xs
sm
md
lg

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 12

เผยแพร่:

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 12

ชานนท์พาตัวแทนมาคุยบนสะพานปลาห่างจากเรือ



“ถ้ามีส่วนลดให้ในสิบกิโลแรกอย่างที่คุณว่า ผมจะยอมรอก็ได้” ชานนท์ดีใจมาก

“ผมขอเวลาสัก 20 นาที”

“ผมให้ 10 นาที เราต้องเร่งเดินเครื่องจักร รอนานกว่านี้อีกไม่ได้”

ชานนท์วิ่งเข้ามาบนเรือเห็นปิ้งกับคนงานที่ลาออกไปกุลีกุจอคัดปลา บางคนก็ตักน้ำแข็งใส่เพื่อน็อกปลา ชานนท์งง เขมิกาละมือจากงานหันมา

“ทางโรงงานยอมรออีกสิบนาที แต่เราต้องมีส่วนลดให้ในสิบกิโลแรก ฉันตกลงไปแล้ว”

“เพื่อรักษาชื่อเสียงไว้ กำไรน้อยหน่อยก็ไม่เป็นไร”

ปิ้งลุกยืนร้องตะโกน

“เราต้องทำให้เสร็จภายในสิบนาที พวกเราสู้มั้ยสู้”

ปิ้งยกมือ คนงานทุกคนยกมือขึ้นร้องตะโกน

“สู้!”

เขมิกายิ้มให้ชานนท์

ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ชานนท์ตักน้ำแข็งใส่ตะกร้าปลา ปิ้งถือที่ตักเข้ามาช่วย ชานนท์มองหน้าแต่ปิ้งตีหน้าเฉย ชานนท์ปาดเหงื่อ ปิ้งที่ช่วยตักน้ำแข็งอยู่ส่งผ้าขนหนูให้โดยไม่มองชานนท์ ทำเป็นสนใจมองโน่นนี่ ชานนท์ยิ้มๆ แล้วรับมาเช็ดเหงื่อ

เขมิกาเดินปรบมือร้องเชียร์

“เร็วๆๆ เรามีเวลาอีกแค่ 1 นาที”

ปิ้งกับชานนท์หยิบปลาตัวเดียวกันเป็นตัวสุดท้ายโยนลงตะกร้า

“เย้ สำเร็จแล้วโว้ย”

ทุกคนชูมือร้องเฮ คนงานกอดกัน ปิ้งดีใจหันมากอดชานนท์ เขมิกามองชานนท์กับปิ้ง ยิ้มมีความสุข

จุมพลรีบเดินไปที่รถกระบะ ปรียาวิ่งออกมาพยายามดึงไว้

“คุณเข็มสั่งไว้ไม่ให้ปู่ออกไปไหนนะคะ”

“ไม่ต้องไปสนใจมันพูดหรอก กิจการฉันกำลังจะเจ๊ง ใครจะทนนอนอยู่ได้”

จุมพลเปิดประตูด้านคนขับ ปิดประตู ปรียาเคาะกระจก

“คุณปู่ๆ กำลังป่วยอยู่นะคะ” จุมพลขับรถออกไป ปรียาต้องถอยหลบ “คุณปู่”

ปิ้ง คนงาน ยกตะกร้าปลาขึ้นรถกันอย่างสนุกสนาน เขมิกากับชานนท์ช่วยกันยกตะกร้าปลาขึ้นท้ายรถ

ปิ้งเกิดปวดเอวขึ้นมาฉับพลัน

“โอ๊ย”

ปิ้งจับเอวด้านหลัง

“เป็นอะไรวะ”

“เอวเคล็ดโว้ย อู๊ย ปวดเป็นบ้า”

ชานนท์รีบเข้ามา

“อย่าเพิ่งขยับตัวมาก ไปนอนให้หลังราบกับพื้นไว้ก่อนดีกว่าถ้ายังไม่ดีขึ้น ค่อยไปหาหมอ ฉันจะพยุงไปนอนบนเรือ” ปิ้งดูเขินๆ

“เฮ้ย ไม่ต้องหรอกน่า เดี๋ยวก็หาย”

“แล้วถ้าไม่หายแต่เป็นหนักขึ้นใครจะช่วยลูกพี่นายทำงาน”

ปิ้งมองไปทางเขมิกา เขมิกายังเคืองปิ้งอยู่ เมินไปทางอื่น

“ก็ได้ แต่ฉันไม่ได้แหยนะโว้ย แค่ปวดเอวนิดหน่อย”

ชานนท์อมยิ้มพยุงปิ้งไป

ตะกร้าปลาวางเรียงรายห่างจากรถ เขมิกาเข็นรถมาจะยกตะกร้าขึ้นรถเข็น โยธินเข้ามาช่วย

“เฮียช่วย”

เขมิกาเงยหน้า

“ไม่ต้องเฮีย เข็มบอกแล้วไงให้ไปนั่งเฉยๆ ออกมาเดินตากแดดทำไม”

“ให้เฮียได้มีส่วนช่วยหน่อยๆ ก็ยังดี เสียดายที่เผลอหลับไป อดช่วยเข็มเลย”

เขมิกาพยักหน้ายอม ทั้งคู่ช่วยกันยกขึ้นรถเข็น

จุมพลเดินเข้ามายืนมองเห็นคนงานขนปลาขึ้นรถ ตัวแทนโรงงานรีบเข้ามาหาจุมพล

“สินค้าครบตามจำนวนแล้วครับเถ้าแก่ ว่าที่ลูกเขยของเถ้าแก่หัวนักธุรกิจใช่ย่อย เล่นเสนอส่วนลดให้ จนผมต้องยอมใจอ่อน เสียเวลานั่งรอ”

จุมพลจับมือตัวแทน

“ผมต้องขอโทษจริงๆ ครั้งต่อไปจะไม่ให้เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก”

โยธินเข็นรถเข็นเข้ามาพร้อมเขมิกา

“ปู่ เข็มบอกแล้วว่าให้นอนอยู่บ้านเฉยๆ ไง ดื้อออกมาอีกจนได้”

จุมพลเดินมาหาเขมิกากับโยธิน

“ข้าต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าจะวางใจให้เอ็งดูแลแพปลาแทนข้าได้หรือเปล่า”

“แล้วเป็นไงละ ยอมรับนับถือหลานตัวเองหรือยัง”

จุมพลยิ้มๆ หันไปทางโยธิน ตบบ่าโยธินแรงๆ

“ขอบใจมากเจ้าโย ที่คอยช่วยเจ้าเข็มมัน”

โยธินยิ้มแย้มไม่รู้ว่าจุมพลเข้าใจผิด

แววนิลนั่งดูอัลบั้มรูปตัวเองกับชานนท์แล้วร้องไห้ออกมา แววนิลรีบปิดอัลบั้ม บนโต๊ะมีจานขนมวาง เม่นยื่นมือมาหยิบออกไป แววนิลเห็น

“แก” เม่นวิ่งหนีไปหลบในพุ่มไม้ แววนิลตาม เม่นคว้าขนมในจานยัดเข้าปากอยากหิวกระหาย “ไอ้ตัวโสโครก แกขโมยขนมฉัน เอาคืนมา”

เม่นไม่ฟัง ยัดขนมเข้าปากไม่หยุด แววนิลเข้ามาตีๆ เม่น เม่นปัดป้อง

“โอ๊ย ผมหิว คุณผู้ชายหายไปไม่มีใครให้ข้าวผมกิน แม่ก็ไม่เคยมา”

“แกจะอดตายก็เรื่องของแก ไม่ต้องมาพร่ำรำพันให้ฉันฟัง ไปสิไป ไปให้พ้นหน้าฉัน เหม็นเน่า ฉันจะอ้วก” แววนิลเอาอัลบั้มรูปไล่ตีเม่น เม่นวิ่งหนีไป แววนิลมองขนมในจาน “อี๊ ใครจะกลืนเข้าไปลง”

แววนิลโมโหเม่น เดินเข้ามาโวยวาย

“ไอ้โย่ง นังแป้น หายหัวไปไหนกันหมด ทำไมปล่อยให้ไอ้...” แววนิลชะงักเมื่อเห็นประชายืนข้างกระเป๋าเสื้อผ้า หันมาหาแววนิล แววนิลมองกระเป๋า “ถ้าจะมาขอซื้อหุ้นที่เหลือ ฉันเคยบอกไปแล้วว่า ฉันไม่ขายเชิญกลับไปได้แล้ว”

“อ้าว ผมโทรบอกคุณนิลไปแล้วไม่ใช่หรือครับว่าผมมาด้วยเรื่องอะไร”

“บอกอะไร เมื่อไหร่ ตอนไหน ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”

“เอ๊ะ หรือผมจะลืมบอก ไม่เป็นไรงั้นก็บอกตรงนี้เลยแล้วกัน ผมจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” แววนิลตกใจ

“ใครอนุญาตไม่ทราบ”

“ไม่เห็นต้องให้ใครอนุญาตนี่ครับ ในเมื่อต่อไปบ้านหลังนี้ก็ต้องเป็นของผม ห้องคุณชานนท์อยู่ตรงไหนครับ”

ประชายกกระเป๋าจะไป แววนิลดึงกระเป๋าไว้

“ออกไป นี่มันบ้านของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์”

ประชาบอกเสียงเฉียบ

“ขนาดสปาผมยังเอามาได้ บ้านหลังนี้ไม่เกินปัญญาผมหรอก”

แววนิลโมโหตีๆ ประชา

“แก ฉันไม่มีวันยอม ออกไปให้พ้น ออกไป”

ประชาโกรธจับสองมือแววนิลเขย่า

“หยุด บอกให้หยุด”

เม่นวิ่งเข้ามาทุบๆ แขนประชา

“อย่าทำคุณหนูนิล ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงเป็นผู้ชายใจตุ๊ด”

ประชาโกรธปล่อยมือแววนิล แล้วหันไปชกหน้าเม่น เม่นเซไป หัวชนพนักพิงเก้าอี้ หน้าผากมีเลือดซึม เม่นแตะหน้าผากมีเลือดนิดๆ

“ฉันจะแจ้งตำรวจ แกบุกรุกเข้ามาทำร้ายคนบ้านฉัน”

แววนิลวิ่งไปที่โทรศัพท์บ้าน ประชาตามเข้าไปกระชากแขนแววนิล ผลักแววนิลล้มไปที่พื้น เม่นเห็นแววนิลล้ม วิ่งเข้าไปเอาหัวพุ่งใส่ประชาแบบบ้าเลือด ประชาล้มไป เม่นทับบนตัวประชา ง้างหมัดจะชก มณฑาวิ่งมา

“เจ้าเม่นหยุด แกมาก่อเรื่องอีกแล้วหรือ”

มณฑาดึงเม่นออกมาแล้วตบหน้าหัน แววนิลตกใจเกิดความสงสารเม่นมาวูบหนึ่ง แววนิลไม่อยากให้เม่นโดนอีก

“เม่น แกไปซะ ไปสิ”

เม่นกุมหน้ากลัวมณฑา เดินงุดออกไป มณฑามองกระเป๋าที่พื้น

“นี่มันอะไรกันคุณประชา”

“เขาจะเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ ทำร้ายนิล ทำร้ายไอ้เม่นด้วย รีบแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลยนม”

มณฑาตกใจมองประชา ประชาเดินมายืนตรงหน้ามณฑา

“ตำรวจมาก็ดีเหมือนกัน แต่เวลาผมอยู่กับตำรวจ ไม่รู้เป็นไงมันใจคอมันตื่นเต้น ไม่รู้จะตอบผิดตอบถูกอะไรออกไปบ้าง”

มณฑารู้ตัวว่าถูกขู่

กระเป๋าประชาวางอยู่กลางห้องนอนชานนท์ ประชามองรอบๆ ห้องอย่างชื่นชม มณฑายืนที่ประตู ขู่ประชา

“ฉันรู้นะว่าคุณวางแผนอะไรอยู่ในใจ”

ประชาหันมายิ้ม

“ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ผีย่อมเห็นผีด้วยกัน ว่างั้นเถอะ”

“คุณอย่าคิดว่าจะเข้ามาครอบครองบ้านหลังนี้ได้”

“ไม่ชอบหรือถ้าผมได้เป็นเจ้าบ้าน คุณมณฑาก็ได้เป็นใหญ่ไปด้วย ไม่ต้องเป็นแค่แม่บ้านกระจอกๆ อีกต่อไป และที่สำคัญ คุณหนูนิลก็จะมีผมคอยดูแล”

มณฑารีบตวาดกลับ

“อย่ามายุ่งกับคุณหนูของฉัน ถ้าต้องตายหรือติดคุก ฉันก็จะแลกกับคุณ”

มณฑามองเอาเรื่องก่อนออกไป

แววนิลนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มณฑาถือหวีในมือเตรียมจะหวีให้

“นมมีความลับอะไรปิดบังนิลอยู่หรือเปล่า”

มณฑาสะดุ้งทำหวีหล่นจากมือ

“ทำไมถึงถามนมอย่างนี้ละคะ” แววนิลหันมา

“ก็เพราะพักนี้นมทำในสิ่งที่นิลไม่เข้าใจ ทั้งเรื่องที่ห้ามนิลเอาเรื่องประชาโกงสปา แล้วยังวันนี้ที่นมเห็นดีเห็นงามให้มันเข้ามาอยู่บ้านเรา”

มณฑาก้มลงเก็บหวีเพื่อคิดหาคำตอบ มณฑาลุกยืน

“นมไม่กล้าปิดบังคุณหนูหรอกค่ะ หรือคุณหนูไม่ไว้ใจนมแล้ว”

“ไว้ใจก็ส่วนหนึ่ง แต่ไม่เข้าใจมากกว่า มันไม่สมเหตุสมผลคนอย่างนมเคยกลัวใครที่ไหน แต่ทำไมกับไอ้ประชา...” มณฑารีบชิงพูด

“คุณหนูไม่อยากได้สปาคืนหรือคะ”

“ด้วยการยอมมัน แล้วมันจะคืนให้งั้นสิ”

“เปล่า แต่ถ้าให้มันอยู่ที่นี่ เราจะได้รู้ความเคลื่อนไหวของมัน ถ้านมเจอจุดอ่อนเล่นงานมันได้วันไหน คุณหนูจะได้สปาคืนมา แค่ใจเย็นรอเท่านั้นค่ะ”

แววนิลฟังเหตุผล ยอมเชื่อมณฑา

แววนิลเข้ามาในครัว ตวาดโย่งเรื่องเม่น

“แกดูแลมันประสาอะไร ปล่อยให้มันขึ้นมาบนตึกอีก”

“คนงานถูกไล่ออกหมดเพื่อประหยัดรายจ่าย ผมก็เลยต้องรับเละ เลยไม่มีเวลาไปควบคุมเจ้าเม่นเหมือนก่อน”

“ไม่ต้องมาอ้างนั่นอ้างนี้” แววนิลยกถุงหูหิ้วใบใหญ่ข้างในมีขนมปังและของกินเล่นหลายอย่างวางบนโต๊ะ “เอาไปให้ไอ้เม่นมันกิน แล้วไม่ต้องบอกมันนะว่าฉันเป็นคนให้”

แววนิลเดินออกไป โย่งหยิบถุงขึ้นมาดู

“นี่มันฟ้าผ่ากลางวันหรือไงวะ อยู่ๆ นางยักษ์ถึงถอดเขี้ยว งงเว้ย เอ๊ะ หรือฉันหูฝาดไป”

เย็นวันใหม่ ที่ชายหาดมีเตาสำหรับย่างอาหารทะเลอยู่ตรงกลางวง บนพื้นทรายปูเสื่อมีโต๊ะญี่ปุ่นวางตรงกลาง แบ่งเป็นจุดๆ หลายโต๊ะสำหรับนั่งกินกัน มุมเตาย่างมีคนงาน เมียคนงานยืนย่างอาหารทะเล ปรียายืนช่วยอยู่มุมนี้ มุมเสื่อโต๊ะญี่ปุ่น คนงาน ชานนท์ ปิ้ง นั่งชนแก้วกันสนุกสนาน เขมิกาเดินเข้ามากลางวงพร้อมโยธิน

“ปู่ฝากมาบอกว่าขอให้ทุกคนสนุกสนานกันให้เต็มคราบ โต้รุ่งกันได้เต็มที่ เพราะพรุ่งนี้อนุญาตให้หยุดงาน1วัน”

ทุกคนร้องเย้ดีใจ เคาะจาน เคาะโต๊ะ ปิ้งมองตาม เขมิกากับโยธินเดินไปที่มุมตู้น้ำแข็งกับเครื่องดื่ม

โยธินตักน้ำแข็งใส่แก้วสองแก้ว พอจะเดินไป ปิ้งเข้ามายืนขวางหน้า แล้วยกมือไหว้

“ผมขอโทษนะคุณโย ที่ทำให้คุณโยต้องเข้าโรงพยาบาล”

โยธินยิ้มสบายๆ ตบบ่าปิ้ง

“ไม่ต้องมาขอโทษฉันหรอก ฉันไม่ได้คิดอะไร โน่น ไปขอโทษเจ๊คนนั้นดีกว่า ยังงอนไม่เลิก”

เขมิกายืนรอโยธินอยู่ใต้ต้นไม้ ปิ้งไม่กล้า

“ไม่เอาดีกว่า กลัวโดนลูกเตะสลาตัน”

“ลูกผู้ชายกล้าๆ หน่อย คิดอะไรก็พูดไปเลย”

โยธินผลักปิ้งอย่างแรง ปิ้งกระเด็นไปทางเขมิกา หน้าแทบคะมำ

เขมิกาหันมา ปิ้งเขินยืนบิดไปมา เขมิกาแกล้งบึ้งตึงเมินไปทางอื่น

“ลูกพี่ใจคอจะไม่ให้อภัยฉันจริงๆ หรือ” เขมิกานิ่ง “ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ ที่ฉันหลงผิดไปเพราะฉันอิจฉาคุณชานนท์ กลัวเถ้าแก่ กลัวพี่เห็นมันสำคัญกว่า ฉันมันงี่เง่าเอง”

เขมิกาหันมา

“แกทำให้ฉันเสียใจ เราเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก แกไม่รู้หรือว่าฉัน...” เขมิกาอัดอั้นร้องไห้ออกมา “รักแกมากแค่ไหน ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นแค่คนงานของปู่ แต่แกเป็นเพื่อนตาย เป็นพี่น้องของฉัน ไอ้บ้าปิ้ง”

ปิ้งซาบซึ้งร้องไห้ตาม

“ฉันขอโทษ เราคืนดีกันนะลูกพี่”

“ไม่ได้ แกทำผิดต้องโดนลงโทษก่อน ไอ้เผือก เอาปืนมา”

เขมิกาตะโกนบอกคนงาน โยธินที่ยืนฟังอยู่ห่างๆ รีบวิ่งเข้ามา

“เข็ม ใจเย็นก่อน”

พวกคนงานหันมามอง เผือกรีบวิ่งไปหาเขมิกา ชานนท์กลัวมีเรื่องรีบตามไป

เผือกกับชานนท์เดินมาหาเขมิกา

“ไม่ต้องรุนแรงขนาดนี้ก็ได้ ฉันว่าเอาแค่หักเงินเดือนก็พอ” ชานนท์บอก ปิ้งยืดอก

“อย่าห้ามลูกพี่เลยไอ้นนท์ ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากถ้าต้องตายด้วยมือลูกพี่ ลูกพี่ไม่ต้องยั้งมือฉันพร้อมแล้ว”

ปิ้งหลับตา เขมิกามองปืนในมือเผือก

หาดทรายใกล้น้ำทะเล เขมิกายืนข้างเผือกที่ถือปืน มีธงปักข้างๆ

“ไอ้เผือกจะเป็นคนส่งสัญญาณให้ไอ้ปิ้งวิ่งลงทะเล”

ทุกคนมายืนรุมกันที่หาดทราย

“เล่นเหมือนตอนเด็กๆ ใช่เปล่า วิ่งไปอ้อมทุ่น แล้วก็วิ่งกลับมาที่จุดสตาร์ทให้ทันเวลา ถ้าฉันทำได้ ลูกพี่ก็จะเลิกโกรธฉัน ถูกต้องมั้ยลูกพี่”

“ถูกเผง แต่แกไม่ได้วิ่งตัวเปล่าต้องอุ้มน้องลูกน้ำไปด้วย”

“โอ๊ย สบาย” ปิ้งบอก แล้วตกใจ “หา อุ้มยัยลูกน้ำ” น้องลูกน้ำตัวอ้วนกลมเดินมาหาปิ้ง ปิ้งร้องจ๊าก “ลูกพี่จะฆ่ากันหรือนี่”

คนงานหัวเราะ

“เริ่มได้ เผือกเตรียมให้สัญญาณ”

ปิ้งดึงเขมิกาไว้

“เดี๋ยวๆ ก่อนลูกพี่ ฉันเล่นคนเดียวไม่มีคนแข่งด้วยมันจะไป สนุกยังไงเล่า ให้คุณโยอุ้มลูกพี่อีกคู่แข่งกับฉัน ดีมั้ยพวกเรา”

คนงานร้องเชียร์ว่าดีๆๆ

“เอางั้นก็ได้ ถ้าแกแพ้ฉัน แกต้องเลี้ยงข้าวทุกคนมื้อใหญ่”

คนงานเฮกันอีก โยธินมองชานนท์

“สองคู่มันยังน้อยไป ไอ้นนท์แกต้องมาเล่นด้วย”

“ใช่ๆ อุ้มแฟนแกนั่นแหละ”

ชานนท์เลิ่กลั่ก ปรียายืนเขิน

“อย่าดีกว่า คือฉันไม่ถนัด”

ปิ้งกับคนงานไปดึงชานนท์กับปรียา

“ไม่ได้ๆ แกเพิ่งมาอยู่ถือเป็นการรับน้องใหม่”

ชานนท์กับปรียาโดนดันไปรวมกับเขมิกาและโยธิน

อ่านต่อเวลา 17.00น.
กำลังโหลดความคิดเห็น...