xs
sm
md
lg

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 7

เผยแพร่:

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 6



ภายในห้องนอนโรสริน โรสรินเช็ดแผลทำความสะอาดแผลให้กับตะวัน ที่ต้นแขนตะวันมีแผลจากคมมีด ตะวันกับโรสรินมองตากันหวิวๆ ซักพักตะวันก็ออกตัว



“ขอบใจ”

“จะบอกความจริงฉันได้รึยัง ว่านายไปทำอะไรมากันแน่”

ตะวันถอนใจอย่างอึดอัด

“ผมไปหาหลักฐานเพื่อจะจับเดชาเข้าคุก”

“ห๊ะ นายพูดอะไรของนาย”

“เดชาเป็นหัวหน้าขบวนการค้าไม้เถื่อน คนแถวนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเดชาเพราะกลัวอิทธิพลมืด คุณคงรู้เหตุผลแล้วใช่มั้ย ว่าทำไมผมถึงไม่อยากให้คุณยุ่งกับมัน”

“ฉันนึกว่านายกับเค้าแค้นกันเพราะเรื่องส่วนตัว”

“ป่าไม้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร แต่เป็นเรื่องส่วนรวมของทุกคน ในเมื่อไม่มีใครกล้าเปิดโปงมัน ผมก็อยู่เฉยไม่ได้”

“นายมันบ้าที่เอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยง ไม่ห่วงทุกคนที่อยู่ข้างหลังนายรึไง”

“ห่วงสิ ถึงต้องพยายามเอาตัวรอดกลับมาให้ได้ไง” ตะวันมองตาโรสรินอย่างสื่อความหมาย “คุณห่วงผมบ้างรึเปล่า”

“ห่วงทำไม ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย”

“ไม่จริงมั้ง ที่ไม่ยอมนอน เพราะห่วงผมจนนอนไม่หลับใช่มั้ย”

“บ้า” โรสรินตีต้นแขนตะวัน

“โอ๊ย คุณ จะช่วยหรือว่าจะซ้ำเนี่ย”

โรสรินพันผ้าพันแผลที่ต้นแขนให้ตะวันเสร็จเรียบร้อย

“ไปนอนได้แล้วไป”

“คุณ ผมมอมแมมไปทั้งตัวแล้ว เช็ดตัวให้หน่อยสิ”

“อย่าเยอะ ไม่ต้องมาสำออย”

“นะ ดึกแล้ว อาบน้ำตอนนี้เดี๋ยวไม่สบาย เช็ดตัวให้คนเจ็บไม่ได้เหรอ”

โรสรินมองแบบว่าจะช่วยดี หรือไม่ช่วยดี ตะวันมองตา ยิ้มอย่างอ้อนๆ

โรสรินเช็ดตัวให้กับตะวัน โรสรินดูไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่นักแต่ก็อดห่วงตะวันไม่ได้ ตะวันยิ้มๆ มองโรสรินแล้วอยากแกล้ง ตะวันถอดเสื้อยืดออกเลย โรสรินมองอย่างช็อก

“ทำอะไรของคุณน่ะ”

“บ่นอะไร จะได้เช็ดตัวให้ทั่วถึงไง” โรสรินปิดตา

“ไม่ ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้เลยไง อี๋”

“เรื่องมากนักใช่มั้ยคุณ”

ตะวันปลดกระดุมกางเกง ทำท่าจะถอดกางเกง โรสรินร้องลั่น

“อะไร อะไร จะทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ”

“จะเช็ดแค่ครึ่งเดียว หรือว่าอยากจะเช็ดทั้งตัว ว่าไง”

“ครึ่งเดียว ครึ่งเดียวพอ”

“ครึ่งล่าง หรือ ว่าครึ่งบน”

“ไอ้บ้า ทุเรศที่สุดเลย”

ตะวันยิ้มขำๆ อย่างเอ็นดูโรสริน แล้วนั่งลงที่เตียงตามเดิมให้โรสรินเช็ดตัวให้

โรสรินเขินบอกไม่ถูกที่ต้องเช็ดตัวให้ตะวันที่โชว์อกล่ำ ซิกแพ็คแน่นๆ อยู่ตรงหน้า โรสรินเช็ดตัวไปเรื่อยๆ จากที่อี๋ๆ ก็เริ่มเช็ดตัวให้ตะวันอย่างตั้งอกตั้งใจมากขึ้น โรสรินเช็ดตัวไปเรื่อยๆ ไม่มองหน้าตะวัน พอหันเงยหน้ามองอีกที ปรากฏว่าตะวันหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลีย

“อ้าว” โรสรินเขย่าเบาๆ “ตะวัน นายนอนตรงนี้ไม่ได้นะ ตื่นสิ”

ตะวันหลับสนิท โรสรินไม่อยากปลุกแล้วรู้สึกสงสารที่ตะวันเหนื่อยมาทั้งคืน โรสรินห่มผ้าให้กับตะวัน แล้วจัดแจงท่าให้นอนอย่างสบาย กว่าจะทำเสร็จเล่นเอาเหนื่อย

“แล้วฉันจะนอนที่ไหนล่ะยะ อีตาบ้า” โรสรินเงื้อมือทำจะฟาดแล้วก็ค้างไว้ ค่อยๆ แอบก้มไปจ้องหน้าตะวันใกล้ๆ เห็นตะวันหลับอยู่ก็แอบยิ้มๆ แล้วพูดว่า “ดูไปดูมาก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย”

ในห้องโรสรินปิดไฟมืด ตะวันนอนอยู่บนเตียง พลิกตัวพลันก็ลืมตาตื่นขึ้น ตะวันแปลกใจ ลุกนั่ง มองไปรอบๆ เห็นว่านอนอยู่ในห้องนอนโรสริน

“หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

ตะวันสำรวจดูสภาพตัวเองเห็นว่าโรสรินเช็ดตัวและห่มผ้าเรียบร้อยแล้ว ตะวันลงจากเตียงก็ต้องแปลกใจที่เห็นโรสรินนอนคุดคู้กับเสื่ออยู่ที่พื้น ตะวันยิ้มออกมา พลางส่ายหน้า

“คุณหนูโรสนอนเสื่อเป็นด้วยเหรอเนี่ย”

ตะวันตัดสินใจเข้าไปช้อนตัวโรสรินอย่างแผ่วเบา แล้วอุ้มโรสรินวางลงบนเตียงอย่างเบามือ ตะวันไล้นิ้วมือเบาๆ ที่ปอยผมโรสริน ช่วยเก็บไว้หลังใบหู ตะวันยิ้มออกมาอย่างสุขในหัวใจ

ตะวันห่มผ้าให้กับโรสริน แล้วโน้มหน้าไปใกล้ๆ ใบหน้าโรสริน

“ฝันดีนะครับคุณโรส”

แล้วตะวันก็เดินออกจากห้องไป

ไร่ตะวันเช้าวันใหม่ ตะวันเดินหาวออกมาจากห้อง พลันตะวันก็ต้องตกใจที่เห็นชาญกับอาทิตย์และอึ่งรออยู่ที่หน้าห้อง สีหน้าทั้งสามคนสงสัยคาใจเต็มที่

“หายไปไหนมาทั้งคืน”

ตะวันหาว ยังไม่หายง่วง

“ไปทำธุระที่กรุงเทพกับไอ้แย้มา แล้วที่เห็นสภาพโทรมๆ แบบเนี้ย เพราะไปมีเรื่องกับพวกขี้เมา มานิดหน่อย”

ชาญ อาทิตย์ อึ่ง หันมองหน้ากันขวับ

“แต่พี่แย้บอกว่าพี่ตะวันมีเรื่องกับแก๊งมอเตอร์ไซค์”

“ทำไมพูดไม่ตรงกัน ไอ้ตะวัน อย่าโกหกปู่ “

“ก็ เอ่อ พวกแก๊งมอเตอร์ไซค์ขี้เมาไง ผมโตป่านนี้แล้ว ดูแลตัวเองได้”

ตะวันรีบเดินออกไป แต่ก็ต้องชะงักเพราะคำพูดของชาญ

“แล้วไป ปู่ก็นึกว่าแกเข้าป่าไปหาหลักฐานจับเดชาเข้าคุกซะอีก”

ตะวันไม่หันมา เครียด

“ผมไม่ทำแบบนั้นเหรอกครับ”

“ดีแล้ว เพราะทุกคนจะเดือดร้อนกันไปหมด ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า”

ตะวันสีหน้าเครียดๆ แล้วก็เดินออกไป

ตะวันกับน้ำค้างกำลังช่วยกันทำงานในสวนดอกไม้ กำลังฉีดปุ๋ยกันอยู่ น้ำค้างมีสีหน้าไม่สบายใจ

“น้ำค้างรักษาสัญญาให้พี่ตะวันแล้วว่าจะไม่บอกใคร พี่ตะวันก็ต้องสัญญากับน้ำค้างเหมือนกันว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก”

“เอาเป็นว่า พี่จะไม่ทำให้น้องสุดที่รักของพี่เป็นห่วงแล้วกันนะ”

“ทุกคนก็ห่วงพี่กันหมดแหล่ะ โดยเฉพาะพี่โรส” ตะวันหันมองหน้าน้ำค้างอย่างสนใจขึ้นมาทันที “อึ่งเล่าให้ฟังว่า พี่โรสไหว้พระขอพรให้พี่ตะวันปลอดภัยเลยนะ แบบนี้แสดงว่าต้องเป็นห่วงพี่มากๆ แน่”

ตะวันทำเฉไฉหันหน้าหนีไปทางอื่น

“ยัยนั่นน่ะน่ะ พี่ว่า แช่งชักหักกระดูกพี่มากกว่ามั้ง?”

ตะวันแอบยิ้มออกมาไม่ให้น้ำค้างเห็น อย่างรู้สึกปลื้มๆ หัวใจพองโตบอกไม่ถูก

โรสรินยังนอนหลับอยู่บนเตียง พลันเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ก็อกๆ ตะวันเปิดประตูเข้ามา พร้อมถือชามข้าวต้มหมูสับร้อนๆ เข้ามาวางใกล้ ๆ พร้อมยื่นหน้ามากระซิบ

“ตื่นได้แล้วคุณ”

โรสรินทำจมูกฟุดฟิดได้กลิ่นหอมของข้าวต้มก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นแล้วตกใจที่เห็นหน้าตะวันจ่ออยู่ซะใกล้

โรสรินแหกปากเลย

“ไอ้บ้าา”

ตะวันผงะ เอามือปิดจมูก

“หืมม์ เหม็นขี้ฟันเป็นบ้า”

โรสรินตะปบปากตัวเอง อายมาก

“ไอ้บ้า นายสิ ไอ้ปากเหม็น”

ตะวันส่ายหน้าเซ็งๆ

“เอ้าๆๆ ล้างหน้าแปรงฟัน มากินข้าวเช้าได้แล้ว จะได้ทานยา”

โรสรินเอามือบังๆ ปากแล้วพูด

“ฉันขึ้นมานอนบนเตียงได้ยังไง เมื่อคืนจำได้ว่านอนที่พื้นนี่นา”

“ผมอุ้มคุณขึ้นมาเอง”

“อุ้มฉัน” โรสรินตกใจ เอา 2 มือมาปิดหน้าอกอย่างระแวง “แล้วทำอะไรมากกว่านั้นรึเปล่า”

“เปล่า มีแต่คุณน่ะแหล่ะ ถูกเนื้อต้องตัวแต๊ะอั๋งผม”

“ไอ้บ้า ฉันเช็ดตัวให้นายย่ะ” โรสรินลงจากเตียง ทิ้งน้ำหนักลงที่เท้าก็แปลกใจที่ไม่ค่อยเจ็บแล้ว “เฮ้ย ไม่เจ็บแล้ว” ตะวันยิ้ม

“เหรอ ในลองเดินซิ”

โรสรินลองเดินดู เห็นว่าไม่ค่อยกระเผลกเท่าไหร่ โรสรินยิ้มดีใจมาก

“ยาของหมอทัตดีจริงๆ เลย สงสัยต้องเลี้ยงขอบคุณซะแล้ว นี่ถ้าไม่ได้คนเก่งๆ อย่างหมอทัตช่วย จะหายรึเปล่าก็ไม่รู้ โอ้ย! หิวแระ” โรสรินคว้าชามข้าวต้มมากินเลย “กินเลยนะ เดี๋ยวค่อยแปรงฟันทีเดียว”

ตะวันยืนมองสีหน้าจ๋อยมาก

ตะวัน ชาญ น้ำค้าง อาทิตย์ อึ่ง แย้ กำลังช่วยกันคัดแยกดอกกุหลาบเตรียมส่งขาย

“เออ นายพีระกับอุษาวดี หายไปไหน” ชาญถามขึ้นมา

“ถามเพราะคิดถึงรึไงจ๊ะปู่ สองคนนั้นเห็นบอกว่ามีประชุมที่บริษัท นู่น ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว”

“ถ้าไปแล้วไปลับเลยยิ่งดี เหม็นหน้าจะแย่อยู่แล้ว”

น้ำค้างที่กำลังคัดแยกกุหลาบอยู่ นึกอะไรขึ้นได้หันไปถามตะวัน

“เอ้อ พี่ตะวัน แล้วพี่ตะวันมีอะไรให้พี่โรสทำต่อรึยัง ถึงจะยอมทนอยู่ที่นี่ได้”

“นั่นซีวะ บ้านนอกซะขนาดนี้ หนูโรสจะหาความสุขได้จากไหนวะเนี่ย”

“ถ้าไม่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็ไม่เปลี่ยน ก็ต้องอยู่กับสิ่งที่มีให้ได้สิครับปู่”

พลันรถหรูคันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ทุกคนหันไปมองเป็นสายตาเดียว

“ใครวะนั่น รถหรูๆ อย่างนี้ อย่าบอกนะว่าเป็น ไอ้ณรงค์”

สักพักคนขับรถลงมา แล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ ทุกคนลุ้นๆ ว่าใครจะลงมาจากรถ และแล้วคนที่ลงมาจากรถก็คือยุนอา เลขาของณรงค์นั่นเอง ยุนอาสะพายกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย พอแย้เห็นก็รีบปรี่เข้าไปหาทันที

“คุณยุนอา ไม่คิดเลยว่าจะได้ตะเองอีกอ๊า” แย้มองผมยุนอาแล้วตกใจ “เฮ้ย ตายแล้ว คุณมีเหา”

“ห๊า ไม่นะ ฉันสระผมทุกวันนะ”

“จริงจริ๊ง คุณมีเหาจริงๆ เหาใจคั๊ว” แย้ทำมือเป็นรูปหัวใจ “หัวใจเค้า”

แย้ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย พลันพลั๊ว! ชาญเบิ้ดกะโหลกแย้ หัวทิ่ม เซแถ่ดๆๆ

“นี่แน่ะ หัวใจเค้า มาถึงที่นี่ มีเรื่องสำคัญอะไรเหรอหนู” ชาญถามยุนอา

“เรื่องของคุณหนูโรสรินน่ะค่ะ สำคัญมากๆๆ เลยค่ะ ตอนนี้คุณโรสรินอยู่ที่ไหนคะ”

ทุกคนมองสงสัยๆ อยากรู้ว่าเรื่องอะไร

โรสรินกำลังถูบ้านอยู่ โรสรินก้มถูตามซอกขาเก้าอี้ โรสรินดูเป็นนังแจ๋วสุดๆ ถูพื้นอย่างเมามันส์ ตะวันพายุนอาเดินเข้ามาหา ยุนอาถึงกับชะงักไปเลย

พอยุนอาเห็นโรสรินแต่งตัวบ้านๆ เหงื่อซ่ก หน้าเมือก ม่อยสุดๆ แถมกำลังถูบ้านอยู่ก็ช็อกไปเลย

“คะ คะ คุณหนูโรสรินจริงๆ เหรอคะ เนี่ย”

โรสรินหันมาก็ตกใจที่เห็นยุนอา โรสรินรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูเริ่ดๆ เท่าที่ทำได้

“จะมาทั้งทีส่งเสียงมาก่อนได้มั้ย แล้วเธอมีธุระอะไร” โรสรินค่อยๆ ยิ้มออกมา “หรือว่าคุณปู่มาหาฉัน”

“เปล่าค่ะ” โรสรินหุบยิ้มอย่างผิดหวัง “ท่านประธานงานยุ่งมาก ปลีกตัวมาไม่ได้เลย ยุนอาก็เลยมาเป็นธุระแทนท่านน่ะค่ะ แล้วเรื่องที่ยุนอากำลังจะบอกค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหญ่ที่คุณโรสต้องตัดสินใจว่าจะตอบรับ หรือ ปฏิเสธ” ถึงตอนนี้โรสรินและตะวันสงสัยสุดๆ อยากรู้ว่ายุนอามาด้วยเรื่องอะไร “คือว่าอย่างนี้นะคะhellip;”

ยุนอากำลังจะเล่า พลันโรสรินก็หันจ้องหน้าตะวันขวับ ตะวันยืนนิ่ง มอง

“คุยกันตามสบายนะ”

“จะไม่สบายเพราะนายอยู่ด้วยนี่แหล่ะ นี่มันเรื่องของฉัน ไม่ใช่ธุระของนาย ไปเลย ไปซี๊”

ตะวันเพิ่งรู้ตัวว่าเป็นส่วนเกิน พยักหน้าแล้วเดินออกไป

โรสรินดูภาพการเดินแฟชั่นโชว์ต่างประเทศ บนหน้าจอไอแพดของยุนอา โรสรินมองอย่างสนใจ

“นี่คือผลงานคุณพีช ดีไซเนอร์ชาวไทยที่กำลังดังเป็นพลุอยู่ในยุโรปค่ะ”

“พีช ฉันนึกออกแล้ว ฉันเคยเจอเค้าที่โรงแรมควีนโรส ในงานเปิดตัวสินค้าอะไรสักอย่าง”

“ค่ะ คือตอนนี้คุณพีชกำลังจะเปิดตัวคอลลเลคชั่นใหม่ที่กรุงเทพฯ ก็เลยติดต่อมาที่ออร์แกไนซ์ของโรงแรมควีนโรสของเราให้ช่วยจัดแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ให้น่ะคะคุณโรส”

“เหรอ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับฉันตรงไหน”

“พอดีคุณพีชก็มีความสนิทสนมกับท่านประธาน แล้วคุณพีชก็มีความประทับใจในตัวคุณโรสมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากให้คุณโรสมาเดินชุดฟินาเล่ให้ คุณโรสคนเดียวเท่านั้น”

โรสรินช็อกทันที

“ฉันเนี่ยนะ”

“ค่ะ ยุนอารับคำสั่งจากท่านประธานให้ทำหน้าที่คอยประสานงานให้ เพราะตอนนี้คุณพีชยังอยู่ที่แพรีส อ้อ” ยุนอาเปิดภาพชุดในไอแพดให้ดู “คุณพีชออกแบบชุดมาเพื่อคุณโรสโดยเฉพาะเลยนะคะ”

“ทุกคนรู้อยู่ว่า ฉันไปจากที่นี่ไม่ได้ ฉันจะเดินแบบให้ได้ยังไง”

“ค่ะ ท่านประธานได้บอกคุณพีชแล้วว่า ถ้าอยากให้คุณโรสเดินแบบให้จริงๆ ก็คงต้องมาจัดแฟชั่นโชว์ที่ไร่ตะวัน” โรสรินสีหน้าครุ่นคิด “ท่านประธานเค้ารู้ว่า การได้เดินแบบในงานแฟชั่นโชว์คือความฝันเล็กๆ ของคุณ

โรส ท่านก็เลยอยากให้คุณโรสตัดสินใจด้วยตัวเองน่ะค่ะ”

“น่าสนุกดี ตกลงฉันรับงานนี้”

ยุนอายิ้มโล่งใจ

“ยุนอาจะรีบกลับไปรายงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเป็นตัวกลางประสานงานจนกว่างานนี้จะสำเร็จเรียบร้อยนะคะ ขอลานะคะคุณโรส”

โรสรินยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ และดีใจอยู่ลึกๆ

แย้เดินตามยุนอาต้อยๆ แย้สีหน้าซึมๆ

“เพิ่งมาทำไมรีบไป ใจร้ายมากเลยนะ มาให้ดีใจแต่จากไปให้คิดถึงไวเกิ๊น รู้มั้ยว่ามันเหงา” ยุนอาอายนิดๆ

“แหม เหงาขนาดนั้นเลย เราเจอกันไม่กี่ครั้งเองนะ”

“แค่เจอกันครั้งแรกตัวเองก็เอาหัวใจเค้าไปทั้งดวงแล้ว ยุนอา เราเป็นแฟนกันได้มั้ย”

ยุนอาอึ้งไปเลย

“ห๊ะ นายพูดอะไรน่ะ”

แย้ทำเป็นไม่รู้

“นั่นน่ะสิ เมื่อกี๊ผมพูดอะไร”

“นายพูดว่าhellip;” ยุนอามองหน้าแย้ “เราจะเป็นแฟนกันได้มั้ย”

แย้ยิ้มจับมือยุนอา

“ได้ครับ ผมยินดีม๊าก มาก” ยุนอาเขิน

“บ้า ขี้โกงที่สุดเลย หลอกให้ฉันพูดนี่ ไม่คุยกับคนขี้โกงแล้ว”

ยุนอาเดินหนีไปอย้างเขินๆ แย้เดินตามยิ้มกรุ้มกริ่ม ห่างไปมุมหนึ่งอึ่งกับอาทิตย์ยืนมองอยู่

“พี่แย้นี่มันเน่าได้ใจจริงจริ๊ง เฮ้ออ เออนี่คุณทิตย์ เลขาปู่ณรงค์เค้ามีธุระอะไรกับพี่นางฟ้าเหรอ รู้ป่ะ”

อาทิตย์ส่ายหน้าให้อย่างไม่รู้เหมือนกัน

ตะวันกำลังให้ปุ๋ยกล้วยไม้อยู่ หันมาจ้องโรสรินขวับ

“โครงการนี้ตกไปได้เลย ผมไม่อนุญาต”

“ทำไมล่ะ ก็นายบอกให้ฉันหาทางอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข แล้วการที่ได้ทำอะไรแบบนี้มันก็คือความสุขของฉัน”

ตะวันถอนใจเอือมๆ

“แฟชั่นโชว์มันของเล่นของคนรวย แต่ตอนนี้คุณก็เหมือนชาวไร่ ชาวสวนคนหนึ่ง ทำไมไม่หาความสุขจากตรงนี้ ดันกลับเข้าไปวงจรเดิมหาความสุขปลอมๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้คุณเปลี่ยนแปลงอะไรดีๆ ขึ้นได้เลย”

ตะวันเดินหนี โรสรินเดินตามติด

ตะวันเดินหนี โรสรินยังคงเดินตาม

“ถ้านายอนุญาต ฉันสัญญาว่าจะทำให้แฟชั่นโชว์นี้มีสาระไม่ใช่สนุกสนานอย่างเดียว”

“มีสาระ”

“อื๊อ ฉันทำได้ เชื่อฉันสิ”

ตะวันจิ้มหน้าผากโรสรินเบาๆ

“ตัวคุณยังไม่มีสาระเลย จะหาสาระจากไหน”

โรสรินจิ้มหน้าผากตะวันคืน

“เมื่อไหร่จะเลิกดูถูกฉันซะทีห๊ะนายตะวัน” โรสรินแสร้งสีหน้าเศร้าลง ความเสียใจแผ่ซ่าน “ทำให้คนเสียใจมีความสุขมากใช่มั้ย ฉันจะคิดจะทำอะไร มันดูปัญญาอ่อนไปทั้งหมดในสายตานายใช่มั้ย”

โรสรินจะเดินหนี ตะวันสงสารใจอ่อนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“เดี๋ยวคุณ” โรสรินไม่หันมา แอบยิ้ม คำว่าตะวันต้องใจอ่อนแน่ๆ “วันนี้อย่าลืมให้ปุ๋ยกุหลาบ เดี๋ยวดอกจะไม่สวย”

แล้วตะวันก็เดินออกไปเลย โรสรินหันมาอย่างช็อก

“อ๊าวว ไม่ใจอ่อนเลยเหรอเนี่ย”

โรสรินกำลังพ่นปุ๋ยชีวภาพรดดอกไม้อยู่ คนงานกระจายกันทำงานตามมุมต่างๆ ในแปลงดอกไม้ ตะวันเดินเข้ามาจากด้านหลัง ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้โรสริน โรสรินรับไว้ แล้วมองอย่างงงๆ

“ทำปุ๋ยหมักชีวภาพ ปรับพื้นหน้าดินเพื่อปลูกดอกไม้ ทำความสะอาดคอกหมู ให้อาหารสัตว์ เก็บดอกไม้ เก็บผัก ล้างรถ ทำความสะอาดบ้าน” โรสรินหันขวับมองอย่างเหวี่ยงๆ “อะไร”

“ตารางงานของคุณในวันนี้”

โรสรินยื่นกระดาษคืน

“ไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนะ ฉันทำไม่ได้ จะบ้าเหรอ”

“แต่ถ้าคุณทำได้ตามนี้ ผมจะยอมให้เพื่อนคุณจัดแฟชั่นโชว์ที่นี่ แล้วคุณอยากจะเดินแบบอะไรของคุณก็ตามใจ” โรสรินอึ้งไป

“จริงเหรอ”

โรสรินรีบหยิบกระดาษตารางงานคืนจากตะวัน ตะวันยิ้มให้โรสรินอย่างยั่วๆ

“แสดงให้เห็นหน่อยว่าคุณมุ่งมั่นแค่ไหน ถ้าทำไม่สำเร็จเราไม่ต้องคุยเรื่องนี้กันอีก”

แล้วตะวันก็เดินออกไปอย่างไม่แคร์ โรสรินยิ้มมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ จะพยายามทำให้สำเร็จจนได้

“เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้ เดี๋ยวคอยดูก็แล้วกัน”

ทุกคนนั่งอยู่บนแคร่กำลังทานอาหารเย็น บนแคร่วางจานชามอาหารไทยพวกน้ำพริก ปลานึ่ง ต้มไก่ มีถาดผักนาๆ ชนิดๆ ดูลูกทุ่งๆ แต่ก็น่ากินมากๆ น้ำค้าง ชาญ อาทิตย์ อึ่ง แย้ หยุดกินข้าวแล้วมองหน้าตะวันอย่างแปลกใจสุดๆ

ตะวันกินผักสดจิ้มน้ำพริก สีหน้าชิลล์ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อั๊ยหยะ พี่โรสจะเดินแบบที่ไร่ของเรา สุดยอดไปเล้ยยย”

“ถามจริงเหอะวะ ที่ผ่านมาแกพยายามขัดเกลานิสัยหนูโรสมาตลอด แต่นี่เหมือนผลักให้โรสกลับไปสู่โลกเดิมๆ ของเธอ ปู่ว่าทำแบบนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรหนูโรสเขาเลยนา”

ตะวันสะอึกไปนิดหนึ่ง

“นั่นซี๊ ว่าแต่คนอื่นตามใจคุณโรส ลูกพี่ก็ตามใจเหมือนกันนั่นแหล่ะ”

“ใครว่าล่ะ ฉันก็แค่อยากให้รางวัลยัยโรสบ้าง” ตะวันยกขันน้ำขึ้นดื่มแล้วหยิบผ้ามาเช็ดปาก “แต่ยัยนั่นจะได้รางวัลรึเปล่า ขึ้นอยู่กับเธอมีความพยายามมากแค่ไหน แล้วปู่ไม่ต้องห่วงว่าผมจะทำให้ยัยโรสเสียคน เพราะผมเปลี่ยนนางมารให้เป็นนางฟ้าได้แน่ๆ”

แล้วตะวันก็ลุกขึ้นเดินออกไป

โรสรินกำลังทำน้ำหมักชีวภาพ เอาผลไม้พวกกล้วยน้ำว้าสุก มะละกอสุก ฟักทอง ตะไคร้ ข่า ใส่ในถังหมัก

โรสรินทำเสร็จไปแล้วสองถัง ตะวันเดินมาดเข้มเข้ามา

“ไปกินข้าวเย็นได้แล้วไป” โรสรินทำหูทวนลมไม่สนใจ ทำน้ำหมักต่อ ตะวันเปิดดูถังน้ำหมักสองถังก่อนหน้าที่โรสรินทำเสร็จแล้ว “ทำเสร็จไปสองถังแล้วเหรอ นี่กลัวไม่ได้เดินแบบขนาดนั้นเชียว”

“รำคาญ คนตั้งใจทำงานอยู่เห็นมั้ย”

“แต่คนตั้งใจเค้าไม่ได้ห้ามกินข้าว” โรสรินทำงานต่อไม่สนใจตะวัน ตะวันถอนใจ “ตามใจ เป็นลมแล้วอย่าร้องให้ช่วยก็แล้วกัน”

ตะวันจะเดินออกไป โรสรินเรียกไว้

“เดี๋ยว” ตะวันหันกลับมา “ที่ฉันทำงานทุกอย่างที่นายสั่ง ไม่ใช่ว่าฉันยอมทำตามคำสั่งของนาย”

“เหรอ แล้วทำเพื่อhellip;”

“คุณค่าในตัวเอง” ตะวันอมยิ้ม โรสรินเห็นแล้วไม่ชอบใจ “ยิ้มอะไร ไอ้บ้า ซึ้งจะตาย ดันมาขำ”

ตะวันไม่ตอบ เดินอมยิ้มออกไป โรสรินมองอย่างขัดใจแล้วกันไปทำงานต่อ

โรสรินกำลังรดน้ำที่แปลงดอกไม้อยู่ โรสรินดูตั้งอกตั้งใจมากๆ โรสรินรดน้ำเสร็จก็เป่าปาก ปาดเหงื่อ โรสรินเดินมานั่งพักที่โต๊ะม้าหินข้างแปลงดอกไม้ ปล้วเธอก็ต้องแปลกใจที่เห็นถาดข้าวและอาหารพร้อมน้ำดื่มวางอยู่ โรสรินเดินเข้าไปใกล้ เห็นกระดาษโน๊ตแผ่นหนึ่งอยู่ในถาด โรสรินหยิบขึ้นมาอ่าน

“กินซะ ไม่อยากช่วยคนเป็นลม” โรสรินเบ้หน้า วางกระดาษโน้ตลงตามเดิม “เสียเวลาฉันจะรีบทำงานอื่นให้เสร็จๆ”

โรสรินจะเดินออกไป แต่ตะวันโผล่มาขวางไว้มองโหดๆ โรสรินจะเดินหนี ตะวันก็เข้าไปขวางอีก

“อย่าดื้อ”

“ทำไมชอบสั่งบังคับ ชอบเจ้ากี้เจ้าการชีวิตฉันนัก”

“เอาจริงๆ ใช่มั้ย เป็นห่วง”

โรสรินชะงักไป ตะวันมองตาเพื่อยืนยันว่าพูดจริงไม่โกหก

“ไม่ต้อง แค่นี้ฉันไม่ตายหรอก”

“ถ้าไม่ยอมจะจับมัดต้นไม้แล้วป้อนเดี๋ยวนี้แหล่ะ จะลองมั้ย” ตะวันบอกเสียงเข้ม โรสรินขัดใจสุดๆ

“ไอ้โหด”

โรสรินยอมนั่งลงกินข้าว อย่างขัดใจ ตะวันนั่งลงข้างๆ คอยควบคุม

“กินๆ เข้าไป กินผักด้วย ไม่หมดจานห้ามลุก”

โรสรินแลบลิ้นให้แล้วลงมือกินข้าว ตะวันแอบยิ้มๆ ในมุมร้ายที่น่ารักของโรสริน

ตอนกลางคืน โรสรินกำลังถูพื้นหน้าบ้านพักอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ พอถูเสร็จก็หันไปเช็ดกระจกต่อ

ตะวันเดินเข้ามาหา สีหน้าแปลกใจ

“ยังไม่หยุดทำงานอีกเหรอ ดึกแล้วนะคุณ”

โรสรินเช็ดกระจกไม่หันมามอง ไม่สนใจ

“ดึกแล้วก็ไปนอนสิ มาทำไม”

ตะวันวางหลอดยาทาแก้เคล็ดขัดยอกลงบนโต๊ะให้โรสริน

“เห็นทำงานไม่ยอมพักซะที กล้ามเนื้ออักเสบแล้วมั้ง อย่าลืมทายาล่ะคุณ แล้วนี่ข้อเท้าหายดีแล้วเหรอ”

“มั้ง”

“ผมว่าคุณนอนพักได้แล้วนะ วันนี้ก็หนักเกินไปแล้ว”

โรสรินเดินเข้ามาหา จ้องหน้า

“อย่าบอกนะว่าห่วงฉันอีก นายอย่ามาทำดีๆ พูดดีๆ กับฉันบ่อยได้มั้ย มันเลี่ยน”

ตะวันสะอึกไป เจอคำพูดแทงใจ!

“แล้วจะให้ด่ารึไงถึงจะชอบ ถ้าคนเป็นห่วงแล้วผิด จะได้เลิกห่วง” ตะวันดูมีอารมณ์งอน ตะวันหันหลังจะเดินออกไป แต่แล้วก็ชะงักแล้วเดินมาหาโรสรินอีกครั้ง “ที่ผมอยากให้คุณพักก็เพราะว่าต้องเก็บแรงไปทำงานหนักพรุ่งนี้ ไอ้วันนี้ก็แค่งานเบาๆ แล้วถ้าคุณทำงานทั้งหมดตามเงื่อนไขของผมไม่ได้ล่ะก็ ข้อตกลงของเราเป็นอันยกเลิก”

แล้วตะวันก็เดินออกไปเลย

“ข้อตกลงของเราเป็นอันยกเลิก หึ ไม่มีทาง”

วันต่อมาโรสรินทำงานในไร่ทั้งเก็บดอกไม้ รดน้ำแปลงผัก เก็บผัก รดน้ำดอกไม้ ล้างรถ ทำความสะอาดโรงเรือนฯลฯ

โรสรินเดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดนานาชนิดเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าคอกหมู โรสรินถอนใจใหญ่ๆ ออกมาหนึ่งเฮือก โรสรินทำสีหน้าแบบว่าอี๋มาก

“งานสุดท้ายแล้ว โรสเธอต้องทำให้ได้นะ”

ตะวันเดินเข้ามาพร้อมแย้ สีหน้ายิ้มกริ่มมาเลย

“แย้เมื่อเช้าแกยังไม่ได้เก็บกวาดขี้หมูใช่มั้ย”

“จ้ะ ก็ลูกพี่บอกให้หมักหมมเอาไว้”

“ดี เพราะว่ามันคือหน้าที่ของโรสริน”

โรสรินยังไม่กล้าเข้าไปในคอกหมู โรสรินมองๆ ไปเห็นหมูตัวอวบอ้วนหลายตัวนอนกันสบายใจเฉิบ โรสรินยืนอยู่นอกเล้า แล้วยื่นไม้กวาดไปเขี่ยๆ ทำความสะอาด

“เอ้า ปีนเข้าคอกสิคุ๊ณ ยืนข้างนอกมันจะทำความสะอาดได้มั้ย”

“กลัวอ่ะ เดี๋ยวหมูกัด”

“มันไม่ใช่หมา ไม่กัดหรอก”

โรสรินยังแหยงๆ เข้าไปใกล้คอก แล้วหันไปหยิบสายยางฉีดๆ น้ำเข้าไป

“ฉันไม่ต้องเข้าไป ฉันก็สามารถ นี่ไง เห็นมั้ย”

ตะวัน แย้ มองหน้ากันเซ็งๆ

“ทำอย่างนั้นมันจะไปสะอาดได้ไงล่ะคร๊าบ”

ตะวันเดินไปอุ้มโรสรินเลย

“อ๊ายย ตะวัน อย่า อ๊ายย นายจะทำอะไรฉัน ปล่อย ปล๊อยย”





กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 6 (ต่อ)



ตะวันอุ้มโรสรินแล้วปล่อยตุ้บลงในคอกหมู หมูวิ่งหลบกันขวักไขว่ ตะวัน แย้ หัวเราะชอบใจ



“อ๊ายย ไอ้บ้าตะวัน ทำอะไรของนายห๊ะ”

“เอ๊า ก็คุณบอกเองว่าให้ผมปล่อย ผมก็ปล่อยคุณแล้วไง”

โรสรินจะปีนหนี ตะวันชี้หน้าขู่ๆ ไม่ยอมให้หนี

“หนีเหรอ ไม่ทำใช่มั้ย ถ้างั้นไอ้เรื่องเดินแบบก็จบลงแค่นี้”

โรสรินมองหน้าตะวันอย่างเจ็บใจสุดๆ ตะวันยิ้มขู่ๆ

“ฉันไม่ยอมให้จบแค่นี้แน่”

โรสรินสีหน้ามุ่งมั่นเอาจริงสุดๆ

โรสรินอยู่ในคอกหมู ตะวันกับแย้นั่งอยู่บนคอกสนุกสนานกันใหญ่ แย้ร้องเพลงตะวันปรบมือยิ้มสนุก

“หมู หมู หมู น้องเคยเห็นหมูหรือเปล่า หมูมันตัวอ้วนไม่เบา ผัดเผ็ดใบกระเพราอร่อยดี กินแล้วอ้วนพีแข็งแรง หมู หมู หมู”

โรสรินหันมาปรี๊ดใส่อย่างสุดจะทน

“สนุกกันมากมั้ย ห๊า”

“ก็โอเคอยู่นะ เอ้า จะยืนเฉยทำไมล่ะคุณ ทำความสะอาดเข้าไป”

โรสรินเก้ๆ กังๆ ลังเลมองกองขี้หมูอย่างอยากจะอ้วกซะให้ได้ โรสรินยืนทำสมาธิ ตั้งจิตให้มั่น!

“สะกดจิตตัวเอง ต้องสะกดจิตตัวเอง น่ารัก น่ารัก ขี้หมูน่ารัก ขี้หมูน่านัก น่ารัก น่ารัก” ตะวัน แย้ มองหน้ากันเหวอๆ “น่ารัก น่ารัก ขี้หมูน่ารัก”

โรสรินมองเห็นขี้หมูเป็นสีชมพูสวยงาม โรสรินยิ้มออกแล้วกวาดลงไปทางช่องทิ้งสิ่งปฏิกูลลงได้อย่างง่ายดาย

ตะวันมองโรสรินอย่างอึ้งๆ

โรสรินฉีดน้ำชะล้างทำความสะอาดคอกหมูอย่างแข็งขันดูมุ่งมั่น จนสะอาดเอี่ยม ตะวัน แย้มองอย่างทึ่งๆ

ในที่สุดๆ โรสรินก็ทำสำเร็จ คอกหมูสะอาดเอี่ยม แย้ตรวจสอบคอกหมู แล้วหันมาทำมือโอเคให้ตะวัน

“โอเค ครับลูกพี่ งานนี้ผ่าน”

โรสรินยิ้มสีหน้าภูมิใจ

“ว่าไง งานที่นายให้ฉันทำทั้งหมด ผ่านมั้ย” โรสรินรอฟังคำตอบ ตะวันครุ่นคิดๆ แล้วตะวันก็เดินหนีออกไปเลย ทิ้งให้โรสรินเหวออยู่ตรงนั้น “เอ๊า เดี๋ยวสิ จะหนีไปไหน”

โรสรินเดินตามตะวันอย่างข้องใจ

“ตกลงว่าไง ฉันทำงานทุกอย่างสำเร็จตามที่นายสั่งแล้วนะ จะเบี้ยวกันใช่มั้ย”

ตะวันชะงักกึก แต่ยังไม่ยอมหันมา

“เปล่า คุณได้ทำในสิ่งที่ต้องการแล้ว เชิญ”

“ดูเหมือนนายไม่อยากให้ฉันทำ”

ตะวันหันมา

“ไม่ต้องดูเหมือน จริงๆ ผมไม่อยากให้คุณเดินแบบแฟชั่นโชว์อะไรนี่หรอก”

“แล้วทำไมนายถึงยอม”

“ผมแค่อยากเห็นคุณมีความสุข” ตะวันบอกอย่างจริงใจ โรสรินรู้สึกหวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก “แต่สิ่งที่คุณกำลังจะทำ ผมก็อยากให้มันมีประโยชน์ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระบำเรอความฟุ้งเฟ้อ คุณคิดเองแล้วกันว่าจะทำยังไง”

โรสรินฟังคำตะวันแล้วครุ่นคิดตาม

“ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระเหรอ”

จอไอโฟนของโรสรินเป็นภาพชุดหลายๆ ชุด โรสรินมองอย่างใช้ความคิด น้ำค้างดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ

ที่หน้าจอเป็นเบอร์ยุนอาโทรแทรกเข้ามา โรสรินรับสาย

“กำลังดูแบบชุดอยู่พอดีเลย ยุนอา”

“คุณโรสคะ ตอนนี้คุณพีชกำลังเดินทางมาเมืองไทย ยังไม่สะดวกจะคุยกับคุณโรสแต่เขาส่งแบบเสื้อมาให้คุณโรสดูก่อน เป็นยังไงคะ ชอบรึเปล่า แต่ถ้าถามยุนอาต้องบอกได้เลยว่า เริ่ดดดดเว่อร์ อ้อ คุณพีชฝากบอกว่า รบกวนให้

คุณโรสก็ฟิตหุ่นให้เริ่ด มั่นหน้าให้เป๊ะรอถึงวันงานเลยค่ะ”

น้ำค้างนั่งอยู่ข้างๆ โรสริน อย่างอยากรู้อยากเห็นด้วย

“เรื่องมั่นหน้ากับเรื่องหุ่นน่ะ ฉันโอเคอยู่แล้ว แต่ว่าhellip;”

โรสรินคิดถึงคำพูดตะวัน ตะวันบอกอย่างจริงใจ โรสรินรู้สึกหวิวๆ ยังไงบอกไม่ถูก

“แต่สิ่งที่คุณกำลังจะทำ ผมก็อยากให้มันมีประโยชน์ด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระบำเรอความฟุ้งเฟ้อ คุณคิดเองแล้วกันว่าจะทำยังไง”

โรสรินครุ่นคิดอีกครั้ง แล้วบอกยุนอาไปว่าhellip;

“ฝากบอกดีไซเนอร์ด้วยว่า ฉันอยากเปลี่ยนแบบผ้าใหม่ให้ใช้ผ้าไหมไทยทั้งหมด และธีมของงานนี้ต้องเกี่ยวข้องกับดอกไม้ เท่านั้น”

น้ำค้างหันมองหน้าโรสรินอย่างตกใจ

อีกด้านหนึ่งยุนอาก็ช็อกอย่างสุดๆ

“ผ้าไหมไทย ธีมดอกไม้ เอ่อ คุณโรสขา ทุกฝ่ายเค้าดำเนินการของเค้าหมดแล้ว อยู่ๆ จะมาเปลี่ยน เกรงว่าจะไม่ได้นะคะ ถ้าจะเปลี่ยนแบบนี้ยุนอาว่าเปลี่ยนนางแบบง่ายกว่านะคะ”

โรสรินมีสีหน้าเหวี่ยงขึ้นมาทันที

“ไม่ ฉันไม่ให้เปลี่ยน ฉันอยู่ของฉันดีๆ เธอมาชวนฉันจนฉันอยากทำงานนี้ อยู่ๆ เอาฉันออกไม่ได้ แล้วถ้าฉันไม่ได้เดินแบบ ฝ่ายออแกไนซ์ทั้งหมดต้องตกงาน ฉันจะไล่ออกให้หมดเลย”

“พี่โรสแรงไปรึเปล่า” น้ำค้างแย้ง

“แค่นี้เหรอเรียกว่าแรง พี่ยังแรงได้มากกว่านี้” โรสรินคุยโทรศัพท์ต่อ “ฉันอยากให้งานแฟชั่นมันมีสาระมากกว่าแค่โชว์ความสวยๆ งามๆ อย่างเดียว ฝากถามคุณพีชดีไซเนอร์ด้วยว่าไม่อยากนำเสนอเอกลักษณ์ของผ้าพื้นถิ่นและความงามของดอกไม้ไทยเหรอ” โรสรินพยายามบิ๊วท์ยุนอาสุดๆ “คิดดูสิถ้านำเสนอความเป็นไทยสู่สายตาโลก มันจะเท่แค่ไหน ส่วนเรื่องการตกแต่งเวทีฉันกับทางไร่ตะวันจะช่วยเอง”

ยุนอาหน้าซีดดูกลัวโรสรินมากๆ

“ที่คุณโรสพูดมันก็มีเหตุผลนะคะ แต่ว่างานเดินแฟชั่นอีกไม่กี่วันก็จะเริ่มแล้ว ถึงคุณพีชยอมออกแบบใหม่เพื่อคุณโรส แต่ด้วยเวลา คงไม่น่าจะทัน”

ยุนอาทำหน้าตาน่าสงสารมาก แต่โรสรินยืนยันหนักแน่น

“มันไม่ใช่ปัญหาของฉัน ยุนอา เธอต้องทำให้ฉันเดินแบบผ้าไทยให้ได้ แล้วเจอกัน”

โรสรินตัดสายทันที อย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะโต้เถียงยังไง น้ำค้างชูนิ้วโป้งให้โรสริน

“แจ๋วไปเลยพี่โรส ผ้าไหมไทย ธีมดอกไม้ เข้ากันกับไร่ตะวันด้วย”

“ฉันจะให้ตะวันช่วยตกแต่งเวทีด้วยดอกไม้ไทย น่าจะเก๋ดีเนอะ”

“เห็นด้วย เอ๊ะ แต่ว่าถามพี่ตะวันรึยังว่าเค้าจะเอาด้วยมั้ย”

โรสรินชะงักไป นั่นน่ะสิ

อ่านต่อเวลา 17.00น.



กำลังโหลดความคิดเห็น...