xs
sm
md
lg

สาปสาง ตอนที่ 7

เผยแพร่:

สาปสาง ตอนที่ 7

เลขากำลังเตรียมแฟ้มอยู่อย่างวุ่นวาย แฟ้มหนึ่งแฟ้มตกลงพื้น

เลขาตกใจ “ว้าย!!”

เลขารีบก้มลงเก็บแต่พอจะลุกขึ้นก็เกิดปวดท้องขึ้นมาทันที “โอ๊ย!!”

เลขากุมท้องไว้แน่นด้วยความเจ็บปวด

“โอ๊ย.....”

พนักงานหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพอดี

“ว้าย! คุณพี่เป็นอะไรไปคะ” พนักงานถาม

“ปวด ....ปวดท้อง”

“ปวดท้องคลอดเหรอคะ แต่ไหนคุณพี่ว่าจะคลอดเดือนหน้าไม่ใช่เหรอคะ”

“ไม่รู้แล้ว รีบพาฉันไปโรงพยาบาลที”

“ได้ค่ะๆ”

พนักงานหญิงรีบช่วยประคองเลขาขึ้นมา

เลขาร้องโอดโอย “โอ๊ยย ....”

“ทำใจดีๆ ไว้ค่ะ อย่าเพิ่งคลอดตอนนี้นะคะ กลั้นใจไว้ค่ะคุณพี่”

พนักงานหญิงประคองเลขาออกไป

ยันต์จีนที่ติดอยู่ที่บ้านของพริ้วสะบัดตามแรงลม เสียงโทรศัพท์บ้านดัง ซินแสเฟยรับโทรศัพท์

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ โทรจากโรงแรมเดอะ วารี นะคะ ไม่ทราบว่าที่นี่ใช่บ้านของคุณ พะพริ้ว ไหมคะ”

“ใช่ครับ บ้านพะพริ้ว ลูกสาวผมเองครับ จะติดต่อเรื่องงานใช่ไหมครับ”

เฟยถามด้วยรอยยิ้มอย่างคนที่รู้คำตอบแล้ว

ณราขับมาส่งพริ้ว ทั้งสองเถียงกันเรื่องที่เกิดขึ้นไปด้วย

“ถ้าคุณไม่เชื่อเราก็ไม่ต้องมาพูดกัน”

“จะให้ผมเชื่อได้ยังไง ในเมื่อตัวคุณเอง ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจอกับอะไร”

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นพลังชนิดหนึ่ง”

“ผมว่าคุณเป็นลมมากกว่า คุณคงไม่ได้ทานข้าว หรือว่าอดนอนร่างกายก็เลยอ่อนแอ”

“ถ้าคุณไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ แล้วคุณจะจ้างฉันมาทำไม”

“มันเป็นความต้องการของคุณแม่ผม”

ณราเลี้ยวรถเข้ามาถึงหน้ารั้วบ้านของพริ้ว

“จอดตรงนี้แหละค่ะ”

ณราเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพริ้ว

“งั้นก็บอกคุณแม่คุณด้วยนะว่าที่ผืนนั้นมันไม่เหมาะจะสร้างโรงแรมหรืออะไรทั้งนั้น ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ก็เลิกยุ่งกับที่ผืนนั้นซะ”

พริ้วก้าวลงจากรถ

“ส่วนคุณถ้าไม่เชื่อ ก็ไม่ต้องโทรมาอีก เสียเวลา!”

พริ้วเดินหนีเข้าบ้าน ณรามองตามไป

“ซินแสอะไรวะ ทั้งวีนทั้งเหวี่ยง”

พริ้วกลับเข้ามาในบ้าน เฟยรีบพูดขึ้น

“อาพริ้ว ลื้อได้งานแล้วนะ”

“ฮะ จริงเหรอพ่อ”

“จริงๆ เขาเพิ่งโทรมาเมื่อกี้นี่เอง พรุ่งนี้เขาให้ไปสัมภาษณ์ แต่ไม่ต้องกลัว อาป๊าดูดวงให้ลื้อแล้ว งานนี้ลื้อได้แน่ ๆ”

พริ้วยิ้มอย่างดีใจด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง

ณรากำลังขับรถอยู่ สักพักเลขาก็โทรเข้ามา

“ว่าไงครับ”

“เกิดเรื่องแล้วค่ะ” เลขาบอก

“มีอะไรเหรอครับ”

“ตอนนี้ดิฉันอยู่โรงพยาบาล ต้องคลอดก่อนกำหนดน่ะค่ะ แต่เรื่องงาน บอสไม่ต้องห่วงนะคะ ดิฉันเรียกคนที่ยื่นใบสมัครไว้มาให้สัมภาษณ์พรุ่งนี้”

“อย่าเพิ่งห่วงเรื่องงานเลยครับ ห่วงตัวคุณกับลูกก่อนดีกว่า”

“แต่ว่า.....”

“ไม่ต้องแต่ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น ทำใจให้สบาย ขอให้คลอดอย่างปลอดภัยน่ะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะบอส ยังไงก็อย่าลืมเรื่องสัมภาษณ์นะคะ บอสจะได้มีคนมาช่วยงานตอนดิฉันลาคลอด”

“ครับ เรื่องนั้นเดี๋ยวผมจัดการเอง”

“แค่นี้ก่อนนะคะบอส ต้องเข้าห้องคลอดแล้วล่ะค่ะ”

“ขอให้แข็งแรงปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกนะครับ”

“ขอบคุณค่ะบอส”

ณราวางสายไปแล้วพึมพำกับตัวเอง

“เลขาคนใหม่งั้นเหรอ”

พริ้วตื่นเต้นกับการไปสัมภาษณ์งาน เธอลองเอาชุดมาทาบกับตัวชุดแล้วชุดเล่า

“อันนี้ก็แก่ไปนะ” พริ้วทาบอีกชุด “อันนี้ก็เว่อ” เธอลองทาบอีกชุด “อันนี้เชยไปนะ”

พริ้วไปค้นในตู้เสื้อผ้าอีกรอบ

“จะใส่ชุดไหนไปดีนะ โอ๊ย ทำไมเสื้อผ้าฉันมันเป็นอย่างนี้ล่ะ เนี่ย ไม่แก่ ก็เก่า ฮึ่ย”

เฟยเดินผ่านมาก็มองผ่านประตูที่เปิดแง้มไว้พอเห็นว่าพริ้วกำลังวุ่นวายกับการเลือกเสื้อผ้าเขาก็ยิ้ม ก่อนจะผลักประตูเข้าไป

“ลื้อไม่ต้องเลือกมากหรอกอาพริ้ว ใส่ชุดไหนเขาก็รับลื้อเข้าทำงานทั้งนั้นแหละ เชื่ออั๊วะ”

“ทำไมป๊าถึงมั่นใจนักล่ะว่าเขาจะรับฉัน”

“อั๊วะดูดวงชะตาของลื้อ คนที่ลื้อจะเจอพรุ่งนี้ ดวงเป็นมิตรกับลื้อ”

“ฮะ จริงเหรอป๊า”

“อั๊วะจะโกหกไปทำไม แล้วไม่ใช่แค่เป็นมิตรน่ะ ดวงคนนั้นเขาเป็นได้ถึงคู่ลื้อเชียวนะ”

“ป๊าอย่าบอกนะว่าฉันจะเจอเนื้อคู่”

“ลื้อไม่ให้บอก อั๊วก็จะไม่บอก ปล่อยให้ลื้อไปเจอเองก็แล้วกัน”

เฟยหัวเราะชอบใจแล้วเดินออกไป

พริ้วใจเต้นแรง “เนื้อคู่งั้นเหรอ...ฮึ่ย ไม่จริงหรอก ป๊าอำกันแน่ๆ เลย คงอยากให้เราแต่งตัวสวยๆ แน่”

พริ้วหันไปกลับไปทาบชุดลงบนตัวแล้วมองตัวเองในกระจก

อ่านต่อหน้า 2

สาปสาง ตอนที่ 7 (ต่อ)

แพรวนั่งดื่มไวน์อยู่ที่เคาเตอร์บาร์

เธอเหลือบตามองเวลาที่นาฬิกาข้อมือบ่อยๆ โต๊ะหนึ่งห่างออกไปมีผู้ชายหน้าตาดีท่าทางเจ้าชู้ เหลือบมองมาที่แพรวบ่อยๆ แพรวหันไปมองทางเข้าจนเจอเข้ากับสายตาของชายหนุ่มคนนั้น ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นชวนดื่มแต่แพรวหันกลับอย่างไม่สนใจ

“ทำไมป่านนี้ยังไม่มาอีกนะ”

ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินมาหาแพรว พร้อมแก้วเหล้าในมือ

“รอใครอยู่เหรอครับ”

แพรวหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มมาหยุดอยู่ข้างๆ แล้ว

“ขอโทษนะคะ ฉันไม่มีเวลาทำความรู้จักคนแปลกหน้า”

“ผมแค่จะชวนดื่มน่ะครับ หวังว่าคุณคงไม่รังเกียจ”

“รังเกียจค่ะ” แพรวบอก

ชายหนุ่มอึ้งไปเพราะรู้สึกเสียหน้า

“อารมณ์เสียอยู่เหรอครับ”

“นี่ คุณจะทำอะไรก็ไปทำสิ อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันบอกแล้วไงว่ารังเกียจ! พูดไม่รู้เรื่องเหรอ”

เสียงไทดังขึ้น “มีอะไรกันน่ะ”

ไทที่มาถึงพอดีเดินเข้ามาข้างแพรว

“เกิดอะไรขึ้น”

ชายหนุ่มมองไทแล้วยิ้ม

“อ๋อ ที่แท้ก็รอแฟน ขอโทษครับที่ผมรบกวน”

ชายหนุ่มคนนั้นเดินออกไป

“น่ารำคาญ” แพรวบ่น

“เฮ่ย อารมณ์เสียอะไรนักหนา”

“จะไม่ให้อารมณ์เสียได้ยังไง วันๆ มีแต่เรื่อง”

“มีอะไรก็ว่ามาสิ”

แพรวฟาดอารมณ์ใส่ไท

“นายก็เหมือนกัน หายหัวไปเลยนะ คิดจะออกเรือไปจนตายรึไง”

“ฉันต้องสืบทอดงานของที่บ้าน ว่าเรื่องของเธอมาดีกว่า มีอะไรถึงต้องเรียกให้ฉันขึ้นมากรุงเทพฯ”

“มีสิ สำคัญมากด้วย”

“ก็ว่ามาสิ”

“คุณกรณ์เขากำลังจะกลับมาเมืองไทย”

“แล้วไง? เธอเรียกฉันมาเพื่อบอกเรื่องอดีตรักของเธองั้นเหรอ”

“มันไม่เกี่ยวกับคามร๊งความรักอะไรทั้งนั้น” แพรวเน้น “แต่มันเกี่ยวกับความลับของเรา”

“โรงละครก็ปิดร้างไปแล้ว ไอ้หมอนั่นมันก็ประกาศขายที่ตรงนั้นไปแล้ว เธอจะกลัวอะไร”

“ฉันไม่ได้ห่วงเรื่องคุณกรณ์หรอก มีเรื่องอื่นที่น่าห่วงกว่านั้น”

“อะไรอีกล่ะ”

“ฉันได้ข่าวว่ามีคนสนใจจะซื้อที่ดินผืนนั้น แล้วเขาก็มาดูที่แล้วด้วย”

“ใคร?”

“เห็นว่าเป็นพวกนักธุรกิจ จะซื้อไปทำโรงแรม”

ไทอึ้ง เธอคิดแล้วก็เครียด “ถ้ามีการก่อสร้างรื้อถอน มันก็อาจจะเจอศพช่อได้”

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงต้องเรียกนายกลับมาไง เราต้องช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงกับนังช่อดี”

“เราจะไปทำอะไรได้”

“เราทำไม่ได้ แต่มีคนอื่นที่ทำได้”

“ใคร?”

แพรวยิ้มร้าย

แพรวจอดรถที่หน้ารั้วตำหนัก เธอจะลงจากรถแต่ไทรั้งตัวไว้

“มันจะดีเหรอแพรว”

“ทำไม แกมีปัญหาอะไร อย่าบอกนะว่ายังอาลัยอาวรณ์นังช่อมันอยู่อีก”

“ที่เราทำกับช่อไว้มันก็หนักหนาสาหัสมากแล้ว ฉันแค่ไม่อยากทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายลงไปอีก”

“แต่ฉันจำเป็นต้องทำ”

แพรวลงจากรถไป

“ถ้าแกปอดแหกนักก็กลับไป ถูกจับติดคุกเมื่อไหร่ อย่ามาร้องให้ช่วยแล้วกัน”

แพรวพูดแล้วก็เดินเข้าไปด้านใน ไทในรถนั่งหน้าเครียดครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจลงจากรถตามแพรวเข้าไป

แพรวกับไทเดินเข้ามาภายใน แพรวจะเคาะประตูเรียก แต่ยังไม่ทันเคาะ ประตูก็เปิดผ่าง! แพรวกับไทผงะด้วยความตกใจ แพรวก้าวเข้าไปข้างใน ไทเดินตามไป

พ่อปู่กำลังทำพิธีอยู่หน้าแท่นบูชาที่มีหัวกะโหลกตั้งอยู่เหนือสุด ควันธูปและเทียนดำลอยคลุ้งไปทั่ว พ่อปู่ภาวนาคาถาแล้วเป่าพรวดใส่หัวกะโหลก มีควันดำลอยออกมาจากปากของพ่อปู่ปกคลุมแท่นบูชาจนทั่ว ไทมองแล้วชักไม่แน่ใจ

“ท่าจะไม่เหมาะ กลับก่อนดีไหม”

ไทดึงแขนแพรวให้ออกไปแต่เสียงพ่อปู่ดังขึ้น

“มึงปอดแหกก็กลับไปคนเดียว อย่าเอาอีชั่วกลับไปด้วย”

พ่อปู่หันกลับมา แพรวรีบเข้าไปนั่งลงกราบพ่อปู่ ไทจำเป็นต้องตามไป

“อีสารเลว มึงมันมีเรื่องร้อนถึงได้พุ่งมาหากู” พ่อปู่ว่า

แพรวสะดุ้ง “พ่อปู่รู้เหรอจ้ะ”

“มึงไม่ต้องมาถาม ถ้ากูไม่รู้ กูจะเตรียมทำพิธีไว้ให้มึงทำไม อีหน้าโง่!”

“พิธี...”

“มึงกลัวมีคนมาเห็นศพมันไม่ใช่เหรอ ถ้ามึงกลัวนัก มึงก็ไปขุดมันขึ้นมา เอาซากมันมาให้กู กูจะเอามันไปปล่อยป่าช้าผีตายโหง”

ไทกับแพรวทวนคำ “ขุดศพ...”

“จะให้เราไปขุดศพช่องั้นเหรอครับ” ไทถาม

พ่อปู่ชี้หน้าไท “มึงมันดวงแข็งแต่ใจขลาดนัก ถ้ามึงไม่กล้าลงมือ” พ่อปู่ชี้หน้าแพรว “มึงต้องเป็นคนทำ”

“ถ้ามึงไม่ทำ ความลับพวกมึงจะฟ้องตัวมึงเอง!”

“ทำจ้ะทำ ยังไงฉันก็จะทำ”

ไทเป็นห่วง “แพรว...”

แพรวหันมาด่าไท “หุบปากไปเถอะน่า!” แพรวหันไปหาพ่อปู่ “แล้วต้องทำยังไงบ้างล่ะจ้ะพ่อปู่”

อ่านต่อหน้า 3

สาปสาง ตอนที่ 7 (ต่อ)

สาปสาง ตอนที่ 7 (ต่อ)
กำลังโหลดความคิดเห็น...