xs
xsm
sm
md
lg

พ่อไก่แจ้ ตอนที่ 11

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พ่อไก่แจ้ ตอนที่ 11

มัทนียืนดื่มน้ำ มีอาทิตย์ยืนมองอยู่

“วันนี้เลิกงานเร็วเหรอครับ หิวหรือเปล่า”
มัทนีหันมา สีหน้าเย็นชา
“ไม่หิว กินอะไรไม่ลง”
“อ้าว อารมณ์ไม่ดีอีกละ ไปดีกว่า” อาทิตย์หันจะหนี
“เดี๋ยว ชั้นมีเรื่อง เรื่องสำคัญจะคุยกับคุณ”
อาทิตย์ชะงัก หันกลับมา
“ว่า”
“คือ เราเป็นสามีภรรยากัน ถูกตามกฎหมาย และประเพณีแล้ว ถูกไหมล่ะ”
“ถูก แล้วไง”
“คือ อย่าหาว่ายังงั้นยังงี้เลย เรา เรายังไม่เคยตกลงกันเรื่อง เรื่อง ทรัพย์สิน เงิน-ทอง” จริงๆ แล้วมัทนีอยากถามเรื่องเช็ค แต่ไม่กล้า
“หมายความว่าไง”
“ฉันควรจะได้รับรู้เรื่องการเงินของคุณไหม หรือคุณควรรู้เรื่องการเงินของฉันหรือเปล่า”
อาทิตย์อึ้งไป
“ผมไม่ยักรู้มาก่อน ว่าคุณเป็นคนสนใจเรื่องพวกนี้”
“ก็ ชั้นก็ไม่ได้งก อยากได้เงินคุณหรอกนะ แต่บางที ถ้าคุณใช้เงินไปในเรื่องบางอย่าง ที่มันไม่สมควร หรืออะไรยังไง ก็ควรจะบอกกล่าวกันบ้างจริงไหม”
“อืม เข้าใจล่ะ”
อาทิตย์อึ้ง มองหน้า มัทนีเชิด แล้วเมิน ไม่สามารถสบตาได้ อาทิตย์รู้สึกเสียใจเพราะเข้าใจผิด นึกว่ามัทนีสนใจเรื่องเงินทองจริงๆ

ลิ้นจี่ถอนใจกับโทรศัพท์หลังจากอาทิตย์โทรมาปรึกษาเรื่องมัทนี
“แหม ไม่เห็นจะเป็นปัญหาเลย เมียทุกคนเขาก็ต้องห่วงผัว เรื่องการใช้จ่ายเงินทองทั้งนั้นแหละ”
อาทิตย์เดินคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งในบ้านมัทนี
“แม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ”
“แกจะมาระแวงว่าเขางก อยากได้สมบัติแก มันคงไม่ถูกหรอก คนอย่างหนูมัทเหรอจะสนใจเรื่องเงินทองทรัพย์สมบัติ แฟนเก่าเขาจนยังกะอะไรดี เขาก็ยังรัก ไม่ใช่เหรอ”
“จ้าๆ ขอร้อง ไม่ต้องพูดถึงไอ้คนนี้ได้ปะคร้าบ ไม่อยากได้ยิน”
“นั่นแหละ แม่ไม่เชื่อว่าหนูมัทสนใจเรื่องพวกนี้เลย แต่สิ่งที่เขาสนใจก็คือการใช้เงินของแกมากกว่า”
“การใช้เงินของผมเนี่ยนะ”
“ใช่ แกเอาเงินไปใช้อะไรอีลุ่ยฉุยแฉกหรือเปล่า หรือไปจ่ายเงินอะไรให้กิ๊ก หรือไปซื้ออะไรที่มันแพงๆ หรือเล่นพนันบอลหวยมวยม้า เรื่องพวกนี้แหละ ที่บรรดาเมียๆ เขาจะวิตกกังวลกันนัก”
“แม่ แล้วคนอย่างผมเหรอ จะเคยทำอะไรแบบนั้น”
“อ่อ ก่อนอื่น เรื่องอิตาหาญ พ่อตาแกล่ะ แกจัดการเคลียร์ไปหรือยัง เรื่องกิ๊กเด็กนั่นน่ะ”
“ยังครับ”
“อาทิตย์ ทำไมแกมันใช้การไม่ได้ขนาดนี้ นี่มันเรื่องใหญ่นะ ปล่อยเอาไว้ไม่ได้ นี่ล่ะนะ ผู้ชาย เรื่องมีเด็กก็เข้าข้างกัน เห็นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มองว่ามันเป็นปัญหา”
“ที่จริง มันก็ไม่เป็นปัญหาอะไรนะครับ บ้านนี้เค้ารักกันดี แฮ้ปปี้ดี๊ด๊ากัน ดูเหมือนจะมีแต่ผมนี่แหละ ที่เป็นคนนอก เข้ากับใครเค้าไม่ได้”
“ไม่ต้องมาอ้างเลย ชั้นสั่งให้ทำอะไร แกก็ต้องทำ แกไม่ทำ ชั้นจะทำเอง ชั้นจะไม่ยอมให้คุณจำเนียรที่ชั้นรักและชื่นชมโดนสวมเขาเป็นคนโง่หรอกนะ” อาทิตย์เซ็ง

วันใหม่ อาทิตย์ที่ใส่กางเกงยีนส์ขาด เสื้อยืดแขนกุด กำลังนั่งขัดมอเตอร์ไซค์ เสียงท่วมทุ่งเห่ามาอย่างกราดเกรียวจากในบ้าน อาทิตย์เงยมองจึงเห็นหาญในชุดฮิปฮอป มีหมวกถัก โผล่ผมปอยทำสีมาริมๆ กรอบหน้า หล่อเท่ยังกะท็อปวงบิ๊กแบง ท่วมทุ่งวิ่งไล่เห่า ไล่กัดมาตลอดทาง
“อะไรกันๆ ไอ้ท่วมทุ่ง เดี๋ยวปั้ดเหนี่ยว”
จำเนียรตามออกมา
“ท่วมทุ่งๆ ไม่เอาลูก ไม่เห่าคุณพ่อนะคะ คุณพ่อจะไปทำงานนะลูก” อาทิตย์ถึงกับยืนขึ้นดูอย่างงุนงง “เดี๋ยวค่ะๆ อย่าเพิ่งไป ขอถ่ายรูปคู่หน่อย”
จำเนียรเอาโทรศัพท์มาถ่าย โพสท์ท่าชู 2 นิ้วกัน อาทิตย์เดินเข้ามา
“ผมถ่ายให้ไหมครับ จะได้ทำท่าซารางเฮโยกันเลย”
“อุ๊ยตาย ดีจ้ะ พ่ออาทิตย์มาถ่ายให้หน่อยเถอะ” อาทิตย์เอาโทรศัพท์ไป ถ่ายให้ หาญมองหน้าอาทิตย์ ประมาณ อย่าแส่มาพูดอะไรนะ “อย่าทำหน้าบึ้งสิคะ แต่งตัวออกจะน่ารัก ก็ควรจะทำท่าน่ารักให้สมกับชุดนะคะ มา ทำท่าหัวใจค่ะ”
ทั้งสองเอาแขนมาทำหัวใจกัน

“นึง-ส่อง-ซ่ำ สวยมากครับ”

อาทิตย์ส่องกล้องคืนจำเนียร จำเนียรเอาไปไสลด์หน้าจอดู

“อุ๊ย น่ารักๆๆ ต้องลงไอจีอวดเพื่อนๆ หน่อย”
จำเนียรก้มหน้าก้มตากด
“แต่งตัวคาวาอี้โมเอ้ขนาดนี้ จะไปไหนครับเนี่ย” อาทิตย์ถามและสบตาหสาญแบบรู้ทัน
“ไปงานคอนเสิร์ตการกุศล ชั้นต้องเป็นทีมงาน”
“คอนเสิร์ตวงอะไรหรือครับ”
“ก็ หลายๆ วง มาช่วยๆ กัน”
“มีศิลปินคนไหนน่าสนใจมั่งล่ะครับ”
“โอ๊ย ชั้นจะไปจำชื่อได้เหรอ ศิลปินสมัยนี้ ชื่อแปลกๆ จำยากจะตาย ไปล่ะนะ”
“ทำไมคุณแม่ไม่ไปด้วยล่ะครับ น่าสนุกออก”
“นั่นสิคะ ชั้น...” หาญรีบตัดบท
“โอ๊ย จะไปทำไม เธอเบื่อตายเลย เพลงของเด็กรุ่นนี้เธอเกลียดออก ไว้วันไหนมีคอนเสิร์ตศิลปินแห่งชาติ หรือสุนทราภรณ์ เราค่อยไปด้วยกันนะ ไปล่ะๆๆ เดี๋ยวไม่ทัน รถยิ่งติดๆ อยู่ด้วย”
หาญรีบจ้ำอ้าว ขึ้นรถ แล้วขับออกไป อาทิตย์มอง

หาญขับรถมา ในรถเปิดเพลงตื๊ดสุดๆ มาตามทาง แล้วมาหยุดชะลอ เพื่อจะเลี้ยวรถออกถนนใหญ่ พอรถว่าง หาญเลี้ยวขวาออกไป ระหว่างนั้นมีรถมอเตอร์ไซค์อาทิตย์ตามมา อาทิตย์ใส่หมวกกันน็อค ไม่เห็นหน้า แต่เสื้อผ้าเดิม
อาทิตย์เลี้ยวรถ ตามหาญไปห่างๆ สีหน้าอาทิตย์มุ่งมั่นมาก

ขณะนั้นจำเนียรกำลังเล่นกับท่วมทุ่งอยู่ในบ้าน มัทนีกลับมาพร้อมถุงของกินที่ไปช้อปปิ้งมา
“วันนี้เราทานซูชิกันนะคะ หนูซื้อมา”
“เอาสิ ลูก แหม กำลังอยากกินอยู่พอดี แต่คุณพ่อไม่อยู่นะ เรากินกัน 3 คน แม่ ลูก ลูกเขย”
“อาทิตย์ล่ะคะ”
“เห็นทำความสะอาดไอ้รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ นั่นไม่จบไม่สิ้นเลยนี่ลูก เดินเข้ามาไม่เห็นเหรอ”
“อ้าว ไม่เห็นนะคะ มอเตอร์ไซค์ก็ไม่เห็น เห็นแต่รถเก๋งที่จอดอยู่”
เหน่งเดินเข้ามา
“ขี่บิ๊กไบค์ ออกไปซักพักแล้วค่ะ พอคุณผู้ชายออกไปสักแป๊บนึง คุณอาทิตย์ก็ออกบ้าง” เหน่งบอก
“อ้าว อะไรกัน จะไปไหนมาไหนไม่บอกไม่กล่าว”
“เหมือนรีบร้อนน่ะค่ะ คงมีธุระอะไรด่วน” โหน่งบอก
“ธุระอะไรก็น่าจะบอกกันหน่อยนะ พ่อของลูกจะไปไหนที ต้องขออนุญาต เอ๊ย ต้องบอกเล่าให้เข้าใจก่อนทุกที เอ ทำไมนายอาทิตย์ทำตัวแบบนี้ ลูกเตือนๆ เค้าบ้างนะ ว่าคนบ้านนี้ แบบนี้ เขาไม่ทำแบบนี้กัน”
มัทนีอึ้งไป

หาญเดินเข้ามาในศูนย์การค้าโดนคนมองนิดหน่อย หาญเขินๆ ขณะนั้นมีแฟนคลับบ้านต่างๆ ใส่เสื้อสีๆ บ้างถือป้ายไฟ ตุ๊กตา ดอกไม้ จะไปให้ศิลปินเดินผ่านไป หาญหมุนรอบตัว เขินๆ น้ำผึ้งวิ่งนำเพื่อนๆ มา
“คุณพ่อขานึกว่าคุณพ่อจะไม่มาดูมินิคอนฯครั้งแรกของมันเผา เอเอฟ12 ซะแล้วสิคะ”
น้ำผึ้งเข้ามากราบที่อกหาญ เพื่อนๆ น้ำผึ้งเข้ามากราบรอบตัว แบบแนบชิดสุดๆ
“พ่อบอกว่าจะมาก็ต้องมาสิจ๊ะ ไหว้พระเถอะลูก” หาญกอดน้ำผึ้ง แล้วหันไป ลูบหัวสาวๆ ทุกคน “ฮื้ม เจริญๆนะจ๊ะ อายุมั่นขวัญยืนทุกคนๆ ว่าง่ายๆ โตเร็วๆ นะลูกเอ๊ย”
ขณะนั้นมีแม่ยกวัยป้า 2 คน กรี๊ดกร๊าดกันมา พร้อมพวงมาลัยแบงค์พัน พวงละหลายหมื่น วิ่งดี๊ด๊าผ่านไป
“น้องมันเผาฐานะยากจน น่าสงสารม้าก มาก พวงมาลัยของเราจะทำให้พ่อแม่ที่ยากจนของน้องได้มีบ้านซะทีนะ”
“แต่น้องเขาก็ได้คอนโดฯไปแล้วนะ”
“แต่หลังคาบ้านเค้าที่ต่างจังหวัดมันรั่วนะ”
พวกป้าผ่านไป

“ทำไงดี อยากช่วยค่าซ่อมหลังคาบ้านพ่อแม่น้องมันเผามากเลย แต่เราก็จนเหมือนกัน” น้ำผึ้งบอกกับเพื่อนๆ
“เราให้แต่ตุ๊กตาหมีแบบนี้ก็พอแล้วนะ” เพื่อนบอก
“เรามาออกตังกันมั้ย มาทำมาลัยกันเถอะ แต่ของเราเป็นละ20 พวงมาลัยเขียวก็น่าจะโอเคนะ”
“อี๋ อนาถอ่า พวงมาลัยแบงค์ 20 อายเค้าแย่ ทำใจเถอะ เราอย่าไปแข่งกะพวกป้าๆ เค้าเลย”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย มีน้อยก็ให้น้อย น้องมันเผาเค้าต้องเข้าใจ ว่าเรายังเด็ก ไม่มีสตางค์หรอก”
“เอิ่ม เอ่อ เฮ้อ” หาญเริ่มอึดอัดใจ
“คุณพ่อ คุณพ่อ จะช่วยเราหรือคะ” น้ำผึ้งหันไปหาหาญ
“มีคุณพ่อน้ำผึ้งทั้งคน เราไม่ด้อยกว่าป้าๆ เจ๊ๆ พวกนั้นแน่คะ”
“สุดยอดเลย คุณพ่อ” พวกเพื่อนๆ บอก
ทั้งหมดมองมาที่หาญ กระพือขนตาปิ๊บๆ หาญอึ้ง

หาญเดินเข้ามายืนหน้าตู้เอทีเอ็ม คิดหนัก ขณะนั้นมีคนมาต่อแถว 2-3 คน หาญตัดสินใจ หยิบกระเป๋าตังค์ แล้วหยิบบัตรเอทีเอ็มออกมา หาญชูบัตรเอทีเอ็มออกมา จ่อช่องตู้กดเงิน
“กด กดเลย จะดีไหม ถ้าแม่จำเนียรรู้เข้า จะตอบว่ายังไง ไม่ ไม่หรอก แม่จำเนียรใช่ว่าจะมาอัพเดตบัญชีบ่อยๆ กดเลยๆ”
พวกคนที่มาต่อคิวมองกันแปลกใจ
“จะสวดมนต์อีกนานไหมลุง”
หาญชะงัก หันขวับ
“หา นายเรียกใครลุง”
“ก็ลุงนั่นแหละ จำรหัสเอทีเอ็มไม่ได้หรือไง แก่แล้วก็เลอะเลือนแบบนี้ ทีหลังก็จดไว้สิลุง จะได้ไม่ลืม”
“ใครบอกชั้นลืม หา ชั้นไม่ได้ลืมเว้ย”
“ไม่ลืมก็กดๆ ซะทีสิค้า มีคนรออยู่อีกหลายคนนะค้า มัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละ”
“ก็จะกดอยู่เดี๋ยวนี้ไง” หาญหันไป จะเอาบัตรเสียบ แล้วชะงัก “แต่ถ้าแม่จำเนียรรู้ เราจะตอบว่า ว่าทำบุญละกัน แต่ จะดีเหรอ” อาทิตย์โผล่มา มองหา “เอาไงดีวะๆ”
“ตกลงลืม หรือไม่ลืมรหัสกันแน่เนี่ยลุง มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“โฮ้ว”

อาทิตย์ได้ยิน หันมาเห็นหาญ งงๆ ว่าหาญทำอะไร

“เปล่าๆ เอ้า รีบนัก มากดก่อนเลย”
หาญออกจากแถว คนอื่นรีบเข้าไปกดเงิน อาทิตย์ยืนมอง สงสัย หาญหันมาเห็นอาทิตย์พอดี ตาโต
“เฮ้ย อาทิตย์ ไอ้ลูกเขย แกมาไง หา หรือว่าแกสะกดตามรอยชั้นมา”
ทุกคนหันมามอง อาทิตย์รีบลากหาญออกไป

อาทิตย์ลากหาญมาอีกมุมหนึ่ง หาญโวยวาย
“ปล่อยชั้น ปล่อย นายนี่มันแส่สอดจริงๆ ชั้นจะไปไหน ทำอะไร มันกงการอะไรของนายด้วย หรือแม่จำเนียรใช้นาย ให้ตามดูพฤติกรรมชั้น อ๋อ รู้แล้วๆ แม่นาย แม่นายแน่ๆ คุณนายลิ้นจี่ ต้องใช้นายให้มาขัดขวางชั้นใช่มั้ย นายไม่มีสิทธิ์นะ นายไม่มีสิทธิ์”
“คุณพ่อครับ เอ้อ พี่หาญ พี่หาญจะทำอะไรไม่ทราบ ไอ้เรื่องคอนเสิร์ตการกุศลบ้าบออะไร มันคือเรื่องโกหกทั้งเพใช่ไหมครับ ทำไมพี่หาญชอบทำแบบนี้กับลูกเมียนักล่ะครับ ตั้งแต่เรารู้จักกันมา พี่ก็โกหกลูก โกหกเมียตลอดๆ พี่ทำแบบนี้มันบาปมากนะครับ ผิดศีลหลายข้อเลย”
“หยุด เงียบ ชั้นต้องการเงินสด แบงค์ใบละพัน 25 ใบ เป็นเงินสองหมื่นห้าพันบาท จำเป็นมาก มากๆ นายต้องเอาบัตรเอทีเอ็มนายกดเงินสดมาให้ชั้นเดี๋ยวนี้”
“อะไรนะ คุณพ่อ เอ๊ย พี่หาญจะเอาไปทำอะไร”
“ชั้นจะเอาไปทำอะไรก็ช่าง กดมา เร็วๆ จะกดไม่กด”
“ไม่”
“ชั้นยืมก่อน ยืม ไม่ได้ขอ เดี๋ยวกลับบ้านไป จะเปิดเซฟเอาเงินสดมาใช้ให้ เร็ว”
“ไม่”
“กดเงินให้ชั้นเดี๋ยวนี้ แค่ยืม ยืมๆ ถ้าไม่ ชั้นจะ จะ จะบอกให้มัทนีเลิกกะแก”
อาทิตย์อึ้ง

น้ำผึ้งกับเพื่อนๆ หันไปแล้วกริ๊วกันเมื่อเห็นหาญวิ่งลั้นลากลับมาพร้อมแบงค์พันปึกใหญ่
“มาแล้วจ้าๆ เอ้า ใครเป็นหน่วยทำพวงมาลัย มาเอาไปจัดการเลย”
“เย้ ไชโย พี่มันเผามีพวงมาลัยไปให้คุณพ่อคุณแม่ซ่อมหลังคาบ้านที่รั่วแล้ว จากก๊วนพวกเราสาวสวยและหนึ่งคุณพ่อสุดหล่อ ไม่ใช่มีแต่พวงมาลัยพวกป้าๆ เจ๊ๆ อย่างเดียว ดีใจจุงเบย”
สาวๆ มารุมกอดจูบหาญ น้ำผึ้งส่งปึกเงินต่อให้เพื่อน
“นี่ แก รีบเอาไปเย็บให้เป็นพวงมาลัยพวงยาวๆ เลยนะ คุณพ่อขา เราไปกินไอติมรอทางนั้นดีกว่าค่ะ วันนี้น้ำผึ้งเลี้ยงไอติมคุณพ่อเอง” น้ำผึ้งกอดแขนหาญ พาไป
อาทิตย์อยู่อีกมุมหนึ่งมองตามไป อย่างเซ็งๆ

อาทิตย์เดินเซ็งๆ เข้ามาในร้านอาหารแล้วชะงักเมื่อเห็นว่าภายในร้านเพื่อนๆ อยู่กันครบ กับพลอยเชอรีน อาทิตย์ยกมือไหว้พลอย
“อ้าว พี่พลอย มาด้วยเหรอฮะ”
“คิดถึงเธอน่ะสิ เห็นเพื่อนๆ บอกว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือไง”
“ไอ้พวกนี้ขี้นินทาเกิ๊น ผมแค่บอกว่า เบื่อๆ เซ็งๆ เท่านั้นเอง”
“อะไรกัน คนเพิ่งแต่งงาน”
“นั่นสิ”
“หย่าเลยๆ” โทนี่ยุ โมกข์ตบหัว
“อะไร ไอ้นี่ นิสัย”
“อ้าว ก็รู้อยู่แล้ว ว่าเรื่องแบบนี้ คนในอยากออก คนนอกจากเข้า พอรู้แล้วว่าเข้าไปแล้วไม่มัน ก็ออกมาเลยสิวะ จบ”
“พูดจาน่าเกลียด เข้าๆ ออกๆ ทะลึ่งละ เรามีสุภาพสตรีอยู่ด้วย ไม่เห็นหรือไง” แท่นบอก
“ทำไมถึงเซ็งล่ะ อาทิตย์ เราเซ็งเพราะนิสัยเราไม่ดีเอง อยากซ่าอยากแร่ดเหมือนแต่ก่อน แล้วโดนจับเข้ากรอบหรือเปล่า” พลอยถาม
“โอ๊ย ไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะครับ”
“แล้วเพราะอะไร นายไม่รักยัยมัทงั้นเหรอ” อเนกถามขึ้นมา
“ชั้นไม่อยากพูดถึงอ่า โอเคปะ”
ทุกคนเงียบไป อาทิตย์นั่งลงข้างพลอย เพื่อนๆ เข้ามารุมตบหัว
 
พลอยช่วยลูบหลัง ลูบแขนไปมา ขำๆ กับพวกเพื่อนๆ

ที่มุมหนึ่ง มีพวกนักข่าวนั่งนสพ.ของเอกเชยศร์อยู่
 
นักข่าวกลุ่มอาทิตย์แล้วรีบกดโทรศัพท์หาเอกชเยศร์ ขณะนั้นเอกชเยศร์กำลังนั่งเล่นเกมต่อสู้ ที่ตัวละครในเกมไล่ฆ่า ไล่แทง ไล่ปาดคอกันโหดๆ จากในคอมพ์ เสียงโทรมือถือดัง เอกชเยศร์เซ็ง รีบกดรับ
“อะไรวะ ชั้นกำลังเขียนบทความยุ่งมาก มีอะไรหรือเปล่า”
“พี่ ไอ้คนที่แต่งานไปกะแฟนเก่าพี่ มันมีกิ๊กล่ะ”
“อะไรนะ ไอ้อาทิตย์เหรอ”
“ใช่พี่ อาทิตย์ ไฮโซเพลย์บอย ที่เราเคยทำข่าวแฉมันนั่นน่ะ”
“ไม่เชื่อ”
“จริงพี่ จริงยิ่งกว่าจริง เดี๋ยวผมส่งรูปไปให้พี่เห็นกะตาละกัน”
“จัดมา”
นักข่าวนั้นวางหู แล้วทำทีเดินไปมุมหนึ่ง ทำดูนั่นดูนี่ แต่เอามือถือมาถ่ายภาพอาทิตย์คู่พลอย ในมุมต่างๆ ทั้งแบบคู่กัน และแบบมีเพื่อนๆ ร่วมเฟรม แล้วกดส่ง
โทรศัพท์มือถือของเอกชเยศร์มีเสียงติ๊งๆ เป็นระยะ เขากดดู ภาพเหล่านั้น ปรากฏขึ้น เขาเลื่อนดูสีหน้าเมามันสุดๆ

กลางดึกคืนนั้น มัทนีดูนาฬิกาเป็นเวลาเที่ยงคืน เธอนอนพลิกไปมา หน้าเครียดก่อนจะตัดสินใจลุกมาหยิบโทรศัพท์ กดเบอร์ดู เบอร์อาทิตย์พร้อมรูปอาทิตย์โชว์มา มัทนีไม่กดต่อ กดปิดซะงั้น เธอเดินไปมา อดไม่ไหว กดหานรี
“พี่นรี คือ มัทก็ไม่อยากรบกวนหรอกนะคะ แต่ คือ”
“อาทิตย์ยังไม่กลับบ้าน ใช่ไหม”
“ค่ะ” นรีหัวเราะ
“เขาไม่ได้บอกน้องเหรอ ว่าเขาก็นัดกะเพื่อนๆ เขานั่นแหละ พี่อเนกก็ด้วย”
“อ้าว หรือคะ”
“ใช่จ้ะ อยู่ด้วยกันทั้งก๊วนเลย ไปทานข้าวกัน แล้วคงยาวนั่นแหละ พี่ทำใจละ”
มัทนียิ้มออกมาได้ เบาใจขึ้น
“ดูเหมือน คนพวกนี้เขาขาดกันไม่ได้จริงๆ เนอะ”
“ไม่ได้ เขารักกันมาก ใครเป็นอะไรนิดนึง ต้องฮือกันไปล้อม”
“แล้ว คราวนี้ใครเป็นอะไรล่ะคะ”
“ไม่รู้สิ พี่ก็ไม่ถามละ ขี้เกียจ อาทิตย์เขาหัวหน้าแก๊งด้วย เขาจะเดือดร้อนแทนทุกคนไปทุกเรื่อ .มัททำใจเลยปลงซะเถอะ แม่จำเนียร”
“นั่นที่พ่อชอบพูดกะแม่นะคะ”
ทั้งสองหัวเราะกัน

ที่ร้านอาหาร อาทิตย์กับเพื่อนๆ และพลอย ขึ้นไปแย่งร้องเพลงกันทั้งหมู่บนเวทีอย่างสนุกสนาน อีกมุมหนึ่ง เอกชเยศร์เดินเข้ามา ซุ่มๆ ดู
“พี่เอก โห ในที่สุด พี่ก็มา” นักข่าวบอก
“แต่งงานกันได้ยังไม่ข้ามเดือน ไอ้อาทิตย์มันกล้าทำแบบนี้แล้วเหรอ”
“นั่นดิ พี่”
“แบบนี้ถ่ายภาพนิ่งไม่พอ ต้องเป็นคลิป”

เอกชเยศร์ลงมือถ่าย อาทิตย์กับพลอยสนุกกันมาก จับกันหมุนไปมา
 
อ่านต่อหน้า 2

พ่อไก่แจ้ ตอนที่ 11 (ต่อ)

กลางดึกคืนนั้นแท็กซี่พาอาทิตย์มาส่งที่บ้านมัทนี
 
อาทิตย์ลงจากรถจ่ายเงิน พอดีหาญขับมาถึงพอดี อาทิตย์เลยไปเปิดประตูให้ หาญขับรถมาจอด อาทิตย์ปิดประตูใหญ่ให้ แล้วเดินตามเข้ามา
“ทำไมกลับแท็กซี่ล่ะ” หาญถาม
“เมาไม่ขับครับ ดีกว่าเมาไม่กลับ จริงไหม พี่หาญ แล้วพี่ล่ะครับ ทำไมกลับซะดึก มินิคอนเสิร์ตเอเอฟเขาเลิกกันทุ่มนึงเองมะช่ายอ๋อ”
“อย่าพูดไปล่ะ อย่าเด็ดขาด แล้วชั้นจะโอนเงินคืนให้ ในบัญชีนายละกัน”
“อ้าว ไหนว่าจะให้เป็นเงินสดจากเซฟ”
“เออน่า ยังไงก็ไม่เบี้ยวหรอกน่า จำไว้ อย่าปากมากไม่งั้นชั้นสั่งให้ยัยมัททิ้งแกแน่ ยัยมัทเชื่อชั้นทุกอย่าง แกก็รู้อยู่แล้ว” หาญบอกแล้วเดินเข้าบ้านไปก่อน
อาทิตย์ยืนสะเงาะสะแงะ เงยไปมองหน้าต่างห้องนอนมัทนี มัทนียืนมองอยู่ พออาทิตย์เงยมา มัทนีรีบหลบ แล้วปิดม่าน
“ทำไมมาพร้อมคุณพ่อ”
อาทิตย์ยังเดินไปเดินมาไม่เข้าบ้าน
“มัท ผมกำลังสงสัยว่าชีวิตแต่งงานของเรา คงไปได้ไม่ไกลแล้วล่ะนะ”
อาทิตย์ยืนเศร้าลำพัง

อาทิตย์เปิดประตูห้องนอนเข้ามา มัทนีทำเป็นง่วน จัดผ้าห่ม หมอนต่างๆ อยู่ อาทิตย์มองแล้วพูดเรียบๆ
“กลับดึกไปหน่อย ขอโทษนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” มัทนีบอกเสียงเย็น
“ทีหลังไม่ต้องรอนะครับ นอนไปก่อนเลย”
“ก็ ไม่ได้รอ”
“ดีครับ”
“แล้ว คุณพ่อ ไปกับคุณหรือคะ เห็นเข้าบ้านมาด้วยกัน” อาทิตย์อึ้งไป
“ก็ ผม”
“เหมือนตอนออกไป ก็ตามกันออกไปนี่คะ”
อาทิตย์ยิ้มขื่นๆ
“คุณไปถามคุณพ่อคุณเองก็แล้วกัน ดีไหม” อาทิตย์ถอดเสื้อผ้า มัทนีหันหลังให้ “อ้าว ขอโทษ ลืมไป ว่าคุณถือ”
อาทิตย์ไปหยิบเสื้อคลุมมาคลุม
“คุณคงเมาสินะ”
“เมาก็สร่าง” อาทิตย์บอกแล้วหัวเราะเบาๆ
“หมายความว่าไง”
“เปล่า”
“คุณหาว่า ชั้นเป็นเมียที่น่าสยองมากหรือไง”
“ผมยังไม่ว่าอะไรซักคำ”
“ไม่เมาก็ดี เรื่องการใช้เงินของคุณ ที่ชั้นเคยพูด” อาทิตย์หันกลับมา
“ไม่ต้องห่วง ผมไม่มีอะไรปิดบัง” อาทิตย์ล้วงกระเป๋าสตางค์จากกางเกงยีนส์มาวาง แล้วเดินไปที่กระเป๋าคอมพิวเตอร์ หยิบสมุดแบงค์ สมุดเช็คทั้งหมดมาวางเรียงราย “ผมมีทั้งหมดแค่นี้ที่เป็นชื่อผมเอง เชิญเอาไปควบคุมไว้เลย แล้วว่างๆ ไปแบงค์กัน ผมจะทำเรื่องให้คุณมีสิทธิ์ร่วมทำธุรกรรมทางการเงินกับผมในทุกบัญชี โอเค้”

อาทิตย์เดินเข้าห้องน้ำไปเลยหลังจากพูดจบ มัทนีพูดไม่ออก

วันใหม่ที่บ้านมัทนี จำเนียรกำลังคั้นส้ม มัทนียืนชงกาแฟข้างๆ

“อย่างนี้ก็ดีสิ ถ้าเขาจะให้ลูกดูแลการเงินทั้งหมด เอามาเลยลูก”
“แต่มัทว่า เค้าแกล้งประชดมากกว่า”
“ประชดแบบนี้ก็ดีน่ะสิ เหมือนที่เขาว่า หุงข้าวกระชดหมา ปิ้งปลาประชดแมวไง หมาแมวก็สบาย”
“มัทไม่ใช่หมาแมวนะแม่ มันเป็นเงินส่วนตัวของเค้า”
“ส่วนตงส่วนตัวอะไร แต่งงานกันแล้ว ทุกอย่างเป็นส่วนรวม มันต้องเป็นอย่างนี้แหละ พวกผู้ชายมีหน้าที่หาเงินไป เรามีหน้าที่บริหาร”
เสียงอาทิตย์ดังเข้ามา
“ใครเป็นคนตั้งเหรอครับ กฎเกณฑ์พวกนั้น”

สองแม่ลูกหันไป จำเนียรยิ้มภูมิใจ
“ชั้นนี่แหละตั้ง จะทำไม ถ้าคิดจะเป็นสามีที่ดี เอาอย่างคุณหาญเข้าไว้ อะไรก็ได้ ยังไงก็ได้ ยกทุกอย่างให้ชั้นดูแลหมด”
“ยกให้? หรือยึดไปครับ”
“ยกให้”
หาญเดินออกมา
“มีอะไรๆ นายก่อเรื่องอะไรให้ลูกสาวชั้นอีก”
“คุณแม่อยากให้ผมมีคุณพ่อหาญเป็นไอดอลน่ะครับ แต่ผมไม่แน่ใจ”
“ถ้านายไม่เต็มใจให้ชั้นดูแลเรื่องเงิน ก็ไม่ต้อง” มัทนีบอก
“ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้ามีเรื่องร้อนเงิน ผมขอคุณไม่ได้ ไปขอแม่ผมก็ได้ แต่ผมสงสัยว่าคนที่ไม่รู้จะไปขอใครอย่างคุณพ่อหาญ จะทำยังไงล่ะครับ”
“อะไร”
“สมมติคุณพ่อมีเรื่องต้องใช้เงินเป็นแบงก์พัน 25ใบ คุณพ่อจะไปเอาจากไหนครับ” หาญผงะ
“ไอ้”
“คุณหาญวันๆ เอาแต่เข้าวัด จะไปอยากใช้เงินอะไรมากมายขนาดนั้น ไม่ต้องยอกย้อน ถ้าอยากเป็นสามีที่ดีเหมือนคุณหาญ ก็หาเวลาว่างพายัยมัทไปธนาคารจัดการเรื่องสิทธิ์ทางธุรกรรมให้เรียบร้อย เข้าใจมั้ย” จำเนียรบอกอาทิตย์ยิ้ม ยกมือไหว้
“เข้าใจครับ” อาทิตย์ยกยิ้มมุมปาก มองหาญ หาญสะกดอารมณ์

อาทิตย์เดินแยกมาที่รถ จำเนียรตามมา
“เธอจะไปไหน”
“ไปธุระครับ”
“ธุระ คำๆ นี้ไม่ควรใช้กับคนในครอบครัว เว้นแต่มันจะเป็นเรื่องลับๆ ที่ไม่อยากให้ใครรู้”
“ผมก็แค่ขี้เกียจแจกแจง แต่ถ้าอยากทราบ ผมจะบอกให้ ผมจะกลับบ้านไปหาแม่ และว่าจะแวะซื้อขาหมูหมั่นโถวไปฝากคุณแม่ด้วย ตอนเที่ยงๆ ก็จะไปที่โรงงาน ไปทำงาน หาเงินมาให้คุณมัทเก็บ บ่ายๆ อาจจะแวะไปตัดผม แล้วเย็นๆ ก็ไปเจอเพื่อน สังสรรค์นิดนึง”
มัทนีเดินจูงท่วมทุ่งมาฉี่ ได้ยินกลางๆ ประโยคพอดี หยุดรอฟัง
“พอ ไม่ต้องมาประชด ไม่มีใครอยากรู้ละเอียดอย่างนั้น”

มัทนีรีบเข้ามาแทรก
“จะไปสังสรรค์กับใคร ที่ไหน เมื่อวานยังไม่พออีกเหรอ”
“อ้าว มีคนอยากรู้” อาทิตย์ตอบมัทนี “ผมก็ไปกับเพื่อนผมสิครับ”
“มีแค่เพื่อนผู้ชายหรือมีผู้หญิงด้วย” จำเนียรถามต่อ หาญตามออกมา แววตาชั่วร้าย
“ตกลงคุณแม่อยากรู้ละเอียดหรือไม่ละเอียดกันแน่ครับ ผมสับสน”
หาญเข้ามารุม
“ถ้านายทำตัวน่าไว้ใจก็ไม่ใครอยากรู้ให้มันมากความหรอก”
“ผู้ชายไทยน่าจะเอาอย่างฝรั่ง เวลาฝรั่งไปปาร์ตี้นอกบ้าน นั่นคือการพาภรรยาไปดินเนอร์ แต่ถ้าเขาอยากสังสรรค์กับเพื่อน เค้าจัดกันในบ้าน เชิญแขกมาบ้าน มาทำความรู้จักกัน ไม่มีความลับอะไร”
“คุณแม่อยากให้ผมพาเพื่อนมาปาร์ตี้กับเมียและแม่”
“ทำไม” จำเนียรกับมัทนีถามออกมาพร้อมกัน
อาทิตย์มอง ทำท่าว่าเป็นความคิดที่งี่เง่ามาก มัทนีหงุดหงิด

ที่มูลนิธิ ชฎากำลังให้คำแนะนำหญิงคนหนึ่ง ที่ตาเขียวเป็นวง ปากแตกช้ำ หัวแตก พันผ้าไว้
“ทางเราตัดสินใจแทนไม่ได้นะคะ แต่จะสนับสนุนการตัดสินใจของคุณพี่เต็มพี่ แต่พี่แน่ใจหรือคะว่าเขาจะไม่ทำร้ายพี่แบบเดิมๆ ซ้ำอีก พี่จะให้โอกาสเค้าถึงเมื่อไหร่” มัทนีเดินห่อเหี่ยวเข้ามาในมูลนิธิ ชฎาเห็นมัทนี “เอ่อ ค่อยๆ คิดนะคะ” ชฎาเข้าไปหามัทนี “ยัยมัท เป็นอะไร”
“พี่ชฎา มัท มัทหย่ากับเขาดีมั้ย”

“หา มัท มัทรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา”

“มัทว่า เราไปไม่รอด”

“เดี๋ยวๆ อะไรที่ว่าไม่รอด”
“นี่ไม่ใช่ชีวิตคู่อย่างที่มัทต้องการ มัทไม่ไว้ใจเขา มัทไม่อยากอยู่ด้วยความหวาดระแวง ไม่อยากแอบเช็กกระเป๋าเงิน เช็กสลิปบัตรเครดิต ไม่อยากแอบดมกลิ่นที่ติดมากับเสื้อ มัทไม่อยากเป็นอย่างนั้น”
“แล้วทำไมตอนนั้นมัทถึงตัดสินใจแต่งงานกับเขา”
“ก็...”
“เธอรักเขา”
“มัท มัทอาจจะแค่สับสน เลยตัดสินใจอะไรเร็วไป”
“จริงเหรอ?”

เอกชเยศร์เดินเข้ามา
“จริง ตอนนั้นมัทก็แค่สับสน อกหัก และอยากจะประชดรักผมก็แค่นั้น”
มัทนีกับชฎาอึ้ง
“เธอมาทำไมเอกชเยศร์”
“ผมมาหามัทนี”
“มีธุระอะไรไม่ทราบ”
“ชื่อมัทนีเหรอ” เอกชเยศร์เดินแหวกชฎาออกไป “มัท เอกมีอะไรอยากจะให้มัทดู แล้วมัทจะตัดสินใจอะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ”
เอกชเยศร์หยิบมือถือออกมาจะกดคลิป ชฎารีบขวาง
“นายไม่ต้องมาเสี้ยม ออกมานี่”

ชฎาลากเอกชเยศร์ออกมาด้านนอก
“เธอนี่มันทุเรศที่สุด เลิกกันไปแล้ว ยังมีหน้ากลับมาราวีครอบครัวเขาอีก มีปมด้อยหรือไง”
“ผมจะทำให้มัทตาสว่าง มัทจะได้รู้ว่าเค้าคิดผิดที่เลิกกับผมไปแต่งงานกับไอ้บ้ากามอาทิตย์”
“เอกชเยศร์ มัทนีกับอาทิตย์เขาจะมีปัญหาอะไรกัน มันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ เธอคือคนอื่น จำใส่หัวไว้ด้วย”
“นี่เหรอเจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อหญิง ช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้นสู้กับสามี ปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง แต่กับคนในมูลนิธิ ดันสนับสนุนให้ถูกกดขี่”
“ชั้นไม่ได้สนับสนุน แต่คนเราควรให้เกียรติเจ้าตัวได้ตัดสินใจเอง”
“ให้เกียรติ โด่เอ๊ย อย่าอ้างเลย”
มัทนีตามออกมา
“พี่ชฎา พอเถอะค่ะ” ชฎาอึ้ง
“มัท เอกมีคลิปที่ยืนยันความชั่ว...”
“เอก มัทขอบใจที่หวังดี แต่ปัญหาของมัท มัทจัดการเอง เอกกลับไปเถอะ แล้วอย่ามายุ่งกับมัทอีก”
“มัท”
มัทนีกลับเข้ามูนิธิไป
“ชัดป่ะ ฮะๆ” ชฎารีบตามเข้าไป
เอกชเยศร์แค้นๆ ไม่พอใจ ไม่คิดหยุด

เย็นวันนั้น เมื่อมัทนีขับรถกลับถึงบ้าน ก็มีรถอีกคันเข้ามาจอด มัทนีงง รถใคร นรีเปิดกระจกรถ เรียกมัทนี
“มัท”
“อ้าว พี่นรี”
“รีบมาเปิดประตูให้เร็วๆ สิอเนก” นรีบ่น
“ครับๆ”
อเนกรีบดับเครื่อง รีบลงจากรถ มาเปิดประตูให้นรี ที่ท้องแก่มากแล้ว
“เบาๆ ร่มด้วยค่ะร่ม เพิ่งกลับจากงานเหรอมัท ดีจัง แสดงว่าพี่ไม่ได้มาสายเกินไป ก็อเนกอ่ะ กว่าจะออกจากบ้านได้”
“ร่มมาแล้วครับ”
“ทำไมไม่เอาร่มอันที่กันยูวีล่ะคะ”
“อ้าว ครับๆ” อเนกรีบไปหยิบใหม่
“พี่นรีมาหาคุณแม่เหรอคะ”
“ก็ด้วย มาปาร์ตี้ด้วย” มัทนีงง

“ปาร์ตี้?”

ที่สนามบ้านมัทนี แท่น โทนี่ โมกข์ โผเข้ารุมกอดหาญ

“เอ้ยๆ อะไรๆ ปล่อยๆ”
หาญบอกอย่างตกใจ พวกแท่นผละออกจากหาญ แล้วจะกอดจำเนียร แต่จะชะงักเอาไว้ เปลี่ยนเป็นยกมือไหว้แทน
“อาทิตย์ เธอพาเพื่อนๆ เธอมาทำไม” จำเนียรถามอย่างแปลกใจ
“อ้าว ก็คุณแม่บอกว่าอยากให้ผมเอาอย่างผู้ชายฝรั่ง พาเพื่อนมาสังสรรค์ในบ้านไม่ใช่เหรอครับ”
“ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคุณจำเนียรกับคุณหาญจะอยากปาร์ตี้กับพวกเรา ตอนที่อาทิตย์ชวน ผมแทบน้ำตาไหลเลยนะครับ” โทนี่บอก โมกข์ชงต่อ
“น้ำตาไหลดีใจ”
“ฝุ่นเข้าตา ฮ่าๆ” โทนี่หัวเราะตบท้าย
จำเนียรกับหาญงงและนึกรังเกียจพวกนี้
“เอ้อ คุณจำเนียรคุณหาญครับ คนสวยคนนี้ ชื่อคุณปะการัง ภรรยาผมครับ” โมกข์แนะนำ ปะการัยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะ ดิฉันอยากจะมาที่นี่นานแล้ว วันนี้ขอบคุณมากนะคะที่เชิญเราทุกคนมา”
“วันนี้พวกเราจะมาสังสรรค์ให้เต็มที่เลยครับ ผมซื้อเนื้อสดๆ มาเพียบ”
“แต่ไม่มีเนื้ออ่อนกรุบๆ นะครับคุณพ่อ”
“คุณจำเนียรครับ พวกผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก ที่ได้มาใกล้ชิดกับผู้หญิงที่มีอิทธิพลต่อทัศนคติทางเพศของผู้หญิงในประเทศนี้มากที่สุด”
“ขอถ่ายรูปคู่นะครับ”
พวกโทนี่เข้าไปเบียดจำเนียร ถ่ายรูปด้วยมือถือ
“นี่มันอะไรกัน”
มัทนีรีบตามเข้ามา อเนกประคองนรีตามหลังมา มัทนีจ้องอาทิตย์ตาเขียว

มัทนีคาดคั้นอาทิตย์อยู่อีกด้าน
“คุณต้องการอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ จัดสังสรรค์ในบ้าน คุณได้รู้จักเพื่อนฝูงของผมทุกคน ผมจะทำอะไรก็อยู่ในหูในตา ควบคุมง่าย”
“ชั้นไม่เคยบอกว่าต้องการ”
“แต่ก็รู้สึกดีกว่าให้ผมไปปาร์ตี้นอกบ้าน”
“มันไม่ใช่อย่างนั้น”
“แล้วมันอย่างไหน บอกมาสิ ผมไม่เข้าใจ”
“นายกำลังประชดชั้นอยู่ใช่มั้ย”
“ประชดอะไร คุณจะเอายังไงกับผม ผมยอมคุณทุกอย่างแล้ว ไม่อยากให้ผมใช้เงินเยอะ ผมก็ให้คุณดูแล ไม่อยากให้ไปปาร์ตี้กับเพื่อนนอกบ้าน ผมก็พามาที่บ้าน แล้วไม่พอใจอะไรอีก คุณจะเอาอะไรกับผม”
“ชั้น”
อยู่ๆ ท่วมทุ่งวิ่งเข้ามาเห่า
“ถ้าไม่พอใจ จะให้ผมไล่ทุกคนกลับเลย เอามั้ย” มัทนีไม่ตอบ เชิดหน้า เดินปึงปังเข้าบ้านไป อาทิตย์เซ็งบ่นกับหมา “ชั้นชักจะทนแม่นายไม่ไหวแล้วนะท่วมทุ่ง”

พวกผู้ชายกำลังยกโต๊ะมาตั้ง เอาเครื่องเสียงมาเซ็ท อเนกเดินออกมาจากในครัว ท่าทางเหนื่อยมาก
“ไง คุณสามี รับใช้ภรรยาสุดที่รักเสร็จแล้วเหรอ” โทนี่ถาม
“เสร็จบ้าอะไร อยากจะกินเฉาก๊วยเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ แล้วต้องเป็นเฉาก๊วยร้านประจำเท่านั้น แถวรามอินทราโน่น”
“เฮ้ยๆ อย่าบ่น แกแฮปปี้กับการมีชีวิตครอบครัวไม่ใช่เหรอ”
“ทีนี้ซึ้งหรือยังว่าการโสดมันดีกว่ากันเยอะ”
“แล้วพวกผู้หญิงทำไรกันอยู่”
“ทำกับข้าว พูดคุย หัวเราะ รอกินเฉาก๊วย มีความสุข”
“อาทิตย์ อเนก โมกข์ ชั้นถามจริงๆ เถอะ พวกแกให้เมียๆ มาเจอกัน ไม่กลัวเหรอวะ” โทนี่ถาม
“กลัวอะไร”
“มนุษย์เมียนะเว้ย อยู่เดี่ยวๆ โดดๆ ก็น่ากลัวแล้ว แต่นี่ มีมนุษย์เมียสี่คนในบ้านเดียวกัน แค่คิดก็สยองแล้ว”
“ป่านนี้ คงเอาพวกแกขึ้นมาสับโชว์ทีละคนๆ อย่างเมามันแน่นอน” แท่นบอก
“ไม่หรอก” อาทิตย์กับโมกข์พูดออกมาพร้อมกัน

“มีใครจะเอาเฉาก๊วยมั้ย” อเนกถามขัด
 
อ่านต่อหน้า 3

พ่อไก่แจ้ ตอนที่ 11 (ต่อ)

ในครัว ปะการังกำลังจับท้องนรี

“อืม น่าจะลูกชายค่ะ เขาว่าถ้าท้องกลมจะได้ลูกสาว แต่นี่ท้องแหลม ลูกชายค่ะ แต่ถ้าเอาให้ชัวร์อีก ก็ต้องถามว่า ตอนนั้นน่ะ ทำท่าไหน”
“เกี่ยวอะไรกับท่าคะ” นรีถามอย่างแปลกใจ
“เอ้า เขาว่ากันว่า ท่าจบมีผลกับเพศของลูก ก็ประมาณจะเอาลูกชายต้องจบด้วยท่าเบสิก แต่ถ้าลูกสาว ต้องจบด้วยซอมเมอร์ซอลท์ 2 รอบครึ่ง”
“ไม่ใช่กระโดดน้ำนะคะ”
ทุกคนขำๆ กัน
“แล้วกำหนดคลอดเมื่อไหร่ ใกล้ถึงยัง”
“น่าจะเดือนหน้าค่ะ นี่เพิ่งจะแปดเดือนเอง” นรีหยิบมือถือมากดโทรหาอเนก
“แล้วคุณมัทล่ะคะ ท้องหรือยัง” ปะการังหันมาถามมัทนี
“คะ”
“อ้าว แต่งงานมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอคะ ก็น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้แล้วนะคะ”
“ปะ เปล่าค่ะ มัทยังไม่ได้อยากมีตอนนี้”
“กลัวว่าถ้ามีลูกตอนที่ยังไม่พร้อม ลูกจะลำบากใช่มั้ยคะ”
“ใช่ค่ะ ผู้หญิงเราจะทำอะไรทั้งที เราก็คิดถึงแต่อนาคตครอบครัว เราไม่เคยทำอะไรเอามัน อย่างเรื่องการเก็บเงิน ดูแลเงิน มันก็คือหลักประกันสำหรับลูกที่จะเกิดมาทั้งนั้น แต่พวกผู้ชายไม่เคยเข้าใจ”
“เห็นด้วย” นรีกับจำเนียรพูดพร้อมกัน ปะการังยิ้มๆ
“คุณปะการัง ทำเหมือนไม่เห็นด้วย ใช่มั้ยคะ” มัทนีถามขึ้นมา

ที่หน้าบ้าน พวกผู้ชายยังคุยกัน
“แกไม่สงสัยบ้างเหรอวะอาทิตย์ ทำไมอยู่ๆ มนุษย์เมียของแกถึงอยากให้แกนัดเพื่อนและมนุษย์เมียของเพื่อนมาสังสรรค์ที่บ้าน” โทนี่ถาม
“มันเป็นแผน” แท่นบอก
“แผนอะไรวะ แกอย่าเพ้อเจ้อ” อาทิตย์ต่อว่า
“แกไม่ทันเกมมนุษย์เมียหรอก เขานัดเจอกัน ก็เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลถ่ายทอดวิชากำราบสามีของแต่ละสำนัก” แท่นทำเสียงล้อเลียน “พี่ปะการังคะ พี่ใช้แผนไหนทำให้สามีกลับบ้านตรงเวลาคะ”
“เล่นบทโหดสิคะ ทำตัวให้เหนือกว่า เขามีจุดอ่อนอะไร ก็เอาจุดนั้นมาเป็นข้อต่อรอง”
“แล้วทำยังไงให้เขาไม่กล้าเม้มเงินเดือนเอาไปซ่อนคะ”
“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เม้มเหรอ จับได้โดนตบ บาทนึงทีนึง ถ้ามันกล้าเม้มอีกก็ให้รู้ไป”
อเนกโวยขึ้นมา
“ไม่ๆ แค่นี้ชั้นก็แย่แล้ว”
“ยัยปิศาจแมงมุมกำลังจะอัพเลเวลกลายร่างเป็นซุปเปอร์ปีศาจใช่มั้ย” โมกข์บอก
“พวกแกคิดไปเองทั้งนั้น”
“แกไม่เชื่อ แต่อย่าลบหลู่นะเว้ย นี่มนุษย์เมีย”
อเนกกับโมกข์เซ็ง กอดกันด้วยความกลัวสยองเมีย
“แล้วงี้ควรทำไงดีวะ”
อเนกถาม อาทิตย์เซ็ง

ในครัว ปะการังกำลังอธิบาย
“เมื่อก่อน ดิฉันก็ทำอย่างนั้นนะคะ แต่หลังๆ มานี้ พี่ไม่ค่อยยุ่งกับเขาแล้ว ถ้าตาโมกข์จะหาเงินเล็กๆ น้อยๆ จากงานเดินแบบได้ พี่ก็ให้เขาเก็บไว้ เงินของเขา เขาทำงานมาเหนื่อย เขาก็มีสิทธิ์จะได้ใช้บ้าง”
“สมมติถ้าเขาอยากซื้อรองเท้าใหม่ราคาสี่ห้าพัน ก็ต้องให้เขาซื้อเหรอคะ” นรีถาม
“ดิฉันมีรองเท้าเป็นร้อย ถ้าเขาซื้อแล้วยังมีน้อยกว่าดิฉัน ทำไมจะไม่ยอมล่ะคะ”
“ถ้าเขาอยากซื้อหนังสือพระ หนังสือกีฬา หรือสะสมอะไรสิ้นเปลืองอย่างพวกเครื่องแก้ว ตุ๊กตาตัวการ์ตูน อะไรพวกนี้ล่ะคะ” จำเนียรถาม
“ดิฉันก็สะสมยาทาเล็บค่ะ มีทุกสี แต่ทาบ่อยแค่สีเดียว” ปะการังโชว์เล็บ
“แล้วถ้าเค้าเอาเงินไปใช้อะไรที่ ไม่เหมาะสม หรือ เอาไปให้ใคร” มัทนีถามบ้าง
“อันนี้ ทำใจยากค่ะ”
“นี่แหละ เราถึงต้องเอาเงินพวกผู้ชายมาดูแล”
จำเนียรกับนรีดีใจที่ปะการังเถียงแทนผู้ชายไม่ได้
“แต่ ดิฉันเชื่อว่าเรื่องพรรค์นี้ มันอยู่กมลสันดานค่ะ ถ้าเค้าไม่รู้จักพอ ต่อให้เราริบเงินเข้ามาหมด เขาก็หาทางหาเงินไปทำเรื่องสกปรกนั้นได้อยู่ดี เข้าตำรายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ดิฉันไม่อยากให้สามีรู้สึกเหมือนติดคุก อยู่ด้วยความอัดอั้น ดิฉันกลัวเค้าจะระเบิดตู้มใหญ่ แล้วมันจะเกินเยียวยาน่ะค่ะ”

มัทนีครุ่นคิดตาม

หาญแยกออกมาอีกด้านที่ลับตาคนแล้วรีบรับสายโทรศัพท์

“คะ ว่าไงคะลูก ใจเย็นๆ เกิดอะไรขึ้น”
น้ำผึ้งอยู่ที่ห้องพักกับแก๊งเพื่อนๆ แฟนคลับ ทุกคนกำลังร้องไห้กันระงม สะอึกสะอื้นสุด
“พี่ มันเผา พี่มันเผา เค้า กำลังจะไม่ได้รับเลือกไปเล่นเกมเดอะเพอฟอร์มเม่อร์ ฮือๆ”
“อ้าว ทำไมล่ะ เขาก็เด่นในรุ่นนี่นา”
“ถ้าพี่มันเผาไม่ดัง ไม่มีผลงาน ต้นสังกัดก็จะไม่ให้พี่มันเผาร่วมรายการอะไรเลย หนูก็จะไม่ได้เห็นหน้าพี่มันเผาอีก แล้วหนูจะอยู่ยังไง ฮือๆ”
“ไม่ได้ พี่มันเผาต้องได้เข้าไปอยู่ในเดอะเพอฟอร์เม่อร์ เราต้องทำไง”
“เราต้องจัดมินิคอนเสิร์ตให้พี่มันเผา ให้ต้นสังกัดเค้าเห็นว่าพี่มันเผามีแฟนคลับเยอะ มีกิจกรรมบ่อยๆ แต่คลับของพวกเรา ไม่มีเงินแล้ว ฮือๆ”
หาญเครียด คิดหาทางหาเงิน
“เงินเหรอ เงิน มันต้องมีสิ”

อีกมุมหนึ่งอเนกกับโมกข์กำลังตกลงกันอยู่
“ไอ้โมกข์ แกไปจัดการมนุษย์เมียแก ชั้นจัดการมนุษย์เมียชั้น ดูแลให้ดี อย่าให้เข้าใกล้กันได้อีก เข้าใจ๋?”
“เดี๋ยวๆ พวกแกอย่าไร้สาระ เรามาปาร์ตี้กันนะเว้ย” อาทิตย์รีบบอก
“ชั้นรู้ เราก็แค่กันไว้ดีกว่าแก้ อย่าให้พวกเมียคุยกันดีที่สุด ยิ่งถ้าได้คุยกับมนุษย์เมียของแก และมนุษย์เมียตัวแม่อย่างคุณจำเนียร ชั้นว่ามันไม่คุ้มว่ะ” โมกข์บอก
“เดี๋ยวเว้ย เดี๋ยว” อเนกกับโมกข์รีบไป “ไอ้แท่น โทนี่ พวกแกพูดบ้าอะไร เดี๋ยวก็วุ่นวายหรอก” อาทิตย์หันไปต่อว่าแท่นกับโทนี่
“ชั้นรักนะถึงได้เตือน”
“บ้าเอ๊ย”
อาทิตย์จะไปตามเพื่อน แต่อยู่ๆ หาญวิ่งสวนมา ล็อกแขนอาทิตย์ ลากไป
“นายอาทิตย์! มาๆ”
หาญดึงอาทิตย์ออกไป

หาญลากอาทิตย์มาอีกมุมหนึ่ง
“เอาเงินมายืมหน่อย ห้าหมื่น”
“ห้าหมื่น” อาทิตย์ตกใจ
“จะเสียงดังทำแป๊ะอะไร บอกให้เอาเงินมาก็เอามา”
อาทิตย์ยกมือราวกับถูกจี้ด้วยปืน
“นี่คุณพี่หาญกำลังปล้นผมอยู่นะครับ”
“แกเป็นลูกเขยชั้น ทำไมชั้นจะไม่มีสิทธิ์ยืมเงินแก เอามา”
“ยืม จะเอาไปเลี้ยงต้อยเหรอครับ”
“แกไม่รู้อะไรก็อย่าพูดมาก ชั้นต้องการห้าหมื่นเดี๋ยวนี้”
“ผมจะเอาที่ไหนมาให้ครับ เงินทุกบาททุกสตางค์ผมยกให้ลูกสาวคุณพี่ดูแลหมดแล้ว ไปขอคุณมัทสิครับ”
“ชั้นไม่เชื่อว่าแกไม่มีติดตัวอีก จะเอาเงินมาให้ดีๆ หรือจะให้ยัยมัทเลิกกับแก”
“สงสารคนในครอบครัวบ้างเถอะ เบื้องหน้าธรรมะ เบื้องหลังปล้นยังกะโจร ถ้ามัทนีกับแม่จำเนียรจะรู้...”
หาญกระชากคอเสื้ออาทิตย์
“ไม่ต้องมาสั่งสอนชั้น แล้วอย่ามาทำขู่ พวกนั้นไม่เชื่อคนเลวอย่างแกหรอก เขาเชื่อคนดีๆ อย่างชั้นเท่านั้น จะให้ไม่ให้” หาญเหลือบมองเห็นนาฬิกาข้อมือของอาทิตย์ มือข้างที่อาทิตย์ใช้จับมือหาญไว้ “นั่น โรเล็กซ์ใช่มั้ย” หาญคว้ามาดู “แท้หรือเก๊ แท้ ถอยมาๆ”
หาญรีบปลดนาฬิกาจากมืออาทิตย์
“เฮ้ยๆ ไม่ได้ๆ”

มัทนีเดินออกมาพอดี มองเห็นเหตุการณ์นั้น แต่แยกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือนแย่งอะไรกันอยู่ แต่ไม่รู้ว่าแย่งอะไร และใครแย่งใคร
“ทำอะไรน่ะ” อาทิตย์ตกใจ หาญฉวยจังหวะนั้นปลดนาฬิกาออกไปได้ “มีเรื่องอะไรกันคะพ่อ นายทำอะไรพ่อชั้น”
“มัท คือพ่อ...” หาญอึกอัก อาทิตย์รีบสวน
“คุณพ่อเอานาฬิกาผมไปทำไมครับ”
หาญอึ้ง มัทนีมองนาฬิกาในมือหาญ จำได้ว่าของอาทิตย์ แปลกใจ รอคำตอบ
“พ่อ พ่อไม่ได้จะเอาไป ก็ ก็เมื่อกี้ นายพูดโทรศัพท์กับใคร ชั้นได้ยินว่าจะเอานาฬิกาไปขายให้เขาใช่มั้ย ชั้นก็เลยต้องยึดมา” หาญแก้ตัว โยนความผิดให้อาทิตย์
“อะไรนะ”
“มัท ตกลงกันเองแล้วกัน พ่อขอตัว”

หาญรีบออกไป มัทนีหันไปจ้องอาทิตย์อย่างคาดคั้น จับผิด อาทิตย์อึ้ง แล้วนิ่ง แค้น

อาทิตย์เดินหนี โดยมีมัทนีไล่ตาม

“จะไม่บอกอะไรชั้นหน่อยเหรอ”
“ถ้าอยากรู้อะไร ตามไปดูพ่อคุณเองดีกว่า ผมไม่มีอะไรจะบอก”
“ทำไม พ่อทำไม” มัทนีวิ่งไปขวางหน้า “ชั้นถามว่าพ่อชั้นทำไม มีอะไรก็พูดออกมา” อาทิตย์อยากจะพูดความ
จริง แต่พอเห็นหน้ามัทนี ก็ตัดใจไม่พูด เดินหนี “ถ้าจะต้องเอาทรัพย์สินไปขาย แล้วจะเอาเงินมาให้ชั้นดูแลทำไม”
“ผม ไม่ได้จะขายนาฬิกา”
“แปลว่าพ่อชั้นขโมยนาฬิกาคุณ? จะให้ชั้นเชื่ออย่างนั้นเหรอ? พ่อจะเอาของๆ คุณไปทำไม เพื่ออะไร ไม่มีเหตุผล”
“ก็ แล้วแต่คุณจะคิด”

มือถือมัทนีดัง เธอกดรับสาย
“ฮัลโหล เอก โทรมาทำไม”
เอกชเยศร์พูดสายอยู่ในรถ
“เอกจะโทรมาบอกให้มัทเปิดทีวี ดูข่าวตอนนี้สิ ข่าวใหญ่มาก พลาดแล้วจะเสียใจ”
“ข่าวอะไร”
มัทนีจ้องอาทิตย์ แล้ววางสาย
“แฟนเก่าโทรมารำลึกอดีตเหรอ”
มัทนีฉุน พาลโกรธ จะเดินไปดูทีวี เอกชเยศร์วางสายอย่างสะใจ
“หึๆ อาทิตย์เอ๋ย ไม่รอดแน่”

ขณะนั้นเหน่งกับโหน่งยกสำรับอาหารมาวางพักไว้ โมกข์มาช่วยปะการังยก อเนกก็ช่วยยกโดยมีนรีเดินตามมา
“นรี เรื่องท่าจบ ดิฉันพูดจริงนะคะ แต่ถ้าอยากได้ชัวร์อีก พี่มีเคล็ดลับเรื่องนี้อีกเพียบ” ปะการังบอก
“งั้นนรีขอฟังเป็นวิทยาทานหน่อยสิคะ เผื่อจะได้เอาไปใช้บ้าง” นรีบอกแล้วมองอเนก อเนกรีบกัน
“จะแลกเปลี่ยนอะไรกันครับ ผมว่า เอ่อ นรีควรจะทานอะไรสักหน่อยนะ ลูกคงหิวแล้ว คุณปะการังก็ได้ โมกข์ นายชวนภรรยานายไปห่างๆ เอ๊ย ไปทางนั้นสิ”
โมกข์ดึงปะการังออกมา
“ที่รักคะ เรามาอยู่ของเราเถอะค่ะ”
มัทนีเดินพุ่งเข้ามาในบ้าน
“เปิดดูข่าว เร็ว”
ทุกคนแปลกใจ
“มีอะไรเหรอลูก” จำเนียรถาม
เหน่ง โหน่งรีบเปลี่ยนช่องๆ จนกระทั่งเจอช่องที่กำลังรายงานข่าว
“เอาอีกแล้วค่ะคุณ ไฮโซรายนี้ นิ่งไปนาน ลายออกอีกแล้วค่ะ คุณอาทิตย์ บวรกิจบรรหาร” อาทิตย์ที่ตามเข้ามาชะงัก ทุกคนชะงัก ฟังข่าว “ทายาทเครื่องดื่มสมุนไพรสูตรคุณนายลิ้นจี่ คราวนี้ควงดาราไฮโซชื่อดัง พลอย เชอรีน ปาร์ตี้แบบไม่แคร์สายตาใคร ทั้งๆ ที่ฝ่ายชายแต่งงานแล้ว นักข่าวที่อยู่ในร้าน และถ่ายคลิปนี้ ยืนยันว่าสองคนนี้มากกว่าเพื่อนชัวร์”

ในทีวีคือคลิปภาพงานปาร์ตี้ในร้านอาหารเมื่อคืน โดยเน้นที่อาทิตย์ใกล้ชิดกับพลอยมาก เป็นคลิปภาพที่ถ่ายจากมือถือเอกชเยศร์
อาทิตย์เห็นภาพตัวเอง ชัดเจน เซ็ง งานเข้าอีกแล้ว จำเนียรกับมัทนีหันมาจ้องรอคำตอบ
“ไอ้เอกชเยศร์ นี่มันจะไม่หยุดสุมไฟให้เราทะเลาะกันใช่มั้ย” อาทิตย์ถามขึ้นมา
“อย่าเบี่ยงประเด็น นี่ใช่มั้ยความลับที่นายไม่ยอมบอกให้ชั้นรู้”
“ถ้าคุณมีคำตอบในใจอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องถามผมให้เสียเวลา จะด่าอะไรก็ด่ามาเลยดีกว่า”
“ชั้นต้องการคำอธิบาย”
“ผมไม่ต้องการอธิบาย”
“ชั้นต้องการคำอธิบาย” มัทนีย้ำเสียงดังจนนรีต้องรีบขัด
“มัท ใจเย็นๆ ก่อน”
“นรี เธอไม่ต้องยุ่ง นายอาทิตย์ ถ้าเธอจะไม่อธิบาย ก็แสดงว่าเธอยอมรับว่าภาพที่เป็นข่าว เป็นเรื่องจริง เธอมีคนอื่นจริงๆ” จำเนียรบอก
“คุณน้าครับ พวกผมก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น ผมยืนยัน...”

โมกข์จะช่วยพูดแต่อาทิตย์ขัดขึ้น

“นายเป็นเพื่อนชั้น ก็ต้องเข้าข้างชั้นสิ คุณกำลังคิดอย่างนี้ใช่มั้ย ถ้าจะเลือกเชื่อข่าวของไอ้เอกชเยศร์ มากกว่าผม ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอธิบาย”

“ถ้ามันไม่ใช่ แล้วนายเซ็นเช็คให้คุณพลอยทำไม”
“เช็ค เช็คอะไร”
“เช็คเงินสดหนึ่งแสนบาท เซ็นชื่อนาย ทำบุญให้กับมูลนิธิเพื่อหญิงของชั้น แต่คนถือโดย ผู้หญิงอีกคนของนาย”
“อ๋อ เรื่องเช็คใบนั้นน่ะเหรอ”
“ทีนี้จะอธิบายได้แล้วเหรอ”
“มันต้องอธิบาย เพราะคุณกำลังเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว”
“ไม่ต้อง ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายแล้ว”
มัทนีเดินพรวดพราดออกไปเลย อาทิตย์รีบตาม

หาญออกมาชะเง้อรอน้ำผึ้งอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน สักพักมีวินมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด น้ำผึ้งโดดลงมา
“คุณพ่อขา คุณพ่อมีเงินให้น้ำผึ้งจริงเหรอคะ”
“เงินสดไม่มี แต่พ่อมี” หาญโชว์นาฬิกา “ของแท้แน่นอน เรือนนี้น่าจะเอาไปตึ๊งได้อย่างน้อยๆ ก็ห้าหกหมื่น ลูกรีบเอาไปช่วยเหลือพี่มันเผาเถอะ”
“อ๊าย คุณพ่อคือเทพบุตรขี่ม้าขาวของหนู” น้ำผึ้งโผเข้ากอดหาญ
“หนูเป็นลูกพ่อ หนูรักใครพ่อก็รักด้วย มา ให้พ่อหอมที”
น้ำผึ้งผละออก
“หนูต้องรีบไปแล้วค่ะพ่อ เดี๋ยวไม่ทัน แล้วหนูจะโทรหาคุณพ่อใหม่นะคะ” น้ำผึ้งรีบไปขึ้นมอเตอร์ไซค์
“โอเคๆ งั้นช่วยพี่มันเผาให้ได้นะลูก”
“รักพ่อนะคะ”
“พ่อก็รักลูกมาก”
น้ำผึ้งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ออกไป หาญยิ้มมีความสุข แต่พอจะหันเดินกลับเข้าซอยบ้าน รถคันหนึ่งที่จอดอยู่ตรงนั้นก็เลื่อนกระจกลงมา ทีแรกหาญเดินผ่านไป ถึงกับต้องผงะ เหลียวกลับมามองชัดๆ อีกทีก็ต้องตะลึง เพราะคนที่นั่งในรถคือคุณนายลิ้นจี่
“คุณนายลิ้นจี่” ลิ้นจี่มองหาญอย่างสมเพช แล้วสั่งคนรถให้ออกรถได้ ปิดหน้าต่าง ออกไป “ซวยแล้วกู”
หาญรีบวิ่งสุดชีวิต

มัทนีเดินหนีอาทิตย์ อาทิตย์ตามมากระชากตัวเอาไว้
“มัทนี คุณต้องฟัง”
“ชั้นไม่ฟัง”
“ผมกับพี่พลอยไม่ได้มีอะไรกัน คุณก็รู้จักเค้าแล้วนี่นา เช็คนั้นเป็นเงินที่ผมเคยยืมพี่พลอยมานานแล้ว ผมก็แค่จะใช้เงินเขา แต่เขากำลังจะไปทำบุญพอดี เลยให้ผมเขียนเช็คโดยตรง ให้กับทางโรงพยาบาล”
“คุณน่ะเหรอ ยืมเงินพี่พลอย ทำไมต้องยืม”
“พี่พลอยไปญี่ปุ่น ผมฝากเขารูดการ์ดซื้อกระเป๋าให้แม่ผม มัทถามแม่ได้เลย ผมบริสุทธิ์ใจ ทั้งเรื่องเงิน เรื่องที่ไปปาร์ตี้ ผมไม่มีอะไรเกินเลยกับพี่พลอย ไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องชู้สาวเลย” มัทนียิ่งฉุน
“กหกคล่องมากนะ พ่อไก่แจ้อย่างนาย ปล่อยชั้น นายมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย นายหลอกชั้น นายทำให้ชั้นรู้สึกว่านายเป็นคนดี แต่จริงๆ นายก็ไม่ใช่ นายกล้าสาบานไหมว่าทุกอย่างที่เราคุยกันมา เป็นความจริงทั้งหมด นายไม่เคยโกหกหรือปิดบังชั้นเลย”
“ถ้ามีอะไรที่ผมต้องโกหกหรือปิดบังคุณ เพราะผมไม่อยากให้คุณเสียใจ คุณเข้าใจมั้ย”
“นายยังมีหน้ามาทวงบุญคุณอีกเหรอ ออกไปจากชีวิตชั้น”
“หา”
“ชั้นจะหย่ากับนาย”
“คุณพูดอะไรออกมา”

อาทิตย์ถามอย่างตกใจ
 
อ่านต่อหน้า 4

พ่อไก่แจ้ ตอนที่ 11 (ต่อ)

“ชั้นจะไม่ทนกับนายอีกแล้ว พอกันที”

มัทนีโวยวาย ผลักอาทิตย์ออก แล้ววิ่งไปหาจำเนียรที่ตามมา ทุกคนทยอยตามออกมากันหมด
“ไม่ต้องเข้ามา”
จำเนียรบอกเสียงเข้มแล้วดึงมัทนีไปโอบ
“คุณมัท คุณอยากรู้ใช่มั้ย ว่าความจริงคืออะไร คุณอยากให้ผมพูดออกมาใช่มั้ย” อาทิตย์ถามขึ้นมา
“ใช่ เธอมีเรื่องอะไรจะพูดก็พูดมา คุยกันให้จบ” จำเนียรบอก
“พ่อของคุณ คุณหาญ”
“เกี่ยวอะไรกับคุณหาญ”
“นายจะใส่ร้ายอะไรพ่อ”
“ผมไม่ได้ใส่ร้าย ความลับทั้งหมด”
อาทิตย์เห็นมัทนีที่กอดแม่ เป็นลูกสาวตัวน้อยของครอบครัว ก็สับสน ลังเล ชั่งใจ แล้วก็ตัดสินใจว่าจะไม่พูดออกมา
“นิ่งทำไมวะ มีอะไรก็พูดไปสิ” แท่นบอก
“ช่างเถอะ หย่าก็หย่า” อาทิตย์บอกอย่างตัดใจ
“เฮ้ย” ทุกคนตกใจ
อาทิตย์หันหลังเดินออกไป

เพื่อนๆ รีบตามอาทิตย์ออกมา
“ไอ้อาทิตย์ แกมีอะไรทำไมไม่พูดออกไปวะ”
“ถ้าแกไม่พูด เรื่องนี้จบไม่สวยแน่”
“ถ้าพูดไป แล้วมันจะดีขึ้นเหรอ มัทนีจะรักชั้นยิ่งขึ้นงั้นเหรอ ไม่หรอก เขาผิดหวังในตัวชั้นไปแล้ว ยิ่งพูดไปก็ยิ่งซ้ำเติมเขา ก็ไม่ต้องพูดหรอก”
“มันคือเรื่องอะไรวะ ชั้นโคตรอยากรู้เลยตอนนี้” โทนี่บอก จู่ๆ ลิ้นจี่เดินเข้ามา
“ถ้าลูกไม่พูด แม่พูดเอง”
“แม่” อาทิตย์ตกใจ

ขณะนั้นนรีกำลังปลอบมัทนีอยู่
“มัท เธออย่าเพิ่งใช้อารมณ์เลย ค่อยๆ คิด”
ลิ้นจี่เดินพรวดพราดเข้าไปหาจำเนียรทันที
“คุณจำเนียรคะ ดิฉันจะบอกความลับที่นายอาทิตย์อมพะนำเอาไว้เอง และดิฉันขอเอาเกียรติทุกอย่างรับประกันว่าดิฉันไม่ได้กุเรื่องมาเข้าข้างลูกชาย แต่มันคือความจริง”
“อย่านะครับคุณแม่” อาทิตย์ตามมาห้าม
“ลูกไม่พูดตอนนี้ สุดท้ายพวกเขาก็ต้องรู้อยู่ดี ความลับไม่มีในโลก”
“คุณนายลิ้นจี่ คุณทราบทุกอย่างใช่มั้ยคะ บอกมาเถอะค่ะ”
“สามีของคุณ...”

ลิ้นจี่กำลังจะบอก แต่แล้วหาญก็วิ่งพรวดกลับเข้ามา รีบตะโกนห้ามเสียงดังให้กลบเสียงทุกสิ่งทุกอย่าง
“อะไรๆ พวกคุณเข้ามาทำไม จะมาใส่ร้ายอะไรผม”
“ใส่ร้าย? คุณกล้าพูดได้ยังไง” ลิ้นจี่ถามเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ
“นายอาทิตย์ นายพาแม่แกกลับบ้านไปเลยนะ กลับไป เหน่ง โหน่ง โทรแจ้งตำรวจมาทีเว้ย” หาญบอก
“นี่เหรอคนธรรมะธัมโม เสแสร้ง” ลิ้นจี่ต่อว่า อาทิตย์เข้ามาคว้ามือแม่ จะลากกลับออกไป
“แม่ ผมขอร้อง กลับบ้าน”
“ไม่”
“แม่ครับ” อาทิตย์ไม่ยอมปล่อย มัทนีวิ่งพรวดมาขวางอาทิตย์
“นายไม่ต้องยุ่ง คุณป้าอยากจะพูดอะไร ก็พูดออกมาค่ะ”
“ลูกจะไปฟังทำไม ปล่อยเขากลับไป ไปๆ” หาญรีบบอก
“ชั้นจะฟัง เพราะมันเกี่ยวกับคุณ” จำเนียรบอก
“คุณแม่ครับ พูดออกมาเลยครับ ผมฟังจนอยากรู้แล้ว” โทนี่บอก
“อาทิตย์ แกถอยมา”

“เฮ้ย พวกแกอย่ายุ่งได้มั้ย”

แท่น โทนี่จับอาทิตย์ไว้ อาทิตย์ฮึดฮัด

“ทุกคนใจเย็นๆ หน่อยได้มั้ยคะ” นรีบอก แต่ทุกคนยังคงตึงเครียดต่อไป
“คุณลิ้นจี่ พูดมาค่ะ”
“คุณหาญ”
อยู่ๆ นรีก็ร้องออกมา
“อ๊าย”
ทุกคนหันมามอง
“เธอจะกรี๊ดทำไม”
“แม่คะ เลือด เลือด”
นรีชี้ให้ดูว่าที่หว่างขาตัวเอง มีเลือดไหล น้ำเดินแล้ว
“นรี นั่นคุณ อย่าบอกนะว่ากำลังจะ คลอด”
นรีพยักหน้าหงึกๆ
“มาแน่ ลูกจะออกมาแล้ว”
“รถพยาบาล เรียกรถพยาบาลเร็ว”

บรรยากาศกลายเป็นวุ่นวายชุลมุนเรื่องของนรีทันที คนนั้นเอาเก้าอี้มาให้นั่ง อีกคนเอายาหอม อเนกโวยวายสั่งคนนั้นทีคนนี้ที
“นั่งก่อนๆ ยาหอมด้วยๆ”
“รถพยาบาลมายัง”
“ยังโทรไม่ติดเลย”
“เดี๋ยวมัทเอารถออกเองค่ะ พาพี่นรีขึ้นรถเลย”
ทุกคนจะประคองนรี
“ไม่ พี่ไม่ไป”
“หา” ทุกคนตกใจ
“ถ้ามัทกับคุณอาทิตย์ไม่คุยกันดีๆ พี่ไม่ไป”
“นรี คุณจะมาดื้ออะไรตอนนี้”
“ทำไมต้องทะเลาะกัน ทำไมไม่คุยกันดีๆ นรีจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ปล่อยให้ลูกมันทิ้งตัวออกมาที่สนามนี่แหละ”
“รับปากกับนรีสิ” ปะการังหันมาบอกมัทนีกับอาทิตย์
“โอเคๆ ผมจะคุยกันดีๆ”
“มัทก็รับปาก พี่นรีไปโรงพยาบาลก่อนนะคะ”
“จับมือกัน”
“จับสิ จับ ลูกชั้นจะไหลแล้ว” อเนกสั่ง อาทิตย์กับมัทนีจับมือกัน
“แล้ว...”
“อะไรอีก ไปโรงพยาบาลได้แล้ว”
“อื้อ ไปก็ไป”
“ไปเอารถมาเซ่” อเนกดุอาทิตย์ ทุกคนวิ่งวุ่นวายๆ

มัทนีคว้ากุญแจ รีบไปที่รถ แต่อาทิตย์มาคว้าแย่งกุญแจไป
“ผมขับให้”
“แต่”
“ผมขับเอง คุณไปช่วยอเนกดูแลพี่นรีดีกว่า”
อาทิตย์รีบขึ้นรถ อเนกและเพื่อนช่วยประคองนรีมา มัทนีรีบเปิดประตูให้ หาญรีบต้อนจำเนียรไป
“คุณจำเนียร คุณเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อน แล้วเดี๋ยวเราตามไปโรงพยาบาลกัน ไปๆ เหน่ง โหน่งพาเมียชั้นไปที” ทุกคนแยกย้ายไปกันหมด หาญหันกลับมาที่ลิ้นจี่แล้วพูดเสียงเย็นชา “ผมว่าคุณก็กลับบ้านไปก่อนเถอะ”
ลิ้นจี่เซ็ง

ที่โรงพยาบาล นรีอยู่บนเตียงที่ถูกเข็นเข้าไป อเนกวิ่งตามตลอด
“เมียผมท้องแปดเดือนเองครับ จะเป็นอะไรมั้ยครับหมอ ตอบผมหน่อยสิครับ อะไรก็ได้ที่ให้ผมสบายใจ”
“ลูก มาแล้ว ลูกมาแล้ว”
“เราจะทำให้ดีที่สุดครับ” หมอบอก
ทีมแพทย์พานรีเข้าห้องไป
“ช่วยภรรยาผมด้วยนะครับๆ”
อเนกรออยู่ด้านนอกห้องฉุกเฉิน อาทิตย์กับมัทนีตามเข้ามา
“ใจเย็นนะอเนก นรีไม่เป็นอะไรหรอก”
“แกยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ” อเนกหันมาผลักอาทิตย์ “เพราะแก คุณ ปัญหาครอบครัวงี่เง่าของพวกคุณ ทำให้นรีเครียด แล้วก็น้ำเดินก่อนกำหนด ถ้านรีหรือลูกชั้นเป็นอะไรไป พวกแกต้องรับผิดชอบ”
อเนกเครียด ทั้งห่วงเมียทั้งโกรธเพื่อน ทรุดไปนั่งเก้าอี้ อาทิตย์กับมัทนีเห็นใจ และเข้าใจ อาทิตย์ลงนั่งข้างๆ
ค่อยๆ จับบ่าเพื่อน ปลอบๆ
“ชั้นขอโทษว่ะ”
มัทนีนั่งลงอีกข้าง
“มัทขอโทษนะคะ”
อเนกเข้าใจ เพราะลึกๆ ก็ไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรจริงๆ พยักหน้ารับคำขอโทษนั้น จังหวะนั้นเสียงนรีกรีดร้องแหลมดังทะลุผนังออกมา
“อ๊าย”

อเนกใจแทบขาด ทั้งสามคนเป็นห่วงนรี

ในห้องคลอด นรีที่อยู่ในท่าคลอดมีท่าทางเจ็บปวดมาก หมอเข้ามาจับตัว บีบมือ

“ใจเย็นๆ นะคะ คุณนรี หายใจตามจังหวะค่ะ ตามที่เคยฝึกมาไงคะ หายใจเข้า หายใจออก”
นรีเหงื่อเต็มหน้า ซีดขาว พยายาม หายใจเข้า
“ชั้น ชั้น ชั้นไม่ไหวจริงๆ ค่ะ”
หมอตรวจหูฟังๆ เสียงหัวใจเด็ก แล้วเปิดดูสภาพปากช่องคลอด แล้วอึ้งๆ
“คุณนรี ผมคิดว่า คุณไม่ควรคลอดธรรมชาติแล้วครับ เราต้องรีบผ่า”
“ยังไงก็ได้ค่ะ ทำอะไรให้ลูกของดิฉันปลอดภัย” นรีน้ำตาไหล

ที่หน้าห้องคลอดขณะนั้นอเนกกุมหัว นั่งเศร้าอยู่อีกมุมหนึ่ง มัทนีนั่งนิ่งงันลุ้นแบบพยายามทำใจให้สงบ ไม่ตื่นตระหนก ในขณะที่อาทิตย์เดินไปเดินมา ว้าวุ่นใจ หมอเดินออกมาจากห้อง มองหา เจอแต่อาทิตย์
“เชิญสามีของคุณนรีด้วยครับ”
“เปล่า เปล่าครับ”
อเนกเงยหน้า รีบโดดมา
“ผมครับ คุณหมอ”
“คือ เราจะต้องผ่าตัดด่วนครับ เด็กไม่สามารถคลอดโดยวิธีธรรมชาติได้ ขอเชิญทางนี้สักครู่ครับ”
อเนกรีบไป อาทิตย์ตามตบบ่า แท่น โทนี่ โมกข์ เดินเข้ามาอย่างร้อนใจ
“หน้าเหมือนใครๆ ต้องหน้าเหมือนแม่แน่ๆ”
“ต้องหน้าเหมือนแม่อยู่แล้ว เป็นลูกชาย หน้าเหมือนแม่ เขาว่าจะโชคดี”
“ใช่ ถ้าขืนหน้าเหมือนพ่อ ขี้เหร่แย่”

ทั้งสามเห็นหน้าอาทิตย์ ก็อึ้ง
“จุ๊ๆ เบาๆ”
“ทำไมต้องเบาอ่ะ ทำไมๆ”
มัทนีทนไม่ไหว เข้ามาดุ
“อย่าเอะอะได้ไหมคะ ที่นี่โรงพยาบาล ไม่ใช่ผับ”
“อ้าว”
“เขากำลังลุ้นกัน ยังไม่คลอด เข้าใจไหม”
“ฮะ ยังเหรอ”
“เออ”

อเนกเดินออกมา หน้าซีดๆ ช็อกๆ ทุกคนเข้าไปรุม มัทนีแซงไปคนแรก
“เป็นไงมั่งคะ”
“ผมเข้าไปเซ็นอนุญาตให้หมอผ่าตัดด่วน เชิงกรานนรีเล็กเกินไป แล้วตอนนี้ ลูกก็ หัวใจเต้นเบามาก หมอบอกว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
อาทิตย์ทำหน้ายิ้มแย้ม เอาสองมือประคองและตบแก้มอเนกเบาๆ
“หมอต้องทำสำเร็จ สมัยนี้โลกไปถึงไหนแล้ว อเนก อย่ากลัว”
“ป๋า การคลอดลูก เป็นเรื่องธรรมชาติ อาจมีปัญหาบ้าง แต่มันต้องแก้ได้สิ”
“จริง! นรีเค้าก็เก่งจะตาย แข็งแรง เข้มแข็ง อดทน นรีต้องทำได้”
“ใช่ ถ้าเฮียจิตตก แล้วใครจะคอยส่งกำลังใจให้ลูกกับเมียล่ะ เราต้องรวมใจกัน แล้วส่งพลังจิตไปช่วยให้ทุกคนสู้ๆ และปลอดภัยสิ”
“จริงด้วยค่ะ สู้ๆ นะคะ คุณอเนก”
“เข้มแข็งหน่อย คุณพ่อ”
ทุกคนมองหน้ากัน แล้วพูดตาม
“ใช่ เข้มแข็งหน่อย คุณพ่อ”

อเนกมีกำลังใจขึ้น สูดลมหายใจลึก ทำตัวโต แล้วหันรอบๆ แปะมือกับทุกคน ทีละคน เหมือนนักกีฬา

จำเนียรกับหาญตรงเข้ามาสมทบ เห็นทุกคนรีบปรี่เข้ามาเช่นกัน มัทนีหันไปทางนรี

“ยัยมัท นรีเป็นไงบ้าง คลอดหรือยัง”
“ยังค่ะ ต้องผ่าตัดค่ะ”
“ทำไม เด็กอยู่ในท่าผิดปกติเหรอ หรือสำลักน้ำคร่ำ หรือรกพันคอ”
“ไม่ทราบค่ะ”
“แล้วหมอเค้าว่ายังไง”
อาทิตย์รีบเข้ามา
“ไม่มีอะไรหรอกครับ หมอเขากำลังช่วยอยู่”
“นี่ๆ” หาญดึงแขนอเนกมา “อเนกๆ ถ้าหมอเค้าให้เลือกว่าจะเอาลูก หรือจะเอาแม่ นายต้องเลือกแม่นะ ลูกน่ะ เรายังมีใหม่ได้ ถ้าแม่ของมันยังอยู่ซะอย่าง”
อเนกอึ้ง ซีด กลุ่มอาทิตย์หันมามองหาญ ตาขุ่น
“คุณพ่อคะ มันยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“ก็รู้ แต่เราต้องพูดกันไว้ก่อน”
“พูดเพื่อ?”
“อ้าว เราก็ต้องตั้งสติไว้ ไม่ประมาทไง”
“เราไม่ควรทำให้ญาติของผู้ป่วยเสียขวัญนะครับ”
“ใคร ญาติผู้ป่วย ชั้นกะลูกเมียเนี่ยล่ะ ญาติผู้ป่วยนรีคือหลานชั้น แล้วใครล่ะ ที่เป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้นรีตื่นเต้นตกใจจนเป็นแบบนี้ ไม่ใช่นายเหรอ”
“คุณคะ พอเถอะค่ะ”
“มันมาทำเป็นสั่งสอนชั้นก่อนทำไม โธ่เอ๊ย ตัวเองดีวิเศษนักหรือไง”

มัทนีกลุ้มใจ รีบเข้ามากัน
“พ่อคะ เราไปรอทางโน้นดีกว่าค่ะ”
“อเนก ไม่ต้องเครียดนะ ทุกอย่างมันต้องแฮปปี้เอนดิ้ง เชื่อเพื่อนสิ” อาทิตย์พูดปลอบใจเพื่อน
“ใช่ๆ”
“ท่องไว้ๆ นายต้องเข้มแข็ง”
“อย่าหวั่นไหวเว้ย”
“ใช่ เราต้องเชื่อมั่น อย่าไปหวั่นคำคน”
“พูดแบบนี้มันรุมกันนี่หว่า ชั้นหวังดี แทนที่จะเห็นค่าของน้ำใจผู้ใหญ่ กลับมาแว้งกัน นี่สินะ ที่เค้าเรียกว่า ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป”
“คุณ ไม่เอาค่ะ มาทางนี้ มาๆ”
“ไปค่ะ พ่อ ไปหาที่นั่งสบายๆ ที่ห้องรับแขกข้างในค่ะ”
ลูกกับเมียลากหาญไป
“แบบนี้ชั้นปลงไม่ลงหรอกนะ แม่จำเนียร คนยิ่งกลุ้มๆ ห่วงลูกห่วงหลานอยู่ เจอพวกอันธพาลมาหาเรื่องกันซะงั้น”
มัทนีรีบพาพ่อไป อาทิตย์มองตามไปนึกเซ็ง

คืนนั้นอาทิตย์เดินมากดเครื่องดื่มจากตู้ ท่าทางเครียด อาทิตย์ได้กาแฟมา ยืนกินมุมหนึ่งเงียบๆ หาญเดินมา โผล่ดู มองซ้าย ขวา ไม่มีใคร รีบเข้ามา
“แกออกไปจากบ้านชั้นเลยนะ กลับไปอยู่บ้านแกเลย แล้วไม่ต้องมาหลอกลวงยัยมัทอีก”
“อะไรนะครับ”
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก ตะกี๊ตอนนั่งรถมา ยัยมัทเล่าเรื่องภาพในทีวีข่าวซุบซิบสังคมอะไรนั่นน่ะ”
อาทิตย์ลดเสียงเบา
“พี่หาญครับ ภาพในทีวีอะไรนั่นน่ะ มันไม่มีอะไรเลย แต่คนที่โกหกหลอกลวงครอบครัว และมีอะไรๆ มากมายคือตัวพี่หาญเอง”
หาญชี้หน้า ตวาด
“หยุด เงียบไปเลย เงียบไปเลย ใครๆ เขาก็รู้จักแกดี ว่าแกมันเพลย์บอยตัวพ่อ มีผู้หญิงในสต็อกมากมาย แกพร้อมที่จะถ่านไฟเก่าลุกโชนกับผู้หญิงที่ชื่อพี่พลอยคนนั้นอยู่แล้ว”
อาทิตย์หัวเราะเบาๆ พูดแบบระวังเสียงไม่ให้ดัง
“ก๊าก ก้ากๆ ถ่ายไฟเก่าลุกโชน โห คิดได้นะครับ แล้วใครกันล่ะ ที่ตัณหาลุกโชน มือถือสาก ปากถือศีล สาธุขอให้สัตว์โลก เป็นไปตามกรรมเร็วๆ ที่เท้อ”
“ไอ้อาทิตย์ แกด่าชั้น”
“ผมด่าตรงไหน”
“แกด่าชั้นว่าสัตว์ พูดไม่ทันขาดปาก”
“สัตว์โลกครับ สัตว์โลก เราทุกคนคือสัตว์โลกไม่ใช่เหรอครับ”

อาทิตย์เผลอพูดเสียงดัง จำเนียรตามมา ได้ยินแว่วๆ
 
อ่านต่อตอนที่ 12
กำลังโหลดความคิดเห็น...