xs
xsm
sm
md
lg

มารกามเทพ ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มารกามเทพ ตอนที่ 6

น้ำหนึ่งเดินออกมาตรงหน้าบ้าน ท่าทางครุ่นคิด พึมพำออกมา

“อลิส...โลกคงไม่กลมขนาดนั้นมั้ง”
น้ำหนึ่งทำท่าจะเดินไปอยู่แล้ว แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงพลอยเรียกไว้
“เดี๋ยวก่อนน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งหันไปมอง เห็นพลอยเข็นรถตามมา ใบหน้ายิ้มแย้ม
“ตะกี้พี่เห็นน้ำหนึ่งแว่บๆ ตามหาเพชรเหรอจ๊ะ”
น้ำหนึ่งตอบอ้อมแอ้ม “เปล่าค่ะ”
พลอยแกล้งทำเป็นมีเมตตา แต่จงใจบอกให้รู้ “ดีแล้วล่ะจ้ะที่น้ำหนึ่งไม่ได้ตามหาเพชร เพราะตอนนี้...เพชรเค้าไปหาพจนีย์ที่บ้าน”
น้ำหนึ่งหน้าเสีย เดินน้ำตาคลอจากไป พลอยยิ้มพราย ดีใจที่เห็นน้ำหนึ่งเจ็บปวด

น้ำหนึ่งเปิดประตูเข้ามาในห้อง ทันทีที่ประตูปิดลง น้ำตาไหลรินอาบแก้ม แต่แล้วน้ำหนึ่งทำท่าฮึดพยายามบอกตัวเอง “จำไว้...เราอยู่ที่นี่ เพื่อชดใช้ความผิดของคุณพ่อให้พี่พลอย พี่เพชรจะไปกับใครไม่ต้องไปสนใจ”
ปากบอกอย่างนั้นแต่น้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาไม่หยุด

ด้านทับทิมถามพลอยอย่างแปลกใจ
“เพชรน่ะเหรอไปหาพจนีย์”
พลอยอมยิ้มพอใจ “พลอยก็บอกเด็กนั่นไปยังงั้นแหละค่ะคุณแม่”
“แม่ก็คิดอยู่” ทับทิมกวาดตามอง “อ้าว! แล้วนี่เพชรไปไหน? อย่าบอกนะว่า ถอดใจ หนีกลับ
กรุงเทพฯ ไปแล้ว น้องชายแกยิ่งลักปิดลักเปิดอยู่ด้วย”
พลอยหน้าตากังวล “มีเพื่อนมาหาจากกรุงเทพฯน่ะค่ะ ท่าทางเพชรแปลกๆ เหมือนไม่อยากให้
เรารู้เรื่อง”
พลอยกับทับทิมมองหน้ากัน สีหน้าเปลี่ยนเป็นกังวลแทน

สองคนอยู่ที่ด้านนอกบริเวณสวน เพชรถามเพื่อนอย่างตกใจ กังวล เพราะรู้อยู่แล้ว เกรียงศักดิ์ต้องตาม
“นายว่าอะไรนะ มีคนไปตามหาฉันที่ไซต์งาน”
เพื่อนเพชรที่หน้าตายังมีร่องรอยเขียวช้ำปูดบวม เหมือนโดนต่อยมา บอกต่อ
“ใช่! พอฉันบอกว่านายลาพักร้อน ก็ถามอยู่นั่น ว่านายจะกลับเมื่อไหร่ ฉันเห็นท่าทาแปลกๆ ฉันเลยไม่บอก แต่พอไม่บอกก็อย่างที่เห็น”
เพชรมองหน้าเพื่อน เห็นร่อยรอยความบอบช้ำก็ยิ่งโกรธ สบถออกมา
“เลวมาก”
เพื่อนเพชรถามอย่างเป็นห่วง
“มีอะไรหรือเปล่า? เพราะเจ้ายุทธที่อยู่คอนโดเดียวกับนายก็มาบอก เห็นคนไปวนเวียนแถวห้องนายทุกวัน”
“ไม่มีอะไร” เพชรมองเพื่อน ทั้งห่วง และเกรงใจ “ตกลง นายไม่เป็นไรมากใช่มั้ย”
“ฮื่อ! แต่บอกตรงๆ ว่าห่วงนาย พอดีฉันมาดูไซต์งานแถวนี้ เลยรีบมาบอก ยังไงระวังตัวด้วยนะเพชร”
เพชรพยักหน้า สีหน้าเครียดเคร่ง “ขอบใจมากเพื่อน แล้วเจอกัน”
เพื่อนเพชรพยักหน้าแล้วเดินออกไป จังหวะนี้ทับทิมเข็นรถพลอยเข้ามาทางด้านหลัง หน้าโกรธขึ้ง
“มันพาลกับทุกคน เลว!”
“พี่ไม่ต้องบอกใช่มั้ย ว่าเพชรต้องทำยังไง”
“ครับพี่พลอย”
เพชรโกรธและเกลียดเกรียงศักดิ์มากขึ้น

ครู่ต่อมาเพชรฉุดกระชากมือของน้ำหนึ่งอย่างแรงแล้วผลักขึ้นรถ
“โอ๊ย...เจ็บ...ปล่อยพี่เพชร”
“ขึ้นไป”
“นี่มันอะไรกันคะพี่เพชร”
เพชรดุ “ไม่ต้องถาม เธอมีหน้าที่อย่างเดียว ฟังคำสั่งพี่”
น้ำหนึ่งเถียง “น้ำหนึ่งไม่ฟัง”
“ไม่ฟังใช่มั้ย”
น้ำหนึ่งไม่ทันตอบ เพชรก็กระชากร่างของน้ำหนึ่งเข้ามาหา ทำท่าจะจูบ ทับทิมมองอย่างสะใจ แต่
พลอยมองด้วยสีหน้าขัดใจ ดูออกว่าเพชรชอบน้ำหนึ่ง
ด้านน้ำหนึ่งเอามือตะปบเข้าที่ปากเพชรอย่างแรง บอกเสียงแข็ง
“อย่านะคะ”
เพชรตวัดจับมือน้ำหนึ่งกางออก “คิดเหรอว่าเราจะสู้แรงพี่ได้ ขึ้นรถ”
เพชรพูดจบก็กระชากร่างน้ำหนึ่งยัดเข้าไปในรถอย่างแรง ก่อนออกรถไป ทับทิมมองตามอย่างพอใจ
“ก่อนไอ้เกรียงศักดิ์มันจะตามมา ลูกมัน ก็ได้ตำแหน่งเมียน้อยของพจนีย์แล้วล่ะ”
“พลอยกลัวมากกว่า แม้ว่าจะได้น้ำหนึ่งเป็นสะใภ้ตัวจริง”
ทับทิมมองมาอย่างสงสัย พลอยบอกต่อ
“ถึงเพชรจะทำท่ารังเกียจน้ำหนึ่ง แต่ทุกครั้งที่เพชรมองเด็กนั่น พลอยไม่เห็นสายตาเพชรจะเกลียดยัยเด็กนั่นเลย”

พลอยชักไม่สบายใจ ไม่ได้หึง แต่กลัวเพชรจะอยู่ข้างน้ำหนึ่ง

สองข้างทางเต็มไปด้วยป่า ต้นไม้ใหญ่รกครึ้ม หมอณัฐขับรถมากับอลิส สภาพรถของหมอณัฐส่ายไปมา จนอลิสถาม

“รถเป็นอะไรคะพี่หมอ”
“ไม่รู้ จอดดูดีกว่า”
หมอณัฐเบนรถแล้วจอดเข้าข้างทาง เห็นล้อรถข้างหนึ่งแบนแต๊ดแต๋
อลิสตามลงมาดู ตกร้องโอเวอร์โครตๆ “ว้ายยย!ยางแตก!!”
“สงสัยตอนพี่ออกพื้นที่วันก่อน เผลอเหยียบอะไรไป”
อลิสอารมณ์เสียหน้าตาหงุดหงิดมาก “แล้วจะทำยังไงคะ”
หมอณัฐยิ้มเอ็นดูน้อง “ยางแตก ก็เปลี่ยนยางสิจ้ะอลิส รอพี่เดี๋ยว”
หมอณัฐเปิดท้ายรถหยิบยางอะไหล่มาเปลี่ยนอย่างคล่องแคล่ว อลิสยืนหงุดหงิดบ่นบ้าตามประสา
“เร็วนะคะพี่หมอ อลิสไม่ใช่สถานสงเคราะห์ อลิสไม่ชอบบริจาคเลือดให้ยุงค่ะ”
อลิสปัดแขนปัดขาตัวเองไปตามประสา เพชรบึ่งรถสวนทางออกมาหน้าตาบึ้งตึง เห็นอลิส และหมอณัฐหันหน้าเข้าหารถ โดยหันหลังให้ทางพอดี
รถของเพชรขับผ่านเร็วและแรงฝุ่นตลบ หน้าตาน้ำหนึ่งตกใจ น้ำหนึ่งมองแต่เพชรที่ขับรถแรง ไม่ได้มองอลิส ไม่เห็นว่าอลิสหันมาแว้ด ด่าไล่หลัง
“ไอ้บ้าเอ๊ย...ขับรถยังไง ฝุ่นตลบหมด”
หมอณัฐเงยหน้าขึ้นมาจากการเปลี่ยนล้อ “ก็เหมือนกับที่อลิสชอบขับนั่นแหละ ขับแบบไม่เห็นหัว
คน”
“ก็อลิสสวยและรวยมาก อลิสทำอะไรก็ไม่ผิด”
“ตรรกะอลิสอีกแล้วใช่มั้ย”
อลิสยิ้มมั่นใจ “ใช่ค่ะ”
“เค้าเรียกตรรกะของคนนิสัยไม่ดี หลงตัวเอง”
อลิสหัวเราะ “ว้ายย...คำด่าของพี่หมอ เจ็บจุงเบย”
อลิสไม่สนใจหมอณัฐ หันไปมองภาพรถคันนั้น ไม่เห็นท้ายรถแล้ว อลิสบ่นอุบ
“อย่าให้เจออีกทีนะ จะจัดการให้เข็ดเลย ไม่รู้รึไง ตรรกะอลิส...ทำอะไรก็ไม่ผิด”
หมอณัฐได้แต่ส่ายหน้าระอาก่อนบอก
“เจอคนจริงเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็รู้ ตรรกะอลิส จะเป็นยังไง”
อลิสเชิดหน้าอย่างถือดี

พจนีย์เดินเข้าไปในบ้านเชิงเขา พลอยจงใจเลื่อนรถเข็นมาด้านหน้าอย่างแรง แทบจะชน พจนีย์ที่กำลังจะก้าวเข้าไปในบ้านตกใจ ร้องลั่น
“ว้าย!พี่พลอย” พจนีย์แอบทำหน้าไม่พอใจ “ทำไมพี่พลอย ออกมาอย่างนี้คะ เกือบชนพจน์เลย”
พลอยพูดนิ่งๆ น้ำเสียงขุ่นไม่พอใจ “พี่ต้องถาม...ว่าพจน์เข้ามาทำไม”
พจนีย์ยิ้มประจบ “ถามได้...ก็เข้ามาหาพี่เพชรสิคะ...จะได้สมจริงสมจังกับการเป็นเมียพี่เพชรหน่อย”
“เพชรไม่อยู่”
พจนีย์ตกใจ หน้าเสีย “อย่าบอกนะคะว่าพี่เพชรกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว”
“เพชรไม่ได้กลับกรุงเทพฯ....เพชรไปบ้านไร่ของตากลั่น”
พจนีย์นิ่งคิด “บ้านไร่ตากลั่น ที่เค้าขายที่ ให้พี่พลอยน่ะเหรอคะ”
“ใช่...”
“ไปทำไมบ้านร้าง” พจนีย์ฉงน
พลอยแอบอมยิ้มขณะบอก “ไม่รู้...รู้แต่ว่า เพชรพาน้ำหนึ่งไปด้วย”
“ยัยน้ำหนึ่ง”
พจนีย์แทบจะกรี๊ดออกมาแต่ไม่กล้า ได้แต่บอก
“ถ้าพี่เพชรไม่อยู่ งั้นพจน์กลับก่อนนะคะ” พจนีย์เดินออกไปเลย
พลอยมองตาม แอบยิ้มพอใจ คิดในใจ อย่างเย้ยหยัน
“ทำยังกับฉันไม่รู้ ว่าเธอจะไปไหน? เธอไปไม่ถึงหรอก พจนีย์”

ทับทิมนั่งจัดแจกันดอกซ่อนกลิ่นอยู่ สีหน้าของทับทิมเคร่งขรึม แววตาที่มองดูดอกไม้ในมือ
วาววับน่ากลัว พลอยเคลื่อนเก้าอี้เข้ามาเรียกเบาๆ
“แม่ค่ะ”
ทับทิมไม่ได้หันไป มีเพียงดวงตาที่เหลือบมองมา ได้ยินพลอยบอก
“พลอยสงสัยว่าพจนีย์จะไปพังวิมานของเพชร แม่ช่วยจัดการให้พลอยหน่อยค่ะ”
ทับทิมนิ่งฟัง พลอยเยื้อยยิ้ม น้ำเสียงของพลอยมีเลศนัยซ่อนอยู่
ท่วงท่าอารมณ์ของทับทิม ซ่อนความเป็นคนป่วยโรคจิตเอาไว้ แท้จริงแล้วในอดีตทับทิมเคยฆ่าสามีตัวเองเพราะหึงหวง และพลอยเห็นเหตุการณ์นี้

ด้านเพชรขับรถด้วยความเร็วสูงมาตามทางที่ขรุขระ ร่างน้ำหนึ่งเซไปมา สะดุ้งสะเทือนตามแรงกระแทก ของรถ น้ำหนึ่งดูท่าทีจึงพูดตะล่อม
“พี่เพชรคะ..ใจเย็นๆ นะคะ...มีเรื่องอะไร เราค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันได้ค่ะ”
เพชรบอกอย่างดุดัน “ไม่ได้ พ่อน้ำหนึ่งทำเกินไป”
น้ำหนึ่งตกใจ “คุณพ่อทำอะไรอีกคะ”
“ความเดือดร้อนให้กับทุกคน เธอต้องชดใช้น้ำหนึ่ง”
พูดจบเพชรก็จอดรถพรืด น้ำหนึ่งหน้าคะมำ พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ตรงหน้าแต่ห่างออกไปจากที่จอดรถ สภาพเก่าๆ น่ากลัว น้ำหนึ่งจ้องมองงงๆ แต่ยังไม่ทันได้ทำหรือถามอะไร เพชรก็กระโดดลงมาจากรถ อ้อมมาเปิดประตู กระชากร่างของน้ำหนึ่ง
“ลงมา”
ร่างแบบบางของน้ำหนึ่งลอยหวือตามแรงกระชากของเพชรทันที

เพชรลากมือของน้ำหนึ่งตรงไปยังบ้านของตากลั่น น้ำหนึ่งร้องลั่น
“ปล่อยนะพี่เพชร ปล่อย” น้ำหนึ่งพยายามดิ้นรนไปมา
“ไม่ต้องร้อง เธอได้อยู่ที่นี่แน่น้ำหนึ่ง”
เพชรลากน้ำหนึ่ง ส่วนอีกมือไขกุญแจบ้าน น้ำหนึ่งมองสภาพบ้านอย่างหวาดผวา
“อย่าพี่เพชร...น้ำหนึ่งกลัว กลัว”
“ถึงกลัวยังไง เธอก็ต้องอยู่ที่นี่”
เพชรดุ ขณะที่มือไขกุญแจ เปิดพร้อมลากน้ำหนึ่งเข้าไปด้านใน จังหวะนั้นเอง มือถือของน้ำหนึ่งหล่นลงที่พื้น

เพชรก้มลงเก็บ พร้อมลากน้ำหนึ่งเข้าไปในห้อง ปิดประตูปัง

ทางด้านรจนาเดินออกมาหน้าบ้าน มองหา แต่ไม่เห็นใคร รจนาหน้านิ่วขณะพึมพำ

“พี่พจนีย์ต้องไปหาพี่เพชรแน่ๆ เลย”
รจนาทำท่าไม่พอใจ แอบหึงหวงเพชรอยู่ในที รีบเดินออกไปทันที

พจนีย์ขี่มอเตอร์ไซค์มาตามทางอันขรุขระ มุ่งหน้าสู่บ้านตากลั่น พจนีย์ขี่รถผ่านทีก็สะดุ้งสะเทือนที ขณะที่ตะวันคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ
ระหว่างนั้นเหมือนมีคนมองจ้องพจนีย์ตลอดเวลา บรรยากาศน่ากลัวมาก

ฝ่ายหมอณัฐยังคงสาละวนอยู่กับการเปลี่ยนล้อ มีอลิสเร่งยิกๆ
“เสร็จรึยังคะพี่หมอ?” อลิสกวาดสายตามอง “นี่มันจะเย็นแล้ว อลิสไม่ชอบอยู่ที่แบบนี้นานๆ
อลิสกลัว”
หมอณัฐเย้า “โลกนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับอลิสหรอก”
อลิสหน้าง้ำ “พี่หมอ!”
“นี่! ถ้ากลัว...อลิสไปบ้านคุณพลอยก่อนก็ได้...พี่เกรงใจเค้าอยู่เหมือนกัน...”
“บ้านเชิงเขาน่ะเหรอคะ น่ากลัวเปล่า”
หมอณัฐอมยิ้มขำ “บอกแล้วไง...โลกนี้ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับอลิสหรอก ไปเหอะ...ไม่ต้องกลัวคุณพลอยอยู่กับน้าทับทิมแค่สองคน เอ่อ..น้าทับทิม แม่ของคุณพลอยน่ะ ฝากบอกคุณพลอยด้วย รถพี่ยางแตก เปลี่ยนเสร็จแล้วจะรีบไป”
“ก็ได้ค่ะ ที่อลิสไป...เพราะเห็นแก่พี่หมอหรอกนะคะ...” อลิสอมยิ้มขณะบอก “เกรงอกเกรงใจกันซะจริง...คุณพลอย ท่าจะรอนาน”
“ไปเร็ว ทางนั้น” หมอณัฐชี้บอกทาง
“ค่า...อลิสจะรีบไป ไม่ให้คุณพลอยของพี่หมอ รอนานหรอกค่า”
พูดจบอลิสก็เดินไปตามทางที่หมอณัฐบอก

ระหว่างนั้นคนร้าย 2 คน โผล่ออกมา ทั้งคู่เป็นคนงานของทับทิมนั่นเอง พวกมันวิ่งลัดเลาะมาตามเนินเขา มองไปด้านล่างเห็นรถพจนีย์วิ่งมา สองคนมองจ้องไม่วางตา
“มันมาแล้ว”
“รีบไปดักมันทางโน้นอย่างที่นายแม่บอก เร็ว”
สองคนวิ่งลัดเลาะบนเนินเขาไปอีกทาง ขณะที่พจนีย์ฮึดฮัด จอดรถด้วยความหงุดหงิด
“ไม่ทันใจโว๊ยย!”
พจนีย์เหลียวหน้าแลหลัง เห็นรถอีแต๋นชาวบ้านวิ่งมา จึงรีบโบกรถ
“น้าไปด้วย”
คนขับจอดให้ ท่าทีคุ้นเคยกันอยู่ พจนีย์กระโจนขึ้นรถพลางบอก
“ขอติดรถไปบ้านตากลั่นหน่อย”
รถแล่นฉิวไปทันที สองคนร้าย มองตามพจนีย์
“เฮ้ย!มันไปแล้ว”
“ต่อให้มันรอดครั้งนี้ คนอย่างนายแม่ ก็ไม่ปล่อยให้มันรอดหรอก”
“รีบไปบอกนายแม่เร็ว”
สองคนผละไปแบบหัวเสีย

ในสวนมุมที่ค่อนข้างเงียบสงัด ไม่มีคน ทับทิมเอาดอกซ่อนกลิ่นวางไว้บนพื้น ท่าทางเหมือนไว้อาลัยให้กับใครสักคน สีหน้าแววตาของทับทิมมีทั้งความโศกเศร้าและแฝงความน่ากลัวเอาไว้ ก่อนที่ดวงตาจะหรี่ลงโกรธอาฆาตแค้น ดวงหน้าของทับทิมยามเมื่ออยู่ในแสงแดดแห่งตะวันชิงพลบยิ่งดูน่ากลัว คนงานทั้งสองคนวิ่งกระหืดกระหอบมา
“นายแม่...นังนั่นมันขึ้นรถตาเจิดไปแล้ว”
ทับทิมเหลียวขวับมามอง ตาวาววับแว่บหนึ่ง ก่อนจะบอกเสียงนิ่งๆ
“ช่าง!วันพระไม่ได้มีหนเดียว...พวกแกกลับไปได้แล้ว ฉันจะกลับบ้าน”
ทับทิมพูดแค่นั้นก็เดินออกไปเลย สองคนมองหน้ากันงงๆ

อลิสเดินเข้ามาในบริเวณบ้านเชิงเขา กวาดสายตามองทั่วบริเวณอย่างแปลกใจ
“นี่เหรอบ้านเชิงเขา ทำไมใหญ่จัง”
อลิสกวาดสายตามองรอบๆ ค่อยๆ เดินเข้าไปยังตัวบ้าน แต่ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อมองไปที่หน้าต่าง
เห็นพลอย ซึ่งโผล่มาแค่ช่วงบน อลิสยิ้มทัก ถามตามประสา
“นี่บ้านเชิงเขาใช่มั้ยคะ”
“ค่ะ” พลอยมองมาท่าทีแปลกใจ
“ฉันชื่ออลิส น้องสาวของพี่หมอณัฐ พอดีพี่รถพี่หมอยางแตก พี่หมอเปลี่ยนยางอยู่น่ะค่ะเลยให้ฉันมาก่อน”
พลอยพยักหน้ารับรู้ อลิสถามต่อ
“คุณคือคุณน้าทับทิมใช่มั้ยคะ? สวัสดีค่ะ”
ดวงตาของพลอยเปล่งประกายวาววาบขึ้นมาอย่างไม่พอใจ แต่อลิสไม่ทันสังเกต เจื้อยแจ้วต่อ
“ที่นี่สวยดีนะคะกว้างใหญ่ด้วย บรรยากาศก็ดี๊ดี แต่เสียดายที่มีแต่..พื้นลาด ทำลายวิวทิวทัศน์หมดเลย แต่อย่างว่าละค่ะ อยู่กับคนพิการ ก็ต้องช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเค้า ไม่อย่างนั้น คนพิการก็ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้”
ริมฝีปากของพลอยสั่นระริก รู้สึกเจ็บหนึบขึ้นมาทันทีกับถ้อยคำของอลิส แต่อลิสไม่รู้เรื่อง
“แล้วนี่คุณพลอยอยู่ที่ไหนคะ? เห็นพี่หมอบอกว่าสวยมากกก ไม่น่าที่จะพิการเลย”
พลอยไม่ตอบแต่เลื่อนรถเข็นออกมา จนโผล่พ้นออกมาจากขอบหน้าต่าง มาที่ประตู เห็นทั้งตัว
“ฉันนี่แหละพลอย”
อลิสหน้าแหย “คุณพลอย”
“ขอโทษนะคะที่ฉันพิการ ไม่อย่างนั้น....คงได้ลุกเดินไปต้อนรับคุณด้วยตัวเอง เชิญค่ะ”
พลอยพูด พลางผายมือเชิญอลิสเข้าไปด้านใน อลิสเดินเข้าไปแอบทำหน้าอี๋คิดในใจ
“ก็สวยหรอกนะ แต่แก่..แก่กว่าที่คิดไว้เยอะเลย”

พลอยมองตามอลิสอย่างไม่ถูกชะตา

มารกามเทพ ตอนที่ 6 (ต่อ)

ส่วนภายในบ้านตากลั่น น้ำหนึ่งกับเพชรอยู่กันคนละมุม ท่าทางของเพชรโมโหจัด ในขณะที่น้ำหนึ่งมองสภาพรอบๆ ตัว อย่างหวาดผวา และงุนงง

“ตกลง..พี่เพชรให้น้ำหนึ่งมาอยู่ที่นี่ทำไมคะ”
“ชดใช้ให้พ่อของเธอไง นายเกรียงศักดิ์”
“ถ้าพี่เพชรอยากให้น้ำหนึ่งชดใช้ พี่เพชรก็บอกมา คุณพ่อทำอะไร”
เพชรกระชากน้ำหนึ่งเข้ามาตัวเอง “เธอรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้วน้ำหนึ่งว่าพ่อเธอทำอะไร”
“ถ้าเป็นเรื่องพี่พลอย...น้ำหนึ่งบอกแล้วไงคะ ว่าน้ำหนึ่งจะชดใช้ให้ทุกอย่าง แต่ไม่ใช่ พี่เพชร
มากักขังน้ำหนึ่งอย่างนี้” น้ำหนึ่งพยายามดันตัวออก
“เธอบอกเองนะ ว่าถ้าเป็นเรื่องของพี่พลอย เธอจะชดใช้ให้ทุกอย่าง”
น้ำหนึ่งมองมา พูดอย่างถือดี “ใช่ค่ะ”
“งั้น...เธอก็ต้องได้รู้รสชาติการเป็นเมียน้อย เมียเก็บอย่างพี่พลอย”
เพชรกระชากร่างของน้ำหนึ่งเข้ามาปล้ำจูบก่อนผลักลงบนเตียง น้ำหนึ่งได้แต่ดิ้นรนขัดขืน
“ปล่อยนะพี่เพชร ปล่อย”
“ไม่ปล่อย”
น้ำหนึ่งผลักเพชรออกเต็มแรง เพชรกระชากเสื้อน้ำหนึ่งเต็มแรง เป้าหมายแค่ฉุดเอาไว้ แต่ผลปรากฏเสื้อของน้ำหนึ่งขาดดังแควก เผยให้เห็นหัวไหล่
“พี่เพชร”
“น้ำหนึ่ง”
สีหน้าของเพชรมีแต่ความตกใจ เสียใจ คาดไม่ถึง ด้านหน้าตาเจิดขี่รถมาจอด พจนีย์เดินลงมา
“ขอบใจมากจ้ะน้า”
พจนีย์มองภาพบ้านตรงหน้า เห็นรถของเพชรจอดอยู่ พจนีย์ตาวาว
“พี่เพชร”
พจนีย์สาวเท้าเข้าไปทันที

ด้านพลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามาพร้อมกับขวดน้ำในมือ รินน้ำดื่มให้อลิสอย่างคล่องแคล่วบอก ยิ้มๆ
“แม่ฉันไม่อยู่ แต่ไม่เป็นไร...สำหรับคุณ...ฉันคงแทนแม่ได้”
“ขอโทษค่ะ เห็นพี่หมอเล่าว่าคุณอยู่กับแม่แค่สองคน พอฉันเห็นคุณฉันเลยนึกว่าเป็นแม่”
พลอยไม่พอใจ หน้าบึ้ง อลิสหัวเราะ พูดต่อ
“ก็ตอนแรกฉันเห็นแค่ท่อนบน ท่าทางคุณก็คล่องแคล่ว เหมือนคนปกติ ใครจะคิดว่าพิการ เอ่อ....ฉันไม่ได้คิดว่า คุณแก่พอจะเป็นแม่อะไรหรอกนะคะ”
พลอยพยายามข่มอารมณ์ “ไม่เป็นไรค่ะ”
“แสดงว่ามีคนทักอยู่บ่อยๆ ใช่มั้ยคะ”
พลอยข่มอารมณ์อีก “มีคุณเป็นคนแรก”
อลิสหัวเราะขำตัวเอง โพล่งตามนิสัยไม่ยอมคน “แต่ฉันว่า ฉันต้องไม่ใช่คนสุดท้ายแน่ๆ อย่างว่า
...” ทำท่าสงสาร “คุณพิการ คุณเลยไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เลยอาจจะดูสูงอายุกว่าคนวัยเดียวกันไปนิ้ด...นึง”
มือของพลอยจิกที่พนักรถเข็นจนเกร็ง โกรธมาก อลิสไม่รู้ตัวอีกบอก
“แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณสนิทกับพี่หมอ เดี๋ยวฉันเอาครีมบำรุงแพงๆ มาให้” อลิสรีบบอก
แบบนึกว่าตัวเองมีมารยาทเต็มประดา “ฉันรู้ค่ะว่าคุณมีเงิน แต่คุณอยู่บ้านนอก และคุณก็คงไปช็อปปิ้งไหนต่อไหนเหมือนคนอื่นๆไม่ได้ ใช่มั้ยคะ เดี๋ยวฉันช่วยเองค่ะ รับรองอีกไม่นานหน้าตึงเปรี๊ยะ”
พลอยคิดในใจ “แค่นี้ก็ตึงแล้วล่ะ ถูกแกด่าจนหน้าตึง!”
อลิสเดินไปทั่วบริเวณบ้านไม่สนใจพลอย ปากก็พูดพร่ำ
“ที่นี่บรรยากาศดี๊..ดีนะคะ มิน่า พี่หมอชอบ ฉันเองก็ชอบ...เสียดายจริงๆ นี่ถ้าคุณไม่พิการ
คงไม่ต้องทำทางลาดให้มันเกะกะนะคะ”
อลิสกวาดมองวิวด้านนอก ยืนเหนือบันได ตรงทางลาดที่มีลักษณะทางต่างระดับ พลอย ค่อยๆเลื่อนรถเข็นเข้าไปใกล้แบบตั้งใจชน ร่างของอลิสให้กระเด็น จู่ๆ รจนาวิ่งเข้ามา
“พี่พลอย”
พลอยหยุดกึกโดยอัตโนมัติ หน้าตาขัดใจ ขณะที่อลิสหันขวับมามองรจนา ด้วยสายตาถือตัว
พลอยไม่พอใจแต่พยายามข่ม “มีอะไรรจ”
“พี่พจน์มาที่นี่หรือเปล่าคะ?...พอดี รจไม่เห็น”
พลอยตวัดเสียง “พจนีย์มีที่ไปคือที่นี่ ที่เดียวรึไง”
รจนาอ้อมแอ้ม “ก็...รจนึกว่าพี่พจน์ มาหาพี่เพชร”
อลิสได้ยินชื่อเพชรก็หูผึ่ง ทำหน้าสงสัยเหมือนเคยได้ยิน แต่ไม่มีใครสังเกต พลอยตอบ
“ใช่...พจนีย์มาหาเพชร แต่กลับไปแล้ว และรจก็ควรจะกลับไปได้เหมือนกัน เพราะตอนนี้พี่มีแขก”
“ไม่เป็นไรค่ะคุณพลอย ฉันเดินเล่นรอพี่หมอแถวๆ นี้ก็ได้...อีกเดี๋ยวพี่หมอก็คงมา ฉันไม่ใช่คนพิการ อยู่เฉยๆ นานๆ ไม่ได้ค่ะ”
พูดจบอลิสก็เดินออกไป รจนามองตามอลิสอยากรู้ พลอยอมยิ้มได้ทีเขี่ยบอล
“อยากรู้ใช่มั้ยพจนีย์ไปไหน”
รจนาเงียบ พลอยบอก
“พจนีย์ไปตามเพชรที่สวนของตากลั่นจ้ะ”
รจนาเงียบอีก แต่สายตาปิดไม่มิด ว่าหึงหวงเพชร

ขณะเดียวกันภายในห้องที่บ้านตากลั่น น้ำหนึ่งยืนเนื้อตัวสั่น พยายามปกปิดช่วงเสื้อที่ขาดวิ่นเอาไว้ เพชรหน้าเสีย
“พี่ขอโทษ”
“น้ำหนึ่งเกลียดพี่เพชร”
น้ำหนึ่งคับแค้นจนน้ำตาไหลออกมา จะวิ่งออกไป เพชรร้องห้าม
“อย่าน้ำหนึ่ง”
เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ จากแรงกระชาก สองคนเสียหลักล้มลงไปบนเตียง โดยที่ร่างของ
เพชรโอบน้ำหนึ่งเอาไว้ เพชรมองเสียใจ
“พี่ขอโทษ...”
น้ำหนึ่งเงยหน้ามองเพชร สีหน้าของเพชรยามนี้มีแต่ความเสียใจและดูจริงใจ น้ำหนึ่งสับสน ขณะที่เพชรโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้
“พี่ขอโทษ...พี่ไม่คิดจะทำร้ายน้ำหนึ่งจริงๆ”
“ทำไมคะ ทำไมพี่เพชรถึงไม่คิดจะทำร้ายน้ำหนึ่ง”
เพชรเงียบ น้ำหนึ่งถามเพชรทั้งน้ำตา
“เพราะความจริงแล้วพี่เพชรก็รักน้ำหนึ่ง เหมือนที่น้ำหนึ่งรักพี่เพชรใช่มั้ยคะ”

สองหนุ่มสาวสบตากัน เพชรไม่ตอบ แต่แววตาฉายชัดว่ารักน้ำหนึ่ง

เพชรห้ามใจไม่อยู่ ก้มลงจูบริมฝีปากน้ำหนึ่ง แต่ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดเข้ามา เป็นพจนีย์ที่เห็นเพชรจูบน้ำหนึ่งอยู่

“พี่เพชร!! นังน้ำหนึ่ง”
เพชรกับน้ำหนึ่งผละออกจากกัน พจนีย์ถลันเข้ามาด้วยความหึงหวง
“นังน้ำหนึ่ง แก”
พจนีย์บุกเข้าไปตบน้ำหนึ่ง ครั้งนี้จริงจังมากกว่าตอนถ่ายคลิป เพชรโมโหถลันเข้าไปกระชากร่างของพจนีย์ออก
“หยุดนะพจน์”
พจนีย์สะบัดออก “พี่เพชรอย่ามาห้าม พจน์จะตบคนหน้าด้าน ที่มันมาแย่งพี่เพชร”
พจนีย์ผลักเพชร ถลาเข้าไปใหม่ คราวนี้เพชรกระชากพจนีย์สุดแรง
“หยุด...จำไว้ พจน์ไม่ได้เป็นอะไรกับพี่”
น้ำหนึ่งมองอย่างงุนงงสงสัย ขณะที่พจนีย์ก็กลัวความลับแตก ตัวเองจะไม่ได้อ้างสิทธิ์การเป็นเจ้าของเพชร
พจนีย์รีบตวาดกลบ “นี่พี่เพชรหลงนังเมียน้อยจนไม่ลืมหูลืมตาใช่มั้ยคะ? ได้...พจน์จะไปป่าวประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่าพี่เพชรทิ้งพจน์”
พจนีย์วิ่งออกไปด้วยความโกรธและเสียหน้า เพชรหันมาแก้ตัวกับน้ำหนึ่ง
“พี่รำคาญผู้หญิงขี้หึง”
น้ำหนึ่งมองจ้องด้วยความสงสัย “ตกลงพี่เพชรกับคุณพจน์ไม่ได้เป็นอะไรกันใช่มั้ยคะ”
เพชรได้แต่นิ่งอึ้ง
ส่วนด้านนอกพจนีวิ่งออกไป เหมือนคนมองพจนีย์ตลอดเวลา

อลิส ยืนปัดมดแมงไปมาท่าทางเบื่อๆ
“ไม่เห็นมีอะไร น่าเบื่อจังเลย”
รจนาเข้ามาด้านหลัง “ถ้าเบื่อ ทำไมคุณไม่กลับ”
อลิสสงสัย ประมาณว่านังนี่เป็นใครวะมายุ่ง อลิสหันขวับ
“เธอก็ไม่ใช่เจ้าของบ้านนี่....ยุ่งอะไร”
“ฉันจำเป็นต้องยุ่ง ในฐานะน้องสาวของพี่พจน์”
“อะไรของเธอพจน์” อลิสทำหน้างงไปใหญ่
“พี่พจน์เป็นภรรยาของพี่เพชร”
อลิสชะงัก นิ่วหน้าได้ยินชื่อเพชรอีก ขณะที่รจนาพูดต่อ
“หมู่นี้ชอบมีผู้หญิงหน้าด้านมายุ่งกับพี่เขยฉัน เพิ่งตามมาจากกรุงเทพฯ ก็อีกหนึ่ง ที่เป็น
ข่าวเกรียวกราวไปทั่วเมืองไง”
อลิสฉุกคิดขึ้นมาทันที “ใคร”
รจนายังไม่ทันตอบ หมอณัฐก็เดินเข้ามา รจนาเห็นก็ยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะคุณหมอ”
“สวัสดีครับ...คุณรจมาหาคุณพลอยเหรอครับ”
“ค่ะ แต่กำลังจะกลับพอดี ไว้เจอกันนะคะ” รจนาจะเดินไป
อลิสร้องเรียกไว้ด้วยความสงสัย “เดี๋ยวเธอ เดี๋ยว” อลิสตั้งท่าจะตามไป
หมอณัฐคว้าข้อมือไว้ “อะไร? รู้จักเค้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้จิกหัวเรียกเค้าอย่างนั้น”
“อลิสมีอะไรอยากจะถามเค้านิดหน่อย เดี๋ยวมาค่ะพี่หมอ”
อลิสวิ่งตามรจนาไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่หมอณัฐส่ายหน้าระอา เดินเข้าบ้านเชิงเขาไป

ค่ำแล้วพลอยอยู่ที่สถานที่ทำกายภาพบำบัดของตัวเอง หมอณัฐเดินไปเห็นท่าทางของพลอยมุ่งมั่นตั้งใจมาก หมอณัฐยิ้มให้
“คุณพลอยของหมอเก่งจัง”
“แต่จนป่านนี้ก็ยังเดินไม่ได้ซักที”
หมอณัฐเดินเข้ามาหาพลอย ช่วยประคองทำกายภาพบำบัด
“ต้องได้สิครับ คุณพลอยต้องเดินได้ซักวัน”
หมอณัฐประคองพลอยทำกายภาพบำบัด พลอยพยายามเดิน เท้าของพลอยเหมือนเดินได้คล่องขึ้น สีหน้าของหมอณัฐตกใจ ตื่นเต้น
“เดี๋ยวครับคุณพลอย”
พลอยมองหน้าหมอณัฐงงๆ หมอณัฐบอก
“หมอรู้สึกเหมือน..ขาคุณพลอยจะมีแรงเพิ่มขึ้นนะครับ เอ้า!ลองใหม่”
หมอณัฐประคองพลอย จับช่วงขาให้เดินอย่างไม่รังเกียจ สีหน้าพลอยสลดเมื่อนึกถึงความหลังขึ้นมา

เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในห้องทำงานเกรียงศักดิ์ ตอนกลางวัน
เกรียงศักดิ์นวดขาให้พลอยเบาๆ แววตาเกรียงศักดิ์วาววาม แม้จะห้ามใจแต่หลังๆ ก็เริ่มมีใจให้พลอยขึ้นมา พลอยตกใจขวยเขิน
“ลุกขึ้นมาค่ะ ท่าน พลอยไม่ได้เป็นอะไร”
“ทำไมจะไม่ได้เป็น...พลอยหกล้ม พลอยเจ็บ เดี๋ยวฉันทายาให้นะ”
เกรียงศักดิ์หยิบยามาทาให้พลอย นวดแผ่วเบาระคนหวาน
“อย่าค่ะ ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ จะมานวดให้พลอยได้ยังไงกันคะ”
“ทำไมจะไม่ได้..ในเมื่อพลอย..เป็นเมียของฉันอีกคน”
พลอยปลื้มปิติ ขณะที่เกรียงศักดิ์ลุกขึ้นมาสวมกอดพลอย เพราะเมื่อคบกันไปนานๆ เกรียงศักดิ์ก็ปากหวานตามประสาผู้ชาย และทำให้พลอยหลงรักและผูกพันมากขึ้น

ร่างพลอยกระตุกเกร็ง ความทุกข์ความเศร้าในอดีตถาโถมเข้ามาอีก
หมอณัฐเห็นความผิดปกติ “คุณพลอย อย่าเกร็งสิครับ ปล่อยตัวตามสบาย”
พลอยที่เวลานี้ดวงหน้าซีดเผือด ได้สติ “ขอโทษค่ะ”
“อย่าเครียดครับ...ปล่อยตัวตามสบาย ทำใจให้สบาย...ไม่ต้องเกร็ง...ลองดูใหม่นะครับ”
หมอณัฐประคองพลอย และจับบริเวณขาช่วยประคอง พลอยมองอย่างตื้นตัน ฮึดเดินใหม่ หมอณัฐร้องบอกเสียงตื่นเต้น
“ขาคุณพลอยมีแรงขึ้นแล้วจริงๆ”
พลอยเองก็ตื่นเต้น ปลื้มปิติ หมอณัฐบอก
“หมอมั่นใจ ซักวันคุณพลอยต้องเดินได้”

สีหน้าพลอยอิ่มเอิบ มีแต่ความตื่นเต้น ยินดี

ด้านอลิสวิ่งตามรจนาออกมา บรรยากาศด้านนอกมืดหมดแล้ว

“มืดเร็วจัง ยัยนั่น..ก็เดินไปไหนเร็วซะจริง”
อลิสได้แต่ถามตัวเองก่อนพึมพำ
“เพชร....ผู้หญิงหน้าด้านที่เป็นข่าว....อย่าบอกนะว่ายัยน้ำหนึ่ง!”
อลิสตาโต ตกใจคาดไม่ถึง ใจเต้นรัวเร็ว

ฟากน้ำหนึ่ง คะยั้นคะยอถามเพชร ด้วยความอยากรู้
“พี่เพชรบอกน้ำหนึ่งสิคะ...ว่าความจริงพี่เพชรไม่ได้เป็นอะไรกับคุณพจนีย์”
เพชรหน้าเสีย รู้ตัวว่าเดินเกมพลาด แกล้งหันมาทำท่าเป็นหนุ่มเจ้าเล่ห์
“แล้วถ้าพี่...ไม่มีพจนีย์..น้ำหนึ่งจะยอมเป็นของพี่แต่โดยดีรึเปล่า”
เพชรแกล้งเอามือมาคลอเคลียตรงแก้มน้ำหนึ่ง ลูบหน้าลูบผมด้วยสายตาโลมเลีย
น้ำหนึ่งมองเพชรงงๆ “น้ำหนึ่งไม่เข้าใจพี่เพชร”
“ก็...เป็นของพี่ซะสิ น้ำหนึ่งจะได้เข้าใจพี่...ดีกว่าเดิม”
เพชรโน้มตัวลงมาทำท่าจะจูบ น้ำหนึ่งเอามือยันหน้าเพชรเอาไว้ ไม่ได้หนี
น้ำหนึ่งมองเข้าไปในดวงตาค้นหาคำตอบ “เอาสิคะ..ถ้าพี่เพชรทำลายน้ำหนึ่งได้ ก็เชิญ..เชิญเลย”
เพชรลำบากใจ “อย่าท้าพี่นะน้ำหนึ่ง”
“น้ำหนึ่งไม่ได้ท้าค่ะ” น้ำหนึ่งน้ำตารื้น “แต่น้ำหนึ่งก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่เพชรจะกล้าแลกความเป็นสุภาพบุรุษกับการรังแกข่มเหงผู้หญิงรึเปล่า”
สองคนมองหน้ากัน น้ำหนึ่งบอกเสียงแผ่ว สายตามีแต่ความเสียใจ
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเป็นเมียเก็บ เมียน้อย น้ำหนึ่งก็เหมือนกัน”
น้ำหนึ่งสะอื้นไห้ออกมา เสียงมือถือของน้ำหนึ่งที่เพชรวางไว้บนโต๊ะดังขึ้น น้ำหนึ่งจะคว้ามารับสาย แต่เพชรคว้ามาเสียก่อน เห็นเป็นเบอร์ของเกรียงศักดิ์
เพชรบอกด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “ท่านเกรียงศักดิ์...”
น้ำหนึ่งจะคว้ามือถือคืนแต่เพชรดึงออกห่าง
“ท่านเกรียงศักดิ์จะรู้สึกยังไงบ้างน้า? ถ้าลูกสาวคนเดียว...เป็นเมียน้อยคนอื่น”
พูดจบเพชรก็กดรับสาย และปล้ำจูบน้ำหนึ่งอย่างรุนแรง น้ำหนึ่งร้อง
“อย่าค่ะพี่เพชรอย่า”
เกรียงศักดิ์ถือโทรศัพท์อยู่ในมือ ได้ยินหมด ตกตะลึง
“น้ำหนึ่ง”
ดาราณีที่อยู่ข้างๆถามเสียงสั่น “อะไรคะคุณ”
เกรียงศักดิ์ได้แต่อึ้ง ดาราณีแย่งมาเปิดสปีกเกอร์โฟน ขณะที่เพชรกระซิบข้างหูน้ำหนึ่ง
“ร้องเลยน้ำหนึ่ง ร้องเลย คุณพ่อจะได้รู้...ว่าตอนนี้ลูกสาวสุดที่รักกำลังทำอะไร”
น้ำหนึ่งน้ำตาไหลพราก ไม่กล้าร้องซักแอะ ขณะที่เพชรจูบซุกไซร้ แกล้งน้ำหนึ่งและเกรียงศักดิ์ กระซิบเสียงสั่นยั่ว
“น้ำหนึ่งหอมไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว พี่มีความสุขที่สุดเลย น้ำหนึ่งจ๋า”
ฟากดาราณีกับเกรียงศักดิ์ได้ยิน ดาราณีน้ำตาไหลออกมา ขณะที่เกรียงศักดิ์ร้องตะโกน
“ไอ้เพชร”
แล้วโทรศัพท์ในมือของเกรียงศักดิ์ก็ถูกเขวี้ยงออกไป พร้อมๆ กับที่น้ำหนึ่งยกเท้ายันเพชรเต็มแรง ร่างเพชรเสียหลักชนเข้ากับฝาผนัง
“เลว..พี่เพชร เลวที่สุด น้ำหนึ่งเกลียดพี่เพชร”
น้ำหนึ่งวิ่งหนีเพชรออกไปทันที เพชรร้องตาม
“น้ำหนึ่ง..อย่าไป..น้ำหนึ่ง”
เพชรรีบตามน้ำหนึ่งไปทันที

ท่ามกลางความมืด พจนีย์วิ่งมาตามทาง หน้าตาบึ้งตึง เสียงเกรี้ยวกราด
“คอยดูนะ ฉันจะฟ้องพี่พลอย....พี่พลอยจะต้องจัดการแกแน่ๆ นังน้ำหนึ่ง”
ทันใดนั้นเองร่างของพจนีย์ก็สะดุดเข้ากับเชือกที่คาดกลางระหว่างทางเอาไว้ ความสูงแค่ข้อ
เท้า
“ว้าย”
ร่างของพจนีย์เซล้มลงข้างทาง พจนีย์เอามือคลำเท้า
“มืดก็มืด ทำไมฉันต้องมาล้มตอนนี้ด้วย ห๊า”
พจนีย์บ่นแต่แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นเชือกคาดกลางถนนอยู่
“ใครบ้าเอาเชือกมาคาดไว้”
พจนีย์หน้าตาหงิกงอ หันรีหันขวาง แต่พอหันหน้ามาอีกทีก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเจอกับร่างของใครคนหนึ่งในชุดสีน้ำตาลเก่าๆ โทรมๆ มีผ้าคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มองไม่เห็นใบหน้า
พจนีย์ร้องกรี๊ด “ว้าย”
ทับทิมในร่างสตรีลึกลับกระชากผมของพจนีย์ขึ้นมาเสียงเปลี่ยนไปเป็นอีกคน
“นังผู้หญิงหน้าด้าน แกไปแย่งสามีเค้าทำไม”
“ฉันเปล่านะ ฉันเปล่า”
“จะเปล่าได้ยังไง ในเมื่อฉันเห็น” ทับทิมกระชากหน้าพจนีย์ให้หงายขึ้นอีก “ฉันสั่งแกไว้เลยนะ ห้ามแกไปยุ่งกับผัวเมียสองคนนั่นอีก ไม่งั้นแกตาย”
พูดจบทับทิมก็เอาท่อนไม้ฟาดเข้าที่หน้าของพจนีย์อย่างแรง พจนีย์ร้องออกมาได้คำเดียวก็
หมดสติแน่นิ่งลงตรงนั้น ก่อนที่ทับทิมจะเร้นกายหนีหายไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างนั้นมะพร้าว เด็กสาวที่บ้านอยู่แถวนั้นขับรถกระบะคันเก่าผ่านมา
“เฮ้ย”
มะพร้าวร้องออกมาอย่างตกใจ ก่อนลงไปช่วยเหลือพจนีย์

ฝ่ายหมอณัฐประคองพลอยที่เดินถือไม้เท้าแบบสี่ขา เจอทับทิมเดินกลับมาพอดี ด้วยท่าทางปกติ
“อ้าว! คุณหมอ จะกลับแล้วเหรอคะ”
“ครับ”
“โทษทีค่ะ พอดีน้าวุ่นๆ ในสวนหน่อย เลยไม่ได้มาดูแล นี่ใช่มั้ยคะน้องสาวคุณหมอ คุณอลิส”
“ครับ”
อลิสมัวครุ่นคิดเรื่องเพชรกับน้ำหนึ่ง เลยไม่ได้ฟัง จนหมอณัฐต้องสำทับเรียก
“อลิส”
อลิสสะดุ้ง “คะ..พี่หมอ”
“คุณน้าทับทิม”
อลิสรีบยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ”
พลอยยิ้มหยันในสีหน้า “คราวนี้ไม่ผิดตัวนะคะ”
หมอณัฐฉงน “อะไรครับ”
“ตอนแรกที่เจอกัน คุณอลิสคิดว่าพลอยเป็นแม่”
หมอณัฐตกใจ “อลิส”
อลิสหน้าเจื่อนแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หมอณัฐต้องบอกพลอยอ้อมแอ้ม
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ..อลิสสายตาไม่ค่อยดี สงสัยกลับไปต้องไปทำเลสิค ไปอลิส กลับ”
“สวัสดีค่ะ”
หมอณัฐรีบจูงอลิสออกไป ทับทิมมองตาม
“ทำไมยัยอลิสทำท่าทางแปลกๆ มันเห็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่นี่คะ..พลอยไม่ได้ทำอะไร
“แต่แม่สงสัยว่ามันจะมีอะไร”
ทับทิมมองตามอลิสด้วยท่าทีไม่ค่อยไว้วางใจ

หมอณัฐเดินนำอลิสมาที่รถ อลิสบอก
“พี่หมอ...อลิสขออยู่ด้วยนานๆ นะ”
“ได้สิ..ว่าแต่อลิสจะอยู่ได้เหรอ? ที่นี่ไม่ได้มีอะไร เหมือนกรุงเทพฯ นะ”
“ได้สิคะ..อยู่กับแสงสีมานาน อลิสอยากอยู่กับธรรมชาติมั่ง”
“แน่ใจเหรอ?” หมอณัฐมองจ้องหน้า “พี่รู้สึกเหมือนอลิสมีอะไร”
“ถ้าจะมี...ก็คงเป็นเรื่องของคุณพลอยของพี่หมอ”
“ทำไม”
อลิสเฉไฉไปเรื่อย “ตอนแรกที่ฟังพี่หมอเล่า อลิสให้ผ่าน แต่พอเจอตัวจริง อลิสว่าเค้าน่ากลัว
เค้าเหมือนมีอะไรแปลกๆ ค่ะ”
“พี่บอกแล้วไง คนที่แปลกและน่ากลัวที่สุดในโลกคืออลิส ไม่ใช่คุณพลอย ไปขึ้นรถ”
หมอณัฐพาอลิสขึ้นไป อลิสหันมามองบริเวณบ้านเชิงเขา อย่างคาใจตามนิสัยอยากรู้ คิดในใจ
“ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงหน้าด้านที่มาจากกรุงเทพฯ ใช่ยัยน้ำหนึ่งรึเปล่า”

น้ำหนึ่งวิ่งหนีมาตามทาง ท่าทางเหนื่อยอ่อนลงไปทุกที เพชรวิ่งตาม
“หยุดนะน้ำหนึ่ง หยุด”
น้ำหนึ่งไม่หยุด ตะโกนบอก
“ไม่ต้องมายุ่ง น้ำหนึ่งเกลียดพี่เพชร”
เพชรตามมาทันกระชากคว้าตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ “คิดว่าจะหนีพี่ได้หรือ”
“น้ำหนึ่งยอมตาย ดีกว่าจะอยู่กับคนอย่างพี่เพชร”
“น้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งมองเพชรสายตาเสียใจมาก “พี่เพชรเห็นแก่ตัว พี่เพชรทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งทำลาย
เกียรติของน้ำหนึ่ง พี่เพชรไม่สนใจเลย ว่าน้ำหนึ่งจะอับอายแค่ไหน พี่เพชร เลว!”
น้ำหนึ่งผลักเพชรออกแล้ววิ่งหนีออกไป หมอณัฐขับรถมาด้วยความเร็วสูง จากแสงไฟสูงเจิดจ้า หมอณัฐเห็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งจะวิ่งตัดหน้า
“เฮ้ย”
หมอณัฐร้องลั่น รีบหักรถเลี้ยวหลบ อลิสเอามือปิดหน้าร้องลั่น
เป็นจังหวะเดียวกับที่เพชรตามมากระชากร่างของน้ำหนึ่งพ้นรัศมีของรถ เพชรตะคอก
“หยุดบ้าได้แล้วน้ำหนึ่ง มานี่”
เพชรลากข้อมือน้ำหนึ่งลับหายเข้าป่าข้างทาง อลิสกับหมอณัฐหันกลับมามอง อลิสใจเต้นรัว ตื่นเต้นตกใจ หมอณัฐห่วงน้อง
“เป็นยังไงมั่งอลิส เป็นยังไง”
อลิสไม่ได้สนว่าตัวเองจะเจ็บ จดจ่อเรื่องน้ำหนึ่ง “อลิสคิดว่าอลิสเห็นยัยน้ำหนึ่ง”
“ใคร”
“ยัยน้ำหนึ่งก็..คู่ปรับอลิส ที่อลิสเคยเล่าให้พี่หมอฟังนะสิคะ”
อลิสกระโจนลงจากรถ มองไปตามทาง เห็นแต่ความมืด ร่างของน้ำหนึ่งกับเพชรหายไปแล้ว
ทางด้านพลอยกำลังเดินฝึกกายภาพบำบัดเพียงลำพัง จับราวเดิน ท่าทางลุ้นๆ พลอยกลั้นหายใจ ปล่อยมือออกจากราว พลอยเดินได้หนึ่งก้าว แต่แล้วร่างร่วงผล็อยลงไป ทว่าสีหน้าของพลอยตื่นเต้น ถึงจะล้ม แต่มันก็เป็นนิมิตรหมายที่ดี

พลอยไม่พูดอะไร มีเพียงเสียงหัวเราะที่ดังก้องกังวาลขึ้นมาอย่างน่ากลัว

มารกามเทพ ตอนที่ 6 (ต่อ)

รจนาเดินตามหาพจนีย์ ดวงตาวาวโรจน์ขณะบอกตัวเองในใจ

“รจไม่ยอมให้พี่พจ์ไปหาพี่เพชรหรอก...พี่เพชรต้องเป็นของรจ”
รจนาย่ำเท้าไป จุดหมายคือ บ้านตากลั่น

ขณะเดียวกันเพชรลากน้ำหนึ่งมาตามทางจะกลับบ้าน น้ำหนึ่งยื้อมือตัวเองเอาไว้สุดฤทธิ์ ร้องกรี๊ด ขณะที่เพชรดุอย่างเป็นห่วง
“เลิกบ้าได้แล้วน้ำหนึ่ง ถ้าตะกี้รถชนตายจะเป็นยังไงฮึ”
“ก็ตายน่ะสิคะ”
เพชรฉุนจัด ตวาดลั่น “น้ำหนึ่ง”
“น้ำหนึ่งบอกแล้วไงคะ ว่าน้ำหนึ่งยอมตาย ดีกว่าจะต้องอยู่กับคนอย่างพี่เพชร”
เพชรมองน้ำหนึ่งนิ่งสายตาปวดร้าว ถามเสียงจริงจัง
“ในสายตาน้ำหนึ่ง พี่เลวขนาดนั้นเลยเหรอ”
น้ำหนึ่งมองมายังเพชรน้ำตาคลอ เจ็บปวดเสียใจ “คนที่ล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นไม่เลวหรอก
ค่ะ แต่เลือดเย็น...ใจดำ...” มองจ้องในอาการตัดพ้อ เสียใจมาก “นี่ใช่มั้ยคะที่ที่เพชรบอก...ปีนี้พี่จะเจอ
เนื้อคู่....เค้าชื่อเล่น...น.หนู ชื่อจริง พ.พาน เค้าชื่อ...น้ำหนึ่ง เพชรน้ำบุษย์”
เพชรใจหล่นวูบ มองหน้าน้ำหนึ่ง เห็นน้ำหนึ่งร้องไห้ ขณะบอกด้วยแววตาตัดพ้อ
“ความจริงแล้ว มันเป็นเกม...เกมของพี่เพชรแค่นั้น แต่หัวใจ..หัวใจของน้ำหนึ่ง...มันแหลกสลายไปแล้ว เพราะถูกพี่เพชรเอาเท้าเหยียบขยี้...น้ำหนึ่ง...ไม่น่า...รักพี่เพชรเลย”
พูดจบน้ำหนึ่งก็ผละตัววิ่งหนีไป เพชรรีบคว้าตัวของน้ำหนึ่งเอาไว้
“เดี๋ยว..น้ำหนึ่ง”
ร่างของน้ำหนึ่งปลิวหวือเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเพชร เพชรมองหน้าน้ำหนึ่งบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“รู้ไว้นะ...ทุกครั้งที่พี่ทำร้ายน้ำหนึ่ง พี่ก็ทำร้ายหัวใจตัวเองเหมือนกัน”
น้ำหนึ่งไม่เชื่อ มองเพชรด้วยสายตาสับสน ร้องไห้โฮออกมา
เพชรตกใจ “น้ำหนึ่ง”
“พอได้แล้วค่ะ น้ำหนึ่งเจ็บ..เจ็บตรงที่รู้ว่า พี่เพชรพูดไม่จริง แต่น้ำหนึ่งยังอยากจะเชื่ออีก”
เพชรบอกในท่าทีจริงจังอีก “งั้นใช้หัวใจของน้ำหนึ่ง หาความจริงจากใจพี่แล้วกัน”
พูดจบเพชรสวมกอดน้ำหนึ่งเอาไว้ มองจ้องตา ก่อนก้มลงประทับจูบ...น้ำหนึ่งตาโต แต่หัวใจอ่อน
ยวบไปอีกครั้ง เพราะรักเพชรเหลือเกิน
จังหวะนี้รจนาที่เดินมาชะงัก ตกตะลึง กัดริมฝีปากตัวเอง เมื่อเห็นเพชรกับน้ำหนึ่งมองจ้องตากันอยู่ ในสายตาของน้ำหนึ่งเห็นความจริงจังในแววตาคู่นั้น ขณะที่เพชรก็มองเห็นความอ่อนหวาน ในดวงตาที่ร้าวรานของน้ำหนึ่ง เพชรสงสารจับใจ ขณะที่น้ำหนึ่งน้ำตาไหลรินพูดด้วยเสียงเครือสั่น
“คนกระทำคงไม่รู้สึกอะไร แต่คนที่ถูกเอาหัวใจไปล้อเล่น มันเจ็บค่ะพี่เพชร มันเจ็บ”
พูดจบน้ำหนึ่งก็ผละตัวจะวิ่งไปอีก
“น้ำหนึ่ง”
เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งมากอดไว้แนบแน่น ด้วยความสงสาร และเห็นใจเป็นที่สุด น้ำหนึ่งดิ้น แต่เพชรกอดรัดแน่นไม่ยอมให้ไป น้ำหนึ่งยังคงดิ้นหนีอยู่อย่างนั้น เพชรคว้าตัวไว้อีก กอดแนบแน่นด้วยความเสียใจ ที่สุดน้ำหนึ่งก็ร้องไห้โฮซบหน้ากับอกเพชร
สองคนไม่รู้ว่ารจนามองมาอย่างแน่วนิ่ง จ้องตาแทบถลน มือกำแน่น ก่อนถลันวิ่งหนีไป พร้อมกับแกล้งร้องออกมาอย่างตกใจ
“พี่เพชร”
เพชรกับน้ำหนึ่งผละออกจากกัน รจนาแสร้งทำเป็นร้องว่าเพิ่งเห็น
“ว้าย” จากนั้นรจนาก็รีบหันหลังกลับ พูดละล่ำละลัก “นี่พี่เพชร...กับคุณน้ำหนึ่ง....มิน่า...พี่พจน์”
เพชรฟังแล้วฉงน “พจนีย์ทำไม”
รจนาหันกลับมาแต่ไม่มองหน้า “พี่พจน์ถึงได้หนีออกจากบ้านไงคะ ป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย”
น้ำหนึ่งหน้าซีดเผือด “คุณพจนีย์”

รุ่งเช้าพลอยรู้เรื่องก็แกล้งทำท่าตกใจ หันไปมองทับทิม ทับทิมมองจ้องไปที่น้ำหนึ่ง เหน็บเอา
“มีเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้าน คงไม่มีผู้หญิงคนไหนทนอยู่ได้หรอก พจนีย์หนีไปน่ะถูกแล้ว”
“เปล่านะคะ...น้ำหนึ่งไม่ได้เป็น...”
น้ำหนึ่งพูดยังไม่ทันจบ ทับทิมทะยานเข้ามากระชากผมเต็มแรง น้ำหนึ่งร้อง “โอ๊ย” ทับทิมด่ากราด
“จนขนาดนี้ ยังจะกล้าพูดอีกว่าไม่ได้เป็น”
เพชรปราดเข้ามาดึงน้ำหนึ่งออก “อย่าครับคุณแม่”
พลอยจดสายตามองหน้าเพชรเขม็ง ที่เห็นเพชรปกป้องน้ำหนึ่งท่าทีห่วงใยมาก แต่พลอยไม่แสดงอาการ บอกนิ่งๆ
“อย่าค่ะแม่...ให้เพชรจัดการเองเถอะค่ะ”

ทับทิมยอมปล่อยมือจากน้ำหนึ่ง

เพชรรีบคว้าตัวน้ำหนึ่งประคองเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยมือ รจนามองตาขวาง แต่ไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าพลอย ทับทิมถาม

“แล้วนี่..จะทำยังไง? จะไปตามหาพจนีย์ได้ที่ไหน”
พลอยมองหน้าเพชร เห็นเพชรหน้านิ่วแต่ไมได้เดือดเนื้อร้อนใจเท่าที่ควร พลอยจึงเสริม
“นั่นสิ...เป็นลูกผู้หญิง ไปไหนมาไหนคนเดียวคงอันตราย”
“พจน์น้อพจน์...น่าจะรู้...ธรรมชาติของผู้ชาย จะมีเล็กมีน้อยยังไง สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังอยู่ดี” ทับทิมจงใจเยาะน้ำหนึ่ง
น้ำหนึ่งน้ำตาหยดแหมะ เพชรจับแขนน้ำหนึ่ง บีบแน่นเป็นเชิงให้กำลังใจ
พลอย ทับทิม และรจนามองจ้องน้ำหนึ่งด้วยสายตาแตกต่างกัน พลอยหวงเพชร ในฐานะพี่ แต่กลัวเพชรสนใจคนอื่นมากกว่าตัวเอง ขณะที่ทับทิม มองอย่างเกลียดชังที่รู้ว่าเพชรชอบน้ำหนึ่งจริงๆ จะไม่ยอมแก้แค้น ส่วนรจนามองอย่างหึงหวงเพชร และเกลียดชังน้ำหนึ่ง
รจนาพูดนิ่งๆ แอบเหน็บให้น้ำหนึ่งรู้สึกผิด “แต่ตอนนี้...พี่พจน์เตลิดไปไหนก็ไม่รู้”

ส่วนพจนีย์นอนหมดสติอยู่ที่บ้านลุงเพิ่ม มีมะพร้าวคอยเช็ดหน้าเช็ดตาให้ พจนีย์ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา เอามือกุมแผลบริเวณถูกตี ครางแผ่วๆ มะพร้าวสะดุ้ง ก่อนทำหน้าโล่งใจ โพล่งตามนิสัย
“เฮ้อ!นึกว่าจะตายซะแล้ว”
ลุงเพิ่มที่อยู่นอกบ้านได้ยินเสียงเดินเข้ามาถาม
“เป็นไงวะมะพร้าว ต้องพาส่งลูกพยาบาลหรือเปล่า”
“เปล่าลุง...เค้าฟื้นแล้ว” มะพร้าวบอก
“ถูกใครทำร้ายมาวะ? แถวบ้านเราขโมยขโจร โจรผู้ร้ายไม่เคยมี”
“นั่นน่ะสิ”
สองคนมองหน้ากันสงสัย

ทับทิมเดินมาหาพลอยที่นั่งอยู่ หน้าตาของทับทิมถมึงทึง
“เพชรชักจะยังไงๆ อย่างที่แกว่าแล้วพลอย”
“เพชรสนใจเด็กนั่น” พลอยน้ำตาคลอๆ พูดเน้นคำอย่างน้อยใจ “มากกว่าพลอย”
พูดจบพลอยก็ทำท่าจะอาเจียนออกมา เพราะเครียดจัด ทับทิมร้องลั่น โผเข้าหา
“พลอยๆ”
พลอยพูดแทบไม่มีเสียง “เพชรห่วงนังเด็กนั่น มากกว่าพลอย”
พลอยโก่งคออาเจียนออกมา ทั้งร่างซวนเซจะล้มลงกับพื้น ทับทิมต้องพยุงร่างเอาไว้ตะโกนลั่น
“พลอย...แม่ไม่ยอม ยังไง เพชรมันก็ต้องแก้แค้นให้แก”
ดวงตาของทับทิมวาววับ โกรธเพชรมาก

ด้านน้ำหนึ่งร้องไห้อยู่ในห้อง เพชรจับร่างน้ำหนึ่งขึ้นมาบอกอย่างอ่อนโยน ด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“พี่ว่าน้ำหนึ่งกลับบ้านดีกว่า”
น้ำหนึ่งมองเพชรอย่างสงสัย “แล้วพี่พลอย”
“พี่พลอยเป็นคนใจดี พี่จะคุยกับพี่พลอยเอง”
น้ำหนึ่งเงียบไปนิดหนึ่ง “พี่พลอยยิ่งดี น้ำหนึ่งก็ยิ่ง...ยิ่งรู้สึกผิดกับพี่พลอย...คุณพ่อ...คุณพ่อไม่น่า
เลย” น้ำหนึ่งร้องไห้โฮๆ อย่างคนเสียขวัญ
เพชรคว้าตัวน้ำหนึ่งมากอดปลอบเอาไว้ รู้สึกผิด
“มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่เกี่ยวกับน้ำหนึ่ง”
จังหวะนี้ทับทิมเปิดประตูเข้ามา สองคนสะดุ้งโหยงผละออกจากกัน ทับทิมจ้องหน้าเพชร บอกเสียงแข็ง
“มานี่เดี๋ยวนี้เพชร!”
“ครับ”
ทับทิมมองน้ำหนึ่งเขม็ง ก่อนเดินออกไป น้ำหนึ่งมองตามเพชรไม่สบายใจ

เพชรมองมา ไม่รู้ทับทิมจะทำอะไร ทับทิมมองจ้องเพชร บอกด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“แกดูนั่น”
เพชรมองหน้าทับทิมก่อนมองตามสายตาของทับทิม เห็นพลอยนอนกองกับพื้นโก่งคอเจียน ทับทิมตวาด
“แกดูซะ..พลอยเป็นยังไง”
ทับทิมผลักเพชอย่างแรงจนร่างเพชรเซล้มลงตรงหน้าพลอย เพชรเงยหน้าขึ้น ใบหน้าพลอยประจัน
อยู่ตรงหน้าเพชร ดวงหน้าของพลอยซีดเผือด แววตาสุดเศร้า แต่เมื่อรวมกัน ใบหน้านั้นแลดูชวนขนลุกขนพอง พลอยมองเพชร อาเจียนออกมาตรงหน้า เพชรมองอย่างผะอืดผะอม ความเครียดและกดดันที่ก่อตัวขึ้น ทับทิมตรงเข้ามาเขย่าเพชร ขย้ำคอให้มองพลอย
“แกดูเพชร แกดู สภาพพลอยเป็นอย่างนี้ ถ้าแกจะปล่อยนังเด็กนั่นอีก แกก็ไม่สมควรจะเรียกพลอยว่าพี่อีกต่อไป"

เพชรมองหน้าพลอย เห็นพลอยอาเจียนออกมาอีกน้ำลายไหลย้อย สภาพน่าเวทนาและน่ากลัว

ขณะเดียวกันน้ำหนึ่งเดินไปเดินมาท่าทางเครียดและกังวล ทั้งห่วงเพชร และเริ่มสงสัยในท่าทีแปลกๆ ของทับทิม จนอดรนทนไม่ไหว น้ำหนึ่งจึงรีบเดินออกไปจากบ้านทันที

ด้านเพชรสุดแสนจะอัดอั้นและลำบากใจ แต่ต้องพูด
“พี่พลอย” เอื้อมมือมาจะจับพลอยประคองเพื่อปลอบ
ทับทิมปัดมือเพชรออก “ไม่ต้องจับพลอย พลอยมันไม่ตายง่ายๆ หรอก แต่มันอาจจะตายเร็วขึ้นเพราะมีน้องอย่างแก”
ทับทิมผลักเพชรอีก พร้อมเอามือขย้ำคอเพชรผลักให้เข้าไปใกล้พลอย ขณะที่พลอยมองหน้า
เพชร ร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลปนกัน เมื่อผสมกับอาการอาเจียน เพชรมองสุดจะทน เผลอทำหน้าแหยงกลัว
พลอยเอื้อมมือมาคว้าคอเพชร ถามเสียงแผ่ว “เพชร ทนสภาพพี่ไม่ได้เหรอ”
เพชรปฏิเสธ “เปล่า...ครับ พี่พลอย”
พลอยคว้าคอเพชรเข้าใกล้ๆ “งั้น...เพชรก็เข้ามาใกล้ๆ พี่สิ...เข้ามาใกล้ๆ ให้ได้ยินเสียงหัวใจของพี่ว่ามันทรมานแค่ไหน”
มือของพลอยเกร็งจิกคอเพชรแน่น ตามองเพชร ท่าทางน่าสงสารแต่สายตาบ่งบอกถึงความ เจ็บปวด
“หัวใจของคนที่ถูกทิ้ง ถูกย่ำยี ถูกกดขี่ข่มเหง” เสียงพลอยเริ่มดังขึ้น เพราะคุมอารมณ์ไม่อยู่ “แต่กลับถูกมองว่าเป็นคนผิด คนเลวทรามต่ำช้า คนอื่นพี่ไม่แคร์ แต่เพชร...เพชรไม่สนใจพี่” พลอยหวีด
ร้องสุดเสียง “เพชรเห็นคนอื่นดีกว่าพี่ ทั้งๆ ที่มันเป็นลูกของศัตรู”
พลอยกรี๊ดๆๆ เพชรทนไม่ไหวปัดมือพลอยออก ทับทิมกับพลอยตกใจ เพชรไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
ทับทิมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“ไอ้เพชร” คว้าตัวเพชรเอาไว้
เพชรปัดมือทับทิมออก ทนไม่ไหวแล้ว “ผมรู้ครับแม่ ผมรู้หมดว่าอะไรเป็นอะไร แต่...แต่น้ำหนึ่งไม่เกี่ยว”
พลอยกะทับทิมคาดไม่ถึง “เพชร” / “ไอ้เพชร”
“จะให้ผมไปฆ่าไอ้เกรียงศักดิ์ก็ได้...แต่น้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งไม่เกี่ยว...อย่าให้ผมต้องกลายเป็น ผู้ชายที่เลวทรามต่ำช้า ข่มเหงรังแกผู้หญิงเลยนะครับ”
เพชรผลุนผลันเดินไปหนี เหมือนไม่สนใจอะไรแล้ว พลอยมองตามด้วยความปวดร้าว น้ำตาคลอ
“เพชรเห็นคนอื่นดีกว่าพลอยจริงๆ”
“แม่ไม่ยอม ไอ้เพชร”
ทับทิมตามเพชรไปทันที

ขณะที่ที่น้ำหนึ่งวิ่งมา เห็นเพชรเดินมาอีกมุม โดยมีทับทิมเดินตามตวาดดังลั่น
“หยุดเดี๋ยวนี้เพชร แม่บอกให้หยุด”
เพชรไม่หยุด ทับทิมวิ่งมากระชากแขน แล้วตบผลัวะข้าที่หน้าเพชร จนเพชรหน้าหัน เพชรเหลียวขวับมาตกใจใจ น้ำหนึ่งตะลึง ตกใจ รีบหลบมุมแอบมอง เสียงของทับทิมดังก้อง
“เดี๋ยวนี้แกกล้าทำกับแม่อย่างนี้เหรอ” ทับทิมตบอีกฉาด “แกกล้าทำกับแม่อย่างนี้เหรอ เสียดายที่ฉันอุตส่าห์ชุบเลี้ยงแกมา”
น้ำหนึ่งมอง สะดุดคำว่า “ชุบเลี้ยง” ขณะที่เพชรมองทับทิมด้วยสายตาร้าวราน เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“แม่”
“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่..ถ้าเรื่องแค่นี้แกทำให้ฉันไม่ได้”
เพชรลำบากใจ “ผมรู้ว่าพี่พลอยเจออะไรมาบ้าง พี่พลอยต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมานแค่ไหน แต่
สิ่งที่แม่ให้ผมทำ คือการให้ผมย่ำยีผู้หญิง เหมือนที่พี่พลอยถูกกระทำ...มันถูกต้องเหรอครับแม่”
ทับทิมเสียงเข้ม เหมือนถูกจี้จุดในอดีต
“ถูก!เพราะผู้หญิงพวกนี้...มันวิ่งเข้ามาเอง มันแส่เอง...” น้ำเสียงทับทิมเริ่มสั่น “เหมือน...นังหน้าด้านที่มันวิ่งเข้ามาหาพ่อแก!”

เหตุการณ์ครั้งอดีตผุดขึ้นในความคิดของทับทิม เหตุการณ์เกิดขึ้นที่บ้านเดิมทับทิม ก่อนเกิดเรื่องพลอย
เวลาตอนกลางวัน จินดา สามีของทับทิมพ่อของพลอย นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในสวน จินดา เป็นนายหน้าขายที่
ระหว่างนั้นมีผู้หญิงชาวบ้านสาวสวยทำทีเป็นยื่นโฉนดมาให้ แต่สายตามองมาอย่างยั่วยวนเจ้าชู้ พอจินดายื่นมือมาผู้หญิงก็จับมือเอาไว้ จินดายิ้มท่าทีสุภาพเบี่ยงมือออก แต่ผู้หญิงกลับยึดเอาไว้
ทับทิมยืนมองอยู่ที่นอกสวน เห็นผู้หญิงเขยิบเข้ามาใกล้ เบียดตัวเข้าหาจินดามากกว่าเดิม แถมยังเอามือสวมกอด ก้มลงจูบที่แก้ม จินดาบ่ายเบี่ยง ผู้หญิงรุก สุดท้ายจินดาก็เผลอใจ จูบตอบ
ทับทิมที่แอบมองอยู่นานเดินพรวดเข้ามาหึงหวงสุดขีด จินดาผงะตกใจ
แต่ผู้หญิงคนนั้นเหยียดยิ้ม ทำท่าเหนือกว่า สวยกว่า และสาวกว่า ทับทิมมองตาวาวโรจน์

ทับทิมโกรธจนเนื้อตัวสั่น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้
“พวกผู้หญิงหน้าด้าน เห็นพ่อแกมีขึ้นมาหน่อยก็วิ่งเข้าหา” ดวงตาเหลือกลานกลอกไปมา
“มันสมควร” ทับทิมกระแทกเสียงตอนท้าย “มันสมควร!”
เพชรสุดแสนจะลำบากใจ คือไม่รู้ความจริง ฟังแค่เรื่องเล่าของแม่และพี่สาว แม้จะเชื่อแต่ครั้นพอตัวเองต้องมาเป็นคนกระทำ ถูกดึงเข้าไปเกี่ยว ทำให้เพชรลำบากใจและอึดอัดมาก
“แต่ถ้าพ่อ...ถ้าพ่อจะไม่” เพชรท้วง
“พ่อแกก็ ไม่ แต่ผู้หญิงพวกนั้นต่างหากที่เข้าหาพ่อแก ผู้หญิง หน้าด้านทุกคน”
“ถ้าแม่พูดอย่างนี้ ก็แปลว่า..แม่กำลังด่าพี่พลอย”
“ไอ้เพชร” ทับทิมตบหน้าเพชรอีก ก่อนกระชากแขน น้ำตารื้น เสียงเครือสั่น “จำไว้ว่าพี่แก
ไม่ได้เหมือนผู้หญิงพวกนั้นพลอยมันถูกไอ้เกรียงศักดิ์กระทำ...พลอยมันถูกไอ้เกรียงศักดิ์ย่ำยี ทันทำให้พลอยเป็นโรคประสาท พลอยพิกลพิการ”

น้ำหนึ่งสะเทือนใจ น้ำตาไหลพราก เริ่มรู้สึกผิดแทนพ่อขึ้นมาอีก 

มารกามเทพ ตอนที่ 6 (ต่อ)

ส่วนทับทิมร้องไห้ฟูมฟายอยู่กับเพชร พูดด้วยเสียงเครือๆ ร่างสั่นสะท้าน

“พลอยไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น ไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น” ร่างทับทิมสั่นมากขึ้นอีกขณะตะเบ็งเสียงบอก “ได้ยินมั้ยเพชร พลอยไม่เหมือนผู้หญิงพวกนั้น ไม่มีวันเหมือน!”
“แม่” เพชรคว้าตัวทับทิมเอาไว้
ร่างของทับทิมสั่นไปทั้งตัว เริ่มคุมตัวเองไม่ได้ น้ำหนึ่งมองภาพตรงหน้า อย่างตื่นตะลึง งุนงงสงสัย
คนบ้านนี้แปลกๆ ขึ้นทุกวัน
ทับทิม ดวงตาอัดแน่นไปด้วยความลับความหลังแสนเจ็บปวด ทับทิมคุ้มคลั่ง เริ่มอาละวาด
“ฉันเกลียดนังผู้หญิงหน้าด้าน ฉันเกลียดมัน ฉันเกลียดมัน”
ทับทิมคลั่งขึ้นมาอีก เพชรจับตัวทับทิมเอาไว้
เพชรพยายามดึงสติทับทิม “หยุดครับแม่ หยุด”
“ฉันไม่หยุด...” ทับทิมตาเหลือกลานสับสน เริ่มแยกไม่ออก อันไหนความจริง อันไหนความหลัง
เสียงของทับทิมสั่นรัว “ฉันจะไปจัดการนังผู้หญิงหน้าด้านพวกนั้น ฉันจะไปจัดการนังน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งตกใจ หน้าซีดเผือด ทั้งรู้สึกผิด รู้สึกกลัว จึงวิ่งผละออกมา เพชรกอดทับทิมเอาไว้แน่น
“อย่าครับแม่ อย่า”
ทับทิมตาเหลือกลาน “ฉันจะไป...ฉันไปจะ”
ภาพของจินดาซึ่งนอนจมกองเลือด เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลที่ถูกแทง เลือดไหลทะลัก ผุดขึ้นมาหลอกหลอนทับทิมซึ่งยามนี้น้ำตาไหลพรากๆ ทะลักออกมาเหมือนกันกับเลือดจากร่างจินดา ทั้งน้ำตาและเลือดที่ไหลทะลักผสมปนเปในความคิดของทับทิม นอกจากนี้ในห้วงคำนึงนั้น ยังเห็นเงาของใครคนหนึ่ง นั่งถือมีดอยู่ข้างๆ ศพจินดา

ทับทิมดึงตัวเองออกมา คืนสู่ปัจจุบัน น้ำตาไหลพราก ขณะพูดเหมือนเพ้อออกมา
“พ่อแกต้องยังอยู่...พ่อแกต้องยังอยู่” เสียงทับทิมดังขึ้นกว่าเดิม “ถ้าไม่มีผู้หญิงพวกนั้น”
ทับทิมกรี๊ดสุดเสียง ก่อนที่จะนอนแน่นิ่งหมดสติไป เพชรตกตะลึง ร้องออกมาได้คำเดียว
“แม่!”
เพชรกอดประคองทับทิม สีหน้าเจ็บปวด อึดอึด ลำบากใจ ทุกข์ใจแสนสาหัส

ด้านน้ำหนึ่งวิ่งร้องไห้ออกมา เสียงของทับทิมดังก้องในหู
“พลอยมันถูกไอ้เกรียงศักดิ์กระทำ พลอยมันถูกไอ้เกรียงศักดิ์ย่ำยี ทันทำให้พลอยเป็นโรค
ประสาท พลอยพิกลพิการ”
พร้อมกันนั้นในความคิดน้ำหนึ่ง เห็นเป็นภาพความทุกข์ทรมานต่างๆ ของพลอย ที่เคยพบเจอ
จังหวะนี้ พลอยเลื่อนรถเข็นออกมามองน้ำหนึ่งเขม็ง ทันใดนั้นเองพลอยรีบเลื่อนรถเข้ามาหาอย่าง
รวดเร็ว น้ำหนึ่งร้องกรี๊ดสุดเสียง เมื่อเห็นรถของพลอยไถลออกมาด้วยความเร็วสูง น้ำหนึ่งฉากหลบ!
แล้วเสียหลักล้มลง น้ำหนึ่งร้องไห้ ทั้งเจ็บทั้งกลัว พอเงยหน้าขึ้นมาก็สะดุดกึก เมื่อสิ่งที่เห็นคือเท้าของพลอย
พลอยมองน้ำหนึ่งนิ่งๆ มีแต่แววแห่งความชิงชังฉายชัดในดวงตาคู่งาม น้ำหนึ่งค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามอง พลอยปรับสีหน้ามองมาอย่างอาทร
“พี่ขอโทษ...พี่ไม่เห็นน้ำหนึ่ง พี่ไม่ทันระวัง... ขึ้นมาจ้ะ”
พลอยยื่นมือออกไปหา น้ำหนึ่งมองพลอย ยิ่งร้องไห้ออกมา พลอยแสร้งตกใจ
“น้ำหนึ่ง..น้ำหนึ่งเป็นอะไรจ๊ะ”
น้ำหนึ่งสะอื้นฮักๆ สงสารพลอยจับใจ “พี่พลอย”
พลอยยิ่งทำทีเป็นห่วงตกใจมากขึ้น “น้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งเป็นอะไรไปจ๊ะ ร้องไห้ทำไม”
น้ำหนึ่งมองมาอย่างซาบซึ้ง “น้ำหนึ่งร้องไห้ เพราะรู้สึกผิดกับพี่พลอย” เด็กสาวผู้อ่อนต่อโลกจับมือพลอยเอาไว้ “ทำไมพี่พลอยเป็นคนดีอย่างนี้คะ”
น้ำหนึ่งเลื่อนตัวเข้ามากอดขาของพลอยเอาไว้ พลอยเหยียดยิ้มมองอย่างเย้ยหยัน แต่ถามด้วยเสียงตกใจ
“พี่...พี่งงไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้นจ๊ะ”
“น้ำหนึ่งรู้ว่าพี่เพชร พี่พลอยต้องเจ็บปวดเพราะน้ำหนึ่ง...ต่อ..ต่อให้พี่เพชรจะไล่ น้ำหนึ่งก็
ไม่ไป”
พลอยงงจริง “อะไรนะ? เพชรไล่น้ำหนึ่ง หมายความว่ายังไง”
น้ำหนึ่งบอกพาซื่อ “พี่เพชรบอกให้น้ำหนึ่งกลับบ้าน”
นัยน์ตาพลอยเป็นประกายวาววับ นึกโกรธเพชรขึ้นมา แต่พลอยยังคุมสีหน้านิ่ง ฟังน้ำหนึ่งว่าต่อ
“ค่ะ พี่เพชรบอกให้น้ำหนึ่งกลับบ้าน เพราะเรื่องทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับน้ำหนึ่ง”
อารมณ์โกรธของพลอยพุ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆ จนปรี๊ดขึ้นมาสูงสุด แต่ไม่พูด ดวงตาจ้องฟังน้ำหนึ่งต่อ น้ำหนึ่งมัวแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ไม่ทันเห็นดวงตาของพลอยยามนี้ที่แทบจะลุกเป็นไฟแล้ว
“แต่น้ำหนึ่งไม่กลับหรอกค่ะ...ยิ่งเห็นพี่เพชรถูกน้าทับทิมดุ น้ำหนึ่งก็ยิ่งจะไม่ไปไหน น้ำหนึ่ง
จะอยู่ที่นี่ ดูแลรับใช้พี่พลอย จนกว่าคุณน้าทับทิมจะหายโกรธ”
“โถ...น้ำหนึ่ง ทำไมหนูถึงเป็นเด็กดีอย่างนี้...เชื่อเพชรนะจ๊ะ กลับกรุงเทพฯเถอะ พี่จะคุย
กับแม่เอง” พลอยแสงทำเสียงหม่นเศร้า “แต่เพชร..เพชรอาจจะโดนหนักหน่อย”
น้ำหนึ่งสวนออกมาทันที “ยิ่งรู้อย่างนี้น้ำหนึ่งยิ่งไม่กลับ...น้ำหนึ่งจะให้คุณพ่อมาชดใช้”
“หนูจะให้ท่านชดใช้ยังไง”
“ทุกอย่างที่พี่พลอยต้องการ”
“ทุกอย่างที่พี่ต้องการ”
“ค่ะทุกอย่างที่พี่พลอยต้องการ”
“แม้กระทั่งไปแทนที่คุณแม่ของหนูอย่างนั้นน่ะหรือ”
น้ำหนึ่งอึ้ง เงียบไปทันที เพิ่งคิด หากมีพลอย แม่ก็ต้องโดนทำร้าย

พลอยมองน้ำหนึ่งอย่างเกลียดชัง

ด้านเกรียงศักดิ์ทานข้าวเช้าเตรียมไปทำงาน แต่กินไม่ลง ดาราณีถามอย่างห่วงใย

“จะให้นวลทำอะไรใหม่ให้มั้ยคะ เดี๋ยวฉันไปบอกให้” ดาราณีทำท่าจะลุกไปในครัว
เกรียงศักดิ์ยกมือห้าม น้ำเสียงหม่น “ไม่ต้อง...จะทำอะไรตอนนี้ ผมก็ทานไม่ลง”
ดาราณีถอนหายใจเฮือก
“ฉันรู้ว่าคุณกลุ้ม ฉันเองก็กลุ้ม แต่ยิ่งคุณทำอย่างนี้ ฉันก็ยิ่งกลุ้มใจ”
“ผมขอโทษ...ผมไปทำงานก่อนแล้วกัน”
เกรียงศักดิ์คว้ากระเป๋าเดินออกไป ดาราณีมองตามกลุ้มใจ

เกรียงศักดิ์เดินออกมา ท่าทางไม่สบายใจ ยิ่งคิดถึงอดีต ยิ่งไม่สบายใจ

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนกลาง ขณะที่เกรียงศักดิ์จะเดินไป พลอยยืนร้องไห้อยู่ด้านหลังบอก
“ท่านเอง....ก็มีลูกสาว”
เกรียงศักดิ์หันมามอง พลอยบอกต่อ
“ถ้าวันหนึ่ง ลูกสาวท่าน ถูกทิ้งไปอย่างพลอย ท่านจะว่ายังไงคะ”
“พลอย” เกรียงศักดิ์ลำบากใจ “แต่ที่ผ่านมา...พลอย...ยินยอมพร้อมใจเองนะ”
“งั้น...ถ้าลูกสาวของท่าน ยินยอมพร้อมใจกับใคร...คนคนนั้นก็มีสิทธิ์ทิ้งได้เหมือนกัน ใช่มั้ยคะ”
เกรียงศักดิ์ฉุน “เอ๊ะ!พลอยนี่ยังไง”
“พลอยแค่อยากบอก พลอยเองก็มีแม่ มีคนที่รักพลอยเหมือนกัน...ท่านจะได้เข้าใจหัวอกของแม่พลอยบ้าง แม่พลอยเจ็บ และพลอยก็เจ็บยิ่งกว่าที่ทำให้แม่ทุกข์ใจ”
พลอยน้ำตาไหลออกมานองหน้า

เกรียงศักดิ์ยิ่งคิดยิ่งเครียด บอกตัวเองในใจ
“กรรมตามสนองเราแล้ว ตามสนองเราแล้วจริงๆ”
เกรียงศักดิ์สะบัดหน้า พยายามไล่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนเดินขึ้นรถ คนขับรถขับออกไป
เกรียงศักดิ์ยังไมได้คิดว่าเรื่องที่น้ำหนึ่งหนีตามเพชรนั้นเกี่ยวข้องกับพลอย แค่รู้สึกทุกข์ประสาคนเป็นพ่อ เหมือนที่แม่พลอยเคยโดน

อลิสยังอยู่ที่บ้านหมอณัฐ ครุ่นคิดเรื่องที่ได้ยินรจนาพูด เสียงนั้นดังก้องในหู
“หมู่นี้ชอบมีผู้หญิงหน้าด้านมายุ่งกับพี่เขยฉัน เพิ่งตามมาจากกรุงเทพฯ ก็อีกหนึ่ง ที่เป็น
ข่าวเกรียวกราวไปทั่วเมืองไง”
ภาพที่เห็นน้ำหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถผุดขึ้นมาอีก
“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ผู้หญิงคนนั้นมันต้องเป็นนังน้ำหนึ่ง”
อลิสคิดสระตะแล้วหันขวับจะเดินออกไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หมอณัฐที่จะออกไปทำงานเดินเข้ามา สองคนเกือบชนกัน อลิสร้องลั่น
“ว้าย!”
“จะรีบไปไหนอลิส”
อลิสยิ้มทะเล้น “มาเที่ยว ก็ต้องไปเที่ยวสิคะ...อลิสไปก่อนนะคะ เดี๋ยวมา”
อลิสจะเดินออกไป หมอณัฐร้องเรียกไว้
“เดี๋ยว”
“อะไรคะ”
“อลิสไปเที่ยวจริงเหรอ”
“ก็จริงน่ะสิคะ พี่หมอทำไมถามแปลกๆ”
“ก็อลิสทำท่าแปลกๆ เหมือน...อยากรู้อยากเห็นเรื่องอะไรอย่างนั้นแหละ”
“ก็แล้วถ้าอลิสบอกว่า อยากรู้เรื่องคุณพลอย พี่หมอจะว่ายังไงคะ”
อลิสทำหน้ายิ้มยั่ว หมอณัฐเขินนึกว่าพูดเล่น
“เรานี่จริงๆ เลยอลิส” หมอณัฐเดินออกไป
อลิสหัวเราะขำร้องตาม “เอ๊า!พี่หมอ อย่าเพิ่งรีบไปสิคะ...มาเล่าเรื่องคุณพลอยให้อลิสฟังก่อน”
หมอณัฐอมยิ้มเขิน เดินขึ้นรถ แล้วขับออกไป อลิสมองตามจนรถของหมอณัฐแล่นออกไป
“ก็พี่หมอไม่ยอมเล่าเรื่องคุณพลอยให้ฟังนี่ อลิสถึงต้องสืบเอง!”

ขณะนั้นพลอยนั่งรถเข็นมาเพียงลำพัง ดวงตาครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุยกับน้ำหนึ่ง
“แม้กระทั่งไปแทนที่คุณแม่ของหนูอย่างนั้นน่ะหรือ”
น้ำหนึ่งได้แต่อึ้ง นิ่งเงียบ พลอยทำหน้าเย้ยหยัน
“ฉันไม่ไปแทนที่แม่เธอหรอกน้ำหนึ่ง...มันจะมากกว่านั้น!”
ดวงตาพลอยเต็มไปดวยความเคียดแค้น โกรธเกลียด ชิงชังอัดแน่น แล้วจู่ๆ พลอยก็ทำท่าจะลุกเดินขึ้นมา แต่กลับล้มแผละลงไป ทว่าพลอยฮึดสู้ จับพนักรถเข็น พยุงตัวเองขึ้นมาใหม่ ท่าทางของพลอยแข็งแรงขึ้นทุกวัน

น้ำหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ที่ด้านนอกตัวบ้าน สีหน้ากลุ้มหนัก คิดในใจ
“เราเป็นห่วงพี่พลอย จนลืมนึกถึงคุณแม่” ก่อนจะพึมพำออกมา “คุณแม่น้ำหนึ่งขอโทษ”
น้ำหนึ่งเครียดจัด รู้สึกผิดต่อแม่และพลอย น้ำหนึ่งเดินออกไป ระหว่างนั้นอลิสเดินเข้ามาในบริเวณบ้านแล้ว กิริยาท่าทางของอลิสอยากรู้อยากเห็นเต็มที

แต่อลิสยังไม่ทันเห็นน้ำหนึ่ง

ส่วนภายในห้อง ทับทิมทอมนอนแบบอยู่บนเตียง ท่าทางยังเครียดจัดอยู่อย่างเก่า เพชรเอายามาให้

“ยาครับแม่”
“แม่ไม่กิน”
“แต่คุณหมอสั่งให้แม่กินตลอดนะครับ”
“คนบ้านนี้มันบ้า บ้าทั้งแม่ทั้งลูก!”
เพชรปลอบ “แม่กับพี่พลอยไม่ได้บ้า มันเป็นแค่ยาคลายเครียด แม่ทานนะครับ จะได้ดีขึ้น”
เพชรกุลีกุจอ เอายาเอาน้ำให้ทับทิมกิน ทับทิมมองหน้า เพชรฝืนยิ้มเอาใจ
“ทานนะครับ” เพชรพยายามตะล่อมจับมือทับทิมออกมา เอายาวางไว้ให้ แล้วยื่นแก้วน้ำ ทับทิมรับมาก่อนบอก
“แม่อยากอยู่คนเดียว”
“งั้นแม่พักผ่อนเยอะนะครับ ผมอยู่ด้านนอกนี่แหละ มีอะไรแม่เรียกผมได้ตลอดเวลา”
เพชรเดินออกไป ทับทิมนั่งหน้าเครียดเคร่ง มือกำยาแน่น ไม่ยอมกิน
“ฉันไม่บ้า ฉันไม่กิน”
ทับทิมเอายาทิ้งลงในถังขยะ

เพชรเดินออกมานอกห้องของทับทิม สีหน้าของเพชรกังวล กลุ้มใจ เป็นสีหน้าที่เหน็ดเหนื่อยเหลือแสน

ทับทิมนั่งน้ำตาไหลอยู่ภายในห้อง จ่อมจมอยู่กับความทุกข์ใจ ภาพความทุกข์ทรมานต่างๆ ของพลอย ทั้งตอนถูกเกรียงศักดิ์ทิ้งขับรถชนจนพิการ ถูกดาราณีลากตัวท้าย หัวอกของคนเป็นแม่เห็นแล้วใจสลาย ทับทิมครุ่นคิดถึงเรื่องร้ายในอดีต

วันนั้นทั้งที่เป็นตอนกลางวัน แต่ในห้องนอนทับทิมกลับมืดสลัวๆ บรรยากาศวังเวงน่ากลัว ร่างของจินดานอนจมกองเลือด ทับทิมนั่งถือมีดอยู่ มองจ้องร่างไร้วิญญาณของจินดาสะอื้นไห้
“ฉันทนไม่ได้...ทนไม่ได้จริงๆ ถ้าคุณจะทิ้งฉันไปมีคนใหม่....เราต้องอยู่ด้วยกันจินดา...เรา
ต้องอยู่ด้วยกัน
ทับทิมค่อยๆ เอามือลูบหน้าจินดาอย่างเสียดาย หวงแหน อาลัยอาวรณ์ พลอยในชุดนักเรียนประถมต้นเดินเข้ามา พลอยกรี๊ดสุดเสียงเมื่อเห็นร่างของจินดานอนจมกองเลือด
“พ่อ!”
ทับทิมสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองพลอยอย่างตกใจ

ทับทิมนอนหลับอยู่ในห้อง เหงื่อแตกพลั่ก แต่ดวงตาภายในเปลือกตานั้นกลิ้งกลอกตลอดเวลา เหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาหลอกหลอน

วันนั้นพลอยซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลาย กำลังเอาธูปปักลงกระถางหน้ารูปภาพของจินดา
“พลอยไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพ่อถูกคนร้ายฆ่าตาย”
ทับทิมเสียงสั่นๆ “ทำไมพลอยคิดอย่างนั้น”
พลอยทำท่าครุ่นคิดถึงความหลัง “ถึงตอนนั้นพลอยจะยังเด็ก แต่พลอยก็จำได้ พลอยไม่เห็นคนร้าย พลอยเห็นแต่แม่...และมือของแม่ก็ถือมีด เปื้อนเลือด”
สีหน้าทับทิมซีดเผือด เนื้อตัวสั่นระริก พลอยจ้องหน้าทับทิม
“แม่ฆ่าพ่อใช่มั้ยคะ”

ทับทิมนอนกระสับกระส่ายไปมา รำพึงรำพัน
“ไม่...ฉันไม่ได้ฆ่าพ่อแก ฉันจะฆ่าพ่อแกไปทำไมพลอย ฉันจะฆ่าพ่อแกไปทำไม”
ถามตัวเองเสร็จ ทับทิมก็ร้องไห้โฮ แบบคนเก็บกดเสียสติ เพชรที่ดูอยู่ด้านนอก ได้
ยินเสียง ยิ่งเครียด อยู่บ้านนี้ไม่เคยมีความสุขเลย!
เพชรไม่รู้เรื่องที่พลอยเห็นทับทิมฆ่าจินดาตาย รู้แค่พ่อถูกคนทำร้ายตาย
เพชรหลับตาลงเหนื่อยอ่อน บอกตัวเองในใจ
“แกต้องทำให้แม่ ทำให้พี่พลอยมีความสุขเพชร!”
เพชรผลุนผลันเดินออกไป

เพชรจะเดินออกไปนอกบ้าน เห็นอลิสจะเดินเข้ามาในตัวบ้าน เพชรเขม้นตามองอลิสจำได้ พลอยเคลื่อนรถเข็นเข้ามา บอกเพชรเสียงเรียบ
“แขกพี่...เดี๋ยวพี่จะรับรองเค้าเอง เพชร...ไปดูแลน้ำหนึ่งให้ดีแล้วกัน”
พลอยเคลื่อนรถเข็นออกไป

เพชรวิ่งออกมาด้านหลังบ้าน กวาดตามองหาน้ำหนึ่ง
“น้ำหนึ่ง..น้ำหนึ่ง”
อลิสชะงัก ได้ยินเสียงของเพชรเรียกน้ำหนึ่งๆ
“น้ำหนึ่ง!”
อลิสจะตามเสียงไป แต่ต้องชะงัก เมื่อพลอยเลื่อนรถเข็นออกมารวดเร็ว จากตรงทางลาดที่พลอย
ใช้เข็นรถ
“มาหาใคร”
อลิสตกใจหน้าเจื่อน ก่อนแสร้งยิ้ม “ก็มาหาคุณพลอยไงคะ”
พลอยยิ้มรู้ทัน “แต่ท่าทางของคุณอลิสไม่เห็นจะสนใจฉันเลย อยากรู้เรื่องคนบ้านนี้เหรอคะ”
อลิสยิ้มเจื่อน เสียงของเพชรดังขึ้น
“น้ำหนึ่งๆ”
อลิสหันไปมอง อาการปิดไม่มิด พลอยยิ้มเย้ย
“คุณอยากรู้เรื่องคนบ้านนี้จริงๆ ด้วย”
ว่าพลางพลอยเลื่อนรถเข็นเข้ามาใกล้ๆ อลิสถอยหลังกรูด แทบจะล้ม
“คุณจะทำอะไร”
“เล่าทุกอย่างให้คุณฟังไง...รอฟังดีๆ แล้วกัน”
พูดเท่านั้น พลอยก็ไม่ปล่อยให้อลิสตั้งตัว แต่พลอยกลับเลื่อนรถเข็นพุ่งชนเข้าที่ร่างของอลิสอย่างแรง อลิสล้มลง ร้องลั่น
“โอ๊ย”
พลอยพุ่งตัวเองลงมาจากรถเข็น กระชากผมอลิสอย่างแรง

“ไง...อยากรู้เรื่องอะไรถามมา ฉันจะบอกให้หมดเลย”

ติดตาม "มารกามเทพ" ตอนที่ 7
มารกามเทพ ตอนที่ 5
มารกามเทพ ตอนที่ 5
วันต่อมา ขณะที่พลอยเข็นรถเข็นเข้ามาในห้องโถงบ้านเชิงเขา ได้ยินเสียงของน้ำหนึ่งดังแว่วมาเหมือนคนนอนละเมอ “อย่า..พี่เพชร...น้ำหนึ่งรักพี่เพชร” พลอยค่อยๆ เข็นรถเข็นเข้าไปดูใกล้ๆ เห็นน้ำหนึ่งนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟากลางห้องโถง ละเมอออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว ระคนเจ็บช้ำ เนื้อตัวสั่นเทา น้ำหนึ่งครางเบาๆ “อย่าพี่เพชร...อย่าทำน้ำหนึ่ง...น้ำหนึ่งรักพี่เพชร” พลอยมองน้ำหนึ่งด้วยสายตาแห่งความเคียดแค้น และเกลียดชัง ระหว่างนั้นมีเสียงฝีเท้าย่ำมาจากด้านหลังเบาๆ พลอยหันไปมอง เห็นเพชรเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม เพชรไม่ได้มองพลอย แต่สายตามองไปที่น้ำหนึ่ง แววตาของเพชรบ่งบอกถึงความเวทนาและสงสาร
กำลังโหลดความคิดเห็น...