xs
xsm
sm
md
lg

มายาตวัน ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มายาตวัน ตอนที่ 10

มัทนาวิ่งขึ้นมาชั้นบน ตื่นเต้นร้อนใจจนลืมความเจ็บแผล ชั้นบนถูกรื้อกระจายไปทั่ว... มัทนาเจ็บใจจนน้ำตารื้น ตรงไปเปิดดูห้องนอนวาสิฏฐีก่อน ห้องน้องสาวถูกรื้อกระจุยกระจาย ของใช้ถูกเทกระจายบนเตียง หนังสือตำราเรียนถูกโยนร่อนไปทั่วห้อง มัทนาแทบทนดูไม่ไหว รีบวิ่งไปห้องนอนตนทันที

มัทนามาหยุดที่หน้าห้องนอนแล้วตกใจมาก ห้องเธอถูกรื้อหนักสุด มัทนาเผลอยกมือขึ้นปิดปากมือสั่น ด้วยความตกใจ นึกไม่ถึง
ห้องนอนมัทนาเละเทะ ลิ้นชักถูกงัดเปิดทุกใบ ประตูตู้อะไรถูกเปิดรื้อไม่มีเหลือ เสื้อผ้ากระจายเต็มห้อง เครื่องสำอางของใช้กระจุกกระจิกถูกกวาดมากองรวมที่พื้น ของข้าวเครื่องใช้ถูกเทลงบนเตียง เรียกว่าโดนรื้อห้องละเอียดแบบทุกอณู
มัทนาค่อยๆ เดินเข้ามาสำรวจห้องนอนตน ยิ่งเห็นยิ่งเจ็บแค้นใจ มัทนากำมือแม่น พูดพึมพำ เจ็บใจมาก
“ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย”
มัทนาสีหน้าโกรธจัด เดินปึงปังออกไปจากห้อง

ษมาและสาระวารีนั่งคู่กันอยู่อีกมุมของโถงมองตำรวจกำลังสอบปากคำพ่อแม่และพี่ของมัทนาอยู่
มัทนาเดินปึงปังลงมาจากชั้นบน
“มีอะไรหายมั้ยลูก”
มัทนาหน้าบึ้งตึง
“ไม่มีค่ะพ่อ”
มัทนาพูดตัดบท
“มัทไปข้างนอกเดี๋ยวนะคะ”
มัทนารีบเดินออกไปเลย แม่ลุกขึ้นเรียก
“จะไปไหนอีกล่ะมัท”
“หนูตามไปเองค่ะแม่” สาระวารีรีบตามมัทนาออกไป
ษมารีบลุกตามสาระวารีไปทันที

มัทนาหน้าบึ้งตึงจะเดินลงระเบียงไป สาระวารีวิ่งตามออกมาเรียกไว้ทัน
“เดี๋ยวมัท”
ษมาตามออกมาติดๆ เบรกไม่ทันเพราะสาระวารีหยุดกึกแบบไม่ให้สัญญาณ เลยชนสาวเจ้า
เข้าอย่างจัง ต้องยั้งด้วยการจับเอวสาระวารีเอาไว้ สาระวารีโกรธจัด หันไปฟาดแล้วหยิกแขนษมาซ้ำเข้าให้
“ผมขอโทษ มันเบรกไม่ทัน”
สาระวารีค้อนใส่ก่อนหันไปพูดกับมัทนา ส่วนษมาก็แอบอมยิ้มอยู่ด้านหลัง
“มัทจะไปหาเค้าใช่มั้ย”
มัทนาสีหน้าเจ็บใจ
“ค่ะ มัททนได้ ถ้าเค้าทำกับมัทคนเดียว แต่นี่เค้าทำกับครอบครัวมัทด้วย มัทยอมไม่ได้หรอกค่ะ”
“ถ้าเค้าเป็นคนทำจริง มัทก็บ้าเกินไปถ้าจะไปหาเค้าตอนนี้ มันอันตรายมากนะ”
“มัทไม่กลัวหรอกค่ะ อย่างมากก็แค่ตาย”
มัทนาเดินดิ่งออกไปเลย สาระวารีและษมาหันมองหน้ากันด้วยความตกใจปนห่วง

มัทนาเดินดิ่งๆ ไปตามซอยหน้าตาบึ้งตึงจะไปเรียกแท็กซี่หน้าปากซอย รถของษมามาจอดเทียบ
มัทนาหันมอง สาระวารีรีบลงจากรถด้านหน้าลงไปหามัทนา ษมาตะโกนบอก
“ขึ้นรถมาสิครับ ผมกับวารีจะไปเป็นเพื่อน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“เป็นไรสิ ขึ้นรถไปด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย พี่ไม่ยอมปล่อยให้มัทไปคนเดียวหรอกนะ”
สาระวารีปิดประตูหน้า แล้วพามัทนาเดินมาขึ้นประตูหลังรถจะเข้าไปนั่งด้วยกัน
ษมารีบหันมาพูดขัด
“วารี คุณมานั่งข้างหน้ากับผมนี่เลย”
สาระวารีหน้าหงิก มองหน้าษมา
“ผมไม่ใช่คนขับรถของคุณนะ ถ้าจะไปก็ต้องมานั่งข้างหน้ากับผม”
“มัทโอเคค่ะ พี่วารีไปนั่งหน้ากับคุณษมาเถอะ”
สาระวารีถอนใจอย่างเซ็ง ปิดประตูหลังแล้วเดินไปนั่งข้างหน้า ข้างษมา สาระวารีบ่น
“เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังงี้ยังจะมาเรื่องมากอีก”

สาระวารีทิ้งค้อนประหลับประเหลือกไปมา ษมาอมยิ้มชอบใจก่อนจะขับรถออกไป อยากนั่งคู่กันประมาณนั้น

ภายในรถ สาระวารีหน้าเครียดๆ ไม่สบายใจขณะนั่งรถที่ษมาขับไปตามทางที่มัทนาบอก

“ตรงไปเรื่อยๆ คอนโดอยู่ซ้ายมือค่ะ”
สาระวารีชักเป็นห่วง มัทนาไม่สนใจ
“มัท พี่ว่าเปลี่ยนใจเถอะ”
“มัทตั้งใจแล้วค่ะ คอนโดข้างหน้านี่แหละค่ะ เลี้ยวเข้าไปเลยค่ะ”
ษมาเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าคอนโดฯ รถยังจอดไม่สนิทดี มัทนาก็รีบวิ่งลงไปจากรถทันที สาระวารีได้แต่ถอนใจส่ายหน้า
“รีบตามลงไปเร็วสิคุณ”
“คุณตวันสั่งไม่ให้ใครรบกวนเด็ดขาดค่ะ” พนักงานต้อนรับบอก
“ฉันมีธุระสำคัญมาก เค้าปิดมือถือฉันติดต่อไม่ได้เลย”
“ไม่ได้จริงๆ ค่ะ คุณตวันสั่งกำชับเอาไว้”
มัทนาไม่สนใจรีบวิ่งไปทางลิฟท์ จะขึ้นไปให้ได้
พนักงานต้อนรับรีบบอก
“รปภ. จับตัวเอาไว้ก่อน”
รปภ.วิ่งตรงเข้าหามัทนา พนักงานต้อนรับรีบต่อสายหาเอกชัยบนห้องพัก ษมารีบปรี่เข้ามาขวางหน้ารปภ.เอาไว้ สาระวารีรีบตามมาติดๆ
“ใจเย็นๆค่ะคุณษมา อย่ามีเรื่องนะคะ”
พนักงานต้อนรับรีบเดินกลับมาหาทุกคนพร้อมโทรศัพท์ไร้สายในมือ
“ขอโทษค่ะ คุณเอกชัยถามว่าจากไหนคะ”
มัทนาแย่งโทรศัพท์
“ฉันคุยเอง คุณเอกชัย นี่มัทเองนะคะ”

ประตูลิฟท์เปิดออกที่ชั้นคอนโดฯ ของเขตต์ตวัน... มัทนาเดินออกจากลิฟท์ สีหน้าบึ้งตึงเดินตรงไปห้องพักของอดีตพระเอกหนุ่มทันที
“ใจเย็นๆ นะมัท”

สาระวารีและษมารับเดินตามมัทนาไปติดๆ มัทนาสีหน้าโกรธ เจ็บใจมาก เดินฉับๆ หน้าตาโกรธจัดไปยังห้องพักเขตต์ตวันทันที

มัทนาทุบประตูห้องพักคอนโดของตวันโครมๆ ไม่สนใจกดกริ่ง เยาะเปิดประตูห้องคอนโดนฯให้มัทนาหน้าตาบึ้งตึง ไม่เป็นมิตรนัก ษมาและสาระวารียืนอยู่ด้านหลังมัทนา
เอกชัยเดินยิ้มแย้มมาต้อนรับ
“เชิญครับ”
มัทนามองเลยเข้าไปเห็นเขตต์ตวันยืนยิ้มต้อนรับรออยู่กลางโถง เธอกระโจนเข้าใส่เขตต์ตวัน สีหน้าโกรธจัดเหมือนสัตว์ป่าดุร้าย เธอขย้ำเขา
“ฉันเกลียดคุณ”
ษมา สาระวารี เอกชัย และเยาะต่างตกใจนึกไม่ถึงรีบตามเข้าไปทันที
มัทนาทั้งทุบ ทั้งถองใส่เขาอย่างแค้นจัดไม่ยั้งมือเลย เขตต์ตวันปกป้องตัวเองไปมาด้วยความงง
“เดี๋ยวมัท มีเรื่องอะไร”
มัทนาไม่ฟัง ทุบตีเขตต์ตวันไม่ยั้ง
“คนเลว ฉันเกลียดคุณ”
เขตต์ตวันได้จังหวะรวบแขนทั้งสองข้างของมัทนาเอาไว้ได้
สาระวารีจะเข้าช่วยเพื่อน ห่วงกลัวพลาดท่า ษมาคว้าแขนสาระวารีเอาไว้
“เอ๊ะคุณนี่ มาจับฉันทำไม”
“คุณเฉยๆไว้ก่อนเถอะน่ะ ไม่ใช่เรื่องของเรา” ษมาหน้าดุปราม
มัทนาถูกจับแขนแต่ขายังอิสระ เธอเตะหน้าแข้งเขาไปมา ดิ้นรนจะให้หลุดให้ได้ เอกชัยตกใจเข้ามาห้ามมัทนา
“ใจเย็นๆ ก่อนมัท โกรธอะไรปอนมันเหรอ”
เยาะเข้ามาสาระแนทันที
“เข้ามาบ้านเค้าแล้วยังมาทำร้ายเจ้าของบ้านเค้าอีก เดี๋ยวก็แจ้งตำรวจจับซะเลยนี่”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจัดการเอง” เขตต์ตวันบอก
มัทนาได้แรงฮึดจากความโกรธ กระชากตัวออกจากเขตต์ตวันมาได้ ก็โวยใส่หน้าทันที
มัทนาโวยใส่ ด้วยความโกรธจนหน้าแดง น้ำตารื้น
“เอาเลย ฉันอยู่นี่แล้วไงฆ่าฉันเลยสิ อยากให้ชีวิตฉันไม่มีความสุข ก็ฆ่าฉันคนเดียว ทำไมต้องทำร้ายครอบครัวฉันด้วย”
มัทนาร้องไห้ฟูมฟาย เข้าไปทุบตีอีกแบบไม่ยั้งมือ
“ไอ้คนไม่มีหัวใจฉัน จะฆ่าฉันทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด”
เขตต์ตวันจับมัทนาไว้ด้วยความงง
“พูดเรื่องอะไรมัท ผมงงไปหมดแล้ว ผมไปทำร้ายอะไรคุณ”
มัทนาดิ้นพล่าน โวยวาย ดิ้นสะบัด
“อย่ามาตีหน้าตาย ทำไม่รู้เรื่องหน่อยเลย คุณเล่นละครตบตาฉันไม่สำเร็จแล้ว ปล่อยฉันนะ”
เขตต์ตวันชักของขึ้น พูดเสียงดังมาก บีบแขนมัทนาแน่นแทบยกตัวลอย
“หยุดบ้าซะทีได้มั้ย”
ทั้งห้องเงียบกริบ เขตต์ตวันหน้าตาดุดัน เหมือนผู้ใหญ่ดุเด็ก
“เธอเอาแต่อาละวาด ไม่ยอมอธิบายอยู่ยังงี้ ฉันจะรู้เรื่องได้ยังไง”
มัทนาร้องไห้ปล่อยโฮออกมา เหมือนเด็กโดนพ่อแม่ดุ สาระวารีจะเข้าไปช่วยมัทนา ษมาจับแขนรั้งเอาไว้ ทำตาดุใส่อีกรอบ เขตต์ตวันจับแขนมัทนา จะพาไปที่เก้าอี้
“มานั่งสงบสติอารมณ์ก่อน”
มัทนาดึงแขนออก
“ปล่อยฉันได้แล้ว”
มัทนาเดินหน้าบึ้งตึงเดินกระฟัดกระเฟียดนำไป เขตต์ตวันเดินหน้าเครียดตามไปติดๆ เอกชัยปั้นยิ้มรับแขก

“เชิญครับ พายุสงบแล้ว”

สาระวารีทิ้งค้อนให้เอกชัยเล็กน้อย ก่อนจะเดินดิ่งตามมัทนาไปด้วยความเป็นห่วง ษมายิ้มมารยาทให้เอกชัยแล้วตามสาระวารีไป เยาะทำเนียนจะเดินตามไป
เอกชัยยกแขนกางขวางทางเยาะไว้
“หมดงานเธอแล้ว ออกไปได้ ไม่เรียกไม่ต้องเข้ามา”
เยาะทำเป็นตื้อ
“เอะอะก็ไล่ตลอดให้เยาะอยู่รับใช้เถอะค่ะ”
เอกชัยหน้าเซ็งๆ หยิบเงินให้เยาะ 1000 บาท เยาะตาเบิกกว้าง ทำสีหน้ารับสัญญาณได้เล็กน้อย
“อุ๊ย... คุณลิสาส่งกระแสจิตมาเรียกเยาะไปรับใช้พอดีเลยค่ะ”
เยาะฉวยเงินแล้วรีบออกไปจากห้อง เอกชัยถอนใจส่ายหน้าก่อนจะหันมองไปทางห้องนั่งเล่น ด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก

มัทนาหน้าหงิกงอทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟารับแขก เขตต์ตวันเดินตามมาถามด้วยความสงสัย
“หัวไปโดนอะไรมา”
มัทนาสีหน้าโกรธ จ้องเขม็ง ตวาดใส่ทันที
“ยังมีหน้ามาถามอีก คุณส่งมือปืนไปยิงฉันเองไม่ใช่เหรอะ”
เขตต์ตวันถอนใจ
“เลิกประชดผมซะทีเถอะ”
สาระวารีเดินปรี่เข้ามาสมทบทันที
“คุณไม่ต้องมาตีหน้ามึนเลย คุณต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด สารภาพมาซะดีๆ ว่าคุณเป็นคนว่าจ้างฆ่ามัท”
“จะบ้าเหรอะ”
“ใช่ คุณนั่นแหละบ้า” สาระวารีบอก
ษมาและเอกชัยรีบเข้าประชิดเขตต์ตวัน
“ผมว่าเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ปอนไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด”
“คุณเพื่อนกันก็สมรู้ร่วมคิดกันนั่นล่ะ” สาระวารีบอก
“อ้าว ยัดข้อหาให้ผมซะแล้ว”
เขตต์ตวันมองสาระวารี
“คุณคงคือสาระวารี สาวบู๊ของแก๊งใช่มั้ย มัทเคยเล่าถึงคุณให้ฟัง”
“ใช่ แล้วมีอะไร”
สาระวารีหน้าตาหาเรื่อง
ษมารีบจับตัววารี
“นิ่งๆ ก่อนได้มั้ยคุณ มัทเริ่มสงบแล้ว เหลือคุณคนเดียวนี่ล่ะ ฟังคุณตวันก่อนไม่ดีกว่าเหรอ”
สาระวารีสะบัดสะบิ้งเดินมากระแทกตัวนั่งลงข้างมัทนา...มัทนาจับมือสาระวารีกุมเอาไว้
“ตกลงจะมีคนบอกผมได้รึยังว่า มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่” เขตต์ตวันถาม
“คืองี้ครับ มัทนาถูกลอบยิง”
เขตต์ตวันและเอกชัยตกใจมากมองไปที่มัทนา เธอทิ้งค้อนใส่ให้ขวับใหญ่
“ตกลงนี่เป็นเรื่องจริงเหรอครับ ผมนึกว่ามัทพูดประชดผมซะอีก” เขตต์ตวันบอก
“จริงครับ โชคดีที่กระสุนแค่แฉลบโดน คุณมัทเลยไม่เป็นอะไรมาก”
เขตต์ตวันสีหน้าอึ้งไป มองมัทนาไม่วางตาด้วยความเป็นห่วง
“พอเราพาคุณมัทกลับไปส่งบ้าน บ้านก็ถูกขโมยขึ้น”
เขตต์ตวันและเอกชัยตกใจปนสงสัย ทั้งคู่สบตากัน
“แต่คนร้ายไม่ได้เอาอะไรไป มันเหมือนจงใจขู่มากกว่า ห้องคุณมัทนาโดนค้นหนักที่สุด”
สาระวารีจ้องหน้าเขตต์ตวัน
“ยอมรับมาซะดีๆ ฝีมือคุณใช่มั้ย มัทไม่เคยมีเรื่องกับใครนอกจากคุณ แล้วคุณก็เคยขู่จะทำร้ายมัทเอาไว้ด้วย”
“ผมไม่ได้ทำ แล้วก็ไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้ได้อยู่แล้ว”
เขตต์ตวันส่งสายตาห่วงใยมองไปทางมัทนา

“ยิ่งกับมัทนา ยิ่งไม่มีทาง”

มายาตวัน ตอนที่ 10 (ต่อ)

มัทนาสบตามองตาเขตต์ตวัน ทั้งคู่มองกันนิ่ง สัมผัสได้ถึงความจริงใจ สาระวารีจับหน้ามัทนาหันกลับ
“อย่าไปใจอ่อน”
ษมาตรงไปลากสาระวารีออกมา
“โอ๊ย อะไร”
ษมาดึงสาระวารีมานั่งที่โซฟาข้างๆ
“คุณมานั่งกับผมนี่ เค้าจะได้เคลียร์กันได้ซะที”
สาระวารีหน้าหงิก สะบัดมือออก ขยับไปนั่งห่างๆ
“ยุ่งซะจริง”
มัทนาสีหน้าซึมๆ เศร้าๆ
“คุณโกรธฉันเรื่องรูปพวกนั้น”
เขตต์ตวันสวนทันที
“เรื่องรูปนั่นจบไปแล้ว ฉันผิดเองที่ใช้แต่อารมณ์ จนไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย”
มัทนาน้ำตารื้นขึ้นมา ตั้งใจฟังอย่างไม่อยากให้พลาดซักคำพูด
“ถ้าฉันไม่เอาแต่โมโหจนขาดสติ ลองคิดดูดีๆ ก็จะรู้ว่าคนอย่างเธอไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นได้เด็ดขาด”
มัทนาดีใจจนน้ำตาซึม พูดตัดพ้อทั้งน้ำตา
“แต่คุณเจอมัทก็ไม่มองหน้า ไม่พูดด้วย โทรไปก็ไม่รับสาย”
เอกชัยพูดกระเซ้า
“รักมากก็โกรธมากเป็นธรรมดา”
เขตต์ตวันถลึงตาดุใส่เอกชัยที่พูดมาก เอกชัยยังพูดไม่หยุด
“งอนมาก ฟอร์มจัด เข้าใจมั้ยมัท”
ษมาพูดเสริมทันที
“เข้าใจครับ”
สาระวารีหยิกเอวษมาบิดด้วยความหมั่นไส้ มัทนาแอบเขินๆ เขตต์ตวันตีหน้าตาย คุมอาการ รีบตัดบท
“ฉันขอโทษจริงๆ ที่ขาดสติทำร้ายเธอวันนั้น ฉันรู้สึกผิดมาก”
มัทนาแอบดีใจ
“ลืมไปเถอะค่ะ ถือซะว่าเป็นฝันร้ายก็แล้วกัน”
“หลังจากที่เจอกันที่สนามบิน เราพยายามติดต่อหาเธอตลอดนะมัท แต่เธอไม่รับสาย”
“มือถือมัทเจ๊งค่ะ”
“รู้มั้ยว่าปอนเป็นห่วงเธอมากจนตามไปภูเก็ต แต่ก็คลาดกัน”
มัทนาอึ้งช้อนตามองเขตต์ตวัน ทั้งคู่สบตากันนิ่ง
“พอรู้ว่าเธอกลับกรุงเทพมาอย่างปลอดภัยแล้ว ปอนถึงได้ตามกลับมา”
มัทนาแอบน้ำตารื้นๆ ซาบซึ้งใจ แต่รีบซับน้ำตาออก เขตต์ตวันก็มองมัทนาอย่างเอ็นดู ไม่ละสายตา
ษมาจับตาท่าทางของสองคนแล้วแอบอมยิ้ม ดูออกมาแอบปิ๊งปั๊งกันอยู่แน่ๆ
“เดี๋ยวๆ แม่นางเอกเจ้าน้ำตา...สรุปว่าเชื่อที่เค้าพูด”
มัทนาพยักหน้ารับ
“อ้าว แล้วใครส่งคนไปลอบยิงมัทเกือบตาย อย่าบอกนะ ว่ายิงผิดตัว แล้วบังเอิญขโมยขึ้นบ้านมัทพอดี มันจะประจวบเหมาะเกินไปรึเปล่า”
เขตต์ตวันหน้านิ่งเครียด
“ไม่ใช่เรื่องประจวบเหมาะหรอกครับ ผมตามมัทไปภูเก็ตวันนั้น ทำให้ผมมั่นใจว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมด”
เอกชัยสีหน้าเครียดถอนใจยาวออกมา สาระวารีหน้าตาเอาเรื่อง แค้นแทนมัทนา
“มันเป็นใครเหรอคะ”
เขตต์ตวันหันสบตากับเพื่อน เอกชัยพยักหน้าให้เขาเป็นสัญญาณว่าพูดไปเถอะ
“เพื่อนเก่าผมเอง” เขตต์ตวันมีแววตาเจ็บแค้นแว่บขึ้นมา ก่อนพูดต่อ
“แต่ที่จริงคนอย่างมัน ไม่สมควรนับเป็นเพื่อนเลยด้วยซ้ำ”
ทุกคนจับตามองมาที่เขตต์ตวันอย่างสนใจ

“ผมไปขัดผลประโยชน์มหาศาลของมัน มันถึงได้ตามจองล้างจองผลาญผมไม่เลิก”

ในอดีต เวลากลางคืน เชนเดินนำเข้าสถานค้าบริการที่ทำเป็นผับคลับบาร์ไว้บังหน้า ลูกน้องเดินตามประกบดูแลความปลอดภัย พนักงานสาวๆ มานั่งบริการลูกค้าชายตามโต๊ะต่างๆ ที่มีบรรยากาศสลัวๆ แม่เล้าเห็นรีบเดินเข้าไปคุยรายงานเรื่องราวต่างๆไป
“มันสร้างความร่ำรวยให้ตัวเองด้วยเงินโสโครก เปิดผับบังหน้า จริงๆ ก็ซ่องชั้นเลว” เขตต์ตวันเล่าบอกกับทุกคน

เชนอยู่ในห้องทำงานกำลังเช็คแฮนด์กับลูกค้าชาวญี่ปุ่น ก่อนจะนั่งลงคุยกัน มีล่ามคอยประสานการสนทนาให้ราบรื่น
“มันส่งผู้หญิงไปค้ากามตกนรกหมกไหม้ที่ต่างประเทศ มันเลวซะยิ่งกว่าสัตว์นรก”
เชนหน้าตาดุดันเข้ามาให้ห้องหนึ่งของตึก ยุพินร้องไห้ฟูมฟายถูกลูกน้องหน้าโหดจับตัวเอาไว้ เชนเสียงแข็งกร้าว หน้าตาดุดัน
“มึงจะเรื่องมากอะไร”
ยุพินร้องไห้ อ้อนวอน
“ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่อยากนอนกับลูกค้า”
เชนเข้าไปจิกหัวถาม
“มึงวิเศษมาจากไหน ผู้หญิงคนอื่นในร้านก็นอนกับแขกทุกคน”
ยุพินร้องไห้ฟูมฟาย
“ฉันทำไม่ได้”
เชนจิกหัวเอาไว้
“แก้ผ้านอนบนเตียง มันยากตรงไหน อย่ามาตอแหลว่า มึงไม่เคยผ่านผู้ชายมาก่อน”
“มันไม่เหมือนกัน”
เชนผลักไสหัวยุพินไปอย่างรำคาญ
“มึงผ่านซัก 5 คน 10 คน เดี๋ยวมึงก็สนุกไปเอง”
“ฉันทำไม่ได้”
เชนรำคาญสุด ตะคอกใส่ ตาขวางแปลกๆ เหมือนคนมีอาการทางจิตแฝงอยู่
“มึงต้องทำได้ มึงอย่ามาเรื่องมาก มึงต้องทำได้ มึงต้องทำ” เชนเข้าไปกระชากคอเสื้อ กระชากตัวออกมาเขย่าๆแรงๆ
เชนเหวี่ยงยุพินเข้าไปกระแทกผนังห้องอย่างแรงแล้วใช้มือตบหน้าสุดแรง เชนทุบตียุพินไม่ยั้ง พอหญิงสาวล้ม ก็ตามเตะซ้ำอย่างคนบ้าคลั่ง

เขตต์ตวันน้ำเสียงเกลียดชัง
“มันบังคับให้ผู้หญิงของมันเสพยาจะได้หนีไปไหนไม่รอด ทุบตีให้รับแขก มันไม่เคยมองว่าผู้หญิงเป็นคนเหมือนกับมัน”

สิ้นเสียงเล่าของเขตต์ตวัน ยุพินก็สลบหมดสติไป เชนยังสะกดอารมณ์ไม่อยู่ จนหน้าเกร็งๆ จะเตะซ้ำอีก ลูกน้องชายรีบเข้ามาห้าม
“พอเถอะครับคุณเชน เดี๋ยวมันจะตายซะก่อน”
เชนยอมหยุด ลูกน้องรีบไปประคองอุ้มยุพินออกไป เชนขบกรามแน่น ทั้งมือ ทั้งแขน ทั้งสองข้างเกร็งเขม็ง ดูตัวสั่นๆ ตาขวาง มีแววตาของคนมีอาการทางจิต จากความเคียดแค้นชิงชังผู้หญิงที่สะสมอยู่ในจิตใต้สำนึก

เขตต์ตวันนิ่งไปด้วยสีหน้าชิงชัง เอกชัยได้แต่ถอนใจเครียดๆ ออกมา สาระวารีเปลี่ยนที่นั่งไปนั่งให้มัทนาอิงซบอยู่ มัทนาเริ่มดูเบลอๆ ง่วง จะลืมตาไม่ขึ้นเพราะฤทธิ์ยา
ษมาเองก็นั่งฟังเรื่องราวอย่างสนใจอยู่ไม่ห่างนัก
“คุณรู้ยังงี้แล้วทำไมไม่พาตำรวจไปจับมันล่ะครับ”
เขตต์ตวันหันไปมองษมา สีหน้าเครียด
“มันเป็นคนฉลาด หาทางเอาตัวรอดได้ตลอด”
เอกชัยสีหน้าชิงชัง
“น่าเจ็บใจที่สุด คนเลวอย่างมันยังลอยนวลอยู่ได้ถึงวันนี้”
“น้องสาวของผมก็เคยตกเป็นเหยื่อของมัน”
“โดนหลอกไปขายเหรอคะ” สาระวารีถาม

เขตต์ตวันสีหน้าเครียดขรึมพยักหน้ารับ

ในอดีต เวลากลางวัน ป่านแต่งตัวสวยเดินมาที่มุมตึก สีหน้าท่าทางตื่นเต้น กวาดตามองหาไปมา
เชนแอบมาทางด้านหลัง แกล้งเข้ามาปิดตาป่านจากด้านหลัง ป่านตกใจรีบหันมอง ยิ้มดีใจ แต่ก็รีบปั้นหน้าบึ้งตึง เชนสีหน้าอ้อนๆ
“ป่านยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ”
“พี่ทำป่านเกือบตาย”
“พี่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ป่านยกโทษให้พี่เถอะนะ”
เชนยื่นมือไปจับกุมมือป่านเอาไว้ ป่านยังปั้นหน้างอนๆ เชนอ้อน
“ถ้าพี่ไม่รักป่านจริง พี่คงไม่กล้ากลับมาหาป่านหรอก”
ป่านอึ้งๆ นึกไม่ถึง เธอปลื้มจนน้ำตารื้น เชนจับมือป่านมากุมไว้แนบอก
“ปอนมันไม่ให้โอกาสพี่แน่ๆ นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่ได้เจอกับป่านก็ได้”
“เราแอบมาเจอกันก็ได้นี่คะ”
“ต้องแอบมาลักลอบเจอกันไปจนตายเลยเหรอป่าน”
ป่านคิดตาม และอึ้งๆไป เชนจับไหล่ทั้งสองข้างของป่านมาเผชิญหน้า
“เราหนีไปด้วยกันมั้ยป่าน”
ป่านอึ้งๆ ปนลังเล

เย็นวันหนึ่ง เอกชัยเปิดตู้เสื้อผ้า ไม่มีเสื้อผ้าของป่านเหลืออยู่แล้ว เขตต์ตวันเปิดลิ้นชักเก็บของใช้จุกจิกของป่านก็ไม่มีของเหลืออยู่เลย
“ป่านเก็บของไปหมดเลย ไปไหนของเค้าวะเนี่ย”
เขตต์ตวันรีบโทรศัพท์หาป่าน
“ฉันจะลองไปถามร้านขายของแถวนี้ดู”
เอกชัยรีบวิ่งนำออกไป เขตต์ตวันแนบโทรศัพท์กับหู รอปลายสายรับพร้อมรีบเดินตามเอกชัยออกไป

เอกชัยรีบร้อนวิ่งหน้าตื่นกลับมาหาเขตต์ตวันที่ตามมาพร้อมโทรศัพท์หาป่านอย่างร้อนใจ แต่ปลายสายไม่รับ เขารีบกดตัดสาย ซักเอกชัย
“ได้เรื่องมั้ยวะ”
“ป้าแกบอกว่าเห็นป่านขนกระเป๋าขึ้นแท็กซี่ไป ถามว่าไปไหนก็ไม่ยอมบอก”
เขตต์ตวันร้อนใจ
“ป้าแกบอกรึเปล่าว่าไปกับใคร”
“ไปคนเดียว นี่ป่านปิดมือถือเหรอ”
“ไม่ปิดแต่ไม่ยอมรับสาย”
“จะใช่ฝีมือไอ้เชษฐ์อีกรึเปล่าวะ” เอกชัยสีหน้าร้อนใจปนห่วง
เขตต์ตวันเครียดจนปัญญา และโทรศัพท์มือถือหาป่านอีกที เอกชัยท้าวสะเอว สีหน้าใช้ความคิดจะทำยังไงดี
“ป่านรับแล้ว” เขตต์ตวันตื่นเต้นดีใจมาก
เอกชัยรีบมาฟังข้างๆ อย่างร้อนใจเป็นห่วง
“พี่ปอน โอ๊ย...”
เขตต์ตวันยิงคำถามไปทันที
“ป่านอยู่ไหน”
ไม่ใช่เสียงป่านที่ตอบกลับมา แต่เป็นเสียงหัวเราะสะใจแนวโรคจิตที่เชนชอบทำใส่ปอน
เขตต์ตวันหน้าซีดรู้ทันที
“ไอ้เชษฐ์”
“ป่านอยู่กับมันเหรอ”
เขตต์ตวันโกรธจัด คำรามใส่เป็นชุด
“ไอ้เชษฐ์ มึงจะทำอะไรน้องกู มึงจับน้องกูไปไหน ไอ้เชษฐ์”

อีกฝ่ายตัดสายทิ้งปิดเครื่อง เขตต์ตวันโกรธจัดจนตัวเกร็ง

ในอดีต เขตต์ตวันหน้าตาโกรธเดินกร่างนำมาตามซอยเปลี่ยวตอนกลางคืน มีพรรคพวกเดินตามเป็นแผงมาหลายคน เอกชัยวิ่งตามมาด้านหลัง ฝ่าทุกคนมาขวางหน้า
“ใจเย็นก่อนมั้ยปอน”
เขตต์ตวันโกรธจนขาดสติ
“แกหลีกไป”
“เอาจริงเหรอวะ”
“เออสิวะ ป่านอยู่กับมัน แกไม่ห่วงป่านรึไง”
“มันแจ้งความจับเราได้นะปอน”
“ฉันยอมติดคุก หลีกไป”
เขตต์ตวันผลักเอกชัยให้พ้นทาง เขาเดินนำพรรคพวกมุ่งตรงไปทางสถานบริการของเชน
“ไอ้ปอน...”
เอกชัยรีบตามไปอย่างร้อนใจ

ตวันถีบใส่ลูกน้องเชนกระเด็นเข้ามาในสถานบริการ เขตต์ตวันและพรรคพวกกรูเข้ามาด้านใน ลูกน้องเชนเข้ามาสกัด มีการต่อสู้ชกต่อยกัน สร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าและหญิงขายบริการจนโกลาหล
แม่เล้ารีบออกมาห้ามเสียงดัง
“หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะโทรเรียกตำรวจนะ”
เขตต์ตวันต่อยหน้าลูกน้องชายจนล้มหงายไป ทำให้เขตต์ตวันและแม่เล้าเห็นกันจะๆ เขตต์ตวันมีสีหน้าตกใจสุดชีวิต
“แม่”
แม่เล้าอึ้งๆ คลับคล้ายคลับคลา เกือบช็อกเหมือนกัน
“ตวัน”
ในมุมลับตาคน นอกสถานบริการ เขตต์ตวันโวยใส่อย่างไม่พอใจมาก
“ผมไม่เข้าใจ แม่ไปรับใช้มันทำไม”
แม่เล้าสีหน้านิ่ง
“ฉันต้องมีงานทำ ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง”
“แม่กำลังถูกมันหลอกใช้ แม่ก็รู้ว่ามันเปิดผับบังหน้า ที่นี่มันซ่องชัดๆ งานที่แม่ทำมันผิดกฎหมาย”
แม่เถียงสวนไป หน้ากวนประสาท
“มื่อก่อนฉันทำงานถูกกฎหมายรึไง ก็แค่ย้ายซ่องล่ะวะ”
“ไอ้เชษฐ์มันเกลียดผม มันหลอกใช้แม่ มันจ้องทำลายผม ถ้าตำรวจมาทะลายซ่องแม่จะเป็นแพะรับบาปให้มัน มันจะลอยนวล แม่นั่นล่ะที่จะต้องติดคุกแทนมัน”
แม่หน้าบึ้งตึง ไม่แคร์
“มันเรื่องของฉัน”
“แต่ผมเป็นลูกแม่นะครับ ผมไม่เข้าใจ ทำไมแม่เลือกไปหามันแทนที่จะไปหาผม”
“หมดธุระแล้วใช่มั้ย ไปให้พ้นเลย ฉันมีงานต้องทำ”
“ผมไม่ไปจนกว่าจะได้ตัวป่านกลับไปกับผมด้วย”
แม่งง
“ป่านมาเกี่ยวอะไรด้วย”
เขตต์ตวันโกรธมาก
“นี่แม่ยังจะช่วยมันอีกเหรอะ มันจับตัวป่านมา มันคิดไม่ดีกับป่านแน่”
“พูดอะไรของแก ป่านไม่ได้อยู่ที่นี่”
แม่จะเดินหนี เขตต์ตวันตามขวาง

“ผมจะค้น”

มายาตวัน ตอนที่ 10 (ต่อ)

แม่เสียงแข็งบอก
“ฉันไม่ให้แกค้น ที่นี่อยู่ในความดูแลของฉัน แกไปให้พ้น”
เขตต์ตวันผิดหวังมาก
“อย่าบอกนะว่าแม่รู้เห็นกับมันด้วย แม่กำลังจะขายลูกกิน รู้ตัวบ้างรึเปล่า”
แม่ตบหน้าตวันฉาดใหญ่ เขตต์ตวันผงะไป
“ถ้าแกเห็นว่าฉันมันเลวนัก ก็ไม่ต้องมานับฉันเป็นแม่ ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่”
เขตต์ตวันชะงักไป น้ำตารื้นขึ้นมา
“แกแค่มาอาศัยท้องฉันเกิด ฉันไม่ได้ตั้งใจให้แกเกิดมาด้วยซ้ำ แกไม่ต้องมาคิดว่าติดค้างบุญคุณ ต้องมาทดแทนอะไรฉันหรอกนะ มันไม่จำเป็น”
เขตต์ตวันได้ยินแบบนี้แทบหมดแรง ใจห่อเหี่ยวไปเลย แม่จ้องหน้า
“แกอย่าตามมาทำลายชีวิตฉันอีกเลย ได้โปรด ไปให้พ้นจากชีวิตฉันซะทีเถอะ ฉันจะเป็นจะตายก็เรื่องของฉัน ไม่เกี่ยวกับแก”
แม่เดินฉับๆ กลับเข้าไป ทันทีที่แม่เดินผ่าน เขตต์ตวันที่ยืนนิ่ง ตื้อไปหมด น้ำตาค่อยๆ ไหลออกอย่างช้ำใจที่สุด

เอกชัยขยับตัวมาตบบ่าเขตต์ตวันให้กำลังใจ ษมารับฟังด้วยสีหน้าเห็นใจ ชำเลืองมองไปทางสาระวารี
ที่เริ่มอินตาม สีหน้าเห็นใจ ก่อนจะเห็นษมามองมาทางเธอ ษมาพยักเพยิดให้ดูมัทนา
สาระวารีก้มมองมัทนาที่นอนตักตนหลับไปแล้ว..สาระวารีลูบผมมัทนาไม่ให้เกะกะหน้าด้วยความเอ็นดูเหมือนน้องสาวคนนึง
“ตกลงน้องสาวคุณตวันถูกมันจับตัวไปจริงๆใช่มั้ยครับ”
เขตต์ตวันพยักหน้ารับ
“มันหลอกป่านไปขายตัวเมืองนอก”
สาระวารีเจ็บใจแทน
“ทำไมมันถึงเลวได้ขนาดนี้”
“มันเลวกว่าที่คุณคิดไว้เยอะครับ” เอกชัยบอก
เขตต์ตวันสีหน้าเจ็บใจ
“มันมั่นใจว่า ถึงผมรู้ก็ไม่กล้าทำอะไรมัน เพราะแม่ผมเป็นแม่เล้าให้มัน เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญแต่แม่ก็มีสภาพไม่ต่างจากหุ่นเชิดที่ถูกมันหลอกใช้ แต่มันรู้จักผมน้อยไป” เขตต์ตวันสีหน้าสะใจ แววตาเคียดแค้น

ย้อนกลับไป คืนวันหนึ่ง ตำรวจกระจายกำลังกันไปซุ่มตามซอยข้างสถานบริการ เขตต์ตวันและเอกชัยตามมาซุ่มอยู่หลังผู้หมวดนายหนึ่ง เอกชัยพูดกับเขตต์ตวัน
“กลัวมันจะไหวตัวทันอีกจริงๆเลย”
“เราวางแผนกันรอบคอบขนาดนี้ รู้ตัวก่อนอีก ก็เกลือเป็นหนอนแล้วล่ะ”
เขตต์ตวันสีหน้าเกลียดชัง อยากเอาชนะเชนให้ได้

ภายในห้องทำงาน เชนกำลังคุยกับแม่ปอนอยู่ในบรรยากาศเคร่งเครียด
“เห็นน้องๆ เล่าว่าคุณพาเด็กสาวกลับมาจากญี่ปุ่นหลายคน ฉันอยากเห็นหน้าเห็นตาซะหน่อย”
“จะเห็นไปทำไม อยู่แค่ไม่กี่วัน เดี๋ยวฉันจะส่งต่อไปที่อื่นแล้ว”
แม่เล้ามีสีหน้าคาใจปนสงสัย เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา”
ลูกน้องเชนสีหน้าร้อนใจ เหล่มองแม่เล้า เชนสังเกตอาการก็เข้าใจ บอกแม่เล้าว่า
“เธอออกไปก่อน”
“ค่ะ”
แม่เล้าจะเดินออกไป
ลูกน้องรีบรายงานเชน เบาๆ
“ตำรวจล้อมเราเอาไว้แล้ว ทำไงดีครับ”
เชนตกใจแต่คุมสติ รีบเรียกแม่เล้า
“เดี๋ยว”
แม่เล้าหันกลับมามอง
“เดี๋ยวจะมีนายตำรวจผู้ใหญ่มาเที่ยวผับเรา เธอลงไปต้อนรับให้ดีที่สุดเลยนะ อย่าทำให้ท่านผิดหวังล่ะ”
“ได้ค่ะ” แม่เล้ายิ้มรับก่อนออกไปจากห้อง

ทันทีที่แม่เล้าออกไป เชนก็ลุกขึ้นทันที หยิบของจำเป็นติดตัว เปิดลิ้นชักหยิบปืน เตรียมหนี

ยุพินกำลังให้บริการคุยออดอ้อนกับลูกค้าชายคนหนึ่งอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง ส่วนหญิงสาวอื่นๆ ให้บริการเช่นเดียวกันที่โต๊ะตัวอื่น แม่เล้าเดินกรีดกรายลงมากวาดตามองหานายตำรวจที่เชนบอก
จังหวะนั้นเองก็มีนายตำรวจใส่เครื่องแบบเดินเข้าผับมา แม่เล้ายกมือไหว้กรีดกรายเข้าไปหา
“สวัสดีค่ะท่าน เดี๋ยวจะพาน้องๆ มาคุยเป็นเพื่อนนะคะ”
แม่เล้าพูดพลางเกาะแขนตำรวจไว้ ตำรวจล็อกแขนแม่เล้าเอาไว้ ฝ่ายแม่เล้าตกใจมาก ร้องลั่น
“ว๊าย มาจับฉันทำไมคะ”
ไม่คาดคิดตำรวจนอกเครื่องแบบที่นั่งอยู่ตามโต๊ะต่างๆ พร้อมใจกันรวบตัวหญิงขายบริการที่นั่งคุยด้วยไว้ทันที ความโกลาหลบังเกิด หญิงบริการหวีดร้องกับเสียงระงม ลูกค้าชายที่ไม่ใช่ตำรวจปลอมมาวิ่งหนีกระเจิง ยุพินและสาวบริการอื่นที่ดวงดีไม่ได้บริการตำรวจนอกเครื่องแบบวิ่งหนีกระจาย ตำรวจกรูเข้ามาผับอีกหลายนาย

เชนและลูกน้องวิ่งหนีตำรวจมาทางด้านหลังสถานบริการ ตำรวจไล่ตามติด เขตต์ตวันวิ่งตามตำรวจมาด้วย เขตต์ตวันตะโกนเสียงดัง
“ไอ้เชษฐ์”
เชนหันขวับมาจ้องเขตต์ตวัน สีหน้าแววตาเกลียดชัง ยิงปืนใส่ทันทีแบบไม่ต้องเล็ง เขตต์ตวันหลบเข้าที่กำบังได้ทัน ลูกน้องเชนยิงสกัดตำรวจ เข้าที่กำบัง เปิดฉากยิงตอบโต้กันไปมา
ยุพินวิ่งนำสาวขายบริการออกมาทางด้านหลังสถานบริการ ต่างกรีดร้องด้วยความตกใจ ตำรวจตะโกนสั่ง
“หยุดยิง”
เชนรีบไปจับตัวยุพิน ส่วนลูกน้องก็ไปจับสาวคนอื่นๆ มาล็อกเป็นตัวประกันเอาไว้เพื่อถอยหนี
“ไอ้หน้าตัวเมีย” เขตต์ตวันตะโกน
เชนและลูกน้องยิงใส่เขตต์ตวันและตำรวจจนต้องหมอบหลบกันจ้าละหวั่น

เอกชัยเดินออกไปตามเขตต์ตวัน ทั้งคู่คุยระหว่างเดินกลับเข้าผับ
“มันหนีไปได้อีกตามเคย”
เอกชัยสีหน้าเครียด
“แต่แม่แกหนีไม่พ้นว่ะ”
แม่ปอนและหญิงบริการส่วนหนึ่งถูกคุมตัวรวมไว้ที่โถงผับที่เปิดไฟสว่าง ทันทีที่แม่เล้าเห็นเขตต์ตวันก็ตรงเข้าด่าทันที ตำรวจรีบตามจับตัวเอาไว้คิดว่าจะหนี
“ไอ้ลูกเนรคุณ มึงพาตำรวจมาจับกู ขอให้มึงฉิบหาย”
เขตต์ตวันและเอกชัยอึ้งไป
“อ้าวคุณ มานั่งสงบสติอารมณ์ตรงนี้ก่อน” ตำรวจคนหนึ่งลากแม่เล้าไป
แม่เล้าทำสะบัดสะบิ้ง ด่าตามมาอีก
“ไอ้ลูกเวร”
เขตต์ตวันอึ้งๆไป ผู้หมวดเดินเข้ามาถามเขตต์ตวัน
“มีน้องสาวคุณอยู่ที่นี่มั้ยครับ”
เขตต์ตวันและเอกชัยชะเง้อมองไปทางกลุ่มหญิงสาวบริการที่ถูกจับตัวไว้
“ ไม่มีครับ” เขตต์ตวันบอก
ตำรวจคนที่ 2 วิ่งเข้ามารายงาน
“หมวดครับ เจอทางขึ้นลับด้านหลังตึกครับ”
สีหน้าแม่เขตต์ตวันตกใจมากจนซีดเผือด
“นำทางไปเร็ว”

ผู้หมวดและตำรวจหลายนายวิ่งตามกันไป เขตต์ตวันและเอกชัยวิ่งตามไปติดๆ

ตำรวจเข้าทะลายห้องพัก หญิงขายบริการและลูกค้าชายวิ่งหนีออกจากห้องกันโกลาหล เขตต์ตวันและเอกชัยวิ่งตามหาเรียกด้วยความเป็นห่วง
“ป่าน”
“ป่าน อยู่ที่นี่รึเปล่า” เอกชัยร้องถามพลางกวาดตามองหาไปตามห้องต่าง
ตำรวจจับหญิงบริการและลูกค้าเท่าที่จะรวบตัวได้ทัน
“ป่าน” เขตต์ตวันตะโกนเรียกหา พร้อมเปิดประตูห้องหนึ่ง
ป่านอยู่ในชุดเสื้อคลุมชุดนอน หน้าซีดอิดโรยร้องไห้โฮ วิ่งออกมากอดเขตต์ตวัน
“พี่ปอน”
เขตต์ตวันกอดน้องสาวไว้แน่น ต่างคนต่างร้องไห้ เอกชัยวิ่งเข้ามาหา กอดเข้ามาทางด้านหลังป่าน
“ป่าน”
ทั้งสามคนต่างร้องไห้กอดกันกลม ท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหล

คืนวันหนึ่ง เขตต์ตวันรีบวิ่งเข้ามาที่ห้องขัง แม่ปอนกำลังมีอาการทุรนทุรายจากอาการอยากยา
มีตำรวจดูอาการอยู่ ทันทีที่แม่ปอนเห็นหน้าลูกชายก็รวมแรงชี้หน้าด่า แผดเสียงด้วยความเกลียดชัง
“ไอ้เนรคุณ มึงมาทำไม กูไม่อยากเห็นหน้ามึง ไป ไป ไปให้พ้น กูเกลียดมึง กูตายก็ไม่ต้องมาเผาผีกู ไอ้ชิงหมาเกิด”
แม่จ้องเขม็งมาที่เขตต์ตวัน ด้วยสายตาเกลียดชัง เขตต์ตวันยืนน้ำตาร่วงผล๋อยอยู่หน้าห้องขัง

ภายในคอนโดฯ ทุกคนฟังเขตต์ตวันด้วยสีหน้าอึ้งๆ นึกไม่ถึง สาระวารีแอบมีน้ำตารื้นๆ อินและเห็นใจไปด้วย
“แม่ทรมานจากอาการลงแดงจนเสียชีวิต ด่าทอผมจนถึงวินาทีสุดท้าย”
เขตต์ตวันเงียบไป ก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ที่แม่คุณทำแบบนี้น่าจะมาจากอาการติดยาจนเลอะเลือน ไม่ได้มาจากความรู้สึกจริงๆ หรอกครับ”
“ใช่ค่ะ ท่านกำลังมีอาการลงแดง อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคุณเป็นใคร”
เขตต์ตวันปั้นยิ้ม ลึกๆแล้ว เขาก็รู้ดี
“ขอบคุณครับ”
เอกชัยเหลือบมองมัทนา พูดแก้บรรยากาศ
“มัทฟังจนหลับไปแล้ว”
ทุกคนมองไปที่มัทนาที่นอนหนุนตักสาระวารีหลับไปแล้ว
“คงฤทธิ์ยาแหละค่ะ”
เขตต์ตวันมองมัทนาด้วยสายตาเอ็นดูและห่วงใย
“ปล่อยให้เค้าพักไปเถอะครับ”
สาระวารีซักต่อ
“แล้วน้องสาวคุณล่ะคะเป็นยังไงบ้าง”
เขตต์ตวันสีหน้าขรึมลง

“ผมได้น้องสาวกลับคืนมาก็จริง แต่ดูเหมือนหัวใจเธอจะตายไปนานแล้ว ป่านกลับมาก็ซึมเศร้า ป่วยออดๆแอดๆ ตลอดเวลา ตอนนั้นเราก็เพิ่งจบยังไม่ค่อยมีเงินเท่าไหร่”

เอกชัยสีหน้าเจ็บใจแทน
“มันรู้ว่าปอนต้องการเงิน มันล่อปอนไปสมัครงานกับมัน แล้วดักทำร้ายปอน โชคดีที่ยุพินช่วยปอนเอาไว้ทัน”
เขตต์ตวันมองสาระวารี
“คุณน่าจะจำได้ผู้หญิงคนนี้ได้นะ ข่าวฆาตกรรมที่ทำให้เขตต์ตวันต้องออกจากวงการ”
“ที่ลือกันว่าเป็นเมียเก็บคุณใช่มั้ยคะ”
“ใช่ มันแค้นยุพินมากที่ช่วยผม เลยตามฆ่าอย่างโหดเหี้ยมแล้วโยนความผิดให้ผม”
“แต่ฉันยังไม่เข้าใจ ทำไมเพื่อนคุณต้องมาทำร้ายมัทด้วย”
“มันอาฆาตผม มันจับตาดูความเคลื่อนไหวผมทุกฝีเก้า มันจะทำร้ายทุกคนที่มีความหมายกับผม”
ษมาและสาระวารีอึ้งไปเล็กน้อย หันสบตากันคล้ายอ่านนัยของเขตต์ตวันที่รู้สึกต่อมัทนาออก
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ”
“ต้องแจ้งความเลยค่ะ ต้องจับมันเข้าคุกไปชดใช้ความเลวที่มันทำเอาไว้”
“ยากครับ มันทำอะไรไม่เคยทิ้งหลักฐานให้ตามจับได้ ผมหาทางเล่นงานมันมาตลอด แต่มันรอดไปได้ทุกที ล่าสุดที่ภูเก็ตจะล้อมจับมันที่สนามบิน มันก็หนีรอดไปอีกจนได้” เขตต์ตวันสีหน้าเจ็บใจ
“แล้วตกลงมันคนนี้เป็นใครกันแน่คะ”
“มันชื่อเชษฐ์ แต่ก็เปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆตามจับไม่ได้ไล่ไม่ทันหรอกครับ” เขตต์ตวันบอก
สาระวารีและษมาเหลือบตามองกันด้วยสีหน้าเป็นห่วง เขตต์ตวันละสายตามองไปที่มัทนาอย่างไม่ค่อยสบายใจ กลัวมัทนาจะเป็นอันตราย มัทนายังนอนหลับไม่รู้เรื่อง

ลลิสาให้ช่างทำเล็บอยู่ เธอกำลังคุยโทรศัพท์มือถือกับเยาะ
“แล้วสองคนนั่นเป็นใคร”
“น่าจะเป็นเพื่อนนักข่าวนะคะ เยาะตกใจหมดเลยค่ะคุณลิสา” เยาะรีบรายงานด้วยสำเนียงใต้ในอาการตื่นเต้น คุยโทรศัพท์อย่างออกรส
“พอมันมาถึงนะคะ โดดเข้าขย้ำคุณปอนเลยค่ะ”
ลลิสาชักหงุดหงิดถาม
“แล้วแกออกมาจากห้องทำไม … ฉันอยากรู้นัก ฉันกับคุณเอก ใครเป็นเจ้านายแกกันแน่”
“ก็ต้องคุณลิสาสิคะ”
“งั้นก็รีบกลับเข้าไปในห้อง ไปฟังให้รู้เรื่องว่าเค้าคุยอะไรกัน”
เยาะมองเด็กเสิร์ฟที่ยกถาดใส่อาหารใต้รสร้อนแรงหลายอย่างจัดหนักมาเลย เยาะมองอาหารสีหน้าอยากกิน
“ค่ะ จะกลับขึ้นไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ ลิฟท์มาแล้วค่ะ”
เยาะกดตัดสาย พูดภาษาใต้ประมาณน่ากินมาก น้ำลายสอ
เยาะเลียปากจับช้อนเตรียมทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย

ษมาลากแขนสาระวารีออกมานอกห้องพักเขตต์ตวัน สาระวารีหงุดหงิด สะบัดมือออก
“ลากฉันออกมาทำไม จะปล่อยให้มัทกลับไปกับคนที่ไม่น่าไว้ใจได้ยังไงคะ”
ษมารีบเอามือปิดปากสาระวารีแล้วฉีกยิ้มให้เขตต์ตวันที่เดินตามออกมาส่ง
“ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวมัทตื่น ผมจะพาไปส่งบ้านทันที”
สาระวารีจะดิ้นให้หลุดแต่ษมาล็อกปิดปากเอาไว้
“งั้นผมกับวารีขอตัวกลับก่อน”
สาระวารีสะบัดตัวหลุดออกมาได้ ทำหน้าดุ จริงจังใส่
“ดูแลมัทให้ดีๆ นะคะ มัทเป็นอะไรขึ้นมา คุณต้องรับผิดชอบ”
เขตต์ตวันยิ้มรับ
“แน่นอนครับ ผมพร้อมจะรับผิดชอบชีวิตของมัทเค้าอยู่แล้ว”
สาระวารีอึ้งไปเล็กน้อย ษมายิ้มๆ ยื่นมือไปเช็คแฮนด์
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
เขตต์ตวันยิ้มรับ รับเช็คแฮนด์
“เช่นกันครับ ขอบคุณอีกครั้งที่คุณช่วยชีวิตมัทนาเอาไว้”
เขตตืตวันปล่อยมือก่อนพูดต่อด้วยความรู้สึกเอ็นดูมัทนา
“สาวน้อยคนนี้ไม่มีเซนต์เรื่องหลบภัยเอาซะเลย”
“เรื่องนี้เป็นความเชี่ยวชาญพิเศษของผมอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิธีหลบกระสุน ถามวารีดูก็ได้”
สาระวารีค้อนใส่ให้อีกขวับ เขตต์ตวันได้แต่ยิ้มๆ
“ผมไม่รบกวนแล้วล่ะ หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับ”
“โชคดีครับ”
ษมาจับลากแขนสาระวารี
“ไป”
“โอ๊ย”
สาระวารีหงุดหงิดแต่ก็โดนลากไปจนได้ เขตต์ตวันมองตามยิ้มๆ ก่อนกลับเข้าไปในห้อง

มายาตวัน ตอนที่ 10 (ต่อ)

ษมาลากสาระวารีมาหยุดที่หน้าลิฟท์ เธอสะบัดมือออกแล้วจ้องหน้า
“ปล่อยได้แล้ว... คุณทำยังงี้ได้ไงมัทต้องโกรธแน่ๆ เราพาน้องมาแต่ทิ้งให้อยู่กับเค้า”
“คุณมองท่าทางคุณตวันที่มีกับเพื่อนคุณไม่ออกเหรอะ”
สาระวารีได้แต่ถอนใจออกมา ษมายิ้มกรุ้มกริ่มแบบรู้ทัน
“ผู้ชายคนนี้ไม่เป็นอันตรายกับคุณมัทแน่ๆ”
“ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ยังไงก็ไว้ใจไม่ได้หรอก แล้วมัทก็ยังหลับปุ๋ยเพราะฤทธิ์ยาอยู่แบบนั้นด้วย”
สาระวารีสีหน้าเป็นห่วง
“แล้วที่มัทไปค้างอยู่บ้านเค้าเป็นอาทิตย์ๆล่ะ ถ้าเค้าคิดจะทำอะไรไม่ดีไม่ร้าย คงไม่รอดมาถึงวันนี้หรอก”
สาระวารีเหยียดปากใส่
“คุณตวันไม่เหมือนคนที่จะรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ เค้าเปิดใจเล่าเรื่องอดีตของเค้า เรื่องแม่ เรื่องน้องสาวให้ฟังยังงี้แล้ว คุณยังคิดในแง่ลบกับเค้าได้ลงคออีกเหรอ”
สาระวารีจ๋อย เสียงอ่อย
“ก็ฉันยังไม่แน่ใจนี่ คนเราเดี๋ยวนี้ดูกันแค่หน้าตาได้ที่ไหน เห็นหน้าตาหล่อๆ ยังงั้นเฮอะ อาจจะแต่งเรื่องหลอกเราก็ได้ อย่าลืมว่าเค้าเป็นนักแสดง ได้รางวัลนำชายยอดเยี่ยมซะด้วย”
สาระวารีกดเรียกลิฟท์แก้เก้อไป ษมามั่นใจ
“ไม่หรอก คุณตวันพูดความจริง เค้าดูตกใจแล้วก็เป็นห่วงคุณมัทมากตอนรู้ว่าถูกยิง”
ษมาตัดบท
“เอาน่ะ ผู้ชายด้วยกันดูกันออก”
สาระวารีแขวะแล้วค้อนใส่เดินเข้าลิฟท์ไป
“ผีเห็นผีว่างั้นเถอะ”
ษมาถอนใจส่ายหน้าพร้อมยิ้มเอ็นดู ตามเข้าลิฟท์ไป

เอกชัยเอาผ้าชุบน้ำซับหน้าผากมัทนาที่นอนหลับอยู่โซฟากลางไปมา เขตต์ตวันเดินกลับเข้ามาหา
“มัทเป็นยังไงมั่ง”
“ตัวรุมๆ เหมือนจะมีไข้นะ”
เขตต์ตวันเดินเข้ามาแตะข้างแก้ม ข้างคอมัทนา ด้วยความเป็นห่วง
“สองคนนั่นกลับไปแล้วเหรอะ”
“อือ...คุณวารีนี่เอาเรื่องใช่เล่นนะ” เขตต์ตวันว่า
เอกชัยขำๆ
“ดีนะที่คนมาทำข่าวแกเป็นมัทนา ถ้าเป็นคุณวารีฉันว่าไม่ไปนั่งรอตากฝนอยู่หรอก มีหวังวางเพลิงเผาบ้านบีบให้แกออกมาให้สัมภาษณ์แหงๆ”
“เดี๋ยวเราไปส่งมัทนาที่บ้านด้วยกัน”
“เรา”
“ใช่ มัทไม่รู้สึกตัว เพราะฉะนั้นต้องมีคนคอยดูแล นั่งรถสะเทือนเดี๋ยวแผลจะเปิด เพราะฉะนั้น แกต้องขับรถ”
“เออ เออ ฉันขับรถให้ก็ได้...แล้วแกรู้เหรอะว่าบ้านมัทอยู่ไหน”
“เค้าเคยให้ที่อยู่เอาไว้ หมู่บ้านเสริมสุข ฉันรู้จัก”
เอกชัยยิ้มกระเซ้า
“แอบไปเขียนเฟรนด์ชิฟแลกกันตอนไหนเนี่ย”
เขตต์ตวันมองเหล่ๆเพื่อน
“แกรีบไปเตรียมตัวเลย ไม่อยากไปถึงมืดเกินไป เดี๋ยวพ่อแม่มัทเค้าจะเป็นห่วง”
“คร๊าบ เจ้านาย”
เอกชัยลุกขึ้น ยิ้มกระเซ้า
“แต่งตัวให้ดีๆหน่อยล่ะ เดี๋ยวพ่อตาแม่ยายจะไม่ปลื้ม”
เขตต์ตวันแอบเขิน ตั้งท่าจะตวัดเท้าเตะใส่เอกชัย
“ไอ้เอก”

เอกชัยวิ่งหนีจู๊ดไปได้ทัน เขตต์ตวันหันไปมองมัทนาด้วยความเป็นห่วง... เขาเดินไปนั่งข้างๆ ช่วยเอาผ้าชุบน้ำซับหน้าผาก ซับคอ ช่วยระบายความร้อน

พ่อมัทนา สาวิตรี และวาสิฏฐีกำลังช่วยกันจัดบ้านที่ถูกรื้อกระจุยกระจายจนเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว
แม่ใส่เสื้อกันเปื้อนปอกมะม่วงมันใส่จานยกมา
“พักทานมะม่วงมันกันก่อนจ้ะ”
แม่วางจานลงที่โต๊ะกลางโซฟา วาสิฏฐีวิ่งมานั่งฉกกินคนแรกเลย
“แม่ว่าวันนี้พอแล้วล่ะ เหนื่อยกันทั้งวันแล้ว”
พ่อบ่นๆ
“ขโมยมันรื้อแบบไม่สงสารคนเก็บเลยว่ามั้ย”
พ่อเดินเมื่อยมาทิ้งตัวลงนั่งสาวิตรีขำๆ
“ก็ไม่ใช่บ้านเค้านี่คะพ่อ”
มีเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน แม่หันไปมอง
“แม่ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้านนะ”
วาสิฏฐีชักกลัว
“ขโมยอีกรึเปล่า”
อึดใจเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขัดขึ้น วาสิฏฐีร้องด้วยความผวา กลัว รีบโดดมานั่งกับพ่อ
“ขโมยที่ไหนจะกดกริ่ง วารีมาส่งมัทล่ะมั้ง” สาวิตรีบอก
พ่อลุกเดินไปดู
“ไม่แน่ใจอย่าออกไปนะลูก” พ่อมองตามไปด้วยความเป็นห่วง

เขตต์ตวันยืนกดกริ่งอยู่หน้าบ้านมัทนา สาวิตรีแง้มประตูบ้านออกมามองก็ตกใจมากที่เห็นเขตต์ตวันอยู่หน้าบ้าน
“ใช่บ้านคุณ...”
สาวิตรีปิดประตูบ้านผลุบเข้าไปทันที เขตต์ตวันสีหน้างงๆ

สาวิตรีหน้าตาตื่นเต้นปนประหม่ากลับมารายงานทุกคน
“ใครมาลูก”
สาวิตรีตกใจปนตื่นเต้น
“ดาราค่ะ”
“ดาราที่ไหนจะมาบ้านเรา” วาสิฏฐีบอก
“คุณเขตต์ตวัน”
“สงสัยจะมาหายัยมัท” แม่บอก
“ก็ไปเชิญเค้าเข้ามารอในบ้านสิลูก” พ่อบอก
“สิฏฐีออกไปเชิญเค้าไป” สาวิตรีบอกแล้ว รีบไปนั่งที่วางกระเป๋าถือไว้ หยิบตลับแป้งมา
ผัดหน้าไปมา
“แม่ไปเหอะ ดูหัวหนูสิ ยังกะรังนก” วาสิฏฐีรีบแกะยางรัดหัววิ่งไปเข้าห้องน้ำ
“มาโยนให้แม่ได้ไง ดูแม่แต่งตัวสิ หน้ามันย่องเลย พ่อนั่นแหละออกไปรับหน้าเค้าก่อน”
แม่รีบถอดเสื้อคลุมเดินขึ้นชั้นบนไป
พ่ออึ้งปนงงมองตามทุกคน
“เอ๊า ตื่นดารากันใหญ่”
พ่อถอนใจส่ายหน้า รีบเดินออกไปหน้าบ้าน

เอกชัยเดินออกจากรถมาหาเขตต์ตวัน
“ทำไมวะ”
“ไม่รู้เหมือนกัน เห็นหน้าฉันก็กลับเข้าบ้านไปเลย”
“ผิดบ้านรึเปล่า”
“ไม่ผิดหรอก บ้านเลขที่นี้แหละ”
พ่อมัทนาเดินออกมาจากบ้านยิ้มแย้ม ทักทายนำมาก่อน

“สวัสดีครับ”

เขตต์ตวันและเอกชัยรีบหันไปยกมือไหว้ พ่อรับไหว้
“ผมพามัทนามาส่งครับ”
“อ๋อ ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวพ่อเปิดประตูให้”
พ่อรีบมาไขกุญแจรั้วเปิดให้ แต่ไม่เห็นมัทนา
“มัทล่ะครับ”
“มัทนอนหลับอยู่หลังรถครับ”
เอกชัยรีบพูดอธิบาย กลัวเดี๋ยวพ่อจะตกใจ
“สงสัยยาที่คุณหมอฉีดให้นอนพักจะออกฤทธิ์แล้วน่ะครับ”
เอกชัยรีบเดินไปเปิดประตูรถ พ่อมองมัทนาที่นอนหลับอยู่เบาะหลังรถด้วยสีหน้าเป็นห่วงแล้วบ่นๆ
“ไม่รู้จักดูแลตัวเองซะเลย”
พ่อถอนใจจะเข้าไปอุ้มมัทนา เขตต์ตวันเสนอตัว
“ให้ผมช่วยดีกว่าครับ”
พ่อยอมถอยออกมามองลูกสาวห่างๆ สีหน้าแววตาเป็นห่วง เอกชัยรีบไปช่วยประคองมัทนาให้ตะวันอุ้มลงจากรถ

พ่อเดินนำเขตต์ตวันที่อุ้มมัทนาเข้าบ้านมา
“เชิญครับ...”
พ่อหันเห็น แม่ สาวิตรี และวาสิฏฐี ยืนยิ้มเรียงแถวกันรอต้อนรับ ทุกคนหน้าผ่องเด้ง ผมสวยยิ้มรอรับ โดยเฉพาะแม่เปลี่ยนชุดใหม่เลย..พ่อดูอึ้งๆไปเล็กน้อย แม่ตกใจปนแปลกใจที่เห็นมัทนานอนหลับให้เขตต์ตวันอุ้มอยู่
“อ้าว มัทเป็นอะไรล่ะพ่อ สลบไสลมาเลย”
พ่อบ่นเพราะห่วง
“ตัวเองหัวแตก หมอเค้าฉีดยาให้นอนพัก ก็ยังจะดื้อออกไปข้างนอก เราห้ามก็ไม่ฟัง..เห็นมั้ย ต้องเดือดร้อนคุณตวันเค้าพามาส่ง”
แม่พูดอย่างเกรงใจ
“ขอโทษจริงๆ นะคะ ทำให้คุณต้องเสียเวลาไปด้วย”
“ไม่เป็นไรครับ”
เขตต์ตวันยิ้มแย้มให้ สามสาว ๆ ยิ้มหวานตอบเช่นกัน พ่อรีบแนะนำ
“นี่แม่ของมัทเค้า”
เขตต์ตวันอุ้มมัทนาอยู่ ได้แต่ผงกหัวเคารพแม่
“สวัสดีครับ”
“ส่วนนี่พี่สาวกับน้องสาว”
เขตต์ตวันยิ้มให้สองคน
“บ้านยังรกอยู่เลยนะคะ ยังจัดไม่เข้าที่เข้าทาง” แม่บอก
“ขโมยขึ้นบ้านน่ะค่ะ” วาสิฏฐีชิงบอก

“ผมทราบจากมัทแล้วล่ะครับ”

“เชิญข้างบนเลยครับ หนักแย่แล้ว”
พ่อเดินนำเขตต์ตวันให้อุ้มมัทนาขึ้นไปชั้นบน สามสาวดูตื่นเต้นเหลือบตามองตาม พอเขตต์ตวันพ้นขึ้นชั้นบนไป วาสิฏฐีแอบกรี๊ดมาเบาะๆ สาวิตรีรีบปิดปากน้องสาว แม่ทำหน้าดุใส่เล็กน้อย วาสิฏฐีสงบสติอารมณ์ได้ สาวิตรีดูปลื้มๆ
“หล่อดีเน๊อะ”
วาสิฏฐีปลาบปลื้ม
“หล่อกว่าเมื่อก่อนอีกพี่สา”
“นี่ นี่ เราเป็นผู้หญิง เก็บอาการไว้หน่อย ไปเตรียมกล้องถ่ายรูปเอาไว้ แม่ขึ้นไปดูน้องก่อน” แม่ปรามเป็นพิธี ก่อนรีบเดินตามขึ้นชั้นบนไป แม่ปาดมือแต่งทรงผมเล็กน้อย
วาสิฏฐีแซว
“คุณแม่เก็บอาการมากเลย”
“ไปเตรียมกล้องสิ”
สาวิตรีและวาสิฏฐีแยกย้ายไปหยิบกล้อง

ภายในห้อง พ่อช่วยเปิดผ้าคลุมเตียงเอามาพับ เขตต์ตวันอุ้มมัทนาที่หลับไม่รู้เรื่องมานอนบนเตียง
พ่อคลี่ผ้าห่มมาห่มให้ลูกสาว เขตต์ตวันขยับตัวออกห่างไม่ให้เกะกะ มองดูมัทนาด้วยสายตาเป็นห่วง แม่มัทนาเดินตามเข้ามาในห้องมองลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
แม่ถามด้วยความสงสัยปนห่วง
“ตกลงมัทหัวแตกเพราะอะไรกันแน่คะ”
เขตต์ตวันและพ่อมัทนาหันมองแม่ เขตต์ตวันนิ่งไปเล็กน้อยอย่างใช้ความคิดว่าจะพูดยังไงดี
“เราไปนั่งคุยกันข้างล่างดีกว่านะครับ” พ่อบอก
“ก็ดีครับ”

เชนโกรธเดินหัวเสียมากระแทกตัวนั่งที่เก้าอี้ทำงาน ลูกน้องหน้าจ๋อยๆ กลัวๆ เดินตามมาห่างๆ
“พวกมันค้นทั่วบ้านแน่รึเปล่า”
“ทุกซอกทุกมุมเลยครับ”
เชนตบโต๊ะโครม
“แล้วทำไมไม่เจอวะ”
ลูกน้องสะดุ้งโหยง
“บ้านเล็กเท่ารังหนู มันจะเอาไปซ่อนไว้ไหนได้”
“มันขายไปแล้วมั้งครับ”
เชนลุกตวาด
“อีเซ่อตาถั่วนั่นมันคิดว่าของปลอม มันไม่เอาไปขายหรอก”
ลูกน้องเสียงอ่อย
“มันจะโง่ทิ้งขยะไปรึเปล่าครับ”
เชนสีหน้ามั่นใจ
“ฉันเป็นเจ้าชายในฝันของมัน มันหลงรักฉันอยู่ ต่อให้ทิชชูเช็ดเหงื่อฉัน มันยังอยากเก็บไว้ดูต่างหน้าเลย”
ลูกน้องหน้าจ๋อยบอก
“ขอโทษครับ”
เชนถอนหายใจทิ้งตัวลงนั่ง
“ไอ้ชมยังเฝ้าอยู่ใช่มั้ย”
“ครับ”
“ฉันต้องได้ไข่มุกดำของฉันคืนมา ถึงต้องฆ่าพวกมันตายยกครัวก็ต้องทำ”

เชนสีหน้าแววตาอำมหิต เลือดเย็น

จบตอนที่ 10

อ่านต่อตอนที่ 11 พรุ่งนี้ เวลา 09.30น.
อาญารัก ตอนที่ 10
อาญารัก ตอนที่ 10
ขณะเดียวกันบนเรือนใหญ่ของขุนภักดี ทุกคนกินอาหารเสร็จแล้ว กบและแมวกำลังเสิร์ฟของหวาน “ไอ้เสือหนักมันเอาเด็กสองคนนี่ไปมัดไว้ แล้วปล่อยมาโดยไม่ทำอะไรเลย ช่างเหลือเชื่อ” ทองจันทร์งง “ได้ยินว่ามันเลิกปล้นฆ่าไปนานแล้วไม่ใช่หรือ” เรียมถามสองหนุ่ม “มันจะเลิกหรือไม่เลิกความผิดความเลวกรรมชั่วของมันก็เลิกไม่ได้หรอกค่ะ” สนแหลมขึ้นมา “หน้าตามันโหดเหี้ยมมากไหม” ทองจันทร์ซักสองหนุ่ม สองคนสบตากัน “ไม่ได้เห็นหน้าดอกแต่เห็นตาครับ คุณย่า” ภาพสายตาหนักที่โผล่มาจากผ้าคาดหน้า ดุดันมาก ผุดขึ้นในความคิดของสน ขณะบอกออกไป “ตาของมันดุร้ายพร้อมฆ่าทุกคนได้”
กำลังโหลดความคิดเห็น...