xs
sm
md
lg

"สาปสาง" ตอนที่ 1-3

เผยแพร่:

ละครออนแอร์ “สาปสาง”

บทประพันธ์ : วาทินีย์ โอฬาร์กร

บทโทรทัศน์ : วาทินีย์ โอฬาร์กร

กำกับการแสดง : กรัณย์ คุ้มอนุวงศ์

แนวละคร : ดราม่า ตื่นเต้น สยองขวัญ

ผลิต : สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส โดยผู้จัด : บุณฑณิก บูลย์สิน

วันเวลา ออกอากาศ : จันทร์-พุธ เวลา 08.00 / 11.45 / 15.50 และ 20.00 น. ทาง สถานีโทรทัศน์ช่อง 8

ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่มตอนแรก วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 -

จำนวนตอนออกอากาศ : 25 /+/-

ตอนที่ 1 วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557

“ดาราลัย” โรงละครเก่าแก่ของครูอาภากำลังประสบปัญหาตามกระแสของสังคมยุคใหม่ ทำให้เกิดการเสพละครในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งต่างไปจากการแสดงของอาภา แม้เธอจะพยายามฝืนสู้แต่ก็ไม่อาจต้านทานกระแสสังคมได้ และในอีกไม่ช้าดาราลัยคงต้องปิดตัวลง นอกจากนั้นแล้วปัญหาใหญ่อีกอย่างของดาราลัยก็คือ การถูกรุกรานด้วยเหล่าคนที่ต้องการที่ดินผืนนี้ ดาราลัยไม่ได้เผชิญแต่ปัญหาภายนอก ช่อเอื้อง ไท และแพรว คือสามตัวละครเอกของคณะละคร แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นกลุ่มเพื่อนที่รักกัน แต่ลึกๆ แล้วซ่อนไว้ด้วยความชิงชังและริษยา เพราะความรักที่ไม่สมหวัง แพรวชิงชังและอิจฉาช่อเอื้อง ทั้งเรื่องละครและเรื่องส่วนตัว เพราะแพรวหลงรักกรณ์ ลูกชายของครูอาภา ในขณะที่กรณ์ก็รักและชอบพอกับช่อเอื้อง ส่วนไทที่แอบหลงรักช่อเอื้องอย่างเงียบๆ เฝ้าเจ็บแค้นใจที่เขาไม่มีอะไรสู้กรณ์ได้เลย ทั้งฐานะและหน้าตา ความแค้นต่างๆ บ่มอยู่ในใจไทมาตลอด และสักวันเขาจะต้องเอาชนะกรณ์และเป็นเจ้าของช่อเอื้องให้จงได้ ความรักของกรณ์และช่อเอื้องเริ่มต้นตั้งแต่แรกเจอ ช่อเอื้องรักกรณ์ แต่เพราะความถ่อมตนของช่อเอื้อง ทำให้เธอไม่กล้าอาจเอื้อมรักลูกชายคนเดียวของครูอาภา ในขณะที่กรณ์เปิดเผยความรักที่เขามีต่อช่อเอื้องอย่างชัดเจน เขามีความตั้งใจที่จะทำให้ช่อเอื้องยอมเปิดใจรักเขาให้ได้ เหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาริษยาของแพรวและไท ขณะที่คณะละครกำลังจะเปิดแสดงอีกครั้ง ช่อเอื้องถูกครูอาภาคัดเลือกให้ได้รับบทนางเอก ผลการคัดเลือกสร้างความไม่พอใจให้กับแพรวเป็นอย่างมาก

กลางดึกคืนหนึ่ง ที่บ้านครูอาภา ครูอาภากำลังวางพวงมาลัยไหว้ครูละครที่หิ้งบูชาซึ่งมีหัวครอบครูละครหลายหัวตั้งอยู่ ทันใดนั้นไฟก็ลุกท่วมหิ้งบูชา ครูอาภาตกใจที่อยู่ๆ ไฟก็ไหม้ควันโขมง ครูอาภาวิ่งออกจากห้อง เห็นไฟไหม้ไปทั่วบ้าน ช่อเอื้องวิ่งออกมาเห็นครูอาภายืนตกใจอยู่

กลางดึก ที่ห้องนอนช่อเอื้อง ช่อเอื้องตกใจตื่นจากฝัน “ครู!”

ที่ห้องนอนครูอาภา ภายในบ้านครูอาภา ครูอาภาสะดุ้งตื่นมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เมื่อตั้งสติได้ว่าเป็นเพียงความฝันก็โล่งใจ “ฝันหรอกเหรอhellip;..ทำไมถึงฝันร้ายแบบนี้hellip;มันต้องเป็นลางไม่ดีแน่ๆ”

ครูอาภาเริ่มเป็นกังวล

วันใหม่ ที่โรงละคร ทุกคนกำลังดำเนินการซ้อมละครอยู่ โดยมีครูอาภากับกรณ์นั่งดูอยู่ด้านหน้า

กรณ์จับจ้องดูช่อเอื้องอย่างตั้งอกตั้งใจ ไทกับช่อเอื้องอยู่กลางเวที นั่งลงคุกเข่า ยกมือพนม “แม่ฟ้า แม่พสุธา โปรดเป็นสักขีพยาน หากวันใดลูกคิดทรยศหมดรักในตัวแม่นาง ขอให้ฟ้า ขอให้ดิน จงเอาชีวิตของลูกไปเสีย” ช่อเอื้องหันมาคว้ามือไทไว้ “อย่าสาบานเช่นนั้นเลยพี่จ๋า ข้าไม่อยากเห็นพี่ต้องมีภัย” “พี่ต้องมีภัยก็สมควรแล้ว แก้วตาอย่าได้คิดห้ามเลย” “พี่จ๋า” ช่อเอื้องร้องไห้ ไทดึงร่างช่อเอื้องมากอด แล้วฉากละครถัดๆ มาก็เริ่มแสดง “เจ้าสิ้นรักข้าแล้วไซร้ ใยจึงผิดคำสาบาน” ช่อเอื้องท่องตามบท “สาบานใดที่เจ้าเอ่ย ข้ามิเคยรู้” ไทกล่าวตอบ “ความลุ่มหลงบดบังตาเจ้า ใจเจ้า เจ้าถึงได้ลืมสิ้นแม้แต่คำสาบาน” แพรวเอ่ยขึ้น “เจ้าอย่ามัวอ้างสาบานอยู่เลย ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่อาจทนนิ่งเฉยฟังวาจากล่าวอ้างของเจ้าได้อีกต่อไป” “เจ้าจะทำอะไรข้า” แพรวดึงกริชออกมาจากเหน็บเอว “ข้าจะเอาเลือดเจ้ามาล้างสาบานให้สิ้นซาก”

ฉากใหม่ ช่อเอื้องอยู่คนเดียวกลางเวที มือกุมท้องที่ถูกแทงด้วยกริช “หากกูไม่สมในรัก ด้วยเลือดทุกหยด ด้วยกายทั้งกาย ด้วยใจทั้งใจ กูจะขอสาปขอแช่ง อย่าให้พวกมึงได้สมรัก อย่าให้มึงได้สมสู่ อย่าให้มึงได้ครองคู่ ขอฟ้าขอดินพรากมึงจากกัน ตราบชั่วฟ้า ชั่วนิรันดร์!” ขาดคำ ช่อเอื้องก็ฟุบลงไปกับพื้นเวที กรณ์ลุกขึ้นปรบมือให้ช่อเอื้องอย่างออกนอกหน้า จนครูอาภาต้องเหลือบตามองแล้วอมยิ้มอย่างรู้ทันก่อนปรบมือตาม “รู้สึกว่าจะถูกใจเสียเหลือเกินนะตากรณ์” กรณ์ว่า “ก็hellip;.เขาแสดงเก่งนี่ครับ” “แน่ใจเหรอว่าแค่เรื่องการแสดง ปรบมือซะขนาดนี้ แม่กลัวว่าจะมีเรื่องอื่นด้วยน่ะสิ” กรณ์ยิ้มเขิน ไม่กล้าสบตาแม่ หันไปมองช่อเอื้องบนเวที ช่อเอื้องมองมาสบตากันพอดี เอียงอาย หลบตาไปแต่ก็แอบอมยิ้ม แพรวเหลือบตามองช่อเอื้องสลับกับมองกรณ์อย่างรู้ทัน รีบกระซิบบอกไท “จะทำอะไรก็รีบทำซะ ไม่อย่างนั้นนายหมดหวังแน่!” แพรวเดินไป ไทมองตามแพรวไปด้วยสีหน้างงๆ

ขณะที่ช่อเอื้องก็รู้สึกไม่สบายใจเรื่องความฝันที่เธอฝันถึง กรณ์จึงพาช่อเอื้องไปทำบุญที่วัด ช่อเอื้องพบชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาทักว่าเธอกำลังจะตาย ช่อเอื้องตกใจมาก แต่พอดีกับที่หลวงพ่อเข้ามาเตือนสติ ทั้งๆ ที่หลวงพ่อก็เหมือนจะเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างของช่อเอื้อง “อย่าไปเอาอะไรกับคำพูดของคนอื่นเลย จงมีสติและทำใจให้สงบเป็นปัจจุบัน จะได้ไม่เครียด ไม่คิดมาก” กรณ์กับช่อเอื้องกล่าวขอบคุณ แล้วทั้งสองก็ไหว้ลาหลวงพ่อ

วันใหม่ ครูอาภานำพระพิฆเนศมาให้กรณ์ โดยบอกว่าเธอรักและบูชาพระพิฆเนศมาก อยากให้กรณ์เก็บรักษาไว้ให้ดี กรณ์จะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็รับไว้เพราะคำพูดของแม่ “สร้อยพระพิฆเนศเส้นนี้ ครูของแม่ให้มาตั้งแต่แม่ฝากตัวเป็นศิษย์ละครของท่าน แม่ใส่ติดตัวมาตั้งแต่สาวๆ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่แม่จะส่งต่อให้คนที่จะสืบทอดงานของแม่ แม่ทำงานด้านศิลปะ นอกจากบูชาครู แม่ก็บูชาท่าน ตอนนี้กรณ์อาจจะบอกว่าตัวเองทำไม่ได้ แต่แม่เชื่อว่าเชื้อจะไม่ทิ้งแถว” กรณ์มองสร้อยพระพิฆเนศ เขายิ้ม ยังไม่รู้อนาคตว่าจะสืบทอดได้หรือไม่ “ไม่รู้สิฮะ แต่ที่ผมรู้ตอนนี้คือ สิ่งใดที่แม่ให้มา ผมจะรักษาให้ดีที่สุดครับแม่” ครูอาภายิ้ม ดึงกรณ์เข้ามากอด กรณ์กอดแม่ มองสร้อยพระพิฆเนศที่อยู่ในมือ กรณ์ตัดสินใจบอกครูอาภาเรื่องช่อเอื้อง “คือ....ผมมีเรื่องอยากจะเรียนให้คุณแม่ทราบน่ะครับ” “มีอะไร ทำไมพูดซะเป็นงานเป็นการ” “ก็มันเป็นเรื่องสำคัญนี่ครับ” ครูอาภาว่า“มีเรื่องอะไรก็ว่ามาสิ” กรณ์สูดลมหายใจเข้าก่อนจะพูด “เอ่อ..เรื่องผมกับช่อน่ะครับ” ครูอาภายิ้ม“อ๋อ คิดว่าเรื่องอะไร” กรณ์อึ้ง“นี่คุณแม่ทราบเหรอครับว่าผมกับช่อhellip;hellip;” ครูอาภาแทรกขึ้น “โรงละครนี่เป็นของแม่ ไม่มีอะไรที่นี่ที่จะลอดสายตาแม่ไปได้หรอก แล้วอีกอย่าง เราก็ออกนอกหน้าซะขนาดนั้น คงไม่ใช่มีแต่แม่หรอกที่รู้ คนอื่นๆ ก็คงดูออกกันหมดน่ะแหละ ว่าแต่มีเรื่องอะไร จะเลิกกันรึไง” กรณ์ส่ายหน้า“เปล่าครับ ไม่เลิกครับ....คือว่า อีกไม่นานผมก็ต้องไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว คงไม่ได้เจอช่ออีกหลายปีผมเลยอยากขออนุญาตคุณแม่ ขอหมั้นช่อไว้ก่อนน่ะครับ ที่ต้องขอกับคุณแม่ก็เพราะคุณพ่อคุณแม่ของช่อเสียไปแล้วน่ะครับ ช่อเองก็ตัวคนเดียวไม่มีใคร” ครูอาภาบอก“ก็เอาสิ ช่อเองก็เป็นเด็กดี นี่ถ้าไม่ใช่ช่อเอื้อง แม่ไม่ยอมง่ายๆ แบบนี้หรอกนะ” กรณ์ยกมือไหว้“ขอบพระคุณครับคุณแม่” ครูอาภาถาม “แล้วจะหมั้นสาวน่ะ มีแหวนแล้วรึยัง” กรณ์ยิ้ม ไม่ตอบ ครูอาภาเดินออกไป กรณ์มองตามงงๆ สักพักครูอาภาก็ออกมาพร้อมกล่องใส่แหวน ครูอาภาเปิดกล่องออกมา แหวนเพชรเก่างดงามประกายแสง “แหวนวงนี้เป็นแหวนมรดกของย่าที่ให้พ่อสวมให้แม่ในงานหมั้น แม่เก็บไว้ให้กรณ์ น่าจะพอดีกับช่อนะ” กรณ์ก้มมองแหวน “สวยจังเลยครับ ขอบคุณครับแม่” “แล้วเรื่องพิธีการล่ะ จะเอายังไง” กรณ์บอก “รอให้ละครคุณแม่จบลงก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่านะครับ ช่วงนี้กำลังยุ่งๆ ผมไม่อยากรบกวนทั้งคุณแม่ทั้งช่อ” ครูอาภาพยักหน้า “ก็ดี ละครจบแล้วค่อยว่ากัน”

ที่มุมหนึ่ง แพรวมาแอบยืนฟังอยู่ สีหน้าโกรธแค้นจนน้ำตาไหล วิ่งหนีออกไป แพรวเล่าเรื่องราวให้ไทฟัง ไทที่กลัวจะเสียช่อเอื้องไปก็คิดหาทางขัดขวาง เขากับแพรวจึงร่วมมือกันขัดขวางไม่ให้ช่อเอื้องกับกรณ์ได้แต่งงานกัน แพรวเองก็ไม่อยากเสียกรณ์ไป ทั้งแพรวและไทจึงลอบวางแผนกันอยู่เงียบๆ โดยมีจุดประสงค์เดียวกันคือ การแย่งชิงของรักของตนเองคืนมา แพรวไปขอร้องอนงค์ แม่ของเธอให้พาไปหาพ่อปู่ ซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของแพรว โดยที่พ่อปู่รู้จุดประสงค์ของแพรวดี ขณะที่อนงค์นั้นไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยพ่อปู่รู้ว่าแพรวมีเรื่องร้อนทั้งตัวร้อนทั้งใจ เพราะไฟริษยากำลังเผาไหม้ พ่อปู่บอกแพรวว่า จิตมืดของแพรวจะเป็นตัวช่วยแพรวเอง ให้แพรวสบายใจได้ ทำให้แพรวมั่นใจมากขึ้นที่จะจัดการช่อเอื้อง

กลางคืน ที่ห้องนอนแพรว แพรวยิ้มอย่างสมใจ เดินไปที่โต๊ะ ดึงรูปถ่ายของช่อเอื้องออกมา

“แกเสร็จฉันแน่ นังช่อ” แพรวฉีกรูปทิ้งแล้วกระทืบๆ “แกไม่มีวันเอาชนะฉันได้หรอก” แพรวเริ่มร่ายรำในบทช่อเอื้องดูน่ากลัว “กูจะขอสาปขอแช่ง! อย่าให้พวกมึงได้สมรัก! อย่าให้มึงได้สมสู่! อย่าให้มึงได้ครองคู่! ขอฟ้าขอดินพรากมึงจากกัน! ตราบชั่วฟ้า ชั่วนิรันดร์! ฉันนี่แหละ จะเป็นคนสาปส่งแกเอง!”

ตอนที่ 2 วันอังคาร ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557

วันใหม่ หลังจากการแสดงจบลง ไทกับแพรวก็เริ่มแผนการ ไทหลอกช่อเอื้องไม่ให้ไปพบกับกรณ์ส่วนแพรวก็ไปโกหกกรณ์ว่าช่อเอื้องรู้เรื่องที่กรณ์จะขอเธอแต่งงาน ช่อเอื้องจึงตัดสินใจหนีกลับบ้านทางเหนือ เพราะเธอไม่ได้รักกรณ์ แต่กรณ์ไม่เชื่อ ขณะที่ไทก็คิดจะปล้ำช่อเอื้องให้ตกเป็นของเขา โดยหลอกช่อเอื้องเข้าไปรออยู่ในบ้านพักของไท

ในบ้านพักของไทที่ไม่ห่างจากโรงละครมากนัก ไทกำลังอ่านข้อความที่กรณ์ส่งมาให้ช่อเอื้อง แต่ไม่ได้ตอบกลับไป ช่อเอื้องตกใจ เริ่มเอะใจ ไท ทำไมทำแบบนี้ ไทบอก ”ก็เพราะเรารักช่อ เราไม่อยากให้ช่อเป็นของคนอื่น” ช่อเอื้องอึ้ง “ไทhellip;ปล่อยเราไปเถอะ” ไทส่ายหน้า “ไม่ เรารักช่อ ตลอดเวลาที่รู้จักกันมา ใจเราไม่เคยหยุดรักช่อเลย” ช่อเอื้องพยายามพูด “ไท เราเป็นเพื่อนกันนะ” “แต่เราไม่อยากเป็นแค่เพื่อน”

“ไท คือเราhellip;” ไทเริ่มไม่พอใจ “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เรารู้ว่าใจช่อรักใคร ช่อไม่เคยมองเห็นความรักของเราเลย ใจช่อทั้งใจกลับไปยกให้มัน ทำไมล่ะช่อ เราไม่ดีตรงไหน ทำไมถึงรักเราไม่ได้!” “ไท เราอย่าพูดเรื่องนี้กันเลยนะ เรามีธุระต้องรีบไป” ไทเข้ามาจับตัวช่อเอื้อง “จะไปหามันใช่ไหม รักมันมากนักใช่ไหม” ช่อเอื้องตกใจ “จะทำอะไรน่ะ” ไทยิ้มเหี้ยม “ทำให้ช่อเป็นของเรายังไงล่ะ แล้วพรุ่งนี้ เราสองคนจะไปอยู่ด้วยกัน แต่งงานกัน” ไทลงมือปลุกปล้ำ ช่อเอื้องพยายามต่อสู้ขัดขืน “ไท อย่านะ อย่าทำกับเราแบบนี้ หยุดนะ” ช่อเอื้องพยายามขัดขืนแต่ก็สู้ไทไม่ได้ “หยุดนะไท ปล่อยเรานะ” ไทไม่ฟัง พยายามปลุกปล้ำหนักมือขึ้น “ช่อต้องเป็นของเรา ของเราคนเดียว”

กรณ์ออกตามไปหาช่อเอื้องที่คอนโดช่อเอื้อง กรณ์รีบร้อนเข้าไปในคอนโด แต่ก็พบว่าประตูล็อก กรณ์ลงมาถามพนักงาน “ห้อง 707 ยังไม่กลับเหรอครับ” พนักงานบอก “อ๋อ ห้องนั้นย้ายไปแล้วครับ ไปสักพักแล้ว” กรณ์งง “ไปไหนครับ ไปกับใคร” “มีผู้ชายมารับ ไปไหนผมไม่ทราบครับ”กรณ์แทบทรุด เดินหน้าเสียออกไป “ช่อ”

พนักงานยกหูโทรศัพท์ ต่อสายถึงแพรว “ผมบอกผู้ชายคนนั้นอย่างที่คุณพูดแล้วนะครับ”

แพรวเอ่ยถาม “แล้วเขาอยู่ไหน” พนักงานบอก “ก็เดินเศร้าๆ ออกไปแล้วครับ” แพรวยิ้ม “ดีมาก เดี๋ยวฉันจะโอนเงินที่เหลืออีกครึ่งนึงให้ เลยนะ”

ในห้องพักไท ไทยังคงพยายามขืนใจช่อเอื้อง ช่อเอื้องร้องเรียกหากรณ์ “คุณกรณ์ช่วยช่อด้วย คุณกรณ์” ไทตวาด “เรียกหามันอยู่ได้ รักมันมากนักใช่ไหม!” ด้วยความโกรธถึงสุดขีด ไทคว้าผ้าสไบที่คล้องคอช่อเอื้องอยู่รัดคอช่อเอื้อง “ทำไมไม่รักฉัน ทำไมถึงไม่รักฉัน!” ไทยิ่งรัดคอช่อแน่นขึ้นไปอีกด้วยความเจ็บใจ “ฉันไม่ดีตรงไหน ทำไมถึงรักไม่ได้ ฮะ ทำไม!” ช่อเอื้องเริ่มหายใจไม่ออก พยายามดึงมือไทออกจากคอแต่ก็ไม่สำเร็จ มือของช่อเอื้องที่ป่ายไปมา ตกลงกับพื้น ไม่นานนักก็หยุดดิ้นหยุดร้อง...ไทเห็นช่อเอื้องนิ่งไปก็ชะงัก หันมองก็เห็นว่าช่อเอื้องตาค้าง หมดลมหายใจไปแล้ว ไทตกใจหน้าตื่น “ไม่ ไม่จริง ไม่จริง ช่อ ช่อฟื้นสิ ช่อ” ไทเขย่าร่างช่อแต่ช่อก็ไม่ฟื้นขึ้นมา “ช่อ ช่อ เราขอโทษ ช่อ” ไทร้องไห้โฮ

ที่กลางถนน กรณ์ขับรถไปร้องไห้ไป มองไปตามทางอย่างคนที่สิ้นหวัง ไม่นานนักแพรวก็ตามมาที่บ้านพักของไท แล้วเธอก็พบว่าช่อเอื้องตายเสียแล้ว แพรวตกใจมาก แต่ก็คิดๆ แล้วตั้งสติ เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว นอกจากร่วมมือกับไทช่วยกันทำลายศพช่อเอื้องเพื่อไม่ให้ใครพบเห็น แพรวรู้ว่าช่อเอื้องเป็นเด็กที่เติบโตมาในสถาน เลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ไหนอีก ฉะนั้นการหายตัวไปของช่อเอื้องจึงอาจไม่มีใครสนใจ

ขณะที่กรณ์ก็กลับไปตามหาช่อเอื้องที่โรงละคร อีกครั้งด้วยอาการเศร้าหมอง “ผมรักคุณนะช่อ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะ รักคุณไปตลอด ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง” วิญญาณของช่อเอื้องยืนมองกรณ์ด้วยความรัก และอาลัย ยื่นมือไปสัมผัสแต่ก็ทะลุผ่าน วิญญาณ ช่อเอื้องเศร้ายิ่งนัก ร้องไห้หนักขึ้นไปอีก “ผมจะกลับมารอคุณที่นี่ทุกวัน จนกว่าคุณจะ กลับมา”

กรณ์ลุกขึ้นเดินกลับไปที่รถ วิญญาณช่อเอื้อง เข้าสวมกอดกรณ์จากด้านหลัง ซบหน้าลงบนหลัง ของกรณ์ กรณ์ขับรถออกไป วิญญาณรักของช่อเอื้อง เริ่มเปลี่ยนเป็นวิญญาณแค้น “ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องพรากเราจากกัน!”

ขณะที่แพรวกับไทก็ช่วยกันเอาศพช่อเอื้องไป ฝังไว้ที่ป่าด้านหลังของโรงละคร ไทที่ยังกลัวความผิด ก็คิดที่จะเผาโรงละครซะ แต่ยังไม่ทันได้เผา ไทก็เจอผีช่อเอื้องหลอก ซะก่อน จึงวิ่งหนีไป เมื่อตำรวจมาตรวจสอบหลักฐาน ก็พบว่ามีคนร้ายเข้ามากำลังจะลอบวางเพลิง แต่ โชคดีที่ยังไม่ทันทำอะไรก็หนีไปซะก่อน ครูอาภาตกใจมาก “ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย โรงละครที่แม่สร้างมากับมือ มันตั้งใจจะเผาโรงละคร ของแม่” ครูอาภาทำท่าจะเป็นลม แล้วทันใดนั้นก็ หมดสติไป กรณ์ตกใจมาก เป็นห่วงแม่ แพรวกับไท เข้ามาเห็นเข้าพอดี “ครูครับ / ครูคะ!” ไทได้โอกาส รีบบอกกับกรณ์ “พาครูไปหาหมอ ก่อนเถอะครับ ทางนี้ผมจัดการเอง” กรณ์กล่าวขอบคุณแล้วประคองครูอาภา ออกไป แพรวมองโรงละคร “ใครกันนะที่ลอบเข้ามาวางเพลิง” ไทตอบเสียงอ่อยๆ “มันจำเป็นน่ะ”แพรวสะกิดใจ ไทจึงเล่าให้ฟัง แพรวตกใจ “อะไรนะ! แกเป็นคนที่เข้ามาจะเผางั้นหรอ?” ไทพยักหน้า “มันจำเป็น ฉันอยากให้ที่นี่มันปิดๆ ไป จะได้ ไม่มีใครมาเจอศพช่อ แต่ฉันยังไม่ทันทำอะไร ก็เห็นช่อ ซะก่อน” แพรวว่า “แกตาฝาดน่ะสิ แต่ก็ดีแล้วที่โรงละครไม่ถูกเผาไม่

อย่างนั้นแกต้องซวยแน่ๆ ถ้าแกทำอะไรรู้จักคิดซะบ้าง ช่อมันคงไม่ต้องตายหรอก” ไทหน้าเจื่อน “ไหนบอกว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกไง” “ก็มันอดไม่ได้นี่ แล้วนี่ถ้าตำรวจเขาตรวจได้ว่า เป็นแก แกจะทำยังไง” ไทบอก“ก็โยนความผิดให้ไอ้พวกที่มันอยากเผาไล่ที่ ไปสิ เขาคงสาวมาไม่ถึงฉันหรอก” แพรวถอนใจ “สรุปว่าฉันต้องเก็บความลับให้แกเพิ่มอีกเรื่อง แล้วใช่ไหม” ไทว่า “แกสาบานแล้วนะ” แพรวมองหน้าไทเซ็งๆ ไทหน้าเครียดแอบรู้สึกกังวล

ที่โรงพยาบาล ภายในห้องฉุกเฉิน ครูอาภานอนหมดสติอยู่บนเตียงคนไข้ สะลึมสะลือเห็นทุกอย่าง รางเลือนไปหมด ในความรางเลือนนั้นเห็นช่อเอื้อง เดินเข้ามาหา สีหน้าเศร้าหมองน้ำตานองหน้า ครูอาภาเอ่ยถาม “ช่อ เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น” ช่อเอื้องก้มหน้าร้องไห้ไม่พูดไม่จา ครูอาภา ถามย้ำ “ช่อ เกิดอะไรขึ้น บอกครูสิลูก ร้องไห้ทำไม” ช่อเอื้องเงยหน้าขึ้น เห็นน้ำตาเป็นสายเลือด ครูอาภาตกใจ “ช่อ!” ครูอาภาสะดุ้งเฮือก ฟื้นขึ้น เสียงกราฟหัวใจ ทำงานปกติ

เช้าวันใหม่ แพรวไปหาพ่อปู่ที่ตำหนักพ่อปู่ แพรวก้มลงกราบพ่อปู่ พ่อปู่ว่า “มึงรับสื่อจากกูได้ มึงมันมีเลือดดำเหมือนกูจริงๆ” แพรวถาม “พ่อปู่เรียกหนูมาทำไมเหรอคะ” “มึงทำอะไรไว้ มึงก็รู้ตัวดี” แพรวตกใจ “พ่อปู่รู้!?” “มีอะไรบ้างที่กูไม่รู้ ยิ่งเรื่องชั่วช้ากูยิ่งรู้” “แต่หนูไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่ามันนะคะ” “แต่มันก็ตายสมใจมึงไม่ใช่รึ” แพรวนิ่งไป ไม่ยอมตอบ พ่อปู่พูดต่อ “มึงเข้าใจคิดที่ซ่อนศพมันไว้ แต่มึงทำไปอย่าง ไม่รู้การ” “ยังไงเหรอคะ” พ่อปู่บอก “มึงลืมสะกดวิญญาณมัน มันถึงได้ออกมา ตามล่ามึงได้ ดีนะที่ยันต์กูยันมันไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้น ป่านนี้มึงเหลือแต่กระดูกแล้ว” แพรวหน้าตื่น “แต่ว่า...แม่ให้หนูใส่พระไว้นะคะ ผีมันจะ ทำอะไรหนูได้” “พระท่านคุ้มครองคนดี ไม่ใช่คนชั่วเลือดดำอย่างมึง!” แพรวรีบถาม “แล้วหนูต้องทำยังไง” “ถอดพระออกซะ แล้วเอาตะกรุดของกูไป ใส่แทน” พ่อปู่ยื่นห่อผ้าดำให้แพรวรับไป แพรวแกะออก เห็นมีตะกรุดสีดำ“กูปลุกเสกด้วยเลือดผีเจ็ดป่าช้า แต่มันมีฤทธิ์ คุ้มครองมึงแค่กลางคืน ส่วนกลางวันกูจะเป่า มนตร์มารคุ้มครองให้” พ่อปู่ว่าแล้วก็หลับตาพึมพำคาถามนตร์ดำแล้วเป่าพรวดใส่กระหม่อมแพรว ควันดำพุ่งใส่ หัวแพรว แพรวร้อนวาบไปทั้งตัว “เอาล่ะ กูลงมนตร์ให้มึงแล้ว จะไม่มีผีตัวไหน กล้ายุ่งกับมึงอีกเป็นอันขาด!” “ขอบคุณค่ะพ่อปู่” แพรวก้มลงกราบ มองตะกรุดแล้วยิ้มด้วยความสมใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ถามพ่อปู่ “หนูขอไปฝากเพื่อนอีกอันได้ไหมคะ” “ไม่ต้อง เพื่อนมึงคนนั้นมันดวงแข็ง ไม่มีผีหน้าไหนทำอะไรมันได้ง่ายๆ หรอก นอกจาก หลอกๆ หลอนๆ ห่วงแต่ตัวมึงเองเถอะ” แพรวรับคำแล้วก้มลงมองตะกรุดในมืออีกครั้ง

ตอนที่ 3 วันพุธ ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557

วันใหม่ ครูอาภากลับจากโรงพยาบาลมาถึงบ้าน กรณ์พยุงแม่ไปนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะพูดขึ้น “ต่อไปนี้คุณแม่ห้ามเครียดห้ามคิดมากเชียวนะครับ เรื่องโรงละครให้ทางตำรวจเขาจัดการไป ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่ต้องคิด ผมอยากให้คุณแม่อยู่กับผม นานๆ นะครับ” ครูอาภาสงสัยหันไปถาม “ช่อเขาเป็นอะไรไป กรณ์รู้ เรื่องช่อรึเปล่า” กรณ์หน้าเจื่อน ชะงักไปก่อนจะปรับสีหน้าแล้วพูด “เอ่อ ทำไมเหรอครับคุณแม่” ครูอาภาว่า “แม่ฝันถึงเขา เขาร้องไห้ใหญ่เลย ไม่รู้เป็นอะไร รึเปล่า” กรณ์อึ้งๆ ไป ครูอาภาบอก “กรณ์ต้องไปหาหนูช่อนะลูก แม่ว่าเขาต้องมีปัญหาอะไรอยู่แน่ๆ” กรณ์พยักหน้าจำใจรับปากไปเพื่อให้แม่สบายใจ ครูอาภาพูดย้ำ “แล้วบอกหนูช่อให้มาหาแม่ด้วยนะ แม่อยากให้หนูช่อสืบทอดละครของแม่แทนแม่ ไม่อยากให้มันจบลงไพร้อมๆ กับแม่” กรณ์ตอบหน้าเศร้าๆ “ครับคุณแม่ แล้วผมจะบอกให้”

ที่หลุมศพช่อเอื้อง ใบไม้ปลิวไสวเหนือหลุมศพช่อเอื้อง วิญญาณช่อเอื้องยืนร้องไห้ “ทำไมต้องทำกันแบบนี้.....ทำไมต้องทำกับฉัน แบบนี้”

ที่ห้อง ไทเก็บเสื้อผ้าเพื่อที่จะเตรียมตัวกลับชุมพร แต่จู่ๆ ไฟก็เกิดดับขึ้น ไทหาไฟฉายแล้วกดสวิตช์เปิด ฉายออกไปเห็นช่อเอื้องยืนก้มหน้าอยู่กลางห้อง เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่ามีเลือดออกทั้งทาง ตา จมูก ปาก เลือดอาบหน้าไปหมด “แกฆ่าฉันทำไม!” ไทตกใจ ผงะหงายหลังล้มลงไป เงยหน้ามองอีกทีช่อเอื้องก็หายไปแล้ว ไทสะบัดหัวไล่ความมึน “สงสัยจะตาฝาด....” ไทสาดไฟไปอีกทางเห็นช่อเอื้องอีกครั้ง“เฮ้ยยย!!” ไทตกใจ ไฟฉายดับลง ไทร้องโวยวายเสียงดัง “เฮ้ย อย่าดับสิ ติดๆ” ไทกระแทกๆ ไฟฉาย ไฟดับๆ ติดๆ เห็นช่อเอื้องไปมาหลายครั้ง “เฮ้ย อย่านะ เราไม่ได้ตั้งใจช่อ เราขอโทษ อย่าทำอะไรเรานะ เราขอโทษ” ไทหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ในห้อง ไฟฉายก็ดับๆ ติดๆ ไม่รู้ว่าช่อเอื้องอยู่ตรงไหน “อย่าเข้ามานะช่อ เราขอโทษ ยกโทษให้เรา เถอะนะ” ขาดคำ หน้าช่อเอื้องก็ผ่างเข้ามาตรงหน้าใกล้ๆ ไทหลับตาร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตกใจ ลืมตาขึ้นดูอีกครั้งก็พบว่าช่อเอื้องหายไปแล้ว ไทหายใจหอบด้วยความกลัว รีบออกจากห้อง ไปหาแพรวที่บ้านทันที

ที่ห้องรับแขกบ้านแพรว แพรวฟังเรื่องที่ไทเล่าแล้วไม่ค่อยอยากเชื่อ “อะไรนะ ช่อมาหาแกงั้นเหรอ??....ตาฝาดรึเปล่า” ไทบอกเสียงสั่น “ไม่ได้ตาฝาด ฉันไม่ได้เห็นแค่ครั้งเดียว แต่เห็น ตลอด จนอยู่ไม่ติดต้องเผ่นมานี่ไง” แพรวว่า “ก็ไม่แปลกหรอก แกเป็นคนลงมือ ช่อมันต้องตายก็เพราะแก มันก็ต้องมาแก้แค้นแกอยู่แล้ว แต่ไม่ต้องกลัวหรอก แกมันดวงแข็ง ช่อมาทำได้ก็แค่มาให้เห็น แต่มันทำอะไรแกไม่ได้หรอก เชื่อฉัน” ไทงง “นี่แกไม่กลัวบ้างเลยเหรอ” แพรวบอก “คนอย่างฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะคนหรือผี แล้วที่สำคัญ ไม่มีผีหน้าไหนทำอะไรฉันได้หรอก ถ้ามันกล้าเข้ามา มันได้ตายอีกรอบแน่” แพรวกำตะกรุดดำที่คล้องคอไว้อย่างมั่นใจ

ที่หน้ารั้วบ้านแพรว วิญญาณช่อเอื้องปรากฏขึ้น “พวกแกฆ่าฉัน อย่าคิดว่าจะหนีความผิดพ้น! ไอ้ฆาตกร ไอ้เพื่อนทรยศ!”

ที่บ้านแพรว แพรวคุยอยู่กับไทเรื่องผีช่อเอื้อง “ผีนังช่อมันตามล้างแค้นเรา ต่อให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลขอโทษกันยังไงมันก็คงไม่ยกโทษให้เราแน่” ไทถามว่าแล้วจะเอายังไง แพรวตอบ “ท่าจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้แล้ว เราคงต้องทำอะไรสักอย่าง” ไทว่า “อะไรสักอย่างน่ะ มันอะไรล่ะ” แพรวครุ่นคิด

วันใหม่ ที่ตำหนักพ่อปู่ แพรวกับไทนั่งอยู่ตรงหน้าพ่อปู่ พ่อปู่บอก “มันตามล่าตามจองเวรพวกมึงก็ไม่เห็นแปลก ในเมื่อมึงฆ่ามัน ส่วนมึงก็ช่วยมัน” แพรวว่า “แล้วพ่อปู่จะปล่อยให้มันตามฆ่าพวกเรา อย่างนี้เหรอคะ จะไม่ช่วยอะไรเราเลยเหรอคะ” ไทถาม “ช่วยทำให้ช่อยกโทษให้พวกเราได้ไหมครับ” “ยกโทษ เฮอะ! นี่มึงยังคิดจะขอโทษมันอีก งั้นเรอะ ไอ้สารเลว!” ไทสะดุ้ง พ่อปู่ชี้หน้าไท “มึงฆ่ามันตายแล้ว คิดเหรอว่ามันจะยกโทษให้ ถ้าลองมีใครมาฆ่ามึงบ้าง มึงจะยกโทษให้ไหม ไอ้หน้าโง่!” ไทอึ้งไปเมื่อโดนด่าจี้ใจดำ แพรวถามบ้าง “แล้วเรา จะทำยังไงล่ะคะพ่อปู่” พ่อปู่บอก “มีทางเดียวที่จะทำให้มันไม่มายุ่งกับพวกมึงอีก ต้องสะกดวิญญาณมันไว้ ให้มันตายตกอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ไปผุดไปเกิด! ให้มันไม่ได้ตามจองเวรพวกมึง ทุกชาติไป!” แพรวสายตามีความหวัง “สะกดวิญญาณhellip;แล้วจะลงมือเมื่อไหร่ดีล่ะคะพ่อปู่” “คืนนี้จันทร์ดับ อำนาจมืดจะส่งพลังได้แรงที่สุด กูจะสะกดวิญญาณมันคืนนี้!”

ขณะที่กรณ์ก็เฝ้ารอว่าสักวันจะได้พบช่อเอื้อง อีกสักครั้ง กรณ์นั่งมองแหวนที่เตรียมให้ช่อเอื้องด้วย อาการโศกเศร้าเสียใจ “ที่ผ่านมาคุณไม่ได้รักผมบ้างเลยหรือช่อเอื้อง” กรณ์คิดถึงความผูกพันระหว่างตนกับช่อเอื้อง ในอดีตที่ประทับใจ กรณ์มองแหวนหมั้นอย่างเจ็บปวด ทรมานใจเป็นที่สุดที่ต้องห่างจากช่อเอื้อง

“ถึงจะทรมานที่เราต้องจากกัน” กรณ์ปิดกล่องแหวน หย่อนลงเก็บในลิ้นชักตู้ “ผมก็จะพยายามตัดใจจากคุณ...ช่อเอื้อง” กรณ์เจ็บปวด แต่ก็พยายามกัดฟันเดินต่อไปข้างหน้าที่จะไม่มีช่อเอื้องอยู่แล้ว

กลางดึกคืนหนึ่ง บริเวณด้านหน้าโรงละคร บรรยากาศวังเวง เสียงหมาหอนดังขึ้น อีกาดำบินมาเกาะที่ประตูรั้วโรงละคร พ่อปู่ แพรว และไทมาถึง แพรวบอก “ที่นี่แหละพ่อปู่ ที่ที่เราฝังมันไว้” พ่อปู่กวาดสายตาไปรอบๆ “เจ้าที่มันแรง มันไม่ให้กูเข้า!” ไทถาม “แล้วจะทำยังไงล่ะครับ” พ่อปู่ว่า “มันก็แค่ผีเฝ้าที่ กล้าดียังไงมาลองฤทธิ์กับกู! พวกมึงถอยไป กูจะว่าคาถาเปิดทาง” แพรวกับไทรีบถอยออกไป พ่อปู่หลับตาพนมมือ ว่าคาถางึมงำ หมอกดำก่อตัวขึ้นตรงหน้า ค่อยๆขยายตัวออกจนทั่วไปหมด ไทกระซิบ “ดูนั่นสิ พ่อปู่นี่ขลังจริงๆ” แพรวยิ้มสะใจ “แกเสร็จแน่นังช่อ!” หมอกดำพุ่งพรวดเข้าไปด้านใน แผ่ตัวกว้างออกไปทั่วๆ พ่อปู่ลืมตา “ทางเปิดแล้ว พวกมึงตามกูมา” พ่อปู่เดินเข้าไปด้านในโดยมีหมอกดำลอยนำทางไป แพรวกับไทรีบตามเข้าไป

บริเวณหลุมศพช่อเอื้อง ช่อเอื้องลืมตาผาง! หมอกดำลอยเข้าปกคลุมเหนือหลุมศพ พ่อปู่ แพรว และไทเข้ามาถึง “ตรงนี้ล่ะค่ะพ่อปู่ หลุมศพของมัน” แพรวชี้มือไปที่หลุมศพ วิญญาณของช่อลอยขึ้นมาจากหลุม “พวกแกจะทำอะไรฉันอีก ฆ่าฉันจนตายแล้วยังไม่พออีกเหรอ” พ่อปู่ตวาด “หุบปากนังผีชั่ว ถ้ามึงตายแล้วรู้จักตาย พวกกูคงไม่ต้องมาถึงนี่หรอกเว้ย!” “พวกแกจะทำอะไรฉัน” “ในเมื่อมึงตามอาฆาตจองเวรพวกมันนัก กูจะสะกดวิญญาณมึงไว้ที่หลุม ไม่ให้มึงได้ไปผุดไปเกิด ไปตามล่าจองเวรใครอีก!” ช่อเอื้องโกรธ “ชั่วช้านัก! ทำไมถึงได้เข้าข้างคนผิด!” พ่อปู่ว่า “ความชั่วคือพลังแห่งกู กูจะใช้มนตร์ชั่วสะกดมึง!” ร่างของช่อเอื้องจะหนี แต่พ่อปู่ลงมนตร์ขีดวงกลมหมอกสีดำรอบหลุมศพช่อเอื้องไว้ ช่อเอื้องวิ่งไปชนมนตร์ทุกทิศทาง วงกลมค่อยๆ หนาขึ้นสูงขึ้น ช่อเอื้องร้อง “ปล่อยฉันนะ อย่าทำอะไรฉัน” “มึงคิดว่าจะหนีกูพ้นงั้นเหรอ!”

พ่อปู่เริ่มว่าคาถา แพรวลุ้นอย่างสะใจ ในขณะที่ลึกๆ แล้วไทแอบเป็นห่วงช่อเอื้อง “มันจะแรงไปไหมแพรว”

แพรวว่า “ก็ไม่แรงเท่าถูกแกฆ่าตายหรอก! หรือแกอยากจะตายตามมันไปอีกคน” ไทได้แต่ถอนใจเงียบๆ พ่อปู่เร่งคาถาขึ้นไปอีก วิญญาณช่อพยายามวิ่งหนีแต่วงล้อมกั้นไว้สูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ให้ช่อออกมา “ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!” พ่อปู่ล้วงย่ามหยิบขวดใส่น้ำสีเลือดออกมา “เลือดเป็นจงล้างเลือดตาย!” พ่อปู่เทเลือดลงบนพื้นดินเหนือหลุมศพช่อเอื้อง ช่อเอื้องกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน “เลือดกูจะสิงสู่เลือดมึง ดึงมึงกลับลงหลุมชั่วกัปชั่วกัลป์!” พ่อปู่สาดเลือดที่เหลือใส่ร่างของช่อเอื้อง วิญญาณช่อเอื้องกรีดร้องทรมาน อ่อนแรงลงทันทีค่อยๆ ทรุดลงที่พื้นดิน.....ช่อเอื้องจ้องมาที่แพรวกับไทก่อนจะพูดขึ้น “หากกูไม่สมในรัก ด้วยเลือดทุกหยด! ด้วยกายทั้งกาย! ด้วยใจทั้งใจ! กูจะขอสาปขอแช่ง! วันใดพวกมึงมีรัก อย่าให้พวกมึงได้สมรัก! อย่าให้มึงได้สมสู่! อย่าให้มึงได้ครองคู่! ขอฟ้าขอดินพรากมึงจากกัน! ตราบชั่วฟ้า ชั่วนิรันดร์!”

จบคำสาป วิญญาณช่อเอื้องก็แน่นิ่งไป พ่อปู่ว่าพึมพำคาถาสะกด อีกาดำบินมาเกาะเหนือหลุม พ่อปู่เอ่ยบอกกับอีกา “มึงจงเฝ้ามันเอาไว้ ไอ้นกปีศาจ! อย่าให้มันหลุดมาได้เป็นอันขาด หากวันใดมีเภทภัย มีใครปล่อยมันออกมา มึงจงรีบไปบอกกู กูจะกลับมาจับวิญญาณมันลงนรก!”
กำลังโหลดความคิดเห็น...