xs
xsm
sm
md
lg

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 7

ภายในห้องนอนโรสริน โรสรินเช็ดแผลทำความสะอาดแผลให้กับตะวัน ที่ต้นแขนตะวันมีแผลจากคมมีด ตะวันกับโรสรินมองตากันหวิวๆ ซักพักตะวันก็ออกตัว

“ขอบใจ”
“จะบอกความจริงฉันได้รึยัง ว่านายไปทำอะไรมากันแน่”
ตะวันถอนใจอย่างอึดอัด
“ผมไปหาหลักฐานเพื่อจะจับเดชาเข้าคุก”
“ห๊ะ นายพูดอะไรของนาย”
“เดชาเป็นหัวหน้าขบวนการค้าไม้เถื่อน คนแถวนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเดชาเพราะกลัวอิทธิพลมืด คุณคงรู้เหตุผลแล้วใช่มั้ย ว่าทำไมผมถึงไม่อยากให้คุณยุ่งกับมัน”
“ฉันนึกว่านายกับเค้าแค้นกันเพราะเรื่องส่วนตัว”
“ป่าไม้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร แต่เป็นเรื่องส่วนรวมของทุกคน ในเมื่อไม่มีใครกล้าเปิดโปงมัน ผมก็อยู่เฉยไม่ได้”
“นายมันบ้าที่เอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยง ไม่ห่วงทุกคนที่อยู่ข้างหลังนายรึไง”
“ห่วงสิ ถึงต้องพยายามเอาตัวรอดกลับมาให้ได้ไง” ตะวันมองตาโรสรินอย่างสื่อความหมาย “คุณห่วงผมบ้างรึเปล่า”
“ห่วงทำไม ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”
“ไม่จริงมั้ง ที่ไม่ยอมนอน เพราะห่วงผมจนนอนไม่หลับใช่มั้ย”
“บ้า” โรสรินตีต้นแขนตะวัน
“โอ๊ย คุณ จะช่วยหรือว่าจะซ้ำเนี่ย”
โรสรินพันผ้าพันแผลที่ต้นแขนให้ตะวันเสร็จเรียบร้อย
“ไปนอนได้แล้วไป”
“คุณ ผมมอมแมมไปทั้งตัวแล้ว เช็ดตัวให้หน่อยสิ”
“อย่าเยอะ ไม่ต้องมาสำออย”
“นะ ดึกแล้ว อาบน้ำตอนนี้เดี๋ยวไม่สบาย เช็ดตัวให้คนเจ็บไม่ได้เหรอ”
โรสรินมองแบบว่าจะช่วยดี หรือไม่ช่วยดี ตะวันมองตา ยิ้มอย่างอ้อนๆ

โรสรินเช็ดตัวให้กับตะวัน โรสรินดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นักแต่ก็อดห่วงตะวันไม่ได้ ตะวันยิ้มๆ มองโรสรินแล้วอยากแกล้ง ตะวันถอดเสื้อยืดออกเลย โรสรินมองอย่างช็อก
“ทำอะไรของคุณน่ะ”
“บ่นอะไร จะได้เช็ดตัวให้ทั่วถึงไง” โรสรินปิดตา
“ไม่ ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้เลยไง อี๋”
“เรื่องมากนักใช่มั้ยคุณ”
ตะวันปลดกระดุมกางเกง ทำท่าจะถอดกางเกง โรสรินร้องลั่น
“อะไร อะไร จะทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
“จะเช็ดแค่ครึ่งเดียว หรือว่าอยากจะเช็ดทั้งตัว ว่าไง”
“ครึ่งเดียว ครึ่งเดียวพอ”
“ครึ่งล่าง หรือ ว่าครึ่งบน”
“ไอ้บ้า ทุเรศที่สุดเลย”
ตะวันยิ้มขำๆ อย่างเอ็นดูโรสริน แล้วนั่งลงที่เตียงตามเดิมให้โรสรินเช็ดตัวให้

โรสรินเขินบอกไม่ถูกที่ต้องเช็ดตัวให้ตะวันที่โชว์อกล่ำ ซิกแพ็คแน่นๆ อยู่ตรงหน้า โรสรินเช็ดตัวไปเรื่อยๆ จากที่อี๋ๆ ก็เริ่มเช็ดตัวให้ตะวันอย่างตั้งอกตั้งใจมากขึ้น โรสรินเช็ดตัวไปเรื่อยๆ ไม่มองหน้าตะวัน พอหันเงยหน้ามองอีกที ปรากฏว่าตะวันหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย
“อ้าว” โรสรินเขย่าเบาๆ “ตะวัน นายนอนตรงนี้ไม่ได้นะ ตื่นสิ”
ตะวันหลับสนิท โรสรินไม่อยากปลุกแล้วรู้สึกสงสารที่ตะวันเหนื่อยมาทั้งคืน โรสรินห่มผ้าให้กับตะวัน แล้วจัดแจงท่าให้นอนอย่างสบาย กว่าจะทำเสร็จเล่นเอาเหนื่อย
“แล้วฉันจะนอนที่ไหนล่ะยะ อีตาบ้า” โรสรินเงื้อมือทำจะฟาดแล้วก็ค้างไว้ ค่อยๆ แอบก้มไปจ้องหน้าตะวันใกล้ๆ เห็นตะวันหลับอยู่ก็แอบยิ้มๆ แล้วพูดว่า “ดูไปดูมาก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย”

ในห้องโรสรินปิดไฟมืด ตะวันนอนอยู่บนเตียง พลิกตัวพลันก็ลืมตาตื่นขึ้น ตะวันแปลกใจ ลุกนั่ง มองไปรอบๆ เห็นว่านอนอยู่ในห้องนอนโรสริน
“หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่”
ตะวันสำรวจดูสภาพตัวเองเห็นว่าโรสรินเช็ดตัวและห่มผ้าเรียบร้อยแล้ว ตะวันลงจากเตียงก็ต้องแปลกใจที่เห็นโรสรินนอนคุดคู้กับเสื่ออยู่ที่พื้น ตะวันยิ้มออกมา พลางส่ายหน้า
“คุณหนูโรสนอนเสื่อเป็นด้วยเหรอเนี่ย”
ตะวันตัดสินใจเข้าไปช้อนตัวโรสรินอย่างแผ่วเบา แล้วอุ้มโรสรินวางลงบนเตียงอย่างเบามือ ตะวันไล้นิ้วมือเบาๆ ที่ปอยผมโรสริน ช่วยเก็บไว้หลังใบหู ตะวันยิ้มออกมาอย่างสุขในหัวใจ
ตะวันห่มผ้าให้กับโรสริน แล้วโน้มหน้าไปใกล้ๆ ใบหน้าโรสริน
“ฝันดีนะครับคุณโรส”
แล้วตะวันก็เดินออกจากห้องไป

ไร่ตะวันเช้าวันใหม่ ตะวันเดินหาวออกมาจากห้อง พลันตะวันก็ต้องตกใจที่เห็นชาญกับอาทิตย์และอึ่งรออยู่ที่หน้าห้อง สีหน้าทั้งสามคนสงสัยคาใจเต็มที่
“หายไปไหนมาทั้งคืน”
ตะวันหาว ยังไม่หายง่วง

“ไปทำธุระที่กรุงเทพกับไอ้แย้มา แล้วที่เห็นสภาพโทรมๆ แบบเนี้ย เพราะไปมีเรื่องกับพวกขี้เมา มานิดหน่อย”

ชาญ อาทิตย์ อึ่ง หันมองหน้ากันขวับ
“แต่พี่แย้บอกว่าพี่ตะวันมีเรื่องกับแก๊งมอเตอร์ไซค์”
“ทำไมพูดไม่ตรงกัน ไอ้ตะวัน อย่าโกหกปู่ “
“ก็ เอ่อ พวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ขี้เมาไง ผมโตป่านนี้แล้ว ดูแลตัวเองได้”
ตะวันรีบเดินออกไป แต่ก็ต้องชะงักเพราะคำพูดของชาญ
“แล้วไป ปู่ก็นึกว่าแกเข้าป่าไปหาหลักฐานจับเดชาเข้าคุกซะอีก”
ตะวันไม่หันมา เครียด
“ผมไม่ทำแบบนั้นเหรอกครับ”
“ดีแล้ว เพราะทุกคนจะเดือดร้อนกันไปหมด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า”
ตะวันสีหน้าเครียดๆ แล้วก็เดินออกไป

ตะวันกับน้ำค้างกำลังช่วยกันทำงานในสวนดอกไม้ กำลังฉีดปุ๋ยกันอยู่ น้ำค้างมีสีหน้าไม่สบายใจ
“น้ำค้างรักษาสัญญาให้พี่ตะวันแล้วว่าจะไม่บอกใคร พี่ตะวันก็ต้องสัญญากับน้ำค้างเหมือนกันว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก”
“เอาเป็นว่า พี่จะไม่ทำให้น้องสุดที่รักของพี่เป็นห่วงแล้วกันนะ”
“ทุกคนก็ห่วงพี่กันหมดแหล่ะ โดยเฉพาะพี่โรส” ตะวันหันมองหน้าน้ำค้างอย่างสนใจขึ้นมาทันที “อึ่งเล่าให้ฟังว่า พี่โรสไหว้พระขอพรให้พี่ตะวันปลอดภัยเลยนะ แบบนี้แสดงว่าต้องเป็นห่วงพี่มากๆ แน่”
ตะวันทำเฉไฉหันหน้าหนีไปทางอื่น
“ยัยนั่นน่ะน่ะ พี่ว่า แช่งชักหักกระดูกพี่มากกว่ามั้ง?”
ตะวันแอบยิ้มออกมาไม่ให้น้ำค้างเห็น อย่างรู้สึกปลื้มๆ หัวใจพองโตบอกไม่ถูก

โรสรินยังนอนหลับอยู่บนเตียง พลันเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ก็อกๆ ตะวันเปิดประตูเข้ามา พร้อมถือชามข้าวต้มหมูสับร้อนๆ เข้ามาวางใกล้ ๆ พร้อมยื่นหน้ามากระซิบ
“ตื่นได้แล้วคุณ”
โรสรินทำจมูกฟุดฟิดได้กลิ่นหอมของข้าวต้มก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นแล้วตกใจที่เห็นหน้าตะวันจ่ออยู่ซะใกล้
โรสรินแหกปากเลย
“ไอ้บ้าา”
ตะวันผงะ เอามือปิดจมูก
“หืมม์ เหม็นขี้ฟันเป็นบ้า”
โรสรินตะปบปากตัวเอง อายมาก
“ไอ้บ้า นายสิ ไอ้ปากเหม็น”
ตะวันส่ายหน้าเซ็งๆ
“เอ้าๆๆ ล้างหน้าแปรงฟัน มากินข้าวเช้าได้แล้ว จะได้ทานยา”
โรสรินเอามือบังๆ ปากแล้วพูด
“ฉันขึ้นมานอนบนเตียงได้ยังไง เมื่อคืนจำได้ว่านอนที่พื้นนี่นา”
“ผมอุ้มคุณขึ้นมาเอง”
“อุ้มฉัน” โรสรินตกใจ เอา 2 มือมาปิดหน้าอกอย่างระแวง “แล้วทำอะไรมากกว่านั้นรึเปล่า”
“เปล่า มีแต่คุณน่ะแหล่ะ ถูกเนื้อต้องตัวแต๊ะอั๋งผม”
“ไอ้บ้า ฉันเช็ดตัวให้นายย่ะ” โรสรินลงจากเตียง ทิ้งน้ำหนักลงที่เท้าก็แปลกใจที่ไม่ค่อยเจ็บแล้ว “เฮ้ย ไม่เจ็บแล้ว” ตะวันยิ้ม
“เหรอ ในลองเดินซิ”
โรสรินลองเดินดู เห็นว่าไม่ค่อยกระเผลกเท่าไหร่ โรสรินยิ้มดีใจมาก
“ยาของหมอทัตดีจริงๆ เลย สงสัยต้องเลี้ยงขอบคุณซะแล้ว นี่ถ้าไม่ได้คนเก่งๆ อย่างหมอทัตช่วย จะหายรึเปล่าก็ไม่รู้ โอ้ย! หิวแระ” โรสรินคว้าชามข้าวต้มมากินเลย “กินเลยนะ เดี๋ยวค่อยแปรงฟันทีเดียว”
ตะวันยืนมองสีหน้าจ๋อยมาก

ตะวัน ชาญ น้ำค้าง อาทิตย์ อึ่ง แย้ กำลังช่วยกันคัดแยกดอกกุหลาบเตรียมส่งขาย
“เออ นายพีระกับอุษาวดี หายไปไหน” ชาญถามขึ้นมา
“ถามเพราะคิดถึงรึไงจ๊ะปู่ สองคนนั้นเห็นบอกว่ามีประชุมที่บริษัท นู่น ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว”
“ถ้าไปแล้วไปลับเลยยิ่งดี เหม็นหน้าจะแย่อยู่แล้ว”
น้ำค้างที่กำลังคัดแยกกุหลาบอยู่ นึกอะไรขึ้นได้หันไปถามตะวัน
“เอ้อ พี่ตะวัน แล้วพี่ตะวันมีอะไรให้พี่โรสทำต่อรึยัง ถึงจะยอมทนอยู่ที่นี่ได้”
“นั่นซีวะ บ้านนอกซะขนาดนี้ หนูโรสจะหาความสุขได้จากไหนวะเนี่ย”
“ถ้าไม่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็ไม่เปลี่ยน ก็ต้องอยู่กับสิ่งที่มีให้ได้สิครับปู่”
พลันรถหรูคันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ทุกคนหันไปมองเป็นสายตาเดียว
“ใครวะนั่น รถหรูๆ อย่างนี้ อย่าบอกนะว่าเป็น ไอ้ณรงค์”
สักพักคนขับรถลงมา แล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ ทุกคนลุ้นๆ ว่าใครจะลงมาจากรถ และแล้วคนที่ลงมาจากรถก็คือยุนอา เลขาของณรงค์นั่นเอง ยุนอาสะพายกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย พอแย้เห็นก็รีบปรี่เข้าไปหาทันที
“คุณยุนอา ไม่คิดเลยว่าจะได้ตะเองอีกอ๊า” แย้มองผมยุนอาแล้วตกใจ “เฮ้ย ตายแล้ว คุณมีเหา”
“ห๊า ไม่นะ ฉันสระผมทุกวันนะ”
“จริงจริ๊ง คุณมีเหาจริงๆ เหาใจคั๊ว” แย้ทำมือเป็นรูปหัวใจ “หัวใจเค้า”
แย้ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย พลันพลั๊ว! ชาญเบิ้ดกะโหลกแย้ หัวทิ่ม เซแถ่ดๆๆ
“นี่แน่ะ หัวใจเค้า มาถึงที่นี่ มีเรื่องสำคัญอะไรเหรอหนู” ชาญถามยุนอา
“เรื่องของคุณหนูโรสรินน่ะค่ะ สำคัญมากๆๆ เลยค่ะ ตอนนี้คุณโรสรินอยู่ที่ไหนคะ”

ทุกคนมองสงสัยๆ อยากรู้ว่าเรื่องอะไร

โรสรินกำลังถูบ้านอยู่ โรสรินก้มถูตามซอกขาเก้าอี้ โรสรินดูเป็นนังแจ๋วสุดๆ ถูพื้นอย่างเมามันส์ ตะวันพายุนอาเดินเข้ามาหา ยุนอาถึงกับชะงักไปเลย
พอยุนอาเห็นโรสรินแต่งตัวบ้านๆ เหงื่อซ่ก หน้าเมือก ม่อยสุดๆ แถมกำลังถูบ้านอยู่ก็ช็อกไปเลย
“คะ คะ คุณหนูโรสรินจริงๆ เหรอคะ เนี่ย”
โรสรินหันมาก็ตกใจที่เห็นยุนอา โรสรินรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูเริ่ดๆ เท่าที่ทำได้
“จะมาทั้งทีส่งเสียงมาก่อนได้มั้ย แล้วเธอมีธุระอะไร” โรสรินค่อยๆ ยิ้มออกมา “หรือว่าคุณปู่มาหาฉัน”
“เปล่าค่ะ” โรสรินหุบยิ้มอย่างผิดหวัง “ท่านประธานงานยุ่งมาก ปลีกตัวมาไม่ได้เลย ยุนอาก็เลยมาเป็นธุระแทนท่านน่ะค่ะ แล้วเรื่องที่ยุนอากำลังจะบอกค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหญ่ที่คุณโรสต้องตัดสินใจว่าจะตอบรับ หรือ ปฏิเสธ” ถึงตอนนี้โรสรินและตะวันสงสัยสุดๆ อยากรู้ว่ายุนอามาด้วยเรื่องอะไร “คือว่าอย่างนี้นะคะ…”
ยุนอากำลังจะเล่า พลันโรสรินก็หันจ้องหน้าตะวันขวับ ตะวันยืนนิ่ง มอง
“คุยกันตามสบายนะ”
“จะไม่สบายเพราะนายอยู่ด้วยนี่แหล่ะ นี่มันเรื่องของฉัน ไม่ใช่ธุระของนาย ไปเลย ไปซี๊”
ตะวันเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นส่วนเกิน พยักหน้าแล้วเดินออกไป

โรสรินดูภาพการเดินแฟชั่นโชว์ต่างประเทศ บนหน้าจอไอแพดของยุนอา โรสรินมองอย่างสนใจ
“นี่คือผลงานคุณพีช ดีไซเนอร์ชาวไทยที่กำลังดังเป็นพลุอยู่ในยุโรปค่ะ”
“พีช ฉันนึกออกแล้ว ฉันเคยเจอเค้าที่โรงแรมควีนโรส ในงานเปิดตัวสินค้าอะไรสักอย่าง”
“ค่ะ คือตอนนี้คุณพีชกำลังจะเปิดตัวคอลลเลคชั่นใหม่ที่กรุงเทพฯ ก็เลยติดต่อมาที่ออร์แกไนซ์ของโรงแรมควีนโรสของเราให้ช่วยจัดแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ให้น่ะคะคุณโรส”
“เหรอ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันตรงไหน”
“พอดีคุณพีชก็มีความสนิทสนมกับท่านประธาน แล้วคุณพีชก็มีความประทับใจในตัวคุณโรสมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากให้คุณโรสมาเดินชุดฟินาเล่ให้ คุณโรสคนเดียวเท่านั้น”
โรสรินช็อกทันที
“ฉันเนี่ยนะ”
“ค่ะ ยุนอารับคำสั่งจากท่านประธานให้ทำหน้าที่คอยประสานงานให้ เพราะตอนนี้คุณพีชยังอยู่ที่แพรีส อ้อ” ยุนอาเปิดภาพชุดในไอแพดให้ดู “คุณพีชออกแบบชุดมาเพื่อคุณโรสโดยเฉพาะเลยนะคะ”
“ทุกคนรู้อยู่ว่า ฉันไปจากที่นี่ไม่ได้ ฉันจะเดินแบบให้ได้ยังไง”
“ค่ะ ท่านประธานได้บอกคุณพีชแล้วว่า ถ้าอยากให้คุณโรสเดินแบบให้จริงๆ ก็คงต้องมาจัดแฟชั่นโชว์ที่ไร่ตะวัน” โรสรินสีหน้าครุ่นคิด “ท่านประธานเค้ารู้ว่า การได้เดินแบบในงานแฟชั่นโชว์คือความฝันเล็กๆ ของคุณ
โรส ท่านก็เลยอยากให้คุณโรสตัดสินใจด้วยตัวเองน่ะค่ะ”
“น่าสนุกดี ตกลงฉันรับงานนี้”
ยุนอายิ้มโล่งใจ
“ยุนอาจะรีบกลับไปรายงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเป็นตัวกลางประสานงานจนกว่างานนี้จะสำเร็จเรียบร้อยนะคะ ขอลานะคะคุณโรส”
โรสรินยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ และดีใจอยู่ลึกๆ

แย้เดินตามยุนอาต้อยๆ แย้สีหน้าซึมๆ
“เพิ่งมาทำไมรีบไป ใจร้ายมากเลยนะ มาให้ดีใจแต่จากไปให้คิดถึงไวเกิ๊น รู้มั้ยว่ามันเหงา” ยุนอาอายนิดๆ
“แหม เหงาขนาดนั้นเลย เราเจอกันไม่กี่ครั้งเองนะ”
“แค่เจอกันครั้งแรกตัวเองก็เอาหัวใจเค้าไปทั้งดวงแล้ว ยุนอา เราเป็นแฟนกันได้มั้ย”
ยุนอาอึ้งไปเลย
“ห๊ะ นายพูดอะไรน่ะ”
แย้ทำเป็นไม่รู้
“นั่นน่ะสิ เมื่อกี๊ผมพูดอะไร”
“นายพูดว่า…” ยุนอามองหน้าแย้ “เราจะเป็นแฟนกันได้มั้ย”
แย้ยิ้มจับมือยุนอา
“ได้ครับ ผมยินดีม๊าก มาก” ยุนอาเขิน
“บ้า ขี้โกงที่สุดเลย หลอกให้ฉันพูดนี่ ไม่คุยกับคนขี้โกงแล้ว”
ยุนอาเดินหนีไปอย้างเขินๆ แย้เดินตามยิ้มกรุ้มกริ่ม ห่างไปมุมหนึ่งอึ่งกับอาทิตย์ยืนมองอยู่
“พี่แย้นี่มันเน่าได้ใจจริงจริ๊ง เฮ้ออ เออนี่คุณทิตย์ เลขาปู่ณรงค์เค้ามีธุระอะไรกับพี่นางฟ้าเหรอ รู้ป่ะ”
อาทิตย์ส่ายหน้าให้อย่างไม่รู้เหมือนกัน

ตะวันกำลังให้ปุ๋ยกล้วยไม้อยู่ หันมาจ้องโรสรินขวับ
“โครงการนี้ตกไปได้เลย ผมไม่อนุญาต”
“ทำไมล่ะ ก็นายบอกให้ฉันหาทางอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข แล้วการที่ได้ทำอะไรแบบนี้มันก็คือความสุขของฉัน”
ตะวันถอนใจเอือมๆ
“แฟชั่นโชว์มันของเล่นของคนรวย แต่ตอนนี้คุณก็เหมือนชาวไร่ ชาวสวนคนหนึ่ง ทำไมไม่หาความสุขจากตรงนี้ ดันกลับเข้าไปวงจรเดิมหาความสุขปลอมๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลงอะไรดีๆ ขึ้นได้เลย”
ตะวันเดินหนี โรสรินเดินตามติด

ตะวันเดินหนี โรสรินยังคงเดินตาม
“ถ้านายอนุญาต ฉันสัญญาว่าจะทำให้แฟชั่นโชว์นี้มีสาระไม่ใช่สนุกสนานอย่างเดียว”
“มีสาระ”
“อื๊อ ฉันทำได้ เชื่อฉันสิ”
ตะวันจิ้มหน้าผากโรสรินเบาๆ
“ตัวคุณยังไม่มีสาระเลย จะหาสาระจากไหน”
โรสรินจิ้มหน้าผากตะวันคืน
“เมื่อไหร่จะเลิกดูถูกฉันซะทีห๊ะนายตะวัน” โรสรินแสร้งสีหน้าเศร้าลง ความเสียใจแผ่ซ่าน “ทำให้คนเสียใจมีความสุขมากใช่มั้ย ฉันจะคิดจะทำอะไร มันดูปัญญาอ่อนไปทั้งหมดในสายตานายใช่มั้ย”
โรสรินจะเดินหนี ตะวันสงสารใจอ่อนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“เดี๋ยวคุณ” โรสรินไม่หันมา แอบยิ้ม คำว่าตะวันต้องใจอ่อนแน่ๆ “วันนี้อย่าลืมให้ปุ๋ยกุหลาบ เดี๋ยวดอกจะไม่สวย”
แล้วตะวันก็เดินออกไปเลย โรสรินหันมาอย่างช็อก
“อ๊าวว ไม่ใจอ่อนเลยเหรอเนี่ย”

โรสรินกำลังพ่นปุ๋ยชีวภาพรดดอกไม้อยู่ คนงานกระจายกันทำงานตามมุมต่างๆ ในแปลงดอกไม้ ตะวันเดินเข้ามาจากด้านหลัง ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้โรสริน โรสรินรับไว้ แล้วมองอย่างงงๆ
“ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ปรับพื้นหน้าดินเพื่อปลูกดอกไม้ ทำความสะอาดคอกหมู ให้อาหารสัตว์ เก็บดอกไม้ เก็บผัก ล้างรถ ทำความสะอาดบ้าน” โรสรินหันขวับมองอย่างเหวี่ยงๆ “อะไร”
“ตารางงานของคุณในวันนี้”
โรสรินยื่นกระดาษคืน
“ไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนะ ฉันทำไม่ได้ จะบ้าเหรอ”
“แต่ถ้าคุณทำได้ตามนี้ ผมจะยอมให้เพื่อนคุณจัดแฟชั่นโชว์ที่นี่ แล้วคุณอยากจะเดินแบบอะไรของคุณก็ตามใจ” โรสรินอึ้งไป
“จริงเหรอ”
โรสรินรีบหยิบกระดาษตารางงานคืนจากตะวัน ตะวันยิ้มให้โรสรินอย่างยั่วๆ
“แสดงให้เห็นหน่อยว่าคุณมุ่งมั่นแค่ไหน ถ้าทำไม่สำเร็จเราไม่ต้องคุยเรื่องนี้กันอีก”
แล้วตะวันก็เดินออกไปอย่างไม่แคร์ โรสรินยิ้มมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ จะพยายามทำให้สำเร็จจนได้

“เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ เดี๋ยวคอยดูก็แล้วกัน”

ทุกคนนั่งอยู่บนแคร่กำลังทานอาหารเย็น บนแคร่วางจานชามอาหารไทยพวกน้ำพริก ปลานึ่ง ต้มไก่ มีถาดผักนาๆ ชนิดๆ ดูลูกทุ่งๆ แต่ก็น่ากินมากๆ น้ำค้าง ชาญ อาทิตย์ อึ่ง แย้ หยุดกินข้าวแล้วมองหน้าตะวันอย่างแปลกใจสุดๆ
ตะวันกินผักสดจิ้มน้ำพริก สีหน้าชิลล์ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อั๊ยหยะ พี่โรสจะเดินแบบที่ไร่ของเรา สุดยอดไปเล้ยยย”
“ถามจริงเหอะวะ ที่ผ่านมาแกพยายามขัดเกลานิสัยหนูโรสมาตลอด แต่นี่เหมือนผลักให้โรสกลับไปสู่โลกเดิมๆ ของเธอ ปู่ว่าทำแบบนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรหนูโรสเขาเลยนา”
ตะวันสะอึกไปนิดหนึ่ง
“นั่นซี๊ ว่าแต่คนอื่นตามใจคุณโรส ลูกพี่ก็ตามใจเหมือนกันนั่นแหล่ะ”
“ใครว่าล่ะ ฉันก็แค่อยากให้รางวัลยัยโรสบ้าง” ตะวันยกขันน้ำขึ้นดื่มแล้วหยิบผ้ามาเช็ดปาก “แต่ยัยนั่นจะได้รางวัลรึเปล่า ขึ้นอยู่กับเธอมีความพยายามมากแค่ไหน แล้วปู่ไม่ต้องห่วงว่าผมจะทำให้ยัยโรสเสียคน เพราะผมเปลี่ยนนางมารให้เป็นนางฟ้าได้แน่ๆ”
แล้วตะวันก็ลุกขึ้นเดินออกไป

โรสรินกำลังทำน้ำหมักชีวภาพ เอาผลไม้พวกกล้วยน้ำว้าสุก มะละกอสุก ฟักทอง ตะไคร้ ข่า ใส่ในถังหมัก
โรสรินทำเสร็จไปแล้วสองถัง ตะวันเดินมาดเข้มเข้ามา
“ไปกินข้าวเย็นได้แล้วไป” โรสรินทำหูทวนลมไม่สนใจ ทำน้ำหมักต่อ ตะวันเปิดดูถังน้ำหมักสองถังก่อนหน้าที่โรสรินทำเสร็จแล้ว “ทำเสร็จไปสองถังแล้วเหรอ นี่กลัวไม่ได้เดินแบบขนาดนั้นเชียว”
“รำคาญ คนตั้งใจทำงานอยู่เห็นมั้ย”
“แต่คนตั้งใจเค้าไม่ได้ห้ามกินข้าว” โรสรินทำงานต่อไม่สนใจตะวัน ตะวันถอนใจ “ตามใจ เป็นลมแล้วอย่าร้องให้ช่วยก็แล้วกัน”
ตะวันจะเดินออกไป โรสรินเรียกไว้
“เดี๋ยว” ตะวันหันกลับมา “ที่ฉันทำงานทุกอย่างที่นายสั่ง ไม่ใช่ว่าฉันยอมทำตามคำสั่งของนาย”
“เหรอ แล้วทำเพื่อ…”
“คุณค่าในตัวเอง” ตะวันอมยิ้ม โรสรินเห็นแล้วไม่ชอบใจ “ยิ้มอะไร ไอ้บ้า ซึ้งจะตาย ดันมาขำ”
ตะวันไม่ตอบ เดินอมยิ้มออกไป โรสรินมองอย่างขัดใจแล้วกันไปทำงานต่อ

โรสรินกำลังรดน้ำที่แปลงดอกไม้อยู่ โรสรินดูตั้งอกตั้งใจมากๆ โรสรินรดน้ำเสร็จก็เป่าปาก ปาดเหงื่อ โรสรินเดินมานั่งพักที่โต๊ะม้าหินข้างแปลงดอกไม้ ปล้วเธอก็ต้องแปลกใจที่เห็นถาดข้าวและอาหารพร้อมน้ำดื่มวางอยู่ โรสรินเดินเข้าไปใกล้ เห็นกระดาษโน๊ตแผ่นหนึ่งอยู่ในถาด โรสรินหยิบขึ้นมาอ่าน
“กินซะ ไม่อยากช่วยคนเป็นลม” โรสรินเบ้หน้า วางกระดาษโน้ตลงตามเดิม “เสียเวลาฉันจะรีบทำงานอื่นให้เสร็จๆ”
โรสรินจะเดินออกไป แต่ตะวันโผล่มาขวางไว้มองโหดๆ โรสรินจะเดินหนี ตะวันก็เข้าไปขวางอีก
“อย่าดื้อ”
“ทำไมชอบสั่งบังคับ ชอบเจ้ากี้เจ้าการชีวิตฉันนัก”
“เอาจริงๆ ใช่มั้ย เป็นห่วง”
โรสรินชะงักไป ตะวันมองตาเพื่อยืนยันว่าพูดจริงไม่โกหก
“ไม่ต้อง แค่นี้ฉันไม่ตายหรอก”
“ถ้าไม่ยอมจะจับมัดต้นไม้แล้วป้อนเดี๋ยวนี้แหล่ะ จะลองมั้ย” ตะวันบอกเสียงเข้ม โรสรินขัดใจสุดๆ
“ไอ้โหด”
โรสรินยอมนั่งลงกินข้าว อย่างขัดใจ ตะวันนั่งลงข้างๆ คอยควบคุม
“กินๆ เข้าไป กินผักด้วย ไม่หมดจานห้ามลุก”
โรสรินแลบลิ้นให้แล้วลงมือกินข้าว ตะวันแอบยิ้มๆ ในมุมร้ายที่น่ารักของโรสริน

ตอนกลางคืน โรสรินกำลังถูพื้นหน้าบ้านพักอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ พอถูเสร็จก็หันไปเช็ดกระจกต่อ
ตะวันเดินเข้ามาหา สีหน้าแปลกใจ
“ยังไม่หยุดทำงานอีกเหรอ ดึกแล้วนะคุณ”
โรสรินเช็ดกระจกไม่หันมามอง ไม่สนใจ
“ดึกแล้วก็ไปนอนสิ มาทำไม”
ตะวันวางหลอดยาทาแก้เคล็ดขัดยอกลงบนโต๊ะให้โรสริน
“เห็นทำงานไม่ยอมพักซะที กล้ามเนื้ออักเสบแล้วมั้ง อย่าลืมทายาล่ะคุณ แล้วนี่ข้อเท้าหายดีแล้วเหรอ”
“มั้ง”
“ผมว่าคุณนอนพักได้แล้วนะ วันนี้ก็หนักเกินไปแล้ว”
โรสรินเดินเข้ามาหา จ้องหน้า
“อย่าบอกนะว่าห่วงฉันอีก นายอย่ามาทำดีๆ พูดดีๆ กับฉันบ่อยได้มั้ย มันเลี่ยน”
ตะวันสะอึกไป เจอคำพูดแทงใจ!
“แล้วจะให้ด่ารึไงถึงจะชอบ ถ้าคนเป็นห่วงแล้วผิด จะได้เลิกห่วง” ตะวันดูมีอารมณ์งอน ตะวันหันหลังจะเดินออกไป แต่แล้วก็ชะงักแล้วเดินมาหาโรสรินอีกครั้ง “ที่ผมอยากให้คุณพักก็เพราะว่าต้องเก็บแรงไปทำงานหนักพรุ่งนี้ ไอ้วันนี้ก็แค่งานเบาๆ แล้วถ้าคุณทำงานทั้งหมดตามเงื่อนไขของผมไม่ได้ล่ะก็ ข้อตกลงของเราเป็นอันยกเลิก”
แล้วตะวันก็เดินออกไปเลย
“ข้อตกลงของเราเป็นอันยกเลิก หึ ไม่มีทาง”

วันต่อมาโรสรินทำงานในไร่ทั้งเก็บดอกไม้ รดน้ำแปลงผัก เก็บผัก รดน้ำดอกไม้ ล้างรถ ทำความสะอาดโรงเรือนฯลฯ
โรสรินเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดนานาชนิดเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าคอกหมู โรสรินถอนใจใหญ่ๆ ออกมาหนึ่งเฮือก โรสรินทำสีหน้าแบบว่าอี๋มาก
“งานสุดท้ายแล้ว โรสเธอต้องทำให้ได้นะ”
ตะวันเดินเข้ามาพร้อมแย้ สีหน้ายิ้มกริ่มมาเลย
“แย้เมื่อเช้าแกยังไม่ได้เก็บกวาดขี้หมูใช่มั้ย”
“จ้ะ ก็ลูกพี่บอกให้หมักหมมเอาไว้”
“ดี เพราะว่ามันคือหน้าที่ของโรสริน”
โรสรินยังไม่กล้าเข้าไปในคอกหมู โรสรินมองๆ ไปเห็นหมูตัวอวบอ้วนหลายตัวนอนกันสบายใจเฉิบ โรสรินยืนอยู่นอกเล้า แล้วยื่นไม้กวาดไปเขี่ยๆ ทำความสะอาด
“เอ้า ปีนเข้าคอกสิคุ๊ณ ยืนข้างนอกมันจะทำความสะอาดได้มั้ย”
“กลัวอ่ะ เดี๋ยวหมูกัด”
“มันไม่ใช่หมา ไม่กัดหรอก”
โรสรินยังแหยงๆ เข้าไปใกล้คอก แล้วหันไปหยิบสายยางฉีดๆ น้ำเข้าไป
“ฉันไม่ต้องเข้าไป ฉันก็สามารถ นี่ไง เห็นมั้ย”
ตะวัน แย้ มองหน้ากันเซ็งๆ
“ทำอย่างนั้นมันจะไปสะอาดได้ไงล่ะคร๊าบ”
ตะวันเดินไปอุ้มโรสรินเลย

“อ๊ายย ตะวัน อย่า อ๊ายย นายจะทำอะไรฉัน ปล่อย ปล๊อยย”



กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 7 (ต่อ)
 
ตะวันอุ้มโรสรินแล้วปล่อยตุ้บลงในคอกหมู หมูวิ่งหลบกันขวักไขว่ ตะวัน แย้ หัวเราะชอบใจ
 
“อ๊ายย ไอ้บ้าตะวัน ทำอะไรของนายห๊ะ”
“เอ๊า ก็คุณบอกเองว่าให้ผมปล่อย ผมก็ปล่อยคุณแล้วไง”
โรสรินจะปีนหนี ตะวันชี้หน้าขู่ๆ ไม่ยอมให้หนี
“หนีเหรอ ไม่ทำใช่มั้ย ถ้างั้นไอ้เรื่องเดินแบบก็จบลงแค่นี้”
โรสรินมองหน้าตะวันอย่างเจ็บใจสุดๆ ตะวันยิ้มขู่ๆ
“ฉันไม่ยอมให้จบแค่นี้แน่”
โรสรินสีหน้ามุ่งมั่นเอาจริงสุดๆ

โรสรินอยู่ในคอกหมู ตะวันกับแย้นั่งอยู่บนคอกสนุกสนานกันใหญ่ แย้ร้องเพลงตะวันปรบมือยิ้มสนุก
“หมู หมู หมู น้องเคยเห็นหมูหรือเปล่า หมูมันตัวอ้วนไม่เบา ผัดเผ็ดใบกระเพราอร่อยดี กินแล้วอ้วนพีแข็งแรง หมู หมู หมู”
โรสรินหันมาปรี๊ดใส่อย่างสุดจะทน
“สนุกกันมากมั้ย ห๊า”
“ก็โอเคอยู่นะ เอ้า จะยืนเฉยทำไมล่ะคุณ ทำความสะอาดเข้าไป”
โรสรินเก้ๆ กังๆ ลังเลมองกองขี้หมูอย่างอยากจะอ้วกซะให้ได้ โรสรินยืนทำสมาธิ ตั้งจิตให้มั่น!
“สะกดจิตตัวเอง ต้องสะกดจิตตัวเอง น่ารัก น่ารัก ขี้หมูน่ารัก ขี้หมูน่านัก น่ารัก น่ารัก” ตะวัน แย้ มองหน้ากันเหวอๆ “น่ารัก น่ารัก ขี้หมูน่ารัก”
โรสรินมองเห็นขี้หมูเป็นสีชมพูสวยงาม โรสรินยิ้มออกแล้วกวาดลงไปทางช่องทิ้งสิ่งปฏิกูลลงได้อย่างง่ายดาย
ตะวันมองโรสรินอย่างอึ้งๆ
โรสรินฉีดน้ำชะล้างทำความสะอาดคอกหมูอย่างแข็งขันดูมุ่งมั่น จนสะอาดเอี่ยม ตะวัน แย้มองอย่างทึ่งๆ
ในที่สุดๆ โรสรินก็ทำสำเร็จ คอกหมูสะอาดเอี่ยม แย้ตรวจสอบคอกหมู แล้วหันมาทำมือโอเคให้ตะวัน
“โอเค ครับลูกพี่ งานนี้ผ่าน”
โรสรินยิ้มสีหน้าภูมิใจ
“ว่าไง งานที่นายให้ฉันทำทั้งหมด ผ่านมั้ย” โรสรินรอฟังคำตอบ ตะวันครุ่นคิดๆ แล้วตะวันก็เดินหนีออกไปเลย ทิ้งให้โรสรินเหวออยู่ตรงนั้น “เอ๊า เดี๋ยวสิ จะหนีไปไหน”

โรสรินเดินตามตะวันอย่างข้องใจ
“ตกลงว่าไง ฉันทำงานทุกอย่างสำเร็จตามที่นายสั่งแล้วนะ จะเบี้ยวกันใช่มั้ย”
ตะวันชะงักกึก แต่ยังไม่ยอมหันมา
“เปล่า คุณได้ทำในสิ่งที่ต้องการแล้ว เชิญ”
“ดูเหมือนนายไม่อยากให้ฉันทำ”
ตะวันหันมา
“ไม่ต้องดูเหมือน จริงๆ ผมไม่อยากให้คุณเดินแบบแฟชั่นโชว์อะไรนี่หรอก”
“แล้วทำไมนายถึงยอม”
“ผมแค่อยากเห็นคุณมีความสุข” ตะวันบอกอย่างจริงใจ โรสรินรู้สึกหวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก “แต่สิ่งที่คุณกำลังจะทำ ผมก็อยากให้มันมีประโยชน์ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระบำเรอความฟุ้งเฟ้อ คุณคิดเองแล้วกันว่าจะทำยังไง”
โรสรินฟังคำตะวันแล้วครุ่นคิดตาม
“ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระเหรอ”

จอไอโฟนของโรสรินเป็นภาพชุดหลายๆ ชุด โรสรินมองอย่างใช้ความคิด น้ำค้างดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ
ที่หน้าจอเป็นเบอร์ยุนอาโทรแทรกเข้ามา โรสรินรับสาย
“กำลังดูแบบชุดอยู่พอดีเลย ยุนอา”
“คุณโรสคะ ตอนนี้คุณพีชกำลังเดินทางมาเมืองไทย ยังไม่สะดวกจะคุยกับคุณโรสแต่เขาส่งแบบเสื้อมาให้คุณโรสดูก่อน เป็นยังไงคะ ชอบรึเปล่า แต่ถ้าถามยุนอาต้องบอกได้เลยว่า เริ่ดดดดเว่อร์ อ้อ คุณพีชฝากบอกว่า รบกวนให้
คุณโรสก็ฟิตหุ่นให้เริ่ด มั่นหน้าให้เป๊ะรอถึงวันงานเลยค่ะ”
น้ำค้างนั่งอยู่ข้างๆ โรสริน อย่างอยากรู้อยากเห็นด้วย
“เรื่องมั่นหน้ากับเรื่องหุ่นน่ะ ฉันโอเคอยู่แล้ว แต่ว่า…”
โรสรินคิดถึงคำพูดตะวัน ตะวันบอกอย่างจริงใจ โรสรินรู้สึกหวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก
“แต่สิ่งที่คุณกำลังจะทำ ผมก็อยากให้มันมีประโยชน์ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระบำเรอความฟุ้งเฟ้อ คุณคิดเองแล้วกันว่าจะทำยังไง”
โรสรินครุ่นคิดอีกครั้ง แล้วบอกยุนอาไปว่า…
“ฝากบอกดีไซเนอร์ด้วยว่า ฉันอยากเปลี่ยนแบบผ้าใหม่ให้ใช้ผ้าไหมไทยทั้งหมด และธีมของงานนี้ต้องเกี่ยวข้องกับดอกไม้ เท่านั้น”
น้ำค้างหันมองหน้าโรสรินอย่างตกใจ

อีกด้านหนึ่งยุนอาก็ช็อกอย่างสุดๆ
“ผ้าไหมไทย ธีมดอกไม้ เอ่อ คุณโรสขา ทุกฝ่ายเค้าดำเนินการของเค้าหมดแล้ว อยู่ๆ จะมาเปลี่ยน เกรงว่าจะไม่ได้นะคะ ถ้าจะเปลี่ยนแบบนี้ยุนอาว่าเปลี่ยนนางแบบง่ายกว่านะคะ”
โรสรินมีสีหน้าเหวี่ยงขึ้นมาทันที
“ไม่ ฉันไม่ให้เปลี่ยน ฉันอยู่ของฉันดีๆ เธอมาชวนฉันจนฉันอยากทำงานนี้ อยู่ๆ เอาฉันออกไม่ได้ แล้วถ้าฉันไม่ได้เดินแบบ ฝ่ายออแกไนซ์ทั้งหมดต้องตกงาน ฉันจะไล่ออกให้หมดเลย”
“พี่โรสแรงไปรึเปล่า” น้ำค้างแย้ง
“แค่นี้เหรอเรียกว่าแรง พี่ยังแรงได้มากกว่านี้” โรสรินคุยโทรศัพท์ต่อ “ฉันอยากให้งานแฟชั่นมันมีสาระมากกว่าแค่โชว์ความสวยๆ งามๆ อย่างเดียว ฝากถามคุณพีชดีไซเนอร์ด้วยว่าไม่อยากนำเสนอเอกลักษณ์ของผ้าพื้นถิ่นและความงามของดอกไม้ไทยเหรอ” โรสรินพยายามบิ๊วท์ยุนอาสุดๆ “คิดดูสิถ้านำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาโลก มันจะเท่แค่ไหน ส่วนเรื่องการตกแต่งเวทีฉันกับทางไร่ตะวันจะช่วยเอง”
ยุนอาหน้าซีดดูกลัวโรสรินมากๆ
“ที่คุณโรสพูดมันก็มีเหตุผลนะคะ แต่ว่างานเดินแฟชั่นอีกไม่กี่วันก็จะเริ่มแล้ว ถึงคุณพีชยอมออกแบบใหม่เพื่อคุณโรส แต่ด้วยเวลา คงไม่น่าจะทัน”
ยุนอาทำหน้าตาน่าสงสารมาก แต่โรสรินยืนยันหนักแน่น
“มันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ยุนอา เธอต้องทำให้ฉันเดินแบบผ้าไทยให้ได้ แล้วเจอกัน”
โรสรินตัดสายทันที อย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะโต้เถียงยังไง น้ำค้างชูนิ้วโป้งให้โรสริน
“แจ๋วไปเลยพี่โรส ผ้าไหมไทย ธีมดอกไม้ เข้ากันกับไร่ตะวันด้วย”
“ฉันจะให้ตะวันช่วยตกแต่งเวทีด้วยดอกไม้ไทย น่าจะเก๋ดีเนอะ”
“เห็นด้วย เอ๊ะ แต่ว่าถามพี่ตะวันรึยังว่าเค้าจะเอาด้วยมั้ย”

โรสรินชะงักไป นั่นน่ะสิ

ตะวันกำลังพ่นปุ๋ยบำรุงดอกกล้วยไม้ หันมามองหน้าโรสริน

“ฉันรู้ว่านายทำได้ ของแค่เนี้ยหมูๆ เลยใช่มั้ย”
“ไม่”
“ใจดำ”
“มันไม่ใช่งานของผม คุณอยากทำงานนี้ผมก็อนุญาตแล้ว คุณจะใช้ดอกไม้เท่าไหร่ก็ได้ จะให้คนงานช่วยกี่คนก็ได้ แต่คุณต้องทำเอง”
โรสรินช็อกไป
“ฉันออกแบบไม่เป็น งานตกแต่งประดับด้วยดอกไม้มันเป็นงานถนัดของนาย ขอแค่นี้ช่วยไม่ได้รึไง”
ตะวันเดินไปพุ่นปุ๋ยไม่สนใจโรสริน โรสรินเดินตามต้อยๆ
“ผมช่วยคุณไม่ได้”
“แต่มันยากเกินกว่าที่ฉันจะทำเป็น”
            ตะวันหันมองหน้า
“แล้วใครที่บอกว่าโรสรินไม่เคยยอมแพ้ โรสรินทำได้ทุกอย่าง กลืนน้ำลายตัวเอง ไม่อายรึไง”
            โรสรินโกรธงอนมาก
“ไม่ง้อก็ได้”
โรสรินกำหมัดแน่นปรี๊ดสุดๆ แล้วสะบัดบ๊อบเดินออกไป ตะวันมองตามโรสรินแล้วยิ้มๆ มองตาม
“ผมเชื่อว่าคุณทำได้ อย่ายอมแพ้สิโรสริน”
 
ตะวันกับน้ำค้างกำลังให้อาหารปลากันอยู่ น้ำค้างยิ้มแซวๆ ตะวัน
“ใจแข็งจริงนะพี่ตะวัน ช่วยพี่โรสเค้าหน่อยก็ไม่ได้”
“หัดทำอะไรด้วยตัวเองมันไม่ดีรึไง”
“พี่โรสอุตส่าห์ไม่ทำให้แฟชั่นโชว์เป็นแค่เรื่องไร้สาระ เห็นมั้ยมีทั้งผ้าไทย ดอกไม้ไทย ช่วยส่งเสริมความเป็นไทยแบบเนี้ย ไม่คิดจะช่วยจริงๆ อ่ะ”
ตะวันให้อาหารปลา ไม่สน
            “พี่มีหน้าที่แค่เฝ้าดู คิดดีได้แล้ว จะทำได้ดีแค่ไหน”
“จ๊า พ่อคนใจแข็ง”
เสียงมาลัยเรียกร้องหาตะวันดังขึ้น
“พี่ตะวัน วู้วว อยู่ไหนเอ่ย พี่ตะวันขา”
ตะวันลุกพรวดสะดุ้งเฮือก ตบบ่าน้ำค้าง
“สกัดกั้นข้าศึกแทนพี่ด้วยน้องรัก”
แล้วตะวันก็รีบเดินออกไปเลย น้ำค้างส่ายหน้าเอือมๆ เฮ้อ
 
มาลัยร้องเรียกหาตะวันเข้ามา
            “ยู้ฮู จ๊ะเอ๋ๆ พี่ตะวันอยู่ไหนค๊า มากินผลไม้หวานๆ ฉ่ำๆ อร๊อย อร่อย เร๊ววว พี่ตะวัน ยู๊ฮู๊ๆ วู้ววว”
น้ำค้างโผล่ไปขวางหน้า
            “พี่ตะวันไม่อยู่”
“โกหก พี่ตะวันแทบไม่ออกไปไหนจะไม่อยู่ที่ไร่ได้ยังไง”
“ไม่รู้ ถ้าอยู่แล้วหาเจอมั้ยล่ะ” น้ำค้างแบมือ “ฝากของไว้ที่ฉันก็ได้”
“ฉันจะป้อนพี่ตะวันด้วยมือฉันเอง” น้ำค้างส่ายหน้าเซ็งๆ แล้วมาลัยก็นึกอะไรขึ้นได้ “นึกออกแล้ว! หน็อยๆๆ คงจะอยู่กับยัยคุณหนูนั่นใช่มั้ย นี่คิดจะขัดขวางความรักของฉันใช่มั้ยน้ำค้าง”
“นี่ ถึงฉันไม่ขวาง พี่ตะวันเค้าก็ไม่สนเธออยู่ดี”
“แรงมาก พี่ตะวันจะเป็นของใครไม่ได้ยกเว้นฉันคนเดียว”
น้ำค้างไม่ถอย มาลัยเดินกระแทกไหล่น้ำค้าง เดินไปเลย
“เฮ้อ น้องช่วยได้แค่นี้นะพี่ตะวัน โชคดีนะ”
 
โรสรินและอึ่งเดินถือหนังสือเล่มหนึ่งลงจากบ้าน หันมองซ้าย ขวาเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้น
“คงไม่มีใครผ่านมานะ”
“ชัวร์จ้ะ คงอยู่แถวแปลงกุหลาบกันหมด”
โรสรินอมยิ้ม ประมาณว่าทางสะดวก โรสรินยิ้มมั่นใจ
“จับตาดูให้ดี จะโชว์ให้ดูว่ามืออาชีพเค้าเป็นกันยังไง”
โรสรินยิ้มเอาหนังสือวางไว้บนหัว แล้วพอยท์เท้า มั่นหน้า เชิ่ดอก แล้วซ้อมเดินแบบ โรสรินเดินได้ไม่กี่ก้าว หนังสือก็หล่นตุ่บ อึ่งขำ โรสรินหน้าเสีย
“สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง”
โรสรินหยิบหนังสือมาปัดๆ ฝุ่น วางไว้บนหัวแล้วทดลองเดินอีก อึ่งลองเอาหนังสือไว้บนหัวแล้วเดินด้วย โรสรินเดินได้มั่นใจมาก โพสต์ท่าสวยงาม ราวกับนางแบบบนแคทวอล์ก

“มาอยู่ที่นี่ ได้ทำอะไรสนุกๆ บ้างก็ดีเหมือนกันแฮะ”

โรสรินซ้อมเดินแบบต่อ อย่างมีความสุขมากๆ แต่แล้วโรสรินก็ต้องช็อกเมื่อซ้อมเดินแบบอยู่ดีๆ มาลัยก็เดินพรวดเข้ามาเจอ โรสรินตกใจหนังสือหล่นจากหัว มาลัยก็ตกใจทำถุงผลไม้หล่น มองโรสรินแบบว่าเป็นตัวประหลาดมากๆ

“แดดร้อนไปใช่มั้ย เธอถึงฟั่นเฟือนมาทำอะไรเพี้ยนๆ แบบนี้”
            โรสรินรู้สึกอายๆ
“ไม่รู้เรื่องก็อย่าเดามั่ว”
โรสรินเดินหนีไม่อยากตอแย  มาลัยวิ่งมาขวางหน้า สีหน้ายังไม่หายสงสัย
“ใกล้บ้าแล้วใช่มั้ย ถ้าอยู่ที่นี่แล้วมันกดดันนัก ก็ไปซี๊ ไปเลย ทนอยู่ทำไม”
“ฉันไม่ได้บ้า เธอนั่นแหล่ะบ้า บ้าผู้ชาย ตามหาเรื่องกันอยู่ได้”
“เมื่อกี๊ซ้อมเดินแบบไปทำอะไร”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ” โรสรินเดินหนี มาลัยพูดดักคอกวนๆ
“ถ้างั้นก็บ้า ยัยเพี้ยนเอ๊ย”
โรสรินปรี๊ดขึ้นมาเดินเข้ามาหา
“เพี้ยนไม่เพี้ยน เดี๋ยวเธอก็คอยดูฉันบนแคทวอล์กก็แล้วกัน”
“ช่ายย ยิ่งใหญ่อลังการแน่ ที่นี่ เร็วๆ นี้”
แล้วโรสรินก็เดินออกไป มาลัยมองอย่างอึ้ง
“เดินแบบ ที่นี่ เร็วๆ นี้”
 
ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ในตลาด ลูกจ้างกำลังซ่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ เดชา ล่ำ แหลม เดินเข้ามาหยุดที่หน้าร้าน
พอลูกจ้างเห็นเดชาเท่านั้นก็เลิกซ่อมมอเตอร์ไซค์ แล้วเดินเข้าไปในร้านทันที ล่ำ แหลม มองไปรอบๆ ทั้งซ้ายและขวา อย่างระแวดระวังภัยให้เดชา ไม่นานนักลูกจ้างคนเดิมก็เดินออกมาพร้อมกับเจ้าของร้าน เจ้าของร้านยกมือไหว้เดชา
“สวัสดีครับเฮีย เชิญข้างในครับ”
เดชา ล่ำ แหลม เดินเข้าไปในร้าน เจ้าของร้านหันมองไปรอบๆ ด้านนอก เห็นว่าไม่มีใครสงสัย สีหน้าเจ้าของร้านดูมีพิรุธมีความลับบางอย่างปกปิด แล้วเจ้าของก็เดินเข้าร้านไป
มุมหนึ่งในร้าน เจ้าของร้านเปิดผ้ายางสีดำที่คลุมลังไม้ขนาดใหญ่ออก เจ้าของร้านเปิดฝาลังไม้ออกมาเผยให้เห็นเลื่อยไฟฟ้าตัดไม้ขนาดใหญ่ รุ่นใหม่และดีที่สุด เดชาหยิบขึ้นมามอง สัมผัสรู้สึกกระชับถนัดมือ
“เลื่อยตัวนี้เพิ่งนำเข้าจากเมืองนอก เป็นรุ่นที่ดีที่สุด ใช้เวลานิดเดียวรับรองป่าเหี้ยนเป็นแถบๆ แต่ราคาสูงหน่อยนะครับเสี่ย”
เดชามองเลื่อยในมือยิ้มร้ายอย่างพอใจ
“เท่าไหร่ฉันก็สู้ ขอให้มันดีจริงก็แล้วกัน”
“ตกลงจะเอากี่ตัวดีครับ”
“มีเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น”
เจ้าของร้านยิ้มกริ่ม
“โอเคเลยครับ จัดให้ครับเสี่ย”
“ช่วยเอาไปส่งให้ที่ไร่ฉันด้วย แล้วระวังตัวให้ดีล่ะ ตอนนี้หมาลอบกัดมันจ้องเล่นงานอยู่”
“ไม่มีปัญหาครับ”
แล้วเดชา ล่ำ แหลม ก็เดินออกจากร้านไป
 
เดชา ล่ำ แหลม เดินกร่างเข้ามาในบริเวณตลาด
            “เสี่ยจะมัวปล่อยให้ไอ้ตะวันมันแว้งกัดเราทำไม”
“หาทางตัดไฟแต่ต้นลม ชิงเก็บมันก่อนดีกว่า”
“อย่าลืมว่าครั้งที่แล้วก็เสียหายไปหลายล้านนะเสี่ย”
“แต่จะแน่ใจได้ไงว่าตำรวจจะสาวตัวไม่ถึงฉัน พวกแกไม่ต้องห่วง ถ้าถึงโอกาสเหมาะจริงๆ ฉันแก้แค้นมันแน่”
เดชายิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม
 
แย้ขับรถกระบะเข้ามาจอดที่หน้าร้านอาหาร น้ำค้างนั่งอยู่ในรถด้วย
“ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพแล้วครับ ขอเชิญผู้โดยสารเอาดอกไม้ไปส่งด้วยครับ”
“ตลอด อู้ตลอด”
“โธ่ น้ำค้างอ่ะ แย้ขับรถเมื่อยก้นจะแย่”
น้ำค้างลงจากรถแล้วเดินไปหยิบเอาถุงดอกกุหลาบลงจากรถท้ายรถ แล้วน้ำค้างก็เดินผ่านรั้วเข้าไปในร้าน
น้ำค้างเดินหอบถุงกุหลาบเข้ามาในร้านอาหาร สวนกับกิตติทัตที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้านพอดี น้ำค้างยิ้มดีใจ
“อ้าว หมอคะ มาทานข้าวคนเดียวเหรอ”
            กิตติทัตอึดอัดนิดหน่อย
“เอ่อ เปล่าครับ ไม่ได้กินคนเดียว”
“น้ำค้างขอกินด้วยคนนะคะ” น้ำค้างแกล้งแซว กิตติทัตดูมีอาการอึดอักกว่าเดิม น้ำค้างยิ้มขำ “น้ำค้างล้อเล่นค่ะ เดี๋ยวส่งดอกไม้ให้ร้านนี้เสร็จน้ำค้างก็กลับแล้ว น้ำค้างไม่กวนหมอหรอกน่า” น้ำค้างจะเดินออกไป นึกอะไรบางอย่างได้ น้ำค้างหยิบดอกกุหลาบในถุงให้กิตติทัต แล้วยื่นดอกไม้พร้อมยิ้มให้ “ให้หมอค่ะ”
“ขอบใจมากนะ หมอขอตัวก่อน”
แล้วกิตติทัตก็เดินออกไป น้ำค้างมองตามยิ้มๆ
            “ใครมากินข้าวกันหมอนะ คิดมากน่า สงสัยหมอด้วยกันล่ะมั้ง”
 
อุษาวดีกำลังนั่งเช็คเฟสบุ๊คบนโทรศัพท์มือถือ กิตติทัตนั่งลงตรงหน้า
“ขอโทษนะครับ พอดีเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ”
อุษาวดีเห็นกุหลาบในมือกิตติทัตก็นึกว่ากิตติทัตเอามาให้
“หมอ จีบอุษารึเปล่าเนี่ย มีดอกกุหลาบมาให้ด้วย”
“เอ่อ…” กิตติทัตตัดสินใจยื่นดอกไม้ให้ “ผมให้แทนคำขอบคุณแล้วกันครับ คุณอุษาอุตส่าห์
นัดเลี้ยงข้าวผมทั้งที”
“ขอบคุณมากนะคะ” กิตติทัตยิ้มเขินๆ “มื้อนี้อุษาเลี้ยงเต็มที่ ตอบแทนที่คุณหมอช่วยดูแลอุษาจนหายป่วย”
กิตติทัตมองหน้าสวยๆ ของอุษาวดีเพลิน จนเผลอยิ้มออกมา
            “หมอคะ หมอ”  มืออุษาวดีแกว่งขึ้นลงหน้ากิตติทัต “ฮัลโหล”

“เอ่อ ครับ ขอโทษครับ เหม่อไปหน่อย”

น้ำค้างเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ
“เรียบร้อย กลับบ้านได้”
“โอเค ล้อหมุน”
แย้สตาร์ทรถกำลังจะออกไป พลันน้ำค้างนึกอะไรขึ้นได้
“เฮ้ยย ลืมมม” แย้เหยียบเบรกเอี๊ยด “เอาดอกไม้ส่งแล้วลืมเอาตังค์ซะงั้น”
“โอ๊ยตาย ยังไม่แก่ก็อัลไซเมอร์ซะล่ะ”
“เดี๋ยวน้ำค้างมา รอแป๊บ”
น้ำค้างรีบลงจากรถ วิ่งเข้าไปในร้าน

น้ำค้างเดินผ่านมุมสวยๆ ในร้านอาหาร น้ำค้างเดินไปเรื่อยๆ แต่หางตาเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติ น้ำค้างชะงักกึกหันขวับมองไปทันที แล้วก็ต้องช็อกที่เห็นกิตติทัตกับอุษาวดี นั่งโต๊ะเดียวกัน น้ำค้างมองเห็นอุษาวดีนั่งยิ้มถือดอกไม้ที่น้ำค้างให้กิตติทัต อุษาวดีพูดคุยสนุกสนานกับกิตติทัต ทั้งสองคนดูมีความสุขกันมาก
“หมอ คุณอุษา”
อุษาวดีถือดอกไม้อยู่ พลางดูรายการเมนูอาหารไปด้วย แต่แล้วน้ำค้างก็เดินพรวดเข้ามาหยุดอยู่ที่โต๊ะ อุษาวดี กับกิตติทัตหันขวับมองอย่างแปลกใจ
“น้ำค้าง”
กิตติทัตกับอุษาวดีอุทานออกมาพร้อมกัน น้ำค้างมองหน้ากิตติทัตอย่างเสียใจ
“นี่มันหมายความว่ายังไงคะ หมอทำแบบนี้ได้ยังไง”
อุษาวดีชักรู้สึกแปลกๆ ไม่รู้ว่าน้ำค้างโมโหอะไร
“ใจเย็นๆ ก่อนนะน้ำค้าง”
“ทำไมหมอให้ดอกไม้คุณอุษาด้วย หมอเอาดอกไม้ของน้ำค้างให้คุณอุษาได้ยังไง”
แขกในร้านอาหารหันมามอง น้ำค้าง อุษาวดี กิตติทัต เป็นสายตาเดียว กิตติทัตลุกขึ้นอย่างอยากเคลียร์ปัญหา จับมือจูงน้ำค้างออกไป
“ไปคุยกันข้างนอก”

กิตติทัตจูงน้ำค้างมาบริเวณสวนของร้านอาหาร น้ำค้างสะบัดมือออกสีหน้าดูโกรธและงอนมาก
“หมองงไปหมดแล้ว น้ำค้างเป็นอะไรกันแน่ คิดอะไรอยู่”
“ต้องถามหมอมากกว่า ว่าคิดอะไรอยู่”
กิตติทัตถอนใจ
“คุณอุษาอยากเลี้ยงตอบแทนที่หมอช่วยรักษาตอนที่เธอไม่สบาย”
“แล้วทำไมต้องให้ดอกไม้กัน”
“น้ำค้าง หมอผิดอะไร หมอจะทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของหมอไม่ใช่เหรอ”
“ไม่คิดเลยว่าหมอจะทำกับน้ำค้างแบบนี้ ถ้าอยากจะรักจะชอบคนอื่น แล้วหมอชอบน้ำค้างทำไม ทำให้น้ำค้างมีความหวังเพื่ออะไร”
น้ำค้างระบายอารมณ์ออกมา กิตติทัตเหวอ
“ชอบน้ำค้างเหรอ” กิตติทัตถึงกับช็อก จับบ่าน้ำค้าง “ฟังหมอให้ดีนะ หมอไม่เคยคิดอะไรกับน้ำค้างเลย”
น้ำค้างถึงกับน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดจะทน
“หมายความว่ายังไงคะ”
“หมอมองน้ำค้างเป็นน้องสาวที่น่ารักของหมอมาตลอด”
น้ำค้างช็อกมาก
“แต่ แต่มีคนยืนยันกับน้ำค้างว่าหมอชอบน้ำค้าง”
“ใคร จะมีคนรู้ดีกว่าใจหมอได้ยังไง”
น้ำค้างอึ้ง นึกถึงคำพูดพีระที่บอกว่า “หมอชอบน้ำค้าง” น้ำค้างน้ำตาพรั่งพรูออกมา
“นี่น้ำค้างโง่โดนมันหลอกมาตลอดเหรอ”
“หมอเสียใจด้วยนะ น้ำค้างไม่โกรธหมอใช่มั้ย”
น้ำค้างปาดน้ำตา
“น้ำค้างตาสว่างแล้ว ขอโทษหมอที่น้ำค้างทำตัวไม่น่ารักนะคะ ขอโทษจริงๆ”
น้ำค้างร้องไห้วิ่งหนีออกไปเลย กิตติทัตมองตามน้ำค้างอย่างสงสารๆ…

น้ำค้างเปิดประตูเข้าในรถแล้วร้องไห้อย่างเสียใจที่โดนพีระหลอกและล้อเล่นกับความรู้สึก แย้ช็อกไปที่น้ำค้างร้องไห้อย่างหนัก
“น้ำค้าง ใครทำอะไรน่ะ ร้องไห้ทำไม”
น้ำค้างก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ไม่ได้ร้อง แค่ฝุ่นเข้าตาน่ะพี่แย้”
“ฝุ่นเข้าตา ไม่มั้ง เขื่อนแตกขนาดนี้”
“ก็บอกว่าฝุ่นเข้าตา ก็เข้าตาสิ ไปได้แล้ว น้ำค้างอยากกลับบ้าน”
“จ้ะๆๆ กลับจ้ะกลับ”
แย้มองน้ำค้างที่ร้องไห้อย่างหนักแล้วเป็นห่วง เข้าเกียร์ขับรถออกไป

โรสรินถอนใจเอือมๆ ขณะที่พีระสีหน้ามีความสุขมาก
“ถ้าเราเดินแบบคู่กันจะต้องเป็นการโชว์ที่สุดยอดไปเลย บอกได้คำเดียวว่า ว้าวว”
“เลิกคิดได้เลย อย่ายุ่ง”
“แต่เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เปิดตัวกันนะ นายแบบ นางแบบคู่รักไง”
โรสรินตบโต๊ะปัง พีระสะดุ้งโหยง
“อย่าเพ้อได้มั้ย เออแล้วนี่ อุษาไปไหนเหรอ”
“ไปดินเน่อร์กับหมอกิตติทัต”
“ไปกับนายขาโก่งเพื่อนโรสเนี่ยนะ สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ยิ่งกว่าสนิทอีก แอบกุ๊กกิ๊กกิ๊กกั๊กกันด้วย ตอนแรกพีนึกว่าหมอทัตเค้าชอบโรซี่ซะอีก แต่ดันไปชอบอุษาซะงั้น”
พีระแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์สุดๆๆ “หึหึหึ หมดคู่แข่งไปอีกหนึ่ง”
จู่ๆ ตาขวาพีระก็กระตุกขึ้นมาถี่ๆ จนโรสรินสังเกตได้
“ตาเป็นอะไรน่ะ”
“อยู่ๆ ก็กระตุก ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน”
“ตาขวาซะด้วย เคยได้ยินว่าตาขวากระตุกจะเจอกับเรื่องร้ายนะ”
พีระยิ้มไม่เชื่อ
“หลอกเด็ก ไร้สาระ โชคล๊งโชคร้ายอาไร๊”
เสียงน้ำค้างดังขึ้นอย่างฉุนเฉียว!
“นายพีระ”
น้ำค้างน้ำตาคลอเบ้าเดินเข้ามาหาพีระใกล้ๆ น้ำค้างไม่พูดไม่จาตบเพี๊ยะเข้าเต็มหน้าพีระ พีระช็อกไป
“เธอ” ตะวันเดินผ่านเข้ามาห่างๆ ยืนมองอย่างสนใจ น้ำค้างตบพีระเข้าให้อีกที พีระกับโรสรินถึงกับเหวอ
“บ้าไปแล้วเหรอ” น้ำค้างร้องไห้ ตบพีระอีกหลายๆ ที เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ “ไม่คิดจะพูดอะไรเลยรึไง”
“ฉันเกลียดนาย"

พีระช็อกไป พอจะปะติดปะต่อได้ว่าน้ำค้างเสียใจเรื่องอะไร น้ำค้างตบหน้าพีระอีกทีแล้ววิ่งหนีผ่านหน้าตะวันไป ตะวันหันมองตามอย่างสงสัย แล้วหันมองทางพีระที่ยังยืนกุมหน้าอยู่ อย่างคิดว่าต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 7 (ต่อ)

น้ำค้างวิ่งหนี พีระตามไปคว้าข้อมือไว้

“เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน เรื่องหมอทัตใช่มั้ย นี่เธอคงจะได้ข่าวอะไรผิดๆ มาแน่ๆ หมอทัตน่ะเค้าบอกฉันว่าชอบเธอจริงๆ นะ เธอต้องเชื่อฉันสิ”
น้ำค้างสะบัดมือออกอย่างแรง
“ล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นมันสนุกมากใช่มั้ย”
“ฉันไม่ได้โกหกเธอนะ”
“พอได้แล้ว แค่นี้ฉันก็รู้สึกทุเรศตัวเองมากพอแล้ว เห็นฉันโง่มากรึไง เห็นฉันเป็นตัวอะไร ฉันทำอะไรให้นาย นายถึงเอาความรู้สึกฉันเป็นของเล่น เอาความรักมาล้อเล่นกับฉันได้ยังไง”
พีระหลบตาไม่กล้าสบตาน้ำค้าง น้ำค้างเดินหนีไปอีก พีระเดินตามพยายามจะแก้ตัว
“เธอเข้าใจฉันผิดนะ”
น้ำค้างชะงัก หันมา
“เลว ยังเป็นลูกผู้ชายอยู่รึเปล่า”
น้ำค้างตบหน้าพีระอีกครั้งอย่างแรง น้ำค้างจะตบอีกครั้งทว่า ตะวันเข้ามาคว้าข้อมือน้ำค้างไว้
“น้ำค้าง มีปัญหาอะไร” ตะวันถามเสียงเครียด น้ำค้างน้ำตาไหลพูดกับพีระ
“ต่อไปนี้ ฉันไม่ใช่หุ่นที่นายจะชักจะเชิดได้ตามใจชอบอีกแล้ว”
น้ำค้างเดินปาดน้ำตาออกไปอย่างเสียใจ พีระจะตามไป ตะวันขวางชี้หน้าพีระไว้ ทำนองว่าอย่าตามไป เดี๋ยวมีเรื่องต้องเคลียร์กันแน่ ตะวันตามน้ำค้างออกไปอย่างเป็นห่วง พีระมองตามอย่างนึกสงสารน้ำค้างอยู่เหมือนกัน

ตะวันเปิดประตูเข้าไปเห็นน้ำค้างนอนฟุบหน้าร้องไห้อยู่บนเตียง ตะวันรีบเข้าไปหาอย่างเป็นห่วง…
“พี่ตะวัน”
น้ำค้างหันไปเห็นตะวันก็โผเข้าไปกอด ร้องไห้ซบที่อก ตะวันสงสารน้ำค้างมาก รู้เลยว่าน้องสาวต้องเจอเรื่องกับความผิดหวังเสียใจอย่างหนัก
“ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่ตรงนี้แล้ว น้ำค้างเสียใจเรื่องอะไร”
น้ำค้างสะอึกสะอื้น
“ช่างมันเหอะพี่ตะวัน เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”
“ไม่ ปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้” น้ำค้างนิ่งไป ตะวันมั่นใจว่าต้องมีใครสักคนเป็นต้นเหตุแห่งความเสียใจครั้งนี้
“เล่าให้พี่ฟังทั้งหมด พีระมันทำอะไรน้ำค้าง”
ตะวันมีสีหน้าเดือดมากๆ

เช้าวันใหม่ ตะวันและแย้ช่วยกันขนกระเป๋าเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ของพีระกับอุษาวดีโยนออกมากองหน้าบ้านพัก น้ำค้างกอดชาญหน้าเศร้า อาทิตย์ อึ่ง ยืนมองดูอยู่ห่างๆ พีระ อุษาวดีเหวอๆ วิ่งออกมาจากในบ้าน พยายามห้าม
“คุณตะวัน ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ”
“เฮ้ย หยุด มีสิทธิ์อะไรทำกับฉันแบบนี้วะ”
ตะวันขึงขังชี้หน้าพีระ พีระผงะไป
“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรทำให้น้ำค้างต้องเสียใจ”
ชาญตะโกนบอกสนับสนุนอย่างมีอารมณ์
“คนไร่ตะวันไม่เคยทำให้น้ำค้างต้องเสียน้ำตาโว้ย”
โรสรินได้ยินเสียงดังอึกทึกครึกโครมรีบวิ่งเข้ามาดู พอเห็นสภาพข้าวของพีระกองอยู่หน้าบ้านก็แปลกใจ
“ตะวัน ถึงกับต้องไล่กันแบบนี้เลยเหรอ”
“ถามแฟนคุณสิว่าทำเรื่องอะไรไว้ ผมให้เค้าอยู่ที่นี่ในฐานะแขกของคุณ ถึงไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์ผมไม่เคยว่า แต่ถ้าอยู่แล้วก่อปัญหาก็ไสหัวไปให้พ้น”
ตะวันดูโมโหมากๆ จนพีระถึงกับกลัว
“คนเรามันผิดพลาดได้ ฉันขอโทษน้องสาวนายด้วยก็แล้วกัน ที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย นายให้ฉันอยู่ต่อเถอะนะ”
ตะวันไม่สนเดินไปหิ้วกระเป๋าพีระ สั่งแย้แล้วเดินออกไป
“ขนของทั้งหมดไปที่รถ เดี๋ยวนี้”
แย้รับคำสั่งช่วยตะวันของแล้วเดินออกไป พีระกับอุษาวดีมองหน้ากันจ๋อยสุดๆ

ตะวัน แย้ เดินขนกระเป๋าเสื้อผ้าของพีระและอุษาวดีมาโยนลงที่ข้างรถ ทุกคนเดินตามเข้ามา พีระตรงเข้าไปอ้อนวอนกับโรสริน
“ช่วยพูดกับตะวันหน่อยสิโรซี่ พีไม่ได้ทำเรื่องใหญ่อะไรเลย ก็แค่วางแผนไม่ให้น้ำค้างกับหมอทัตมาขัดขวางความรักของเรา พีไม่ได้ไปฆ่าใครตายสักหน่อย”
“รีบไปดีกว่าก่อนที่ทุกคนจะรู้สึกไม่ดีกับเรามากไปกว่านี้” อุษาวดีบอก
“ตะวันมันอยากให้พีไปจากที่นี่อยู่แล้ว มันเลยหาเรื่องพี โรซี่ต้องช่วยพีนะ”
ชาญโมโหจะพุ่งไปหาพีระ แย้กับอาทิตย์ต้องจับตัวไว้
“ยังไม่สำนึกอีกเหรอวะ ไปให้พ้นไร่ข้าเดี๋ยวนี้เลย ไป”
“โรสช่วยอะไรไม่ได้หรอก พีทำไม่ถูกจริงๆ” โรสรินบอกแล้วเดินไปรวมกลุ่มกับชาญ น้ำค้าง แย้ อึ่ง อาทิตย์
พีระ อุษาวดีมองหน้ากันอย่างจ๋อยๆ
“ใครมีอะไรทำก็แยกย้ายกันไปได้แล้ว” ตะวันบอกแล้วหันไปหาพีระ “หวังว่าคงไม่ได้เจอหน้ากันอีก”
ตะวันเดินหันหลังจะออกไป อาทิตย์กับอึ่งโบกมือบ๊ายบายให้พีระและอุษาวดี
“บ๊ายยย บายย”

พีระ อุษาวดี เก็บของเข้ารถอย่างซึมๆ โรสริน ชาญ แย้ อาทิตย์ อึ่ง จะเดินตามตะวันออกไป แต่ทว่าน้ำค้างยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
“ไม่ต้องไปไหนหรอก อยากอยู่ที่นี่ก็ตามใจนาย”
น้ำค้างบอก ทุกคนชะงักหันมามองน้ำค้างอย่างคาดไม่ถึง
“น้ำค้าง/พี่น้ำค้าง”
พีระวิ่งเข้ามาหาน้ำค้างอย่างดีใจ
“โอ้โห นางฟ้าจริงๆ ขอบใจมากที่เธอไม่โกรธฉัน”
“คิดดีแล้วเหรอน้ำค้าง อย่าให้ความใจอ่อนทำให้เราอ่อนแอ”
“นายอยากอยู่ที่นี่ต่อก็ได้ แต่มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” น้ำค้างพูดกับพีระ
“ข้อแลกเปลี่ยน”
ทุกคนมองน้ำค้างอย่างไม่เข้าใจ ว่าน้ำค้างคิดอะไรอยู่

“เฮ้ย ไม่มีทาง จะบ้ารึไง”
พีระบอกอย่างตกใจ น้ำค้าง พีระ ตกลงเงื่อนไขกันสองคน ที่เหลือยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ พีระกำลังหงุดหงิดปรี๊ดมากเลย ขณะที่น้ำค้างดูนิ่งๆ อย่างเหนือกว่า
“ถ้าไม่ยอมเป็นคนงานที่นี่ ก็ไสหัวไปเลย”
พีระชี้ตัวเอง
“ประธานบริษัทอย่างฉันไม่มีวันทำตัวกระจอกก้มหน้าเป็นคนงานให้เธอชี้นิ้วสั่งตามใจชอบ”
“แต่คนเดียวที่ช่วยให้นายอยู่ที่นี่ได้คือฉัน ถ้าไม่ยอมรับข้อเสนอ ก็ไปซะ” พีระดูเครียดสุดๆ น้ำค้างยิ้มเยาะ
“แล้วถ้านายไม่อยู่ ฉันสาบานเลยว่าฉันจะทำให้พี่ตะวันกับพี่โรสรักกันให้ไวที่สุด”
น้ำค้างหันหลังจะเดินออกไป พีระครุ่นคิดตัดสินใจหนักสุดๆ
“ก็ได้ๆๆ ตกลงตามนั้น”
น้ำค้างหันมายิ้ม
“ดี นายมีสิทธิ์อยู่ที่นี่ต่อ แต่ขอบอกไว้เลยว่า นายได้เจอกับขุมนรกแน่ๆ”

น้ำค้างมองหน้าพีระอย่างสะใจ พีระกลืนน้ำลาย สีหน้าเสียวๆ ขนลุกวาบๆ

อุษาวดีกับพีระช่วยกันลากกระเป๋ามาที่หน้าบ้าน โรสรินเดินตามมาถอนใจเอือมๆ
“เลิกซะทีเหอะพี นิสัยที่ชอบเป็นคนเจ้าความคิดชอบวางแผนเนี่ย หาเรื่องใส่ตัว”
“ก็พีไม่อยากเสียโรซี่ให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น”
“แล้วถามโรสสักคำรึเปล่าว่าอยากได้พีมั้ย”
พีระหน้าจ๋อยสุดๆ
“เป็นไง โดนล่ะสิ”
น้ำค้างเดินเข้ามาหาพีระ
“เก็บของเสร็จไปเจอฉันที่ท้ายไร่ ฉันมีงานให้ทำ”
“มะเหงกเหอะ ข้าวเช้ายังไม่ได้กินเลย”
“ภายในสิบนาทีถ้าฉันไม่เห็นหน้านาย เตรียมย้ายของออกไปได้เลย”
แล้วน้ำค้างก็เดินจากไปอย่างโหดๆ
“โธ่เว้ย ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ”
“สมน้ำหน้าอยากหาเรื่องดีนัก”
แล้วโรสรินก็เดินจากไปเลย
“อ้าว โรซี่ โธ่ ไม่ช่วยปลอบใจกันเลยรึไง”
พีระถอนใจส่ายหน้าอย่างเซ็งสุดๆ

พีระเดินเข้ามาที่บริเวณทุ่งนา ที่แปลงนาเห็นข้าวขึ้นเขียวขจี ขณะที่อีกแปลงหนึ่งยังไม่ได้ปลูกข้าว อยู่ในขั้นตอนการเตรียมดินเพื่อเพาะปลูก น้ำค้างยืนอยู่กับคนงานสอง-สามคน น้ำค้างกำลังยื่นหญ้าให้ควายกิน พลางลูบตัวควายอย่างเอ็นดู อุปกรณ์สำหรับไถนา พวกคันไถต่างๆ วางอยู่ พีระเดินหน้ามุ่ยเข้ามาหาน้ำค้าง
“ตกลงจะให้ฉันทำอะไร” พีระมอง อึ้งๆ “เฮ้ย อย่าบอกนะว่าจะให้...”
“ถ่ายแบบมั้ง เห็นมั้ยว่านี่อะไร” น้ำค้างชี้คันไถ
“คันไถ”
“แล้วนี่” น้ำค้างชี้ควาย
“แมวน้ำ” พีระบอกอย่างกวนๆ
“ควายย่ะ ชื่อคุณเฉาก๊วย ทำความรู้จักกันไว้ซะ เพราะจะต้องร่วมงานกันอีกนานเลย นายพีระ”
“นี่จะนักธุรกิจร้อยล้านอย่างฉันไถนาเหรอ จะบ้ารึไง ฉันไม่ใช่ชาวนา”
“แต่ตอนนี้ใช่แล้ว นายคงไม่รู้ว่าไร่ตะวันปลูกข้าวกินเอง แล้วในฐานนะที่ตอนนี้นายเป็นลูกจ้างไร่ตะวัน ฉันขอสั่งให้นายไถปรับหน้าดินแปลงนี้ทั้งหมด คนเดียวเท่านั้น” พีระหน้าเหวอสุดขีด กลืนน้ำลายเอื้อก “พี่ๆ เค้าจะสอนนายไถนา และสอนการบังคับควาย ตั้งใจเรียนรู้ด้วย เพราะถ้าทำไม่ได้ฉันจะเฉดหัวนายออกไป”
พีระจับคันไถขึ้นมา ดูไม่ทะมัดทะแมงเอาเสียเลย
“พูดมาก จะสอนก็รีบสอนได้แล้ว” พีระตบหัวควายเบาๆ “แล้วอย่าดื้อกับฉันนะ ไม่งั้นโดนเตะจริงๆ ด้วย”
น้ำค้างและคนงานผงะถอยห่างออกจากควาย อย่างกลัวๆ พีระมองสงสัยๆ “อะไรๆ กลัวอะไรกัน” พีระถามอย่างสงสัย
“คุณเฉาก๊วยไม่ชอบให้ใครตบหัว”
“ห๊า” พีระมองควาย เห็นควายอารมณ์ไม่ดีเตรียมจะขวิด “ซะ ซะ ซะ ซวยแล้วววว เฮ้ยยย อย่าๆๆ อย่าไอ้เฉาก๊วย”
พีระวิ่งหนีร้องลั่นล้มลุกคลุกคลานตัวเปลอะเปื้อนโคลนเต็มไปหมด ควายวิ่งไล่จะขวิด พีระวิ่งหนีควายเป็นที่วุ่นวาย น้ำค้างมองยิ้มๆ สมน้ำหน้า สะใจสุดๆ
“สมน้ำหน้า ขวิดให้ไส้แตกไปเลยนะเฉาก๊วย”
น้ำค้างป้องปากตะโกน

น้ำค้างแหงนหน้ามองต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ ทุ่งนา
“เกาะเป็นชะนีเลยนะ ลงมาได้แล้ว”
พีระอยู่บนต้นไม้ กอดกิ่งไม้อยู่ ไม่ยอมลงมา พีระหน้าตากลัวๆ สภาพมอมแมมสุดๆ
“ไอ้เฉาก๊วยมันหายโกรธฉันรึยัง”
น้ำค้างหันไปมองเห็นควายนอนเล่นสบายใจ
“หายแล้ว ลงมาทำงานเดี๋ยวนี้เลยนะถ้าไม่ยอมลงมาล่ะก็ไสหัวออกไปเลย”
“เออๆๆ ยอมแล้วๆ ลงแล้ว ลงก็ได้”
พีระยอมลงจากต้นไม้ แต่ลงผิดท่าตกร่วงพื้นจุกแอ่ก
“สมน้ำหน้า แล้วตั้งใจฟังตั้งใจเรียนรู้ด้วย เพราะถ้านายทำไม่ได้ก็ ไสหัวออกไป”
น้ำค้างมองหน้าพีระกวนๆ ขณะที่พีระมองน้ำค้างอย่างเจ็บใจๆ

คนงานสอนพีระไถนา พีระไถอย่างเก้ๆ กังๆ ล้มก้นจ้ำเบ้า พีระพยายามลองอีกก็ทำไม่ได้หกล้มลุกคลุกคลานน้ำค้างกอดอกยืนมองยิ้มอย่างสะใจ พีระเริ่มใช้เชือกบังคับควายและเริ่มไถดินได้แล้ว พีระเหนื่อยสุดๆ เหนื่อยแทบขาดใจ หยุดปาดเหงื่อ น้ำค้างเดินเข้ามาหาที่คันนา
“อย่าอู้ รู้ใช่มั้ยว่าถ้าทำไม่เสร็จจะต้องเจอกับอะไร”
“ถามจริงนะ ใช้แรงงานคนไปเพื่ออะไร รถไถก็มีเงินซื้อ จะเหนียวไปทำไม เสียเวลา ล้าหลัง ไม่พัฒนา แทนที่จะเอาสมองไปคิดหาวิธีทุ่นแรงงานคนให้น้อยที่สุด” น้ำค้างส่ายหน้า
“นั่นวิธีคิดของคนเมือง ใช้แต่สมองไม่ใช้แรง แล้วจะมีเรี่ยวแรงได้ไง ไม่แปลกใจเลยที่คนกรุงพอแก่ตัวมาก็เจ็บป่วย ต้องเอาเงินที่หามาได้มารักษาชีวิตตัวเอง”
“ที่เธอทำแบบนี้เพราะอยากช่วยฉัน หวังดีกับฉัน งั้นเหรอ”
น้ำค้างทำหน้าเหี้ยม
“ใครบอก ฉันจะทรมานนายต่างหาก ทำงานต่อเดี๋ยวนี้ ถ้าอู้ล่ะก็ฉันสั่งคนลากนายออกจากไร่ตะวันแน่”
“ทำไมโหดแบบนี้วะ ฮึ่ย”
พีระไถดินต่อล้มลุกคลุกคลานเหมือนเดิม น้ำค้างมองอย่างสะใจมาก

พีระนอนคว่ำอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน ร้องโอดโอยทรมานสุดๆ พีระมีสภาพมอมแมมเลอะโคลนไปหมด
อุษาวดีบีบนวดทายาหม่องให้ โรสรินส่ายหน้ามองอย่างสงสารปนสมเพช
“โอ๊ย กระดุกกระดิกตัวไม่ได้แล้ว รวดร้าวไปทั้งตัวและหัวใจ”
“เห็นน้ำค้างดูใสๆ แบบนั้น น่ากลัวเหมือนกันนะ ดูสิ ใช้งานพี่พีซะหมดสภาพเลย”
“ปวดตรงไหนบ้างพี”
“ทุกตรงเลย ไม่มีส่วนไหนที่ไม่ปวด โอ๊ยยย”
ตะวันเดินควงน้ำค้างเข้ามาดูอาการ หน้าตาไม่บอกว่าสงสารเลยสักนิด พีระหันไปเห็นก็เหวี่ยงน้ำค้างทันที
“มาทำไม ไม่ต้องมาห่วงฉันหรอก”
“ไม่ได้ห่วง แต่มาดูว่าตายรึยัง”
“ถ้าจะแค่มาเยาะเย้ยกันก็ไปเลยไป ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอก”
“อย่าสำคัญตัวผิดนักเลย ฉันมีธุระกับพี่โรสต่างหาก” โรสรินหันมองอย่างสงสัย “เมื่อกี๊น้ำค้างออนไลน์อยู่ พี่ยุนอาฝากบอกมาว่า ให้พี่โรสเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ พี่พีชดีไซเนอร์เค้าเร่งตัดชุดไว้เกือบเสร็จแล้ว”
“อ้าว เหรอ ยังไม่ได้เฟิร์มหุ่นเลย แล้วนี่ฉันดูอ้วนรึเปล่า”
โรสรินอวดหุ่นให้ทุกคนดู อย่างถามความเห็น พีระ อุษาวดี น้ำค้าง ส่ายหน้าให้โรสริน
“หุ่นอย่างเนี้ยเนี่ยเหรอจะเดินแบบ แขม่วพุงซ่อนห่วงยางไว้ให้ดีๆ ล่ะคุณ” ตะวันบอก
“ให้กำลังใจกันบ้างมันจะตายมั้ย”

ตะวันยิ้มให้กวนๆ แล้วก็ควงน้ำค้างออกไป โรสรินมองตามอย่างอารมณ์เสีย

ตะวันนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน บริเวณบ้านปิดไฟหมดแล้ว มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟอ่านหนังสือที่ตะวันกำลังใช้งานอยู่ ตะวันนั่งร่างแบบเวทีแคทวอล์กที่มีการประดับประดาตกแต่งด้วยดอกไม้ไทยนานาชนิดๆ ตะวันลงสีที่ดอกไม้เพิ่มสีสันและมีชีวิตชีวา แต่แล้วโรสรินก็เดินเข้ามา มองๆ อย่างสงสัยว่าตะวันทำอะไร
“ฉันครั่นเนื้อครั่นตัวไงไม่รู้ นายมียาแก้ไข้รึเปล่า”
ตะวันตกใจไม่ทันตั้งตัว รีบเก็บแบบทันที แต่ด้วยความรีบจนลนลาน แบบที่ได้ออกแบบไว้ตกพื้น ตะวันลุกไปจะเก็บ แต่ช้ากว่าโรสรินที่ก้มเก็บได้ก่อน โรสรินมองแบบเวทีแคทวอล์กที่ประดับประดาด้วยดอกไม้แล้วอึ้งไป
“สวยมาก ไหนนายบอกว่าจะไม่ช่วยฉันไง”
“ใครว่าผมช่วยคุณ ผมก็แค่ออกแบบไว้เล่นๆ”
ตะวันจะขอคืน แต่โรสรินชักมือกลับไม่ให้
“โด่เอ๊ย ใจอ่อนล่ะซี้ แอบชอบฉันรึเปล่าเนี่ย แอบชอบฉันแน่ๆ ใช่มั้ย”
โรสรินยิ้มๆ ถามแบบไม่คิดอะไร แต่ทำเอาตะวันชะงักไปเลย ตะวันดูเสียอาการอย่างมาก รีบเดินไปหยิบขวดยา แล้วยื่นให้กับโรสริน
“ไปกินยานอนได้แล้วไป”
แล้วตะวันก็ปิดโคมไฟ แล้วเดินหนีไปเลย โรสรินมองตามตะวันอย่างงงๆ
“ถามเล่นๆ แค่นี้ ทำเสียอาการไปได้ เป็นบ้าอะไรเนี่ย”

เช้าวันใหม่ ทีมงานหลายคนกำลังช่วยกันตั้งโครงสร้างเวทีสำหรับเดินแบบกันอย่างแข็งขัน แข่งกับเวลาสุดๆ
ห่างออกไปยุนอาแนะนำพีชให้กับตะวันและโรสรินได้รู้จัก
“คุณพีชคะ นี่คือคุณตะวันเจ้าของไร่ตะวันแห่งนี้ ส่วนนี่...” ยุนอาจะแนะนำโรสริน พีชยิ้มให้โรสริน
“นางแบบในฝันของฉัน คุณโรส ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
พีชยื่นมือให้จับโรสรินจับมือทักทายด้วย ตะวันมองพีชที่แต่งตัวไฮโซ ใส่ชุดโค๊ทคอปิดลายเสือดาว สวมรองเท้าบู๊ทอย่างกับอยู่ยุโรปจึงกระซิบกับโรสริน
“เค้าเป็นอะไรมากมั้ย ร้อนตับจะสุกอยู่แล้ว”
พีชได้ยิน หันขวับ ปาดเหงื่อ
“แฟชั่นนิสต้าน่ะรู้จักมั้ย ร้อนไม่กลัว กลัวไม่เริ่ด”
“โรสอยากดูชุดที่ต้องเดินแบบน่ะ พาโรสไปดูหน่อยสิ” โรสรินพูกับพีช
“ขอเก็บเป็นเซอร์ไพร์สทีเดียวเลยดีกว่านะคะ ตอนนี้พีชขอตัวไปเตรียมงานก่อนนะคะคุณโรส”
แล้วพีชก็เดินออกไป ไม่ลืมที่จะมองค้อนตะวันหนึ่งขวับ
“อ้อ แล้วเรื่องตกแต่งเวทีสรุปว่ายังไงคะคุณโรส” ยุนอาถามขึ้นมา โรสรินยิ้มชูแบบที่ตะวันออกแบบให้ ยื่นให้ยุนอาดู
“ไม่ต้องห่วง นี่ ออกแบบเองกับมือเสร็จเรียบร้อย”
“โอ๊โหว ถ้าของจริงได้แบบนี้นะ เวรี่เริ่ดเว่อร์ค่ะคุณโรส”
ตะวันกระแอม มองหน้าโรสริน โรสรินทำเป็นไม่สนใจ
“ผมก็อยากเห็นเหมือนกันว่าคุณจะทำได้ดีแค่ไหน และขอย้ำอีกครั้งว่า งานนี้คุณลุยเดี่ยว ผมไม่เกี่ยว”
แล้วตะวันก็เดินออกไป โรสรินแลบลิ้นให้อย่างหมั่นไส้

โรสรืนยืนอยู่บนเวที กำลังมองแบบในมือและครุ่นคิดว่าจะเริ่มตกแต่งเวทียังไงดี ยุนอาคุมคนงานช่วยกันแขวนผ้าสีสันสดสวยที่ฉากหลังเวที ยกเสามาประดับ ตะวัน แย้ อาทิตย์ อึ่ง และคนงานบางส่วนช่วยกันเข็นดอกกุหลาบ ดอกกล้วยไม้ และดอกไม้ไทยหลากหลายพันธุ์ และอุปกรณ์ตกแต่งประดับดอกไม้เข้ามาที่เวที โรสรินไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี
“พวกดอกไม้กับอุปกรณ์ทั้งหมดครบแล้วใช่มั้ย” ตะวันถามแย้
“ครับพ๊ม”
ตะวันจะเดินออกไป โรสรินมองเหวอๆ เดินไปขวาง
“เฮ้ย นี่จะทิ้งกันจริงๆ ใช่มั้ย ไม่ได้อำกันเล่นเหรอ”
“กลัวอะไรเล่า แย้ อาทิตย์ อึ่ง ทุกคนก็พร้อมเป็นลูกมือคุณ”
“ไม่เอานะ แย้ไม่ช่วย แย้ช่วยที่รักของแย้ดีกว่า”
แย้วิ่งเข้าไปหายุนอาอย่างลัลล้า ตะวัน อาทิตย์ อึ่ง หันไปมองแย้อย่างเซ็งๆ
“ไม่ต้องกลัวน่า แบบผมก็เขียนให้หมดแล้ว ก็แค่ประดับดอกไม้ตามแบบ” ตะวันบอกโรสริน
“แต่ฉันไม่เคย”
“คนเราก็ต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น อย่ามาโชว์อ่อนให้เห็นดีกว่า”
โรสรินปรี๊ดขึ้นมาทันทีจ้องหน้าตะวันอย่างโมโห
“ได้ นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะขอให้นายช่วย”
“ดี ผมจะคอยดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ” โรสรินหันหลังหนีไม่อยากมองหน้า “อ้อ แล้วอย่างทำห่วยๆ ให้เห็นก็แล้วกัน” ตะวันยิ้มเย้ยๆ แต่นั่นเพราะอยากกระตุ้นให้โรสรินฮึด โรสรินโมโหกระทืบเท้าตะวันทันที ตะวันกระโดดเหย็ง “โอ๊ย ยัยแสบเอ๊ย”
แล้วโรสรินก็เดินไปดึงมืออาทิตย์กับอึ่ง เตรียมตัวประดับเวทีด้วยดอกไม้ต่อไป

โรสรินกำลังประดับเวทีด้วยดอกไม้กับอาทิตย์และอึ่ง โรสรินตั้งใจทำอย่างสุดๆ ดูมีความสุขมาก แต่โรสรินกลับจัดดอกไม้มั่วๆ สีสันไม่เข้ากันแตกต่างกันมากๆ โรสรินมือแรงไปหน่อยทำแผงดอกไม้ร่วงทั้งแผง
“ว๊าย”
ตะวันที่นั่งมองดูอยู่ห่างๆ ถึงกับย่นคิ้วส่ายหน้า…
“เฮ้อ พัง บอกได้คำเดียวว่า พัง”
อึ่งกับอาทิตย์ ช่วยกันหยิบแผงดอกไม้มาติดตั้งใหม่เหมือนเดิม อาทิตย์ลูบแขนโรสรินเบาๆ มองตาอย่างห่วงๆ
“คุณทิตย์บอกให้พี่นางฟ้าใจเย็นๆ อย่าใจร้อน ว่าแต่ว่าทำไมพี่นางฟ้าไม่ทำตามแบบคะเนี่ย มันดูมั่วๆ ยังไงก็ไม่รู้”
โรสรินมองดอกไม้ที่ตัวเองทำแล้วสีหน้าแบบว่ามั่นใจมากๆ

“มั่วยังไง สวยดีออก ฉันชอบแบบเนี้ย”

ตะวันเดินเข้ามาไม่พูดพร่ำทำเพลงรื้อดอกไม้ที่โรสรินทำออก โรสรินเหวอ
“ไอ้บ้าตะวัน ฉันทำมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ”
“ไม่ได้เรื่อง ทำใหม่”
“ฉันจะเอาแบบนี้ ไม่ช่วยแต่แรกก็อย่ายุ่ง”
“แต่ที่คุณทำมันห่วยแตก มีความตั้งใจมันก็ดีอยู่แล้ว แต่อย่าอวดเก่ง”
“แต่ว่า”
“ถ้าอยากเก่ง อยากให้คนชื่นชมต้องฉลาดในการเรียนรู้ หัดรับฟังคำวิจารณ์ของคนอื่นบ้าง สีดอกไม้ที่คุณเลือกมันไม่เข้ากัน ถ้าจะใช้สีโทนเย็น สีดอกไม้ต้องอ่อนกว่านี้ ไม่ใช่นึกอยากทำอะไรก็ทำ”
โรสรินจ้องหน้าตะวันอย่างโกรธมากๆ
“นายรู้อะไรมั้ย ไม่มีอะไรที่ฉันอยากทำมากไปกว่าเอาปากนายไปซ่อม”
“ไม่มีอะไรที่ผมอยากทำมากไปกว่าปราบยัยแม่มดอย่างคุณ”
อึ่ง อาทิตย์ ถอยกรูดอย่างกลัวๆ โรสรินปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง
“ปราบงั้นเหรอ นายรู้อยู่แก่ใจ” โรสรินจิ้มหน้าอกตะวันแรงๆ “ว่าใครก็เปลี่ยนฉันไม่ได้”
“ก็ไม่ต้องเปลี่ยน คุณแค่ปรับตัวเอง คุณในวันนี้ผมยืนยันว่าไม่เหมือนคุณวันแรกที่มาเหยียบที่นี่แน่ๆ พยายามได้ดีแล้ว อย่าดีแตกง่ายๆ น่า” โรสรินดูอ่อนๆ ลง ตะวันยิ้มให้ “ทำงานของคุณต่อเถอะ ลองใหม่อีกครั้งความภูมิใจรอคุณอยู่นะ”
โรสรินตัดสินใจหันหลังกลับไปจัดดอกไม้อีกครั้ง ตะวันหันมองตามยิ้มๆ

พีระกำลังไถดินอยู่อย่างเหนื่อยสุดๆ และยังไถดินไปหกล้มคลุกคลานไปเหมือนเดิม ทุลักทุเลสุดๆ
“แกไม่รู้จะเหนื่อยบ้างรึไงวะไอ้เฉาก๊วย ฉันจะตายอยู่แล้วนะ” พีระบ่นควาย เฉาก๊วยขี้ออกมา พีระแทบอ้วก
“เฮ้ยๆๆ ขี้ๆๆ ไอ้ควายบ้า อี๋ แหวะ ใช่เวลาขี้มั้ยเนี่ย” สายตาพีระหันไปมองเห็นน้ำค้างนั่งพิงต้นไม้หลับอยู่ พีระยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที “น้ำค้าง น้ำค้าง ยัยน้ำค้าง” น้ำค้างหลับปุ๋ย Wฝันหวานเลยเหรอ ทางสะดวกแล้วสิ”
พีระยิ้มวางคันไถลง แล้วจะหนีออกจากแปลงนา พีระแล้วค่อยย่องๆ ออกไป แต่ทว่ามือหนึ่งคว้าแขนพีระไว้ พีระหันขวับมองก็เห็นน้ำค้างยืนอยู่ข้างหลัง
“ไปไหน ทำงานต่อเดี๋ยวนี้”
“ฉันขอไปหาโรสหน่อยนะ นะ แป๊บเดียวก็ได้”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พี่ตะวันคอยดูแลให้แล้ว”
“ก็เพราะอยู่กับนายตะวันเนี่ยแหล่ะฉันถึงต้องไป ป่านนี้หมอนั่นมันทำคะแนนถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ จู๋จี๋โรสเพลินไปแล้วมั้ง ให้ฉันไปหาโรสเถอะนะ”
“อยากไปก็ไปสิ”
“เฮ้ย ใจดีเว่อร์อ่ะตัวเอง”
“แต่ต้องหลังจากที่นายไถดินแปลงนี่เสร็จก่อน”
“คนใจดำอำมหิต”
พีระมองหน้าน้ำค้างอย่างแค้นสุดๆ ต้องก้มหน้าก้มตาเดินไปทำงานต่อ
“นี่แค่เบาะๆ กว่าฉันจะหายแค้น นายอ่วมแน่พีระ”
น้ำค้างพูดกับตัวเองเบาๆ

โรสรินประดับดอกไม้บนเวที ตะวันคอยช่วยเหลือ โรสรินดูมุ่งมั่นตั้งใจทำสุดๆ ตะวันอมยิ้มมีความสุขที่เห็นโรสรินดูมุ่งมั่น ไม่ท้อและตั้งใจทำ
ที่มุมลับตาใกล้ๆ กับรั้วไร่ตะวัน ล่ำกับแหลมนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์ ล่ำที่ซ้อนท้ายมองกล้องส่องทางไกลส่องไปทางไร่ตะวัน ภาพจากกล้องส่องทางไกลเห็นเป็นภาพเวทีเดินแบบที่ทีมงานเร่งมือเตรียมความพร้อม จัดวางเก้าอี้สำหรับผู้ชม ตั้งไฟ ตั้งกล้องตามจุดต่างๆ เห็นว่าคืบหน้ามากกว่า 80 เปอร์เซนต์
ภาพจากกล้องส่องทางไกล เห็นเป็นภาพโรสรินกำลังประดับดอกไม้บนเวที โดยมีตะวันให้ความช่วยเหลือ
ล่ำกับแหลมยิ้มร้ายๆ ได้ข่าวเด็ดไปรายงานลูกพี่แล้ว

บรรดาแม่ค้ากำลังมองมาลัยและมาลีที่แต่งชุดราตรีสวย กำลังเดินนวยนาดหน้าแผงขายของ เชิ่ดหน้าชูคอยังกับเซเล็บไฮโซ
“เป็นไงๆ ตะลึงเลยล่ะสิพวกเอ็ง นานๆ ข้าจะโชว์ขาโชว์หลังขาวๆ ซะที”
มาลัยมองหลังแม่
“ที่ขาวๆ น่ะ ฉันว่าไม่ใช่ผิวขาวออร่านะแม่”
“แล้วอะไรวะ”
“เกลื้อน”
บรรดาแม่ค้าฮากันครืนๆ มาลีตีลูกเบาๆ
“แกนี่ จะมาขายกันเองทำไม”
“มาลี มาลัยเอ๊ย อุตส่าห์ไปเช่าชุดราตรีไปงานที่ไร่ตะวัน แล้วเอ็งมีบัตรเชิญรึไง เดี๋ยวทางนั้นเขาก็ได้ถีบหัวส่งมาร๊อก”
“ทำไมต้องมีบัตรเชิญวะ ในเมื่อนังมาลัยลูกข้าจะเป็นสะใภ้ที่ไร่ตะวันอยู่แล้ว”
“เฮ้อ ลมๆ แล้งๆ”
“ไม่ต้องไปฟังพวกปากหอยปากปูหรอกแม่ เอาเวลามาคิดดีกว่าว่าจะเปิดตัวหนูในฐานะว่าที่สะใภ้ไร่ตะวันยังไง”
“ดีจ้ะลูก งานนี้เราจะต้องเป็นดาวเด่นเป็นเล็บขบของงาน”
“เซเล็ปจ้ะแม่ เค้าเรียกเซเล็ป”
แล้วมาลีกับมาลัยก็เดินเฉิดฉายกันต่อ

เวทีเดินแบบไร่ตะวัน โรสรินกับบรรดานางแบบกำลังซ้อมเดินแบบ ตะวันอยู่ข้างล่างเวที มองโรสรินและนางแบบหลายๆ คนซ้อมเดินแบบ โดยมีพีชคอยควบคุมอย่างใกล้ชิด โรสรินดูตั้งใจเดินสุดๆ มาดสง่ามีราศีออร่ากระจาย ตะวันเคลิ้มมองโรสรินที่กำลังซ้อมเดินแบบ เผลอยิ้มออกมา โรสรินรู้สึกแปลกๆ หันไปมองเห็นตะวันยิ้มให้เธอ
ตะวันรู้สึกตัว รีบเฉไฉหันมองไปทางอื่น ลับหลังโรสรินตะวันแอบมองโรสรินอีกครั้ง รู้สึกว่าโรสรินสวยมาก
ช่วงเย็น บริเวณเวทีเดินแบบประดับประดาไปด้วยดอกไม้ไทยและผ้าไหมไทยดูสง่าสวยงามลงตัวมากมาย รอบๆ เวทีมีคบไฟประดับโดยรอบ มีแขกเหรื่อเซเล็ปไฮโซนั่งรอชมแฟชั่นโชว์
ในบ้านตะวัน ชาญ อาทิตย์ อึ่ง น้ำค้าง แย้ แต่งตัวสวยหล่อแบบไทยๆ ดูทันสมัย เก๋ไก๋มากมาย อึ่งโพสต์ท่าเป็นนางแบบดูเริ่ดๆ
“อึ่งจ๊ะ วันนี้ดูสวยผิดปกตินะ”
“แน่นอนค่ะพี่น้ำค้าง พี่นางฟ้าสอนไว้ว่า เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย”
“อ้าวเหรอ นึกว่าเป็นผู้หญิงอย่าหยุดหวย”
“ทำไมวะ”
“เอ๊า ก็ผู้หญิงอย่าหยุดหวยเพราะถ้าจะรวยต้องสวยก่อน ไงจ๊ะปู่”

“จริงของมันเว้ยเฮ้ย” ชาญมองนาฬิกาข้อมือ “ว่าแต่ เมื่อไหร่ไอ้ตะวันจะแต่งหล่อเสร็จซะทีวะเนี่ย”

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 7 (ต่อ)

ตะวันเดินเข้ามาพอดี เสื้อผ้า หน้าผม เป๊ะสุดๆ หล่อมาก อาทิตย์ น้ำค้าง ชาญ แย้ อึ่ง มองตะวันอย่างตะลึงๆ
 
“นี่พี่ชายน้ำค้างจริงๆ เหรอ”
“ทำไมเหรอ หล่อจนจำไม่ได้เลยรึไง”
“น่าร๊อกว์อ่ะ ลูกพี่ไอ้แย้หล่อที่ซู๊ดดด” แย้ยกนิ้วให้
“เชื้อปู่มันแรงเว้ยเฮ้ย ไปๆ เดี๋ยวไม่ทันดูหนูโรสพอดี”
“แหม หล่อเป็นพิเศษ เพราะไปเชียร์คนพิเศษรึเปล่าน้า” น้ำค้างแซวพี่ชาย ตะวันดีดหูน้ำค้าง เพี๊ยะ
“ไม่อยากไปดูด้วยซ้ำ แต่ในฐานะเจ้าของไร่ มันก็ต้องไปให้เกียรติเค้าบ้าง”
“เหรอออ”
ทุกคนบอกเสียงเดียวกัน
“เสียเวลาน่ะ รีบไปได้แล้ว”
ตะวันรีบเดินออกไป ชาญ น้ำค้าง อาทิตย์ มองตามขำๆ

ที่ฟาร์มเดชา เดชาถอดเสื้อขี่ม้าออกกำลังกายโชว์ซิ๊กแพ็ค แหลมขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนท้ายล่ำเข้ามา เดชาลงจากม้าเดินเข้ามาหา
“ได้เรื่องอะไรบ้างวะ”
“งานเดินแบบของคุณโรสใกล้จะเริ่มแล้วครับ”
“เสี่ยเดจะให้พวกผมทำอะไร สั่งมาได้เลย”
เดชายิ้มร้ายขึ้นมา
“แกสองคนไปแต่งตัวหล่อ เตรียมไปงานนี้พร้อมกับฉัน”
ล่ำ แหลม มองหน้ากันอย่างสุดงง
“เราจะเข้าไปทำอะไรกันครับเสี่ย ถ้าจะเก็บไอ้ตะวันเราคอยซุ่มไม่ให้ใครรู้จะดีกว่า”
“ยัง ฉันยังไม่อยากให้มันตายตอนนี้” เดชายิ้มร้ายมีแผนการสุดๆ “แต่มันต้องตายทั้งเป็น”

ตะวันเดินมาตามทาง แล้วก็ผงะเมื่อเห็นทีมงานของพีชสองคนกำลังเด็ดกลีบดอกกุหลาบใส่ถังอย่างไม่ปราณีปราศรัย ตะวันพุ่งเข้ามา หน้าตาโกรธมาก
“หยุด” ทีมงานสองคนหยุดกึก “เด็ดกลีบกุหลาบทำไม”
“เอาไปประกอบฉากถ่ายแบบครับ” ทีมงานบอก ตะวันอึ้ง
“ประกอบฉากถ่ายแบบ”
“ครับ”
ตะวันมองกลีบกุหลาบในถัง มองไปที่ก้านกุหลาบที่ถูกทิ้งอย่างไม่ใยดี ตะวันกำมือแน่น ทั้งโมโหทั้งเสียใจราวกับสูญเสียของมีค่า ก้มลงหยิบก้านกุหลาบที่ไม่มีดอกขึ้นมา ก่อนจะจ้ำเดินออกไป ทีมงานมองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ

ภายในห้องๆ หนึ่ง แต้วกำลังแต่งตัวให้โรสรินซึ่งยังแต่งตัวไม่เสร็จดี
“คุณโรสผิวข๊าวขาว ใส่สีไหนก็สวยไปหมด”
โรสรินยิ้มเชิด พร้อมกับปัดผม
“ใครๆ ก็บอกฉันแบบนั้น” โรสรินพูดเองเขินเอง
ทันใดนั้นตะวันเปิดประตูเข้ามาหน้าตาเอาเรื่อง โรสรินเห็นท่าไม่ดี รีบคว้าตัวแต้วมาบังตัวเองเอาไว้ แต้วตกใจ
“จะเข้ามาทำไมไม่ให้สุ้มให้เสียง ไม่เห็นเหรอว่าฉันแต่งตัวอยู่”
ตะวันไม่สนใจ เดินเข้าหาโรสริน แต้วเห็นท่าไม่ดี รีบผละจากโรสริน
“นึกได้ว่ามีธุระ ไปก่อนนะคะ” แต้วรีบเดินออกไป
“เดี๋ยวสิ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน นี่” โรสรินบอก
แต้วไม่สน ออกไปทันที ตะวันมายืนประจันกับโรสริน โรสรินรู้สึกหวาดๆ
“ผมบอกให้คุณทำการถ่ายแบบครั้งนี้ให้มีสาระ แต่เนี่ยเหรอ” ตะวันยื่นก้านกุหลาบไปตรงหน้าโรสริน “สาระของคุณ” โรสรินนิ่วหน้าไม่เข้าใจ “ผมไม่อนุญาตให้คุณถ่ายแบบในไร่ผมแล้ว” โรสรินช็อก “ไล่พวกนั้นไปให้หมด”
โรสรินเลือดขึ้นหน้า
“ไม่มีทาง นี่เป็นความฝันของฉัน ฉันไม่ยอมให้นายมาทำลายความฝันของฉันเด็ดขาด”
ตะวันกัดกรามแน่น
“ถ้าคุณไม่ไล่ ผมไล่เอง”
ตะวันรีบเดินออกไป โรสรินหน้าแย่มาก
“นายตะวัน อย่านะ ตะวัน”
โรสรินรีบตามตะวันออกไปทันที

ที่ทุ่งนาท้ายไร่ตะวัน พีระหน้าแดงก่ำ เหงื่อท่วมตัว เพราะออกแรงเยอะ บวกกับร้อน น้ำค้างที่นั่งอยู่บนแคร่ใต้ต้นไม้ มองพีระยิ้มหยัน
“ให้ไวให้ไว ทำอะไรชักช้าจริงจริ๊งงง”
พีระหันมามองอย่างฉุนๆ
“คนไม่เคยไถนามาก่อน จะให้ไวได้ไงห๊ะ ดีแต่บ่น ทำไมไม่ลงมาทำเอง”
“เรื่องไรฉันจะทำ หน้าที่ไถนาเป็นหน้าที่ของนาย”
“ของควาย ไม่ใช่ของฉัน” พีระหันไปทำงานต่อ แต่เฉาก๊วยไม่เดิน “เดินสิไอ้เฉาก๊วย เดินสิเว๊ย คนยิ่งรีบๆ อยู่” พีระดันสุดแรงจนสุดทน “โว๊ยย ไม่ทงไม่ทำมันแล้ว”
พีระจะเดินขึ้นมา แต่ขาจมโคลน เลยหน้าคว่ำ เฉาก๊วยหันมองแล้วเดินจากไป พีระโมโหมาก น้ำค้างหัวเราะ
“ขนาดควายยังทนดูสภาพนายไม่ได้เล๊ยย โถๆๆ น่าสงสาร”
พีระพูดไม่ออก ความโกรธจุกอก ระหว่างนั้นลุงคนหนึ่งเดินมาหาน้ำค้าง พร้อมหิ้วกระติกน้ำกับปิ่นโตมาด้วย
“หนูน้ำค้าง” น้ำค้างหันไป “ลุงเอาน้ำกับอาหารมาให้”
“ขอบคุณมากค่ะลุง”

น้ำค้างรับกระติกน้ำกับปิ่นโตมาวางบนแคร่ ลุงหันไปเห็นพีระจมโคลนอยู่ ลุงลงไปช่วยดึงขึ้นมาทันที พีระหมดสภาพสุดๆ โคลนเปื้อนทั้งตัว
“ขอบใจพ่อหนุ่มมากนะ ที่มีน้ำใจช่วยคนแก่”
“ขอบคุณ?” พีระงง
“ก็ที่พ่อหนุ่มช่วยลุงไถนา ขอบใจมากจริงๆ สมัยนี้หาคนหนุ่มคนสาวที่มีน้ำใจยากเหลือเกิน” ลุงหันมาหยิบกระติกน้ำ “มามา มากินน้ำกินท่าก่อน”
พีระรู้สึกดีอย่างประหลาดที่มีคนขอบคุณ
“ขอบคุณ?”
พีระพูดกับตัวเองเบาๆ ลุงเดินมายื่นกระติกน้ำให้ พีระรับกระติกน้ำมาเปิดแล้วก็ยกดื่มอักๆ
“นี่นี่ เหลือให้ฉันกินบ้างสิ” น้ำค้างบอก พีระสำลักน้ำ “สมน้ำหน้า”
ลุงเอาหมวกตัวเองใส่หัวให้พีระ พีระชะงัก
“ลุงให้หมวก ใส่แล้วจะได้ไม่ร้อน แล้วก็...” ลุงถอดผ้าขาวม้าที่พันเอวออกมา “เอาไว้เช็ดเหงื่อ ลุงเพิ่งซักมา ยังหอมๆ อยู่เลย” พีระรับผ้าขาวม้าของลุงมาด้วยความอึ้งๆ “หิวรึเปล่า ลุงเอาข้าวมาให้ มีน้ำพริก ปลาทู แล้วก็ผักสด กินได้มั๊ย”
“กินได้ครับ” พีระซึ้งน้ำใจลุง ลุงจะเดินออกไป พีระเรียกไว้ “ลุงครับ เออ ขอบคุณมากนะครับ” พีระหันไปทางน้ำค้าง “ฉันไปทำงานต่อล่ะนะ”
น้ำค้างแปลกใจที่พีระกลับไปทำงานโดยที่เธอไม่ต้องสั่ง พีระพยายามไถนาต่อไป หน้ายิ้มแป้น

ภายในไร่ตะวัน ทีมงานยังคงเซ็ทสถานที่ถ่ายแบบ ช่างไฟกำลังเซ็ทไฟ ช่างภาพตั้งโน้ตบุ๊คบนโต๊ะ มีสายต่อกับกล้อง ฝ่ายพร๊อพกำลังจัดฉาก ตะวันจ้ำเดินมาตรงหน้าพีช
 
“ออก...(ไปจากไร่ผม)”
ตะวันยังพูดจบประโยค โรสรินเข้ามาปิดปากตะวันเอาไว้ได้ทัน ตะวันตาเหลือก พีชงง
“ขอโทษค่ะคุณพีช เมื่อเช้านายนี่ไม่ได้ทานยาก็เลยสติแตกนิดหน่อยค่ะ”
ตะวันตาโตตกใจ เหล่มองโรสริน พีชยกมือทาบอก
“ต๊องเหรอคะ”
“ค่ะ ไม่ได้แค่ต๊องอย่างเดียวนะคะ แต่ยังซาดิสต์ ปากจัด บ้ากามอีกด้วยค่ะ”
พีชฟังแล้วอึ้ง ตะวันสุดทน ดึงมือโรสรินออกจากปาก
“หยุดหลอกด่าผมได้แล้ว” ตะวันหันไปทางพีช “ผมให้เวลาคุณสิบนาที เก็บข้าวของของคุณออกไปจากไร่ผมให้หมด”
โรสรินอึ้ง พีชไม่เข้าใจ
“WHY? ทำไม?”

ตะวันยังไม่ทันตอบ ทีมงานยกถังใส่กลีบกุหลาบเดินเข้ามา ตะวันหันไปมอง
“นั่นไงคือคำตอบ” พีชกับโรสรินหันไปเห็นกลีบกุหลาบ “กว่าผมจะปลูกกุหลาบให้ออกดอกสวยงาม มันต้องใช้เวลา ต้องคอยดูแล ให้น้ำ ให้ปุ๋ย เฝ้าทะนุถนอม แต่คุณกลับให้คนของคุณมาเด็ดกลีบกุหลาบของผมทิ้ง ดอกไม้ที่ไม่มีกลีบ มันก็เหมือนคนที่ตายทั้งเป็น”
ตะวันจัดเต็ม พีชกับโรสรินหันมามองหน้ากันด้วยความเหวอมาก แล้วสองคนก็หันไปทางตะวัน
“คุณเข้าใจผิด กุหลาบพวกนั้น ฉันซื้อของฉันมาเอง”
“ห๊ะ”
“นั่นไม่ใช่ดอกกุหลาบของนาย ชัดมั๊ยนายตะวัน”
ตะวันหน้าเสีย พูดไม่ออก ทำหน้าไม่ถูก “แย่แล้ว” หน้าแตกเพล้ง

ขณะนั้นมาลัยแต่งตัวจัดเต็ม สไตล์ลาล่า ลูลู่โปงลาง มีดอกไม้อันเขื่องติดบนหัว เดินมากับมาลี
“รู้สึกเหมือนตัวเองขาดอะไรไปซักอย่าง”
มาลีมองลูกปลงๆ
“ไอ้ขาดข้าว่าไม่ แต่เยอะไปมากกว่า”
“ไม่เยอะ ก็ไม่เด่นสิแม่” มาลัยโพสต์ท่าสวยงาม “อย่ามัวลีลา รีบเข้าไปได้แล้ว”
ยังไม่ทันที่สองแม่ลูกจะเข้าไปในไร่ตะวัน เสียงแย้ดังขึ้น
“จะเข้าไปไหน” มาลัยกับมาลีหันไปเห็นแย้เดินออกมา สองแม่ลูกเหล่มองหน้ากัน “ฉันถามว่า..จะ-ไป-ไหน”
“สาระแน”
“ที่นี่ไม่มีใบสาราแหน่”
“ลูกข้าบอกเอ็งอย่าแส่ อย่าแจ๋น หลีกไป”
“ไม่หลีก” แย้กางแขน “ไร่กุหลาบตะวันไม่ต้อนรับเว๊ย ฉันรู้ว่าพวกแกมาทำไม คิดจะมากองถ่ายแบบใช่มั๊ย” มาลัยกับมาลีหน้าเสีย “ฝันไปเถอะว่าจะได้เข้าไป”
มาลีกับมาลัยโมโห แย้หันหลังเดินออกไป สองแม่ลูกพยักหน้าให้กัน แล้วมาลัยก็กระโดดขี่หลังแย้ แย้ตกใจ
“เฮ้ย” มาลัยล็อกคอแย้ ทำเอาแย้หน้าดำหน้าแดง “ยะ...หยุด...หาย...ใจ...ไม่...ออก” มาลีมาตรงหน้า แล้วใช้เล็บข่วนหน้าแย้ แย้ร้องลั่น “อ๊ากก”
แย้เงยหน้ามองท้องฟ้า แหกปากดังลั่น

ขณะนั้นตะวันยังยืนหน้าเสียตรงหน้าพีช มีโรสรินอยู่ข้างๆ
“เออ คือ ผม ผมขอโทษครับ ผมนึกว่าเป็นกุหลาบในสวนของผม”
“ไม่เป็นไร” พีชบอกแต่หน้าตางอนสุดๆ ระหว่างนั้นเสียงมือถือพีชดังขึ้น พีชเอามือถือออกมา “ขอตัวซักครู่”
ตะวันยิ้มรับ พีชเดินออกไปกดรับสาย ตะวันหันมาเจอโรสรินมองค้อน
“วันหลังถ้าจะโวยอะไร กรุณาถามให้แน่ใจก่อน ฉันอายแทน”
ตะวันพูดไม่ออก แล้วเสียงพีชก็ดังลั่นขึ้น
“ห๊ะ รถชน” ตะวันกับโรสรินหันไปมองพีชสงสัย พีชตกใจมากขึ้น “หัวแตก แขนหัก ไหปลาร้าโผล่ โอ้มายก๊อด”

ตะวันมองพีชด้วยความสงสัย พีชวางสาย หน้าตาแย่มาก
“ใครเป็นอะไรครับ” ตะวันถามอย่างสงสัย
“นายแบบของเรา โดนรถชน มาถ่ายแบบไม่ได้ แล้วฉันจะหาใครมาถ่ายแบบแทนล่ะเนี่ย”
พีชหน้าแย่มาก ระหว่างนั้นแอ๊ดเดินถือแก้วกาแฟร้อนๆ มาหาพีช
“กาแฟร้อนร้อนได้แล้วครับคุณพีช”
ตะวันหันไป ทำให้ชนกับแอ๊ด กาแฟหกใส่เสื้อตะวัน ตะวันร้อนมาก โรสริน พีชกับแอ๊ดตกใจ
“อุ๊ยตาย ขอโทษครับ”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร”
ปากบอกไม่เป็นไรแต่ร้อนมากจนต้องรีบถอดเสื้อออกมา ทันทีที่ตะวันถอดเสื้อ ทำเอาโรสริน พีช แอ๊ด อ้าปากค้าง ตาค้าง ตะวันเอามือถูๆ ตรงที่โดนน้ำร้อน เห็นผิวแดงเถือก แล้วตะวันก็รู้สึกว่ามีคนมอง ตะวันหันไปก็ผงะ เพราะสายตาของโรสริน พีชกับแอ๊ดต่างจับจ้องมาที่เค้าเป็นตาเดียว
“มีอะไรรึเปล่าครับ”
โรสริน พีช แอ๊ดสะดุ้ง แล้วพีชก็นึกอะไรออก

อีกด้านหนึ่งที่ริมทุ่งนาท้ายไร่ พีระกำลังกินข้าว ก้มหน้าก้มตาเอาแต่กินๆ กินไปก็ยิ้มไป น้ำค้างมอง
“ยิ้มอยู่ได้ หรือว่าบ้าไปแล้ว”
“ไม่ได้บ้า ตอนที่ลุงขอบคุณฉันน่ะ รู้สึกดีไงก็ไม่รู้”
“มันเป็นความสุขที่เกิดจากการทำความดีไงล่ะ”
พีระชะงักคิดตาม
“จริงด้วย แต่แปลกนะ ความสุขที่ฉันรู้สึกวันนี้ เป็นความอิ่มเอม ปลื้มปิติ ไม่เหมือนความสุขเวลาที่ฉันไปเที่ยวผับ หรือซื้อของแพงๆ”
“นั่นน่ะมันเป็นความสุขชั่วครั้งชั่วคราว แต่ความสุขที่นายได้รับวันนี้เป็นความสุขที่แท้จริง มันจะอยู่ในความทรงจำของนาย นึกถึงทีไรก็ทำให้นายยิ้มได้”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ” พีระมองน้ำค้างแววตาจริงใจ “ขอบใจที่ทำให้ฉันพบความสุขแบบนี้ ทำให้รู้ว่าการทำเพื่อคนอื่น มันดียังไง”
น้ำค้างยิ้มตอบ แต่ก็ชะงักอดมองระแวงไม่ได้
“โกหกป่ะเนี่ย”
“ฉันไม่ได้โกหก ดูตาฉันสิ” พีระยื่นหน้าไปใกล้น้ำค้าง “เห็นอะไรมั๊ย”
น้ำค้างพยักหน้า
“ขี้ตา”
“ไม่ได้ให้ดูขี้ตา ความจริงใจต่างหากที่อยู่ในแววตาของฉัน”
พีระยิ้มพร้อมยักคิ้ว แล้วก็ก้มหน้ากินข้าวต่อ น้ำค้างมองพีระยิ้มแล้วก็ส่ายหัว

ด้านตะวัน เขามองหน้าพีชด้วยความตกใจมาก
“ให้ผมเป็นนายแบบ”

“ค่ะ พีชอยากให้คุณตะวันเป็นนายแบบคู่กับคุณโรส”

โรสรินตกใจกำลังจะบอกว่า “ไม่” แต่เสียงมาลัยแว๊ดดังขึ้นมาซะก่อน

“ไม่ได้” ทุกคนหันไปเห็นมาลัยกับมาลีเดินมา มาลัยเข้ามาควงแขนตะวัน “พี่ตะวันจะถ่ายแบบคู่กับใครไม่ได้ทั้งนั้น นอกจากมาลัยคนเดียว”
“คุณเป็นใคร? WHO ARE YOU?” พีชถามอย่างสงสัย
“แฟนพี่ตะวัน”
“ไม่ใช่นะครับ”
ตะวันรีบพูดและเอาแขนออก
“ถึงไม่ใช่แฟน แต่ก็ไม่อนุญาตให้พี่ตะวันถ่ายแบบกับคนอื่น” มาลัยบอกแล้วหันไปมองโรสริน
“เธอพูดถูก”
โรสรินบอก มาลัย มาลีเหวอ ตะวันงง
 
“แกเห็นด้วยกับฉัน”
มาลัยถามอย่างแปลกใจ
“ใช่” โรสรินหันมาพูดกับพีช “ถ้านายนี่เป็นนายแบบ  สู้ไม่ต้องมีเลยดีกว่า”
ตะวันชะงัก ชักจะไม่พอใจ
“ไม่ได้ค่ะ คอนเซปของคอลเลคชั่นนี้ เป็นคอนเซปคู่รัก SWEET HEART ถ้าไม่มีคู่ มันก็ตอบโจทย์คอนเซป ของพีชไม่ได้” พีชบอก
“คุณพีชครับ ผมว่าคุณหาคนอื่นเถอะ ผมไม่ถนัดจริงๆ” ตะวันบอก
“รู้ตัวก็ดี” โรสรินรีบพูดตะวันผงะ “คนอย่างนายเหมาะที่จะใช้แรงงานเท่านั้น ขืนมาเป็นนายแบบ มีแต่พังกับพัง” ตะวันเริ่มหงุดหงิด โรสรินหันไปทางพีช “โรสว่าคุณพีช โทรไปที่โมเดลลิ่งให้เค้าส่งคนใหม่มาดีกว่าค่ะ”
“แต่กว่าจะมา มันจะทำงานไม่ทันน่ะสิ TOO LATE นะค๊า”
“ทำงานไม่ได้ ก็ยังดีกว่างานเจ๊ง เพราะคนๆ เดียว” โรสรินเหล่ตะวัน ตะวันสุดทน
“ผมเปลี่ยนใจแล้วครับคุณพีช” ทุกคนหันไปมองตะวัน “ผมจะเป็นนายแบบให้คุณครับ”
 
โรสริน มาลัย มาลีตกใจ พีชกับแอ๊ดยิ้ม
“ขอบคุณคุณตะวันมากนะคะ THANK YOU SO MUCH”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีช่วยเหลือเต็มที่”
ตะวันหันไปจ้องหน้าโรสริน โรสรินมองตะวันสีหน้าเหวอมากกลัวตะวันจะทำลายการถ่ายแบบครั้งนี้ มาลัยเหวอไม่แพ้โรส
“ไม่นะ มาลัยไม่ให้พี่ตะวันถ่ายแบบคู่กับมัน”
พีชสุดทน กุมขมับ ทำเสียงแมน
“ใครเอาชะนีตัวนี้ไปเก็บที”
มาลัยกับมาลีสะดุ้ง แอ๊ดจับแขนตะวันพาเดินออกไป แอ๊ดเลียนแบบพีช
“ไปเปลี่ยนชุดกันเถอะค่ะ ปล่อยให้ชะนีแถวนี้มันร้องหาผัวผัวผัวไป” 
มาลัยแทบกรี๊ด กำลังจะตาม แต่แย้เดินเข้ามาพร้อมกับคนงานในไร่ เห็นหน้าแย้มีรอยเล็บข่วนกลางหน้า
“จับมันโยนออกไป”
แย้บอก มาลัยกับมาลีหันไปเห็นแย้กับผู้ชายสามคนย่างสามขุมเข้ามา มาลัยกับมาลีโวยลั่น
“อย่านะ อย่ามาจับฉัน อย่า”
มาลัยกับมาลีสู้แรงแย้กับคนงานไม่ได้ สองแม่ลูกถูกอุ้มออกไป โรสรินได้แต่ถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด           
อึ่งกับอาทิตย์ได้ยินทุกอย่าง สองคนหันมามองหน้ากัน ก่อนจะจ้ำเดินออกไป 
 
ที่บ้านตะวัน ชาญหัวเราะชอบใจ ทำเอาอึ่งกับอาทิตย์มองหน้ากันด้วยความงง ก่อนจะหันไปมองชาญอีกครั้ง
“พี่ตะวันเป็นนายแบบ มันตลกตรงไหนเหรอจ๊ะ”
อึ่งถาม อาทิตย์เกาหัวไม่เข้าใจ
“มันไม่ตลก แต่มันทำให้ข้ามีความสุขเว๊ย เอ็งสองคนคิดดูให้ดีดี คนอย่างไอ้ตะวันน่ะเหรอจะยอมเป็นนายแบบง่ายๆ ถ้าไม่มีใจให้หนูโรส” อึ่งคิดตาม
“จริงด้วย งั้นก็แสดงว่าพี่ตะวันชอบพี่โรส”
“ก็เออสิวะ ฮ่าๆ” ชาญหัวเราะ
“ฮ่าๆๆๆ” อึ่งหัวเราะตาม
อาทิตย์ยิ้ม ชาญเห็นอึ่งหัวเราะมากเกินไปแล้ว
“นังอึ่งพอได้แล้ว” อึ่งรีบหยุดแล้วก็ยิ้มแหย “ข้าชักเริ่มสนุกกับการถ่ายแบบครั้งนี้แล้วสิ ไปดูกันดีกว่า”
อึ่งกับอาทิตย์พยักหน้า แล้วทั้งสามคนก็รีบเดินออกไป
 
มาลีกับมาลัยถูกแย้กับลูกน้องจับโยนออกมานอกไร่ แย้ในสภาพสะบักสะบอมชี้หน้า
“ถ้าเห็นแกสองคนในไร่อีก เจอช๊อตไฟฟ้าแน่”
แย้เอาจริง จนมาลีกับมาลัยไม่กล้าโวยแล้วแย้กับลูกน้องก็เดินออกไป มาลัยไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นยืน
“คิดว่าแค่นี้จะห้ามฉันได้เหรอ”
 
มาลัยกับมาลียืนอยู่ตรงพุ่มไม้เห็นว่ามีโพรงอยู่ข้างใต้ มาลีหันมาทางมาลัย
“ทางหมาลอดนี่ลูก”
“ใช่จ๊ะแม่ เราจะเข้าทางช่องนี้” มาลีตกใจ
“ห๊ะ งั้นเราก็ไม่ต่างจากหมา”
“ยอมเป็นหมาซักวัน จะเป็นไรล่ะแม่ เร็วเข้าเถอะ”

มาลัยก้มลงไปคลานลอดช่อง มาลีส่ายหัว แล้วก็ตัดสินใจลอดตามลูกสาวไปติดๆ ดอกไม้ที่ติดหัวมาลัยหล่นอยู่บนพื้น โดยที่สองแม่ลูกไม่เห็น

อีกด้านหนึ่ง เดชากำลังยิงเป้าบินอยู่ที่ลานโล่งพลางคิดถึงตอนที่คุยกับโรสริน

“คุณโรสเป็นอะไรครับ ท่าทางคุณเหมือน รังเกียจผม”
“ไม่ใช่นะคะ” เดชาชะงัก
“หรือว่า ตะวันเล่าอะไรให้คุณฟัง”
“เปล่าค่ะ ฉันต้องรีบไปทำงานแล้ว”
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เดชายิงๆๆ อย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะหยุดและหอบเหนื่อย ล่ำกับแหลมเห็นทุกอย่าง
“ข้าไม่เคยเห็นเสี่ยเป็นงี้เลยว่ะ” ล่ำคุยกับแหลม
“มีคนเดียวที่ทำให้เสี่ยเป็นแบบนี้ได้” แหลมบอก
“ไอ้ตะวัน”
แหลมพยักหน้า    
 
ภายในไร่ตะวัน ตะวันเดินถอดเสื้อใส่แต่กางเกงออกมากับแอ๊ด โรสริน พีชหันไปมอง ถึงกับอึ้งตะลึงกันไป เพราะตะวันหล่อแบบแมนๆ
แย้ ชาญ อึ่ง อาทิตย์เดินมาเห็นพอดี ทั้งหมดยิ้มออกมาพร้อมกัน
“แจ่มว้าวไปเลยลูกพี่ของแย้”
ชาญ อึ่ง อาทิตย์ยิ้มอย่างเห็นด้วย 
“อ๊าย หุ่นน่ากิน  ฟินมว๊าก” พีชบอก ตะวันชะงัก
“อะไรนะครับ”
พีชรีบกลับลำ
“เออ ฉันบอกว่า คงไม่ ยาก แล้วล่ะคะงานนี้”
ตะวันพยักหน้า อย่างไม่ติดใจสงสัยอะไร พีชเขินอายอยู่คนเดียว
 
บรรยากาศการถ่ายแบบ โรสรินโพสต์ท่าอย่างมืออาชีพ ส่วนตะวันยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้ พีชมองแล้วก็ขัดตา ชาญ แย้ อึ่ง อาทิตย์ ยืนดูตรงมุมหนึ่ง
“คุณตะวันรีแลกซ์ค่ะ สบายๆ” พีชบอก
 โรสรินพูดเสียงเบาพอได้ยินกันสองคน ไม่มองหน้าตะวัน
“ก็บอกแล้วว่านายทำไม่ได้ ถอนตัวตอนนี้ยังทัน”
ตะวันไม่พอใจ
“คุณตะวันขยับเข้าใกล้คุณโรสหน่อยคะ คิดซะว่าคุณโรสเป็นคนรัก” พีชบอก
ขาดคำ ตะวันกับโรสรินพูดขึ้นมาพร้อมกัน
“ไม่”
ทุกคนสะดุ้ง
“พีชให้สมมติ สมมตินะคะสมมติ”
ชาญกอดอกอมยิ้ม สีหน้าสุขใจมาก
“เหมือนดูละครฉากเข้าพระเข้านาง” อึ่งบอก
“ไอ้นี่ พูดจาดี” ชาญชม
อึ่งกับอาทิตย์หันมายิ้มให้กัน
 
ตะวันขยับมาใกล้โรสรินจากด้านหลัง ใกล้มาก ใกล้จนลมหายใจรดต้นคอ โรสรินแอบใจเต้นแต่พยายามไม่แสดงออก ชาญทนไม่ได้ พูดโพล่งออกไป
“โอบเอวหนูโรสเลยไอ้ตะวัน” ตะวันกับโรสรินหันไปมองชาญด้วยความตกใจ “กอดกันเหมือนคนที่รักกั๊น รักกัน”
“กอดกันกอดกันกอดกัน”
แย้กับอึ่งช่วยสนับสนุน ชยิ้มรู้สึกสนุกไปด้วย แล้วก็พูดพร้อมกับทุกคน
“กอดกันกอดกัน”
ตะวันยังไม่กล้าจนโรสรินทนไม่ไหวจับมือตะวันมาโอบเอวตัวเอง ทำเอาทุกคนอึ้ง ชาญ อึ่ง อาทิตย์ แย้อ้าปากค้าง ตะวันเองก็เหวอ เขินและงง
“มัวแต่เก้ๆ กังๆ อยู่นั่นแหละ งานฉันจะเสีย ก็เพราะนาย” โรสรินบอกแล้วหันไปอีกทาง ลอบถอนหายใจ เพราะใจเต้นรัวมาก ตะวันมีแอบเคลิ้ม  โรสรินหันมาเห็น “หยุดมองฉันแบบนั้นเลยนะ ไม่ต้องคิดลึก มันคือการแสดง  แล้วจำไว้ อย่าทำความฝันของฉันพังเด็ดขาด”
ตะวันมองโรสรินอย่างหมั่นไส้
“ถ้าคุณบ่นผมอีกคำเดียว ผมนี่แหละจะเป็นคนทำลายความฝันของคุณ” โรสรินอึ้ง “ไม่ต้องถ่งต้องถ่ายมันแล้ว ดีมั๊ย”
“นาย...”
 
ตะวันจ้องหน้าโรสริน โรสรินไม่กล้าพูด ตะวันลอบยิ้มสะใจแล้วตะวันก็นึกอะไรออก มองโรสรินสีหน้าเจ้าเล่ห์ ก่อนจะอุ้มโรสรินขึ้นมา โรสรินและทุกคนตกใจ
“นายทำอะไร”
“ทำแบบที่คนรั๊กกันรักกัน เค้าทำกันไง” ตะวันบอกแล้วหันไปทางทุกคน “ท่านี้โอเคมั๊ยครับ”
“โอเค”
ชาญ แย้ อึ่งบอกพร้อมกัน อาทิตย์ทำมือโอเค ตะวันยิ้มมุมปาก โรสรินทำหน้าไม่ถูก
“เหมือนในฝันของคุณไหม” ตะวันแซว โรสรินยังอึ้งอยู่ “ยิ้มสิคุณ รักกั๊นรักกันน่ะ”
“ยิ้มค่ะคุณโรส ยิ้มมม” พีชบอก
โรสรินจำต้องยิ้มให้ตะวัน ช่างภาพถ่ายรูปไม่หยุด
“ไอ้ตะวันนี่มันได้เชื้อพระเอกจากปู่จริงจริ๊งงง เฮอะๆ” หาญกอดอกหัวเราะ
มาลัยกับมาลีเห็นตะวันกับโรสริน
“แม่ดูนังกุหลาบเน่านั่นสิ”
มาลัยจะกรี๊ด มาลีรีบเอามือปิดปากและส่งซิกให้มาลัยเงียบ ระหว่างนั้นแต้วเดินถือชุดเดินมาหาพีช
“คุณพีชค่ะ ชุดดิ้นทองมาส่งแล้วค่ะ”
มาลัยกับมาลีได้ยินก็ชะงัก ตั้งใจฟัง
“เอาชุดไปเก็บก่อน แล้วก็นั่งเฝ้าด้วย เพราะชุดนี้ราคาเป็นแสน”
มาลัยกับมาลีตาโตมองหน้ากัน
“มาลัยมีแผนเล่นงานนังโรสแล้วค่ะ ในเมื่อมาลัยไม่ได้ถ่ายแบบคู่กับพี่ตะวัน ใครหน้าไหนก็ต้องไม่ได้ถ่าย”

มาลัยจิกตาสุดฤทธิ์ มาลีชื่นชม 

จบตอนที่ 7 
กำลังโหลดความคิดเห็น...