xs
sm
md
lg

สามีตีตรา ตอนที่ 4

เผยแพร่:

สามีตีตรา ตอนที่ 4

ในห้องเสื้อ...กระรัตถอดแว่นพิศุทธิ์ออกแล้วเอามาใส่เอง โพสต์ท่าแอ๊บแบ๊วให้ พิศุทธิ์ขำๆ กะรัตหอบเสื้อผ้ามาหลายชุดดันพิศุทธิ์เข้าห้องลอง พิศุทธิ์เปลี่ยนเสี้อ เปลี่ยนทรงกางเกงใหม่ จากนั้นก็ถูกจับไปให้ช่างเซ็ทผมทรงใหม่ กะรัตยืนมองอย่างพอใจ ยกนิ้วชมพิศุทธิ์ในทรงผมใหม่ ลุคใหม่ที่...หล่อมาก

ค่ำนั้น พิศุทธิ์กับกะรัตอยู่ในสวนสาธารณะ กะรัตเพ่งพิศพิศุทธิ์อย่างปลื้มๆ แล้วยกนิ้วจิ้มๆที่หน้าอกพิศุทธิ์

“แฟนใครไม่รู้...หล่อจัง”

พิศุทธิ์เขินมาก กะรัตหัวเราะขำแล้วแกล้งเดินนำหน้าไป พิศุทธิ์จะตาม ได้ยินเสียงโทรศัพท์ พิศุทธิ์หยิบมือถือออกมาดูแล้วก็แปลกใจ หน้าจอมือถือของพิศุทธิ์เห็นเป็นชื่อของกะรัตโทรมา

“คุณโทรหาผมทำไม”

กะรัตยิ้มแล้วรีบเข้ามาแย่งมือถือของพิศุทธิ์ที่ยังคงดังอยู่มาดู ก่อนจะตัดสายทิ้งไป

“เมมชื่อซะเป็นทางการเชียว นี่เราเป็นแฟนกันแล้วนะ จะเมมชื่อว่ากะรัตเฉยๆไมได้ มาค่ะ”

กะรัตรีบเอาหน้าไปชิดพิศุทธิ์แล้วยืนแอ็คถ่ายรูปคู่ด้วยกัน พิศุทธิ์แทบจะตั้งตัวไม่ทัน กะรัตยิ้มให้กับรูปคู่สวีทรูปแรกของตัวเอง แล้วจัดแจงเอาขึ้นใส่เป็นรูปประจำตัวของเบอร์เธอทันที

“ต่อไปนี้เวลาฉันโทรหา คุณเห็นแล้วจะได้อารมณ์ดี” กะรัตส่งมือถือคืนให้ “มา ขอฉันมั่ง”

กะรัตหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาตั้งท่าจะถ่าย แต่มีสายเรียกเข้ามาพอดี

“แม่”

กะรัตเห็นชื่อแม่แล้วเซ็ง เลยปล่อยให้เสียงโทรศัพท์ดังอยู่แบบนั้น

“รับสิครับ”

“เรื่องอะไรจะรับ”

“คุณคงไม่กล้าบอกให้ท่านรู้ว่าอยู่กับผมใช่มั้ย”

“ไม่ใช่ไม่กล้า แต่ฉันขี้เกียจจะทะเลาะกับแม่”

“แม่เราสองคนคงไม่มีวันเข้าหน้ากันได้”

“แค่คิดก็รู้แล้วว่า ตอนจบคงเป็นไปไม่ได้ ไร้อนาคตอย่างนี้แล้ว คุณจะยังคบกับฉันมั้ย”

“นี่เราก็กำลังอยู่ในอนาคตนะ...เป็นอนาคตของเมื่อวาน”

กะรัตยิ้มกับความคิดของพิศุทธิ์ กะรัตจับมือของพิศุทธ์ขึ้นมา

“ก่อนหน้านี้ กั้งเองก็ไม่ได้นึกเลยว่าเราสองคนจะเป็นอย่างวันนี้ได้ เพราะฉะนั้นกั้งจะพยายามทำวันนี้...ทำตอนนี้ให้ดีสุด กั้งเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ของเราไม่มีทางเป็นอย่างอื่น...นอกจากเราจะมีแต่วันดีๆขอบคุณมากที่ให้โอกาสผู้หญิงอย่างกั้งนะคะ”

กะรัตซบไหล่พิศุทธ์อย่างหวังให้เขาเป็นที่พักพิงสุดท้าย พิศุทธิ์ฟังคำพูดของกะรัตอย่างเข้าใจ สองหนุ่มสาวจูงมือกันเดินไปอย่างมีความสุข

เช้าวันใหม่...สายน้ำผึ้งเปลี่ยนทรงผมใหม่กำลังนั่งแต่งหน้าอย่างตั้งอกใจ รสสุคนธ์เห็นสายน้ำผึ้ง ออกสายกว่าทุกวันก็ขึ้นมาตาม

“สายแล้วนะผึ้ง เดี๋ยวรถก็ติดหรอก”

สายน้ำผึ้งรีบเร่งปัดแก้ม

“เสร็จแล้วจ้า”

สายน้ำผึ้งยืนขึ้นหันมาหารสสุคนธ์ เธอเปลี่ยนสไตล์จนสวยมาก รสสุคนธ์ตะลึง

“โอ้โฮ จะแต่งตัวสวยไปทำไม คนท้องใครเขาจะมอง”

“น้ารสไม่รู้อะไร การที่เราท้องไม่มีพ่อ ก็เรียกคะแนนสงสารได้เหมือนกัน”

“พูดแบบนี้ ไปเจอใครเข้าอีกล่ะ”

“ผึ้งว่าผึ้งจะเปิดโอกาสให้ตัวเอง คนดีๆที่ไม่รังเกียจเราก็คงจะมี ผึ้งยังสาว ยังสวย ทีกั้งยังแต่งงานได้ตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นใครจะว่าอะไรเลย...” สายน้ำผึ้งคิดถึงพิศุทธิ์ “...ผึ้งก็มีดีของผึ้งเหมือนกัน”

สายน้ำผึ้งยิ้มอย่างมีความหวัง แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าออกจากห้องไป รสสุคนธ์ยังมองตามอย่างสงสัย

สายน้ำผึ้งเดินเข้าออฟฟิศรีรอชะเง้อคอย เมื่อพิศุทธิ์มาถึง เธอมองสไตล์การแต่งตัวใหม่ของเขาอย่างตะลึง โดยเฉพาะเมื่อพิศุทธิ์ไม่มีแว่นบดบังความคมคายของใบหน้า

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ”

“วันนี้คุณพิศุทธิ์ดูแปลกตาจังเลย”

“คุณสายน้ำผึ้งทำผมมาใหม่เหรอครับ...ดูสดใสขึ้นนะครับ”

“เอ่อ...ค่ะ...แหม ใจเราตรงกันจังเลยนะคะ”

พิศุทธิ์เก้อๆกับคำพูดสายน้ำผึ้ง วางหน้าไม่ถูก สายน้ำผึ้งเห็นอาการของเขา อดยิ้มให้ความน่ารักของเขาไม่ได้ เมื่อมองไปเห็นเงาที่สะท้อนในกระจกออฟฟิศเห็นเธอกับพิศุทธิ์ที่ยืนอยู่ข้างกัน เธอมองดูภาพนั้นแล้วแอบยิ้ม

พวงหยกเดินเข้ามาเอาเรื่องกะรัต ที่นั่งเลือกแบบเสื้อผู้ชายอยู่บนเตียงในห้องนอน

“นี่แม่ตัวดี ทำไมเมื่อคืนไม่รับสายฉัน”

กะรัตตกใจ รีบหาข้ออ้าง

“แม่...โธ่ ก็กั้งกำลังยุ่ง”

พวงหยกเห็นบนเตียงของกะรัตเต็มไปด้วยรูปแฟชั่น รูปสเก็ตช์ชุดทำงานผู้ชาย จึง เดินเข้าไปหยิบรูปขึ้นดูอย่างแปลกใจ

“ที่ร้านแกขายเสื้อผ้าผู้ชายตั้งแต่เมื่อไหร่”

กะรัตรีบมาดึงรูปออกไปจากมือแม่

“ก็ว่ากำลังจะทำนี่แหละค่ะ ถึงได้หาข้อมูลอยู่นี่ไง”

กะรัตรีบปิดหนังสือ เก็บข้าวของเพราะไม่อยากให้แม่สักอีก พวงหยกเห็นถุงเสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆวางอยู่ก็รีบเข้าไปดึงเสื้อและเนคไทออกมาดู

“นี่ถ้าไม่ใช่เรื่องงาน ฉันจะนึกว่าแกกลับไปติดผู้ชายอีกแล้วนะ”

“เปล่า...แม่ก็ กั้งจะเอาเวลาที่ไหนไปมีใคร กั้งไปก่อนนะ”

กะรัตรีบหยิบกระเป๋าสะพายกับนิตยสาร เผ่นแน่บออกจากห้อง

“ยัยกั้ง...ยัยกั้ง เดี๋ยว กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน”

พวงหยกไม่ยอมตามมาถึงโต๊ะอาหารที่มีกุนตีกับกันตานั่งทานกันอยู่ นวลคอยจัดแจงเสิร์ฟอาหารให้

“คุณกั้งทานข้าว...” นวลพูดค้าง

“กั้งขอตัวนะ พอดี...นัดเพื่อนไว้น่ะ” กะรัตรีบพูด

กุนตีงงๆ กันตาแอบยิ้ม กุนตีแอบเห็นท่าทีกันตาก็พอจะรู้

“ยัยกั้ง ดูมันซิ ลุกลี้ลุกลน ทำท่ายังกับ...”

พวงหยกสงสัย กันตารีบดักคอ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ มาทานข้าวเหอะ”

“ฉันว่ายัยกั้งมันต้องมีผู้ชาย แน่ๆ” พวงหยกหันไปจิกนวล “นวล”

“อุ้ย” นวลสะดุ้ง

“แกรู้รึเปล่าว่ายัยกั้งคบกับใคร”

กันตารีบส่งสายตากำชับไม่ให้นวลหลุดปาก

“โอ๊ย...ไม่รู้หรอกค่า นวลไม่รู้จักจริงๆ ไม่รู้หรอกว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร”

พวงหยกตบโต๊ะฉาด

“นั่นไง แปลว่ามันกำลังมีใครจริงๆนั่นแหละ”

นวลหน้าเสียที่หลุดปากพูดไป กันตาหันไปขยิบตาให้พี่ช่วย กุนตีส่ายหน้าระอาน้องแล้วพูดตัดปัญหาไป

“ยัยกั้งอาจจะไม่ได้มีใครก็ได้ แม่จะคิดมากทำไมคะ”

“ฉันคิดไปเองที่ไหน ท่าทางมันมีลับลมคมในขนาดนั้น ไม่ได้การละ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ายัยกั้งคบใคร ก่อนที่มันจะถลำไปทั้งตัว” พวงหยกหมายมาด

กุนตี กันตา นวลนึกเสียวแทนกะรัตขึ้นมาทันที

เย็นนั้น สายน้ำผึ้งอยู่ที่โต๊ะทำงานผุดลุกผุดนั่ง พยายามลอบมองว่าพิศุทธิ์ที่นั่งโต๊ะใกล้ๆว่าจะกลับหรือยัง พอเขาขยับลุกขึ้น เธอรีบก้มหน้าก้มตาเหมือนตั่งใจทำงานต่อ พิศุทธิ์เดินผ่านโต๊ะสายน้ำผึ้งเลยเอ่ยทัก

“ยังไม่กลับเหรอครับ เลิกงานแล้ว”

สายน้ำผึ้งแกล้งทำเพิ่งรู้ตัว

“อ้าว เย็นขนาดนี้แล้วเหรอคะ ทำเพลินจนลืมเวลาเลยค่ะ”

“รีบกลับไปพักเถอะครับ คุณกำลังท้อง ไม่ควรหักโหมเกินไป”

“ก็เพราะกำลังท้องไงคะ ดิฉันถึงยิ่งต้องทำงาน...เพื่ออนาคตของลูก”

พิศุทธิ์มองนึกสงสารเหมือนกัน

“ผมเข้าใจครับว่าการเป็นซิงเกิ้ลมัม ไม่ใช่เรื่องง่าย”

สายน้ำผึ้งแปลกใจที่พิศุทธิ์รู้เรื่องส่วนตัวของเธอ

“คุณรู้เรื่องของฉันด้วยเหรอคะ”

พิศุทธิ์นึกขึ้นได้แต่ไม่กล้าบอกว่ารู้อะไรมาจึงได้พยายามเลี่ยง

“ผมรู้จากหัวหน้าของคุณ”

“เรื่องแบบนี้ปิดไม่เคยมิดเลยนะคะ ที่ฉันต้องออกจากที่เก่าก็เพราะเรื่องท้องไม่มีพ่อนี่แหละ”

“แต่ทุกคนที่นี่ชื่นชมคุณมากนะครับ” พิศุทธิ์จงใจพูดให้ตรงเรื่องอดีตสายน้ำผึ้งแบบ

เนียนๆ “คุณเลือกที่จะโยนอดีตทิ้ง แล้วเริ่มต้นใหม่อย่างกล้าหาญ”

“จริงเหรอคะ” สายน้ำผึ้งดีใจ

“อย่าท้อนะครับ...ลูกคุณจะต้องภูมิใจในตัวคุณ เชื่อผมนะ”

สายน้ำผึ้งจับที่กระเป๋าถือให้รู้ว่าอยากกลับกับพิศุทธิ์

“งั้น...”

พิศุทธิ์ไม่ได้สังเกตยิ้มให้กำลังใจสายน้ำผึ้งแล้วเดินไป สายน้ำผึ้งเจ็บใจที่พิศุทธิ์ไม่ชวน คิดว่าจะทำยังไงดี แล้วรีบรวบแฟ้มหลายแฟ้มบนโต๊ะก่อนวิ่งแจ้นตามพิศุทธิ์ไป

สายน้ำผึ้งหอบแฟ้มพะรุงพะรัง กึ่งเดินกึ่งวิ่ง สายกระเป๋าสะพายหล่นจากบ่า เธอจะจับสายสะพายกระเป๋าขึ้นมา แฟ้มก็ลื่นร่วงตกลงไปอีก สายน้ำผึ้งจะบ้าตาย รีบรวบๆแฟ้มลวกๆแล้ววิ่งไป...สายน้ำผึ้งวิ่งมาแล้วเบรค ตัดสินใจเลี้ยวไปอีกทางจะไปดักพิศุทธิ์ไว้

สายน้ำผึ้งวิ่งหอบแฟ้มที่จะหลุดมิหลุดแหล่ ต้องย่อตัวเอาเข่าดันแฟ้มขึ้นมาจนถึงโถงชั้นล่าง เหลียวซ้ายแลขวา เห็นพิศุทธิ์เดินออกจากลิฟท์มา เธอรีบหมุนตัวกลับ ทำทีหอบของจะกลับบ้านแล้วแกล้งทำแฟ้มหล่นลง

“ว้าย โธ่เอ๊ย...คนยิ่งจะรีบ”

พิศุทธิ์ที่เดินตรงมาเห็น สายน้ำผึ้งจะก้มลงเก็บของแต่ไม่ถนัด เพราะท้องค้ำอยู่ เลยย่อตัวลง พิศุทธิ์รีบเข้าช่วย จับแขนสายน้ำผึ้งให้ยืนขึ้น

“ผมเก็บให้เอง” สายน้ำผึ้งรวบแฟ้มขึ้นมา “นี่คุณยังจะหอบงานกลับไปทำที่บ้านอีกเหรอครับ”

“นี่คุณยังไม่กลับอีกเหรอคะ”

พิศุทธิ์ไม่ได้ใส่ใจคำถาม

“ของเยอะขนาดนี้แล้วคุณจะกลับบ้านยังไง”

“ฉันกลับแท็กซี่ได้ค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวผมไปส่งให้ดีกว่า เชิญครับ”

พิศุทธิ์เดินนำออกไป สายน้ำผึ้งยิ้มดีใจที่แผนสำเร็จ รีบจ้ำตาม

สายน้ำผึ้งนั่งคู่กับพิศุทธิ์มาในรถอย่างมีความสุขมาก แอบลอบมองเขาตลอดเวลา

“คุณหอบงานกลับบ้านแบบนี้ทุกวันเหรอครับ”

“เวลาทำงานของเรากับลูกค้าที่อเมริกามันไม่ตรงกันนี่คะ”

“แบบนี้จะถือว่าบริษัทใช้แรงงานเด็กด้วยรึเปล่า”

สายน้ำผึ้งยิ้มกับมุกของเขา

“บริษัทอุตส่าห์ให้โอกาสเราแม่ลูก ฉันต้องตอบแทนให้เต็มที่ค่ะ”

เสียงมือถือของพิศุทธิ์ดังขึ้น เขาหยิบมาดูเห็นหน้าจอว่าเป็นกะรัตโทรมาจึงกดรับ สายน้ำผึ้งนั่งนิ่งตั้งใจฟัง

“ผมเพิ่งเลิกงานกำลังกลับบ้าน” พิศุทธิ์ยิ้มเมื่อกะรัตบอกให้ขับรถดีๆ “ขอบคุณนะครับ” พิศุทธิ์ปิดมือถือ

“ตายจริง คุณต้องไปส่งฉันเลยกลับผิดเวลาจนคนที่บ้านโทรตาม...”

“คนที่บ้านผมก็มีแต่แม่...”

สายน้ำผึ้งได้ฟังแล้วยิ่งมีความหวัง พิศุทธิ์หันมามองเห็นสายน้ำผึ้งยิ้มก็แปลกใจ สายน้ำผึ้งรู้ตัวก็รีบแก้เก้อ

“คืนนี้ ฉันอยากสรุปข้อมูลนำเสนอลูกค้าให้เสร็จ แต่ข้อมูลงานวิจัยที่ฉันมีอยู่หลายหัวข้อฉันไม่ค่อยเข้าใจ...ถ้าฉันจะขอเบอร์คุณไว้ ไม่ทราบจะรบกวนรึเปล่าคะ”

รถของพิศุทธิ์ขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน

“ขอบคุณมากนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

สายน้ำผึ้งหอบข้าวของลงจากรถ พิศุทธิ์ขับรถออกไป รสสุคนธ์กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน มองเห็นว่ามีคนมาส่งสายน้ำผึ้งก็แปลกใจ

“ใครมาส่งเหรอ”

“คนที่ทำงานค่ะ เขาเป็นใจดีมากเลยน้ารส”

“งั้นก็นับว่าโชคดีที่ได้ย้ายมาทำงานที่นี่”

“นั่นสิคะ ตั้งแต่ผึ้งเลิกคบกับกั้ง ชีวิตผึ้งดีขึ้นทุกวัน ขอแค่ไม่มีกั้งมาเป็นมาร ผึ้งมั่นใจว่าชีวิตผึ้ง ต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่ๆ”

รสสุคนธ์อึ้ง อ่อนใจกับความคิดหลาน เดินเลี่ยงไปรินน้ำ สายน้ำผึ้งมองนามบัตรเห็นชื่อ ม.ร.ว. พิศุทธิ์ ศักดิ์โกศล แล้วยิ้มอย่างมีความหวัง

“ถึงเวลาที่เธอจะต้องรับกรรม ด้วยการนั่งมองความโชคดีของฉันบ้างแล้ว...กั้ง”

สายน้ำผึ้ง ยังคงจมอยู่กับมิจฉาทิฐิของตัวเอง

อ่านต่อเวลา 17.00น.



กำลังโหลดความคิดเห็น...