xs
xsm
sm
md
lg

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 6

โรสรินเดินถือห่วงฮูลาฮูปเข้ามา จะไปรวมกลุ่มกับทุกคน โรสรินหันมองไปเห็นเด็กหญิงคนหนึ่ง นั่งหน้าตาซึมๆ อยู่ที่ศาลา โรสรินเห็นว่าเด็กหญิงเศร้ามาก ก็เดินไปหาอย่างสงสัย
“มานั่งเศร้าอะไรตรงนี้”
“แข่งไปก็แพ้อยู่ดี เราไม่ชนะหรอก”
“มันน่าภูมิใจมากเหรอกะอีแค่ชนะแข่งเต้นฮูลาฮูป”
“พี่ไม่เข้าใจหรอก”
โรสรินแอบปรี๊ดนิดหนึ่ง
“ก็ใช่สิ เข้าใจแล้วจะถามเหรอ”
“พวกหนูก็ไม่รู้ทำไมถึงอยากชนะ รู้แต่ว่าถ้าชนะแล้วพวกหนูภูมิใจ แล้วก็คงมีความสุข”
“ความสุข”
“ความสุขที่สุดในโลก”
เด็กหญิงบอกด้วยความจริงใจตาเป็นประกาย โรสรินนิ่งคิด มองเด็กหญิงที่นั่งเศร้าอย่างรู้สึกสงสาร แล้วบอกกับเด็กหญิง
“พี่ไม่รู้หรอกนะว่ามันสุขยังไง แต่พี่ก็อยากให้เธอมีความสุข ไป…” โรสรินจูงมือเด็กหญิง เด็กหญิงมองเหวอๆ
“ไปซี้ ไม่อยากมีความสุขรึไง”
โรสรินจูงมือเด็กหญิงออกไปเลย

รถตะวันขับเข้ามาจอด จากนั้นตะวัน น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ พากันลงจากรถ
“อึ่งว่านะ ปีนี้เราต้องชนะแน่ๆ เลย”
“ขนาดนั้นเลย แสดงว่ามั่นใจในตัวพี่โรสมากน่ะซี้”
“เปล๊า เพราะอึ่งกับอาทิตย์ลงแข่งด้วยต่างหาก” อึ่งบอกแล้วหันมาทำกิฟต์มีไฟว์กับอาทิตย์
“เอาจริงเหรอออ”
น้ำค้าง ตะวันถามพร้อมกัน อึ่งและอาทิตย์พยักหน้าอย่างมั่นใจ
“เอ้อ ตกลงนึกยังไงถึงอยากช่วยยัยโรสสอนเด็กๆ ด้วย” ตะวันหันมาถามน้ำค้าง
“เอ๊า ก็พี่ตะวันบอกเองว่ามันคือความฝันของเด็กๆ น้ำค้างก็อยากช่วยให้สำเร็จไง”
ตะวันลูบหัวน้ำค้างอย่างเอ็นดู
“น่ารักเหมือนกันนะเรา”
“เพิ่งรู้เหรอ งามทั้งใจและใบหน้าเลยล่ะ” ตะวันยิ้มขำๆ น้ำค้างนึกอะไรขึ้นได้ก็ถามอย่างสงสัย “พี่ตะวันว่าป่านเนี้ย พี่โรสเค้าองค์ลงรึยังอ่ะ ไม่ใช่เด็กๆ กระเจิดกระเจิงไปแล้วเหรอ”
“ไม่หรอก ถึงยัยโรสร้ายก็จริง แต่กับเรื่องนี้ไม่ทำพังแน่”
“แน่ใจ”
ตะวันยิ้มมั่นใจ
“เดี๋ยวก็รู้”

โรสรินจูงมือเด็กหญิงเดินเข้ามาหามาลัยที่กำลังสอนเด็กๆ อยู่ มาลัยหันไปเห็นก็หยุดสอน เดินเข้าไปหาโรสรินทันที มาลัยกระชากมือเด็กหญิงเข้ามารวมกลุ่ม
“ไปไหนมา มาซ้อมเดี๋ยวนี้เลยนะ”
เด็กหญิงปลิวตามแรงเหวี่ยง เพื่อนๆ ต้องช่วยประคอง
“ทำไมต้องรุนแรงขนาดนี้ ไม่เห็นเหรอว่าน้องเค้าเจ็บ”
“อย่ายุ่งกับเด็กของฉัน จะไปไหนก็ไป ไป๊”
“ไม่ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น” มาลัยจ้องหน้าโรสรินอย่างข้องใจ“ฉันจะสู้ต่อ ฉันจะพาเด็กๆ คว้าแชมป์ให้ได้”
มาลัยยิ้มเยาะ
“โถ ตื่นๆๆ ตื่นได้แล้ว ไม่มีใครอยากให้เธอสอน” มาลัยหันไปหาเด็กๆ “จริงมั้ยล่ะ บอกยัยนี่ไปสิ”
เด็กมองหน้ากันอย่างปรึกษา โรสรินตัดสินใจเดินเข้าไปหาอย่างจริงใจ
“พี่ขอโทษนะที่เคยดูถูกพวกเธอไว้ แต่พี่อยากให้พวกเราชนะจริงๆ ถ้าพวกเธออยากชนะ อยากมีความสุข พี่ช่วยพวกเธอได้นะ” โรสรินยิ้มให้เด็กๆ อย่างจริงใจ ยื่นมือออกไปให้เด็กๆ รวมพลัง “เรามาสู้กันอีกครั้ง เพื่อความฝันของพวกเธอ”
เด็กๆ มองหน้ากันเอาไงดี
“ยัยนั่นช่วยพวกแกไม่ได้หรอก ฉันต่างหากที่ช่วยพวกแกได้” มาลัยบอก
“ให้พี่สอนนะ เพื่อชัยชนะของพวกเรา” โรสรินพูดกับเด็กๆ ในที่สุดเด็กๆ หันมาจับมือรวมพลังกับโรสริน มาลัยปรี๊ดแตก
“ทำไมพวกแกถึงปัญญาอ่อนแบบนี้ เชื่อยัยนั่นได้ยังไง”
โรสรินยิ้ม เย้ยหยันมาลัย
“เพราะเด็กๆ ไม่เชื่อเธอต่างหากมาลัย ไปซะเถอะ ถ้าไม่อยากอายมากกว่านี้ ชิ๊ว”
“แก๊ อยากสอนนักใช่มั้ย อยากเป็นคนสำคัญมากนักใช่ไหม ได้”
มาลัยอาละวาดหยิบฮูลาฮูปฟาดพื้น ฟาดตามเสาบ้านจนฮูลาฮูปบิดเบี้ยว มาลัยโยนฮูลาฮูปทิ้ง ระเนระนาด มาลัยหยิบข้าวของแถวนั้นปาใส่โรสริน โรสรินปรี๊ดแตกจนได้
“ต่ำที่สุด เธอทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้” มาลัยยังไม่หยุดอาละวาด เด็กๆ แตกตื่น โรสรินตรงเข้าไปกระชากมือมาลัยมาจับไว้ “หยุดบ้าเดี๋ยวนี้ ฉันสั่งให้เธอหยุด”
มาลัยสะบัดตัวหลุดออก ผลักโรสรินออกไป โรสรินโมโห เงื้อมือจะตบ แค่ขู่
“ไม่ไหวแล้วนะ ฉันบอกให้หยุด”
ตะวัน น้ำค้าง อาทิตย์ อึ่งวิ่งเข้ามาเห็นเหตุการณ์ก็ตกใจ
“อย่านะโรส / พี่โรสส อย่า”
ทุกคนร้องห้าม มาลัยหันขวับไปมอง เสียหลักผงะล้มลงก้นจ้ำเบ้า โครม มาลัยร้องลั่น
“ฉันไม่ผิดนะ ฉันยังไม่ทำอะไรเลย”
โรสรินบอก ตะวันโกรธมาบอกเสียงเข้ม
“กลับไร่ ไม่ต้องสอนแล้ว”
“อ้าว แล้วใครจะสอนเด็กๆ แทนพี่โรส” น้ำค้างถาม
“ก็ฉันน่ะสิ หัวโด่อยู่ตรงนี้ไม่เห็นรึไง” มาลัยบอกแล้วพยายามลุกขึ้นแต่ก็เจ็บข้อเท้ามากๆ ร้องลั่น ล้มลงไปอีกครั้ง กุมเท้าอย่างเจ็บปวด “โอ๊ยย ขา ขาฉัน โอ๊ย หักรึเปล่าเนี่ย” มาลัยกุมขาร้องโอดโอย
“ถ้ามาลัยสอนไม่ได้ก็ยกเลิก ไม่ต้องส่งประกวดมันแล้ว”
เด็กๆ หน้าเหวอ มีแววตาแห่งความผิดหวัง มาลัยลุกขึ้นหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆๆ หัวเราะทีหลังดังกว่าเว้ยเฮ้ย โอ๊ย”

โรสรินมองแววตาเศร้าของเด็กๆ แล้วสงสาร โรสรินครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ตะวันพาโรสรินกลับไร่ พอกลับถึงไร่ตะวันมองหน้าโรสรินอย่างแปลกใจมาก
“รับผิดชอบ ผมเนี่ยนะต้องรับผิดชอบ”
“ใช่ ฉันอยู่ของฉันดีๆ นายก็โยนให้ฉันไปเป็นครูสอนเด็กๆ จนฉันอยากทำหน้าที่นี้ขึ้นมาจริงๆ แล้วอยู่ดีๆ นายก็ไม่ให้ฉันทำ สติดีรึเปล่า”
“เพราะสติดีก็เลยยับยั้งทันไง ผมประเมินคุณสูงไป คุณไม่เหมาะกับงานนี้”
ตะวันเดินหนี โรสรินไม่ยอมแพ้เดินไปต่อว่าข้างๆ หู ตะวันพยายามไม่สนใจ
“ไอ้คนใจดำ” ตะวันไม่สนเดินหนี โรสรินตามไปอีก “คนไม่ให้โอกาสคน” ตะวันเดินหนีพยายามทำหูทวนลม
“ไอ้โลกแคบ ชอบดูถูกคนอื่น”
ตะวันชักทนไม่ไหวหยุดเดิน ถามโดยไม่หันมา
“ตกลงจะสู้อีกสักตั้งใช่มั้ย”
“สู้หลายตั้งเลยล่ะ ฉันต้องทำให้สำเร็จ นายต้องพาฉันกลับไปที่นั่น”
โรสรินดูมุ่งมั่นมากจนตะวันยิ้มออกมาอย่างพอใจ แล้วตะวันก็หันกลับไปปั้นหน้าขรึมกับโรสริน
“แน่ใจนะว่าจะไม่ล้มเลิกกลางคัน”
“หึ นายก็รู้ว่าคนอย่างฉันไม่เคยยอมแพ้”
“ก็ได้ ถ้าคุณอยากได้รับโอกาส”
“ฉันไม่ได้ขอร้อง แต่ฉันกำลังสั่งนาย”
“จะยังไงก็ช่าง คุณได้รับสิทธิ์นั้น แล้วอย่าทำให้ใครผิดหวังล่ะ”
“ก็แค่เนี้ย” โรสรินยิ้มมั่นใจสุดๆ “คอยดูก็แล้วกัน”
โรสรินเดินหนีขึ้นบ้านไป ตะวันยิ้มอย่างพอใจ

เช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้านตะวัน อุษาวดีเดินนำนักธุรกิจหนุ่มหล่อมานั่งที่มุมรับแขก นักธุรกิจหนุ่มมองไปรอบๆ อย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมคุณอุษานัดผมมาที่ต่างจังหวัดไกลแบบนี้”
อุษาวดียิ้มให้นักธุรกิจ
“อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างน่ะค่ะ เผื่อธุรกิจของเราจะราบรื่นสวยงามเหมือนที่นี่ไงคะเรามาเริ่มธุรกิจของเราดีกว่าเนอะ”
อุษาวดีหันไปหยิบคอมพิวเตอร์แม็คบุ๊คออกจากกระเป๋า นักธุรกิจหนุ่มแอบมองที่ต้นขาขาวๆ สีหน้าหื่นๆตะวันเดินผ่านมาพอดี สังเกตเห็นเข้า นักธุรกิจเลียริมฝีปากแพร่บดูโรคจิตหื่นมากๆ ตะวันมองอย่างสงสัยๆ นักธุรกิจแกล้งปัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะหล่นพื้น
“โธ่เอ๊ย ซุ่มซ่ามจริงๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ อุษาช่วย”
นักธุรกิจจงใจจับมืออุษาวดีลูบไล้ยิ้มหื่นๆ อุษาวดีเอะใจหันมองหน้า นักธุรกิจทำเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยกแฟ้มขึ้นวางบนโต๊ะ ตะวันมองนักธุรกิจอย่างไม่ไว้ใจ

อุษาวดีเปิดไฟล์แผนงานธุรกิจให้นักธุรกิจหนุ่มหล่อได้ดูพร้อมอธิบาย แต่สายตานักธุรกิจเอาแต่โลมเลียเรือนร่างของอุษาวดี
“แผนงานที่ทางบริษัทเราตั้งเป้าไว้ก็คือภายในไตรมาสที่สองต้องเป็นผู้นำครองส่วนแบ่งในตลาดมากกว่าหกสิบเปอร์เซนต์ เอ่อ คุณโอมคะ”
“เอ่อ ขอโทษครับ ฟังอยู่ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับผมจะช่วยให้เป้าหมายของเราเป็นจริงได้แน่นอน แค่คุณยอมตกลงร่วมลงทุนด้วยกัน”
เสียงโทรศัพท์มือถืออุษาวดีดังขึ้น อุษาวดีขอตัวลุกขึ้นคุยโทรศัพท์ นักธุรกิจเห็นอุษาวดีเผลอก็หยิบมือถือของตัวเองกดโหมดถ่ายคลิป แล้วพยายามส่องใต้กระโปรงอุษาวดี ตะวันเดินเข้ามาเห็นพอดี นักธุรกิจรีบเก็บมือถือทันที เป็นจังหวะเดียวกับที่อุษาวดีกำลังจะวางสาย
“อุษาติดงานอยู่ เดี๋ยวจะรีบติดต่อกลับไปนะคะ”
ตะวันโอบเอวอุษาวดีทันที อุษาวดีหันขวับมองอย่างอึ้งๆ นักธุรกิจเหวอสุดๆ
“นาย นายเป็นใคร”
ตะวันยื่นมือให้นักธุรกิจจับ
“ตะวันครับ เจ้าของไร่ตะวัน”
นักธุรกิจหนุ่มยื่นมือจับอย่างเสียมิได้ ตะวันบีบมือแรงๆ จนนักธุรกิจเอะใจ
“แล้วก็เป็นแฟนคุณอุษาวดีด้วยครับ”
“แฟน”
“คุณตะวัน” อุษาวดีถึงกับอึ้ง
ตะวันยิ้มให้นักธุรกิจอย่างเหนือกว่า นักธุรกิจเขม่นมองอย่างไม่ถูกชะตา

หน้าบ้านพักโรสริน โรสรินรีบเดินออกไป พีระเดินตาม โรสรินหันมองพีระ
“เค้าไปด้วยนะ ไปให้กำลังใจก็ยังดี”
“ยุ่ง”
“พีจะทำตัวน่ารัก ไม่ดื้อไม่ซน ขอแค่อยู่ใกล้ๆ โรซี่ก็พอ นะ นิสนึง นะ นะ”
“จี๊ดแล้ว เริ่มจี๊ดส์แล้ว”
พีระกลัวผงะถอยห่างๆ
“ถ้างั้นก็สู้ๆ นะ ไฟต์ติ้ง โย่”
โรสรินส่ายหัวอย่างรำคาญแล้วรีบเดินออกไป พีระโบกมือให้กำลังใจอยู่หยอยๆ

โรสรินเดินมองซ้าย ขวา หาตะวัน
“สายป่านนี้มัวทำอะไรอยู่ ยิ่งมีเวลาน้อยๆ อยู่”
โรสรินเดินเข้ามาเห็นตะวันอยู่กับอุษาวดีและนักธุรกิจก็สงสัย แอบมองอยู่ห่างๆ อย่างตะลึงเมื่อเห็นตะวันบีบจมูกอุษาวดีอย่างเอ็นดู
“คุณยังไม่ได้แนะนำเหรอครับว่าเราเป็นอะไรกันW
ตะวันยิ้มให้อุษาวดีอย่างหวานเชี้ยบ อุษาวดีอึ้งๆ ตามน้ำไป
“เอ่อ ค่ะ”
ตะวันโอบเอวอุษาวดีแน่น
“ไม่ต้องอายหรอกครับ ที่รัก” อุษาวดียิ่งตาโต
“คุณสองคนเป็นแฟนกันเหรอ” นักธุรกิจถาม
ตะวันจับมืออุษาวดี มองตาหวาน อุษาวดียิ้มตามน้ำไป
“เรารักกันครับ”
โรสรินช็อกสุดๆ กับภาพตรงหน้าที่ไม่คาดฝัน
“นายตะวัน” โรสรินหลบมุมแอบมองอย่างสงสัยสุดๆ “ตะวัน อุษาวดี อะไร ยังไง เมื่อไหร่”

โรสรินช็อกอย่างสุดๆ

โรสรินเดินหน้าช็อกๆ เข้ามา พีระมองเห็นอาการของโรสรินก็สงสัย รีบเดินเข้าไปหา
“โรซี่ โรซี่” พีระเอามือแกว่งตรงหน้า “เป็นอะไรรึเปล่า”
“อุษา”
“อุษานัดผู้ร่วมลงทุนมาคุยงานกันอยู่ไม่ใช่เหรอ มีอะไรรึเปล่า”
“อุษาเป็นแฟนนายตะวัน”
“เยส เยส แบบนี้โรซี่ก็ไม่ต้องแต่งกับนายตะวันแล้วสิ” พีระยิ้มๆ อยู่คนเดียวแต่แล้วพลันก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“หึ๊ เมื่อกี๊โรซี่บอกว่าใครเป็นแฟนนายตะวันนะ”
“น้องสาวนายยังไงล่ะ หูตึงรึไง”
แล้วโรสรินก็เดินออกไป พีระนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น ช็อกสุดๆ

นักธุรกิจหนุ่มพยายามหาทางให้ตะวันออกไปจากตรงนั้น
“ผมไม่อยากเสียมารยาทนะครับ แต่ผมอยากคุยเป็นการส่วนตัวกับคุณอุษา มันเป็นเรื่องของความลับทางธุรกิจน่ะครับ”
“ความลับทางธุรกิจหรือความลับในมือถือคุณกันแน่ ขอดูมือถือคุณหน่อย”
อุษาวดีหันมองตะวันอย่างสงสัย
“จะดูไปทำไม”
ตะวันยิ้มให้ แล้วตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อนักธุรกิจ แล้วตะคอกขู่
“ถ้าไม่อยากลงไปกองแทบเท้าฉัน เอามือถือออกมาเดี๋ยวนี้”
อุษาวดีพุ่งเข้าไปคว้ามือถือมาดู นักธุรกิจเหงื่อแตกพลั่กๆ สีหน้าหวั่นๆ อุษาวดีดูคลิปที่นักธุรกิจถ่ายใต้กระโปรงตัวเองแล้วกรี๊ดลั่น
“นี่ แก ไอ้เลว ไอ้โรคจิต ไอ้ทุเรศ”
อุษาวดีปามือถือทิ้งกระจายและตรงเข้าไปทุบตีนักธุรกิจอย่างโมโห นักธุรกิจปัดป้องเป็นพัลวัน ผลักอุษาวดีกระเด็นออกมา ตะวันรับไว้ได้ทัน นักธุรกิจเผยตัวจริงออกมา
“โธ่เว๊ย ขอดูนิดหน่อยทำเป็นโวยวาย”
อุษาวดีทนไม่ได้จะพุ่งเข้าไปอีก ตะวันรั้งไว้
“อย่าครับคุณอุษา อย่าไปแตะต้องตัวคนอย่างนั้น คนอย่างมันต้องเจอแบบนี้” ตะวันชกหน้านักธุรกิจอย่างแรงจนล้มคว่ำไป แล้วกระชากนักธุรกิจขึ้นมา “อย่ายุ่งกับแฟนฉันอีก แล้วอย่าทำแบบนี้กับใคร ไม่งั้นฉันตามล่าแกแน่ ไปให้พ้น”
นักธุรกิจกลัวลนลานรีบวิ่งหนีขึ้นรถ แล้วขับออกไปเลย อุษาวดีตัวสั่นอย่างกลัวๆ ตะวันเห็นอุษาวดีกลัวก็เลยตบไหล่ปลอบเบาๆ
“ไม่ต้องกลัวนะ คุณไม่ตกเป็นเหยื่อไอ้โรคจิตแล้วล่ะ”
อุษาวดียังขวัญเสียกอดตะวันแน่นอย่างขอบคุณ
“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากนะคะคุณตะวัน”
ตะวันตัวเกร็งๆ ที่ถูกกอดอย่างแนบแน่นเนื้อแนบเนื้อ

ตะวันเดินมาส่งอุษาวดีที่หน้าบ้าน
“ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้อุษาคงเสียทีไอ้โรคจิตนั่น โชคดีที่ไม่ได้ร่วมงานกับคนแบบนั้น”
“ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับ ถ้าไม่ใช้แผนแกล้งเป็นแฟนคุณ ไอ้หมอนั่นอาจจะมาตามรังควาญคุณอีก ต่อไปมันไม่กล้ากลับมาตอแยคุณอีกแล้วล่ะ” สีหน้าตะวันรู้สึกผิดมาก “ต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ ที่ผมอาจจะแสดงสมบทบาทไปหน่อย หวังว่าคงไม่ถือสาผมนะครับ ผมไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินคุณเลย”
ตะวัน อุษาวดียิ้มให้กัน อุษาวดีดูปลาบปลื้มกับตะวันมากๆ โรสรินเดินหน้ามุ่ยเข้ามา
“เมื่อไหร่จะพาฉันไปหาเด็กๆ ซะที”
“ใจร้อนจริงนะคุณ”
“ฉันตั้งใจจะรับผิดชอบงานที่ฉันรับปาก ไม่มีเวลามาหาความสุขส่วนตัวเหมือนใครบางคน ฉันจะไปรอที่รถ ตามฉันมาเดี๋ยวนี้”
แล้วโรสรินก็เดินออกไปเลย ตะวัน อุษาวดี หันมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจว่าโรสรินหงุดหงิดอะไรมา
“ต่อมจี๊ดดส์ ยัยกุหลาบร้ายทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยใช่มั้ยเนี่ย เฮ้อ”

ภายในบ้านพักพีระ พีระตบโต๊ะปังดูขึงขังสุดๆ ขณะที่อุษาวดีถอนใจเซ็งๆ
“ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด”
“พี่ไม่เชื่อ โรซี่ไม่เคยโกหกพี่”
“จริงอ่ะ สำคัญตัวเองผิดไปมั้ง”
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง โรซี่บอกพี่ว่าแกเป็นแฟนตะวัน”
“โอ๊ย ขี้เกียจอธิบายแล้ว จะเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจ”
อุษาวดีจะเดินหนี พีระเดินไปขวาง
“พี่สั่งห้ามเลยนะ เธอชอบมันไม่ได้เด็ดขาด แม้แต่คิดก็ไม่ได้ พี่ไม่เห็นว่าไอ้ตะวันมันมีดีตรงไหน”
“เหรอ เค้าก็ดูอบอุ่นดี ดูเป็นสุภาพบุรุษ จริงใจ แล้วก็ไม่แปลกใจด้วยถ้าจะมีผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้ๆ เค้าแล้วจะไม่รู้สึกดีๆ”
“หยุดพูดเลย อย่าชมมันให้สะเทือนหูพี่อีก”
“รับความจริงไม่ได้เหรอ วันนึงอุษาอาจจะชอบเค้าขึ้นมาจริงๆ ก็ได้นะ”
แล้วอุษาวดีก็เดินออกจากห้องไปเลย พีระตะโกนไล่หลัง

“มันจะไม่มีวันนั้น แกจะชอบมัน จะรักมันไม่ได้นะอุษา โธ่เว้ย”
 

รถตะวันวิ่งผ่านถนนทางไปหมู่บ้าน ภายในรถโรสรินนั่งเหม่อๆ ครุ่นคิดเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดใจ อึ่งกับอาทิตย์เหม่อมองไปยังทิวทัศน์นอกหน้าต่างเห็นแมกไม้ร่มรื่นสวยงาม ร้องเพลงอารมณ์ดี พลันโรสรินที่อารมณ์ขุ่นมัวอยู่ ลืมตัวทุบคอนโซลหน้ารถปัง ทุกคนตกใจร้องออกมาพร้อมกัน
“เย้ย”
ตะวันขับรถอยู่ถึงกับชะงัก
“พี่นางฟ้าเป็นอะไรรึเปล่าค๊า”
“ไม่รู้”
“พี่โรสดูอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ที่ไร่แล้วนะคะ หงุดหงิดอะไรรึเปล่า”
“ไม่รู้”
“ถามอะไรก็ไม่รู้ๆ มีอะไรก็พูดกันตรงๆ”
“พูดตรงที่สุดแล้ว ก็ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นอะไร เลิกถามกันซะที ขับๆ รถไปสิ เด็กรอจนจะแก่อยู่แล้ว ไม่ต้องมาสนใจฉันหรอกน่ะ”
โรสรินนั่งกอดอกหน้าบึ้ง สีหน้าเหวี่ยงๆ ตะวัน น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ ส่ายหน้า เฮ้อ

โรสรินลงจากรถอย่างหงุดหงิดปึงปัง อาทิตย์ น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ ลงรถตามมา โรสรินเดินลิ่วๆ ออกไป แต่ตะวันมาขวางไว้
“มาเคลียร์กันก่อน บอกมาเถอะว่าโกรธอะไรผม”
“อย่าคิดนะว่าแอบทำอะไรลับหลังกับใครแล้วฉันไม่รู้” โรสรินจูงมืออาทิตย์กับอึ่ง “ไปกันได้แล้ว”
โรสรินจูงมืออาทิตย์กับอึ่งเดินออกไปเลย ตะวันถอนใจมองไปทางโรสรินอย่างอ่อนใจเหลือเกิน
“พี่โรสเค้าดูแปลกๆ มากเลยนะ เค้าดูเหมือนหึงพี่ตะวันเลยนะ” น้ำค้างพูดกับตะวัน
“เค้าจะหึงพี่ทำไม ยัยนั่นเกลียดพี่ยิ่งกว่าอะไร”
“ไม่รู้สิ แต่อาการที่พี่โรสแสดงออก มันคืออาการของคนหึงชัดๆ เลย”
ตะวันมองไปทางโรสรินที่เดินออกไปไกลอย่างไม่เข้าใจ ยัยโรสหึงเราเนี่ยนะ

โรสรินกับน้ำค้างและช้อยกำลังเต้นฮูลาฮูปให้อาทิตย์ อึ่ง และเด็กๆ เต้นตาม ตะวันปรบมือตามเสียงเพลงให้กำลังใจเด็กๆ
“หยุดก๊อนน” ช้อยบอกพร้อมกับยืนหายใจหอบแฮ่ก “ลูกๆ เอ๊ย เอายาหอม ยาลม ยาดม ยาหม่อง มาให้ป้าหน่อย ไม่ไหวแล้วลูก”
อึ่ง อาทิตย์ วิ่งเอายาดมไปรมๆ ที่จูมกช้อย
“ให้กำลังใจเฉยๆ ก็ได้ป้า เดี๋ยวก็หลับไม่ตื่นพอดีหรอก”
“เห็นแล้วมันอดใจไม่ไหวนี่หว่า มันส์ม๊ากกก”
โรสริน น้ำค้างหันมองช้อยที่หมดสภาพนั่งหอบแฮ่กๆ อย่างขำๆ แช่มขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาหน้าตาตื่น รีบลงจากรถวิ่งเข้ามารวมกลุ่ม
“ข่าวด่วนจ้า ข่าวด๊วนด่วน”
“ข่าวอะไรวะแก เออ ที่อำเภอเขาว่ายังไงมั่งล่ะ”
“ที่ประชุมเขาบอกว่าปีนี้ ให้ผู้ใหญ่ขึ้นเวทีกับเด็กๆ ด้วยสองคนแน่ะ”
โรสริน น้ำค้างอึ้งไป
“ห๊า สองคน”
“พอดีเป๊ะเลย คุณโรส กับน้ำค้างไง”
“ไม่นะ ฉันไม่ขึ้นเวที ฉันไม่เต้น ไม่เอา ไม่”
“ถ้าไม่ใช่คุณกับน้ำค้างแล้วจะเป็นใคร”
ช้อยลุกพรวดขึ้น ยังหอบๆ ช้อยยกมือ กระแอม
“อันที่จริง ป้าว่าป้ายังฟิตเปรี๊ยะอยู่นะ” ช้อยเต้นโชว์ พลิ้วๆ “ถ้าซ้อมอีกหน่อยล่ะก็ แจ่มเชียวล่ะคุณ”
“ช้อยเอ๊ย เจียมสังขารบ้างเห๊อะ หายใจยังหอบเลยแกน่ะ”
“สรุปว่าเธอสองคนต้องลงแข่งด้วย” ตะวันบอกน้ำค้างกับโรสริน
“โน๊ววว นี่มันนอกเหนือข้อตกลงของเรา ฉันไม่เอา”
“แต่คุณก็เต้นเก่ง คงเคยเรียนเต้นมาเยอะ แล้วไม่เคยประกวดบ้างรึไง”
“ล่าสุดก็ชาติที่แล้วตอนอนุบาลสามนู่น ยังไง ฉันก็ไม่ขึ้นเวที”
“ถ้าคุณไม่ขึ้นเวที ทีมก็ล่ม เด็กไม่ได้ประกวดเพราะคุณ ขอให้คุณรู้ว่าคุณคนเดียวที่ทำทุกอย่างพัง อยากเลือกแบบนั้นก็ตามใจคุณ”
ตะวันยิ้มอย่างได้เปรียบ โรสรินหันมองสายตาอ้อนวอนขอร้องของเด็กๆ ก็ ถอนใจอย่างใจอ่อน ตะวันอมยิ้มอย่างพอใจ

โรสรินกำลังเต้นฮูลาฮูปประกอบเสียงเพลงสอนเด็กๆ น้ำค้างเต้นตามอย่างตั้งใจ ตะวัน แช่ม ช้อย ปรบมือประกอบจังหวะให้กำลังใจ รถของเดชาขับเข้ามา ทุกคนหยุดกิจกรรมทันที เดชา ล่ำ แหลมลงจากรถ ตะวันรีบเดินปรี่เข้าไปหา ช้อยรีบสะกิดแช่มทันที สีหน้าหวั่นๆ กันทั้งคู่
“แก๊ เสี่ยเดชามาทำอะไรที่นี่วะ แล้วจะมีใครเดือดร้อนมั้ยเนี่ย”
“ไม่หรอกมั้ง หมู่บ้านเราไม่มีใครมีเรื่องกับเค้าซะหน่อย”
ตะวันเดินเข้าไปประจันหน้าเดชา
“นายไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับงานนี้”
เดชาแสยะยิ้มให้แล้วพยักเพยิดหน้าให้ล่ำกับแหลม ล่ำ แหลม ช่วยกันยกพวกลังน้ำอัดลม คูลเล่อร์น้ำแข็ง ขนมมาให้เด็กๆ เด็กๆ ดีใจวิ่งเข้ามาหา ล่ำ แหลม แจกจ่ายขนมให้ อึ่งลูบปากแพล่บๆ อยากกินขนมด้วย พุ่งเข้าไปแต่อาทิตย์คว้าตัวอึ่งไว้ แล้วอาทิตย์ก็ส่ายหน้าให้
“จ้า ไม่กินก็ได้”
เดชาเดินเข้าไปหาแช่มแล้วยิ้มให้
“ผมขอสนับสนุนกิจกรรมของเด็กๆ ด้วยนะครับผู้ใหญ่”
“ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยอยากช่วยเหลืออะไรคนที่นี่” ตะวันสวนขึ้น
“บังเอิญวันนี้อยากช่วย แล้วก็อยากเป็นกำลังใจให้” เดชามองหน้าโรสริน “คุณโรสด้วย”
โรสรินเดินเข้ามาหาตะวัน
“คนเค้ามีน้ำใจนายจะห้ามทำไม”
“แต่ว่า”
“เรื่องที่นายสองคนไม่ถูกกัน มันคนละเรื่องกับที่เดชาเค้ามีน้ำใจในครั้งนี้ ยังไงก็ขอบใจนะ” โรสรินหันไปพูดกับเดชา
“ด้วยความยินดีครับคุณโรส”

ตะวัน น้ำค้าง มองเดชาอย่างเขม่นสุดๆ เดชาหันมายิ้มกวนๆ ให้

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 6 (ต่อ)

ตะวันล้างหน้าล้างตาแล้วหันหลังเดินออกมาเจอกับเดชา ล่ำ แหลมที่เดินปรี่เข้ามาล้อมไว้ ตะวันกำหมัดอย่างเตรียมพร้อม เดชาเดินไปตบบ่าตะวัน
“ใจเย็นๆ พวกฉันไม่ทำอะไรนายหรอก”
“ต้องการอะไร”
“พูดตรงๆ นะ ฉันชอบคุณโรส ขอได้มั้ย”
“ไปมอบตัวกับตำรวจเรื่องที่พวกแกลักลอบตัดไม้ก่อนเถอะ ฉันอาจจะพิจารณาอีกที หลังนายออกจากคุก”
ล่ำ แหลมหงุดหงิดแทนลูกพี่ ฮึดฮัดจะเอาเรื่องตะวัน
“เฮ้ย อย่า”
ล่ำ แหลมชะงักกึก เดชาแสยะยิ้มให้ตะวัน
“ขอดีๆ ไม่ให้ ก็คงต้องแย่ง” เดชาตบบ่าตะวัน แต่ตะวันปัดมือเดชาทิ้ง
“แกจะไม่มีวันได้แตะต้องคุณโรสอีก”
“เผอิญฉันชอบคนท้าซะด้วย แล้วถ้าคิดจะขวาง ก็ลองดู”
แล้วเดชา ล่ำ แหลมก็เดินยิ้มออกไปอย่างสะใจ ตะวันมองตามแค้นๆ เดชายิ้มออกมาอย่างมีแผนบางอย่าง ล่ำ แหลม หันมองสงสัยๆ
“ฉันรู้แล้วว่าต้องทำยังไง ถึงจะได้ใจคุณโรสในตอนนี้”
“ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย สั่งมาได้เลยครับเสี่ย”
เดชาพูดข้างๆ หู ล่ำกับแหลม ล่ำ แหลม ยิ้มรับคำสั่งแล้วเดินออกไป เดชายิ้มอย่างมั่นใจว่าจะเอาชนะใจโรสรินได้

ตะวันบอกกับโรสรินและน้ำค้างด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ
“ไม่ไปไม่ได้เหรอพี่ตะวัน เลื่อนนัดพ่อค้าคนกลางไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้ คราวนี้เค้าขอซื้อผูกปีกับเราเลย พี่ต้องไปคุยรายละเอียดด้วยตัวเอง น้ำค้างอยู่กับโรสที่นี่ เสร็จธุระแล้วพี่จะรีบมา” ตะวันหันไปมองเดชา ล่ำ แหลม ที่หันมายิ้มให้อย่างสะใจ ตะวันหันไปบอกโรสรินสีหน้าเครียดๆ “ถ้าไม่จำเป็นอย่าให้เดชามันอยู่ใกล้เด็ดขาด เข้าใจมั้ย”
โรสรินถอนใจ กึ่งรำคาญ
“จะไปทำธุระก็รีบไปเถอะ”
เดชาเดินเข้ามาหา แสร้งยิ้มแย้มให้ตะวัน
“ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก ฉันจะดูแลคุณโรสกับน้ำค้างให้เอง สบายใจได้”
ตะวันเดินออกไป แล้วกระซิบกับน้ำค้าง
“ถ้ามันทำอะไรไม่ชอบมาพากล รีบบอกพี่ทันที”
น้ำค้างพยักหน้ารับคำ ตะวันหันมองเดชาอีกครั้งอย่างไม่ค่อยไว้ใจ เดชาโบกมือให้ยิ้มกวนๆ โรสรินมองไปทางตะวันที่ขับรถออกไปแล้วบ่นๆ
“จะระแวงทำไมนักหนา ทำมาเป็นห่วง”

โรสรินมองเดชา ล่ำ แหลม อย่างสงสัยๆ ขณะที่น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ ยืนอยู่ไม่ห่างกันนักก็มองอย่างสงสัยเหมือนกัน
“นายมีอะไรเซอร์ไพร์สฉัน” โรสรินถามเดชา
“เดี๋ยวก็รู้ครับ ผมก็แค่อยากช่วยอะไรคุณบางอย่างก็เลยสั่งให้ลูกน้องจัดการให้”
แช่มกับช้อยวิ่งเข้ามา
“พร้อมแล้วๆ เด็กๆ พร้อมแล้วครับ”
“ปิดตาก่อนนะคะคุณโรส”
โรสรินมองๆ อย่างสงสัยก่อนจะยอมหลับตาลง
“ลืมตาได้รึยัง”
“ลืมตาได้แล้วครับ”
โรสรินลืมตาจึงเห็นเด็กๆ อยู่ในชุดแข่งเต้นฮูลาฮูปสีสันสดใส ดูดีมีราคามากๆ พวกเด็กๆ ตื่นเต้น
“อภินันทนาการจากเสี่ยเดชาค่ะ นึกว่าเด็กๆ จะได้แต่งชุดตามมีตามเกิดซะแล้ว ขอบคุณเสี่ยเดชาเค้าสิลูก”
ช้อยบอก เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเดชา เดชาแสร้งลูบหัวเด็กๆ อย่างเอ็นดู อึ่ง อาทิตย์มองก็ตื่นเต้นกับชุดสวยๆ
“คุณพระช่วย ชุดสวยม๊ากกกก”
น้ำค้างปิดปากอึ่ง
“ก็งั้นๆ แหล่ะ ไม่เห็นจะเริ่ดเลออะไรเลย”
ล่ำยื่นถุงผ้าให้น้ำค้าง น้ำค้างรับอย่างเสียมิได้
“ชุดนี้ของเธอกับเด็กๆ ของเธอ”
ช้อยหันไปบอกกับเด็กๆ
“เอ้าๆๆ ลูกๆ จ๊ะ ลองชุดเสร็จก็เก็บใส่ถุงไว้ซะนะ เดี๋ยวชุดจะหมอง พอถึงวันจริงแล้วจะไม่สวย”
เดชาหยิบชุดแข่งเต้นของโรสรินออกมาแล้วยื่นให้
“ชุดนี้พิเศษสำหรับคุณครับ หวังว่าคุณจะชอบ”
โรสรินหยิบจับมองชุดอย่างพินิจ
“เนื้อผ้าการตัดเย็บดีไซน์ไม่ถึงกับดี แต่ก็ใช้ได้ ขอบใจนะ”
“ไม่เป็นไรครับ ก็แค่เรื่องเล็กน้อย แต่ผมอยากมีส่วนร่วมกับความตั้งใจของคุณจริงๆ นะครับ”
โรสรินยิ้มให้เดชาอย่างเป็นมิตร น้ำค้าง อึ่ง มองเดชาอย่างหมั่นไส้ๆ
“พี่ตะวันมัวไปไหนไม่มาซะที พี่นางฟ้าโดนทำคะแนนหมดแล้วเห็นมั้ย”
น้ำค้างมองโรสรินกับเดชาอย่างไม่สบายใจ

เดชา ล่ำ แหลมกำลังจะขึ้นรถ สองลูกสมุนมองหน้าลูกพี่อย่างข้องใจ
“เฮ้อ คนอย่างเสี่ยเดไม่เห็นต้องยอมเป็นลูกมือคอยช่วยเหลือยัยคุณหนูเลยนะครับ”
“นั่นสิครับเสี่ย ผมว่ามันเสียเวลาเปล่าๆ”
เดชาเบิ๊ดกะโหลกล่ำ แหลมคนละที
“ถ้าฉันจะได้ตัวเธอ ฉันก็ต้องได้หัวใจเธอด้วย แล้วตอนนี้ฉันชักจะชอบคุณโรสมากขึ้นทุกวัน เสียดายที่ไอ้ตะวันมันคอยขวางคออยู่”
“แล้วไอ้ตะวันมันไม่ยอมง่ายๆ แน่”
เดชาค่อยๆ ยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ

“แต่ยังไงคุณโรสก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี แล้วฉันนี่แหล่ะจะเป็นคนเหยียบหัวใจไอ้ตะวันเอง” เดชายิ้มอย่างสะใจ

มาลัยเดินกระเผลกๆ กับไม้ค้ำยันเข้ามา มาลัยบ่นอุบ สีหน้าแค้นสุดๆ
“ยัยโรส แก๊ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ คิดแล้วมันแค้น ขอตบให้หายแค้นซะทีเถอะ” มาลัยเดินเร็วไปอย่างลืมตัวว่าเจ็บ แต่แล้วก็เจ็บเท้าร้องลั่น ล้มทรุดไปกองอีก “โอ๊ยยยย โอ๊ย ทำไมซวยแบบนี้นะ”
มาลัยพยายามลุกขึ้นแต่แล้วสายตาก็มองเห็นถุงอะไรบางอย่างที่ใต้ถุนบ้าน เห็นชุดโผล่ออกมาจากถุง มาลัยพยายามเดินไปมองอย่างพินิจแล้วหยิบขึ้นมาดู
“เฮ้ยย นี่มันชุดประกวดนี่หว่า มีของดีแบบนี้เลยเหรอ”
มาลัยสีหน้าครุ่นคิดๆ แล้วพลันก็ยิ้มร้ายๆ อย่างมีแผน

โรสริน น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ เด็กๆ กำลังซ้อมเต้นฮูลาฮูปกันอยู่ เด็กๆ ทำได้เป็นอย่างดี อีกมุมหนึ่ง แช่มยืนปรบมือประกอบจังหวะให้กำลังใจ
“ประกวดปีนี้หมู่บ้านเรามีลุ้นแน่ๆ บ๊ะๆๆ แต่ละคน พลิ้วเชี๊ยะ”
ตะวันขับรถเข้ามาจอด แล้วถือถุงใบใหญ่ๆ ลงจากรถ ทุกคนหยุดมองไปทางตะวัน
“ขอโทษทีเสร็จธุระก็มัวแต่ไปหาชุดแข่งมาให้”
“ไม่จำเป็นแล้วล่ะ เดชาเค้าจัดการทุกอย่างให้หมดแล้ว” โรสรินบอก ตะวันอึ้งไป
“จัดการให้หมดแล้ว หมายความว่าไง”
อึ่งวิ่งไปหาตะวัน หยิบชุดในถุงออกมาดูเห็นว่าเป็นผ้าธรรมดาๆ สีสันและแฟชั่นไม่ดีเท่ากับที่เดชาซื้อให้
“โอ้โห สวยจัง เอาชุดที่พี่ตะวันซื้อให้ดีกว่าเนอะ” น้ำค้างพูดเอาใจพี่แล้วหาแนวร่วม “เนอะๆๆ”
“แหม เอาใจไม่ลืมหูลืมตาเลยนะค้า บอกกันตามตรงนะ ชุดของเสี่ยเดชาเริ่ดกว่าอ่ะ ทั้งสวยกว่า ดูดีกว่า แล้วก็…” อาทิตย์รีบปิดปากอึ่งไม่ให้พูดอะไรมากไปกว่านี้
“อึ่งพูดถูก เดชาเค้ารสนิยมดีกว่านายเย๊อะ”
ตะวันสีหน้าสลดไปนิดหนึ่ง
“ใช่สิ ใครมันจะไปเฉิ่มเชยเหมือนผม”
ช้อยวิ่งตาลีตาเหลือก ถือถุงชุดแข่งเต้นของเดชาเข้ามา
“ซวยแล้ว ซวยแล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วโว้ยยย”
ทุกคนหันขวับไปมองอย่างตกใจ แช่มตกใจตามไปด้วย
“อะไรจ๊ะเมีย มีอะไร ใครเป็นอะไร”
“คนน่ะไม่เป็นอะไร แต่ว่าของน่ะสิ”
ช้อยหยิบชุดเต้นฮูลาฮูปของเดชาออกมา ปรากฏว่าเสื้อผ้าขาดวิ่น โดนทำลายทุกตัว ทุกคนเห็นก็ช็อกไปเลย
“ทำไมชุดแข่งถึงเป็นแบบนี้ ต้องมีคนทำลายมันแน่ๆ ใคร ฝีมือใคร”
มาลัยเดินใช้ไม้ค้ำยัน กระเผลกๆ เข้ามาแล้วหัวเราะสะใจ
“ฮ่าๆๆ โถๆๆ แฟชั่นใหม่เหรอจ๊ะเนี่ย ดูซิ ขาดเป็นริ้วๆ เลย”
โรสรินโมโหปรี่ไปหามาลัยทันที
“เธอ เธอเป็นคนทำใช่มั้ย”
“เฮ้ยๆๆ ปรักปรำกันเห็นๆ มีหลักฐานรึไงว่าฉันทำ”
น้ำค้างเข้าไปช่วยโรสริน
“ไม่ต้องมีหลักฐานก็รู้ว่าเธอทำ ก็เธออยากเป็นครูสอนเด็กๆ เต้นไม่ใช่เหรอ แล้วเธอก็หมั่นไส้พี่โรสด้วย”
“ฉันไม่ได้ทำ ถ้าไม่มีหลักฐานฉันก็ไม่ยอมรับ”
“เธอทำลายความฝันของเด็กๆ”
“ใครว่า เธอต่างหากที่ทำให้มันเป็นจริงไม่ได้ แล้วก็ไม่มีวันทำได้ด้วย”
มาลัยหัวเราะอย่างน่าตบที่สุด โรสรินเดินไปกระชากถุงชุดของเดชามาถือไว้แล้วบอกแช่ม ช้อย และเด็กๆ
“พรุ่งนี้เจอกันที่เวที ไป กลับบ้าน ฉันจะจัดการปัญหานี้เอง” โรสรินเดินนำทุกคนไปที่รถ ตะวัน อึ่ง น้ำค้าง อาทิตย์ ยังอึ้งๆ อยู่ “ตามมาสิ ฉันมีเวลาไม่มากนะ”
โรสรินเดินไปที่รถ ขึ้นรถปิดประตูปัง ตะวัน น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ รีบตามไป ทั้งหมดขึ้นรถแล้วรถก็ขับออกไปมาลัยหัวเราะอย่างสะใจ แช่ม ช้อย เด็กๆ มองมาลัยอย่างไม่ไว้ใจสงสัยว่าต้องเป็นฝีมือของมาลัยแน่ๆ

คืนนั้นภายในห้องพักโรสริน ตะวันมองโรสรินตัดเศษผ้าลวดลายสวยๆ ในชุดที่เดชาซื้อให้แล้วนำมาเย็บติดเป็นลวดลายเก๋ๆ เข้ากับชุดแข่งเต้นที่ตะวันซื้อให้ ตะวันย่นคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ
“เหนื่อยมั้ย” โรสรินยังตั้งหน้าตั้งตาทำ “จะทำไปเพื่ออะไร แทนที่จะเอาเวลาไปพักผ่อน”
“ก็ชุดที่นายซื้อมาให้เด็กๆ มันไม่ชิค เนื้อผ้าก็ชีพ ฉันก็ต้องดีไซน์ชุดให้น่าสนใจ เด็กๆ และทีมของฉันจะได้โดดเด่นที่สุด”
ตะวันส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจอยู่ดี
“ตามสบาย คุณมีเวลาแค่ถึงเช้า ไม่อยากพักผ่อนก็ตามใจ”
ตะวันหันหลังจะเดินออกจากห้อง โรสรินหันมองตาม เหม่อ กรรไกรตัดงับเข้านิ้วฉับ
“โอ๊ยยย”
ตะวันหันขวับมองทันที
“เป็นอะไรรึเปล่า”
โรสรินยื่นมือให้ดูเห็นเลือดไหลอาบนิ้ว
“โอ๊ยยย ไม่มีตาเหรอ”

ตะวันเห็นโรสรินกุมมือด้วยความเจ็บปวดก็จ๋อยๆ มองอย่างเป็นห่วง

ตะวันหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลในตู้เก็บยาเดินมานั่งข้างๆ โรสรินที่กุมนิ้วตัวเองอยู่
“อยู่ที่นี่มีเรื่องให้เจ็บตัวตลอด ไม่รู้ว่าดวงซวย หรือว่าอยู่กับคนซ..(ซวย)”
“ปากไม่น่าทำแผลให้เลยนะคุณ”
“ก็ไม่ได้อยากให้ทำให้” ตะวันถอนใจเอือมๆ จับมือโรสรินมาทาแอลกอฮอล์ให้ “อ๊ายย แสบบบ”
“โอเว่อร์ แผลแค่เนี้ยพรุ่งนี้ก็หายแล้ว” ตะวันปิดพลาสเตอร์ที่นิ้วมือให้โรสริน “แต่ถ้ามัวหักโหมตกแต่งชุดพวกนี้ทั้งคืน พรุ่งนี้จะไม่มีแรงเต้นเอา” ตะวันมองตาโรสรินแล้วพูดออกมาตามความรู้สึก “ผมเป็นห่วง”
โรสรินชะงักไปนิด แววตาตะวันดูจริงมาก โรสรินพยายามเรียกสติก่อนที่จะเคลิ้มไปมากกว่านี้
“หมดธุระก็ไปได้แล้ว ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด”
“แล้วไอ้ใครของคุณน่ะคือใคร”
“ก็แฟนนายไง”
ตะวันหน้างงสุดขีด
“แฟนผม ผมเนี่ยนะมีแฟน”
“ไม่ต้องมาแอ๊บ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ออกไปได้แล้ว”
“ไม่ ผมยังไม่รู้ตัวเลยว่าผมมีแฟน คุณเอาอะไรมาพูด”
“ฉันบอกให้ออกไป”
ตะวันยังงงงวยไม่ยอมออกไป
“เดี๋ยวๆๆ เคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อน ใครเป็นแฟนผม คุณเข้าใจผิด”
“ถ้าฉันเข้าใจผิดแล้วมันจะทำไม นายแคร์ด้วยเหรอ”
“ก็ ก็ ไม่” ตะวันอึกอัก
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องสนว่าฉันจะคิดยังไง จบมั้ย”
“เอ่อ จบ”
โรสรินปิดประตูปัง ตะวันยืนหน้าเหวออยู่ตรงนั้น

วันรุ่งขึ้นที่สถานที่จัดงานประกวดเต้นฮูลาฮูประดับอำเภอ เด็กๆ และผู้ใหญ่ฝึกซ้อมเต้นฮูลาฮูปเตรียมประกวด
โรสรินในชุดแข่งกำลังซ้อมเต้นฮูลาฮูป ตะวันเดินยิ้มเข้ามา
“โอ้โฮ มุ่งมั่นน่าดู หวังถึงชนะเลยใช่มั้ย”
“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าคิดว่าแพ้ ฉันไม่ลงแข่งหรอก” โรสรินหยุดเต้นชะเง้อมองหา “เด็กๆ ยังใส่ชุดไม่เสร็จเหรอจะออกมาดูดีรึเปล่า เด็กๆ จะชอบมั้ย แล้ว…”
“ตั้งสติหน่อยคุณ”
น้ำค้าง แช่ม ช้อย ชาญ อาทิตย์ แย้เดินนำเด็กๆ ที่อยู่ในชุดประกวดที่โรสรินทำให้ใหม่เข้ามา เด็กๆ ยิ้มแย้มมีความสุขกันมากๆ
“แท่นแท๊น มาแล้วจ้า”
“ชุดสวยมากเลยพี่โรส พวกเราชอบชุดที่พี่โรสทำให้ใหม่มั้ย” น้ำค้างถามเด็กๆ
“ชอบค่า” เด็กๆ ตอบเป็นเสียงเดียวกัน
“คุณโรสเก่งมากเลยค่ะ ฮู๊ย ออกแบบเสื้อผ้าขายได้เลยนะคะเนี่ย”
โรสรินยิ้มอย่างดีใจและภูมิใจ ตะวันมองนาฬิกาข้อมือ
“เตรียมตัวกันได้แล้ว ใกล้ถึงเวลาของเราแล้วนะ”
“เดี๋ยวเราซ้อมกันอีกที ต้องเอาให้เป๊ะเลยนะ อย่าลืมว่าเราต้องคว้าแชมป์ให้ได้”
“สู้มั้ยพวกเรา”
“สู้”
“ทำความฝันของเราให้สำเร็จนะ”
“รวมพลังกันหน่อยเร๊ว”
น้ำค้างยื่นมือออกไป ทุกคนรุมจับมือ ตะวันยื่นมือไปจับเหลือแต่โรสรินยังไม่ยอมจับมือตะวัน
“เอ้า รออะไรล่ะ ตกลงจะสู้หรือไม่สู้”
โรสรินถอนใจอย่างขัดใจแต่ก็ยอมจับมือเป็นคนสุดท้ายจนได้
“เฮ้”
โรสรินมีสีหน้ามุ่งมั่นอย่างสุดๆ

น้ำค้าง อาทิตย์ เดินถือถาดใส่แก้วน้ำหวานเดินเข้ามาตามทาง น้ำค้างนึกอะไรขึ้นได้ รีบยื่นถาดในมือของตัวเองให้อาทิตย์
“ตายแล้ว พี่น้ำค้างลืมเสบียงอาหารของเด็กๆ ไว้ในรถ เดี๋ยวกลับเอาก่อนนะ”
อาทิตย์ประคองถาดทั้งสองในมือเดินออกไปอย่างระวัง น้ำค้างหันหลังเดินออกไปอีกทาง แต่เดินไม่ระวังชนเข้ากับใครคนหนึ่ง น้ำค้างล้มลงโมโห นึกว่าคนที่ชนเธอคือพีระ
“อีกแล้วนะ ใครกันแน่ที่แกล้งกันห๊ะนายพี” น้ำค้างเงยหน้าขึ้น ก็อึ้งที่เห็นว่าคนที่เธอเดินชนก็คือ กิตติทัตนั่นเอง “อ้าว หมอ”
กิตติทัตยื่นมือยิ้มให้ ช่วยดึงน้ำค้างให้ลุกขึ้น
“น้ำค้างประกวดกับเค้าด้วยเหรอ”
“อ้าว หมอพูดแบบนี้หมายความว่าไง หาว่าน้ำค้างเต้นไม่เป็นเหรอ”
“เปล่าก็แค่แปลกใจ”
“แต่ก็ไม่ให้กำลังใจ” น้ำค้างบ่นเบาๆ กิตติทัตอมยิ้ม
“คนอย่างน้ำค้างเก่งอยู่แล้ว”
“ก็ยังไม่ให้กำลังใจอยู่ดี”
“สู้ๆ นะ ทำให้เต็มที่ เอาถ้วยรางวัลมาให้ได้นะน้ำค้าง” น้ำค้างยิ้มปลื้ม
“ขอบคุณค่ะหมอ น้ำค้างจะแดนซ์กระจายสุดชีวิตเลย สู้”
กิตติทัตกับน้ำค้างยิ้มให้กัน ที่มุมหนึ่งพีระเดินบ่นเข้ามา
“โรสก็แย่งมาจากไอ้ตะวันไม่ได้ แถมยังจะเสียยัยอุษาให้มันอีก ไม่ ไม่ เราจะยอมให้เป็นแบบนี้ไม่ได้”

พีระเห็นกิตติทัตยืนอยู่กับน้ำค้าง แล้วครุ่นคิดอะไรบางอย่าง พีระยิ้มร้ายๆ ออกมา พีระเห็นตุ๊กตาหมีที่เด็กวางไว้ พีระคว้าตุ๊กตามาถือไว้แล้วยิ้มอย่างมีแผน หึๆๆ

กิตติทัตหน้าเหวอสุดขีดหลังจากได้ฟังเรื่องชวนตกใจจากพีระ
“คุณอุษาวดีชอบผม”
พีระหน้านิ่ง แบบว่าจริงจัง
“ตามนั้นครับ ผมไม่มีเหตุผลต้องโกหก” พีระยื่นตุ๊กตาหมีให้ “ยัยอุษาไม่กล้าเอาให้คุณด้วยตัวเอง รับไปสิครับ ของฝากแทนใจจากน้องสาวผม”
กิตติทัตยื่นมือรับงงๆ
“เป็นไปได้ยังไง ผมกับน้องสาวคุณ แทบจะไม่ได้เจอ ไม่ได้คุยกันเลย ผมว่าคุณคงเข้าใจอะไรผิด”
“ไม่ผิดแน่นอนครับ ถึงผมจะไม่รู้ว่าน้องสาวผมชอบหมอเมื่อไหร่ ทำไม ยังไง แต่ผมแค่มาบอกว่าน้องสาวผมเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว ผมไม่อยากให้น้องสาวผมเสียใจ”
“แต่ว่า”
“ในเมื่อน้องสาวผมมีใจให้หมอ มันก็ขึ้นอยู่กับหมอว่าจะคิดยังไง แต่ถ้าเป็นผม ผมคงไม่ทำให้คนที่รักและหวังดีกับเราเสียใจ หมอไม่ชอบอุษาตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้คิดถึงใจเธอบ้าง” พีระกอดกิตติทัตแกล้งร้องไห้ ละครสุดๆ
“หมอเป็นคนดี ถ้าน้องสาวผมลงเอยกับคนดีๆ ผมก็หมดห่วง ผมฝากยัยอุษาด้วยนะ ดีกับเค้าให้มากๆ อะไรที่ทำให้เธอมีความสุขก็อย่ารั้งรอที่จะทำ”
กิตติทัตยังเหวออยู่แต่ก็ลูบหลังปลอบพีระ
“คือผม”
“อย่าปฏิเสธ เปิดใจมอง ให้โอกาสน้องสาวผมบ้าง”
อุษาวดีเดินมาเห็นพีระกอดกิตติทัตก็งงๆ
“พี่พี”
พีระ กิตติทัต หันขวับ มองอุษาวดีอย่างตกใจ อุษาวดีเหล่ๆ มอง อย่าบอกนะว่าแอบเป็นเก้ง โอ๊ะ แม่เจ้า
“จิ้นกันเหรอ”
อุษาวดีถามเบาๆ พีระทำตัวปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“มีอะไร เรียกซะสะดุ้งหมดเลย”
“ยัยโรสจะขึ้นเวทีประกวดแล้ว จะไปเชียร์มั้ย เร็วเข้า” อุษาวดีเข้าไปกระชากแขนพี่ชายออกมา “ขอตัวพี่พีคืนนะคะหมอ”
กิตติทัตยังอึ้งๆ อยู่
“เชิญครับ”
อุษาวดีรีบลากพีระออกไปเลย กิตติทัตมองตามเหวอๆ สับสนกับเรื่องที่ได้รับรู้

โรสริน น้ำค้าง เด็กๆ ชาญ อาทิตย์ อึ่ง แย้ ตะวัน กิตติทัต พีระ อุษาวดียืนรวมกลุ่มกัน ทีมของโรสรินจะขึ้นประกวดเป็นทีมต่อไป โรสรินตื่นเต้นมากๆ บอกกับเด็กๆ
“ไม่ต้องตื่นเต้นนะ อย่าตื่นเต้น อย่ากังวล เข้าใจมั้ย สบายๆ ทำอย่างที่ซ้อม ไม่มีอะไรน่ากลัว อย่าตื่นเต้น”
ทุกคนมองโรสรินแบบว่า เธอนั่นแหล่ะอย่าตื่นเต้น
“ผมว่าคุณบอกตัวเองดีกว่า ไม่เห็นมีใครเค้าตื่นเต้นเท่าคุณ”
“ก็ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้นี่”
“แต่ก็ต้องทำแล้ว เต็มที่นะโรส”
โรสรินยิ้มให้กิตติทัต ตะวันแอบจ๋อยๆ อีกที
“เอาล่ะ พวกเรารวมพลัง” โรสรินจับมือกับน้ำค้างและเด็กๆ อีกครั้ง เฮ้ “ไปคว้าแชมป์มาให้ได้”
โรสริน น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ และเด็กๆ ขึ้นเวทีไป ทุกคนเชียร์ให้กำลังใจ
เดชา ล่ำ แหลม เดินเข้ามาเห็นโรสรินน้ำค้างและเด็กๆ เตรียมตัวอยู่บนเวที โรสรินเหลือบมามองเดชาเห็นเดชายิ้มและชูนิ้วโป้งให้กำลังใจ เดชาหันไปบอกลูกน้อง
“ทำไมชุดแข่งไม่ใช่ชุดที่ฉันซื้อให้วะ อย่าให้รู้ว่าใครมันเป็นตัวการให้เปลี่ยนชุด”
มาลัยเดินใช้ไม้ค้ำยันเดินกระเผลกๆ เข้ามา ใกล้ๆ ได้ยินที่เดชาพูดก็สะดุ้ง ถอยไปยืนห่างๆ มาลัยมองโรสรินและเด็กๆ บนเวทีอย่างหมั่นไส้
“โธ่เว้ย ชุดมันสวยขนาดนี้ได้ไงวะ” มาลัยพนมมือ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกช่วยดลบันดาลให้ทีมยัยคุณหนูนั่นแพ้ด้วยเถิ๊ด พ๊วงงง สาธุ”

บนเวที โรสริน น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์และเด็กๆ กำลังจะเต้นฮูลาฮูป กองเชียร์ส่งเสียงดังลั่น เพลงดังขึ้น ทุกคนเริ่มเต้น ตะวันและบรรดากองเชียร์ลุ้นกันสุดๆ มาลัยที่ยืนอยู่ข้างๆ เดชาล่ำ แหลม เบ้หน้าหมั่นไส้สุดๆ
“ไม่ได้เรื่อง เต้นกะโหลกกะลา มีดีแค่เนี้ยเองเหรอ อี๋แหว่ะ”
เดชาหันมองหน้ามาลัยขวับ
“หุบปาก”
มาลัยหุบปากเงียบ ผงะถอยไปอย่างกลัวๆ
พื้นเวทีที่เป็นแผ่นไม้ มีไม้แผ่นหนึ่งค่อนข้างชำรุด โรสรินวางเท้าลงตรงตำแหน่งนั้นพอดีและเท้าหลุดฟุ่บลงไปเลย
“โอ๊ยยย”
ตะวันและทุกคนตกใจ บนเวทีทุกคนหยุดเต้นเสียงเพลงหยุดลง ตะวัน กิตติทัต พีระ รีบวิ่งไปติดขอบเวที
“โรสริน ไหวมั้ย เป็นไงบ้างๆ”
โรสรินพยายามยืนขึ้น ทำมือโอเคบอกทุกคน
“สบาย เต้นต่อเลยอย่าหยุด”
เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนมองๆ ห่วงโรสริน ในขณะที่โรสริน น้ำค้างและเด็กๆ กำลังเต้นอยู่นั้นเอง โรสรินก็ทนพิษความเจ็บไม่ไหวแล้ว โรสรินร้องลั่นทรุดล้มลงไปกองอีกครั้ง ตะวันและทุกคนช็อกหน้าเสีย โรสรินเจ็บหนักแบบนี้ทีมมีหวังแพ้แน่ โรสรินกุมเท้าตัวเองอย่างเจ็บปวด

ตะวัน กิตติทัตช่วยกันประคองโรสรินมาที่เต็นท์พยาบาล เดชา ล่ำ แหลม พีระ อุษาวดี และทุกคนเข้ามามะรุมมะตุ้ม
“ผมอนุญาตแค่ญาติของคุณโรสอยู่เพื่อปรึกษาแนวทางการรักษา เดชา คุณพี คุณอุษาครับ ไปรอข้างนอกเถอะครับ หวังว่าคงเข้าใจนะครับ” เดชา พีระ มองกิตติทัตอย่างขัดใจ “เชิญครับ”
อุษาวดีดึงมือพีระที่มองโรสรินอย่างเป็นห่วงออกไป เดชามองกิตติทัตอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเดินออกไปพร้อมล่ำ แหลม กิตติทัตประคองโรสรินนั่งลงที่เก้าอี้ โรสรินดูเจ็บปวดมาก ตะวัน น้ำค้าง ชาญ มองอย่างเป็นห่วง กิตติทัตจับข้อเท้าโรสรินเบาๆ
“โรสแข่งต่อไม่ได้อีกแล้ว มันเสี่ยงเกินไป”
ตะวันครุ่นคิด มองอย่างเป็นห่วง
“คุณโรส คุณจะยอมแพ้รึเปล่า”
โรสรินครุ่นคิดตัดสินใจอย่างหนัก
“ไอ้ตะวัน มันไม่ใช่เรื่องของการยอม หรือไม่ยอม แต่หนูโรสเขาไม่ไหวแล้ว” ชาญบอก
“ผมจะยอมถอนทีมออกจากการแข่งขัน ถ้าโรสรินยอมแพ้”
ทุกคนมองโรสรินว่าจะตัดสินใจยังไง โรสรินหันมองหน้าเด็กๆ ทุกคนมีสีหน้าเศร้าสร้อย เริ่มหมดหวังช้อย แช่ม ลูบหัวปลอบเด็กๆ
“ฉัน ฉันไม่เคยคิดจะยอมแพ้ ฉันอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าฉันทำให้ความฝันของเด็กๆ เป็นจริงได้” ทุกคนมองโรสรินอย่างลุ้นๆ ว่าโรสรินจะตัดสินใจยังไง “แต่ฉันไม่ไหวจริงๆ”
ตะวันแอบผิดหวังเล็กๆ แต่เข้าใจโรสริน กิตติทัตให้กำลังใจ
“ดีแล้วล่ะ โรสตัดสินใจถูกแล้ว”
โรสรินมองไปทางเด็กๆ ที่กำลังจะขึ้นรถ เด็กทุกคนสีหน้าเศร้าๆ อย่างคนหมดหวัง โรสรินมีสีหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก
“แต่ฉันอยากแข่งต่อ”
“ไม่ได้ มันจบลงแล้วโรส”
“ต่อให้พิการบนเวทีฉันก็จะทำ”
ทุกคนช็อกกับการตัดสินใจของโรสริน
“ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน”
“ฉันไม่สน มันต้องมีวิธีสิ รักษาฉันสิ จะฉีดยาทำอะไรก็ได้ แต่ฉันกับเด็กๆ ต้องอยู่ในการประกวดต่อ”
“ไม่ได้หรอกโรส มันเสี่ยงเกินไป”
“ไม่มีใครห้ามโรสได้ ถ้าทัตไม่ช่วย โรสก็จะขึ้นเวทีทั้งสภาพแบบนี้”

ตะวันมองไปทางกิตติทัตอย่างปรึกษา กิตติทัตหน้าเครียดสุดๆ

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 6 (ต่อ)

บนเวที น้ำค้างและเด็กๆ ประจำตำแหน่งพร้อมเต้น ในกลุ่มผู้ชมเห็นมาลัยยืนอยู่กับเดชาล่ำ แหลม ทั้งหมดมองไปยังเวทีอย่างแปลกใจ

“น้ำค้างกับพวกเด็กๆ ขึ้นเวทีทำไม ไหนว่าถอดใจไม่แข่งแล้วไง”
บนเวทีเห็นตะวันประคองโรสรินเข้าไปประจำตำแหน่ง ชาญ พีระ อุษาวดี กิตติทัต แย้ แช่ม ช้อย บ้างปรบมือ บ้างเป่าปากวี๊ดวิ้วให้กำลังใจ มาลัย เดชาล่ำ แหลมถึงกับช็อกที่เห็นโรสรินอยู่บนเวที
“บ้าไปแล้วเหรอ ไม่เจียมสังขารเลยรึไงห๊า นี่มันนางเอกมากไปแล้วนะ”
เดชาหันไปตวาด
“มาลัย”
มาลัยจ๋อยลืมไปว่าไปด่าสุดที่รักของเดชา มาลัยกระเผลกๆ เขยิบหนีอย่างกลัวๆ
บนเวที ตะวันให้กำลังใจโรสรินตามสไตล์ของตัวเอง
“เห็นดูไม่ค่อยได้เรื่อง ไม่คิดเลยว่าจะใจสู้ขนาดนี้”
“ถ้าไม่ให้กำลังใจ ก็หุบปากไปเลย”
และตะวันก็ลงจากเวทีไป ตะวันยิ้ม ชูสองนิ้วให้

โรสริน น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์กำลังจะเต้นฮูลาฮูป หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“เมื่อไหร่เพลงจะมาซักทีนะ”
ฝ่ายเวทีวิ่งเข้ามาที่ข้างล่างเวที ทีมงานชูแผ่นซีดี
“หัวอ่านไม่อ่านแผ่นแล้วครับ ริ้วรอยยังกะผ่านสงครามโลกมา เปลี่ยนแผ่นดีกว่า”
“แต่เราเตรียมเพลงมาแค่นี้”
“ถ้าไม่หาแผ่นมาเปลี่ยน ก็เต้นแบบไม่มีเพลงละกันครับ”
แล้วทีมงานก็เดินออกไป โรสรินถึงกับเครียด แช่มกับช้อยวิ่งเข้ามาหน้าตาเลิ่กลั่ก
“ตายชักจะหาเพลงมาจากไหน แล้วใครจะให้ยืมล่ะทีเนี้ย”
อึ่งครุ่นคิด
“ฉันคิดออกแล้ว ป้ากับลุงเป็นนักร้องเก่าไม่ใช่เหรอ”
“จริงด้วยสิ ร้องเพลงให้เราแข่งประกวดดีกว่าค่ะ นะคะ เวลาไม่มีแล้ว”
แช่ม ช้อยครุ่นคิดๆ หน้าตาแบบว่าไม่อยากร้องเพลงเอาซะเลย
“มันจะดีเหรอ คนเยอะแยะ ฉันอายเป็นนา”
“หมดเวลาอาย ร้องเพลงเดี๋ยวนี้ เราต้องเอาถ้วยรางวัลมาให้ได้”

แย้และชาญช่วยตีกลองทอมมันส์สุดฤทธิ์ แช่ม ช้อย ถือไมค์ร้องเพลง เต้นกันเต็มเหนี่ยว มันส์ม๊ากก โรสริน น้ำค้าง อึ่ง อาทิตย์ เด็กๆ เต้นกันสนุกสนาน
“เต็มเหนี่ยวไปเลยพี่ เต็มที่ไปเลยคู๊นน”
“ซองนั้นเป็นของพี่ ซองนั้นเป็นของพี่ แต่จดหมายนี้ สิเป็นของใครบอกพี่หน่อยได้ไหมเธอเขียนถึงใคร กันหนอชอบกลได้อ่าน สำนวนจ๊ะจ๋ารู้ไหมน้ำตา ของพี่จะหล่นยิ่งอ่าน ยิ่งช้ำสุดทนโถคน ละไม่น่าหลายใจๆ”
ช้อยคว้าไมค์มาร้องเพลง
“เชฟบ๊ะเอวยี่สิบหกอกสามสิบห้าหน้าผากโหนกนูน บวก ลบ หาร คูณคุณคงรู้ดี รักน้องจริงอย่าทิ้งน้องนะ เชฟบ๊ะ บ๊ะ น่ารักไหมพี่เชฟสะเรนเดอร์ เอ้อเห่อเซ็กซี่ น่าสู น่าสี น่าดู๋ น่าดี๋ ชีกอ เชฟบ๊ะ บ๊ะ บ๊ะ บ๊ะ บ๊ะ”
โรสริน น้ำค้าง อาทิตย์ อึ่ง และเด็กๆ เต้นฮูลาฮูปประกอบเสียงเพลงกันอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้โรสรินจะเต้นไม่ได้เต็มที่ แต่เธอก็พยายามอย่างสุดๆ
บรรดากลุ่มผู้ชมข้างล่างเวที ปรบมือ เป่าปากชอบใจให้กำลังใจ ตะวัน กิตติทัต พีระ อุษาวดี ชาญ แย้ เชียร์กันเต็มที่
“ปู่นึกว่าหนูโรสถอดใจแล้วซะอีก” ชาญคุยกับตะวัน
“ไม่หรอกครับ นิสัยยัยโรสเป็นคนไม่ยอมแพ้ใครอยู่แล้ว”
“ไม่ยอมแพ้คนอื่นน่ะปู่ก็รู้ แต่เนี่ยหนูโรสเขาไม่ยอมแพ้ใจตัวเอง ปู่ว่าหนูโรสเขาเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้วนะตะวัน”
“ก็ต้องคอยดูกันต่อไป”

ที่เวทีประกวดมีอยู่สองทีมที่กำลังรอลุ้นผลรางวัลการประกวด หนึ่งในนั้นมีทีมของโรสรินด้วย ข้างล่างเวที ตะวัน ชาญ กิตติทัต ชาญ อาทิตย์ อึ่ง พีระ อุษาวดี แช่ม ช้อย แย้ ลุ้นกันสุดๆ เอาใจช่วยโรสริน อีกฟากหนึ่งเดชามาลัย ล่ำ แหลม ต่างก็ลุ้นเช่นกัน แต่มาลัยลุ้นให้โรสรินแพ้
“ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมีจริง จงดลบันดาลให้ทีมของยัยโรสแพ้ด้วยเถิ้ด เพี้ยงๆๆ”
บนเวทีโรสรินลุ้นสุดๆ แต่โรสรินเริ่มมีอาการไม่ค่อยดี หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม น้ำค้างเข้าไปบีบมือให้กำลังใจ
“พี่โรส ไหวมั้ย อาการไม่ค่อยดีนะเนี่ย”
“ไหวๆ แค่เมื่อคืนอดนอนมากไปหน่อย แต่ฉันไม่เป็นไรหรอก”
กรรมการกำลังจะประกาศผล ทุกคนลุ้นกันสุดๆๆๆ
“เวลาที่ทุกท่านรอคอยมาถึงแล้วนะครับ ทีมไหนจะได้ถ้วยรางวัลประกวดเต้นฮูลาฮูประดับอำเภอไปครอบครอง เรามาลุ้นพร้อมกันนะครับ และตำแหน่งชนะเลิศอันดับหนึ่งได้แก่…” พวกตะวันสีหน้าลุ้นสุดๆ ทางด้านโรสริน น้ำค้าง อาทิตย์ อึ่งและเด็กๆ ก็ลุ้นอย่างสุดๆ เช่นกัน “ได้แก่ทีม…”
ยังไม่ทันที่ผลจะถูกประกาศออกมา โรสรินก็ไม่ไหวด้วยความเพลียและสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ โรสรินหมดสติล้มลงกับพื้นเวที ทุกคนช็อกกันหมด
“โรส”
โรสรินใกล้หมดสติเต็มที่ ทุกคนเข้าไปรุมเรียกสติ โรสรินค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง

ห้องพักในโรงพยาบาล โรสรินนอนสลบให้น้ำเกลืออยู่บนเตียงเห็นที่ข้อเท้ายังพันผ้าไว้ ตะวัน น้ำค้าง พีระ อุษาวดี นั่งเฝ้าดูอาการอย่างเป็นห่วง พีระยังไม่เลิกแขวะตะวัน
“เพราะนายคนเดียว ไปดูถูกโรซี่จนโรสฮึดแข่งทั้งๆ ที่ยังเจ็บ ถ้าผลเอ็กซเรย์ออกมาว่าโรสเจ็บหนักล่ะก็ เป็นเรื่องแน่”
“เบาๆ ได้มั้ยพี่พี ไม่มีใครที่ไม่เป็นห่วงยัยโรสหรอก”
“ทำไมจะไม่มี” พีระชี้หน้าตะวัน “นั่งหัวโด่อยู่นี่ไง”
ตะวันขยับตัวลุกขึ้น พีระแหยง เขยิบหนีห่าง ตะวันเดินไปดูอาการโรสรินติดขอบเตียง ตะวันมองอย่างเป็นห่วงมาก ตะวันจับมือโรสรินเบาๆ
“อย่าใจเสาะน่า ฟื้นได้แล้วยัยโรส” ไม่นานนักโรสรินก็ขยับเปลือกตา สติคืนกลับมาอีกครั้ง ตะวันยิ้มดีใจหันไปบอกทุกคน “โรสฟื้นแล้ว”
“ห๊ะ สุดที่รักของพี”
พีระพุ่งไปจะเข้าไปหาโรสริน น้ำค้างหมั่นไส้ยื่นขาขวาง พีระหกล้มหัวคะมำ แล้วทุกคนก็เข้าไปติดขอบเตียง น้ำค้างหันมายิ้มเยาะเย้ยกวนๆ ให้พีระ พีระเดินตามไปเป็นคนสุดท้าย
“ชนะมั้ย เด็กๆ ชนะรึเปล่า” โรสรินถามทั้งที่ยังมึนอยู่
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะโรซี่”
“ชนะมั้ย ฉันทำให้เด็กๆ ผิดหวังรึเปล่า”
ทุกคนไม่ตอบ ตะวันเดินไปเปิดประตูห้อง โรสรินมองไปทางประตูเห็นอาทิตย์ อึ่ง เด็กๆ เดินถือถ้วยแชมป์เข้ามา เฮ! โรสรินยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“ขอบคุณนะ ที่ทำให้เด็กๆ มีความสุข” ตะวันบอกโรสริน
“หายไวๆ นะคะครูโรส”

โรสรินยิ้มออกมาน้ำตาคลออย่างตื้นตัน

ตะวันเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ชาญ น้ำค้าง มองตะวันด้วยสายตาตำหนิ

“มองอะไร อย่างกับทำอะไรผิดนักหนา”
“พี่ตะวันใจร้าย”
“แกกับปู่มาเคลียร์กันก่อน ทุกคนเค้าก็คิดว่าแกมันบ้าไปแล้วที่ให้โรสสู้จนหยดสุดท้าย ดีนะที่ไม่พิการ”
“ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นยัยโรสก็จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร แล้วทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่า โรสได้เรียนรู้ที่จะทำเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเอง แล้วมันก็คือคุณค่าในตัวเองที่โรสไม่เคยได้รับมาก่อน การที่โรสจะอยู่ที่นี่จนครบสัญญาหนึ่งปี เธออยู่
ไม่ได้หรอกถ้าเธอไม่อยู่อย่างมีความสุข”
น้ำค้าง ชาญ อึ้งไปกับความคิดของตะวัน
“ลึกซึ้ง”
น้ำค้าง ชาญ ปรบมือให้เกรียวกราว
“แล้วนี่ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าต้องทำยังไงให้ยัยกุหลาบร้ายนั่นอยู่ต่อ”
ชาญหยิบถุงยาของโรสรินยื่นให้ตะวัน
“เออ ก่อนจะคิด เอายาไปให้หนูโรสเค้าก่อนไป”
ตะวันมองยาในมือ

โรสรินนั่งอมยิ้มอยู่ที่หน้าบ้าน นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ภาพโรสรินเต้นฮูลาฮูปกับเด็กๆ บนเวที
ภาพที่เด็กๆ เอาถ้วยรางวัลมาอวดตอนที่โรสรินนอนอยู่ในโรงพยาบาล
โรสรินยังนั่งอมยิ้มอยู่ ตะวันเดินเอายามายื่นให้ โรสรินเห็นตะวันก็หุบยิ้ม ดึงถุงยามาถือไว้แล้วลุกขึ้นรีบเดินออกไป ลืมตัวไปว่าขาไม่ดี โรสรินล้มลงทันที
“โอ๊ย”
ตะวันรีบเข้าไปประคองไว้อย่างเป็นห่วง สองคนมองหน้ากันเกิดปฎิกริยาทางเคมีขึ้นมา ใบหน้าทั้งสองคนใกล้ชิดกันมาก กระดาษแผ่นบางๆ ก็สอดผ่านไปไม่ได้
“ปล่อยฉัน ฉันไม่ชอบให้ใครมาถูกตัว”
“ผมไม่ได้อยากกอดคุณอยู่แบบนี้ แต่ผมปล่อยมือออกจากคุณไม่ได้”
โรสรินอึ้งไป
“นายตะวัน”
ตะวันโน้มหน้าเข้าหาโรสรินใกล้กว่าเดิม ต้านทานแรงดึงดูดแห่งความปารถนาไว้ไม่ได้ จะจูบกันอยู่แล้ว! พลันโรสรินและตะวันก็ได้สติขึ้นมาพร้อมกัน หันหน้าออกจากวิถีจูบพร้อมกัน
“อย่าดื้อ คุณเดินไม่ไหวหรอก ไว้ใจผมนะโรสริน”
ตะวันอุ้มโรสรินเดินขึ้นบ้านไป โรสรินหวิวใจบอกไม่ถูก

ตะวันค่อยๆ วางโรสรินลงที่เตียง ท่าทางและอาการของตะวันดูอ่อนโยนมาก
“ออกไปได้แล้ว”
ตะวันไม่สนเดินไปหยิบขวดน้ำในห้อง รินใส่แก้วแล้วหยิบยาออกจากซองเดินไปยื่นให้โรสริน
“วางไว้ตรงนั้นเดี๋ยวฉันกินเอง”
“คุณต้องกินยาเดี๋ยวนี้”
“ฉันไม่ชอบให้ใครสั่ง ยิ่งสั่งฉันก็จะไม่ทำ”
“เรื่องนั้นผมรู้ดี แต่ถ้าคุณไม่ยอมกิน ผมจะเอายากรอกปากคุณเดี๋ยวนี้”
โรสรินยังไม่สน เบือนหน้าหนี ตะวันยิ้มเดินไปใกล้ๆ จะจับโรสรินกรอกยาจริงๆ โรสรินชักกลัวๆ
“ไม่ต้อง ฉันกินเองได้” โรสรินหยิบยาจากมือตะวัน ตามด้วยดื่มน้ำเปล่า “คราวนี้จะออกไปได้รึยัง”
“วันนี้คุณสุดยอดมาก” ตะวันชูนิ้วโป้งให้ โรสรินอึ้งๆ ไปที่ตะวันชมอย่างจริงใจ “ผมขอสารภาพว่าไม่เคยคิดว่าคุณจะอดทนสอนเด็กๆ แล้วทำทุกอย่างจนพาทีมคว้าชัยชนะมาได้”
โรสรินยิ้มภูมิใจ
“ต่อไปนี้ถ้าคิดจะดูถูกฉัน ก็คิดหน้าคิดหลังให้ดี” ตะวันยิ้มให้แล้วจะเดินออกไป โรสรินร้องทักไว้ “เดี๋ยว ยังไงก็ต้องขอบใจนายด้วย” แล้วตะวันก็เดินออกจากห้องไป “ฉันมีความสุขมาก”
ที่หน้าห้องตะวันยิ้มออกมา ความรู้สึกดีๆ อบอวลอยู่ในหัวใจ

วันต่อมา พีระเปิดคอมบนโต๊ะปลายเตียงอุษาวดี และหันไปปลุกน้องสาว
“อุษา เช้าแล้ว ตื่นมาช่วยกันเช็กงานได้แล้ว” อุษาวดีไม่ตอบรับ “ตื่นเร็ว ป่านนีอีเมลล์ล้นแล้วมั้ง “อุษา ตื่นเดี๋ยวนี้ อย่าขี้เกียจ” พีระชักหงุดหงิด เข้าดึงผ้าห่มเลย “จะนอนไปถึงไหน” พีระต้องชะงักแปลกใจเมื่อเห็นอุษาวดีนอนตัวสั่นๆ สีหน้าซีดๆ พีระใช้หลังมือแตะที่หน้าผากเบาๆ “เฮ้ย ร้อนเป็นไฟเลยอ่ะ”
อุษาวดีหน้าซีดตัวสั่น
พีระประคองอุษาวดีออกจากบ้านพักจะพาไปที่รถ
“แข็งใจไว้นะ พี่จะพาไปโรงพยาบาล”
รถกระบะส่งดอกไม้ของไร่ตะวันขับผ่านเข้ามา ตะกร้าใส่ดอกไม้วางเต็มกระบะหลัง น้ำค้างและแย้ลงจากรถ
“คุณอุษาเป็นอะไรครับเนี่ย”
“ไข้ขึ้น ตัวร้อนจี๋เลย เป็นอะไรมากรึเปล่าก็ไม่รู้”
“ฉันจะไปส่งดอกไม้ในเมืองพอดี ไปด้วยกันเลยดีกว่า”
น้ำค้างรีบเข้าไปประคองอุษาวดีอีกคน แย้เปิดประตูให้ แล้วน้ำค้างกับพีระก็พยุงอุษาวดีขึ้นรถไป แย้รีบขึ้นรถตำแหน่งคนขับ น้ำค้างกระโดดขึ้นรถตาม
“ออกรถเลย”
แย้ขับรถออกไป พีระมองอย่างเป็นห่วง
“โชคดีนะอุษา อ้าว เฮ้ย ไปด้วย รอด้วย จะรีบไปไหน”
พีระวิ่งตามรถกระบะออกไป

โรสรินเดินกระเพลกพร้อมไม้ค้ำยันออกจากบ้านพัก โรสรินแปลกใจที่เห็นเก้าอี้รถเข็นวางอยู่ ตะวันเดินเข้ามา
“รถคันใหม่ของคุณ”
“ฉันยังไม่พิการ ฉันเดินได้”
“เท้าคุณยังรับแรงกระแทกไม่ได้ แล้วคุณเองก็ไม่ยอมนอนอุดอู้อยู่ในห้องแน่ เพราะฉะนั้นถ้าอยากรับลมชมวิวก็นั่งรถเข็นซะ” โรสรินยังเฉยอยู่ ตะวันถอนใจ “อย่าดื้อเรื่องที่ไม่ควรดื้อน่า” ตะวันเข้าไปช่วยประคองโรสรินพาไปนั่งที่รถเข็น โรสรินรู้สึกดีแปลกๆ ที่ตะวันดูแลเธอดีมาก “ในฐานะที่คุณยังเดี้ยงอยู่แบบนี้ ผมจะบริการคุณเอง จนกว่าคุณจะหาย”
“แน่ใจนะ”
“คำไหนคำนั้น”

แล้วตะวันก็เข็นรถพาโรสรินออกไป

ตะวันเข็นรถเข็นพาโรสรินดูไร่ดอกกุหลาบสวยๆ เห็นคนงานบ้างตัดแต่งกิ่ง บ้างให้ปุ๋ย ดูแลรดน้ำ โรสรินมองแปลงดอกไม้สีหน้าครุ่นคิดบางอย่างจนตะวันสงสัย
“นายรักดอกไม้รึเปล่า”
“รักสิ เกิดมาก็เจอดอกไม้แล้ว ชีวิตผมกับดอกไม้แยกจากกันไม่ได้”
“แล้วนายฝันอยากเป็นอะไร”
“ผมไม่มีฝัน ผมภูมิใจกับการเป็นชาวไร่ คุณถามทำไม”
“เผื่อว่าฉันจะเจอคำตอบว่า ฉันมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ตั้งแต่เด็กๆ ฉันอยากได้ทุกอย่างที่ฉันต้องการ แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้แล้วว่าฉันต้องการอะไร”
“ผมให้คำตอบคุณไม่ได้หรอก เพราะผมไม่ได้อยู่เพราะความฝัน แต่ผมอยู่กับความสุข”
โรสรินสีหน้าครุ่นคิดตาม
“ฉันมีชีวิตไม่เหมือนนาย ฉันจะอยู่ไร่ตะวันอย่างมีความสุขได้ยังไงล่ะ นายจะให้ฉันทำอะไรอีกเหรอ”
ตะวันครุ่นคิดแล้วยิ้มออกมา
“ถ้าความสุขไม่ได้วิ่งเข้ามาหาคุณ คุณต้องตามหาความสุขด้วยตัวคุณเองแล้วล่ะ”
“หาเอง ไม่รู้ฉันนึกไม่ออก”
“ไม่มีใครช่วยคุณได้ นอกจากตัวคุณเอง”
ตะวันยิ้มให้กวนๆ โรสรินครุ่นคิดจะต้องทำยังไงถึงจะอยู่ไร่ตะวันได้อย่างมีความสุข

ที่บ้านเดชา เดชาแต่งตัวหล่อ คว้ากุญแจรถจะเดินออกจากบ้าน ล่ำ แหลมเข้ามาขวาง
“แต่งตัวหล่อแบบนี้ จะไปหาคุณหนูโรสใช่มั้ยครับ”
เดชาไม่ตอบจะเดินออกไป ล่ำขวางไว้
“แต่เสี่ยครับ เราต้องลงมือแล้วนะ ลูกค้าเร่งวันจะเอาของแล้ว” เดชาชะงัก
“ค่ำนี้เลยเหรอ”
“ครับ ผมให้พวกเราเตรียมเดินทางไปรอที่ป่าแล้ว”
“แล้วเรื่องตำรวจในพื้นที่ล่ะ”
“ไม่มีปัญหาครับ ไม่มีใครกวนเราแน่”
เดชาถอนใจอย่างเสียดายที่ไม่ได้ไปหาโรสริน
“เรื่องหัวใจเอาไว้ก่อนเถอะครับเสี่ย”
เดชาหันขวับมองล่ำแหลม ล่ำแหลมสะดุ้ง ก่อนเดชาจะเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างหงุดหงิด

ที่โรงพยาบาล อุษาวดีนอนให้น้ำเกลืออยู่ กิตติทัตฉีดยาให้ อุษาวดีดูอ่อนเพลียมากๆ กิตติทัตยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“คุณพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอเป็นเรื่องธรรมดา นอนพักสักคืนเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้วล่ะ”
กิตติทัตกำลังจะเดินออกไป อุษาวดีจับมือกิตติทัตไว้ แล้วยิ้มให้
“ขอบคุณหมอมากนะคะ”
กิตติทัตอึ้งไป รู้สึกสะท้านขึ้นมาทันที หันมองหน้าอุษาวดีพลันนึกถึงสิ่งที่พีระบอกไว้
พีระกอดกิตติทัตแกล้งร้องไห้ ละครสุดๆ
“หมอเป็นคนดี ถ้าน้องสาวผมลงเอยกับคนดีๆ ผมก็หมดห่วง”
กิตติทัตตกอยู่ในภวังค์
“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”
กิตติทัต อุษาวดียิ้มให้กัน หัวใจเต้นตึกตักๆ รู้สึกปั่นป่วนในหัวใจ

น้ำค้าง พีระ เฝ้ารออยู่หน้าห้องคนไข้ น้ำค้างมีอาการกระวนกระวายใจ พีระมองอย่างสงสัย
“ห่วงยัยอุษาเหรอ” น้ำค้างพยักหน้า “ก็ยังดีที่มีน้ำใจ นึกว่าที่กระวนกระวายเพราะหึงที่เห็นหมออยู่กับยัยอุษาสองต่อสองซะอีก”
น้ำคางตีปากพีระเลย
“นี่แน่ะ ผีเจาะปากมาพูดหรือยังไง แล้วถ้าฉันหึงหมอก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”
พีระหลุดปากเยาะเย้ย
“กล้าหึง หมอเค้าไม่ได้ชอบเธอซะหน่อย”
น้ำค้างชะงักกึก จ้องพีระอย่างคาดคั้น
“ว่าไงนะ ก็นายเป็นคนบอกฉันเองว่าหมอแอบชอบฉัน” พีระอึกอัก
“เอ่อ ใช่ ก็ใช่น่ะสิ หมอเค้าไม่ได้ชอบเธอ แต่…เค้า…เค้ารักเธอ”
น้ำค้างมองอย่างสงสัยๆ
“ อย่าให้รู้นะว่าโกหก”
“ฉันไม่ว่างขนาดนั้นนะ จะได้มาคอยสร้างเรื่องว่าคนนั้นคนนี้รักกัน”
น้ำค้างมองทางพีระอย่างไม่ไว้ใจ
“ที่ผ่านมาฉันฟังความข้างเดียวมาตลอด วันนี้แหละจะถามหมอให้รู้เรื่องเลย!จะได้หายคาใจซะที”
กิตติทัตเดินออกจากห้องมาหาพีระกับน้ำค้าง
“คุณอุษาปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกังวลนะ หมอขอตัวก่อนนะครับ”
กิตติทัตจะเดินออกไป น้ำค้างรีบร้องเรียก
“เดี๋ยวค่ะหมอ น้ำค้างขอถามอะไรหมอหน่อยได้มั้ยคะ”
กิตติทัตมองน้ำค้างอย่างแปลกใจ ว่ามีเรื่องอะไร…

พีระแอบมองน้ำค้างกับกิตติทัตคุยกัน ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ กลัวความลับเรื่องที่เขาโกหกว่ากิตติทัตชอบน้ำค้างจะแตกโพล๊ะ
“ซวยๆ ทำไงดีวะ ความแตกแน่ๆ”
กิตติทัตมองหน้าน้ำค้างอย่างแปลกใจ
“ว่าไง ตกลงมีอะไร หมอต้องทำงานต่อนะ”
น้ำค้างอึกอักไป รู้สึกเขินอยู่เหมือนกัน
“น้ำค้างอยากถามหมอมานานแล้วค่ะ คือว่า คือ ตกลงแล้วหมอ หมอ หมอ เอ่อ…”
“มีอะไรก็พูดมาเถอะ”
“เอ่อ หมอ หมอ ชอบ…”
พลันแย้วิ่งเข้ามาขัดจังหวะ
“อยู่นี่เอง รีบไปส่งดอกไม้ก่อนเถอะ ป่านนี้ลูกค้ารอแย่”
“แต่ว่า…”
“นี่ก็สายจะแย่อยู่แล้ว รีบไปเหอะ เดี๋ยวค่อยกลับมาใหม่”
แย้รีบพาน้ำค้างออกไปทันที กิตติทัตมองไปทางน้ำค้างอย่างสงสัย
“มีเรื่องอะไร อ้ำอึ้งอยู่ได้”
แล้วกิตติทัตก็เดินออกไปอีกคน พีระที่แอบมองอยู่ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก
“รอดตายแล้วเรา”

น้ำค้างกับแย้ช่วยกันยกดอกไม้ในตะกร้าส่งให้เจ้าของร้านดอกไม้ เจ้าของร้านดอกไม้จ่ายเงินให้น้ำค้าง
“ขายดีๆ นะคะพี่ กลับก่อนนะคะ”
น้ำค้าง แย้ ยกตะกร้าขึ้นท้ายรถกระบะ น้ำค้างเดินอ้อมรถกระบะจะขึ้นรถ แต่ทว่ารถกระบะคันหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาเกือบจะชนกับน้ำค้าง รถเบรกเอี๊ยด คนขับรถที่เป็นหนึ่งในลูกสมุนของเดขารีบลงมาโวยทันที
“เฮ้ย อยากตายรึไง ดูรถบ้างสิวะ”
“เอ็งขับรถก็ดูคนบ้างโว้ย จะรีบไปตายรึไง”
ลูกสมุนเดชาโมโหจะเอาเรื่องแย้ น้ำค้างรีบเข้าไปห้ามสถานการณ์
“อย่าๆๆ ฉันขอโทษแล้วกัน จะไปไหนก็ไปเถอะ”
ลูกสมุนเดชาชี้หน้าแย้อย่างอาฆาตก่อนจะขึ้นรถไป
“น้ำค้างไม่น่าห้ามเล้ย นิสัยเสียอย่างนี้มันต้องสั่งสอนซะบ้าง”
“เหอะน่า ให้มันแล้วๆ ไป อย่ามีเรื่องเลย”
แล้วลูกสมุนเดชาก็ขับรถกระบะออกไป พลันใบเลื่อยตัดไม้ก็หล่นแกร๊ง ตกลงที่พื้น แย้รีบหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย พลันสีหน้าแย้ก็ตกใจ น้ำค้างมองอย่างสงสัย
“ใบเลื่อยตัดไม้นี่หว่า”
“เดี๋ยวนะ พี่แย้ว่าคนเมื่อกี๊ หน้าคุ้นๆ มั้ย”
“คุ้นอยู่นะ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นพวกลูกน้องเดชา”
“แล้วใบเลื่อยนี่ มันจะเอาไปไหน”
แย้ น้ำค้างมองหน้ากันอย่างหวั่นใจ

“หรือว่า…”

ตะวันมีสีหน้าหนักใจมากหลังจากรู้เรื่องราวจากแย้และน้ำค้าง
“ไอ้พวกชั่วนั่นมันลักลอบตัดไม้อีกแน่ๆ”
“แจ้งตำรวจเลยมั้ยพี่ตะวัน”
“คราวก่อนนู้นก็แจ้งไปทีแล้วแต่พวกมันไหวตัวทันเลยคว้าน้ำเหลวจนได้ คราวนี้ถ้ามันทำอีกจริงๆ เราต้องมีหลักฐานเอาผิดให้พวกมันดิ้นไม่หลุด”
“อย่าบอกนะว่า ลูกพี่จะตามไปเอาหลักฐานกับพวกมัน”
“ไม่ได้นะพี่ตะวัน มันเสี่ยงเกินไป”
“ถ้าจะลากพวกมันเข้าคุก เสี่ยงแค่ไหนพี่ก็ไม่สน” ตะวันบอกอย่างมุ่งมั่นเอาจริง น้ำค้าง แย้ สีหน้าหนักใจ
“แย้แกไปกับฉันด้วย”
“นั่นไง งานงอกพอกพูนแล้วไอ้แย้เอ๊ย”
“อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด พี่จะรีบไปรีบกลับ” ตะวันกำชับน้ำค้าง “แล้วไม่ต้องห่วงนะ พี่จะระวังตัวเองให้มากที่สุด”
ห่างไปไกลๆ ที่มุมหนึ่ง โรสรินนั่งอยู่บนรถเข็นมองไปทางตะวัน น้ำค้าง แย้ อย่างสงสัยๆ โรสรินเห็นแย้กับตะวันเดินออกไปพร้อมกัน
“มีเรื่องอะไรกัน”

ตะวันรออยู่ที่รถ แย้รีบเดินเข้ามาหันซ้ายหันขวากลัวว่าใครจะเห็น แล้วแย้ก็หยิบปืนสั้นที่ซ่อนไว้ด้านหลังยื่นให้ตะวัน ตะวันตรวจเช็กปืน
“มีใครสงสัยรึเปล่า”
แย้ส่ายหน้า
“ไม่มีใครสงสัยว่าแอบไปเอาปืน แต่แย้สงสัยว่าเราจะลุยกันจริงๆ ใช่มั้ย”
“เลิกสงสัยได้แล้ว ไป”
ตะวันรีบขึ้นรถไป แย้ถอนใจรู้สึกเสียวๆ
“เอาวะ”
แย้โดดขึ้นรถฝั่งคนขับ แล้วก็รีบขับรถออกไปทันที

น้ำค้างเข็นรถเข็นพาโรสรินมาถึงหน้าบ้านพัก โรสรินยังไม่หายสงสัย
“ไม่รู้จริงๆ เหรอ อยู่ๆ ตะวันรีบร้อนออกไปไหน”
“ก็คงไปทำธุระล่ะมั้ง น้ำค้างไม่รู้หรอก” น้ำค้างบอกอย่างมีพิรุธ
“นายตะวันรับปากว่าจะดูแลฉันช่วงที่ฉันเจ็บ อยู่ๆ ก็หนีไปไม่บอกไม่กล่าว ฉันถามจริงๆ นะ มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า”
“น้ำค้างไปก่อนนะ ทิ้งนายพีกับคุณอุษาอยู่โรงพยาบาลไว้นานแล้ว”
แล้วน้ำค้างก็รีบเดินออกไปเลย
“อ้าว เดี๋ยวก่อนสิ น้ำค้าง เดี๋ยว”
โรสรินหันไปมองไปทางน้ำค้างอย่างยังคาใจ

ล่ำ แหลมและลูกสมุนช่วยกันขนอุปกรณ์ตัดไม้ พวกเลื่อยไฟฟ้า ใบเลื่อย ขวาน ยัดใส่กล่องแล้วขนไปไว้ที่กระบะหลังรถทั้งสองคัน แล้วเอาผ้ายางคลุมไว้อย่างมิดชิด เดชาตรวจดูความเรียบร้อยอย่างละเอียด แล้วทั้งหมดก็ขึ้นรถ แล้วขับออกไป
ตะวัน แย้ ซุ่มรออยู่ข้างรถที่จอดไว้ข้างทาง ตะวันส่องกล้องส่องทางไกลมองไปที่ฟาร์มเดชา เห็นว่ารถกระบะของเดชาสองคันพุ่งออกจากฟาร์ม
“ขนของเต็มหลังรถเลย ได้เรื่องแน่ ไอ้แย้ ตามไปเร็ว”
ตะวัน แย้ โดดขึ้นรถ แล้วแย้ก็ขับรถตามออกไป

แย้ขับรถทิ้งระยะตามรถของเดชาทั้งสองคันไป ตะวันครุ่นคิดหันไปสั่งแย้
“ทิ้งระยะห่างกว่านี้อีก”
“ห่างแค่ไหน”
“ห่างขนาดที่พวกมันยิงลูกปืนใส่หัวแกไม่ได้น่ะ”
“ชัดเลย จัดให้ลูกพี่”
แย้ชะลอรถให้ช้าลง ก่อนจะขับตามไปแบบทิ้งระยะห่างไม่กระชั้นชิด
“งานนี้เราจะพลาดไม่ได้”
“โอ๊ย เสียวโว้ย”

รถกระบะของเดชาสองคันพุ่งเข้ามาบนถนน เดชานั่งอยู่กระบะคันแรก ล่ำเป็นคนขับรถ ล่ำหันไปปรับกระจกมองข้างก็สงสัยเอะใจ
“ผมว่ามีอะไรแปลกๆ”
เดชาหันมองไปที่กระจกมองข้างก็เห็นรถตะวันขับตามมาอยู่ไกลๆ เดชาหันหลังกลับไปมองอีกที
“ใช่รถไอ้ตะวันรึเปล่า”
“ใช่ครับเสี่ย”
“เอาไงดีเสี่ย”
เดชาครุ่นคิด หันหลังกลับไปมองอีกที ก่อนจะยิ้มออกมาร้ายๆ
“ล่อให้มันตามมา ถ้าเข้าป่าเมื่อไหร่ ค่อยหาทางเก็บมัน”
เดชายิ้มร้ายสุดๆ

แย้ยังขับรถตามเดชาไป ทิ้งระยะไว้ห่างๆ
“พวกมันไม่มีขับรถซิ๊กแซ็กหนีเลยเว้ย สงสัยมันไม่รู้ตัวแน่ๆ”
ตะวันสีหน้าครุ่นคิด รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ
“มันอาจจะรู้แล้วก็ได้”
“ห๊า ถ้ารู้แล้ว มันต้องหนีเราสิลูกพี่”
“อย่าเพิ่งพูดมาก ขับรถตามมันไปก่อน”
ตะวันสีหน้าเครียดๆ ชักกังวล ทันใดนั้นรถกระบะทั้งสองคันของเดชา ขับแยกกันไปคนละทาง แย้ตกใจ
“มันแยกกันทำไมวะ ตามคันไหนดีล่ะทีนี้”
“มันไหวตัวทันแล้ว แย้หาที่ซ่อนก่อน เร็ว”

แย้หักพวกมาลัยรถ แล้วรีบขับรถหนีออกไปอีกทาง

กุหลาบร้ายของนายตะวัน ตอนที่ 6 (ต่อ)

ในรถเดชา เดชาโทรศัพท์คุยกับสมุนที่อยู่ในรถอีกคันหนึ่ง

“แยกกันตามล่าไอ้ตะวัน ถ้าเจอตัวเก็บมันได้เลย เข้าใจมั้ย” เดชาวางสายไปแล้วหยิบปืนขึ้นมา หันไปสั่งล่ำ แหลม “ไป ออกตามล่าพวกมันได้แล้ว”
ล่ำขับรถเข้ามา ทุกคนสอดส่ายสายตามองหารถตะวัน แล้วเดชาก็เจอรถของตะวันจอดแอบอยู่แถวต้นไม้ทึบ
“อยู่นั่น”
ล่ำขับรถพุ่งเข้าไปหารถตะวัน แล้วพรวดลงจากรถพร้อมอาวุธปืนในมือ เดชา ล่ำ แหลม เล็งปืนที่หน้ากระจกรถ พร้อมจะยิง เดชาต้องชะงักเพราะตะวันกับแย้ไม่ได้อยู่ในรถ
“บ้าเอ๊ย”
“ถึงมันจะหนีไปได้ แต่คงไปได้ไม่ไกลหรอกครับเสี่ย”
“ตามหาพวกมันให้เจอ”
เดชายิงปืนขึ้นฟ้า ปัง ปัง ปัง แค้นสุดๆ

ตะวัน แย้ หลบซ่อนตัวอยู่ในป่า หันมองขวับไปทางเสียงปืน
“พวกมันอยู่แถวนี้”
“หาทางกลับไร่เหอะพี่ ดูท่าจะไม่ดีแล้ว”
“ฉันจะไม่กลับไปมือเปล่า ถ้าจะออกป่าก็ต้องได้หลักฐานออกมาด้วย”
แล้วตะวันก็เดินเข้าไปในป่าลึก แย้เกาหัวอย่างอยากตาย
“จะได้ออกรึเปล่าเหอะ จะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ในป่ารึเปล่าว้าเนี่ย ไอ้แย้เอ๊ย”
แล้วแย้ก็เดินตามตะวันออกไป

ที่โต๊ะหน้าบ้านพักโรสริน อาทิตย์และอึ่งแกะปิ่นโตออกให้โรสรินเห็นว่ามีกับข้าวอยู่ในสำรับน่ากินมาก
“กินข้าวก่อนนะพี่นางฟ้า แล้วกินยาจะได้หายไวๆ นะ”
“ขอบใจนะ แล้วนี่ตะวันยังไม่กลับมาอีกเหรอ” อาทิตย์ อึ่งส่ายหน้าให้ “ตะวันหายไปไหนรู้รึเปล่า”
อาทิตย์ อึ่งเห็นสีหน้าโรสรินดูวิตกกังวล อาทิตย์สะกิดๆ มองตาอึ่ง
“คุณทิตย์เค้าอยากรู้ว่า พี่นางฟ้าห่วงพี่ตะวันเหรอ”
“เปล๊า ก็แค่ สงสัยว่ารีบร้อนไปไหน เหมือนมีเรื่องใหญ่อะไรสักอย่าง”
โรสรินขยับจะเทน้ำใส่แก้ว แต่มือไปปัดโดนแก้วน้ำล้มร่วงพื้น เพล้ง อึ่งกลืนน้ำลายเอื้อก
“แก้วแตก โบราณเค้าว่าลางไม่ดีแล้วล่ะพี่นางฟ้า”
โรสรินสีหน้าเครียด กังวลห่วงตะวันขึ้นมาจับใจ

ในป่าทึบ ตะวันและแย้เดินอยู่อย่างระวัง พลันตะวันสังเกตว่ามีใครบางคนส่องไฟฉายเข้ามาพอดี ตะวันรีบผลักแย้เข้าไปในพุ่มไม้หนาทึบแล้วตามเข้าไปกดตัวทับไว้ ลูกสมุนเดชาหลายคนเดินผ่านเข้ามา สาดส่องแสงไฟไปทั่ว พอไม่เห็นตะวัน พวกมันก็เดินผ่านออกไป พอลูกสมุนเดชาพากันเดินออกไปแล้ว ตะวันและแย้ก็ถอนใจอย่างโล่งอก
“ไปไอ้แย้ หลบไปทางนั้นก่อน”
แย้คว้ามือตะวันไว้ สีหน้าจริงจัง
“พวกไอ้เดชามีเป็นสิบ ถ้ามันเจอเราล่ะก็ ไม่รอดแน่”
“ก็อย่าให้พวกมันเจอเราสิวะ”
แล้วตะวันก็เดินออกไป แย้ทำหน้าแบบว่าอยากตายสุดๆ
“โอเค แย้จะพยายาม ลูกพี่ เดี๋ยวๆ รอแย้ด้วย”
แย้รีบตามตะวันไป

เดชายืนอยู่กับล่ำและแหลม พลันลูกสมุนเดินเข้ามาหา
“ไงวะ เจอพวกมันบ้างมั้ย” ลูกสมุนส่ายหน้าให้ เดชาเซ็งสุดๆ “บ้าเอ๊ย” เดชาครุ่นคิด แล้วยิ้มอย่างมีแผน “ช่างหัวมัน ทำงานของเราต่อไปเดี๋ยวไอ้พวกจุ้นจ้านรนหาที่มันก็ต้องโผล่มาให้เราเชือดทิ้งถึงที่เองจนได้และถ้ามันโผล่มาเมื่อไหร่ อย่าปล่อยให้มันจุ้นจ้านให้ฉันรำคาญอีกต่อไป...ทำงานของเราต่อไป แล้วคอยจับตาพวกมันไว้ เจอตัวเมื่อไหร่ก็จัดการได้เลย”
เดชาประกาศก้องแล้วยิ้มอย่างหมายมั่นปั้นมือจะจัดการตะวันให้ได้

บริเวณตัดต้นไม้ใหญ่ในป่า เดชา ล่ำ แหลมและลูกสมุนจัดการขนอุปกรณ์ตัดไม้ทั้งหมดลงจากท้ายรถกระบะ
รอบๆ บริเวณ จุดคบไฟไว้ให้แสงสว่าง ลูกสมุนเดชาจำนวนหนึ่งถือปืนคุ้มกันรอบๆ สถานที่ เดชาเดินไปมองต้นไม้ใหญ่ แล้วหันไปสั่งล่ำ แหลมและสมุน ล่ำ แหลม ลูกสมุน จัดการเตรียมอุปกรณ์ ติดใบเลื่อยเข้ากับเครื่อง แล้วทดลองเครื่อง ใบเลื่อยหมุนเสียงดังอย่างน่ากลัว
“พร้อมแล้วครับเสี่ย”
เดชายิ้มร้ายๆ มองต้นไม้สูงใหญ่ที่ตระหง่านอยู่ตรงหน้า

ตะวัน แย้เดินข้างกันมาอย่างระแวดระวัง พลันตะวันก็ชะงักเท้า หันมองไปทางหนึ่ง
“มีอะไรเหรอลูกพี่”
“เงียบๆ”
เสียงเลื่อยตัดไม้ดังขึ้นจากทางหนึ่ง ตะวันหันมองหน้าแย้อย่างเครียด
“พวกมันลงมือแล้ว” ตะวันชี้ไปทางเสียง “ทางนั้น”
แย้กลืนน้ำลายเอื้อก อย่างกลัวๆ
“ลูกพี่รู้ใช่มั้ย ว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำ คือการเอาชีวิตไปทิ้ง”
“แล้วเราจะปล่อยให้ขบวนการชั่วของพวกมันยังอยู่รึไง ป่าไม้เป็นลมหายใจของเราทุกคน” ตะวันตบบ่าแย้ปลอบ “ไม่ต้องกลัว ได้หลักฐานเมื่อไหร่ เราจะออกจากที่นี่ทันที”
ตะวันบอกแล้วเดินออกไป แย้ถอนใจอย่างยังไม่หายกลัวอยู่ดี
“คำถามเดิมครับพี่ พวกเราจะได้กลับออกไปมั้ย”
แย้เซ็งสุดขีด แต่ก็รีบเดินตามไปติดๆ

น้ำค้างกับพีระนั่งข้างๆ กันหน้าห้องจ่ายยาของโรงพยาบาล พีระสีหน้าครุ่นคิด เครียดๆ เป็นกังวล หันมองหน้าน้ำค้าง
“ถามอะไรหน่อยสิ เธอคิดจริงจังกับหมอทัตมากแค่ไหน”
“ตอนแรกก็เฉยๆ นะ แต่พอนายบอกว่าหมอทัตแอบชอบฉัน ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไป” น้ำค้างยิ้มกว้าง เขิน
“แล้วสมมตินะ สมมติว่า หมอทัตเค้าไม่ได้ชอบเธอล่ะ”
น้ำค้างหันขวับมองพีระ
“ฉันก็จะฆ่านายไง” น้ำค้างตบเก้าอี้ปัง “ฉันเกลียดที่สุดเลย ไอ้คนที่ชอบล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น แล้วอย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมให้นายอยู่ที่ไร่ตะวันต่อไป” พีระสะดุ้งโหยงอย่างสยอง น้ำค้างสงสัยตะหงิดๆ “อย่าบอกนะว่านายโกหกฉัน”
“บ้า ก็บอกแล้วไงว่าแค่สมมติ ฉันก็แค่ชวนหาเรื่องคุยไปเรื่อยเปื่อย”
“นายบอกว่าหมอชอบฉัน แต่หมอไม่เห็นแสดงออกอะไรเลย พีระ หรือว่านายโกหกฉันจริงๆ”
พลันเจ้าหน้าที่ก็เรียกให้มารับยา
“คุณอุษาวดีรับยาที่ช่องสองค่ะ”
“ฉันไปรับยาแทนอุษาก่อนนะ” พีระรีบชิ่ง
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว เคลียร์กันก่อน”

พีระไม่สนรีบวิ่งพรวดไปรับยาทันที

กิตติทัตเดินคู่มากับอุษาวดี อุษาวดีจับมือกิตติทัตอย่างขอบคุณ
“ขอบคุณหมออีกครั้งนะคะที่ดูแลอุษาอย่างดี แล้วจะหาโอกาสมาตอบแทนนะคะ”
กิตติทัตยิ้มเขินๆ
“ไม่ต้องตอบแทนหรอก แค่คุณพักผ่อนเยอะๆ ทานยาตามที่ผมบอก ผมก็ดีใจแล้ว”
“ขออุษาเลี้ยงอาหารอร่อยๆ สักมื้อหนึ่งดีกว่า ตามนั้น อย่าปฏิเสธนะคะ”
“ก็ได้ครับ”
อุษาวดีเดินสะดุดจะหกล้ม กิตติทัตรีบเข้าโอบประคองไม่ให้ล้ม กิตติทัตสบตาอุษาวดี ยิ่งรู้สึกหวิวในหัวใจมากกว่าเดิมอีก น้ำค้างกับพีระเดินเข้ามาเห็นพอดี
“หมอ”
กิตติทัตกับอุษาวดีชะงักทันที แต่กิตติทัตยังคงประคองอุษาวดีไว้อยู่
“คือ คุณอุษาจะล้มหมอแค่ช่วยประคอง”
น้ำค้างรู้สึกหึงพุ่งปรี๊ดขึ้นมา รีบเข้าไปแยกกิตติทัตออกจากอุษาวดีทันที
“แต่ตอนนี้ไม่ล้มแล้วไม่ใช่เหรอคะ” น้ำค้างบอกหน้างอนๆ เสียงแข็ง
“น้ำค้าง จะโกรธหมอทำไม” กิตติทัตถามอย่างแปลกใจ น้ำค้างงอนมาก หลุดปาก
“แต่น้ำค้างมีสิทธิ์ไม่ให้หมอใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่นนะคะ”
อุษาวดี กิตติทัตมองหน้าน้ำค้างอย่างงงๆ พีระทำหน้าอยากตาย ซวยแล้ว ความแตกแน่
“สิทธิ์ สิทธิ์อะไร” กิตติทัตถามอย่างแปลกใจ
“ตายแล้ว ตายๆๆ ดึกป่านนี้แล้ว กลับบ้านกันดีกว่า ยิ่งเปลี่ยวๆ อยู่ อันตรายแย่ไปๆ กลับกันได้แล้ว” พีระรีบขัด รีบจูงมืออุษาวดีกับน้ำค้างแล้วกระชากพาออกไปทันที
“เดี๋ยว เดี๋ยวสิ ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลย”
“ไม่มีอะไรต้องคุยแล้ว กลับเดี๋ยวนี้เลย”
พีระลากอุษาวดีกับน้ำค้างออกไป ก่อนเรื่องที่ปกปิดไว้จะแตกออกมา กิตติทัตมองไปทางน้ำค้าง สีหน้างงสุดๆ

น้ำค้างขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านตะวัน น้ำค้าง พีระ อุษาวดีลงจากรถ สีหน้าน้ำค้างยังไม่หายหงุดหงิด
“น้ำค้างเป็นอะไร ไม่พอใจฉันรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ ถ้าน้ำค้างทำอะไรไม่ดีออกไป น้ำค้างขอโทษจริงๆ นะคะ แต่ถ้าจะมีไม่พอใจ คนคนนั้นไม่ใช่คุณอุษาแน่ๆ”
น้ำค้างหันขวับจ้องหน้าพีระ พีระสะดุ้ง
“เอ๊า อะไร เธอไม่พอใจอะไรฉัน ฉันทำอะไรผิด”
“ฉันมั่นใจว่านายมีเรื่องปกปิดฉันแน่ๆ นายพีระ”
“อาไร๊ จะไปมีอาไร๊ บ้าแล๊ว” พีระแกล้งหาว “ดึกมากแล้วแยกย้ายกันไปนอนดีกว่าเนอะ ไปๆ”
พีระจูงมืออุษาวดีจะพาออกไปทันที น้ำค้างมองตามอย่างยังไม่หายคาใจ น้ำค้างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
“รอให้ฉันหมดห่วงเรื่องพี่ตะวันก่อนเถอะ ฉันจะซักไซ้นายให้หมดเปลือกเลยคอยดู” น้ำค้างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหาเบอร์ตะวัน “หวังว่าคงไม่เจอเรื่องร้ายๆ นะพี่ตะวัน”
น้ำค้างกำลังจะกดโทรออก พลันเสียงชาญดังขึ้นจากด้านหลัง
“น้ำค้าง” น้ำค้างสะดุ้งเฮือกหันไปก็ต้องตกใจที่เห็น โรสริน ชาญ อาทิตย์ อึ่ง สีหน้าเครียดๆ เหมือนมีเรื่องข้องใจ “เอ็งกับปู่มีเรื่องต้องเคลียร์กันหน่อย”
“ไม่หน่อยหรอกปู่ เยอะเลย”
น้ำค้างสีหน้าเครียดๆ กังวล เหมือนคนมีความลับจุกในอก ทุกคนมองอย่างคาดคั้น

น้ำค้างนั่งหลบหน้าหลบตา พยายามไม่รู้ไม่ชี้ ไม่รู้ไม่เห็นสุดๆ ขณะที่ทุกคนมองอย่างคาดคั้น
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้ๆ จะคาดคั้นเอาอะไรกับน้ำค้างล่ะจ๊ะ”
“ตะวันหายไปพร้อมกับแย้ แล้วเธอก็เป็นคนคุยกับสองคนนั้นเป็นคนสุดท้ายจะไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยงั้นเหรอ” โรสรินบอก
“ก็ไม่รู้จริงๆ จะให้ทำยังไง”
“อาทิตย์มองตาน้ำค้างซิลูก”
อาทิตย์เดินเข้าไปมองตาน้ำค้างใกล้ๆ อาทิตย์หันไปส่ายหน้าให้ชาญ
“นั่นปะไร ชัดเลย อาทิตย์มันเชี่ยวชาญการมองตาคน น้ำค้างพูดไม่จริงใช่มั้ย”
“ถ้าอยากรู้ว่าพี่ตะวันหายไปไหนก็โทรหาสิ”
ชาญชูโทรศัพท์มือถือ
“กดโทรหาตะวันกับไอ้แย้จนมือจะหงิกแล้ว ติดต่อไม่ได้โว้ย”
“บอกมาตรงๆ ดีกว่าว่าตะวันหายไปไหน ทุกคนเค้าเป็นห่วงกันหมดแล้ว เธอไม่เป็นห่วงตะวันรึไง”
“ห่วงไม่น้อยกว่าทุกคนหรอก” น้ำค้างลุกขึ้นพรวด “แต่บอกแล้วไงคะว่าไม่รู้ๆ คิดในทางที่ดีไว้ก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพี่ตะวันก็กลับมาเองนั่นแหล่ะ”
แล้วน้ำค้างก็เดินหนีออกไปเลย
“น้ำค้าง นังน้ำค้าง มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
โรสรินสีหน้าเป็นห่วงและกังวลใจสุดๆ

น้ำค้างเดินเข้าห้อง รีบปิดประตูแล้วจัดการล็อกเรียบร้อย สีหน้าเครียดๆ
“ป่านนี้แล้ว ยังไม่กลับมาอีก เป็นยังไงบ้างนะ”
น้ำค้างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาตะวัน น้ำค้างรอฟังเสียงจากปลายสาย แต่ยังไม่มีสัญญาณตอบรับ
“ไม่มีสัญญาณ อยู่ในป่าแล้วแน่ๆ”
น้ำค้างสีหน้าเครียดๆ แล้วกดโทรหาตะวันอีกครั้ง

ในป่า เดชาและพวกกำลังช่วยกันตัดไม้ ไม้ใหญ่ล้มลงมาตึง ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก แถวๆ พุ่มไม้หนาทึบ ตะวัน แย้ ซุ่มแอบดูอยู่ ตะวันแอบถ่ายคลิปวีดีโอจากกล้องในโทรศัพท์มือถือ ภาพในกล้องเห็นเดชาและลูกสมุนกำลังตัดไม้กันอยู่ เป็นขบวนการใหญ่มากๆ
“หลักฐานครบรึยังลูกพี่”
ตะวันส่ายโทรศัพท์มือถือเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบ
“เรียบร้อย”
แต่แล้วพลันเสียงริงโทนเพลงคึกคักเร้าใจหนุกหนานจากโทรศัพท์มือถือของแย้ก็ดังขึ้น
“อิ๊บอ๋ายแล้ว นึกว่าในป่าไม่มีสัญญาณ” แย้มองมือถือ “โธ่! น้ำค้างจะโทรมาทำไมตอนนี้” แย้รีบปิดเสียงมือถือ แต่ด้วยความตื่นเต้นก็ปิดไม่ได้ซักที “เฮ้ย ปิดเสียง ปิดเสียงไงวะเนี่ย”
เดชาและลูกสมุน หันมองหน้ากัน เดชายิ้มอย่างผู้ชนะ ประกาศลั่น

“เด็ดหัวพวกมันมาให้ได้”

ตะวัน แย้ มองซ้ายขวาหาทางหนี แย้หันมองไปทางหนึ่งเห็น เดชา ล่ำ แหลมกำลังตรงเข้ามา
“เฮ้ย ลูกพี่ มันเข้ามาแล้ว”
เดชายิงปืนขู่ปังๆ
“ไอ้ตะวัน มุดหัวอยู่ไหนออกมาสิวะ”
ตะวันหันมองไปทางหนึ่ง ซึ่งมีทางราบให้วิ่งหนี
“แย้ หนีไปทางนั้นก่อน”
ตะวัน แย้ ออกจากที่หลบซ่อน แล้วรีบวิ่งหนีไป ล่ำ แหลม มองเห็นตะวันกับแย้วิ่งหนี หลังไวๆ
“เฮ้ย มันอยู่ทางนั้น”
เดชายิงปืนเข้าใส่ทันที ปังๆ ตะวัน แย้ วิ่งหลบลูกกระสุนเป็นพัลวัล เดชาหันไปสั่งทุกๆ คน
“กระจายกันโอบล้อมพวกมันไว้ อย่าให้หนีไปได้”
ลูกสมุนเดชาหลายคน กระจายกันวิ่งออกไปทางซ้ายและขวา เดชา ล่ำ แหลมเดินตรงไป มาดหมายจะจัดการตะวันให้ได้

ตะวัน แย้วิ่งหนีออกมาตามทาง มาหยุดยืนหอบแฮ่ก
“รถอยู่ไหนวะไอ้แย้”
แย้ชี้ไปซ้าย
“เฮ้ย! ไม่ใช่ ทางนี้นี่หว่า” แย้ชี้ไปทางขวา “เฮ้ย ไม่แน่ใจ”
“ทางนี้”
ตะวันวิ่งนำแย้ออกไป
“อ้าว รู้แล้วยังมาถาม”
แย้รีบวิ่งตาม

เดชา ล่ำ แหลมออกเดินตามล่าตะวันและแย้
“เสี่ยครับถ้าเราฆ่าไอ้ตะวัน เสี่ยอาจจะเดือดร้อนก็ได้ ใครก็รู้ว่าตะวันมันพยายามเปิดโปงเสี่ยมาตลอด”
“ก็อย่าให้หลักฐานสาวถึงฉันสิวะ ไม่มีหลักฐานก็หาคนผิดไม่เจอ” เดชายิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม “มันรนหาที่เอง ถ้ามันตายซะ นอกจากจะหมดเสี้ยนหนามทางธุรกิจ ฉันยังจะกำจัดศัตรูหัวใจของฉันกับคุณโรสได้อีกด้วย”
เดชายิ้มอย่างเหี้ยมแล้วเดินออกไป ล่ำ แหลม เดินตามประกบติด

ตะวัน แย้ รีบเดินเข้ามาตามทาง ตะวันสายตามองสอดส่องระวังภัยจากพวกเดชาไปด้วย
“ใกล้ถึงรึยังลูกพี่”
“ใกล้แล้ว” ตะวัน แย้ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นลูกสมุนเดชาสองคนยืนถือปืนจ่อจากทางด้านหลัง “ใกล้ถึงที่ตายแล้วโว้ย”
ลูกสมุนสองคนหัวเราะกันอย่างสะใจ ตะวันผลักแย้ล้มลงทันที
“หมอบ”
แย้รีบหมอบกับพื้น ตะวันชักปืนขึ้นมายิงสวนไป ปังๆ พวกลูกสมุนรีบหลบ แล้วยิงใส่ ปังๆๆ ตะวันหลบที่ต้นไม้ใหญ่ ลูกสมุนสองคนตรงเข้าไปจะยิงตะวัน แย้คว้าไม้ที่พื้นได้ก็ลุกขึ้นฟาดใส่หัวลูกสมุน2 จนล้มลงสลบ ลูกสมุน1 เล็งปืนที่แย้ทันที แย้กลัวมือไม้สั่นทิ้งไม้หลุดมือ
“ตายยย”

ลูกสมุน1 กำลังจะยิงแย้ แต่ทว่าตะวันพรวดเข้ามาเตะปืนที่มือลูกสมุน1กระเด็นไป ตะวันชกลูกสมุนผงะไป ตะวันหยิบไม้ที่พื้นแล้วฟาดเต็มหัวลูกสมุน1 สลบไปอีกคน แย้ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“แย้ ไอ้แย้ รอดแล้ว เร็วรีบหนี”
ตะวันกับแย้รีบวิ่งหนีไป
เดชา ล่ำ แหลมหันขวับไปทางเสียงปืนที่ได้ยิน
“ไอ้ตะวัน”
เดชารีบวิ่งไปทางที่ได้ยินเสียงปืนทันที ล่ำ แหลมวิ่งตามออกไป

ตะวัน แย้วิ่งมาตามทาง แย้วิ่งหกล้มแต่ตะวันวิ่งนำไปไกลแล้ว
“โอ๊ยยย”
ตะวันชะงักกึก หันไปมอง
“แย้ ลุกขึ้น ลุกเร็ว”
แย้ยันกายลุกขึ้น แต่เจ็บข้อเท้าลุกไม่ไหว
“ลุกไม่ไหวลูกพี่”
ตะวันตัดสินใจวิ่งเข้าไปช่วยพยุงแย้ลุกขึ้น
“แข็งใจหน่อย เดี๋ยวจะได้ออกไปแล้ว”
ตะวันพยุงหิ้วปีกแย้ จะพาเดินไปด้วยกัน แต่ทว่า พลั่ก! ตะวันกับแย้โดนเดชาเตะเสยหน้า กระเด็นไปทั้งคู่
โทรศัพท์มือถือของตะวันกระเด็นหลุดออกจากตัวตกลงที่พื้น ตะวันตะเกียกตะกายจะเข้าไปหยิบ แต่ต้องชะงักเพราะเดชา กับล่ำ ถือปืนเล็งขู่
“อย่าแม้แต่จะคิด”
เดชาก้มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดปุ่มเปิดคลิปวีดีโอที่ตะวันถ่ายหลักฐานการลักลอบตัดไม้ไว้ เดชายิ้มร้ายๆ
“แกคิดว่าแกจะชนะฉันได้เหรอ”
เดชาโยนโทรศัพท์มือถือตะวันทิ้ง แล้วยิง ปัง! โทรศัพท์แตกละเอียด
“ตายๆๆ ตายแน่ๆ” แย้บ่นพึมพำออกมา
“ค้นตัวพวกมัน”

ล่ำ แหลม เข้าไปค้นตัวตะวันกับแย้ที่คุกเข่าอยู่ที่พื้น ล่ำ แหลม หยิบเอาโทรศัพท์มือถือของแย้ ขณะที่แหลมเก็บมีดและถือปืนของตะวันไว้ ล่ำยื่นโทรศัพท์มือถือของแย้ให้เดชา เดชาโยนมือถือทิ้งแล้วยิง ปัง! จนมือถือแตกละเอียดอีก เดชายืนค้ำร่างของตะวันไว้แล้วยิ้มอย่างสะใจ
“ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะฆ่าแกหรอก ต่างคนต่างอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว แต่แกยังแส่หาเรื่อง”
“ฉันทำเพื่อความถูกต้อง”
เดชา ล่ำ แหลม มองหน้ากันแล้วหัวเราะสะใจ
“เพื่ออะไรกันแน่ เพื่อแลกกับความตายต่างหากมั้ง ตะวัน แกกับฉันรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ฉันรู้สึกเศร้านิดๆ ที่แกจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ลาก่อนเพื่อน”
เดชากำลังจะลั่นไกยิงตะวัน แต่ตะวันไม่ยอมแพ้ พุ่งตัวออกไปกระแทกเดชาล้มลง ล่ำจะหันยิงตะวัน ตะวันเตะปืนกระเด็นไป แหลมจะยิงตะวันอีกแต่แย้กระโดดชาร์จจนแหลมล้มกลิ้งปืนกระเด็นหลุดมือ เดชาที่ล้มอยู่ที่พื้นลุกขึ้น เล็งปืนไปที่ตะวัน จะยิงตะวัน
“ไอ้ตะวัน”

สีหน้าตะวันช็อกสุดขีด วินาทีตายรออยู่ตรงหน้า

ที่บ้านพักโรสริน อาทิตย์ อึ่งวางดอกไม้ที่หิ้งพระแล้วก้มกราบ สีหน้าโรสรินยังกังวลไม่สบายใจ
“ทำไมฉันถึงใจคอไม่ดียังไงก็ไม่รู้”
“อึ่งกับคุณทิตย์ขอพรพระ ให้พี่ตะวันปลอดภัยแล้ว” อึ่งหันไปอาอาทิตย์ “เรากลับไปหาปู่กันก่อนเหอะคุณทิตย์ ...ไปก่อนนะจ๊ะ”
พออาทิตย์กับอึ่งออกไป โรสรินหันไปมองพระแล้วพนมมือต่อหน้าพระ
“ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองตะวันให้ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายใดๆ ด้วยนะคะ”
โรสรินก้มกราบอีกครั้ง แล้วถอนใจอย่างรู้สึกใจคอไม่ดีเลย อึ่งกับอาทิตย์แอบดูอยู่ ยิ้มแฉ่งให้กัน

เดชายังเล็งปืนมาที่ตะวัน ที่ไร้หนทางสู้
“ตายยย”
แชะๆๆ กระสุนหมดกะทันหัน ตะวันรอดตายอย่างหวุดหวิด แล้วเดชาก็พุ่งเข้าไปอัดตะวัน ล่ำเข้ามาช่วย อัดกันชุลมุนวุ่นวายไปหมด ในขณะที่แหลมกอดรัดปล้ำกับแย้อยู่ ตะวันก็อัดล่ำล่มคว่ำไปเตะเสยอีกครั้งจนสลบ เดชาถีบตะวันจนล้มลง แหลมอัดแย้ลงไปกองแล้วหยิบมีดโยนให้เดชา เดชารับมีดได้ก็พุ่งแทงตะวัน ตะวันหลบได้หวุดหวิด
ตะวันเข้าไปแย่งมีดกับเดชา ยื้อแย่งกันสุดชีวิต แหลมกับแย้ก็สู้กัน แย้บู๊สุดชีวิต
ตะวันเสียหลักโดนเดชาอัดกระเด็น เดชาใช้มีดฟันตะวัน ตะวันหลบไม่พ้นโดนฟันที่แขนถากๆ ที่แขน เลือดไหลอาบ เดชาอัดตะวันคว่ำลงที่พื้นจะตามไปซ้ำ ตะวันกำดินที่พื้นได้ก็ปาใส่หน้าเดชา
“โอ๊ย”
ตะวันอาศัยจังหวะได้เปรียบอัดเดชาหลายทีจนล้มกอง ตะวันหันไปช่วยแย้อัดแหลมจนล้มพับหมดสภาพไป
“เฮ้ย รอดตายเหรอวะเนี่ย”
ตะวันหิ้วปีกแย้
“ไปแย้ รีบออกจากที่นี่”
ตะวันวิ่งหิ้วปีกพาแย้ออกไป เดชา ล่ำ แหลม ยังล้มกองจุกอยู่ที่พื้น เดชาลุกขึ้นอย่างแค้น เดชาเตะล่ำกับแหลมปลุกให้ลุกขึ้น
“ลุก ลุกขึ้นสิวะ ตามมันไปเร็ว”
เดชาคว้าปืนของล่ำที่พื้นได้กระบอกหนึ่ง แล้วเดชาก็รีบวิ่งออกไป ล่ำ แหลมลุกขึ้นอย่างสะบักสะบอม แล้วก็รีบวิ่งตามเดชาออกไป

ตะวันวิ่งหิ้วปีกพาแย้มาถึงที่รถ รีบเปิดประตูรถแล้วยัดแย้ขึ้นรถไป ตะวันรีบเปิดประตูรถฝั่งคนขับแล้วเข้าไปตะวันไขกุญแจสตาร์ทรถ ครั้งแรกเครื่องไม่ติด ครั้งที่สองก็ยังไม่ติด แย้โมโหทุบคอนโซลล์หน้ารถ ปังๆ
“เฮ้ย อย่ามาหนังไทยตอนนี้สิวะ ทุกทีติดจะมาดับอะไรวันนี้วะ คนกำลังรีบโว้ย” ตะวันไขกุญแจสตาร์ทอีกที คราวนี้เครื่องติด “ลุยโลด ลุยโว้ยลูกพี่”
ตะวันเข้าเกียร์ เหยียบคันเร่งขับออกไป เดชาวิ่งตามมา ล่ำ แหลม วิ่งสะบักสะบอมตามติดเข้ามา เดชาวิ่งตามยิงปืนเข้าใส่ เปรี้ยงๆๆ แต่ทำอะไรตะวันไม่ได้ ตะวันขับรถพุ่งออกไปไกลแล้ว เดชายิงปืนขึ้นฟ้าอย่างหัวเสียหงุดหงิดสุดขีด ปังๆๆๆ
“โธ่โว้ย”

บริเวณตัดต้นไม้ใหญ่ในป่า เดชาตวาดสั่งบรรดาลูกสมุนอย่างหงุดหงิด
“เก็บของให้เรียบอย่าให้เหลือหลักฐาน” เดชาชี้หน้าพวกสมุน “พวกแกหนีไปกบดานก่อนอย่าเพิ่งติดต่อฉัน ถ้ามีงานฉันจะเรียกอีกที เร็ว เร่งมือ”
ล่ำ แหลม กุมท้องอย่างยังจุกไม่หาย
“เสี่ยครับ ถ้าไม่ส่งของเราเสียหายหลายล้านนะครับ”
“จริงด้วย”
เดชาชกล่ำกับแหลมระบายอารมณ์
“ไอ้โง่ จะรอให้ตำรวจแห่กันมารึไง”
“ตะวันมันจะกล้าบอกตำรวจได้ไง หลักฐานก็ไม่มี”
“แล้วไอ้ที่มันกองอยู่ตรงนี้ไม่ใช่หลักฐานรึไง เก็บของให้หมดเดี๋ยวนี้”
เดชาออกคำสั่งอย่างหงุดหงิด ล่ำ แหลม และบรรดาลูกสมุนรีบกุลีกุจอเก็บอุปกรณ์เครื่องมือตัดไม้เป็นการใหญ่ เดชามีสีหน้าโมโหโกรธาตะวันเป็นที่สุด

ตะวันขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถไร่ตะวัน ทั้งสองคนลงจากรถ ตะวัน แย้ มองหน้ากัน สารรูปทั้งสองคนดูไม่ได้เลย โทรม สะบักสะบอม เนื้อตัวเปื้อนฝุ่นเต็มไปหมด
“สภาพเราทั้งคู่ดูไม่ได้เลยลูกพี่ ถ้าใครเห็นเข้าจะแก้ตัวยังไง” ตะวันเปิดเก๊ะหน้ารถหยิบเสื้อยืดสีขาวมาได้ตัวหนึ่ง “ลูกพี่เอาไปเหอะ ถ้าปู่ชาญเห็นเข้าล่ะยาวแน่”
ตะวันถอดเสื้อที่คลุกฝุ่นออกยื่นให้แย้ถือไว้ ตะวันปัดตามเนื้อตัวก่อนจะสวมเสื้อยืดตัวใหม่
“รีบไปนอนซะ แล้วถ้าใครถามว่าหายไปไหนมา บอกว่าไปกรุงเทพกับฉัน แล้วมีเรื่องกับแก๊งซิ่งมอเตอร์ไซค์ ตามนี้นะ”
แย้ทำมือโอเคให้
“แล้วเรื่องไอ้เดชาจะเอาไง แจ้งตำรวจมั้ยลูกพี่”
“แกรู้จักไอ้เดชาดีไม่ใช่เหรอ ถ้ามันดิ้นหลุด ทุกคนที่ไร่ตะวันจะเดือดร้อน มันราวีไม่เลิกแน่ แต่แกไม่ต้องห่วงเพราะฉันจะกัดมันไม่ปล่อย”
แล้วตะวันก็หันมองซ้าย ขวา เห็นว่าไม่มีใครเห็นแล้วก็รีบเดินออกไป แย้ส่ายหน้า
“เฮ้อ ห่วงก็ตรงกัดไม่ปล่อยนี่แหล่ะ”

ตะวันเดินผ่านเข้ามาหยุดที่บริเวณหน้าบ้านพักโรสริน ตะวันมองเข้าไปทางบ้านพักเห็นว่ายังเปิดไฟในห้องนอน
“ป่านนี้ยังไม่นอนอีก มัวทำอะไรอยู่”
“เดินเล่น”
ตะวันชะงักทันที หันมองไปทางด้านหลังเห็นโรสรินยืนอยู่กับไม้ค้ำยัน โรสรินมองหน้าตะวันอย่างจับผิด กึ่งๆ โมโหด้วยซ้ำ
“นี่มันตีอะไรแล้วคุณ แล้วนี่ขาก็ยังเดี้ยงอยู่ด้วย”
“ฉันนอนไม่หลับ” โรสรินมองหน้าตะวันคาดคั้น “นายหายไปไหนมา”
“ไป ไปทำธุระที่กรุงเทพกับไอ้แย้มา แล้วที่เห็นสภาพโทรมๆ แบบเนี้ย เพราะไปมีเรื่องกับแก๊งมอเตอร์ไซค์มานิดหน่อย”
โรสรินมองจับผิดมากๆ
“พูดยังกะเขียนสคริปต์”
“ถ้าไม่เชื่อก็ช่วยอะไรไม่ได้”
ตะวันจะเดินหนี โรสรินรีบขวาง
“ไปไหนมา ทุกคนเค้าเป็นห่วงกันหมด พูดความจริงกับฉัน”
“คุณไปนอนซะ ขาเป๋แล้วยังจะซ่า เจียมตัวซะมั่ง เจ็บอยู่แทนที่จะพักผ่อน เดี๋ยวก็ได้พิการตลอดชีวิต”
“แช่งเหรอ”
โรสรินทุบผลั่กเข้าให้ที่ต้นแขนตะวันที่โดนเดชาใช้มีดฟัน ถากๆ แผลไม่ลึกมากนัก
“โอ๊ย” ตะวันกุมต้นแขนแบบว่าเจ็บสุดๆ
“อะไร แค่ทุบเบาๆ เอง” โรสรินต้องตกใจที่เห็นเลือดไหลซึมฉ่ำเสื้อยืดสีขาว “เลือด นี่นายไปทำอะไรมากันแน่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ”

ตะวันหลบตา ไม่อยากบอกความจริง โรสรินมองตะวันด้วยสายตาที่เป็นห่วง
 
จบตอนที่ 6 
 
หางเครื่อง ตอนที่ 4
หางเครื่อง ตอนที่ 4
ทางด้านศิริพรสลึมสลืออยู่ในอ้อมแขนของใครคนหนึ่งซึ่งกำลังประคองเธออยู่หน้าโรงพยาบาล “โอ๊ย รวิ ชั้นมึนหัวไปหมดเลย นี่ ถึงไหนแล้วนี่” “อ๋อ นี่เราอยู่หน้าโรงหมอแล้วจ้า เป็นอะไรมาล่ะ เดี๋ยวให้หมอเค้าดูให้เน้อ” ศิริพรขมวดคิ้วรู้สึกแปลกๆ กับเสียงพูด ลืมตาขึ้นมามองแล้วร้องโวยวายกระเด้งตัวออกมายืนชี้หน้า “ว๊าย! นี่ นี่ลุงเป็นใครเนี่ย แล้วรวิล่ะ รวิไปไหน” ศิริพรพยายามชะเง้อมองหารวิ “อ๋อ พ่อพระเอกลิเกนั่นน่ะเหรอ มันฝากให้พาเอ็งเข้าโรงหมอ แล้วมันก็เปิดไปไหนแล้วไม่รู้น่ะข้าเห็นเอ็งหลับ อยู่ไม่ได้สติ ก็กะว่าให้ถึงมือหมอก่อนค่อยปลุก” ศิริพรทำหน้าตกใจ กระฟัดกระเฟียด “อะไรนะ! บ้าจริง รวินะรวิ ทำแบบนี้ได้ไง”
กำลังโหลดความคิดเห็น...