู้ๆ นะ ดูพีเป็นตัวอย่าง เดี้ยงขนาดนี้พียังเดินได้เลย”
“พี่โรสลองเดินแบบไม่ต้องใช้walker นะคะ”
โรสรินค่อยๆ ปล่อยมือออกจากราวจับ แล้วพยายามเดินด้วยตนเอง ทุกคนมองลุ้นเอาใจช่วย โรสรินออกแรงเดิน แต่ขาอ่อนแรงล้มไป ตะวันจับโรสรินทันที โรสรินเงยหน้าขึ้นเห็นตะวัน อึ้งไป
“ตะวัน”
“น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ พี่ขอดูแลโรสเอง คุณพีไปพักผ่อนเถอะครับ” ตะวันบอกทุกคน

พีระ น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ มองหน้ากันอย่างรู้ความต้องการของตะวัน ก็ทำมือโอเคให้ตะวัน แล้วทั้งหมดก็เดินออกไป
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อน อย่าทิ้งฉันไว้กับนายตะวัน กลับมานะ” โรสรินจะตาม ตะวันจับเธอทันที “ปล่อยฉันนะตะวัน”
“คนรักกัน ทำไมต้องรังเกียจกันด้วยล่ะ”
“ฉันไม่ได้รังเกียจ แต่ฉันไม่ได้รักนาย”
“ก็แค่จำไม่ได้ว่าเคยรัก ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้รักกัน”
“ปล่อยฉัน”
“ถ้าปล่อย คุณก็ล้ม ผมไม่ปล่อยหรอก ทีคุณยังยอมเสี่ยงตายมาช่วยชีวิตผม คุณยังไม่ปล่อยให้ผมเป็นอันตรายเลย ลองคิดดูสิ คุณจำได้มั้ย”
โรสรินพยายามคิดแล้วส่ายหน้าช้าๆ
“ฉันยังไม่อยากคิดเรื่องของนายในตอนนี้”
ตะวันซึมไป แต่ยิ้มอย่างไม่ท้อ
“ผมก็ไม่อยากให้คุณคิดถึงเรื่องของผม แต่ขอให้คุณคิดถึงเรื่องของเรา”
“ฉันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ปล่อยฉัน ฉันจะฝึกเดิน”

ตะวันค่อยๆ ปล่อยและประคองโรสรินไปที่ walker โรสรินเดินอย่างไม่สนใจตะวัน ตะวันมองอย่างไม่ยอมท้อถอย

เวลาผ่านไป พีระนอนงีบหลับอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน อาทิตย์กับอึ่งกำลังสนุกกับการระบายสีเฝือกของพีระ อึ่งกับอาทิตย์ระบายสี แดง เหลือง เขียว ตามเฝือก อย่างกับสัญญาณไฟจราจร พีระค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น อึ่ง อาทิตย์ หัวเราะคิกคัก พีระตกใจที่เห็นเฝือกของตัวเองถูกระบายสีอย่างสนุกสนาน

“เฮ้ย มาระบายสีอะไรตรงนี้เนี่ย”
“อยากระบายสีครับ” อาทิตย์บอก
“แต่กระดาษหมด” อึ่งบอก
“แล้วมันใช่เรื่องมั้ยที่ต้องมาระบายที่ขาฉัน ฟาดก้นซะทีดีมั้ยห๊ะ”

อึ่ง อาทิตย์ วิ่งหัวเราะออกไปอย่างสนุกสนาน น้ำค้างเดินถือถาดใส่อาหารไทยพวกน้ำพริก ผักต้ม ปลาทอด แกงจืดมาให้ น้ำค้างขำเมื่อเห็นสภาพพีระ
“นี่คนหรือสัญญาณไฟจราจรเนี่ย”
“ยังจะมาขำอีก”
น้ำค้างวางสำรับกับข้าวลง
“มากินข้าวได้แล้วคุณชาย”
พีระเดินเข้าไปหา
“น่ากินทั้งนั้นเลย” พีระกำลังจะกินข้าว พลันนึกอะไรขึ้นได้ “เออนี่ ฉันคิดๆ ดูแล้ว มองอีกมุมหนึ่ง บางทีโรซี่จำไม่ได้ว่าเคยรักตะวันก็อาจจะดีเหมือนกันนะ”
“ดียังไง”
“ไม่มีรักก็ไม่ต้องเจ็บปวดใจเพราะความรักไง”
น้ำค้างชักเคืองๆ งอนๆ
“พูดแบบนี้หมายความว่าไง อยากจะเป็นคนดามอกพี่โรสใช่มั้ย เชิญเลย โอกาสมาถึงแล้วนี่ ขอให้โชคดีนะ”
น้ำค้างเดินออกไปอีกทางอย่างงอนๆ พีระมองตาม
“พูดอะไรผิดว้าเนี่ย”

น้ำค้างเดินหน้างอนๆ ออกมา พีระเดินเข้ามาหา น้ำค้างเห็นก็จะเดินหนี พีระตะโกนใส่ก่อน
“หยุดเลย ถ้าเธอเดินหนีแล้วฉันจะเดินตามเธอทันมั้ยล่ะ” น้ำค้างหยุด “เกิดมาจนแก่ป่านนี้ก็เพิ่งจะมีผู้หญิงหึงก็คราวนี้แหละ”
“ใคร ใครหึงนาย บ้ารึเปล่า ฉันไม่ได้หึง”
“ถ้างั้นก็งอน”
“งอนเพื่อ”
พีระเดินเข้าไปใกล้ๆ
“เพราะเธอชอบฉัน”
“ไม่ชอบ”
“ถ้างั้นก็รัก ไม่สิ รักมากใช่มั้ยครับ คนน่ารัก”
น้ำค้างงอนน้อยลง เพราะพีระน่ารัก แต่ก็ยังงอนอยู่
“ไม่รัก”
พีระกอดน้ำค้างเลย ทั้งๆ ที่ยังสวมเฝือกอยู่นั่นแหล่ะ
“แต่ฉันรักเธอนะ รักมากด้วย ถ้ารู้ว่ารักเธอแล้วมีความสุขแบบนี้ รักไปตั้งนานแล้ว อย่างอนเลยนะ ถ้างั้นกอดไม่ปล่อยจริงๆ ด้วย”
“ถ้างั้น งอนดีกว่า”
“คุณได้รับสิทธิ์นั้น เดี๋ยวนี้ครับ”

พีระกอดน้ำค้างไว้ น้ำค้างอมยิ้ม มีความสุข

คืนนั้นโรสรินฝึกเดินอยู่บ้านพักโรสริน แล้วก็มานั่งพักที่โซฟา น้ำค้าง พีระ ยิ้มให้กำลังใจ
“เก่งแล้วนะ นี่ถ้าตะวันมาช่วยอีกแรงรับรองเดินคล่องแน่ๆ”
โรสรินชะงักไป อารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมา
“พอเลย ไม่รู้ทำไม พอโรสนึกถึงตะวัน โรสรู้สึกเจ็บปวดยังไงก็ไม่รู้”
“เพราะโรซี่ไม่ใช่คนรักใครง่ายๆ ยิ่งรักมากเท่าไหร่ เมื่อมีเรื่องเจ็บช้ำหัวใจก็ยิ่งเจ็บปวด”
พีระแตะมือมองตาโรสริน อย่างอยากช่วยเหลือ
“แต่โรซี่กับตะวันมีช่วงเวลาที่ดีมากกว่าเรื่องที่มันเลวร้ายเยอะเลยนะ”
โรสรินยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกสับสน น้ำค้างนั่งลงข้างๆ โรสรินแล้วหยิบแหวนที่ตะวันให้โรสรินออกมา น้ำค้างยื่นแหวนให้โรสริน
“พี่โรสเก็บแหวนวงนี้ไว้เถอะนะ มันสำคัญกับพี่ตะวันมาก จริงๆ” น้ำค้างยัดแหวนใส่มือโรสริน “แล้วสักวันพี่โรสจะรู้ว่าพี่ตะวันรักพี่โรสมากแค่ไหน”
โรสรินมองแหวนในมือ ยังสับสนความทรงจำดีๆ ที่มีกับตะวันยังไม่กลับมา

ตะวันนั่งเหม่อ อยู่ชานบ้าน ชาญประแป้งเตรียมเข้านอนเดินเข้ามาหา
“ไงวะ ท้อแล้วเหรอหลานปู่”
“ไม่ท้อหรอกครับ แต่ผมยังนึกไม่ออกว่าจะทำยังไง ยิ่งผมเข้าหาเธอมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งถอยห่างผมมากเท่านั้น”
“น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนได้นะเว้ย”
ตะวันครุ่นคิดถึงตอนที่คุยกับกิตติทัต
“ทำไมโรสรินถึงจำผมไม่ได้ ผมไม่อยากเชื่อ”
“ตอนนี้โรสจำได้แค่บางช่วงเวลาเท่านั้น โรสรู้ว่าคุณคือใครแต่ความทรงจำบางอย่างที่มีกับคุณมันหายไป ซึ่งความทรงจำที่หายไปนั้น อาจจะไม่ได้หายไปจริงๆ หรอกนะครับ” ตะวันสนใจที่กิตติทัตอธิบาย “หลักการทำงานของระบบสมองมันซับซ้อนมากนะครับ ความทรงจำที่ถูกเก็บซ่อนไว้ อาจเกิดจากเพราะความกลัวหรือสาเหตุใดๆ ก็ตาม และการที่จะทำให้ความทรงจำส่วนนั้นกลับคืนมาอาจจะง่ายๆ เหมือนแค่เปิดก๊อกน้ำ เพียงแต่ว่าเรารู้วิธีเปิดรึเปล่าเท่านั้นเอง”
ปัจจุบัน ตะวันครุ่นคิด เหมือนคิดออก
“ถ้าผมทำให้โรสจำได้ว่าความรักครั้งแรกของเธอเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ ความรักของเราอาจจะกลับมาได้อีกครั้ง”

ตะวันค่อยๆ ยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง และจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 15 (ต่อ)

เช้าวันรุ่งขึ้นที่ไร่ตะวัน โรสรินมองหน้ากิตติทัต อุษาวดี พีระและน้ำค้างอย่างประหลาดใจ
“ขาฉันเดี้ยงขนาดนี้ จะให้ไปเดินป่าเนี่ยนะ?”
ทุกคนมองหน้ากันแบบมีพิรุธ อุษาวดีสะกิดพีระ พีระรีบหันไปพูด
“เออ จากงานวิจัยของดร.ฟรานซิส คอโปฟิล” ทุกคนหันขวับไปมองพีระ “บอกว่าการฝึกเดินที่ดีที่สุด คือการได้
ไปเดินในสถานที่แปลกใหม่ และสวยงาม เพราะมันจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้คนไข้กลับมาเดินได้เหมือนเดิมเร็วยิ่งขึ้น ใช่มั้ยๆ” พีระหันไปขอเสียงสนับสนุน กิตติทัต น้ำค้าง อุษาวดีพยักหน้าเออออ
“ใช่ใช่ ดร.ฟรานซิส เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรง งานวิจัยของเค้าเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก” อุษาวดีหันไปใช้สายตาบังคับกิตติทัต
“ครับ”
กิตติทัตตอบแบบโกหกไม่เป็น พีระ น้ำค้าง อุษาวดี กลั้นหัวเราะ น้ำค้างรีบตัดบท
“ไปนะคะพี่โรส พวกเราทุกคนจะไปเป็นเพื่อน”
โรสรินมองหน้าทั้งสี่คน

ในป่า โรสรินเดินมาช้าๆ มีกิตติทัตกับอุษาวดีประกบเดินข้างๆ น้ำค้างประคองพีระเดินตามมาห่างๆ พีระค่อยๆ กะเผลกตามอย่างช้าๆ
“คิดได้นะ ดร.ฟรานซิส คอโปฟิล นี่มันนักมายากล” น้ำค้างขำ พีระยิ้ม
“แฟนเธอฉลาดป่ะล่ะ”
“ฉลาด ฉลาดมาก” น้ำค้างลูบหัว
“เลิกลูบหัวได้แล้ว ฉันไม่ใช่หมา”
น้ำค้างอมยิ้มขำๆ โรสรินเริ่มเหนื่อย
“เดินไม่ไหวแล้ว”
“อะไรกันโรส เธอเพิ่งเดินเองนะ”
“พีก็ดูทางสิ ขรุขระแบบนี้ ดีไม่ดี โรสจะได้หกล้ม แล้วเดี้ยงมากกว่าเดิม” พูดไม่ทันขาดคำ โรสรินทำท่าจะหกล้ม “ ว้าย”
กิตติทัตรีบเข้าไปช่วยประคองกอดเอวเอาไว้ โรสรินกอดคอกิตติทัตหมับ อุษาวดีเห็นภาพตรงหน้าแล้วก็ไม่สบายใจ แต่พยายามไม่คิดมาก โรสรินตกใจโวยวาย
“ไม่ทันขาดคำ เห็นมั้ย” กิตติทัตประคองโรสรินให้ยืน “ไม่เอาแล้ว โรสจะกลับเดี๋ยวนี้”

น้ำค้าง พีระ กิตติทัต อุษาวดีมองหน้าว่าจะทำยังไงกันต่อไป กิตติทัตนึกออก รีบเอามือโอบเอวโรสริน อุษาวดีอดหึงไม่ได้
“อย่าเพิ่งกลับเลยนะโรส ทัตจะประคองโรสเอง รับรองไม่หกล้ม นะนะนะ”
“ก็ได้” ทุกคนโล่งใจ “คุณหมออาสาช่วยทั้งที แต่ถ้าโรสล้ม ทัต” โรสรินบีบจมูกกิตติทัตเต็มแรง “ตาย”
“ครับพ้ม”
โรสรินกับกิตติทัตยิ้มให้กัน แล้วกิตติทัตก็ประคองโรสรินพาเดินออกไป อุษาวดีอึ้งกับภาพตรงหน้า พีระกับน้ำค้างเดินตามกิตติทัตกับโรสริน อุษาวดีพยายามปลอบใจตัวเอง
“ไม่มีอะไรหรอก เค้าเป็นเพื่อนกัน”

อุษาวดีถอนใจแล้วก็เดินตามไป

กิตติทัตประคองโรสรินไม่ห่าง พาเดินไปตามทาง สองคนชี้ชวนกันชมวิวสองข้างทาง น้ำค้างกับพีระเองก็สวีท เหมือนโลกนี้มีแต่เราสอง เหลืออุษาวดีที่เดินรั้งท้ายอย่างโดดเดี่ยว เธอมองกิตติทัตและโรสรินที่เดินคุยสลับหัวเราะไปตามทาง แล้วก็รู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง เธอเริ่มเซ็ง

เมื่อเดินมาถึงจุดชมวิว น้ำค้างหันไปส่งซิกให้พีระ
“เริ่มแผนได้แล้ว”
น้ำค้างกระซิบบอก พีระพยักหน้า หันไปขยิบตาให้อุษาวดี อุษาวดีพยักหน้ารับ น้ำค้างทำเป็นตื่นเต้นโอเวอร์นิดหนึ่ง
“ว้าวๆๆ ตรงนี้วิวสวยมากเลย เราหยุดชมวิวตรงนี้แป๊บนึงดีมั้ยคะ”

กิตติทัตกับโรสรินหันมา พีระขยิบตาหนึ่งข้างให้กิตติทัต เขาเข้าใจ แต่โรสรินเห็นพีระ
“พี ตาเป็นไร”
กิตติทัต น้ำค้าง อุษาวดีหันไปมองพีระ พีระเหวอไปนิดหนึ่ง
“ตา เอ่อ ตาก็เป็นผัวยายไงโรซี่ ฮ่าๆ” มุขแป็ก พีระหุบปากแทบไม่ทัน “ไม่ขำเหรอ?” โรสรินส่ายหน้า “ว้า แย่จุง”
กิตติทัตรีบเปลี่ยนเรื่อง
“เรามาถ่ายรูปกันดีกว่า”
“ไม่อ่ะ ไม่เห็นจะสวยมากมายตรงไหน ฉันว่าเรากลับกันได้แล้ว ฉันเหนื่อย เมื่อย แล้วก็หิวน้ำมาก”
โรสรินหันหลังจะเดิน ทุกคนเหวอ น้ำค้างรีบเดินไปขวางทาง
“อย่าเพิ่งกลับค่ะ ข้างในป่ายังมีอะไรสวยๆ ให้ดูอีกเยอะ”
“พูดตรงๆ นะน้ำค้าง พี่ไม่ใช่คนที่เลิฟกับความงามของธรรมชาติ พี่ว่าถ้าพาพี่ไปช็อปปิ้ง อาจจะทำให้พี่เดินได้เร็ว จะว่าไปก็ไม่เลวนะเนี่ย” โรสรินหันไปทางพีระ “พี ไปห้างฯกันเถอะ”
“พีเป็นหนักกว่าโรซี่อีกนะ พีไปไม่ไหว”
“ถ้างั้นทัต” โรสรินจับแขนกิตติทัต อุษาวดีเหล่มอง “ไปกับโรส นะทัตนะ พลีส” โรสรินอ้อนมาก
กิตติทัตอึกอัก

น้ำค้างมองพีระว่าจะทำยังไงดี อุษาวดีเมินหน้าไปทางอื่น ไม่อยากเห็นภาพโรสรินออดอ้อนกิตติทัต
“อุ๊ย” ทุกคนหันไปมองน้ำค้าง น้ำค้างแกล้งเดินไปดูตรงมุมหนึ่ง “ดอกไม้อะไรอ่ะ สวยจังเลย พี่อุษามาดูสิ”
อุษาวดีงงๆ แต่ก็เดินไปดู แล้วก็ผงะ หันไปกระซิบน้ำค้าง
“ไม่เห็นมี” น้ำค้างขยิบตา อุษาวดีเก็ท “โอ้โฮ สวยจริงๆ ด้วยค่ะ ดอกโต๊โต โตกว่าหน้าพี่อีก” อุษาวดีหันไปทางโรสริน “โรสมาดูสิ”
โรสรินสนใจ เลยเดินตามไปสมทบอุษาวดีกับน้ำค้าง
“ไหนอ่ะ”
“นู่นไงโรส ซ้ายมือของเธอ”
“ไหน”
“ดูดีดีค่ะพี่โรส”
น้ำค้างกับอุษาวดีถอยหลังออกมาเงียบๆ แล้วหันไปทางพีระกับกิตติทัต ส่งซิกให้เดินออกไป สองหนุ่มพยักหน้า

“ไม่เห็น ไม่มี ไม่ดูแล้ว” โรสรินหันขวับ ปรากฏว่าไม่มีใครอยู่แล้ว “อ้าว หายไปไหนกันหมด”

ทางเดินอีกด้าน น้ำค้างประคองพีระ เดินออกมากับอุษาวดีและกิตติทัต

“ทำแบบนี้ ดีแล้วเหรอ” กิตติทัตบอกอย่างเป็นกังวล
“หมอก็เห็นว่าโรสพยายามจะออกจากป่าให้ได้ และถ้าเป็นแบบนั้น มันก็จะไม่เป็นไปตามแผนของคุณตะวัน”
“แต่เราน่าจะใช้วิธีที่มันเนียนมากกว่านี้”
อุษาวดีงอนหนัก
“ถ้าหมอห่วงโรสมากนัก ก็กลับไปหาโรสเลยสิคะ”
กิตติทัตเหวอที่โดนเหวี่ยงใส่ พีระเองก็แปลกใจกับท่าทางของน้องสาว น้ำค้างรีบตัดบท
“น้ำค้างว่าเรารีบเดินออกไปก่อนเถอะค่ะ ไม่งั้นพี่โรสจะตามพวกเราทัน”
ทั้งหมดรีบเดินออกไป

โรสรินค่อยๆ เดินมาตามทาง ด้วยความลำบาก หน้าตาบอกบุญไม่รับ
“จี๊ดส์ มันจี๊ดส์ แกล้งกันเหรอไงห๊ะ คิดว่าคนอย่างโรสรินจะเดินออกไปเองไม่ได้ใช่มั้ย คิดผิดซะแล้ว ถ้าออกไปได้ จะอาละวาดให้กระเจิงเลยคอยดู”
โรสรินพยายามเร่งฝีเท้า เห็นว่าเดินได้ดีมากขึ้น แต่โรสรินไม่รู้ตัว

น้ำค้าง พีระ กิตติทัต อุษาวดีกลับมาถึงไร่ตะวันเจอ ชาญ อึ่ง อาทิตย์ แย้รออยู่ ทุกคนรีบเดินไปหา อย่างอยากรู้เรื่อง
“คืนดีกันแล้วใช่มั้ย / แผนสำเร็จรึเปล่า / เรียบร้อยมั้ย คุณโรสสงสัยอะไรมั้ย”
ทุกคนแย่งกันถาม น้ำค้าง พีระ อุษาวดี กิตติทัตฟังไม่รู้เรื่อง อาทิตย์ก้าวออกมายืนตรงหน้าชาญ อึ่ง แย้ พร้อมยกมือ
“หยุด” สามคนเงียบ “ทีละคนครับ”
“เจอเด็กสอน เงิบเลยมั้ย” ชาญ แย้ อึ่ง หน้าแหย “เอาเป็นว่าตอนนี้ เรายังไม่รู้ว่าแผนรื้อฟื้นความทรงจำของตะวันจะสำเร็จรึเปล่า ต้องลุ้นกันวินาทีต่อวินาทีครับ”
“แต่น้ำค้างมั่นใจว่าต้องสำเร็จ เพราะพี่ตะวันกับพี่โรส มีจูบครั้งแรกที่นั่น มันเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก”
“แต่ผมไม่มั่นใจเลย ถ้าเกิดโรสรู้พวกเรารวมหัวกันหลอก โรสอาจจะไม่ยอมรับว่าเธอกับตะวันรักกันจริงๆ”
อุษาวดีเงียบ เหม่อคิดแต่เรื่องกิตติทัตกับโรสริน พีระหันไปทางน้องสาว
“อุษา เธอว่าไง”
“ว่าเรื่องอะไรคะ” อุษาวดีงง
“ไม่ได้ฟังเลยเหรอ”
“เออ ขอโทษค่ะ อุษารู้สึกเพลียๆ ขอตัวไปพักก่อนนะคะ”
อุษาวดีเดินออกไป พีระกับน้ำค้างมองหน้ากันแปลกใจ กิตติทัตมองตามอุษาวดีอย่างเป็นห่วง
ด้านแย้ยกมือไหว้ท่วมหัว
“เจ้าประคู๊ณ ขอให้ลูกพี่ทำให้คุณโรสจำได้ด้วยเถิด สาธุ”

ชาญ อึ่ง อาทิตย์ยกมือไหว้ตาม

อุษาวดีหลบมาอีกมุมหนึ่งแล้วคิดภาพตอนที่เห็นกิตติทัตกับโรสรินในป่า เห็นถึงความสนิทสนม ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เค้าสนิทกันมาก่อน มันไม่แปลก ถ้าเค้าจะใกล้ชิดกัน เลิกคิด เลิกคิดได้แล้ว”
กิตติทัตเดินมาตรงหน้าอุษาวดี มองอย่างแปลกใจว่าอุษาวดีพูดว่าอะไร
“เลิกคิดอะไรครับ”
อุษาวดีตกใจมา ลืมตาขึ้นมาเห็นกิตติทัตตรงหน้า ก็ลุกขึ้นยืน หน้าถอดสี
“หมอมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
กิตติทัตไม่ตอบคำถาม
“ผมเป็นห่วงคุณ ก็เลยมาดู ไม่สบายเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ”

กิตติทัตยื่นมือมาจับหน้าผากอุษาวดี เธอตกใจจนต้องผละออกห่าง กิตติทัตรู้ตัวว่าไม่ควร
“ขอโทษครับ ผมจะดูว่าคุณเป็นไข้รึเปล่า”
“อุษาไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
“ถ้าคุณอุษารู้สึกไม่ดี รีบโทรหาผมเลยนะครับ”
“ค่ะ”
กิตติทัตไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะอีกฝ่ายถามคำตอบคำ
“ถ้างั้น ผมกลับนะครับ”
อุษาวดีพยักหน้า แล้วก็หันไปทางอื่นทันที พยายามไม่สนใจหมอ กิตติทัตมองอุษาวดีอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะเดินออกไป อุษาวดีหันมามองตามกิตติทัตด้วยแววตาผิดหวังเสียใจ
พีระเห็นและได้ยินทุกอย่าง

ที่บ้านพัก พีระเข้ามาเห็นอุษาวดีที่ยืนเหม่อริมหน้าต่าง พีระเดินมายืนข้างๆ
“ชอบหมอทัตใช่มั้ย”
อุษาวดีหันขวับ หน้าเหรอหรา ปฏิเสธพัลวัน
“มะ มะ ไม่ ไม่ อุษามะ ไม่ได้ ชอบ”
“อย่าโกหก พี่เป็นพี่ชายเธอ เธอคิดอะไร ทำไมพี่จะไม่รู้”
อุษาวดีเงียบ เศร้า จ๋อย
“ถึงอุษาชอบเค้า แล้วไงคะ ในเมื่อเค้าไม่ได้ชอบอุษา”
“แต่เท่าที่พี่ดู พี่ว่าหมอทัตเค้ามีใจให้เธอเหมือนกัน”
“พี่พีดูผิดแล้ว หมอทัตชอบโรส พี่พีไม่สังเกตเหรอว่าเค้าเป็นห่วงโรสมาก”
“เค้าเป็นเพื่อนกัน”
“จากเพื่อนก็เปลี่ยนเป็นคนรักได้นี่คะ”
“อย่าคิดเอง” อุษาวดีเงียบฟัง “พี่ว่าหมอต้องมีใจให้เธออยู่บ้าง ไม่งั้นตอนที่เกิดเรื่องเดชา เค้าไม่ช่วยเธอจนตัวเองเจ็บหรอก”
“เค้าทำเพราะมันเป็นหน้าที่ เค้าไม่ได้ทำ เพราะรักอุษา พี่พีเลิกพูดถึงหมอได้แล้ว อุษาไม่อยากฟัง อุษาจะพยายามตัดใจจากเค้าให้ได้”
 
อุษาวดีพูดจบก็เดินไป พีระได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง
 
จบตอนที่ 15
กำลังโหลดความคิดเห็น...