xs
xsm
sm
md
lg

มนต์จันทรา ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มนต์จันทรา ตอนที่ 10

สาระวารีเดินจิบกาแฟยามเช้าที่ระเบียงหน้าบ้านพักษมาที่ตราด พร้อมกับดูต้นไม้สวยๆในสวนไปอย่างสบายอารมณ์ ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขัดขึ้น... เธอบ่นอุบ

“ขัดอารมณ์ซะจริง”
สาระวารีรีบวางถ้วยกาแฟ แล้วตรงไปที่กระเป๋าสะพายของตน ค้นหาโทรศัพท์มือถือแล้วรีบฉวยโทรศัพท์มารับ ความรีบ ทำให้มือไปเกี่ยวกระเป๋าสะพายตก ของหกกระจาย มีกลักบุหรี่ของสาระวารีตกออกมาจากกระเป๋าสะพายรวมอยู่ด้วย เธอกดรับพร้อมเก็บของไป
“ใครตายยะ โทรจิกอยู่ได้ ไม่รับก็คือไม่รับ คนกำลังจิบกาแฟชมบรรยากาศเพลินๆ อยู่”
สาระวารีฟังอีกฝ่าย ก็แปลกใจ
“แกรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่ … อ้าว ฮัลโหลๆ จิณห์ … อะไรของนางเนี่ย”
สาระวารีถอนใจกดตัดสายไป ขณะเธอกำลังจะเอื้อมมือไปเก็บกลักบุหรี่ที่ตกอยู่ ษมาก็ยื่นมือมาเป็นคนหยิบกลักบุหรี่ให้ เขามองกลักบุหรี่ในมืออย่างไม่สบายใจ
“ยังไม่เลิกสูบอีกเหรอวารี”
สาระวารีไม่ตอบ แต่ดึงกลักบุหรี่มาเก็บใส่กระเป๋า
“ผมซีเรียสนะ รู้มั้ยว่าปีๆ นึงมีคนตายเพราะบุหรี่เท่าไหร่ พยายามหน่อยสิวารี”
“ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เทศน์เลยนะคะ ขี้บ่นซะจริง”
ขณะนั้นเอง แลงก็เดินเข้ามาขัดจังหวะพอดี
“คุณวารีครับ คุณจิณห์วรามาขอพบครับ”
สาระวารีตกใจ
“หายตัวได้รึไงเนี่ย”
สาระวารีรีบเลี่ยงสะพายกระเป๋าออกไปหาจิณห์วรา ษมาถอนใจส่ายหน้าในความดื้อของนักข่าวสาว
แลงมองด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนคิดอะไรบางอย่าง

ผ่านเวลาซักครู่ ที่ล็อบบี้รีสอร์ตษมา สาระวารีทั้งโกรธและตกใจสุดๆ
“จะบ้าเหรอ ใครมาเมาท์ฉันมั่ง ฉันจะไปเลาะฟันมันทิ้งทั้งปากเลย”
สาระวารีกำลังคุยอยู่กับจิณห์วราอยู่ที่ล็อบบี้ของรีสอร์ต
“จะไหวเหรอแก คนซักครึ่งค่อนจังหวัดเห็นจะได้นะ”
“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ จังหวัดเล็กๆ จะมีคนดังอยู่ซักกี่คน คุณษมาก็ติดท็อปไฟว์สเป็กสาวทั้งบ้านทั้งเมือง หล่อ โสด รวย”
“แก่ด้วย” สาระวารีเสริมทันที และเหยียดปากหมั่นไส้
“ยังจะมาปากดีอีก... แกไปไหนมาไหนกับเค้าซะทั่วเมืองขนาดนั้น จะไม่ให้ถูกเมาท์ได้ยังไงยะ”
“เค้าแค่ไปช่วยฉันทำข่าวเท่านั้นเอง ไม่ได้...”
สาระวารีอึกๆอักๆพูดไม่ออก จิณห์วราเสริมทันที
“... ไม่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันซะหน่อย แล้วรู้มั้ยบางรายเมาท์ไปไกลถึงขั้นว่าแกท้องกับคุณษมาแล้วด้วยนะ”
สาระวารีหน้าเสีย รับไม่ได้
“ตายแล้ว จริงเหรอ”
“ฉันจะรีบถ่อมาหาแกเพื่อโกหกรึไงยะ”
สาระวารีร้อนใจมาก สีหน้าหวั่นใจ
“ชื่อเสียงฉันป่นปี้หมดแล้ว ป่านนี้ข่าวลือถึงกรุงเทพรึยังเนี่ย”
จิณห์วราแกล้งทำท่าหยิบมือถือมาสไลด์
“ตอนนี้เลยมั้ยล่ะ”
สาระวารีหน้าบึ้งดุเพื่อน
“ไม่ตลกนะจิณห์”
จิณห์วราหัวเราะคิกๆ
“ฉันน่ะรู้จักนิสัยแกดี อย่างแกไม่มีทางง่ายกับผู้ชายคนไหนหรอก ไม่งั้นคงไม่ค้างเติ่งมาถึงป่านนี้”
สาระวารีค้อนใส่เพื่อน หมดแรงจะด่ากลับ ได้แต่ทำหน้าแหย
“แต่คนอื่นไม่รู้จักฉันอย่างแกนี่ เค้าต้องคิดว่าข่าวลือเป็นจริงแน่ๆ”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงต้องรีบมาเตือนแกนี่ไง ต่อให้แกทำข่าวเสร็จแล้วกลับไปกรุงเทพ คนมันก็ต้องเอาไปลือกันอีก ว่าแกถูกคุณษมาทิ้ง”
สาระวารีคิดตาม ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ไม่รู้จะแก้ไขยังไงดี
“ถ้าแกไม่ใส่ใจข่าวลือพวกนี้ก็จบ แต่ญาติๆ แกที่ตราดจะคิดยังไง ยิ่งญาติห่างมากๆ นี่ล่ะตัวดี รู้ข่าวเร็วนักแหละ”
“ป่านนี้โทรไปฟ้องพี่สะมาแล้วมั้ง” สะสารีวารีชักกลุ้ม
ษมาเดินยิ้มแย้มเข้ามาหาที่ล็อบบี้มาพอดี จิณห์วรายกมือไหว้ ษมารับไหว้
“ตัวการมาแล้ว พูดให้รู้เรื่องไปเลย”
ษมางงๆ
สาระวารีไม่กล้าสู้ตาษมา
“ไม่เอาน่ะจิณห์”
“เรื่องบานปลายใหญ่โตไปขนาดนี้แล้ว คนสนิทเค้าอาจจะยังไม่กล้าพูด แต่อีกไม่นานก็ต้องเข้าหูคุณษมา ช้าเร็วก็ต้องรู้”
ษมามองสาระวารีอย่างคาดคั้น
“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ คงไม่เล่าให้ผมฟังไม่ได้แล้วล่ะ”
สาระวารีสีหน้าอึดอัดใจ
เมื่อษมาฟังเรื่องราวจากปากจิณห์วรา ก็นิ่งขรึมใช้ความคิด ขณะที่สาระวารีดูเครียดๆ
“เท่าที่ฟังดู ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่ครับ”
สาระวารีตวาดแว๊ด
“ฉันเสียหายขนาดนี้ คุณว่ายังไม่มีปัญหาอีกเหรอ คุณเป็นผู้ชายก็พูดได้สิ”
“ก็ปากคน คุณจะให้ทำยังไงได้ล่ะ ความจริงก็คือ ผมไปช่วยคุณทำข่าว แล้วเพื่อความปลอดภัย ผมก็ต้องตามประกบคุณตลอด ถ้าคนอื่นจะเข้าใจผิด มันก็ช่วยไม่ได้”
สาระวารีเจ็บใจ แต่ไม่รู้จะเถียงยังไง
“แต่ถึงยังไง เราก็ควรจะหาทางแก้ข่าวบ้างนะคะคุณษมา ไม่งั้นเพื่อนจิณห์ขายไม่ออกกันพอดี”
ษมายิ้มบางๆบอก
“ผมเองก็คิดไว้อยู่เหมือนกันล่ะครับ กะว่าจะชวนวารีเค้ามาอยู่ที่เกาะด้วยกันซะเลย จะได้ไม่มีใครกล้านินทาอีก”

สาระวารีไม่พอใจ
“คุณษมา”
จิณห์วรายิ้มๆ รีบลุ้น
“ชวนมาอยู่เฉยๆ ไม่ได้หรอกนะคะ เห็นยังเงี้ย วารีเค้าหัวโบราณนะคะ”
สาระวารีหยิกเพื่อนเต็มแรง จนจิณห์วราหน้าเบ้ไป ษมาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“ครับ ผมทราบ ก็เลยคิดว่าจะทำให้ถูกต้องตามธรรมเนียมซะก่อน”
สาระวารีตาเบิกโพลง
จิณห์วราตื่นเต้นหนักกว่าเดิม
“จริงเหรอคะ งั้นจิณห์ของแสดงความยินดีเป็นคนแรกเลยนะคะ ดีใจด้วยนะแก”
สาระวารีตบโต๊ะเสียงดังลั่น จนจิณห์วราตกใจสะดุ้งโหยง ก่อนที่เธอจะลุกพรวด คว้ากระเป๋า สะพาย สะบัดหน้าพรืด เดินหนีออกไปจากบ้าน
ษมาหน้าเสียเล็กน้อย หันไปพูดกับจิณห์วรา
“ผมขอตัวซักครู่นะครับ”
“ตามสบายเลยค่ะว่าที่เจ้าบ่าว”
ษมายิ้มพร้อมขยิบตายกนิ้วโป้งให้จิณห์วรา แล้วรีบตามสาระวารีออกไป จิณห์วรายิ้มแย้ม ดีใจมีความสุขแทนเพื่อน
ลำแพงแอบฟังมาจากห้องด้านใน ได้ยินทุกคำสนทนาก็โกรธจนตัวสั่น พยายามควบคุมอารมณ์เต็มที่

สาระวารีเดินลิ่วมาด้วยความเคืองปนอาย โดยมีษมารีบเร่งฝีเท้าตามมา
“วารี คุยกันก่อนสิ”
ษมาเห็นสาระวารีไม่ยอมฟัง เลยเร่งฝีเท้ามาดักหน้า
“คุณจะไปไหน”
“ก็กลับกรุงเทพน่ะสิ ไม่ทงไม่ทำมันแล้ว ไอ้ข่าวพลอยบ้าบออะไรเนี่ย”
“ใจเย็นๆสิครับ ที่ผมจะทำก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงของคุณนะ”
สาระวารีปรี๊ดแตก
“พูดเองเออเองอยู่คนเดียว ฉันไปตกลงกับคุณตอนไหน อย่างงี้มันฉวยโอกาสชัดๆ”
ษมาถอนใจแล้วบอก
“ตั้งสติดีๆนะวารี ตอนนี้ที่คนอื่นเค้าว่าคุณเสียๆหายๆ ก็เพราะทุกคนเห็นว่าคุณเป็นผู้หญิง ที่เข้ามาอยู่บ้านผู้ชายเฉยๆ แต่ถ้าผมให้ข่าวออกไปว่าเราแพลนจะแต่งงานกันอยู่แล้ว”
สาระวารีตกใจตาเบิกโพลง หน้าร้อนวูบวาบ อ้าปากเถียงไม่ออกเลยทีเดียว
“มันก็จะยุติข่าวลือทั้งหมดได้ง่ายๆ”
สาระวารีตั้งสติได้ เถียงกลับไปทันที
“แล้วมันจะง่ายกว่ามั้ย ถ้าคุณจะพูดไปเลยว่า มันไม่เป็นความจริง มันไม่มีอะไรทั้งนั้น”
ษมาจ้องหน้าสาระวารี สีหน้าซีเรียส จริงจัง
“แต่มันคงง่ายที่สุด ถ้าผมบอกว่า ผมรักคุณ”
สาระวารีอึ้งไปเลย มองหน้าษมานิ่งๆ ษมาจ้องตาเธอ
“ขอโทษที่ผมข้ามขั้นตอนไปหน่อย”
สาระวารีกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ น้ำตารื้นขึ้นมา พูดทั้งน้ำตาคลอ เสียงกลั้วสะอื้นเล็กน้อย
“ฉันไม่น่าอยู่ทำข่าวพลอยต่อเลยจริงๆ”
“ไม่อยู่ได้ไง ผมอุตส่าห์คิดหาทางแทบตาย”
ษมายิ้มขี้เล่น สาระวารีหมั่นไส้สุดๆ เอากระเป๋าสะพายฟาดๆ ใส่ เขาฉวยหญิงสาวมากอดเอาไว้เลย เธอทั้งตี ทั้งหยิก ทั้งทุบ ษมาไม่ตอบโต้ได้แต่สวมกอดเธอไว้แน่นกระชับ มีแต่ความรักและความอบอุ่นให้
สาระวารีทุบตีไม่ลงแล้ว ได้แต่ร้องไห้สวมกอดษมาเอาไว้แน่นเหมือนกัน เธอปฏิเสธหัวใจตัวเองต่อไปไม่ไหวแล้ว หมดแรงจะถือกระเป๋าสะพายปล่อยตกพื้นไปเลย
ษมายิ่งกอดสาระวารีปลอบประโลม เธอยิ่งร้องไห้จนตัวสั่นในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของษมา เขาหลับตาพริ้มยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข กอดไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีหายไปไหนอีก

บริเวณสวนท้ายรีสอร์ตษมา ลำแพงกรีดเสียงอย่างเกลียดสุดๆ
“ฉันทนไม่ไหวแล้ว อีนักข่าวนั่นมันรอบจัดกว่าที่ฉันคิด คุณษมากำลังจะตกหลุมพรางมัน”
ลำแพงมาระบายความโกรธกับแลง
“ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทนสิพี่แพง พี่จะลงมือเมื่อไหร่ ก็บอกฉันมาได้เลย”
“เร็วๆนี้แหละ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ บนฝั่งมีคนเยอะเกินไป ฉันอยากไปจัดการมันที่ยานก ที่นั่นเป็นถิ่นของเรา จะทำอะไรมันก็ง่ายกว่า”
ลำแพงมีสีหน้าแววตาดูโหดเหี้ยมขึ้นมา
“งั้นก็ต้องหาทางให้คุณษมากับนังนักข่าวนั่นกลับไปที่ยานกให้เร็วที่สุด”
แลงและลำแพงสบตากัน สีหน้าใช้ความคิดหาแผนการ

คนงานของษมากำลังขนเสบียง ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ต่างๆลงเรือ เพื่อเอาไปส่งที่เกาะพระฮาม แลงแกล้งเดินเมียงๆมองๆเข้ามาหาคนงานคนที่ 1 เหลือบมาเห็นแลงเข้าพอดี
“อ้าว ไอ้แลง มาได้ไงวะเนี่ย ไม่ได้อยู่รับใช้คุณษมาเรอะ”
“ที่รีสอร์ตมันไม่ค่อยมีอะไรให้ฉันทำหรอกพี่ คนงานที่รีสอร์ตแย่งทำแทบทุกอย่าง จะเอาใจนายว่างั้นเถอะ นานๆ นายจะมาพักซะที ฉันว่างก็เลยเซ็งๆ ...นี่พวกพี่จะไปส่งเสบียงที่พระฮามเหรอ”
“เออ ทำไมวะ”
“ขอฉันไปด้วยคนได้มั้ยพี่ นั่งๆนอนๆ เบื่อจะแย่อยู่แล้ว”
คนงานยิ้มขำๆ
“อยู่สบายๆไม่ชอบ”
“คนมันเคยทำงานน่ะพี่ เจ้านายก็ไม่มีแววจะกลับขึ้นเกาะเลย กำลังติดสาว”
คนงานมีสีหน้าสนใจอยากรู้ทันที
“งั้นที่เค้าลือๆกันก็เรื่องจริงสิวะ”
“จริงแท้แน่นอนเลยพี่ เจ้านายเราคงสละโสดก่อนคาสิโนเปิดแหงๆ”
คนงานขำๆ ชอบใจ
“เอ้า ถ้าอยากทำงานเหนื่อยๆก็ขึ้นเรือมาเลย”
“ขอบใจจ้ะพี่”
แลงเข้าไปช่วยขนของลงเรือ พร้อมอมยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างมีแผนการ

เวลาต่อเนื่องมา คนงานษมากำลังขนเสบียง และข้าวของเครื่องใช้เดินมาตามชายหาด เพื่อเอาไปที่แคมป์คนงานตอนหัวค่ำ ลูกน้องษมาที่เฝ้าเกาะอยู่ เดินเข้ามาหาพร้อมอาวุธครบมือ
ลูกน้องคนที่ 1ถาม
“ทำไมมามืดนักล่ะ”
คนงานคนที่ 1บอก
“เที่ยวนี้ของมันขาดเยอะ อ้ะ มาก็ดีแล้ว มาช่วยกันขนของหน่อย ยังเหลือบนเรืออีกเพียบ”
พวกลูกน้อง เข้าไปช่วยพวกคนงานขนของ ฝ่ายแลงช่วยขนของลงไปวางเสร็จก็แอบดูอยู่ แลงเห็นไม่มีใครสนใจก็รีบเดินหลบไปทำตามแผนการทันที

เช้าวันใหม่ ษมากำลังนอนหลับสนิทอยู่ในห้องพักส่วนตัว ขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของษมาก็ดังขึ้น
เขาสะดุ้งตื่น เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูเบอร์โชว์ กดรับทันที
“ว่าไงพิพัช”
พิพัชเสียงเครียดบอก
“เมื่อคืนมีคนไปลอบเผาบ้านพักคนงานที่พระฮามครับ”
ษมาตกใจมาก
“มีใครเป็นอะไรรึเปล่า”
“ไม่มีครับ”
“นอกจากบ้านพักคนงาน มีอะไรเสียหายอีกมั้ย”
“ยังไม่ทราบเลยครับ มันทำลายวิทยุสื่อสารด้วย ผมเลยยังไม่ทราบรายละเอียด เพิ่งรู้ข่าวจากพวกที่ไปส่งเสบียงเมื่อคืนน่ะครับ”
“งั้นขอเวลาครึ่งชั่วโมง ฉันจะไปที่พระฮามด้วย”
ษมากดตัดสาย สีหน้าเคร่งเครียด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำทันที

ษมา และสาระวารี กำลังคุยกันที่ห้องรับแขก พิพัช และจันเลายืนรอรับคำสั่งพร้อม
“ไม่เห็นต้องให้ฉันไปที่เกาะยานกเลย ตามสัมภาษณ์อีกคนสองคนก็เสร็จแล้ว ไปๆกลับๆเสียเวลาจะตาย”
“ไม่ได้หรอก ยังไงที่ยานกก็ปลอดภัยกว่าที่นี่ ถึงจะมีคนคุ้มกันคุณยังไง ผมก็ไม่ไว้ใจเท่ากับคุณอยู่ที่ยานกหรอก ผมกลัวใครจะมาทำร้ายว่าที่...” ษมามองสาระวารีด้วยสายตาหวานกรุ้มกริ่มเล็กน้อย จนเธอเขิน
“พอเลยๆ จะเอายังไงก็เอา เดี๋ยวจะหาว่าฉันเป็นภาระอีก”
ษมายิ้ม ๆ รู้ว่าสาระวารีหน้าบึ้ง เพราะอายพิพัชและจันเลา
“อย่าทำหน้าแบบนี้สิครับ ผมไปธุระแค่ครึ่งวันเท่านั้นเอง แล้วเดี๋ยวผมจะพาคุณไปที่ตลาดค้าพลอยฝั่งโน้น ถึงจะไม่ใช่เหมืองพลอยอย่างสมัยที่ผมไปขุด แต่ก็ยังพอมีบรรยากาศเก่าๆ ให้คุณได้ภาพได้ข่าวอีกเยอะเลย”
สาระวารียิ้มออกทันที
“ค่อยยังชั่ว”
“นั่งเรือจากยานกไป สี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว คุณทำตัวว่านอนสอนง่ายอยู่ที่ยานกแป๊บเดียวเอง”
สาระวารีเหยียดปากพร้อมค้อนใส่ ก่อนเดินไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟารับแขก ษมาหันไปสั่งกับจันเลา
“ฝากด้วยนะจันเลา”
“ครับ คุณษมา” จันเลาพยักหน้าให้ษมามั่นใจ
“ไป พิพัช”
ษมาหันไปยิ้มทิ้งท้ายให้เธอ สาระวารีบุ้ยปากใส่ทำเป็นไม่สนใจ เขาเดินนำออกไปจากบ้าน พิพัชหันไปเหล่มองสาระวารีเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามษมาไป
“ผมไปเตรียมรถก่อนนะครับคุณวารี” จันเลาบอก
สาระวารีหน้านิ่งปนเซ็ง
“ค่ะ”
จันเลาเดินไปเอารถ สาระวารีมองตามจันเลาไป พอหันกลับมาต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเห็นลำแพงยืนจ้องอยู่ด้วยสีหน้าเย็นชา ในระยะประชิดอยู่ข้างๆ จนเธอตกใจ
“อุ๊ย มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะคุณแม่บ้าน ยังกะหายตัวได้แน่ะ”
ลำแพงสีหน้า วางตัวเฉยชา ไม่ต่อปากต่อคำด้วย
“ฉันเตรียมของเสร็จแล้ว คุณจะให้ฉันช่วยอะไรมั้ย”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ของฉันมีนิดเดียวเอง เจอกันที่รถเลยละกัน”
สาระวารีเดินเลี่ยงกลับเข้าไปที่ห้องพัก ลำแพงจับตามองตามด้วยสายตาเย็นชา แล้วยิ้มเหี้ยมมุมปาก

ผ่านเวลาพักใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศของเกาะยานก …
สาระวารี จันเลา ลำแพง และแลง กำลังลงจากเรือ โดยมีกูซอ และคนงาน มาช่วยขนของ
“คุณวารีครับ เดี๋ยวคุณเข้าไปพักในบ้านก่อนนะครับ คุณษมามาถึงเมื่อไหร่ ผมจะให้คนไปตาม” จันเลาบอก
สาระวารีสีหน้าบึ้งตึบอก
“นายคุณสั่งให้ขังฉันไว้ในบ้านใช่มั้ยล่ะ ฉันรู้ทันหรอกน่ะ”
จันเลาได้แต่ขำๆ ไม่ตอบอะไร สาระวารีเดินสะพายเป้หน้าบึ้งๆเลี่ยงไป ส่วนลำแพงและแลงถือของตามไปเช่นกัน จันเลาเห็นสาระวารีไปไกลพอสมควรแล้ว เลยหันไปพูดกับกูซอ
“กูซอ แกไปเรียกคนงานทุกคนที่ไปส่งเสบียงที่พระฮาม มาหาฉันหน่อย”
“ครับ คุณจันเลา”
จันเลาสีหน้าเคร่งเครียด เพราะได้รับคำสั่งจากษมาให้สืบหาไส้ศึกนั่นเอง

ในเวลาต่อมา จันเลากำลังยืนถามกลุ่มคนงานซึ่งยืนอยู่ที่ชายหาด โดยมีกูซอยืนอยู่ใกล้ๆ
“พวกแกแน่ใจนะ ว่าตอนไปส่งเสบียงเมื่อคืน ไม่มีอะไรผิดปกติ”
พวกคนงานหันไปมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครเห็นอะไรผิดปกติ
คนงานคนที่ 1
“แน่ใจครับ คนที่ไปก็พวกเดียวกัน เห็นหน้ากันทุกวัน ตอนเอาเสบียงขึ้นฝั่งก็ยังไม่มีอะไรเลยครับ แล้วอยู่ๆก็เห็นเปลวไฟลุกขึ้นมา พวกเราก็รีบไปช่วยกันดับ”
“พวกมันคงเล่นงานเราแบบคราวก่อนแหละคุณจันเลา แอบเอาเรือไปจอดแล้วส่งคนขึ้นเกาะ” กูซอว่า
“ไม่มีทาง คุณษมาสั่งให้มีเวรยามทุกจุดที่เรือเข้าจอดได้ ถ้าจะมีใครลอบขึ้นพระฮามได้ ก็ต้องปะปนไปกับเรือเสบียงนั่นแหละ” จันเลาพูดอย่างมั่นใจ
คนงานคนที่ 2ยืนยัน
“ในเรือไม่มีใครแปลกปลอมจริงๆครับคุณจันเลา มีแต่พวกเรากันเองทั้งนั้น ก่อนเรือจะออกผมก็ตรวจดูอีกที ไม่มีใครลอบขึ้นเรือมาแน่ๆครับ”
จันเลาคิดหนัก ไม่มีใครน่าสงสัย
“แล้วคนที่ไปส่งเสบียง มีแค่นี้แน่ใช่มั้ย”
คนงานคนที่ 1คิดทบทวนก็นึกออก
“อ้อ มีไอ้แลงอีกคนครับ”
จันเลาแปลกใจ
“เมื่อคืนเจ้าแลงมันไปส่งเสบียงด้วยเรอะ”
“ครับ มันบอกว่ามันเบื่อ ไม่มีอะไรทำก็เลยขอตามไปส่งเสบียงด้วยครับ”
กูซอหันไปพูดกับจันเลา
“ไอ้นี่มันทั้งซื่อทั้งบื้อ กลัวคุณษมายังกะอะไรดี ไม่ใช่มันหรอกครับ อย่างมันน่าจะจุดไฟปิ้งปลากินแล้วไหม้ซะมากกว่า”
คนงานและกูซอพากันขำๆ ชอบใจ แต่จันเลากลับมีสีหน้าเคร่งขรึมไม่ขำด้วย ชักเริ่มสงสัยแลงขึ้นมาเหมือนกัน

เกาะพระฮาม ษมาสีหน้าเครียดๆ เดินออกมาจากแคมป์คนงาน เขาคุยกับพิพัช โดยมีพวกลูกน้องและคนงานตามหลังมา
“เท่าที่ดู มันน่าจะตัดเครื่องมือสื่อสารก่อน แล้วค่อยไปเผาบ้านพักคนงานนะครับ มันทำแบบนี้ เพื่อจะกันไม่ให้พระฮามส่งข่าวไปที่ยานกได้สะดวก” พิพัชบอก
ษมามีสีหน้าติดใจสงสัย
“ในเมื่อมันตัดการสื่อสารได้แล้ว ทำไมแค่เผาบ้านพักคนงานนิดๆหน่อยๆ เท่านั้นล่ะ ตรงนี้น่าคิดนะ”
พิพัชพยักหน้าเห็นด้วย
“เป็นไปได้มั้ยครับว่า เป็นเพราะคนร้ายมีไม่มาก ลอบขึ้นเกาะมาได้แค่ไม่กี่คน หรือบางทีอาจจะแค่คนเดียวด้วยซ้ำ”
ษมาคิดตามแล้วบอก
“เหมือนมันแค่จงใจมาป่วนเรา แล้วทำไปเพื่ออะไร”
“นั่นสิครับ จะว่าล่อเสือออกจากถ้ำก็ไม่ใช่ เพราะเป้าหมายมันคือคุณษมา แล้วมันก็น่าจะรู้ ว่าเราต้องเตรียมคนมาคุ้มกันคุณเต็มที่ ทำอันตรายคุณษมาไม่ได้ง่ายๆ อยู่แล้ว”
ษมาคิดทบทวนที่พิพัชพูด... แล้ว ฉุกคิดขึ้นอย่างตกใจสุดๆ
“ล่อเสือออกจากถ้ำ...วารี”

ภายในห้องนั่งเล่นบ้านษมา บนเกาะยานก สาระวารีกำลังนั่งเล่นเกมส์จากโทรศัพท์มือถืออยู่อย่างเพลิดเพลิน ลำแพงหน้าเชิด คอตั้ง ตาแข็ง เดินเข้ามาในห้อง!
“คุณนักข่าวคะ คุณษมามาถึงแล้วค่ะ” ลำแพงน้ำเสียงเย็นชา
สาระวารีแปลกใจ ลุกเดินไปดูที่ระเบียง
“อ้าว มาแล้วเหรอคะ มาตอนไหนคะเนี่ย ฉันก็มองไปทางท่าเรือตลอดเวลา ไม่เห็นมีเรือเข้าเทียบท่าซักลำ”
ลำแพงจิกตามองตาม แววตาหมั่นไส้ปนชิงชัง ประมาณ ฉลาดนักนะ!!
สาระวารีมองไปที่ท่าเรือก่อนหันมาพูดกับลำแพง
“ไม่เห็นมีเรือซักลำเลยค่ะ คุณแม่บ้าน”
“คุณษมาไม่ได้มาเทียบท่านี้ แต่ขับอ้อมไปทางโรงเก็บเรือเลย คุณตามไปพบคุณษมาที่โรงเก็บเรือเถอะค่ะ”
“แล้วทำไมต้องไปที่นั่นด้วยล่ะคะ”
ลำแพงชักรำคาญ
“ก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ขับอ้อมเกาะมาอีกไงคะ คุณไปลงเรือที่นั่นก็จะได้ไปกันเลย”
ลำแพงจะเดินไป สาระวารีถามอีก
“เรือมีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ ถึงต้องไปที่โรงเก็บก่อน”
ลำแพงพยายามระงับอารมณ์เต็มที่
“ก็แค่แวะเติมน้ำมันเท่านั้นล่ะค่ะ คุณอย่าถามมากมายนักเลย แค่นี้ก็เสียเวลามากแล้วนะคะ กว่าจะไปกว่าจะกลับ เดี๋ยวได้มืดค่ำกลางทางพอดี คุณษมาจะต้องเดือดร้อนอีก เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่งแท้ๆเลย” ลำแพงค้อนใส่อีกขวับ แล้วเดินหัวเสียออกจากห้องไป สาระวารีบ่นด้วยความหมั่นไส้
“คนงานบ้านนี้เลี้ยงด้วยอาหารอะไรเนี่ย จงรักภักดีเจ้านายกันซะเหลือเกิน”
สาระวารีเหยียดปากหมั่นไส้ก่อนไปคว้ากระเป๋าสะพายใส่อุปกรณ์การทำงานเดินตามออกไป

สาระวารีเดินสะพายกระเป๋าใส่อุปกรณ์ทำงานเดินนำมาที่โรงเก็บเรือ โดยมีลำแพงเดินตามหลังมา เธอมองไปรอบๆ
“แล้วคุณษมาอยู่ไหนล่ะคะ ไม่เห็นมีเลย”
“รอปะเดี๋ยว เดี๋ยวคุณษมาก็มา”
สาระวารีชักเอะใจ
“อ้าว ก็ไหนคุณแม่บ้านบอกว่า คุณษมามาคอยฉันที่นี่แล้วไงคะ ตกลงคุณษมาอยู่ไหนกันแน่คะเนี่ย”
ลำแพงยิ้มเหี้ยมบอก
“ตอนนี้ ก็น่าจะอยู่พระฮามมั้ง”
สาระวารีตกใจ หน้าเสีย รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เธอเริ่มเดินถอยหลัง ในขณะที่ลำแพงเดินช้าๆเข้าหา
“นี่คุณจะทำอะไร ล้อเล่นอย่างงี้ ฉันไม่ชอบนะคะคุณแม่บ้าน”
ลำแพงมองสาระวารีด้วยสายตาเกลียดชัง
“ใครล้อเล่นกับแกอีหน้าด้าน เสนอตัวมาประเคนให้ผู้ชายถึงที่ อยากจะมีผัวมากนักใช่มั้ย”
สาระวารีกลัวก็กลัว โมโหก็โมโห
“คุณพูดจาหยาบคายเกินไปแล้วนะฉันจะฟ้องคุณษมา”
ลำแพงพูดตะคอก กระชากแขนสาระวารี
“ไม่ต้องเอาคุณษมามาขู่ฉัน แกนึกเหรอว่า เค้าจะเข้าข้างแก เค้ารักฉัน เค้ารักฉันคนเดียว ได้ยินมั้ย” ลำแพงคลุ้มคลั่ง สติแตก เขย่าสาระวารีอย่างแรง ปากพร่ำคำซ้ำซาก
“คุณษมารักฉัน รักฉันคนเดียว ไม่ใช่แก ไม่ใช่แก”
ลำแพงคอเก็ง ปากกระตุก สาระวารีเห็นอาการก็ยิ่งกลัวหนัก รีบสะบัดมือจนหลุดแล้ววิ่งหนีทันที
ทันใดนั้น แลงก็โผล่มาจากที่ซ่อน พร้อมกับเงื้อไม้ฟาดใส่สาระวารีสุดแรงเกิด เธอตกใจสุดขีด ไม่คิดว่า จะมีแลงออกมาลอบทำร้ายเธออีกคน แลงสีหน้าโหด ฟาดไม้ใส่สาระวารีอย่างแรง
สาระวารีพยายามหลบด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด แต่ไม่พ้นถูกแลงตีจนหัวคิ้วแตก เลือดออก ร่างทรุดร่วงลงกับพื้น กระเป๋าสะพายหลุดไปจากตัว

บริเวณมุมบ้านพักคนงานเกาะยานก กูซอกำลังเดินถามพวกคนงานที่เดินผ่านไปผ่านมา
“เฮ้ย เห็นไอ้แลงมั้ย”
พวกคนงานต่างส่ายหน้าไม่เห็น กูซอก็หันไปถามคนอื่นๆ แต่ก็ไม่มีใครเจอแลงซักคน จันเลาเดินเข้ามาหากูซอ
“เจอแลงมั้ย”
“ไม่เจอเลยครับ”
“แปลก ที่บ้านก็ไม่อยู่ ไปไหนของมัน”
กูซอสีหน้าไม่เห็นด้วย ไม่อยากเชื่อว่า แลงอยู่เบื้องหลัง
“นี่คุณจันเลาสงสัยไอ้แลงมันจริงๆเหรอครับ”

จันเลามีสีหน้าลังเลอยู่เหมือนกัน เพราะแลงก็ดูเป็นคนซื่อๆ แต่นาทีนี้ก็ไม่มีใครน่าสงสัยเท่าแลงเหมือนกัน...จันเลากับกูซอเดินตามหาแลงยังที่อื่นๆต่อไป

มนต์จันทรา ตอนที่ 10 (ต่อ)

ลำแพง และแลง มองดูสาระวารีด้วยสายตาสาแก่ใจ แม้เธอจะเจ็บหนัก แต่พยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่ไม่ไหว ในที่สุดก็สิ้นสติไป แลงเงื้อไม้จะตีสาระวารีซ้ำอีก
“พอแล้ว”
ลำแพงสีหน้าสะใจ สมน้ำหน้า
“ทำไมล่ะพี่ เมื่อกี้มันเบี่ยงหัวหลบยังโดนไม่ถนัด แค่ปลายไม้เฉียดๆ เอง มันยังไม่ตายหรอก”
ลำแพงสีหน้าอำมหิต เยือกเย็น
“ฉันก็ไม่ได้ต้องการให้มันตายตอนนี้นี่แลง ตำรวจเดี๋ยวนี้มันเก่ง ถ้ามันตายขึ้นมาเราจะลำบาก ให้มันตายเพราะแรงระเบิดดีกว่า”
แลงพยักหน้ารับ แล้วหยิบผ้าขยำขี้ผึ้งยื่นให้ลำแพง แลงสงสัย
“งั้นก็ตามใจพี่ อ้ะ พี่ ผ้าขยำขี้ผึ้งที่พี่สั่ง … แล้วทำไมต้องใช้ไอ้ผ้านี่ด้วยล่ะพี่”
ลำแพงรับผ้ามา ยิ้มเหี้ยม
“ขี้ผึ้งนี่ ฉันทำเอง มันติดไฟได้ดี แต่เผาไหม้ช้า พวกเราจะได้มีเวลาหนีได้ทันไงล่ะ”
แลงยิ้มพอใจ มองไปที่สาระวารี
“พอที่นี่ระเบิด ทุกคนก็จะเข้าใจ ว่านังนักข่าวมันอยากบุหรี่มาก แต่คุณษมาห้ามสูบ มันเลยต้องแอบมาสูบที่นี่ ดวงมันซวยเพราะถังน้ำมันดันเกิดรั่วขึ้นมา เลยต้องตายอนาถ”
ลำแพงขำๆ ลงคออย่างถูกอกถูกใจ เมื่อนึกถึง ….

สาระวารีกำลังจะเอื้อมมือไปเก็บกลักบุหรี่ที่ตก แต่ษมาเอื้อมมือหยิบมาได้ก่อน ษมามองกลักบุหรี่ในมือ อย่างไม่สบายใจ
“ยังไม่เลิกสูบอีกเหรอวารี”
สาระวารีไม่ตอบ แต่ดึงกลักบุหรี่มาเก็บใส่กระเป๋า
“ผมซีเรียสนะ รู้มั้ยว่าปีๆนึงมีคนตายเพราะบุหรี่เท่าไหร่ พยายามหน่อยสิวารี”
“ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เทศน์เลยนะคะ ขี้บ่นซะจริง”
ขณะนั้นเอง แลงก็เดินเข้ามาขัดจังหวะพอดี
“คุณวารีครับ คุณจิณห์วรามาขอพบครับ”

แลงมองอย่างสมน้ำหน้า สาระวารีนอนสลบอยู่บนพื้น หัวคิ้วแตกเลือดไหล ชีวิตตกอยู่ในอันตรายสุดๆ ลำแพงขำๆ ลงคออย่างถูกอกถูกใจ

เรือของษมากำลังเร่งเต็มที่เพื่อกลับไปที่เกาะยานกให้เร็วที่สุด ษมายืนอยู่บนหัวเรือ ดูเคร่งเครียดเป็นห่วงสาระวารีจนร้อนใจไปหมดแล้ว พิพัชยืนเครียดไม่แพ้กันอยู่ใกล้ๆ …
ษมาร้อนใจสุดๆ หันไปสั่งลูกน้อง
“เร็วกว่านี้ได้มั้ย”
“ใจเย็นๆก่อนเถอะครับคุณษมา อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้” พิพัชบอก
ษมาเครียดหนัก ได้แต่หวังว่า จะไม่ใช่อย่างที่กังวลเช่นกัน ษมาพยายามโทรศัพท์มือถือหาสาระวารีแต่ก็ไม่มีสัญญาณจะโทรติดต่อได้ ษมาลดโทรศัพท์ลง สีหน้าหงุดหงิด...

บริเวณโรงเก็บเรือ แลงกำลังใช้ขวาน จามถังน้ำมันจนแตกเป็นรู น้ำมันไหลนองพื้นเต็มไปหมด ลำแพงอารมณ์ดีบรรจงวางผ้าชุบขี้ผึ้งไว้ที่พื้นใกล้วารี ลากปลายผ้าไปรอรับน้ำมันที่จะไหลซึมมา ก่อนจะหยิบไฟแช็กออกมา
ลำแพงมองไปที่สาระวารีที่ยังนอนสลบอยู่ ก่อนจะยิ้มเหี้ยมออกมา แลงเดินกลับมาหาลำแพง
“เรียบร้อยแล้วพี่”
ลำแพงยิ้มสะใจ
“สมน้ำหน้ามัน อยากแรดมาให้ท่าคุณษมาดีนัก”
แลงมองสาระวารีด้วยสายตาเหยียดหยาม
“เสียดายมันตายสบายไปหน่อย แพศยาอย่างมัน น่าจะจับมาทรมานให้ตายช้าๆ ถึงจะสาแก่ใจ”
แลงมองไปรอบๆ
“รีบจัดการเถอะพี่ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า เราจะเดือดร้อน”
ลำแพงจุดไฟแช็กใส่ผ้าชุบขี้ผึ้งที่วางไว้ไม่ห่างจากตัวสาระวารีนัก เปลวไฟค่อยๆลุกไหม้ผ้าชุบขี้ผึ้งอย่างช้าๆ
ลำแพงยิ้มสะใจมาก แลงวิ่งไปฉวยกระเป๋าสะพายของสาระวารี เก็บของเข้าไปให้หมด แล้วรีบวิ่งไปหาลำแพง
แลงรีบลากแขนพี่สาวพาวิ่งหนีไป
“รีบไปเถอะพี่”
ลำแพงยังหันมองมาทางสาระวารี ขำร่วนลงคออย่างสาแก่ใจ ดูออกว่าจิตไม่ค่อยปกติ ลำแพงอยาก
จะอยู่รอเห็นมันตายต่อตาด้วยซ้ำไป... สาระวารียังคงนอนสลบไม่รู้เรื่อง น้ำมันค่อยๆ ไหลเป็นทางมาเรื่อยๆ ใกล้กับกองไฟขี้ผึ้งข้างตัวสาระวารีเข้ามาทุกทีๆ

จันเลาเดินคุยมากับกูซอจนถึงหน้าบ้านพักษมา
“ฉันก็ไม่อยากสงสัยไอ้แลงหรอกนะ แต่เวลานี้มันไว้ใจคนยาก แล้วเมื่อคืนไอ้แลงมันก็แอบไปกับเรือเสบียงโดยไม่บอกคุณษมาซะด้วย มันก็น่าสงสัยอยู่ไม่ใช่เหรอ” จันเลาบอก
“งั้นคุณจันเลาจะให้ผมทำยังไง ก็บอกมาได้เลยครับ”
“แกจับตาดูมันไว้ก็พอ ถึงฉันเรียกมันมาคุยตอนนี้ มันก็คงไม่รับหรอก เห็นอะไรน่าสงสัย แกต้องรายงานฉันทุกระยะ เข้าใจมั้ย”
“ครับ คุณจันเลา”

สาระวารีค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมาด้วยสีหน้าท่าทางเจ็บๆ ก่อนจะรู้สึกเหม็นกลิ่นน้ำมันเข้าเต็มจมูก เธอหันหน้าไปมอง เห็นน้ำมันกำลังไหลต่อเนื่องมาเป็นทาง เหมือนลำธารน้ำไหลเล็กๆ ที่กำลังคืบคลานจะถึงกองเปลวไฟใกล้ๆ ตัวเธอ สาระวารีมีสีหน้าตกใจสุดชีวิต

เรือของษมากำลังแล่นมาด้วยความเร็ว ห่างจากเกาะยานกอีกไม่ไกล
ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังแว่วมา พร้อมกับเห็นเปลวไฟจากระเบิดพวยพุ่งขึ้นมา จากทางเกาะยานก
ทุกคนตกใจมาก
พิพัชตกใจสุดขีด
“ระเบิดที่เกาะนี่ครับ”
ษมาเป็นห่วงสาระวารีมาก ตะคอกคนขับเรือ
“ วารี … เร่งเรือเร็วกว่านี้ได้มั้ย”
ษมาหยิบมือถือออกมาพยายามโทรหาสาระวารีอีก แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ษมาเครียดหนัก เห็นเปลวไฟขนาดนี้ ต้องเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นแน่นอน

เสียงระเบิดลูกที่ 2 ดังตามมาติดๆ จันเลา และกูซอ หมอบลงขณะกำลังจะเดินเข้าบ้านก็ตกใจสุดๆ
งงไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น
“ระเบิดทางโรงเก็บเรือนะครับ”

จันเลารีบวิ่งตรงไปทางโรงเก็บเรือทันที กูซอวิ่งตามไปติดๆ

จันเลา และกูซอ รีบวิ่งมาที่โรงเก็บเรือ พอมาถึงก็เห็นโรงเก็บเรือไหม้เป็นจุณ ไฟไหม้โหมกระพือ เศษซากของโรงเก็บเรือกระจายเกลื่อนไปหมด บรรดาคนงานรีบช่วยกันขนน้ำมาดับไฟกันโกลาหล วุ่นวายยกใหญ่ กูซอรีบวิ่งไปช่วยดับไฟหน้าตาตื่น
จันเลาหันไปถามคนงานที่กำลังดับไฟ
“เกิดอะไรขึ้น โรงเก็บเรือระเบิดได้ยังไง”
คนงานคนที่ 1หน้าตาตื่นตกใจ
“ไม่รู้ครับ”
“แล้วมีใครเป็นอะไรรึเปล่า”
“ไม่น่ามีนะครับ แถวนี้ไม่มีใครอยู่”
“รีบไปดับไฟเถอะ”
จันเลาตั้งท่าจะไปช่วยดับไฟ แต่สายตาเหลือบเห็นกระเป๋าสะพายใส่อุปกรณ์ของสาระวารีตกอยู่ห่างๆ...
จันเลารีบวิ่งเข้าไปหยิบดู และรีบตะโกนเรียกหา
“คุณวารี... คุณวารี อยู่แถวนี้รึเปล่าครับ คุณวารี”

มุมไม่ห่างกันนัก … ลำแพง และแลงรีบหลบซ่อนให้มิดชิดก่อนที่จันเลาจะกวาดตามองมาเห็นตน
“หาเข้าไปเถอะ ถ้าโชคดี อาจจะเจอเศษชิ้นส่วนของมันซักชิ้น” ลำแพงยิ้มเยาะ ขำๆลงคอ อย่างสะใจที่สุด
“พอตำรวจมาพี่ต้องให้การว่าเห็นมันมาแอบสูบบุหรี่ที่นี่บ่อยๆ ให้ตรงกันนะพี่” แลงว่า
ลำแพงพยักหน้ารับ สีหน้าแววตาร้ายๆ
“แกสร้างหลักฐานเรียบร้อยแล้วแน่นะ ไอ้แลง”
“ไม่ต้องห่วงครับพี่”
แลงยิ้มมั่นใจ ล้วงบุหรี่อีกมวนออกมาหนีบโชว์พี่สาว
“จะเก็บเอาไว้ทำไมไอ้โง่”
ลำแพงตวาดใส่ แลงจ๋อยไป
“ทำก้นบุหรี่ทิ้งไว้ตรงนี้อีกมวนนึง ให้ตำรวจมันเจอเอง”
“จ้ะพี่”
แลงย่อตัวลงนั่งเอาตัวบังจุดไฟแช็ค ลำแพงแอบมองไปทางโรงเก็บเรือ สะแหยะยิ้มสะใจ

จันเลา และกูซอร้อนใจสุดขีด ต่างควานหาสาระวารีจากกองซากปรักหักพังที่ไฟดับแล้ว จันเลาถามคนงาน
“เห็นคุณวารีมั้ย”
คนงานท่าท่างเหนื่อยอ่อนปาดเหงื่อส่ายหน้าไปมา ก่อนนั่งพัก กูซอรีบไปรื้อซากไม้ต่างๆ จนร้อนมือ สะบัดมืออก กระโดดเหยง
ขณะที่จันเลากำลังถอดใจ ทันใดนั้นเอง จันเลาพลันเหลือบตาไปเห็น บางสิ่งบางอย่างผลุบๆโผล่ๆ
อยู่ที่ทะเล ที่ห่างออกไปไม่มากนัก จันเลาเพ่งมอง พอเห็นชัดๆว่าเป็นศีรษะคนลอยผลุบๆโผล่ๆอยู่กลางทะเล
“กูซอ ตามมาเร็ว”
จันเลารีบวิ่งตะบึงไปที่ชายทะเลทันที กูซอวิ่งตามไปติดๆ

แลงทิ้งก้นบุหรี่ที่เหลือประมาณครึ่งมวนกับพื้น เอาเท้าเหยียบๆให้เปื้อนดินเปื้อนทรายเพื่อกลบเกลื่อนลอยนิ้วมือ ลำแพงมองตามไป ชักจะหน้าเสีย สีหน้าร้อนใจ
“เรียบร้อยแล้วพี่”
ลำแพงบอกแลง
“ท่าจะไม่ดีแล้วไอ้แลง”
“มีอะไรเหรอพี่”
ลำแพงเพ่งมองไปที่ชายหาด แลงมองตามสายตาพี่สาวไป ทั้งคู่มีสีหน้าแววตาหวาดหวั่นใจ

จันเลาวิ่งตะบึงไปที่ชายหาด กูซอวิ่งตามไปติดๆ จันเลาเพ่งมองเห็นสาระวารีกึ่งจม กึ่งลอยห่างออกจากหาดไปเล็กน้อย เธอตกใจสุดขีด
“คุณวารี”
จันเลารีบวิ่งลุยทะเลไปช่วย กูซอวิ่งตามไปติดๆ จันเลาเข้าไปอุ้มตัวสาระวารีเอาไว้ได้... เธอยังสลบไสลไม่ได้สติ ตามตัวมีแผลจากแรงระเบิดเต็มไปหมด เลือดยังคงไหลออกจากแผลที่ศีรษะไม่หยุด แต่ที่หนักสุด คือแผลที่กลางหลัง เพราะโดนแรงระเบิดและเศษไม้ ตัวสาระวารีแดงฉานไปด้วยเลือดของตัวเอง

ผ่านเวลาเล็กน้อย เรือของษมาแล่นมาจอดเทียบท่า ษมา และพิพัชรีบลงจากเรือทันที ขณะที่เรือยังไม่ทันเทียบสนิท กูซอมารอรับและคอยรายงานเรื่องราว
“เกิดอะไรขึ้น” ษมาถามอย่างร้อนใจ
“โรงเก็บเรือระเบิดครับคุณษมา คุณวารีได้รับบาดเจ็บ เลือดออกเต็มไปหมดเลยครับ ตอนนี้คุณจันเลา พาไปปฐมพยาบาลที่บนบ้านครับ”
ษมาไม่ฟังอะไรต่อ รีบเดินไปที่บ้านพักด้วยความเป็นห่วงสาระวารีสุดๆ พิพัชหันไปสั่งกูซอ
“กูซอ แกลลอนน้ำมันอยู่ท้ายเรือ รีบเติมน้ำมันเรือรอไว้เลย”
พิพัชรีบตามไปดูอาการสาระวารี แม้ไม่ชอบ แต่ก็เป็นห่วง

จันเลาอุ้มสาระวารีที่เลือดโชกเต็มตัว เข้ามาในโถงบ้าน โดยพวกคนรับใช้รีบมาออกมารับทันที
“ไปเอาแอลกอฮอล์ สำลี แล้วก็ผ้าพันแผลมา เยอะๆเลย” จันเลาสั่ง
คนรับใช้บอก
“ค่ะๆ”
พวกคนรับใช้รีบไปทำตามคำสั่งทันที
จันเลากำลังจะวางสาระวารีลงบนโซฟา แต่ลำแพง และแลงก็เข้ามาพูดขัดจากทางด้านในบ้านทันที ลำแพงตวาดแว๊ด
“จะวางลงยังงั้นได้ยังไง เดี๋ยวก็เปื้อนเลือดหมดหรอก เครื่องเรือนชุดนี้ คุณษมาซื้อมาแพงมากนะ”
จันเลาหันไปจ้องลำแพงเขม็ง อย่างโกรธจัด
“อย่ามาเรื่องมากตอนนี้ได้มั้ย ถ้าคุณแม่บ้านยังทำตัวไม่เข้าท่าแบบนี้ ผมจะบอกคุณษมา”
ลำแพงโกรธจัด จ้องจะเถียง แลงกลัวจันเลา ก็รีบดึงแขนพี่ไว้
“อย่าเพิ่งเถียงกันเลยพี่ คุณวารีเจ็บหนักรีบโทรไปบอกคุณษมาก่อนเถอะ”
ลำแพงชะงักไป รู้ว่าน้องกลัวความแตก จันเลาไม่สนใจ วางสาระวารีลงบนโซฟา
จังหวะนั้นเอง ษมาก็เข้ามาในบ้าน พอเห็นสภาพสาระวารีก็รีบตรงไปหาทันที
“วารี … อาการเป็นยังไงมั่ง”
จันเลาบอก
“เท่าที่ผมตรวจดูคร่าวๆ กระดูกไม่น่าหัก แต่มีรอยแผลที่หัว ส่วนแผลที่หลังก็เลือดออกเยอะมากครับ แต่ที่น่าห่วงที่สุด คือตั้งแต่ผมช่วยขึ้นมาจากน้ำ คุณวารียังไม่ได้สติเลยครับ”
คนรับใช้เอาแอลกอฮอล์ สำลี ผ้าพันแผลจำนวนมากมาให้
“ได้แล้วค่ะคุณจันเลา”
ษมาอุ้มสาระวารีขึ้นมา
“ไปทำแผลในเรือ จะได้ไม่เสียเวลา”

ษมาอุ้มสาระวารีออกจากบ้านไปทันที จันเลารีบรับอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาจากคนรับใช้ แล้วรีบตามษมาออกไปทันที

ลำแพงและ แลง นิ่งเงียบแทบหยุดหายใจ มองตามไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด กลัวว่าสาระวารีรอดตายแล้วพวกตนจะแย่ ทั้งคู่ต่างหันมาสบตากัน ไม่ต้องพูดก็รู้ว่า ต่างรู้สึกกังวลปนกลัวมากและจะต้องหาทางทำอะไรซักอย่างเพื่อแก้ปัญหาก่อนจะเดือดร้อน

กลางวันต่อเนื่อง ลำแพง และแลง กำลังคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ที่ห้องนอนลำแพง
“มันจะรอดมั้ยพี่ ถ้ามันรอด พวกเราติดคุกแน่ๆ”
ลำแพงสีหน้าเรียบเฉยบอก
“มันไม่มีทางรอดไปได้หรอก เพราะถึงวันนี้มันจะรอด ฉันก็จะลงมือจัดการกับมันซ้ำอีก ยังไงมันก็หนีไม่พ้นมือฉันหรอก” ลำแพงขบกรามแน่น สีหน้าเหี้ยมเกรียม
“แต่ฉันกลัวนะพี่ ถ้าเกิดมันได้สติขึ้นมา แล้วบอกคุณษมาว่าพวกเราเป็นคนทำมันล่ะ”
“สภาพคอห้อยร่องแร่งอย่างงั้น ไม่ตายก็คงเพียบหนักอีกหลายวัน เรามีเวลาจัดการมันถมเถไปก่อนมันจะเปิดปาก”
“แต่ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่พี่ว่าล่ะ...ฉันว่า เราหนีกันเถอะพี่” แลงกลัวจนร้อนลนไปหมด
ลำแพงตวาดแว๊ด
“อย่าขี้ขลาดนักเลยไอ้แลง กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง ถ้าเราหายตัวไปตอนนี้ คุณษมาจะต้องสงสัยเราแน่ๆ เชื่อฉันเถอะ อยู่เฉยๆ เอาไว้”
แลงหน้าจ๋อยยังมีอาการกลัวอยู่ ถามพี่สาวไปเสียงอ่อนๆ
“แล้วถ้าเกิดมันไปถึงโรงพยาบาล แล้วพูดอะไรขึ้นมาก่อนที่เราจะลงมือซ้ำล่ะพี่ พี่จะทำยังไง”
ลำแพงยิ้มเยาะ
“จะยากอาไร๊ ก็บอกไปซิว่ามันโกหก นังนั่นมันแอบเข้าไปสูบบุหรี่ที่โรงเก็บเรือ พอเกิดเรื่องก็เลยกลัวความผิดเลยพูดใส่ความเราสองคนพี่น้อง”
“แล้วคุณษมาจะเชื่อเราเหรอพี่ เค้าหลงยัยนักข่าวนั่นซะขนาดนั้น”
ลำแพงโมโห เสียงแข็ง
“ต้องเชื่อสิ คุณษมาต้องเชื่อฉันอยู่แล้ว”
แลงจ๋อยปนกลัว
“ไม่มีใครจะจงรักภักดีกับคุณษมามากเท่าฉันหรอก เค้าจะต้องเชื่อฉันมากกว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น” ลำแพงสีหน้าริษยา แววตาอาฆาต อารมณ์เริ่มแรงขึ้นถึงขนาดต้องหาทางจัดการปิดปากสาระวารีให้ได้ แลงกลัวจนไม่อยากเถียง

บ้านพักกบดานแห่งหนึ่งตอนบ่าย มีลูกน้องโศภีและดิตถ์คอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา ด้านในโถง ดิตถ์กำลังคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ โดยมีโศภีนั่งอ่านแม็กกาซีนแฟชั่นอยู่ใกล้ๆ
“เอ็งจะให้ข้าส่งคนไปฆ่านังวารีเนี่ยนะ ไอ้แลง แค่นี้ข้ายังหนีหัวซุกหัวซุนไม่พออีกรึไงวะ”
โศภีถอนใจเซ็งๆ โยนแมกกาซีนลงกลางโต๊ะโซฟา ดิตถ์ฟังอีกฝ่าย อย่างรำคาญๆ แล้วตอบปัดๆกลับไป “เออๆ ข้าต้องหาทางช่วยเอ็งอยู่แล้ว แค่นี้ เดี๋ยวข้าคิดหาทางก่อน”
ดิตถ์กดตัดสายด้วยความหงุดหงิด โศภีหน้าหงิกถาม
“มีอะไรอีกล่ะ”
ดิตถ์ตอบอย่างหงุดหงิด
“ก็ไอ้แลงกับพี่สาวมันน่ะสิ นึกบ้าอะไรขึ้นมา อยู่ๆ คิดจะฆ่านังวารี แต่ดันพลาด ตอนนี้นังนั่นโคมาอยู่ที่โรงพยาบาล ไม่รู้จะฟื้นขึ้นมาแฉเมื่อไหร่ มันก็เลยขอให้ผมช่วยปิดปากนังนั่นให้หน่อย”
โศภีสะแหยะยิ้มหยัน
“นังลำแพง มันบ้าได้ใจจริงๆ นึกแล้ว ว่าซักวันมันต้องทำ”
ดิตถ์ลังเล บ่นพึมพำ
“ไม่ช่วยมันก็ขาดแหล่งข่าวชั้นดี เอาไงดีหว่า”
โศภีสีหน้ามีแผนการร้ายขึ้นมาทันที
“ถ้านังนักข่าวอยู่โรงพยาบาล ษมาก็ต้องอยู่ด้วย ไหนก็ต้องเหนื่อยแล้วก็เก็บมันพร้อมกันซะเลยสิ ถึงจะเสี่ยงแต่ก็คุ้ม เพราะมีแพะรับบาปแทนเราอยู่แล้ว” โศภีสีหน้าหมั่นไส้ปนอิจฉา เหยียดยิ้มที่มุมปาก
ดิตถ์หันมองหน้าโศภี คิ้วขมวดพยายามลำดับความคิดให้ทันโศภี เธอพูดบรรยายแผนการด้วยรอยยิ้ม“พวกมันส่งคนไปเก็บนังวารี แต่ษมาโดนลูกหลงไปด้วยื สองพี่น้องหน้าโง่นั่นเป็นแพะแทนเราอยู่เห็นๆ ยังไงก็สาวไม่ถึงเราหรอก...คราวนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้าย พลาดไม่ได้เด็ดขาด”
ดิตถ์คิดตามทัน ยิ้มปลาบปลื้มในความฉลาดหัวไวของโศภี
“แหม คุณโศนี่ แยบยลจริงๆ ไม่เปลี่ยนใจมาเป็นเมียผมจริงๆเรอะ”
“ไอ้บ้า”
โศภีค้อนขวับ ลุกพรืด เดินฉับๆ เข้าด้านในไป ดิตถ์ยิ้มพอใจ สีหน้ามีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

หมออเนกกำลังดูฟิล์มเอ็กซเรย์ศีรษะของสาระวารี โดยมีษมา และพิพัช คอยลุ้นผลอยู่ด้วยในห้อง หมออเนกสีหน้าเครียดๆ ษมาร้อนใจสุดๆ
“อาการวารีหนักมากมั้ยครับ”
“ก็พอสมควรครับคุณษมา คนไข้ช็อก ถูกกระแทกอย่างแรง แถมยังเสียเลือดมากซะด้วย”
ษมาหันไปสบตากับพิพัช ทั้งคู่มีสีหน้าเป็นห่วง
“แต่โชคยังดี กระดูกไม่หัก ส่วนสมองได้รับความกระทบกระเทือนเล็กน้อย คงต้องรอดูอาการซักระยะนะครับ”
ษมาถึงกับหน้าเสีย
“สมองได้รับความกระทบกระเทือนเลยเหรอครับ แล้วจะถึงขั้นเป็นเจ้าหญิงนิทรามั้ยครับหมอ”
อเนกยิ้มให้กำลังใจ
“ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ ตอนนี้ถือว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว”
ษมายังไม่หายกังวล
“แล้วทำไมถึงยังไม่ฟื้นซะทีล่ะครับ”

“คงเป็นเพราะเสียเลือดมากน่ะครับ ร่างกายก็เลยอ่อนเพลีย แต่อีกไม่นานก็คงจะรู้สึกตัว”

ษมาค่อยดูผ่อนคลายขึ้นหน่อย พิพัชแม้ไม่ปลื้มวารีนักก็ยังเผลอยิ้มออกมาอย่างสบายใจขึ้น อเนกสีหน้ายังห่วงๆ
“แต่หลังจากรู้สึกตัว คงหนักหน่อย เพราะบาดแผลที่หลังหนักเอาเรื่อง... หมอจะฉีดยาแก้ปวดให้ ฤทธิ์ยาตัวนี้อาจทำให้ง่วงซึม คุณวารีคงนอนหลับเป็นส่วนใหญ่ คุณษมาไม่ต้องตกใจไปนะครับ”
ษมาคิ้วขมวดยังห่วงสาระวารี พิพัชยิ้มบางๆ เข้าใจเจ้านายดี พูดให้กำลังใจ
“คุณวารีเป็นสาวแกร่ง ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกครับ”
ษมาฝืนยิ้มบางๆ แต่ลึกๆ ก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี

ษมาค่อยๆเปิดประตูห้องไอซียูเข้ามา เขามองสาระวารีซึ่งนอนสลบไสลอยู่ที่เตียง ษมาเดินเข้าไปลูบผมเธอเบาๆ อย่างสงสารจับใจ
สาระวารีทั้งฝันร้าย ทั้งเจ็บไปทั้งตัว ดูกระสับกระส่ายไปมา ษมาสงสารสุดๆ จับมือมากุมไว้
“คุณปลอดภัยแล้ววารี ผมอยู่กับคุณตรงนี้แล้วนะ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”
สาระวารีเหมือนรับรู้ ดูกระสับกระส่ายลดลง
“ผมผิดเองที่รั้งคุณเอาไว้ ผมขอโทษนะวารี”
ษมาจับมือสาระวารีขึ้นมาจุ๊บค้างเอาไว้ อาการกระสับกระส่ายของสาระวารีค่อยๆ สงบลงในที่สุด ฝันร้ายยุติแล้ว... เธอค่อยๆนอนหลับนิ่งๆไป... ษมาเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง

จันเลาเดินออกมาจากข้างในบ้านตอนหัวค่ำ โดยมีกูซอ ลำแพง แลง บรรดาคนงานและคนรับใช้
ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“มากันครบแล้วใช่มั้ย ผมจะได้พูดทีเดียวเลย เรื่องที่โรงเก็บเรือระเบิด ผมมั่นใจว่าไม่ใช่เหตุบังเอิญ”
ลำแพงและแลงเหลือบตามองกัน
“เพราะฉะนั้น นับแต่วันนี้ ขอให้ทุกคนจัดเวรยามดูแลกันเองตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าเห็นอะไรผิดปกติให้รีบรายงานผมทันที”
“แต่เราก็มีเวรยามดูแลเกาะอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับคุณจันเลา”
“มันไม่พอ สถานการณ์ตอนนี้ไม่น่าไว้วางใจ เราต้องดูแลกันเองและต้องเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม”
ลำแพงทำสีหน้าเบื่อหน่าย
“ตื่นตูมเกินไปรึเปล่าคะ กะอีแค่แม่ เอ่อ คุณนักข่าวแอบไปสูบบุหรี่ แล้วน้ำมันมันเกิดรั่วขึ้นมาก็เลยระเบิด ไม่ได้มีใครลอบเข้ามาคิดร้าย ทำอะไรคุณษมาซะหน่อย”
จันเลาจ้องหน้าลำแพง
“ดูคุณจะรู้ดีเหลือเกินนะครับคุณแม่บ้าน พูดยังกะเห็นคุณวารีสูบบุหรี่กับตาอย่างงั้นแหละ”
ลำแพงหน้านิ่ง ไม่มีพิรุธ
“ถ้าตอนที่ระเบิด ฉันไม่เห็นหรอกค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ ฉันเคยเห็นเค้าไปแอบสูบบุหรี่อยู่หลายครั้ง เค้ารู้ว่าคุณษมาไม่ชอบ แต่ก็นะอยากจะเอาชนะใจผู้ชายให้ได้ ก็เลยต้องอดทนแอบไปหาที่สูบไกลๆ จนเกิดระเบิดขึ้นมา ดีนะที่พวกเราไม่ต้องมาตายสังเวยพวกขี้ยา” ลำแพงเหยียดปากหมั่นไส้
“นั่นมันความคิดของคุณแม่บ้านเองคนเดียว ตำรวจเค้ายังไม่ได้สรุปซะหน่อย เพราะฉะนั้น ทุกคนต้องทำตามที่ผมสั่ง ถ้าใครไม่ปฏิบัติตาม ผมจะรายงานคุณษมา”
ลำแพงจ้องหน้าจันเลาด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
“กูซอ แกจัดตารางเวรยามให้ทุกคนด้วย”
“ได้ครับ คุณจันเลา”
กูซอหันไปคุยกับคนอื่นๆ ว่า ใครต้องการอยู่เวรยามตอนไหนกันมั่ง จันเลาจ้องหน้าลำแพงที่สะบัดหน้าเดินหนีไปทางอื่น แลงทำหน้าจ๋อย เดินเข้าไปรวมกลุ่มกับพวกกูซอ จันเลาจับตามองไปทางแลงด้วยสายตาจับผิด ยังสงสัยแลงอยู่

เวลาเช้า ภายในห้องพักคนป่วย หมออเนกกำลังฉีดยาผ่านสายน้ำเกลือให้สาระวารีที่ยังนอนหลับอยู่ โดยมีษมาและพิพัชอยู่ใกล้ๆ
"ยาที่ฉีดจะทำให้คนไข้ง่วงนอน ถ้าฟื้นขึ้นมาแล้วยังมีอาการสะลึมสะลือก็ไม่ต้องตกใจนะครับ"
"ครับคุณหมอ"
หมออเนกกับพยาบาลเดินออกจากห้องไป ษมามายืนใกล้ๆสาระวารี แล้วลูบผมด้วยความรัก ห่วงใย
"เดี๋ยวผมเฝ้าคุณวารีเองก็ได้ครับ เมื่อคืนคุณษมาก็ไม่ได้นอนทั้งคืนแล้ว ตอนเช้าก็ยังไม่ได้ทานอะไรอีก ระวังจะล้มต่อจากคนป่วยไปอีกคนนะครับ"
ขณะนั้นเอง สาระวารีก็เริ่มขยับตัว ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้นมา
"วารี เป็นยังไงบ้าง" ษมาเรียกขึ้นอย่างดีใจ
สาระวารีเห็นษมากำลังคุยกับตนอยู่ ก็มองนิ่งๆ ไม่พูดอะไร จนเขาชักใจไม่ดี เขาจับมือเธอกุมเอาไว้
"ผมเอง จำได้มั้ยครับ"
ษมามีสีหน้าลุ้นๆ กลัววารีจำอะไรไม่ได้ สาระวารีอ่อนแรง พูดเบาๆ ออกมา
"คุณษมา"
ษมาค่อยยิ้มออกมาอย่างโล่งอกขึ้นหน่อย สาระวารีจะขยับตัว แต่กระทบกระเทือนแผลจนเจ็บไปทั้งตัว"โอ๊ย"
"อย่าเพิ่งขยับตัวสิครับ แผลเต็มตัวไปหมดเลยรู้ตัวบ้างมั้ยเนี่ย"
สาระวารียังงงๆอยู่
"แผลอะไรคะ"
"ก็แผลจากโรงเก็บเรือระเบิดน่ะสิคุณ เจ็บแค่นี้ถือว่าปาฏิหาริย์มาก คุณนี่ก็หัวแข็งใช่เล่นนะ" พิพัชบอก
สาระวารีพยายามคิดทบทวน แต่ก็ยังดูงง
"ระเบิดอะไรเหรอคะ"
ษมาชักห่วง ไม่สบายใจขึ้นมา
"คุณจำไม่ได้เลยเหรอ"
สาระวารีพยายามนึก แต่รู้สึกปวดหัวขึ้นมา ษมารีบห้าม
"อย่าเพิ่งไปนึกอะไรเลยวารี สมองคุณได้รับความกระทบกระเทือน ผมว่านอนพักก่อนดีกว่า"
สาระวารีมองหน้าษมาอย่างเชื่อฟัง ค่อยๆ นอนหลับตาพักผ่อนไปด้วยความอ่อนเพลีย พิพัชมากระซิบข้างๆ ษมา
“จำอะไรไม่ได้แบบนี้ ไม่ค่อยดีนะครับ”
“ก็ต้องดูอาการกันต่อไป”

ษมาถอนใจยาวออกมา มองไปที่สาระวารีด้วยสีหน้าแววตาเป็นห่วงมาก

มนต์จันทรา ตอนที่ 10 (ต่อ)

จันเลาเดินคุยปรึกษากับกูซออยู่ในสวน

“ไอ้แลงมันก็ดูเหมือนเดิมนะครับ สั่งให้มันทำอะไรมันก็ทำ ยังไม่เห็นพิรุธอะไรเลย”
จันเลาพยักหน้ารับ
“จับตาดูต่อไป ที่ฉันให้จัดเวรยาม นอกจากเพื่อความปลอดภัยแล้ว ก็เพื่อที่จะให้แกคอยสังเกตไอ้แลงมันง่ายขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าไอ้แลงจะทำอะไร แกต้องมารายงานฉันทุกอย่าง เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจครับ เอ่อ คุณจันเลาครับ ผมขอถามอะไรซักอย่างได้มั้ยครับ”
“ว่ามา”
“ทำไมคุณจันเลาถึงสงสัยไอ้แลงมันขนาดนี้ล่ะครับ”
“ขนาดแกฉันยังเคยสงสัยมาแล้วเลย”
“โธ่คุณจันเลา อย่างผมเนี่ยนะครับจะกล้าทรยศคุณษมา ให้ผมตายแทนเจ้านายยังได้เลยครับ”
จันเลายิ้มบางๆ ตบบ่ากูซอ ขอโทษกลายๆ ที่เคยมองในแง่ไม่ดี
“ผมว่าคนอื่นที่น่าสงสัยมากกว่าไอ้แลงยังมีอีกตั้งเยอะ คนอย่างไอ้แลง มันจะกล้าถึงขนาดลอบไปป่วนที่พระฮามเลยเหรอครับ แล้วถ้ามันทำ มันจะทำไปเพื่ออะไร”
“ฉันก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คนเราที่มันทำร้ายกันได้ ก็เพราะไอ้ความที่คิดไม่ถึงนี่ล่ะ เพราะฉะนั้นอย่าประมาทเป็นดีที่สุด”
จันเลาสีหน้าหนักใจ เป็นห่วงความปลอดภัยของษมา

ษมาเดินคุยโทรศัพท์มือถือมาตามทางเดินของโรงพยาบาล ผ่านพนักงานทำความสะอาดผู้หญิงกลางคนที่กำลังเข็นรถทำความสะอาดมาจอดแล้วลงมือทำความสะอาดพื้นบริเวณนั้นไป
“ลุงบูรณ์จัดการแทนผมไปเลย วันนี้ผมคงไม่มีกะใจไปคุยกับลูกค้าหรอกครับ ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ก็ค่อยนัดใหม่วันหลัง”
ษมาเดินคุยมือถือไปหยุดที่ริมผนังกระจกของโรงพยาบาลที่มองออกไปภายนอกได้ มีพนักงานผู้หญิงอีกคนยืนเช็ดกระจากอยู่ไม่ห่างษมานัก
ษมาฟังปลายสายก่อนตอบไป
“ได้ ได้ ลุงจัดการไปตามนั้นเลย … วารีตื่นแล้วจะบอกให้ครับ ขอบคุณมากครับลุง”
ษมากดตัดสาย ขณะที่เขาจะหมุนตัวเดินกลับไป ไม่คาดคิดพนักงานทำความสะอาดผู้หญิงหันขวับกลับมาพร้อมจ้วงมีดแทงใส่ษมา แต่เขาหลบได้ทันหวุดหวิด ทั้งคู่ต่อสู้ระยะประชิด หวาดเสียว ษมาถูกแทงอยู่ไปมา แต่เขาฉวยโอกาสโต้กลับเล่นงานคนร้ายกลับไปได้ ขณะต่อสู้พัวพัน มือษมาพาดไปดึงวิกผมพนักงานผู้หญิงคนนั้นหลุด พบว่าความจริงคือผู้ชายใส่วิกปลอมตัวมา!!
ษมากำลังแย่งมีดไปได้ขณะกำลังจะได้เปรียบ พนักงานทำความสะอาดหญิงอีกคนก็เข็นรถทำความสะอาดพุ่งเข้าใส่ษมาอย่างเร็วและแรงเพื่อช่วยเพื่อน 2 คนร้ายวิ่งหนีลงบันไดหนีไฟไปอย่างเร็ว
ษมาจะตามแต่ฉุกคิด ห่วงสาระวารีขึ้นมา เขารีบวิ่งไปหาเธอทันที แทนที่จะตามจับคนร้าย
“วารี”

ผ่านเวลาพักใหญ่ ในบ้านกบดาน โศภีกำลังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับษมาที่โรงพยาบาล เธอคุยกับดิตถ์ที่โถงบ้านกบดาน โศภีสงสัยปนเจ็บใจ
“นี่ใครมันตัดหน้าเรา ผิดแผนหมดเลย”
“ตำรวจกำลังล่าตัวอยู่ แต่วงในกระซิบมาว่าน่าจะเป็นสมุนกำนันธง”
โศภีนึกไม่ถึง
“ไอ้บ้านั่นมันเอากับเค้าด้วยเรอะ... เอ๊ะ แล้วมันรู้ได้ยังไงว่าษมาอยู่โรงพยาบาล”
โศภีจ้องหน้าดิตถ์ด้วยสายตาระแวงจนดิตถ์ตกใจ
“อย่ามองผมอย่างงั้นสิคุณ ผมไม่ได้หักหลังคุณนะ เรื่องไอ้ษมากำลังเดทกับนังนักข่าวนั่น เค้ารู้กันทั้งจังหวัดแล้วคุณคิดว่า ยังเป็นความลับอยู่อีกเหรอ”
โศภีทิ้งค้อน
“คนมันมีประวัติ ก็ต้องระแวงไว้ก่อนล่ะ”
ดิตถ์ชักเซ็งๆ
“แทนที่จะมาระแวงกันเอง มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงกันต่อ... โค้งสุดท้ายแบบนี้ พวกอีแอบที่อยากฮุบคาสิโนคงเปิดตัวกันเพียบ”
โศภีได้แต่ถอนใจเครียดๆ

ภายในห้องพักผู้ป่วย อเนกตกใจมาก เมื่อษมาแจ้งความประสงค์ขอย้ายคนไข้
“คุณษมาจะย้ายคนไข้ด้วยเฮลิคอปเตอร์เลยเหรอครับ”
ษมา พิพัชกำลังคุยกับหมออเนก โดยมีสาระวารีนอนหลับอยู่ใกล้ๆ ในห้องพักผู้ป่วย ษมาหน้าเครียดจริงจัง
“ครับ ผมต้องการให้วารีกระทบกระเทือนน้อยที่สุด”
อเนกรู้สึกผิด
“ยังไงทางโรงพยาบาลต้องขอโทษคุณษมาด้วยนะครับ ที่เกิดเหตุการณ์ไม่ดีแบบนี้ขึ้น”
“ผมต่างหากครับ ที่ต้องขอโทษคุณหมอ คุณหมอคงทราบ ว่าผมถูกลอบทำร้ายเพราะอะไร และเรื่องนี้ก็คงไม่จบแค่วันนี้ ที่ผมอยากย้ายวารี ก็เพราะกลัวคนไข้อื่นจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วยน่ะครับ” ษมาพูดพลางถอนใจ
อเนกพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“คุณษมาจะให้ผมติดต่อโรงพยาบาลไหนที่กรุงเทพดีครับ” พิพัชถาม
“เราไม่ได้ไปกรุงเทพ เราจะกลับเกาะยานกกัน” ษมาบอก
“แต่คุณวารียังไม่หายดีนะครับ น่าจะอยู่ใกล้หมอมากกว่า”
“ฉันรู้หรอกน่ะ” ษมาหันไปพูดกับหมออเนก
“รบกวนคุณหมอหาพยาบาลพิเศษไปดูแลวารีที่เกาะให้ด้วยนะครับ ผมยินดีจ่ายเต็มที่ ส่วนตัวคุณหมอผมขอเชิญไปตรวจวารีที่เกาะทุกวัน หวังว่าคุณหมอคงไม่ปฏิเสธ”
อเนกมีสีหน้าหนักใจมาก
“เรื่องพยาบาลก็พอได้ล่ะครับ แต่ให้หมอไปเกาะทุกวันนี่...”
“นะครับคุณหมอ เรารู้จักคุ้นเคยกันมานาน ผมไม่เคยอยากขอร้องคุณหมอมากเท่านี้มาก่อน ผมจะไม่มีวันลืมบุญคุณครั้งนี้ของคุณหมอเลย” ษมาอ้อนวอน
อเนกเจอษมาพูดอย่างงี้ก็เลยต้องยอม
“ก็ได้ครับ เพราะเห็นกับที่คุณษมายอมเสียสละเพื่อความปลอดภัยของคนไข้อื่นหรอกนะครับ”
ษมายิ้มดีใจ
“ขอบคุณมากครับหมอ”
ษมาถอนใจโล่งอกที่เคลียร์ปัญหาไปได้อีกเปราะเหลือบมองไปที่สาระวารีสีหน้าเป็นห่วง

นักข่าวสาวยังคงหลับสนิทเพราะความเพลียและอาการข้างเคียงของยา

เวลาบ่าย พยาบาลและบุรุษพยาบาลกำลังเข็นเตียงไปตามทางเดิน เพื่อจะพาสาระวารีที่นอนหลับอยู่บนเตียงไปที่ลิฟท์เพื่อไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์บนดาดฟ้า โดยมีษมาเดินคุยมากับจิณห์วราตามหลังมาห่างๆ
“ยังไงรบกวนคุณจิณห์ติดต่อคุณสาระสะมาให้ด้วยนะครับ ผมพยายามติดต่อหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังติดต่อไม่ได้เลย”
“พี่สะมาคงไปบินน่ะค่ะ เดี๋ยวจิณห์ฝากเรื่องไว้ เค้ากลับมาเมื่อไหร่ก็คงตามมาหาวารีเองล่ะค่ะ”
“ส่วนที่สยามสาร ผมจะโทรไปแจ้งเอง”
จิณห์วรามองตามไปที่สาระวารี
“ได้ค่ะ ...ดูซิ โดนเข้าไปขนาดนี้แล้ว จะเลิกบุหรี่ได้รึยัง”
จิณห์วราได้แต่ส่ายหน้าไปมา ษมาเดินตามเตียงพยาบาลแล้วได้แต่ถอนใจออกมา สาระวารีหลับสนิทบนเตียงพยาบาลขณะถูกเข็นไปรอลิฟท์

ลานกว้างที่เกาะยานก จันเลากำลังสั่งให้คนงานย้ายของ เพื่อเคลียร์พื้นที่หน้าบ้าน สำหรับเฮลิคอปเตอร์ที่จะมาส่งสาระวารี ลำแพง และแลงยืนแอบมองอยู่
ลำแพงมีสีหน้าอิจฉาและหมั่นไส้สุดๆ
“อีสำออย ป่วยแค่นี้ ถึงกับต้องใช้เฮลิคอปเตอร์มาส่งเลยเรอะ ท่าจะหลงมันมาก”
“มันกำลังจะกลับมาแล้วนะพี่ มันต้องฟ้องคุณษมาแล้วแน่ๆเลย คุณษมาต้องรู้แล้วว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเรา” แลงยังกลัวจัด
ลำแพงตวาด ตาดุเบิกกว้าง หน้าตาดุดัน
“หุบปากเดี๋ยวนี้ไอ้แลง กลัวคนไม่รู้รึไง”
แลงกลัวมากรีบยกมือปิดปากตัวเอง
“อย่าปอดแหกนักเลยน่ะ ถ้าคุณษมารู้แล้ว แกกับฉันยังจะยืนลอยหน้าอยู่ตรงนี้ได้อีกเหรอ”
ลำแพงเอานิ้วจิ้มหัวแลง
“มีสมองน่ะหัดคิดซะมั่ง กลัวจนขี้ขึ้นสมองแล้ว”
แลงหน้าจ๋อย
“แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะพี่”
ลำแพงหน้าตามั่นใจ ยิ้มเหี้ยม
“ก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น มันกลับมาที่นี่ก็ดี เกาะยานกจะได้เป็นหลุมฝังศพของมัน”
แลงเหล่มองพี่สาว สีหน้ายังหวดหวั่นกลัวอันตรายจะถึงตัว ลำแพงตาขวาง สะแหยะยิ้มจิตๆ รอการกลับมาของสาระวารีพร้อมแผนการอำมหิต

สยามสารตอนบ่าย มีคณากำลังเช็กเมลอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยมีไชยวัฒน์ยืนอยู่ใกล้ๆ
“วารียังไม่ตอบกลับมาเลยค่ะบอกอ”
ไชยวัฒน์สุดเซ็ง
“หายไปไหนของเค้าอีกเนี่ย โทรไปก็ปิดมือถือ อีเมลก็ไม่ตอบกลับ”
“คงตามข้อมูลเรื่องพลอยอยู่มั้งคะ”
“ไม่ต้องแก้ตัวแทนเพื่อนเลยมี่ สกู๊ปแค่นี้ ป่านนี้ควรเสร็จได้แล้ว”
ไชยวัฒน์หน้าหงิก บ่นฮุบ
“มัวแต่เที่ยวกับแฟนจนลืมงานแน่ๆเลย”
“บอกอพูดเหมือนไม่รู้จักวารี”
“ผมรู้จักพวกคุณทุกคนดี เฉพาะตอนที่ยังไม่มีแฟน”
มีคณาหลบสายตา เพราะมีชนักติดหลังเหมือนกัน
“ผมถึงไม่อยากให้รีบมีแฟนกันนัก เสียงานเสียการหมด เธอเองก็อย่าเพิ่งรีบมีอีกคนล่ะ ผมขี้เกียจรับนักข่าวใหม่” ไชยวัฒน์พูดพลางจ้องหน้ามีคณา
มีคณายิ้มแหยๆ ไม่ตอบ ได้แต่ขยับแว่นกระชับดั้งจมูกตามความเคยชิน
ขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือสมาร์โฟนของมีคณาก็ดังขึ้น เธอดูเบอร์โชว์แล้วดีใจ
“คุณษมาโทรมาพอดีเลยค่ะบอกอ” มีคณาบอกแล้วกดรับสาย
“สวัสดีค่ะคุณษมา”
เมื่อมีคณาฟังอีกฝ่าย หน้าก็เริ่มเสียมากขึ้นเรื่อยๆ จนไชยวัฒน์ชักสงสัย มีคณาตกใจปนห่วง ถามกลับไป
“วารีเป็นยังไงมั่งคะ”

ผ่านเวลาเล็กน้อย ไชยวัฒน์บ่นแหลก แต่ก็ห่วงลูกน้องมาก
“พูดจนปากจะฉีกไม่รู้กี่รอบแล้ว ว่าให้เลิกๆ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ถึงตาย นี่ดีนะที่เค้าไม่เอาเรื่องที่ทำโรงเก็บเรือเค้าระเบิด ไม่งั้นจ่ายกันอานล่ะแม่วารีเอ๊ย”
มีคณามาคุยกับไชยวัฒน์อย่างเป็นความลับที่ห้องทำงานไชยวัฒน์ มีคณาสงสัยมาก
“บอกอเชื่อจริงๆเหรอคะ ว่าวารีสูบบุหรี่จนเกิดระเบิด”
“ทำไม เธอคิดว่าคุณษมาจะโกหกเราเรอะ”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ แต่มี่ไม่เห็นวารีสูบบุหรี่มาตั้งนานแล้วนะคะ ตั้งแต่เริ่ม...”
ไชยวัฒน์จ้องหน้ามีคณา
“เริ่มอะไร”
มีคณาเลือกใช้คำพูด
“เริ่มสนิทกับคุณษมาน่ะค่ะบอกอ”
“จริงเรอะ”
“จริงสิคะ มัทยังแซวเลยว่า ความรักทำให้วารีเปลี่ยนไป แล้วทำไมอยู่ๆถึงมาสูบอีก แล้วจำเพาะเจาะจงต้องไปสูบที่โรงเก็บเรือ ตอนที่มีน้ำมันรั่วด้วย ทุกอย่างมันไม่ดูบังเอิญเกินไปหน่อยเหรอคะบอกอ”
ไชยวัฒน์คิดตาม
“แต่ก็นะ คนติดบุหรี่มันเลิกยาก วารีอาจจะพูดว่าเลิกให้พวกเธอสบายใจก็ได้ แล้วคุณษมาเค้าก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาหลอกเราไม่ใช่เหรอ”
มีคณาค้างคาใจบอกไม่ถูก
“บอกอคะ ขอมี่ไปเยี่ยมวารีได้มั้ยคะ”
มีคณาสีหน้าอ้อนวอน ไชยวัฒน์มองหน้านิ่ง

“ไม่ได้”

มีคณาจ๋อยไป
“ทำงานเธอให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปดีกว่า ขืนเธอไปอีกคนปิดเล่มไม่ทันแน่ๆ”
มีคณาได้แต่ถอนใจออกมา
“คุณษมาเค้าก็บอกว่าวารีปลอดภัยแล้ว วารีอยู่ในความดูแลของเค้า ไม่น่าเป็นอะไรแล้วล่ะ...แต่ถ้าปิดต้นฉบับไม่ทัน คงมีหลายคนที่นี่ตายก่อนแน่นอน”
ไชยวัฒน์จ้องหน้าแอบขู่ มีคณาแอบจ๋อยๆ กระชับแว่นไปมา

เวลาเย็น พยาบาลอรุณฉายกำลังปรับสายน้ำเกลือให้สาระวารีที่นอนหลับสนิท โดยมีษมายืนดูอยู่ใกล้ๆ อรุณฉายเป็นพยาบาลที่ษมาจ้างมาดูแลสาระวารี อายุประมาณ 20 กว่าๆ ผิวขาว หน้าตาดี ภายในห้องมีอุปกรณ์การแพทย์และยาพร้อมสรรพ
“ถ้าคุณพยาบาลต้องการพักทานข้าว หรือทำธุระส่วนตัว ก็โทรสั่งให้คนอื่นเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนคุณวารีก่อนนะครับ ผมไม่อยากให้คุณวารีอยู่คนเดียว”
อรุณฉายยิ้มรับ
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณษมา คุณหมออเนกกำชับดิฉันมาแล้ว ดิฉันจะดูแลคุณวารีให้ดีที่สุดค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
อรุณฉายเบี่ยงตัวไปเตรียมยาหรือเก็บอุปกรณ์โน่นนี่ไป ษมาจับมือมองหน้าสาระวารีพลางพูดเบาๆให้พอได้ยินกันสองคน
“ตื่นเร็วๆ นะวารี ผมอยากคุย อยากเถียงกับคุณใจจะขาดอยู่แล้ว”
ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่พิพัชจะเปิดประตูเข้ามา ษมารีบปรับท่าทีเนียนๆ ทำดูสายน้ำเกลือว่า หลุดว่ารั่วรึเปล่าแล้วค่อยๆหันไปมองพิพัช
พิพัชมีสีหน้าเครียดๆ
“มีอะไรรึเปล่า”
“คุยที่ห้องทำงานดีกว่าครับเดี๋ยวจะรบกวนคุณวารี”
พิพัชส่งภาษากายบอกเป็นนัยว่าเรื่องสำคัญ ษมาเข้าใจ หันไปบอกพยาบาล
“ก็ดี ฝากวารีด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ”
ษมาเดินหน้าเคร่งขรึมนำพิพัชออกไปจากห้องพักสาระวารี

ผ่านเวลาเล็กน้อย ภายในห้องทำงาน ษมากำลังคุยกับพิพัชและจันเลาด้วยสีหน้าเคร่งเคียดในห้องทำงาน ษมาไม่เห็นด้วย
“นายระแวงมากไปรึเปล่าจันเลา เจ้าแลงมันอยู่กับฉันมานานมากแล้วนะ แทบจะตายแทนฉันได้เลย แล้วแลงมันจะลอบไปพระฮามเพื่ออะไร ไม่เห็นมีเหตุผล”
“ก็เพื่อจะล่อคุณษมาไปพระฮาม แล้วทำร้ายคุณวารีไงครับ”
ษมายังไม่เชื่ออยู่ดี
“ฉันยอมรับนะ ว่าเรื่องที่พระฮาม มันดูเหมือนจะล่อฉันออกไปเพื่อทำร้ายวารี แต่ก็ไม่น่าจะใช่เจ้าแลงเพราะมันไม่มีความแค้นอะไรกับวารี แล้วก็มีคนเห็นวารีไปสูบบุหรี่จนเกิดระเบิดด้วยไม่ใช่เหรอ ทุกอย่าง มันอาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุก็ได้”
“ผมก็ไม่เข้าใจว่าเจ้าแลงมันจะทำแบบนั้นไปทำไม แต่คนที่เห็นคุณวารีสูบบุหรี่ ก็มีแค่ลำแพงคนเดียวนะครับ”
ษมาสีหน้าไม่เชื่ออย่างแรง พูดพลางส่ายหน้า
“นายสองคนกำลังจะบอกฉันว่าสองคนพี่น้องที่เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของฉัน วางแผนร่วมกันงั้นเรอะ”
“คุณษมากำลังไว้ใจสองคนพี่น้องนี่มากจนเกินไปรึเปล่าครับ” พิพัชถาม
“แล้วลำแพงจะทำไปเพื่ออะไร”
“ก็ปกป้องน้องชายที่กำลังคิดไม่ซื่อกับคุณษมาน่ะสิครับ”
“ผมว่าอาจจะมีคนอยู่เบื้องหลัง จ้างแลงให้ก่อเรื่องนี้ก็ได้นะครับ”
ษมาถอนใจออกมา คิดตามที่พิพัชและจันเลาเตือนสติ ยอมรับว่าก็มีความเป็นไปได้อยู่ แต่เพราะความไว้วางใจมากก็ยังไม่อยากปักใจเชื่อซะทีเดียว

ลำแพงค่อยๆ เปิดประตูเข้าห้องนอนแขกมาเบาๆ อรุณฉายกำลังหันหลังเช็ดตัวให้สาระวารีอยู่ ลำแพงเดินช้าๆ เข้ามาด้านหลัง สีหน้าเย็นชา ไม่บ่งบอกอารมณ์ อรุณฉายขยับตัวเหลือบตาเห็นลำแพง ก็สะดุ้งสุดตัว
ลำแพงหน้านิ่งดูเย็นชาใส่ อรุณฉายเห็นท่าทางลำแพง ก็รู้สึกแปลกใจ
“มีอะไรรึเปล่าคะ”
“คนเจ็บยังไม่รู้ตัวเลยเหรอคะ”
“ยังค่ะ ยาที่คุณหมอจัดให้ ทำให้ง่วงด้วย ก็เลยหลับยาวเลย”
ลำแพงยิ้มพอใจ
“ดิฉันชื่อลำแพง เป็นแม่บ้านที่นี่ค่ะ”
อรุณฉายยิ้มทักทาย
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออรุณฉาย เรียกฉายเฉยๆก็ได้นะคะ”
ลำแพงมองไปรอบๆห้อง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรียกคุณพยาบาลจะเหมาะกว่า... ยังไม่มีใครเอาที่นอนมาให้คุณเลยเหรอคะ ถ้างั้นดิฉันจะให้เด็กเอามาให้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“แล้วถ้าคุณจะออกไปทานข้าว พักผ่อน หรือทำธุระส่วนตัวอะไรก็บอกได้นะคะ ดิฉันจะช่วยรับหน้าที่ดูแลคนเจ็บแทนคุณเอง”
อรุณฉายยิ้มดีใจ
“งั้นต้องขอรบกวนคุณแม่บ้าน ช่วยเฝ้าคุณวารีซักประเดี๋ยวนะคะ ดิฉันรีบมาเลยยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยงเลย ขอไปทานข้าวเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวมาค่ะ”
ลำแพงยิ้มเยือกเย็น เข้าทาง
“ตายแล้ว รีบไปทานข้าวทานปลาก่อนเลยค่ะคุณ เดี๋ยวพยาบาลจะมาเป็นลมเป็นแล้งให้ปฐมพยาบาลซะเอง”
อรุณฉายยิ้มแหยๆ
“คุณพยาบาลไปบอกเด็กในครัวให้จัดกับข้าวได้เลยค่ะ บ้านนี้มีอาหารเตรียมพร้อมในครัวตลอดเวลา ถ้าไม่ถูกปากก็สั่งเด็กให้ทำได้นะคะ”
อรุณฉายยิ้มแย้ม
“ขอบคุณค่ะ ไม่เกิน 15 นาทีค่ะ”
ลำแพงสีหน้านิ่งบอก
“ตามสบายเถอะค่ะ ไม่ต้องรีบร้อน”
อรุณฉายยิ้มแย้มแล้วเดินเลี่ยงออกไปจากห้องอย่างรีบๆ ด้วยความเกรงใจลำแพง
ลำแพงหันขวับกลับไปจ้องหน้าสาระวารี

สาระวารียังคงนอนหลับไม่รู้เรื่อง ลำแพงจ้องหน้านิ่ง แต่มุมปากกระตุกๆ

อ่านต่อเวลา 17.00น.

ภายในสวน ษมายืนมองแลงที่รดน้ำต้นไม้อยู่ ด้วยความสงสัยชั่งใจ ถึงพิพัชจะพูดมีเหตุผล แต่ตนก็ยังไว้ใจแลงอยู่มาก แลงหันกลับไปเห็นษมาพอดี

“อ้าว คุณษมา มีอะไรจะให้ผมรับใช้รึเปล่าครับ”
“ไม่มี ฉันก็แค่มาเดินเล่นรับลม เอ้อ แลง แกอยู่กับฉันมากี่ปีแล้ว”
แลงคิดอยู่ครู่นึง
“ก็ซักหกเจ็ดปีได้แล้วมั้งครับ”
“แล้วแกไม่คิดจะไปทำอย่างอื่นบ้างเหรอ อยู่กับฉันมันก็งานเดิมๆไม่ก้าวหน้า ไปอยู่กับคนอื่น แกอาจจะไปได้ไกลกว่านี้”
แลงยิ้มแย้มบอก
“ผมไม่เคยคิดหรอกครับ อยู่กับคุณษมาก็สบายดีอยู่แล้ว มีข้าวให้กิน มีที่ให้นอน เจ็บป่วยคุณษมาก็รักษา เงินเดือนก็เหลือเก็บเต็มๆ แล้วจะดิ้นรนไปอยู่ที่อื่นทำไมล่ะครับ”
ษมาหน้านิ่งถาม
“แกคิดอย่างงั้นจริงเรอะ”
แลงชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ปั้นยิ้มกลบเกลื่อน
“จริงสิครับ คุณษมามีบุญคุณกับผมท่วมหัว ไม่ได้คุณษมาผมตายไปนานแล้ว ไม่ได้อยู่สุขสบายยังงี้หรอกครับ คุณษมาก็ไม่ต่างอะไรกับพ่อบังเกิดเกล้าของผมอีกคน”
ษมาไม่เคลิ้มด้วย ยังคงวางสีหน้านิ่ง
“แต่ถ้ามีคนอื่นเค้าให้เงินแกได้มากกว่าฉัน แกจะไปก็ได้นะ ฉันไม่โกรธหรอก”
แลงปั้นหน้าน้อยใจ
“ทำไมคุณษมาพูดแบบนี้ล่ะครับ หรือว่าผมทำงานไม่ได้เรื่อง คุณษมาจะหาคนอื่นมาแทน ให้โอกาสผมแก้ตัวก่อนได้มั้ยครับ ผมไม่อยากไปอยู่ที่อื่น ผมอยากรับใช้คุณษมา ผมอยากอยู่ที่ยานกไปจนตาย” แลงพูดพลางทรุดตัวลงยกมือไหว้
“ลุกขึ้นๆ ฉันยังไม่ได้ไล่แกออกซักคำ”
แลงค่อยยิ้มออก ลุกขึ้นยืน
“หมู่นี้ฉันเห็นมีคนมาฉกคนงานฉันไปเรื่อยๆ เผื่อแกจะได้รับข้อเสนอดีๆ แล้วมาติดที่เกรงใจฉัน... บอกตรงๆ สำหรับแก”
ษมาตบไหล่แลง บีบหนักๆ แลงเหล่มองมือที่บีบไหล่อยู่
“ฉันเห็นเหมือนน้องเหมือนนุ่ง ถ้าแกได้ดิบได้ดี ฉันก็ยินดีด้วย”
แลงยกมือไหว้
“ผมไม่ไปไหนทั้งล่ะครับ ผมจะรับใช้คุณษมาไปจนตาย”
ษมายิ้มบางๆ ตบบ่าแลงอีกครั้งก่อนเดินไป
แลงหน้าซีดเผือด กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างลึกๆ กับคำพูดของษมา ดูหวาดกลัวปนระแวงขึ้นมา

ภายในห้องพักแขก ลำแพงนั่งลูบผมสาระวารีช้าๆ ด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง
“หัวแข็งเหลือเกินนะแก แต่ก็โชคร้าย ที่แกต้องกลับมาอยู่ในมือฉันอีกจนได้”
ขาดคำ ลำแพงก็จิกหัวสาระวารีทันที
“เสียดาย ที่นังพยาบาลนั่นเห็นฉันอยู่กับแก ไม่งั้นป่านนี้ แกได้ตายคามือฉันไปแล้ว”
สาระวารีมีท่าทางกระสับกระส่ายเล็กน้อยเหมือนกำลังฝันกึ่งหลับกึ่งตื่น ลำแพงเลยยอมปล่อยผมสาระวารี ก้มลงกระซิบข้างหูสาระวารี
“แต่ถึงแกจะรอด แกก็อย่าเพิ่งดีใจไปเพราะฉันจะจับตาดูแกอยู่ตลอดเวลา ถ้าแกเปิดปากกับคุณษมาเมื่อไหร่ ฉันจะจัดการกับแกทันที แล้วก็ไม่ใช่แกคนเดียว แต่คุณษมาด้วย”
สาระวารีมีอาการกระสับกระส่ายเหมือนฝันร้าย เพราะจิตใจโหดร้ายของลำแพงสื่อมาถึงสาระวารี ถึงแม้ตนจะหลับอยู่แต่ก็พลอยเครียดไปด้วย ลำแพงขำๆแบบคนมีอาการทางจิต สายตาอำมหิต
“แกคิดว่าฉันไม่กล้าล่ะสิ ใช่ ฉันรักคุณษมา แต่ถ้าฉันไม่ได้เค้า แกก็อย่าหวังว่าจะได้เลย ฉันทำได้จริงๆ แล้วฉันก็เคยทำมาแล้วด้วย เจ้าของคนเก่าของที่นี่ไง เค้านอกใจฉันไปมีคนอื่น เหมือนคุณษมาไม่มีผิด มันคิดว่าอากาศบนเกาะทำให้มันป่วย มันไม่รู้เลยซักนิด ว่าฉันนี่แหละ ที่บันดาลให้มันเป็น” ลำแพงพูดพลางหัวเราะชอบใจ
สาระวารีกระสับกระส่ายหนักขึ้น หายใจแรงจนเห็นได้ชัด
ลำแพงหยุดหัวเราะกึก จ้องสาระวารีเขม็ง สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตเกลียดชัง

ย้อนกลับไป 10 กว่าปีก่อน ในเวลากลางวัน พ่อลำแพงสะพายกระเป๋าเดินออกจากบ้านไม้หลังเล็กๆโทรมๆ ลำแพงในวัย 20 ปี เดินประคองแม่ร้องไห้ตามหลังออกมา แม่ร้องไห้เข้ามากอดขาพ่อลำแพงไว้
“พี่จะทิ้งฉันกับลูกไปจริงๆเหรอจ๊ะ”
ลำแพงวิ่งร้องไห้มากอดพ่อเอาไว้เช่นกัน พ่อพยายามแกะมือทั้งคู่ออก
“ปล่อยข้านังแพง ข้าตัดสินใจแล้ว”
ขณะนั้นเอง หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่เป็นเมียใหม่ของพ่อ ฐานะร่ำรวย แต่งตัวฉูดฉาด ใส่ทองยังกะตู้ทองเคลื่อนที่ก็เดินเข้ามาหา พูดอย่างหงุดหงิด
“จะไปกันได้รึยังคะ”
ลำแพงอึ้งไปเสียใจมาก แม่ยิ่งร้องไห้...
“จ้ะๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะจ้ะ … ปล่อยข้าได้แล้ว”
พ่อหันไปแกะมือลำแพงออก แล้วผลักออกไปแรงๆ ลำแพงกระเด็นไปตามแรงผลักของพ่อ แม่กอดลำแพงเอาไว้ ร้องไห้ เสียใจจะเป็นจะตายจนเป็นลมล้มพับไป
พ่อเดินไปหาเมียใหม่ แล้วพากันเดินจากไป ลำแพงรีบประคองแม่เอาไว้ แล้วจิกตามองตามพ่อกับผู้หญิงใหม่ไปด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง

ผ่านมา 4-5 ปี เวลากลางวัน ลำแพงกำลังเอาน้ำสมุนไพรมาเสิร์ฟให้เจ้าของเกาะที่กำลังทำงานอยู่ ลำแพงยิ้มแย้ม
“น้ำตะไคร้ค่ะคุณภู”
ภูผาพูดไปทำงานไป
“ขอบใจนะ”
ลำแพงยืนนิ่งไม่ยอมออกจากห้อง เฝ้ามองภูผาด้วยความรักใคร่ จงรักภักดี จนภูผาแปลกใจ
“มีอะไรรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ ดิฉันรอเผื่อว่าคุณภูต้องการอะไรเพิ่ม”
“ฉันไม่ต้องการอะไรแล้วล่ะ ลำแพงมีอะไรก็ไปทำเถอะ”
ลำแพงหน้าจ๋อยๆ ยังอยากอยู่มากกว่า
“เอ่อ คุณภูทำงานหนักทุกวันเลยนะคะ”
“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ ถ้าไม่ขยันแล้วพวกเราทุกคนจะอยู่กันสบายได้ยังไงล่ะ”

“แต่คุณภูก็น่าจะมีใครช่วยแบ่งเบาบ้างนะคะ อย่างภรรยาคุณภูไงคะ น่าจะให้มาช่วยงานที่นี่บ้าง”

มนต์จันทรา ตอนที่ 10 (ต่อ)

พูดไม่ทันจบ ภรรยาของภูผา เจ้าของเกาะก็เปิดประตูเข้ามาทันที ทั้งสองคนหันไปมอง
ภรรยาสีหน้ายิ้มแย้มบอก

“เซอร์ไพร์ส”
ภูผายิ้มดีใจขณะที่ลำแพงหุบยิ้มแทบไม่ทัน เขาลุกไปหากอดภรรยาไว้ทันที
“ผมคิดถึงคุณที่สุดเลย”
ลำแพงมองภาพทั้งคู่ แล้วขบกรามแน่น ริษยาจับใจ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ผู้ชายที่ตนรักกำลังถูกพรากไปอีกแล้ว

มุมหนึ่งในเกาะ ลำแพงกำลังคุยกับแลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เอาจริงเหรอพี่ ถ้าถูกจับได้ล่ะก็ ติดคุกหัวโตเลยนะ”
ลำแพงตวาดแว๊ด
“แล้วแกจะให้ฉันทนดูนังนั่นมันแย่งคุณภูไปจากฉันรึไง”
“ก็เค้าเป็นผัวเมียกันนี่พี่ จะเรียกว่าแย่งได้ยังไง”
ลำแพงโมโหมาก
“เมียเมออะไรกัน ตั้งแต่คุณภูมาอยู่ที่นี่ ฉันไม่เคยเห็นนังนั่นจะมาดูดำดูดี ฉันต่างหากที่เป็นคนดูแลคุณภูอยู่ตลอดเวลา คุณภูเป็นของฉัน เข้าใจมั้ยไอ้แลง” ลำแพงจ้องแลงเขม็งจนน้องชายกลัว
“แต่พี่จะเล่นงานถึงตายจริงๆเหรอ”
“ฉันเคยบอกแกแล้วไง ว่าของอะไรที่ฉันอยากได้แล้วไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้”
“แต่ฉันกลัวนี่พี่ ฉันไม่อยากติดคุก”
“แกไม่ต้องกลัว รับรองว่าตำรวจสาวไม่ถึงตัวพวกเราหรอก เพราะฉันจะทำให้คุณภูตายอย่างช้าๆ จนไม่มีใครสงสัยเลยว่าเป็นฝีมือพวกเรา” ลำแพงสีหน้าแววตาอำมหิต สะแหยะยิ้มร้าย

ลำแพงจ้องสาระวารีนิ่ง ตาขวางๆ หลังจากคิดถึงสิ่งที่ตนเคยทำมาก่อน ขณะนั้นเอง อรุณฉายก็เปิดประตูเข้ามา อรุณฉายยิ้มทักทาย
“คนไข้เป็นยังไงบ้างคะ”
ลำแพงปั้นหน้าปกติ
“เมื่อกี๊รู้สึกตัวมาแป๊บนึงค่ะ บ่นว่าปวดแผลมาก แล้วก็หลับต่อค่ะ”
อรุณฉายแปลกใจ ดูนาฬิกาข้อมือ
“เอ๊ะ รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ ยายังไม่น่าหมดฤทธิ์นะคะ จะปวดได้ยังไง”
“แต่คุณวารีบ่นว่าปวดจริงๆนะคะ คุณจะทำอะไรก็ทำซักอย่างเถอะค่ะ ฉันสงสารคุณวารีเธอ”
“งั้นเดี๋ยวฉันฉีดยาแก้ปวดให้อีกนิดละกันนะคะ”
อรุณฉายหันไปเปิดกล่องยา หยิบขวดใส่ยาแก้ปวดออกมา
“แล้วฉีดเยอะๆไม่ได้เหรอคะ คุณวารีจะได้ไม่ปวดอีก”
“ไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าให้ยาเกินขนาดมันอันตราย”
อรุณฉายหันไปฉีดยาแก้ปวดเข้าสายน้ำเกลือให้สาระวารี ลำแพงอมยิ้มร้ายกับแผนการฆ่าสาระวารีโดยไม่ให้คนอื่นสงสัย

ภายในห้องนอนษมา นาฬิกาปลุกกำลังส่งเสียงปลุก บอกเวลาตีห้า เขาเอื้อมมือมากดปิดเสียงนาฬิกาปลุก แล้วรีบลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำทันที เตรียมตัวไปหาสาระวารีเพื่อสลับเวรกับพยาบาล

ษมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ค่อยๆเปิดประตูห้องนอนแขกเข้ามา เพื่อจะมาดูแลสาระวารี เขาเดินเงียบๆเข้ามาหา ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ใช้มือแตะข้างแก้ม หน้าผาก เช็กดูว่ามีไข้ขึ้นรึเปล่า
อรุณฉายที่นอนเฝ้าไข้สาระวารีอยู่ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เมื่อหันไปมองเห็นมีคนอื่นอยู่ในห้อง ก็ตกใจ
“อุ๊ย...”
ษมารีบจุ๊ปาก กลัวเสียงดังรบกวนสาระวารี
“ผมเอง”
อรุณฉายเห็นว่าเป็นษมาเลยโล่งอก
“ผมเป็นห่วงวารี ก็เลยเข้ามาดู ขอโทษนะที่ทำให้คุณตื่น”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ได้เวลาที่ดิฉันจะต้องตื่นอยู่แล้ว คุณแม่บ้านบอกว่า จะตั้งโต๊ะอาหารตอนหกโมงเช้า งั้นดิฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
“คุณไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยเถอะ เดี๋ยวผมดูแลวารีแทนให้เอง”
“ขอบคุณค่ะ” อรุณฉายยิ้มแย้มเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ
ษมาลากเก้าอี้มานั่งเฝ้าไข้สาระวารีข้างเตียง
“ตื่นได้แล้ววารี จะขี้เซาไปถึงไหนครับ ผมอยากให้ทุกครั้งที่คุณตื่น ได้เจอหน้าผมเป็นคนแรก”
ษมาจุ๊บมือสาระวารีเบาๆอย่างอ่อนโยน เฝ้ารอการตื่นของสาระวารี

แลงช่วยลำแพง จัดโต๊ะอาหารอยู่ในครัว อรุณฉายอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เดินยิ้มแย้มเข้ามาในครัว ลำแพงยิ้มพอใจ
“ตรงเวลาเป๊ะเลยนะคะคุณพยาบาล ดิฉันเตรียมอาหารเสร็จพอดีเลย”
แลงตักข้าวใส่จานยกมาให้อรุณฉาย
“ไม่พอ เติมได้นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“งั้นฉันไปตามเด็กให้ไปอยู่เป็นเพื่อนคุณวารีก่อนนะคะ”
ลำแพงรีบเดินออกจากห้องครัวไปอย่างเร็ว พร้อมกับแอบยิ้มเหี้ยมเกรียม อรุณฉายจะเรียกลำแพงแต่ก็ไม่ทัน
“อ้าว ไปซะแล้ว กำลังจะบอกว่าไม่ต้องให้ใครไปอยู่เป็นเพื่อนคุณวารีก็ได้ค่ะ”
“อ้าว ทำไมล่ะครับ คุณษมาสั่งเอาไว้ไม่อยากให้คุณวารีอยู่คนเดียวนี่ครับ”
“ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คุณวารีไม่ได้อยู่คนเดียวนี่คะ คุณษมาเธอตื่นมาอยู่เป็นเพื่อนแต่เช้าตรู่เลยล่ะค่ะ”

แลงหน้าซีดเผือด ที่รู้ว่าษมาอยู่ในห้องแล้ว กลัวแผนลอบฆ่าของลำแพงจะแตก แล้วตัวเองจะซวยไปด้วย

ลำแพงเดินหน้านิ่ง คอตั้ง มาหยุดที่หน้าห้องพักสาระวารี เธอมองซ้ายขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใคร ก่อนเปิดประตูห้องพักเข้าไป... สาระวารียังคงนอนหลับอยู่บนเตียง ให้น้ำเกลืออยู่ตลอดเวลา ไม่มีษมาอยู่ในห้อง... มีเพียงสาระวารีนอนหลับอยู่เพียงคนเดียว
ลำแพงจ้องเขม็งไปที่สาระวารี แล้วยิ้มที่มุมปาก ลำแพงค่อยๆ กดล็อกประตูห้อง

ภายในห้องทำงาน ษมากำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับไชยวัฒน์อยู่ในห้องทำงาน
“ยังไม่ฟื้นเลยครับบอกอ แต่คิดว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะครับ... ไม่รบกวนหรอกครับ ผมจะโทรรายงานเป็นระยะๆ ก็แล้วกันบอกอจะได้สบายใจ”
“เสียดายผมติดงานจริงๆ เลยไปเยี่ยมไม่ได้ ยังไงก็ต้องฝากคุณษมาช่วยดูวารีด้วยนะครับ”
“ไม่ต้องห่วงครับ บอกเพื่อนฝูงทุกคนของวารีให้สบายใจได้เลย ผมจะดูแลวารีอย่างดีที่สุด เอ้อ...วันนี้คุณมัทนาเข้าออฟฟิศรึเปล่าครับ... ขอผมคุยกับคุณมัทนาได้มั้ยครับ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมโอนสายไปให้”
“ขอบคุณครับ”
ษมารอการโอนสายอยู่

ลำแพงค่อยๆ เดินเข้ามาที่เตียงสาระวารี เธอมองนักข่าวสาวด้วยความเกลียดชัง
“ใจจริงฉันอยากให้แกตายอย่างทรมานช้าๆ สาสมกับความหน้าด้านของแก แต่ก็นับเป็นบุญของแก
ที่แกจะได้ตายสบายขึ้นหน่อย”
ลำแพงจิกตามองสาระวารีด้วยสายตาอำมหิต ก่อนชายหางตาเหลือบไปมองทางเคาน์เตอร์ที่พยาบาลวางยาและอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ เอาไว้ ลำแพงยิ้มเยือกเย็นออกมา

บนโต๊ะทำงานของมัทนา เธอกำลังสอนงานพนักงานใหม่อยู่
“นี่เป็นเบอร์ติดต่อหน้าบันเทิงเล่มอื่นๆ น้องจดเอาไว้ให้หมดเลย แล้วพี่จะค่อยๆ พาไปแนะนำตัวให้รู้จัก”
โทรศัพท์โต๊ะทำงานมัทนาดังขึ้น เป็นสายภายใน เธอกดรับสาย
“มัทนาค่ะ”
ไชยวัฒน์น้ำเสียงซีเรียส
“ผมเอง...อย่าเพิ่งตกใจนะมัท”
“อะไรอีกคะบอกอ เกริ่นแบบนี้มัทไม่ชอบเลย”
“มีทางไกลจากตราดเรื่องวารี เดี๋ยวผมโอนสายให้คุยนะ”
มัทนาหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจปนร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก

ผ่านเวลาเล็กน้อย ลำแพงเข้าไปเปิดกล่องเก็บยา ก่อนจะหยิบขวดยาที่อรุณฉายฉีดให้สาระวารีออกมา
เธอยิ้มเหี้ยม หมายจะฉีดยาเกินขนาดฆ่าสาระวารี ลำแพงใช้เข็มดูดยาขึ้นมาเต็มหลอด เดินไปที่สายน้ำเกลือ
ลำแพงเหลือบตามองดูสาระวารีที่ยังหลับไม่รู้เรื่อง
“จบสิ้นกันซะที อีตัวมาร”
ลำแพงตั้งท่าจะฉีดยาเข้าสายน้ำเกลือ
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูดังขัดขึ้น ลำแพงตกใจ ชะงักท่าทางไป
ษมาเสียงดังถาม
“ล็อกห้องทำไม”
ษมามีสีหน้าเป็นห่วงสาระวารีขึ้นมา
“เปิดประตูห้องเดี๋ยวนี้”
ลำแพงเปิดประตูห้องปั้นยิ้มใส่
“อ้าว ลำแพง ล็อกห้องทำไม”
ลำแพงพูดสีหน้าเป็นปกติ ไม่แสดงพิรุธใดๆ
“โทษทีค่ะคุณ มันชินมือน่ะค่ะ”
ษมาถามหน้านิ่ง
“เข้ามาทำอะไร”
“คุณพยาบาลไปทานข้าว ดิฉันเลยมาอยู่เป็นเพื่อนคุณวารี”
ษมาแปลกใจ
“แล้วเค้าไม่ได้บอกเธอเหรอ ว่าฉันอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”
ลำแพงชะงักไปเล็กน้อย แอบโมโหทำไมมันไม่บอกก่อน เกือบซวยแล้ว จึงรีบปั้นหน้าปกติ
“เปล่าค่ะ คงลืมมั้งคะ”
ษมาพยักหน้ารับไม่ติดใจอะไร ก่อนจะเดินเข้าไปหาสาระวารี มองดูอาการ จับแขน แตะหน้าผาก เนื้อตัวไปมา ลำแพงจิกตามองตามอย่างอิจฉาสุดๆ เมื่อษมามั่นใจว่า สาระวารียังหายใจดีอยู่ ไม่มีไข้ ค่อยนั่งลง“เดี๋ยวซักสิบโมง เธอจัดอาหารเช้ามาให้ฉันที่นี่ด้วยนะ”
“ได้ค่ะคุณษมา”
ษมาจัดขยับผ้าห่มมาคลุมตัวให้สาระวารี เฝ้าใกล้ชิดไม่ยอมห่าง ลำแพงกัดฟันแน่นแววตาริษยา

ภายในครัว อรุณฉายทานข้าวเสร็จกำลังดื่มน้ำตาม โดยมีแลงกำลังเช็ดโต๊ะ เคาน์เตอร์อยู่ใกล้ๆ เหล่มองตลอด อรุณฉายจะหยิบจาน แก้ว ไปล้างที่อ่างล้างจาน
“ไม่ต้องครับคุณพยาบาล เดี๋ยวผมล้างให้เอง”
“ขอบคุณค่ะ”
อรุณฉายวางจานไว้แล้วจะเดินออกไป แต่แลงรีบเรียกไว้
“เดี๋ยวครับคุณพยาบาล ทานของหวานก่อนสิครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะรีบไปดูแลคุณวารี”
“คุณษมาดูอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอกครับ”
แลงรีบไปตักกล้วยบวชชีใส่ถ้วย แล้วเอามาให้อรุณฉายเพื่อถ่วงเวลา
“พี่แพงทำอร่อยสุดๆ เลย ลองชิมดูหน่อยสิครับ”
อรุณฉายไม่อยากให้เสียน้ำใจ
“ก็ได้ค่ะ”

อรุณฉายนั่งลงทานขนมต่อ แลงสีหน้าเคร่งเครียด พยายามถ่วงเวลาเอาไว้ก่อนตามคำสั่งพี่สาว นึกเป็นห่วงว่า ลำแพงจะถูกษมาจับได้หรือไม่

ษมานั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆสาระวารี ในขณะที่ลำแพงยืนกระสับกระส่ายอยู่ไม่ห่างนัก ไม่ยอมออกไปจากห้องซะที ษมาเห็นท่าทางแปลกๆ
“มีงานอะไรก็ไปทำได้นะ ไม่ต้องอยู่ช่วยฉันหรอก เดี๋ยวคุณพยาบาลเค้าก็มาแล้ว”
“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเสร็จงานหมดแล้ว เหลือรอยกสำรับอาหารเช้าให้คุณษมาตอน 8 โมงเท่านั้นเองค่ะ”
เสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะก่อนที่สาวใช้คนหนึ่งจะเปิดเข้ามารายงาน
“คุณพิพัชให้มาเรียนว่าของมาส่งครบแล้ว คุณพิพัชจะออกไปพระฮามเลย”
ษมาลุกขึ้นบอกลำแพง
“จะไปแล้วเหรอะ เฝ้าคุณวารีไว้ก่อนนะ”
ลำแพงยิ้มดีใจ โอกาสทองมาแล้ว
“ค่ะ”
ษมาหยิบโทรศัพท์มือถือกดโทรออกหาพิพัชจะเรียกเอาไว้ก่อน สาวใช้จะเดินตามออกไป ลำแพงยิ้มกริ่มรอจังหวะให้ทุกคนออกไป ษมาฉุกคิดลึกๆ เริ่มไม่ไว้ใจลำแพงอยู่เหมือนกัน จากที่จันเลาและพิพัชเตือนๆไว้ ษมาหยุดเดินหันมาสั่งสาวใช้
“เธออยู่ในห้องนี้ก่อน”
ลำแพงชะงัก หุบยิ้มแทบไม่ทัน
“เดี๋ยวลำแพงต้องออกไปเตรียมอาหารให้ฉัน จะได้มีคนเฝ้าคุณวารี”
“ค่ะ”
ลำแพงมีสีหน้าเจ็บใจมาก ษมาเดินออกไปจากห้อง พอษมาออกไป ลำแพงก็หันไปสั่งสาวใช้
“ไปเอาผ้าถูพื้นมาหน่อย ไม่รู้อะไร หกเหนียวไปหมดเลยตรงเนี้ย”
“ค่ะคุณแม่บ้าน”
สาวใช้ออกไปเอาผ้าถูพื้นตามคำสั่ง ลำแพงยิ้มเหี้ยมขึ้นมาก่อนจะหางตาจิกมองสาระวารี แววตาอำมหิต ในที่สุดก็หาโอกาสจนได้

มัทนาเข้ามานั่งคุยกับไชยวัฒน์ในห้อง หน้าซีดๆ ยังตกใจกับข่าวที่ได้รับไม่หาย มัทนาน้ำตารื้นๆ
“มัทไม่อยากจะเชื่อเลย”
ไชยวัฒน์ถอนใจออกมาหน้าเครียดๆ ด้วยความเป็นห่วง และยังตกใจไม่หายเหมือนกัน
“บอกอคะ มัทขอลาพักร้อนไปตราดวันนี้เลยได้มั้ยคะ”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”
มัทนายิ้มดีใจ
“ผมก็กะจะสั่งให้มัทไปอยู่แล้ว เสียดายผมทิ้งงานทางนี้ไปไม่ได้ ไม่งั้นจะไปพร้อมกันเลย งั้นมัทก็กลับไปเก็บเสื้อผ้าเลย เดี๋ยวผมเซ็นเบิกค่าใช้จ่ายให้”
มัทนายกมือไหว้
“ขอบคุณค่ะบอกอ งั้นมัทไปเลยนะคะ”
มัทนารีบลุก ไชยวัฒน์เรียกไว้
“เดี๋ยวมัท...ผมขอสั่งคุณ สั่งเด็ดขาดเลยนะ ถ้ามีข่าวคืบหน้าอะไร โทรบอกผมทันที ผมต้องการรู้ข่าวทุกระยะไม่ว่าจะดีหรือว่าร้าย”
“ค่ะบอกอ”
“ไปได้แล้ว ระวังตัวด้วย”
มัทนารีบเดินเร็วออกไปจากห้อง

ผ่านเวลาเล็กน้อย ษมาเดินกลับเข้ามาในห้องพักแขก สาระวารียังนอนหลับอยู่ ขณะที่อรุณฉายกำลังเปิดหน้าต่างให้อากาศระบาย
“คุณแม่บ้านเอากาแฟมาให้แล้วนะคะ”
ษมายิ้มรับ
“ครับ”
ษมาเดินมาที่โต๊ะ ซึ่งมีกาแฟร้อนๆ ขนมปังปิ้งวางอยู่ ษมาหยิบกาแฟร้อนขึ้นมาดมกลิ่น แล้วยิ้มพอใจ ก่อนจะเดินมาหาสาระวารี
“กาแฟหอมนะวารี ไม่ลุกขึ้นมาดื่มกับผมหน่อยเหรอ”
ษมาเอาถ้วยกาแฟไปใกล้ๆจมูกสาระวารี เป็นการเย้าแหย่
“ขี้เซาจริงๆเลย” ษมาจิบกาแฟนิดนึง ก่อนจะวางถ้วยกาแฟลงแล้วเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มมาคลุมให้สาระวารี
ทันใดนั้นเอง ษมาก็รู้สึกว่าตัวสาระวารีเย็นผิดปกติ เลยจับแขนและซอกคอสาระวารีอีกทีเพื่อความแน่ใจ ปรากฏว่าทั้งตัวเย็นเฉียบจริงๆ ษมารีบเอานิ้วอังลมหายใจสาระวารี ลมหายใจก็เบาผิดปกติ ษมาตกใจสุดๆ
“คุณพยาบาล ทำไมวารีตัวเย็นเฉียบแบบนี้ล่ะ”
อรุณฉายตกใจมาก รีบเข้าไปจับชีพจรสาระวารีทันที
อรุณฉายพบว่า ชีพจรเบาผิดปกติ ก็ตกใจสุดขีด
“รีบโทรตามคุณหมอด่วนเลยค่ะคุณ”

พยาบาลรีบเข้าไปหาสาเหตุและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ษมาดูตื่นตกใจ รีบหยิบโทรศัพท์มือถือกดโทรออกหาหมออเนกอย่างร้อนใจ โทรไปก็เหลือบตามองไปที่สาระวารีตลอด

ษมากำลังกระวนกระวาย ร้อนใจสุดๆอยู่ที่หน้าห้อง โดยมีพิพัช และจันเลา ยืนหน้าเครียดอยู่หน้าห้องไม่ห่าง

“ทำไมหมอยังไม่ออกมาซะที”
พิพัชพยายามปลอบใจ
“ผมว่าอาการน่าจะพอรักษาได้นะครับ เพราะถ้าหนักจริงๆ คุณหมอคงให้รีบพาตัวไปที่โรงพยาบาลแล้วล่ะครับ”
ษมารู้ว่าพิพัชพูดถูก แต่ก็อดห่วงสาระวารีไม่ได้อยู่ดี จันเลาช่วยเสริม
“เฮลิคอปเตอร์ยังจอดรออยู่ ฉุกเฉินยังไงก็พาไปโรงพยาบาลทันครับ”
ขณะนั้นเอง หมออเนกก็ออกมาจากห้องนอน
“วารีเป็นไงบ้างครับคุณหมอ”
“ปลอดภัยแล้วครับ นี่ถือว่าโชคดีนะครับที่คุณษมาเอะใจทัน ถ้าช้ากว่านี้อีกหน่อยเดียว คงแก้ไม่ไหวแน่”
“ตกลงวารีเป็นอะไรกันแน่ครับ”
“ได้รับยาเกินขนาดครับ”
ษมาแปลกใจ
“ยาอะไรเหรอครับคุณหมอ”
“น่าจะเป็นยาแก้ปวดที่ผมจัดให้น่ะครับ เพราะยาตัวนี้มียานอนหลับผสมอยู่ด้วย แล้วเท่าที่ผมตรวจดู ยาในขวดก็หายไปเยอะเลย น่าจะมีใครซักคน ใส่ยาลงในน้ำเกลือมากเกินขนาดน่ะครับ”
พิพัชและจันเลาหันมาสบตากัน สีหน้าสงสัยว่าฝีมือใคร!? ษมาขบกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ

ผ่านเวลาเล็กน้อย ภายในห้องทำงานษมา อรุณฉายกำลังร้องไห้เสียใจ โดยมีษมา และหมออเนกยืนหน้าเครียดอยู่ใกล้ๆ
“ดิฉันไม่รู้เรื่องจริงๆนะคะ ครั้งสุดท้ายที่ให้ยาก็เมื่อวาน หลังจากนั้นฉันก็ยังไม่ได้แตะขวดยาอีกเลยค่ะ”
ษมาพูดอย่างโกรธจัด
“ถ้าคุณไม่แตะ แล้ววารีจะได้ยาเกินขนาดได้ยังไง ที่นี่มีคุณคนเดียวที่มีความรู้เรื่องยา แล้วก็เป็นคนเดียวที่อยู่ใกล้วารีมากที่สุด ผมถามอีกครั้งนะ คุณไม่ได้เผลอให้ยาวารีเกินขนาดแน่นะ”
“ ไม่แน่นอนค่ะ ดิฉันรู้ว่ายาตัวนี้ ถ้าให้มากเกินไปจะเป็นอันตราย ไม่มีทางสะเพร่าให้ยาคุณวารีเกินขนาดแน่ๆค่ะ จะให้ฉันไปสาบานที่ไหนก็ได้”
อเนกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวเหมือนกัน
“ข้อนี้ผมยืนยันได้นะครับคุณษมา อรุณฉายเป็นพยาบาล ทำงานกับผมมาหลายปี ประวัติดีมาตลอด ไม่มีทางพลาดกับเรื่องสำคัญแบบนี้หรอกครับ เอ่อ แต่ถ้าคุณษมาไม่ไว้ใจ ผมจะเปลี่ยนพยาบาลคนใหม่มาให้ก็ได้นะครับ”
“ผมไม่ไว้ใจแน่ครับคุณหมอ เพราะตั้งแต่ที่ผมย้ายวารีมาที่นี่ ก็มีแค่ผมกับพยาบาลคนนี้เท่านั้น ที่ได้อยู่กับวารีสองต่อสองแล้วคนอื่นจะมีโอกาสฉีดยาให้วารีได้ยังไง”
อรุณฉายสะอึกสะอื้น
“ไม่ได้มีแค่ดิฉันกับคุณษมานะคะที่อยู่เฝ้าไข้คุณวารี อย่างเมื่อเช้า ก็มีคุณแม่บ้านกับเด็กรับใช้อีกคนนึง คุณษมาลืมนึกไปรึเปล่าคะ”
ษมาอึ้งไป เพราะห่วงสาระวารีมากเกินไป และคิดว่าทุกคนในบ้านเป็นครอบครัวเดียวกัน จนลืมไปสนิท

ผ่านเวลาซักพักภายในห้องนั่งเล่น ษมากำลังสอบสวนลำแพง กับ คนรับใช้สาว ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากหมออเนกกลับไปแล้ว
สาวใช้บอก
“หนูไม่ได้แตะต้องอะไรในห้องคุณวารีเลยนะคะ คุณแม่บ้านให้หนูทำความสะอาด หนูก็แค่ปัดกวาดเช็ดถูนิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่ได้หยิบจับอะไรเลยค่ะ”
ลำแพงสีหน้านิ่งๆบอก
“ดิฉันก็ไม่ใช่พยาบาล คงไม่กล้าฉีดยาให้คุณวารีหรอกค่ะ”
“แต่มันต้องมีใครซักคนที่ทำ เพราะคุณหมอบอกว่ายาพร่องไปตั้งครึ่งขวด”
“ถ้าจะมีคนทำจริงๆ ดิฉันก็ว่าคุณพยาบาลน่ะล่ะค่ะน่าสงสัยที่สุด เค้าฉีดยาแล้วลืม เลยฉีดซ้ำอีกรึเปล่าคะ” ลำแพงว่า
“แต่เค้าสาบานเลยนะว่าไม่ได้แตะต้องขวดยา แล้วคุณหมออเนกก็ยังรับรองด้วย ว่าพยาบาลคนนี้มีประวัติดี ไม่เคยทำอะไรสะเพร่า”
“คนผิดที่ไหนจะยอมรับผิดง่ายๆล่ะคะ แล้วคุณหมออาจจะกลัวว่าต้องรับผิดชอบไปด้วย เพราะเป็นคนหาพยาบาลคนนี้มาให้ ก็เลยต้องเข้าข้างกันไว้ก่อน” ลำแพงเหยียดปากดูถูก
ษมานิ่ง หันไปมองหน้าสาวใช้ที่มีการตื่นกลัวอีกที
“หนูไม่ได้ทำจริงๆค่ะ คุณแม่บ้านก็เห็น ถ้าหนูทำร้ายคุณวารีจริงๆ ขอให้ตายในสามวันเจ็ดวันเลยค่ะ” สาวใช้พูดพลางยกมือไหว้ท่วมหัว
ลำแพงได้แต่ถอนใจ ทำหน้าเซ็ง ษมานิ่ง ไล่ไม่จน แต่ก็เริ่มสงสัยลำแพงมากขึ้นทุกที ในขณะที่ลำแพงทำนิ่งๆ ไม่มีพิรุธอะไรให้ผิดสังเกต

ผ่านเวลาพักใหญ่ มุมหนึ่งในเกาะยานก ลำแพงกำลังคุยกับแลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ฉันว่ามันไม่ค่อยดีแล้วนะพี่ คุณษมาต้องจับได้แน่ๆ เรารีบหนีกันดีกว่า”
“แกอย่าพูดคำว่าหนีให้ฉันได้ยินอีกนะไอ้แลง”
แลงหัวหดไปเมื่อโดนลำแพงดุ
ลำแพงยืนยัน หนักแน่น
“เกาะนี้เป็นของเรา เราเกิดที่นี่ก็ต้องตายที่นี่ เราจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น”
“แต่ถ้าคุณษมาจับได้ เรามีหวังติดคุกหัวโต หรือเผลอๆ อาจจะตายคาคุกก็ได้นะพี่”
ลำแพงหงุดหงิด ลึกๆก็แอบกลัวเหมือนกัน
“แกเลิกขี้ขลาดตาขาวซะทีเถอะ”
“คุณษมาก็พูดจาแปลกๆ กับฉันนะพี่ เหมือนลองใจฉันยังไงก็ไม่รู้ บางที เค้าอาจจะสงสัยเราแล้วก็ได้”
ลำแพงยิ้มมั่นใจ
“ก็แค่สงสัย แต่ถึงที่สุดแล้ว คุณษมาก็ต้องเชื่อฉันมากกว่าใครอยู่ดี เพราะฉันเป็นคนที่จงรักภักดีกับเค้ามากที่สุด”
แลงอ่อนใจสุดๆกับความเพ้อเจ้อของพี่
“โธ่... พี่ลำแพง ขนาดนี้แล้วยัง...”
แลงถอนใจหนักๆ พูดไม่ออก
“แกไม่ต้องกลัวไปหรอกน่ะ ถึงนังนักข่าวนั่นจะดวงแข็งแค่ไหน แต่คราวนี้มันไม่รอดแน่ เพราะมันต้องตาย แบบเดียวกับที่คุณภูตาย”

ลำแพงสีหน้าแววตาเหี้ยมโหด ไม่รู้สึกผิดอะไรกับการฆ่าคนแม้แต่น้อย

จบตอนที่ 10

โปรดติดตามตอนที่ 11
กำลังโหลดความคิดเห็น...