xs
xsm
sm
md
lg

ชิงนาง ตอนที่ 20 จบบริบูรณ์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


บทโทรทัศน์ "ชิงนาง" ตอนที่ 20 มีการเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงตามบทโทรทัศน์จาก "โพลีพลัส" โดยหน้า 2.4 และ หน้า 3.3 ตัวหนังสือสีแดง คือเนื้อหาที่เพิ่มเข้ามาใหม่..."ทีมละครออนไลน์"

ชิงนาง ตอนที่ 20 อวสาน

รุ่งเช้า ขณะที่เมฆาเดินถือกระเป๋าออกมาเพื่อจะไปทำงาน เผอิญเจอกับภูผา สองคนชะงักมองหน้ากัน เมฆาจ้องหน้าภูผาตลอดเวลาขณะพูด

“ตลอดเวลาที่พี่ยังจะอยู่ในบ้านหลังนี้ พี่จงอย่าลืมว่าผมกับเดือนเป็นสามีภรรยากัน เพราะฉนั้น ผมหวังว่าจะไม่เห็นพี่แอบหยอกล้อกับเมียผมอย่างมีความสุขเหมือนเมื่อคืนนี้อีก”
“เมฆา” ภูผาคราง
เมฆาชี้หน้าทันที “ถ้ายังจะมีอีก ผมเอาพี่ตายแน่”
พูดจบเท่านั้น เมฆาก็เดินออกไปทันที ภูผามองตามทั้งเซ็งและหน่าย

ศรีดาราซึ่งยังอยู่ในชุดไว้ทุกข์ กำลังยื่นสร้อยมุกเส้นเล็กๆ เรียบๆ ดูเป็นผู้ดีให้โสภี รับขวัญสะใภ้ หน้าตาของศรีดารายังดูเศร้าโศกอยู่
“รับไว้สิจ๊ะ..โสภี”
โสภีอึ้ง ปลายตามองพฤกษ์เป็นเชิงถาม “เอ่อ...”
“คุณแม่ครับ ผมกับโสภีไม่ได้ต้องการ...”
ศรีดาราสวนคำ “แม่อยากให้โสภีเอาไว้ใส่งานศพคุณพ่อ”
สองคนอึ้งกันไปเลย
“แขกเหรื่อเค้าจะได้ไม่ดูแคลนลูกสะใภ้คนโตของแม่” ศรีดารายิ้มให้
พฤกษ์อึ้ง “คุณแม่”
“รับไว้เถอะ...โสภี”
โสภีมองหน้าพฤกษ์อีก พฤกษ์พยักหน้า โสภีกราบศรีดารา
“มาสิ...แม่จะใส่ให้”
ศรีดาราใส่สร้อยให้โสภีพลางเมียงมอง แล้วจู่ๆ ก็ถอนหายใจ
“คิดๆ แล้วก็อดนึกถึงหนูโฉมไฉไลไม่ได้นะ อย่างน้อย...เธอก็เคยอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเรามา แต่จู่ๆ ก็หายสาบสูญไป” พูดพลางส่ายหน้า “ช่างเวทนาจริงๆ”
พฤกษ์อึ้ง โสภีมองอย่างเห็นใจสามี

ชอุ่มสะดุ้งโหยงเพราะบ้าจี้ โดนหนูน้อยจี๋เอวเอา มีวงเดือนนั่งอยู่ด้วย
“อุ๊ย! รถไฟปู้น..ปู้น!! คุณหนูน้อยอย่าค่ะ”
หนูน้อยขำก๊าก จี้อีกแรงๆ “รถไฟอะไร”
“อ่ะ! รถไฟปู้น..ปู้นน” ชักจะเหนื่อย “คุณหนูน้อยพอแล้วค่ะ ชอุ่มเหนื่อย ชอุ่มแก่แล้วนะคะ”
หนูน้อยขำก๊ากๆ วงเดือนอดขำด้วยไม่ได้
ภูผาเดินเข้ามาเห็น “พอได้แล้วหนูน้อย แกล้งคนแก่บาปกรรมนะครับ”
“บาปกรรมมันเป็นยังไงเหรอคับพ่อผา” เด็กชายตัวน้อยถาม
“เอ่อ...” ภูผาอึกอัก
วงเดือนช่วยอธิบาย “ถ้าคนเราทำสิ่งไม่ดี จะมีเจ้าบาปกรรมเนี่ยตามมาลงโทษเราทีหลังน่ะจ้ะ”
“งั้นพ่อผาก็เป็นเจ้าบาปกรรม เพราะพ่อผาชอบลงโทษเวลาหนูน้อยเกเร” หนูน้อยเจื้อยแจ้ว
ภูผาร้อง “อ้าว”
วงเดือนกลับเห็นงามด้วย “ถูกต้องจ้ะ! อย่างนั้นเลยแหละ”
ภูผาร้องอีก “เอ๊า”
ชอุ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “คุณหนูน้อยนี่ทั้งน่ารัก ทั้งฉลาดมากเลยนะคะ แต่ยิ่งโตก็ยิ่งไม่เหมือนคุณภูผา สงสัยจะไปเหมือนทางแม่ซะมากกว่า เฮ้อ! คิดถึงคุณหนูนาเธอนะคะ”
ภูผาอึ้ง วงเดือนสงสารช่วยหาทางเปลี่ยนเรื่อง
“เอ่อ..หนูน้อยจ๊ะ ไปเที่ยวทะเลกันมั้ยจ๊ะ”
ภูผาหันขวับ ไม่อยากไป จะบอกปฏิเสธ เพราะเพิ่งโดนเมฆาตอกย้ำ แต่ไม่ทันหนูน้อยดีใจลั่น
“เย้! เที่ยวทะเล! ไชโย้ หนูน้อยจะไปเล่นทะเล หนูน้อยจะไปเล่นทราย”
“แต่พ่อผาว่า...”
ไม่ทันแล้ว หนูน้อยฉุดแขนวงเดือนวิ่งตื๋อออกไปเลย
“หนูน้อยจะไปเที่ยวทะเลกับแม่เดือน เย้ๆๆๆ”
ภูผาตะโกนเรียก “หนูน้อย”
“แฮ่ๆ ไม่ทันแล้วค่ะ...คุณพ่อผา” ชอุ่มว่ายิ้มขำๆ

ภูผากลุ้มใจ

วงเดือนจูงมือหนูน้อยมาหยุดยืนตรงชายหาดทรายสีขาวสะอ้าน หนูน้อยตาโตร้อง “ว้าว” กระโดดโลดเต้นไม่เคยเห็นทะเลมาก่อน

“โอ้โห! ทะเล! เย้ๆๆๆ”
หนูน้อยวิ่งตื๋อไป กระโดดๆๆ เล่นคลื่นทันที
วงเดือนวิ่งตามอย่างเป็นห่วง “หนูน้อย! อย่าไปลึกนะจ๊ะ อยู่แค่ตื้นๆ เข้าใจมั้ย”
“คับ! เข้าใจคับ” แล้วหนูน้อยก็จับวงเดือนกระโดดๆๆ เล่นคลื่นสนุกสนาน
สักพักภูผาก็ก้าวมาหยุดยืนมองอยู่ไกลๆ
หนูน้อยหันมาเห็น ก็ตะโกนเรียก “พ่อผา” กวักมือเรียก “มาเร็ว”
ภูผาโบกมือว่าไม่เอา!! ไม่ไป!!
หนูน้อยดึงวงเดือนมากระซิบ วงเดือนตกใจ ส่ายหน้า หนูน้อยทำท่าเจ้าเล่ห์ คะยั้นตะยอบอกว่า ‘เหอะน่า..เหอะน่า’
วงเดือนอมยิ้ม ‘โอเค.ก็ได้’ แล้ว 2 คนก็วิ่งมาลากภูผาไปผลักลงทะเล 2 คนขำกันใหญ่ จากนั้นก็แกล้งกันนัวสนุกสนานทั้ง 3 คน

ไม่นานนักหนูน้อยนั่งก่อกองทราย ถัดไปมีวงเดือนนั่งคุยอยู่กับภูผาท่าทีสบายๆ
“เราไม่ได้มาทะเลกันนานมากแล้วนะคะ”
ภูผายิ้มเยื้อน พยักหน้า “ใช่....ตั้งแต่อรุณจากไป”
วงเดือนถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ตั้งแต่เล็กจนโต คุณทั้ง 4 แล้วก็เดือน มีทะเลเป็นสนามเด็กเล่น”
ภูผานึกตาม ยิ้มๆ
“ว่ายน้ำแข่งกันทีไร คุณก็ชนะตลอด แต่คุณก็ชอบแกล้งแพ้ให้คุณอรุณอยู่เรื่อย”
ภาพเหตุการณ์ในอดีตตอนพี่น้องแข่งกันว่ายน้ำผุดขึ้นมาในความคิดสองคน
ภูผาก้มหน้ายิ้มๆ
วงเดือนว่าต่ออีก “แถมยังแกล้งเดือนตั้งหลายครั้ง” ภาพตอนภูผาแกล้งพาเดือนตกแพ ลงไปให้ดอกไม้ใต้น้ำผุดขึ้นมาแว๊บๆ “นึกๆ ดูแล้วเหมือนมันเพิ่งผ่านไปเมื่อวานนี้เองนะคะ”
ภูผาพูดขึ้นมาลอยๆ “วันเวลาแห่งความสุขมันมักจะผ่านไปไวเสมอ”
วงเดือนพูดลอยๆ เช่นกัน “แต่ทำไมความทุกข์มันก็มักจะเข้ามา...อยู่กับเรา...นานเหลือเกิน”
ภูผาชะงัก พลางหันมามองหน้า วงเดือนพูดลอยๆ อีก
“ทุกครั้งที่เดือนนึกถึงความทรงจำที่ทำให้เดือนมีความสุขทีไร มันก็มักจะมีคุณอยู่ในความทรงจำนั้นเสมอ...”
ภูผาคราง “เดือน”
วงเดือนหันมายิ้มให้เศร้าๆ “และเดือนก็ยังจะเก็บมันไว้ตลอดไปค่ะ”
ภูผามองจ้องอยากขยับเข้าไปกอดเหลือแสน แต่...ทำได้แค่ห้ามใจ ถอนหายใจออกมาคอตก
วงเดือนมองภูผา ก่อนจะเบือนหน้าไปมองทะเล

ยิ่งใกล้กลับยิ่งเจ็บ! สองคนอยู่ใกล้กันแท้ๆ แต่ทำอะไรอย่างใจปรารถนาไม่ได้

บ่ายคล้อย ทั้งสามคนวิ่งกันเข้ามาในบ้านแสนสมุทร ภูผาบ่นอุบ

“แย่แล้วเห็นมั้ย? กว่าจะอาบน้ำเสร็จ เดี๋ยวก็ไม่ทันงานคุณปู่กันพอดี เพราะหนูน้อยคนเดียวเลยเห็นมั้ย?”
“โธ่! อย่าว่าลูกเลยค่ะคุณภูผา หนูน้อยเพิ่งเคยเห็นทะเลเป็นครั้งแรก ก็ให้แกได้สนุกเต็มที่เถอะค่ะ” วงเดือนปราม
เสียงเมฆาแหลมเข้ามา “สนุกกันพอรึยัง”
ภูผาและวงเดือน ตะลึง เมฆาแต่งตัวเรียบร้อยเตรียมไปงานศพพ่อที่วัดแล้ว
“คุณเมฆา...”
ไม่พูดพร่ำ เมฆาพุ่งเข้าต่อยภูผาซัดไม่ยั้ง วงเดือนร้องห้าม หนูน้อยยืนตกใจ
“ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ยไอ้พี่ผา! ฉันเอาแกตายแน่”
วงเดือนรวบตัวเมฆาไว้ แยกออกมาจนได้ “พอเถอะค่ะคุณเมฆา คุณภูผาไม่เกี่ยว เดือนเอง...เดือนผิดเอง”
เมฆาชะงัก “อะไรนะ”
“เดือนเป็นคนชวนหนูน้อยกับคุณภูผาเอง”
“เดือน! เดือนเป็นเมียผมนะ”
“ค่ะ! ถ้าจะลงโทษก็ลงโทษเดือน! เพราะเดือนผิดเอง”
เมฆาฉุนขาด “เดือน” โมโหแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ฮึดฮัด “หึ้ย”
เมฆายัวะมากจะเดินหนี หนูน้อยมายืนขวางไว้
หนูน้อยจ้องหน้าโกรธประสาเด็ก “คุณอาต่อยพ่อผา ผมเกลียดคุณอา” ชี้หน้า “เจ้าบาปกรรมจะลงโทษคุณอา”
เมฆาตาลุกวาว โกรธจัด
วงเดือนรีบรวบตัวหนูน้อยมากอดไว้ “หนูน้อย! พูดอย่างนั้นกับคุณอาเมฆา ไม่ได้นะจ๊ะ”
เมฆาหันไปบอกภูผาอย่างมีอารมณ์ “พี่ผา...ช่วยอบรมแล้วก็สั่งสอนลูกชายพี่ด้วยสิว่า ถ้าไม่มีอาเมฆาช่วยมันไว้ตั้งแต่เกิด ป่านนี้มันคงไม่มีโอกาสมายืนชี้หน้าด่าอามันแบบนี้ได้หรอก”
พูดจบเมฆาก็เดินออกไปทันที
หนูน้อยวิ่งไปกอดพ่อผา “พ่อผา..เจ็บมั้ย”
“ไม่! พ่อผมไม่เจ็บครับ! เป็นลูกผู้ชายต้องอดทน เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจคับ”
วงเดือนจ๋อย “เดือนขอโทษนะคะ..คุณภูผา”
“เดือน...” ภูผาตัดสินใจแล้ว “ทางที่ดี..เราอยู่ห่างกันไว้จะดีกว่า”
“คุณภูผา” วงเดือนคราง
“ฉันเป็นห่วงเธอนะ..วงเดือน”
วงเดือนอึ้ง ภูผามองวงเดือนอย่างร้าวร้านใจ ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ

ในห้องนอนคืนนั้น บรรยากาศอึมครึม ตึงเครียด เมฆาเข้ามาจ้องหน้าถามอย่างเอาเรื่อง
“ลืมมันไม่ลงจริงๆ เหรอ..ไอ้พี่ผาน่ะ”
วงเดือนควบคุมอารมณ์ พยายามอธิบายอย่างใจเย็น “คุณเมฆาคะ..เดือนเห็นว่าหนูน้อยไม่เคยเห็นทะเลมาก่อนเลยในชีวิต เดือนก็แค่อยากพาเค้าไปเที่ยว ไปเล่นน้ำทะเลก็เท่านั้นเอง”
เมฆาไม่เชื่อ “แน่ใจนะว่าเท่านั้นเอง”
วงเดือนบอกน้ำเสียงหนักแน่น “เดือนแน่ใจมากค่ะ แล้วเดือนก็คิดว่าคุณเมฆาน่าจะรู้ดีว่าเดือนเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเดือนรับปากว่าจะทำ เดือนก็จะทำอย่างดีที่สุด เพราะฉนั้นอะไรที่เดือนเคยรับปากคุณ ก็ขอให้คุณเชื่อใจเดือน....คุณไม่เชื่อใจเดือนใช่มั้ยคะ” ท้ายประโยควงเดือนย้อนถาม
เมฆาจ๋อย เปลี่ยนท่าทีไปเลย “ไม่นะ..ผม..ผมเชื่อใจเดือน” เสียงเข้มขึ้นมาอีก “แต่คนที่ผมไม่เชื่อน่ะ...คือไอ้พี่ผา”
วงเดือนอึ้งไปนิด “แค่เรา 2 คนเชื่อใจกันและกัน มันก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
เมฆานิ่งงันไป รวบตัวเดือนมากอด มองหน้า “ผมขอโทษ...ผมรักคุณมากนะเดือน ต่อไปนี้ผมจะเชื่อใจเดือน นะ”
วงเดือนพยักหน้า เมฆายิ้มร่ากอดวงเดือนแน่นขึ้นที
เมฆาพูดจากใจ “ขอแค่รู้ว่าคุณรักผมคนเดียว ต่อให้ต้องตายวันนี้พรุ่งนี้ ผมก็นอนตายตาหลับแล้ว”
วงเดือนตกใจ ผละออกทันที “คุณเมฆา ทำไมพูดแบบนี้คะ ไม่เอานะคะ ห้ามพูดแบบนี้อีกเด็ดขาด”
เมฆายิ้ม พูดเย้า “ห้ามผมไม่ได้หรอก ผมจะพูดบ่อยๆ”
“คุณเมฆา! ทำไมล่ะคะ” วงเดือนฉงน
“ก็เวลาผมพูดแบบนี้ทีไร คุณจะตกใจแล้วก็เป็นห่วงผมมาก ผมอยากให้คุณเป็นห่วงผมบ่อยๆ”
วงเดือนอ่อนอกอ่อนใจ “คุณเมฆา...”
เมฆากอดกระชับ “ผมไม่ตายหรอก” พลางยิ้ม “ผมยังตายไม่ได้! มีเมียสวยและแสนดีอย่างนี้ จะรีบตายได้ไง จริงมั้ย”
วงเดือนส่ายหน้า “คุณเมฆา...”
เมฆาหอมแก้มวงเดือนฟ่อดแล้วกอดแน่น

วงเดือนแอบถอนใจเฮือกใหญ่ เมฆายิ้มชื่นใจจริงๆ สบายใจแล้ว

กลางดึกคืนนั้น เมฆานอนหลับสนิทอยู่บนโซฟาตัวเดิม จู่ๆ มีเลือดหยดลงมาที่ใบหน้า เมฆารู้สึกตัว ค่อยๆ ลืมตาตื่น เอามือแตะเลือดมาดู พอเห็นเป็นเลือดก็ตกใจ เหลือบตามองข้างๆ เห็นผีโฉมไฉไลก้มมองอยู่ น้ำตาหยดเป็นสายเลือด

“เฮ่ย”
แต่ไม่ทันที่เมฆาจะลุกหนี โฉมไฉไลก็เอามือบีบคอเมฆาแน่น ถามย้ำคำเดิม
“ฆ่าโฉมทำไม เมฆาฆ่าโฉมทำไม”
เมฆาร้องลั่น “ปล่อย! ปล่อยๆๆ ฉันไม่ได้ฆ่า ฉันไม่ได้ฆ่า”
โฉมไฉไลคำราม “แกฆ่าฉัน! แกฆ่าฉัน!”
“ออกไป๊ ฉันไม่ได้ฆ่าแก ออกไป๊”

จังหวะนั้นวงเดือนเขย่าตัวเมฆาอยู่ “คุณเมฆาคะ คุณเมฆา”
แรงเขย่าทำให้เมฆาตื่นขึ้น สีหน้าตกใจมาก มองทุกอย่างงงๆ ตั้งสติ
“เดือน! ผมไม่ได้...” เกือบหลุกคำว่า “ฆ่า” แต่ชะงักก่อน
“คุณไม่ได้..อะไรคะ” วงเดือนฉงน
“คือ..ผม..ผมไม่ได้เป็นอะไร”
“ไม่ได้เป็นอะไร? คุณบีบคอตัวเองแน่นแล้วก็ร้องเสียงดังจนเดือนตื่นนะคะ”
“ผม..ผมขอโทษ..คือ..ผมหายใจไม่ค่อยออก”
วงเดือนกังวล รู้สึกเป็นห่วง “คุณเป็นอะไรกันแน่คะเนี่ย เดือนเคยบอกแล้วว่าน่าจะไปตรวจร่างกายให้ละเอียดซะหน่อยดีกว่า”
เมฆาตัดบท “ได้...ได้..ไว้ผมจะไป”
“สัญญานะคะ...หลังเสร็จงานคุณพ่อแล้ว คุณต้องไปหาหมอ ถ้ายังดื้อเดือนจะพาคุณไปเอง” วงเดือนว่า
“ได้...ได้...ผมสัญญา”
วงเดือนมองนิ่ง เมฆาถอนใจโล่งอก ที่แท้เป็นแค่ฝัน!!

ตอนเย็นวันต่อมา ทุกคนอยู่ที่งานเผาศพอนุต ในขณะที่แขกเหรื่อทยอยกลับหลังวางดอกไม้จันทน์ ครอบครัวแสนสมุทรเดินเรียงลำดับวางดอกไม้จันทน์ไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย เริ่มจากศรีดารา พฤกษ์ ภูผา หนูน้อย เมฆา วงเดือน โสภี ชอุ่ม ทุกคนล้วนอยู่ในอาการโศกเศร้า

ทุกคนเดินลงมาหยุดยืนมองควันไฟ
“ถ้าชาติหน้ามีจริง” สะอื้น “ขอให้เราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอีกนะคะ คุณ”
ศรีดาราสะอื้นแล้วก็เป็นลมล้มพับ พฤกษ์รับร่างศรีดาราไว้ได้
“โสภี ชอุ่ม ช่วยกันพาคุณแม่ไปพักก่อนเร็ว” พฤกษ์บอกเร็วๆ โสภีกับชอุ่ม ถลาเข้าไป
วงเดือนบอก “เดี๋ยวเดือนไปดูท่านเองค่ะ”
เสียงคุ้นหูของโฉมไฉไลแหลมเข้ามา “แกจะไปไหน...นังวงเดือน?”

ทุกคนชะงักกึก หันมามองตามเสียง เห็นโฉมไฉไลแต่งตัวปอนๆ ไม่เหลือเค้าสาวสวยไฮโซ แทบจำไม่ได้ ยืนจังก้าอยู่
ทุกคนตื่นตะลึงร้องออกมาพร้อมๆ กัน “โฉมไฉไล” / “คุณโฉม”
“ยังจำฉันกันได้เรอะ”โฉมไฉไลจ้องเมฆาเขม็ง “แล้วคุณล่ะยังจำได้รึเปล่าว่าเคยทำอะไรกับฉันไว้!! ในบ้านริมทะเลนั่น”
เหตุการณ์ตอนเมฆากรอกยาขับเลือด และทิ้งโฉมไฉไลไว้คนเดียวโผล่ขึ้นมาเป็นฉากๆ ราวสายน้ำไหล
เมฆาปฏิเสธเสียงแข็ง “เธอพูดอะไรของเธอโฉมไฉไล ฉันไม่รู้เรื่อง”
โฉมไฉไลสวนคำทันที “โกหก! ฉันรอโอกาสนี้มานานแล้ว วันที่พวกแสนสมุทรมารวมกันอยู่พร้อมหน้า พร้อมตา ถึงแม้ว่าพ่อพวกแกจะเพิ่งเผา แต่ก็ดี ฉันจะลากไส้ลูกชายคนดีของมันออกมาแฉให้มันรู้ซะตรงนี้แหละ และฉันก็จะฆ่าทุกคน!”
จู่ๆ โฉมไฉไลก็ควักปืนออกมา ทุกคนสะดุ้งเฮือก “ฆ่าแก ไอ้เมฆา!! แก!! นังวงเดือน แกด้วย ไอ้ภูผา แล้วก็ฆ่าๆๆๆๆๆ ฆ่าทุกคน ฆ่าให้หมดแสนสมุทร เหมือนกับฉัน ที่ไม่เหลือใครเลย ไม่เหลือใครเลยเพราะแก เพราะแกคนเดียว..ไอ้เมฆา”
วงเดือนพูดด้วยดีๆ “ใจเย็นๆ นะคะคุณโฉมไฉไล เราทุกคนเป็นห่วงคุณนะคะ”
โฉมไฉไลหันขวับตวาดลั่น “หุบปาก! เลิกทำตัวเป็นนางฟ้าผู้แสนดีได้แล้วนังวงเดือน แกมันก็นังผู้หญิงหลายใจ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว ไอ้พวกผู้ชายบ้านนี้มันก็โง่กันทั้งบ้าน ยอมให้มันปั่นหัวจนโงหัวไม่ขึ้น”
“โฉมไฉไล..มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันนะ..วางปืนลงก่อน” ภูผาอ่ยขึ้น
“แกก็เหมือนกันไอ้ภูผา ทำไมไม่เอานังวงเดือนออกไปซะให้พ้นๆ ชีวิตฉัน แกปล่อยมันไว้ให้เป็นเสี้ยนหนามหัวใจฉันทำไม”
“โฉมไฉไล! คุณต้องการอะไร” เมฆาถามกร้าว
“ชีวิตแกไง! ฉันต้องการชีวิตแก แล้วก็ญาติพี่น้องแกทุกคน! ทุกคนในแสนสมุทร!”
วงเดือนยังพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบพูดดีด้วย “คุณโฉมคะ..พวกเราไปทำอะไรให้คุณเจ็บแค้นขนาดนั้นคะ?”
โฉมไฉไลตะคอกใส่หน้า “ก็ถามผัวแกเอาเองสินังโง่”
วงเดือนหันขวับ เมฆาอึ้ง พูดไม่ออก
“ไงล่ะ ไม่มีใครรู้กันล่ะสิ โง่กันทั้งบ้าน โง่ที่นึกว่าคุณหมอเมฆาเป็นผู้ชายแสนประประเสริฐเป็นความหวังเดียวของแสนสมุทร จะมีใครรู้บ้างว่าที่แท้แล้วมันเป็นยิ่งกว่าปีศาจ ยิ่งกว่าซาตานจากนรก”
เมฆาตวาดลั่น “หุบปากได้แล้วโฉมไฉไล”
โฉมไฉไลสวนกลับ “แกนั่นแหละหุบปาก ไอ้เมฆา ฟังไว้นะนังวงเดือน ฟังไว้ก่อนที่แกจะตาย จะได้รู้ไว้ว่าผัวแกมันเลวทรามขนาดไหน”
เมฆาร้องเสียงหลง “ไม่”
โฉมไฉไลบอกชัดถ้อยชัดคำ “ไอ้เมฆามันทำฉันท้อง”
วงเดือนกับภูผาอึ้ง
เมฆาเถียงลั่น “ไม่จริง”
โฉมไฉไลสวนคำ “จริง! มันทำฉันท้อง แล้วมันก็วางแผนจะฆ่าฉันกับลูก”

 “อะไรนะ” วงเดือนตะลึงแทบช็อก!!

บทโทรทัศน์ "ชิงนาง" ตอนที่ 20 มีการเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงตามบทโทรทัศน์จาก "โพลีพลัส" โดยหน้า 2.4 และ หน้า 3.3 ตัวหนังสือสีแดง คือเนื้อหาที่เพิ่มเข้ามาใหม่..."ทีมละครออนไลน์"


ชิงนาง ตอนที่ 20 อวสาน (ต่อ)


เมฆาใจหาย ร้อนวูบไปทั้งตัว ทั้งโกรธทั้งแค้น อยากจะฆ่าโฉมไฉไลให้ตายคาที่ ร้อนรนกระวนกระวายไปหมด แต่พยายามครองสติ แก้ตัวออกไปทันที

“ไม่จริง! เดือนอย่าไปฟังมัน มันเป็นบ้า”
ถูกโฉมไฉไลสวนคำออกมาอีก
“มันหลอกพาฉันไปเที่ยวทะเลกัน 2 คน...”
โฉมไฉไลเริ่มฉีกหน้ากากหมอแสนดีในสายตาทุกๆ คน ออกมาเป็นริ้วๆ
“มันเอายาขับเลือดให้ฉันกินจนฉันตกเลือด แล้วมันก็ตั้งใจทิ้งฉันไว้..ให้ฉันตายอยู่คนเดียวในห้องนั้น”
วงเดือนอึ้ง ภูผาอึ้ง เมฆาลนลาน
โฉมไฉไลเล่าเรื่องต่อเป็นฉากๆ
“โชคยังดีที่มีคนมาช่วยฉันไว้” ซึ่งเป็นป้าแก่ๆ คนเฝ้าบังกะโล “แต่ก็โชคร้ายที่ช่วยลูกฉันไว้ด้วยไม่ได้”
วงเดือนตกใจ ภูผาไม่อยากจะเชื่อ เมฆาออกอาการร้อนรนมาก
โฉมไฉไลเล่าต่อ “ฉันรอดตายก็จริง แต่ก็ต้องอยู่อย่างกับหมาข้างถนน เจ็บปางตาย ไร้ญาติขาดมิตร ขอข้าวเค้ากินไปวันๆ และฉันก็ตั้งใจไว้ว่า ซักวัน..ฉันจะมาแก้แค้นเอาคืนพวกแกให้สาสม และวันนั้น..มันก็มาถึงแล้ว”
“คุณโฉมไฉไล..ฉัน...” วงเดือนสะเทือนใจจนสะอื้นไห้ออกมาด้วยความสงสาร “ฉันเห็นใจคุณจริงๆ นะคะ”
โฉมไฉไลตวาดแว๊ด หน้าตาถมึงทึง “หุบปาก! ฉันไม่เชื่อแก!!แกน่ะเหรอจะมาเห็นใจฉัน!!อย่านึกว่าฉันจะโง่ไว้ชีวิตแกเลยนังวงเดือน” กระชับปืนในมือขึ้นมา “แกนี่แหละ...ที่จะต้องตายคนแรก”
ภูผากับเมฆาตะโกนลั่น “อย่านะ”
ภูผาจะเข้าไปกอดบังตัววงเดือน แต่ต้องชะงักเมฆาก้าวพรวดเดียวกอดไว้ก่อนแล้ว
โฉมไฉไลแค้นจัด “รักมันกันนักเรอะ แย่งชิงมันกันนักเรอะ? ดี! เดี๋ยวก็ตามไปรักไปชิงกันในนรกต่อละกัน” โฉมไฉไลเล็งปืนใส่วงเดือน
ภูผาตัดสินใจยืนบัง 2 คนไว้ พร้อมกับยกมือห้าม
“ใจเย็นๆ ก่อนโฉมไฉไล ทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์เลยนะ”
โฉมไฉไลหน้ามืดตามัว แว๊ดใส่อีก “แกนั่นแหละ ไม่ต้องพูด ไม่มีประโยชน์! ถอยไป! ฉันจะยิงนังวงเดือนก่อนเป็นคนแรก รักมันกันมากนักนี่ ฉันจะฆ่าแกซะก่อนเลย นังมารหัวใจ”
โฉมไฉไลคำรามเล็งปืนในมือเตรียมเหนี่ยวไกใส่แล้ว ภูผาตัดสินใจวิ่งพุ่งเข้าชาร์จโฉมไฉไล
วงเดือนเห็นดังนั้น ก็ผลักตัวเมฆาออกสุดแรง แล้วพุ่งทะยานเข้าผลักภูผาล้มลงไป
“คุณภูผา”
แต่ทั้งภูผาและวงเดือน ต่างล้มลงไปกับพื้นทั้งคู่
โฉมไฉไลส่ายปืนเล็งปืนไปที่วงเดือน “ตายซะเถอะแก”
เมฆาตะโกนก้อง “อย่า โฉมไฉไล”
เมฆาวิ่งมากอดคร่อมร่างวงเดือนที่กอดภูผาไว้อีกที
โฉมไฉไลเหนี่ยวไกลั่นกระสุน เปรี้ยง! กระสุนเจาะทะลุเข้ากลางหลังเมฆาอย่างจัง เมฆาสะดุ้งเฮือก

วงเดือนร้องเสียงหลง “คุณเมฆา”
โฉมไฉไลอึ้งตวัดเสียงหันมาหาวงเดือน “แกตาย! นังวงเดือน”
โฉมไฉไลปรี่เข้ามาจะยิงแสกหน้า แต่พฤกษ์ตั้งสติได้โผนทะยานเข้ามาล็อกหมับ 2 คนฟัดเหวี่ยงยื้อยุดกันอยู่ ในที่สุดพฤกษ์แย่งปืนมาได้ สะบัดโฉมไฉไลจนเสียหลักล้มลุกคลุกคลาน วิ่งหนีไปอีกทาง
พฤกษ์ร้องสั่ง “ภูผา ดูเมฆาด้วย พี่จะไปตามโฉม”
วงเดือนช็อกอยู่ ตะโกนร้องลั่น “คุณเมฆา”
เมฆายังเป็นห่วงวงเดือน “เดือน..ปลอดภัย..ใช่มั้ย”
วงเดือนไม่ตอบ หันมาพูดกับภูผาอย่างร้อนใจ “รีบพาคุณเมฆาไปส่ง โรงพยาบาล เร็ว เร็ว”
“ผม..ตาย..แทน..คุณ..ได้”
พูดเท่านั้นเมฆาก็คอพับหมดสติไป
ภูผาตกใจ “เมฆา”
วงเดือนตะโกนก้อง “คุณเมฆา”

สามคน เมฆา ภูผา และวงเดือน ทรุดกองอยู่กับพื้นข้างเมรุเผาศพอนุต ที่ควันไฟยังลอยอ้อยอิ่งไม่จางหายอยู่อย่างนั้น


ทางด้านโฉมไฉไลวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงไปทางโน้นที ทางนี้ที ชนนู่นชนนี่ล้มระเนระนาด เสียงดังโครมคราม

พฤกษ์วิ่งตามไล่ล่าไปมาสักพักจนทัน เมื่อในที่สุดโฉมไฉไลหนีมาจนมุมอยู่แถวบริเวณที่มีตะเกียงน้ำมัน ที่คนใช้จุดธูปเทียนไหว้พระ
“พฤกษ์ อย่ามายุ่งกับโฉมนะ” โฉมไฉไลตะคอกใส่
“โฉม..พอได้แล้ว” พฤกษ์พูดดีๆ ด้วย
โฉมไฉไลพูดอย่างกราดเกรี้ยว “แกก็พูดได้สิพฤกษ์ แกมีความสุขแล้วนี่ แกก็พูดได้สิ”
พฤกษ์สะอึก “โฉม”
“แกก็อีกคน ทำยังกะฉันเป็นผ้าขี้ริ้ว! นึกจะใช้ก็ใช้ นึกจะทิ้งก็ทิ้ง” นางมารร้ายระบดระบาย
“ทุกอย่างมันผิดตั้งแต่คุณคิดจะแต่งงานกับผมต่างหากล่ะโฉมไฉไล” พฤกษ์ว่า
“ยังจะมาโยนความผิดให้ฉันอีกเหรอ? ผิดด้วยเหรอที่ฉันอยากจะแต่งงานกับผู้ชายรวยๆ ซักคน? แกต่างหากที่ผิด! ผิดที่ไม่เอาไหน ไม่มีอะไรเลย ไม่เก่ง ไม่รวย!! ไม่ๆๆๆๆๆๆ ไม่อะไรทั้งนั้น” โฉมไฉไลฟาดงวงฟาดงา
“ใช่..และผมก็ไม่เหมาะกับคุณด้วยไงล่ะโฉม” พฤกษ์ลดเสียงเป็นอ่อนโยนพยายามปลอบ “ชีวิตใหม่..เริ่มต้นได้เสมอนะโฉม”
“ไม่! ไม่จริง! ชีวตของฉันพังไปแล้ว แม่ตาย ลูกตาย ชีวิตฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”
“เหลือสิโฉม..ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ...ชีวิตเราก็ยังอยู่ เราต้องสู้ต่อไปนะโฉม” พฤกษ์ยังพยายามปลุกปลอบขวัญ
“ไม่ต้องมากล่อม ฉันไม่เชื่อพวกแกแล้ว ไป๊!! ไปๆๆๆ”
โฉมไฉไลเหวี่ยง วีน อาละวาดอย่างบ้าคลั่ง จนจังหวะหนึ่งมือเหวี่ยงไปปัดตะเกียงน้ำมันล้มลงระเนระนาดมาทับตัวเอง ไฟลุกท่วมตัวทันที โฉมไฉไลตกใจลนลานหนักพยายามตะเกียกตะกายหนีแต่กลับลื่นล้มลงกองกับพื้นอีก และเปลวไฟก็ลุกท่วมหัวไปด้วย
โฉมไฉไลกรีดร้องโหยหวน ดิ้นพราด พล่าน ท่ามกลางอาการตื่ตะลึงของพฤกษ์ที่ช็อก แหกปากร้องเรียกชื่อโฉมไฉไลดังลั่น และพยายามช่วยดับไฟอย่างโกลาหล

เหตุการณ์อีกฟาก ในวันเดียวกัน ร่างเมฆานอนซึ่งนอนสลบอยู่บนเตียง ถูกเข็นมาตามทางอย่างรวดเร็ว วงเดือนกับภูผาเกาะติดกันมาคนละข้าง ร้องไห้ ร้องเรียกชื่อเมฆาตลอดเวลา จนถึงหน้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลห้าม 2 คนเข้า วงเดือนเกาะประตู ร้องไห้
ภูผาแตะไหล่ปลอบใจ วงเดือนโผเข้ากอดภูผาร้องไห้โฮ
เวลาผ่านไปวงเดือนนั่งไม่ติดที่ ผุดลุก ผุดนั่งตลอดเวลา ไม่ต่างจากภูผาที่ลุกยืนบ้าง นั่งกลุ้มกุมขมับบ้าง สองคนเฝ้ารอลุ้นด้วยใจจดจ่อ
สักพักหนึ่งคุณหมอเจ้าของไข้ก็ออกมาจากห้องฉุกเฉิน 2 คนปรี่ไปหาทันที
“คุณเมฆาเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ”
“ผมต้องเสียใจด้วยนะครับ” คุณหมอบอก สีหน้าไม่ดีเอาเลย
วงเดือนผงะ ใจหายวาบ!! ภูผาอึ้ง
“กระสุนถูกเส้นประสาทสำคัญ เราไม่สามารถช่วยเหลือในส่วนนี้ได้ คุณหมอเมฆาคงจะต้องเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิตครับ”
ภูผาตะลึง “อะไรนะครับ”
วงเดือนครวญ “อัมพาต”
หมอพยักหน้า “พวกเราทำอย่างสุดความสามารถแล้วครับ” จากนั้นหมอก็เดินกลับเข้าไปในห้อง
วงเดือนแทบทรุด ร่างโงนเงน ภูผารับไว้ทัน วงเดือนปล่อยโฮออกมาซบกับอกภูผาที่สงสารน้องชายเหลือเกิน

วันเวลาล่วงเลยผันผ่าน 2 เดือนต่อมา

เช้านั้น ลูกเล็กเด็กแดงชายหญิง 4-5 คน วัยราวๆ 7 ขวบ ชวนกันวิ่งไปที่แห่งหนึ่ง เหมือนจะไปเล่นสนุกสนาน ในมือมีอาวุธและของเล่นติดไปด้วยทุกคน
เด็กหัวโจกตะโกนนำ “ไปเร็ว! ไปจับผีกันเร็วเว้ย..พวกเรา!”
“เฮ! ไปจับผี! ไปจับผี!”
เด็กๆ วิ่งไปอีกมุมหนึ่ง เป็นซอกเหม็นอับที่ทิ้งขยะแสนโสโครกของผู้คนละแวกนั้น ซึ่งมีใครคนหนึ่งเนื้อตัวมอมแมม แต่งตัวซอมซ่อ นั่งหันหลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรไม่รู้อยู่ในมุมกองขยะนั้น
เด็กหัวโจกร้องบอก “นั่นไง! เจอแล้ว”
“เฮ! เจอผีแล้ว”
เด็กหัวโจกสั่ง “จับมันเลย”
ทุกคนเฮละโลขว้างปาของใส่ใครคนนั้น พอใครคนนั้นหันมา เด็กๆ ต่างตกตะลึงพรึงเพริด
ที่แท้เป็นโฉมไฉไลนั่นเอง แต่สภาพใบหน้าราวกับผีก็ไม่ปาน เพราะโดนไฟคลอก ตาตกห้อย ใบหน้าเหี่ยวย่น เละ หัวโล้นเลี่ยนสักมีผมสักเส้น คิ้วก็ไม่เหลือหลอ แทบจะจำไม่ได้ว่าเป็นโฉมไฉไลผู้สวยสง่า โฉมไฉไลกำลังคุ้ยเขี่ยถังขยะหาอะไรกินอยู่
“ไอ้เด็กบ้า! ไอ้พวกบ้า” นอกจากน้ำเสียงแว๊ดๆ ที่ยังเป็นเอกลักษณ์
โฉมไฉไลถดตัวออกมาพยายามอาละวาด แต่ขาพิการเพราะเอ็นยึดหมดจึงขยับได้ทีละนิด เด็กๆ เห็นแตกฮือ!
โฉมไฉไลตวาดลั่น “ไป๊! เดี๋ยวแม่หักคอให้หมดเลย ไป๊!”
เด็กๆ ทั้งกลัวทั้งสนุก ล้อขึ้นมาพร้อมๆ กัน
“ผีบ้า! ผีบ้า! หน้าผี! หน้าผี!”
โฉมไฉไลโกรธจัด ไล่ตะเพิด “ไป๊” พร้อมวิ่งไล่วีนอาละวาด “ไป๊”
เด็กๆ แตกฮือ โฉมไฉไลนั่งหอบแฮกๆ ทั้งโกรธ และเหนื่อย ค่อยๆ เอามือจับหน้าตัวเอง
ยินเสียงเด็กๆ ล้อ “ผีบ้า! หน้าผี! หน้าผี!” ก้องในหัวซ้ำไป...ซ้ำมา
โฉมไฉไลค่อยๆ เอานิ้วมือลูบหน้าตัวเอง น้ำตาไหลพราก นึกถึงใบหน้าที่เคยสวยงาม เฉิดฉาย และไฉไลมากกว่าใคร
โฉมไฉไลร้องไห้สะอึกสะอื้น พลางเหลือบไปเห็นของเล่นเด็กผู้หญิงที่ตกใจโยนทิ้งไว้ เป็นเหมือนกระจกส่องหน้าของเด็กๆ จึงหยิบมา แล้วค่อยๆ ยกขึ้นส่องหน้า

ครั้นพอเห็นใบหน้าเละของตัวเองจะๆ โฉมไฉไลก็กรีดร้องเสียงดังโหยหวนด้วยความเสียใจ ทิ้งตัวลงนอนร้องไห้ครวญครางจมกองขยะอย่างน่าเวทนา

เช้าวันเดียวกันนั้น สมาชิกครอบครัวแสนสมุทรยามทุกคนยืนใส่บาตรพระรูปสุดท้าย พระให้พรเสร็จ ทุกคนหันไปมองศรีดาราที่ดูจะเหนื่อยล้าจากเรื่องราวร้ายๆ ที่ผ่านมานั่นเอง

ทว่าศรีดาราแข็งใจยิ้มให้ลูกๆ เป็นเชิงบอกว่า..แม่ยังไหว
“เมื่อกี๊แม่อธิษฐานในใจว่าจากนี้ไป ขอให้แสนสมุทรจงมีแต่ความสุขสงบซะที อย่าให้มีเรื่องร้ายใดๆ เกิดขึ้นอีกเลย”
ทุกคนก็ลุ้นๆ ต่างก็...หวังว่า เช่นกัน

ภูผาถอนใจเฮือกอย่างหนักใจ เพราะสิ่งที่ตนกำลังจะบอก ต้องทำร้ายจิตใจแม่อย่างแน่นอน

ใส่บาตรเสร็จ วงเดือนเปิดประตูห้องนอนเข้ามา แล้วชะงัก ร้องเรียกเมฆา

“คุณเมฆาคะ”
เมฆาซึ่งกลายเป็นชายพิการนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นริมหน้าต่าง เหมือนเพิ่งมองทุกคนตักบาตรเมื่อครู่นี้
วงเดือนเดินเข้าไปหา “เมื่อกี๊คุณน่าจะลงไปใส่บาตรด้วยกันนะคะ”
“ใส่แล้วได้อะไร?” เมฆาอารมณ์เสีย “ใส่แล้วผมจะหายมั้ย” เมฆาเริ่มอาละวาด “ใส่แล้วคนมันจะเลิกเรียกผมว่าไอ้ง่อยมั้ย”
เมฆาอาละวาดหนัก ปัดโน่นปัดนั่นกระเด็นเต็มพื้น
วงเดือนถอนใจเฮือกอย่างอดทนอดกลั้น ก่อนจะก้มเก็บข้าวของไม่พูดอะไร
เมฆามองด้วยสายตาสลด “เดือน..ผมขอโทษ”
วงเดือนฝืนยิ้มบางๆ ให้ “ไม่เป็นไรค่ะ...เดือนเข้าใจ”
เมฆาอึ้ง “นั่นสินะ..คุณเข้าใจผมมาตลอด แต่ผมต่างหากที่...ที่ไม่เคยเข้าใจคุณเลย”
วงเดือนปลอบ “อย่าคิดมากนะคะ เราอยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว”
เมฆาพูดลอยๆ “นานเกินไปมั้ยเดือน”
วงเดือนชะงัก “ทำไมคุณพูดอย่างนั้นล่ะคะ”
เมฆาถอนหายใจ “หลายปีที่ผ่านมา เดือนต้องทนอยู่กับคนพิการอย่างผมตลอดเวลา ผมคิดว่ามันนานเกินไปแล้วมั้ยที่คุณต้องอดทนแบบนี้”
“คุณเมฆาคะ...เดือนอยากให้คุณทำใจให้สบาย เดือนอยากให้คุณมีความสุขนะคะ อย่าคิดมาก พักผ่อนนะคะ เดี๋ยวเดือนเอาพวกนี้” เศษข้าวของที่แตกหัก “ไปทิ้งก่อน”
วงเดือนเดินออกไป เมฆาถอนใจเฮือก รู้สึกผิด รำคาญตัวเอง

วงเดือนออกมาจากห้อง ค่อยๆ ทรุดตัวลงอย่างหมดแรง และเหนื่อยใจ นั่งพิงประตู ภูผาเดินมาเห็นก็วิ่งมาหา
“เดือน! เป็นอะไรรึเปล่า”
วงเดือนพยายามอดกลั้นข่มความรู้สึก “เปล่าค่ะ..เดือนไม่เป็นไร”
“เมฆาทำอะไรเดือน”
“เปล่าค่ะ..คุณเมฆาไม่ได้ทำอะไรเดือน”
ภูผามองอย่างสงสาร “ที่ผ่านมา..เธอคงเหนื่อยมากใช่มั้ย”
“ไม่ค่ะ..เดือนไม่เหนื่อย..ไม่เคยเหนื่อย”
“เธอโกหก”
“เดือนไม่ได้โกหกนะคะ”
“เธอไม่มีความสุข”
“ไม่ค่ะ...เดือนมีความสุขดี” วงเดือนค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้น “เดือนขอตัวนะคะ ถ้าใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี”
ภูผาคราง “เดือน”
วงเดือนปลีกตัวออกไป ทิ้งให้ภูผามองตามด้วยความสงสาร

เมฆาแนบหน้าติดประตู ฟังทุกอย่างชัดแจ๋ว
เมฆาครางเสียงเศร้าๆ “เดือน”
แต่แล้วเมฆาก็หันมาตกใจ ผงะ เมื่อเห็นผี เด็กหญิงลูกสาวคนเดิมมายืนร้องไห้ใกล้ๆ
“เฮ่ย”
“พ่อจ๋า..หนูหิว...หนูหนาว” ผีเด็กหญิงครวญคร่ำ
“อย่าๆๆ ไป ไปให้พ้น”
“พ่อฆ่าหนูทำไม? ฆ่าหนูทำไม?”
“ฉันไม่ใช่พ่อแก! ฉันไม่ใช่พ่อแก”
ผีเด็กหญิงโผเข้ามากอด “หนูรักพ่อ” จ้องหน้าดุ “พ่อใจร้าย พ่อฆ่าหนูทำไม”
เมฆาสะบัด ปัดออกสุดฤทธิ์ “ไม่ ไปๆๆ ฉันไม่ใช่พ่อแก ไป!”
เมฆาพยายามสะบัดออก หนีสุดฤทธิ์ จนรถเข็นล้มลงกับพื้น
“หนูจะเอาพ่อไปอยู่ด้วย” ผีเด็กหญิงบอก
“ไม่ ไม่ ไม่” เมฆาตะเกียกตะกายพยายามจะหนีอย่างทุลักทึเล ดูน่าเวทนา
ผีเด็กหญิงเปลี่ยนสภาพเป็นหน้าตาน่ากลัวมาก “ไปอยู่กับหนูนะ..พ่อใจร้าย”
เมฆาร้องลั่น “ไม่! ช่วยด้วย.....”
ทันใดนั้นภูผาเปิดประตูผลัวะเข้ามา
“เมฆา”
“พี่ผา พี่ผาช่วยด้วย! พี่ผาช่วยด้วย”
ภูผามองไม่มีอะไร นอกจากเมฆาล้มอยู่กลางห้อง
“เกิดอะไรขึ้นเมฆา”
เมฆากอดภูผาแน่น “ไล่มันออกไป! ไล่มันออกไป”
ภูผางง “ไล่ใคร? ไม่เห็นมีใครเลยเมฆา”
“มี มีสิ! ไอ้เด็กนั่น! มันอยู่ตรง...” เมฆาชี้ไป แต่ชะงัก แปลกใจเมื่อไม่เห็นมีใครเลย
“เฮ่ย! เมื่อกี๊”
ภูผามองเมฆา “เมฆา..แกเครียดมากไปรึเปล่า”
“ผม...” เมฆาจะเถียง เถียงไม่ออก
“ฉันว่า..แกน่าจะหาโอกาสออกไปข้างนอกบ้าง ดีกว่าหมกตัวอยู่แต่ในห้องทั้งวันแบบนี้”
เมฆาฟัง
“เดือนเอง..เค้าก็คงดีใจที่จะได้ออกไปไหนมาไหนบ้าง”
เมฆามองภูผา
“ฉันว่าเดือนเค้าก็น่าเห็นใจไม่แพ้แกนะ....เมฆา ถ้าแกรักเดือน..แกก็น่าจะทำเพื่อเดือนเค้าบ้าง”
เมฆาอึ้ง

คืนนั้นวงเดือนนอนหลับอยู่บนโซฟา ที่นอนของตัวเอง เมฆานอนมองวงเดือนอย่างสงสาร
“วงเดือน..ผมรักคุณ..ผมจะทำเพื่อคุณ”
เมฆาน้ำตารื้น

เช้าวันต่อมา ภูผา วงเดือน เมฆา พฤกษ์ โสภี ศรีดารา หนูน้อย และชอุ่ม ชุมนุมกันอยู่ในห้องโถง และจริงอย่างที่ภูผาคาดคิด ศรีดาราตกใจมากเมื่อฟังจบ

“อะไรนะภูผา ภูผาจะกลับบ้านไร่ นี่แม่หลงนึกไปว่าลูกกับหนูน้อยจะอยู่ที่นี่กับแม่ตลอดไปซะอีกนะลูก”
ภูผาอึกอักลำบากใจ “ผม...คือ...”
“หนูน้อยรักคุณย่า แต่หนูน้อยคิดถึงแม่หนูนาด้วยคับ” หนูน้อยบอก
วงเดือนใจหล่นวูบ
ศรีดาราเข้าใจ “โถ..หลานย่า” ดึงหลานมากอด “น่ารักจริงๆ ตัวแค่นี้รู้จักกตัญญู รักแม่คิดถึงแม่” ศรีดาราตัดสินใจถาม “ภูผาจะกลับไปเมื่อไหร่ล่ะลูก”
“ผมตั้งใจไว้ว่าพรุ่งนี้เช้าครับ”
วงเดือนเศร้า
เสียงเมฆาดังเข้ามา “ผมขอไปด้วยคนได้มั้ย..พี่ผา”
ภูผาหันขวับ เห็นเมฆานั่งรถเข็นอยู่ที่มุมหนึ่ง
“เมฆา” ภูผาอึ้ง
วงเดือนชะงัก “คุณเมฆา”
เมฆามองมาหน้านิ่ง

อีกมุมหนึ่งภายในบ้านแสนสมุทร ภูผาเข็นรถให้เมฆาคุยกันไปเรื่อยๆ โดยมีวงเดือนเดินข้างๆ
“นึกยังไงขึ้นมาถึงอยากขึ้นเหนือไปกับฉัน?” ภูผาถามขึ้น
“ก็..อยากไป..อยากพาเดือนไปเที่ยวบ้าง วันๆ ต้องดูแลแต่คนพิการอย่างผม เดือนคงจะเบื่อแย่” เมฆาว่า
“คุณเมฆาคะ..ถ้าคุณพูดอย่างนี้อีกเดือนจะโกรธคุณจริงๆ ด้วย”
เมฆาย้อนถาม “ว่าแต่พี่ผาเถอะ..ถ้าพาผมไปด้วย จะเป็นภาระพี่รึเปล่า?”
ภูผาฉุน “เมฆา..ถ้าแกพูดอย่างนี้อีก ฉันก็จะโกรธแกเหมือนกัน”
สามคนมองหน้ายิ้มให้กันไปมา
เมฆามองวงเดือนพลางถาม “ดีใจมั้ยเดือน...จะได้ไปเที่ยวไร่พี่ผาอีกครั้งนึง”
วงเดือนยิ้มบางๆ แทนคำตอบ
“ผมเชื่อว่า..ครั้งนี้..คุณจะต้องมีความสุขที่สุดเลย” เมฆายิ้มอย่างเต็มยิ้มท่าทีมีความสุข
วงเดือนค่อยๆ หุบยิ้ม เพราะฟังดูทะแม่งๆ ภูผามองน้องแล้วครุ่นคิด เอะใจนิดๆ

แต่เมฆายังคงยิ้มด้วยแววตามีความสุขอยู่อย่างนั้น

บทโทรทัศน์ "ชิงนาง" ตอนที่ 20 มีการเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงตามบทโทรทัศน์จาก "โพลีพลัส" โดยหน้า 2.4 และ หน้า 3.3 ตัวหนังสือสีแดง คือเนื้อหาที่เพิ่มเข้ามาใหม่..."ทีมละครออนไลน์"


ชิงนาง ตอนที่ 20 อวสาน (ต่อ)

ค่ำคืนนั้น วงเดือนกำลังพยุงให้เมฆามาเอนตัวลงนอนบนเตียง เมฆามองวงเดือนแล้วยิ้มๆ

“ตื่นเต้นมั้ยเดือน? พรุ่งนี้ก็จะได้ไปเที่ยวไร่พี่ผาแล้ว”
“เดือนว่าคุณเมฆาตื่นเต้นกว่าเดือนนะคะ ถามเดือนตั้งหลายรอบแล้วนะคะเนี่ย..รู้ตัวรึเปล่า” วงเดือนเย้า
“รู้สิ...ผมรู้ตัวดี”
วงเดือนเมียงๆ มองๆ ฉุกคิดว่าเมฆาพูดแปลก? ก่อนจะ...ตัดบท “นอนเถอะนะคะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า”
เมฆาจับมือวงเดือนไว้ “เดือน..ผมขอโทษนะ..ที่อยู่ๆ ผมก็ต้องมากลายเป็นแบบนี้”
“คุณเมฆา..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณก็ยังเป็นคุณเมฆาคนเดิมสำหรับเดือนนะคะ”
เมฆาฟังอย่างซาบซึ้งใจ “ก็เพราะอย่างนี้...ใครๆ เค้าถึงได้รักคุณกันทั้งนั้น”
วงเดือนยิ้มบางๆ “นอนนะคะ”
เมฆาพยักหน้า วงเดือนปิดไฟให้ แล้วเดินไปนอนที่โซฟาแทน
วงเดือนนอนไม่หลับ เมฆาก็ไม่หลับ 2 คนนอนลืมตา ไม่หลับกันทั้งคู่

วันต่อมา เด็กชายหนูน้อยกราบตักคุณย่า ศรีดาราปาดน้ำตาก่อนจะกอดหอมหลาน
“สัญญากับย่านะจ๊ะว่าจะมาหาย่าอีก”
หนูน้อย “สัญญาคับ”
ภูผากราบแม่ “ผมไปนะครับแม่”
ศรีดารากอด “ขอคุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกแม่ด้วย แล้วมาหาแม่บ้างนะภูผา”
ภูผารับคำ “ครับ”
วงเดือนกราบลา “แล้วเดือนจะเอาใบชาจากไร่กลับมาฝากคุณแม่นะคะ”
“ขอบใจจ้ะ เที่ยวให้สนุกเถอะจ้ะ”
ศรีดาราลุกขึ้นมากอดเมฆาที่รถเข็น “เมฆาก็พักผ่อนให้เต็มที่นะลูกนะ”
“ครับแม่...ผมคงได้พักผ่อนเต็มที่ซะที”
วงเดือนหันขวับสะดุดกึกกับคำพูดแปร่งหู
เมฆากอดแม่ “แม่ครับ...ผมรักแม่นะครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็รักแม่เสมอ”
ภูผามองเมฆา สะดุดหูว่าพูดจาแปลกๆ
“จ้ะ..แม่ก็รักลูกที่สุดจ้ะ รักลูกเสมอ” ศรีดารายิ้มอ่อนโยน
“ผมลาก่อนนะพี่พฤกษ์” เมฆาบอก
พฤกษ์สะดุดหูนิดหนึ่ง แต่ไม่ทันคิดอะไร “อืมม์..เที่ยวให้สนุกนะเมฆา”
เมฆาหันไปอีกทาง “โสภี...”
โสภีเอ่ยขึ้น “ขอให้เที่ยวให้สนุกนะคะ”
เมฆาพยักหน้ารับ
ศรีดาราบอก “ได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะลูก”
ทุกคนขยับตัว ชอุ่มกอดหนูน้อยร้องไห้โฮ
“คุณหนูน้อยจะลืมชอุ่มมั้ยคะเนี่ย? อย่าลืมชอุ่มนะคะ คิดถึงชอุ่มบ้างนะคะ”
“ไม่ลืมหรอกคับ” หนูน้อยเอานิ้วจี๋เอวชอุ่มถาม “รถไฟอะไร”
“รถไฟปู้นปู้นนนนนน” ชอุ่มบ้าจี้ตอบทั้งน้ำตา
ทุกคนขำๆ กัน
“โห..คุณหนูน้อยอ่ะ” ชอุ่มค้อนปะหลับปะเหลือก
เมฆามองชอุ่ม “ชอุ่ม...ฉันจะคิดถึงชอุ่มนะ”
ชอุ่มอึ้ง ก่อนจะบอก “อู๊ย...ขอบคุณค่ะคุณเมฆา ไม่ต้องคิดถึงชอุ่มมากก็ได้ค่ะ เกรงใจคุณวงเดือน”
ทุกคนขำๆ
“แหม...พูดยังกะคุณเมฆาจะไปนานงั้นแหละ แค่ไปเที่ยวไม่ใช่เหรอคะ”
เมฆาได้แต่ยิ้มน้อยๆ ให้ชอุ่ม ไม่ยอมตอบอะไร

เช้านั้นที่บ้านไร่วงเดือน หนูน้อยวิ่งโผล่ออกมาเจอสว่างกับดอย ทั้งหมดดีใจตะโกนเรียกชื่อ กระโดดกอดกันด้วยความคิดถึงสุดๆ
“หนูน้อย! คิดถึงจังเลย! โห..ไม่เจอกันแป๊บเดียว โตขึ้นตั้งแยะแน่ะ” ดอยแซว
“หนูน้อยก็คิดถึงพี่ดอย! แต่ทำไมพี่ดอยไม่โตขึ้นเลยล่ะ” หนูน้อยกัด
“อ้าว” ดอยเซ็ง
สว่างหัวเราะชอบใจ “ฮ่าๆๆๆ...หนูน้อยนี่พูดโดนใจตาหว่างจริงๆ เออ..ว่าแต่พ่อผาล่ะ..อยู่ไหน”
หนูน้อยชี้ไปด้านหลัง “อยู่นี่คับ”
ทุกคนเหลียวหันไปมองเห็นภูผาเข็นรถเข็นเมฆาเข้ามาพร้อมกับวงเดือน
สว่างอึ้งๆ คาดไม่ถึง ร้องครางออกมา “นาย”
ดอยตาโต ยิ้มแป้น “คุณวงเดือน”

ภูผายิ้มให้นิดๆ วงเดือนยิ้มแฉ่งให้ดอย

สองลุงหลาน เตรียมอาหารอยู่ในครัว ดอยมือกำสากตำบางอย่างในครกดังโป๊กๆ หันหน้ามาเม้าท์

“นี่ลุงหว่าง!” ตำไปจกของในครกกินไป “ว่ามะ อีตาคุณหมอเมฆาอะไรนั่นน่ะ ท่าทางยังไงก็ไม่รุ๊
สว่างมองเหล่ “ยังไงอะไรของเอ็งไอ้ดอย”
“เก๊าะ” ดอยจกกินแล้วซี้ด “ดูท่าทางน่ากลัวยังไงก็ไม่รุ๊ เป็นน้องชายนายแท้ๆ แต่ดูไม่เห็นจะใจดีเหมือนนายเลย”
สว่างหมั่นไส้ “แล้วไง? ยังไงเค้าก็พี่ชายน้องชายกัน ว่าแต่เอ็งเถอะ..ไปเกี่ยวอะไรกับเค้า”
ดอยจกอีกแล้วซี้ดอีก “ไอ้ฉันน่ะไม่เกี่ยวหรอกลุง แต่คุณวงเดือนสิ!! น่าสงสารชะมัด นึกยังไง๊ ถึงได้ไปแต่งงานกับคุณหมอเมฆาหน้าดุนั่น..เฮ้อ” ส่ายหน้า
จังหวะนั้นวงเดือนเดินมา ทันได้ยินจึงหยุดฟัง สว่างเห็นแล้วพยายามส่งซิกดอยว่า...อย่าเม้าท์ๆ
แต่ดอยเข้าว่าอย่าจกกิน “อะไร ดอยก็ต้องชิมก่อนสิลุงถึงจะรู้ว่าแซบรึเปล่า”
สว่างหน้าแหยๆ “แซบแล้ว..แซบแล้ว”
ดอยเพลินทั้งเท้าท์ทั้งจก ยังพล่ามไม่หยุด “นี่..พูดก็พูดเถอะนะ พูดแบบไม่เข้าข้างลูกพี่นะ ดอยว่าจริงๆ แล้วคุณวงเดือนน่ะเหมาะที่จะคู่กับนายภูผามากกว่าคุณหมอเมฆาตั้งแยะ..ลุงหว่างว่ามะ”
สว่างส่ายหน้า “ไม่ว่า...ข้าไม่เกี่ยว”
ดอยชี้หน้าลุง “แน้...เกี่ยวหน่อยสิลุง” เริ่มชะงัก เมื่อเห็นหน้าลุงสว่างตื่นๆ “อะไร? ทำหน้ายังกะเห็นผี กลางวันแสกๆ เนี่ยนะจะมีผี (จกกิน) แล้วผีอะไรจะมาโผล่ในครัว??
-พูดไปดอยก็หันไปป๊ะกับวงเดือนที่ยืนฟังอยู่ อาหารยังคาปากดอย
ดอยแฮ่...แฮ่...
วงเดือนกับข้าวเสร็จรึยังจ๊ะดอย?!
ดอยแฮ่..เสร็จจ้ะ..เสร็จเลยจ้ะ
-ดอยรีบหันกลับไปตำโป๊กๆๆๆๆ ลั่นเลย ปากก็บ่นกับสว่าง
ดอยมาก็ไม่บอก
“บอกแล้ว เอ็งแหละไม่ฟัง”
2 คนลุงหลานก้มหน้าก้มตาทำกับข้าวกันไป ส่วนวงเดือนถอนหายใจเฮือกใหญ่

สำรับถูกจัดวางบนโต๊ะอาหาร ต่อหน้าภูผา วงเดือน เมฆา หนูน้อย โดยทั้งดอยกับสว่าง เสิร์ฟพร้อมกับบอกชื่ออาหาร ซึ่งล้วนเป็นแกงทางเหนือลงกลางโต๊ะ
“คุณหมอเมฆาลองชิมดูนะครับ” สว่างจัดสำหรับเสร็จเอ่ยเชื้อเชิญเมฆา ก่อนจะถอยไปยืนดูแลกับดอย
ทว่าเมฆามองหน้านิ่งๆ
ดอยกระซิบสว่าง “เห็นมะลุง?!...หน้าดุ๊ดุ”
“เมฆา...ลองดูซิ..สู้อาหารทางใต้ได้รึเปล่า” ภูผาเอ่ยขึ้น
เมฆาพยักหน้าหงึกๆ “ครับพี่ผา”
เมฆาพยายามเอื้อมตัก แต่ลำบากมากเพราะท่อนล่างขยับเขยื้อนไม่ได้ จึงรู้สึกอายคนอื่นๆ
วงเดือนมองเห็นจึงเข้ามาช่วย “อยากทานอันนี้เหรอคะ เดือนตักให้นะคะ”
วงเดือนตักอาหารให้เมฆา เมฆารู้สึกจ๋อยๆ
วงเดือนยิ้มปลอบ “ทานเยอะๆนะคะ” หันไปแหย่ดอย “ถ้าไม่อร่อยก็ว่าดอย”
ดอยสะดุ้งโหยง “เย้ย! คุณวงเดือน! ดอยคนเดียวที่ไหน? ลุงหว่างด้วยค่ะ”
สว่างสะดุ้งด้วย “อ้าว! ไอ้นี่!! ผมไม่เกี่ยวนะครับ คุณหมอเมฆา” สว่างชี้แกงอีกถ้วย “ของผมอันนี้”
บรรยากาศดีขึ้น ทุกคนยิ้มขำกัน รวมทั้งเมฆา
ดอยไม่วายแอบกระซิบสว่าง “เออ..เวลายิ้มค่อยยังชั่วหน่อย”
สว่างเขกหัวให้ดอยหยุดเม้าท์ได้แล้ว
“อร่อยมั้ยเมฆา” ภูผาถาม
เมฆาพยักหน้า “อร่อย”
ดอยยิ้มแฉ่งคุยโว “อันนี้แค่เด็กๆ นะคะคุณหมอ ดอยยังมีเมนูเด็ดอีกเพียบ”
“นั่น..โม้เลย” สว่างกัด
หนูน้อยเห็นด้วย “ใช่...พี่ดอยขี้โม้”
ทุกคนขำๆ กัน บรรยากาศดูแจ่มใสมากขึ้น ทุกคนล้วนมีรอยยิ้มเปื้อนหน้า

รวมทั้งเมฆาที่มองวงเดือนยิ้มสวยแล้วมีความสุข ก่อนที่ตัวเองจะค่อยๆ หุบยิ้มลงสีหน้าเศร้าหมอง

คืนนั้น วงเดือนเข็นรถพาเมฆาออกมาตรงระเบียงบ้าน ชมพระจันทร์เต็มดวง สาดแสงส่องสว่างไปทั่วบริเวณ

วงเดือนเอ่ยขึ้น "พระจันทร์สวยจังเลยค่ะ...คุณเมฆาดูสิคะ"
เมฆามองดูตามที่วงเดือนบอก “จริงด้วย...พระจันทร์สวยจริงๆ” ค่อยๆ มองไปทั่วบริเวณ “จำไม่ได้แล้วว่านานแค่ไหน ที่ผมไม่ได้ชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามแบบนี้”
วงเดือนพยักหน้ายิ้มๆ “บางทีความสุขก็อยู่รอบๆ ตัวเรานี่ล่ะค่ะ ธรรมชาติยินดีให้ความสุขกับเราเสมอ แต่เราเองกลับมองข้าม”
เมฆาพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย ก่อนจะมองจ้องวงเดือนแล้วเอ่ยขึ้น “คุณเองก็ดูมีความสุขมากเวลาอยู่ที่นี่”
วงเดือนไม่ได้คิดอะไร จึงยิ้มกว้าง ตาเป็นประกายรับว่าจริง
เมฆาพูดต่อ “ไม่เหมือนตอนอยู่แสนสมุทร”
วงเดือนอึ้งนิ่งงันไปทันที
เมฆาถามต่อเสียงเศร้าๆ “ตลอดเวลาที่ผ่านมา..คุณไม่มีความสุขเลยใช่มั้ยเดือน...โดยเฉพาะเวลาที่อยู่กับผม?”
วงเดือนพูดไม่ออก “คุณเมฆา...”
เมฆายิ้มเศร้าๆ “ผมนี่มันเห็นแก่ตัวจริงๆ”
วงเดือนรีบบอก “ไม่ใช่หรอกค่ะ..คุณพยายามทำทุกอย่างเพื่อเดือนต่างหาก”
เมฆามอง สีหน้าฉงน
“เดือนทราบดีนะคะ ทราบมาโดยตลอด ว่า..คุณรักเดือนมาก แล้วก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อเดือน”
เมฆาเป็นปลื้ม “จริงเหรอ?...เดือนรู้ใช่มั้ย ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน?”
วงเดือนพยักหน้าแทนคำตอบ
เมฆากางแขนออกเหมือนอยากกอดวงเดือน วงเดือนค่อยๆ โอบกอดเมฆาไว้ทั้งตัว
เมฆาปลื้มใจ “คุณรู้..แค่นี้..ผมก็ดีใจที่สุดแล้ว”
สองคนไม่รู้ว่าภูผามองดูอยู่ จากอีกมุมใกล้ๆ
“ไม่ต้องห่วงนะเดือน...อะไรที่เป็นความสุขของคุณ..ผมจะทำให้คุณอีก”
วงเดือนคราง “คุณเมฆา...”
“อย่าดูถูกผม อย่าเห็นผมเป็นคนพิการแล้วจะทำอะไรให้คุณไม่ได้” น้ำเสียงเมฆาจริงจังมาก
วงเดือนพยายมจะแก้ต่าง “เปล่านะคะ..เดือนไม่ได้...”
“รอนะ..รออีกนิด..อีกไม่นานหรอก..ผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด... วงเดือนของผม”
เมฆาลูบเรือนผมวงเดือนอย่างรักใคร่ วงเดือนมองเมฆางวยงงสังสัย?
เมฆากอดวงเดือนไว้แน่น นิ่งและนาน
ภูผาถอนหายใจ..เฮ้อ! เศร้าไปตามระเบียบ

ภูผาเดินมาเศร้าๆ เหงาๆ พอจะหันหลังกลับ แต่ต้องชะงัก เห็นเมฆานั่งมองอยู่บนรถเข็น
“เมฆา..ฉันนึกว่าแกเข้านอนแล้ว”
“ผมนอนไม่หลับหรอกพี่”
“แปลกที่ล่ะสิ ไม่เคยยอมออกไปไหนมานานนี่”
เมฆาส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอก..ผมคงนอนไม่หลับ ถ้าไม่ได้คุยกับพี่”
ภูผามองอย่างฉงน
“พี่กับเดือนยังรักกันใช่มั้ย?”
“เมฆา”
“ใช่มั้ย? ตอบผมสิ”
ภูผาอึ้งไป
“พี่จำได้มั้ย? ที่พี่เคยพูดกับผมไว้”
ภูผาพูดกับเมฆาว่า “แน่ใจเหรอว่าได้ร่างกาย แล้วจะได้หัวใจวงเดือนด้วย?”
“พี่พูดถูก แต่ไม่ทั้งหมด เพราะที่ถูกต้องที่สุดก็คือ..ผมไม่เคยได้อะไรจากเดือนเลย ไม่ว่าจะหัวใจ หรือแม้แต่ร่างกาย”
ภูผาอึ้ง “แกว่าไงนะ”
เมฆายิ้มหยันตัวเอง “ผมมันเลวมากใช่มั้ยพี่ เลว ใจร้าย เห็นแก่ตัว”
ภูผาปรามๆ ให้หยุดพูด “เมฆา”
“ผมเคยเชื่อมาตลอดว่าเวรกรรมไม่มีจริง แต่วันนี้...” เมฆามองตัวเอง “..ดูผมสิพี่..เวรกรรมมันคงตามมาเอาคืนผมแล้ว”
ภูผาปลอบน้อง “เมฆา...แกเคยเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ มาตลอดไม่ใช่เหรอ?”
เมฆาพยักหน้าหงึกๆ “แต่วันนี้ผมคงแพ้..แพ้ใจของผู้หญิงที่ชื่อวงเดือน” มองภูผา “แพ้ที่ใจเค้ามั่นคงต่อพี่คนเดียว ไม่เคยเปลี่ยน...แม้ว่าพี่จะมีหนูนา”
ภูผาอึ้งถอนใจเฮือก “ชีวิตเรา 2 คน คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอกเมฆา” พูดลอยๆ “ฉันเองก็ไม่ได้มีความทุกข์น้อยไปกว่าแก”
เมฆามองรอฟัง?
ภูผานึกถึงหนูนา “ฉันแต่งงานกับหนูนาก็เพราะหนูนาท้องกับวันชัย”
“อะไรนะ” เมฆาตะลึง
ภูผาพยักหน้านิดๆ “บางที..ชีวิตคนเรามันก็เหลือเชื่อใช่มั้ย?” ตบไหล่ “เพราะฉนั้น..แกก็อย่าคิดมากเลยนะเมฆา อะไรที่มันเกิดขึ้นแล้วก็จงยอมรับมันซะ จะสุขหรือจะทุกข์ เดี๋ยวมันก็มา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่มีอะไรอยู่กับเรานานหรอก...” ภูผาตบไหล่ปลอบอีกที
สีหน้าเมฆายังอึ้งกับ ‘ความจริง’ ที่ได้ยิน

เช้าวันใหม่ บรรยากาศรายรอบเป็นวิวสวยของไร่ชา ภูผาเข็นรถเข็นให้เมฆาชมวิวมาเรื่อยๆ มีวงเดือนเดินตามาติดๆ
ภูผายิ้มๆ “นึกยังไง...อยากจะชมวิวขึ้นมา”
“อ้าว...มาเที่ยวทั้งที จะให้อยู่แต่ในบ้านเหรอพี่? ทำไม เข็นรถให้ผมแค่นี้เหนื่อยเหรอ” เมฆาเย้า
“ไม่ช่าย...ก็แค่แปลกใจ” ภูผายิ้ม
เมฆาหันมามองวงเดือน “เดือนล่ะ..เหนื่อยมั้ย”
“ไม่ค่ะ..เดือนไม่เหนื่อย”
เมฆามองจ้องนางอันเป็นที่รักใบหน้ายิ้มพราย แต่แววตาเศร้า “อดทนอีกนิดนะ...เดี๋ยวเดือนก็จะไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไปแล้ว”
วงเดือนมองเอะใจ แปร่งหู
“ไป! พี่ผา! ผมอยากขึ้นไปสูงๆ อีกนิดนึง ไหวมั้ย” เมฆาบอกพี่ชาย
ภูผายิ้มร่า...จัดให้ “สบาย”
ภูผาเข็นรถน้องชายไป วงเดือนเมียงมองๆ ก่อนจะถอนหายใจพลางคิดว่า ไม่มีอะไรหรอกน่า..แล้วเดินตามออกไป

ภูผาเข็นรถเมฆามาหยุดอยู่บริเวณหน้าผา เมฆากวาดตามอง ปลื้มๆ พลางร้องขอ
“สวยจัง...ขอเข้าไปอีกนิดได้มั้ยพี่ผา”
ภูผาไม่ยอม “พอแล้วเว่ย...แค่นี้พอ”
วงเดือนเดินตามเข้ามา
“อยู่แค่นี้ก็พอค่ะคุณเมฆา ถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้จะอันตราย”
เมฆาอ้อน “ไหนๆ ก็มาแล้ว ผมคงไม่มีโอกาสได้มาอีกแล้ว”
ภูผาขำๆ “ทำไมแกจะมาไม่ได้เมฆา ถ้าแกอยากมาจริงๆ ฉันเข็นรถให้แกขึ้นมาทุกวันก็ยังได้”
เมฆายิ้มแย้ม “ขอบคุณมากพี่” ส่ายหน้า “แต่...ผมคงจะพอแล้วล่ะ...” พึมพำเบาๆ “พอแล้ว”
วงเดือนมองเมฆาอย่างคลางแคลงใจ
เมฆาสูดลมหายใจลึกๆ ท่าทีชื่นใจ “ไม่น่าเชื่อว่า..วันนี้จะเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุด” ยิ้ม “นึกถึงตอนเด็กๆ พี่พฤกษ์ พี่ผา ผม แล้วก็อรุณ..จำได้มั้ยพี่ผา เรา 4 คนชอบเล่นอะไรกัน”

ภูผายิ้มๆ จำได้แม่น “จำได้...” มองไปที่วงเดือนก่อนจะบอก “..เราชอบเล่น ‘ชิงเดือน’ กัน”

สามคนยิ้มร่วมรำลึกความหลังภาพจำวัยเยาว์ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด เด็กชายพฤกษ์, เด็กชายภูผา, เด็กชายเมฆา, เด็กชายอรุณ เล่น “ชิงเดือน” กัน เด็กชายทั้ง 4 วิ่งแข่งกันว่า ใครคว้าข้อมือ เด็กหญิงวงเดือนได้ก่อน คนนั้นชนะ

ซึ่งเด็กชายภูผาชนะตลอด เด็กชายพฤกษ์จ๋อย ขณะที่เด็กชายเมฆาออกจะเคือง ส่วนเด็กชายอรุณหอบแฮ่กๆ
เมฆายิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องราวครานั้น “พี่ผาชนะตลอดเลย”
ภูผายิ้มๆ วงเดือนแอบยิ้ม
“โตขึ้นมา เราก็ยังเล่นแบบนั้นกันอีก” เมฆาเอ่ยขึ้นมาอีก
ภาพจำตอนพฤกษ์กับภูผาว่ายน้ำแข่งกัน รวมทั้งภูผากับอรุณ ว่ายน้ำแข่งกันแย่งดอกไม้จากวงเดือน ผุดพรายในความคิด
ภูผากับวงเดือน ยิ้มๆ
เมฆาเอ่ยขึ้น “พี่ผาก็ยังชนะเหมือนเดิม”
ภูผาทักท้วง “เฮ่ย..อรุณต่างหาก”
เมฆาส่ายหน้า “พี่ผานั่นแหละ...พี่ผายอมอ่อนให้อรุณ...ทั้งที่จริงๆ แล้วพี่ผาเป็นผู้ชนะ”
ภูผายิ้มเจื่อนๆ วงเดือนด้วย
“ทำไมพี่ถึงยอม” เมฆาถาม
ภูผานิ่ง
เมฆาตอบเอง “พี่ยอม..เพื่อให้คนที่พี่รักมีความสุข”
ภูผาถอนใจ
“แต่ที่สำคัญ...ถึงแม้พี่จะยอมแพ้ แต่ในที่สุด พี่ก็ยังเป็นผู้ชนะอยู่ดี จริงมั้ย...เดือน”
วงเดือนคราง “คุณเมฆา”
เมฆาพูดต่อ “ผมรู้ดี รู้อยู่เต็มอก ว่าคุณยังรักพี่ผาอยู่เสมอ”
“คุณเมฆา” วงเดือนอึ้ง
เมฆาพูดต่ออีก “และผมก็รู้ว่าในใจของพี่ผา มีแต่เดือนเพียงคนเดียวเท่านั้น”
“เมฆา...” ภูผาคราง
เมฆายิ้มความรู้สึกพรั่งพรู “ผมหลอกตัวเองมาตลอด..ว่าผมเป็นผู้ชนะ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ...ผมแพ้...แพ้ยับเยิน”
ทุกคนนิ่งไป
“แล้วดูสารรูปผมวันนี้สิ” เมฤาก้มมองตัวเอง “น่าสมเพช”
“คุณเมฆา...” วงเดือนคุกเข่าลง เกาะขาเมฆา “อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ”
“คิดๆ ดูแล้ว...คนอย่างผมจะไปทำความสุขอะไรให้คุณได้อีก..จริงมั้ย...เดือน?”
“คุณเมฆาคะ..อย่าคิดมากเลยนะคะ” วงเดือนปลอบ
“นั่นสิ..เมฆา ชีวิตคนเรามันยังอีกยาวไกล” ภูผาปลอบด้วย
“ใช่..ชีวิตคนเรามันยังอีกยาวไกล ผมเลยอยากเห็นคนที่ผมรัก..คือ เดือน มีชีวิตที่สดใส มีความสุข”
ภูผาชักแปร่งๆ หู “แกหมายความว่ายังไง..เมฆา”
เมฆาพูดแน่วนิ่ง “ผมอยากให้เดือนได้ใช้ชีวิตอยู่กับพี่ผา”
ภูผากับวงเดือนตกใจมาก “เมฆา” / “คุณเมฆา” ต่างคนต่างงวยงง
เมฆาคาดคั้น “รับปากผมสิพี่ผา รับปากผม”
ภูผาด่าเอา “แกจะบ้าเหรอเมฆา”
เมฆายังพูดพร่ำคำเดิม “รับปากผมว่าจะรัก จะดูแลเดือนตลอดไป รักให้ได้เท่าที่ผมรัก”
วงเดือนเริ่มไม่พอใจ “คุณเมฆา! นี่คุณพูดอะไร? คุณทำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ”
“ได้สิเดือน ผมเคยบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าผมรักคุณ ผมยินดีทำให้คุณทุกอย่าง ผมให้คุณได้ แม้กระทั่ง..ชีวิต” เมฆาบอกพร้อมกับจดสายตาจ้องหน้าวงเดือนราวกับจะจารจำ
วงเดือนผงะกับสายตาจริงจังของเมฆา
ภูผาเริ่มเก็ตในวินาทีนั้น
วงเดือนก็รู้แล้ว กรี๊ดลั่น “ไม่นะคะ..คุณเมฆา”
เมฆารวบรวมแรงเท่าที่มี ผลักวงเดือนที่เกาะขาตัวเองออกสุดแรง จนวงเดือนล้มลงกับพื้น แล้วไสล้อรถเข็นพุ่งไปข้างหน้า
ไวเท่าความคิดภูผาโผนทะยานจะจับรถ
ภูผาร้องลั่น “อย่าเมฆา! อย่า....”
แต่ไม่ทันแล้ว เมฆาไสรถจนร่วงหล่นตกหน้าผาไปต่อหน้าต่อตาภูผา และวงเดือนที่ตื่นตะลึง ตกใจสุดขีด
สองคนตะโกนก้อง “เมฆา” / “คุณเมฆา”
ร่างเมฆาหลุดจากรถเข็นลอยละลิ่วลงสู้ก้นเหวลึก
วินาทีนั้นภาพแห่งความสุขแสนหวานผุดขึ้นมาราวกับสายน้ำไหล ตอนเมฆาดูแลวงเดือน ฉากรัก 3 เส้า ตอนน้อยใจวงเดือน วงเดือนบอกรัก จนถึงภาพหวานในวันแต่งงาน ก่อนจะวูบหายไปพร้อมสำนึกสุดท้ายของ...เมฆา

วงเดือนเกาะอยู่ริมหน้าผา ตะโกนก้อง “คุณเมฆา”
ภูผาทรุดลงอย่างหมดแรงข้างวงเดือน

“เมฆา..ทำไมแกต้องทำอย่างนี้” ภูผาทุบพื้นไม่หยุดตะโกรก้อง “ทำไม” เสียงสะท้อนไปทั่วหุบเหว

บทโทรทัศน์ "ชิงนาง" ตอนที่ 20 มีการเพิ่มเติมเพื่อให้ตรงตามบทโทรทัศน์จาก "โพลีพลัส" โดยหน้า 2.4 และ หน้า 3.3 ตัวหนังสือสีแดง คือเนื้อหาที่เพิ่มเข้ามาใหม่..."ทีมละครออนไลน์"


ชิงนาง ตอนที่ 20 อวสาน (ต่อ)

ที่บ้านแสนสมุทร เวลาเดียวกัน จู่ๆ รูปสี่หนุ่มแสนสมุทร ก็ร่วงหล่นตกมาเสียงดังเพล้ง ทุกคนตกใจหันไปมอง ชอุ่มซึ่งปัดฝุ่นด้วยไม้ขนไก่อยู่ หยิบมาแง้มดูหน้าเสีย

“ตายแล้ว”
ศรีดาราเอ็ด “ชอุ่ม! อีกแล้วนะ ใจคอจะไม่เหลือไว้ให้ฉันบ้างเลยรึไง”
“ชอุ่มขอโทษค่ะคุณผู้หญิง”
ศรีดาราเดินมาดู “ไหน!! แตกรึเปล่าคราวนี้”
ชอุ่มมองรูปในมือ หน้าเสีย “แฮ่..ก็..ก็...”
“ไหน..เอามาดูสิชอุ่ม” พฤกษ์แบมือขอ
ชอุ่มค่อยๆ ยื่นให้ พฤกษ์มองดู ขมวดคิ้ว
“เออ..แปลก? ตรงอื่นไม่แตก ทำไมมาแตกตรงนี้ที่เดียว?” พฤกษ์ว่า
“ไหนจ๊ะ..แตกตรงไหน? ขอแม่ดูหน่อยสิ?”
พฤกษ์ยื่นให้ ศรีดาราตกใจอุทานออกมา
“เมฆา”
กรอบรูปในมือศรีดารา กระจกแตกร้าวตรงเมฆาคนเดียวจริงๆ ศรีดาราใจไม่ดี สีหน้าหวาดหวั่น
“เมฆาลูกแม่”
พฤกษ์เองก็อึ้งๆ สังหรณ์ใจ แต่ก็ปลอบแม่ “แม่ครับ..ก็แค่รูป เมฆาไม่เป็นอะไรหรอกครับ”
ทุกคนต่างก็แอบหวั่นใจ

คืนนั้นภูผา วงเดือน และสว่าง เดินเศร้ากันมา พร้อมคนงานไร่ชาย 3-4 คน หลังจากไปค้นหาศพเมฆา แต่คว้าน้ำเหลว
“ผาสูงขนาดนั้น แล้วมันก็มืดมากด้วย ผมขอโทษนะครับนาย...คุณวงเดือน” สว่างเสียงเศร้า
“นายสว่างกับลูกน้อง...ไปพักเถอะ..เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ครับนาย”
ภูผาพยักหน้า “ขอบใจมาก”
สว่างกับลูกน้องต่างพากันแยกย้ายสลายตัว เหลือเพียงวงเดือนกับภูผาสองคน วงเดือนสะอื้น ภูผาเดินมาใกล้ โอบวงเดือนไว้ปลอบใจ
“คุณเมฆา...” วงเดือนครวญคร่ำ
ภูผาพูดไม่ออก ได้แต่ปลอบใจวงเดือน

หลายวันต่อมาภูผากับวงเดือนกลับมาที่บ้านแสนสมุทรแล้ว เวลานั้นมือของศรีดาราค่อยๆ วางรูปเมฆา เรียงต่อจากศรีเรือน อนุต และอรุณ
ศรีดาราน้ำตาซึม “น่าเวทนาเมฆา...แม้แต่ร่าง...ก็ยังไม่ได้กลับมาหาแม่” สะอื้นไห้ออกมา
ภูผาโอบปลอบแม่ “ผมขอโทษนะครับ พวกเราพยายามกันสุดความสามารถแล้ว”
พฤกษ์ตบไหล่ปลอบใจน้องชาย
ศรีดาราพูดกับรูปศรีเรือน และรูปอนุต “คุณแม่คะ..คุณคะ..ดูแลอรุณและเมฆาด้วยนะคะ” สะอื้นออกมาอีก ก่อนจะหันกลับมาพูดกับลูกชาย 2 คน “พฤกษ์ และภูผา เราเหลือกันแค่นี้แล้วนะลูก”
ลูกชายทั้งสองโผเข้ากอดแม่ถ่ายทอดความรักให้กันและกัน ทุกคนสะเทือนใจ
สามแม่ลูกมองจ้องภาพถ่าย แสนสมุทร 4 คนที่จากไป ไล่มาจนหยุดที่รูปเมฆาเป็นคนสุดท้าย

วันหนึ่งชอุ่มนั่งคุยกับวงเดือน
“เหมือนมีคำสาปนะคะคุณเดือน..ชีวิตคุณๆ ในแสนสมุทร” ชอุ่มเปิดประเด็น
“คงไม่ใช่คำสาปหรอกน้าชอุ่ม มันคงเป็นลิขิตน่ะ”
“ลิขิตฟ้าน่ะเหรอ”
วงเดือนนิ่งคิด เหตุการณ์ตอนเมฆาตัดสินใจฆ่าตัวตายโผล่มาในหัว
“เดือนว่าตัวเราต่างหาก ที่เป็นผู้ลิขิตชีวิตของเราเอง”

วงเดือนนึกถึงเมฆาด้วยใบหน้าหมองเศร้า สะท้อนใจที่เขาเลือกจบชีวิตตัวเอง

ภูผากราบลาแม่ ศรีดารากอดไว้พร่ำบอก

“กลับมาเยี่ยมแม่บ้างนะ พาหนูน้อยมาหาย่าด้วย”
“ครับแม่” ภูผาหันมาทางพฤกษ์ “ผมไปนะพี่พฤกษ์” เหลียวมาทางโสภี “โสภี..ฝากดูแลคุณแม่ด้วย”
โสภีรับคำ “ค่ะคุณภูผา”
“ภูผา..” เหมือนว่าพฤกษ์จะพูดอะไรบางอย่าง
ภูผามอง สีหน้าฉงน
“เรื่องวงเดือน...”
“เดี๋ยวผมจะไปบอกลาเดือน” ภูผาตัดบทดื้อๆ
พฤกษ์ถอนใจ สีหน้าภูผาครุ่นคิด เหมือนตัดสินใจแล้ว

วงเดือนเดินมาตรงอีกมุมในบ้านแสนสมุทร ชะงักเมื่อเจอภูผา วงเดือนมองจ้องแล้วตัดสินใจถาม
“คุณจะไปแล้วเหรอคะ”
ภูผาพยักหน้าก่อนจะเดินมาหา
“ถ้ามีโอกาส..ฉันจะกลับมาเยี่ยมคุณแม่...แล้วก็...เธอ”
วงเดือนพยักหน้านิดๆ
“หนูน้อยคงจะคิดถึง ‘แม่เดือน’ มาก” ภูผาบอก
“ฝากบอกหนูน้อยด้วยว่าแม่เดือนก็คิดถึงมาก”
2 คนนิ่งงันกันไป ก่อนที่ภูผาจะค่อยๆ จับมือวงเดือนมากุมไว้
“ดูแลตัวเองด้วย”
“คุณก็เหมือนกันนะคะ”
ภูผาพยักหน้ารับ 2 คนมองหน้ากัน ก่อนที่ภูผาจะค่อยๆ ปล่อยมือแล้วหันหลังกลับออกไป วงเดือนมองตาม ใจจะขาดรอนๆ
พฤกษ์มองดูอยู่ สีหน้าเศร้า

เช้านั้นภูผาเดินเข้ามาบนเรือน หนูน้อยกระโดดตัวลอยขึ้นกอดพ่อ
“เย้!! พ่อผากลับมาแล้ว พ่อผากลับมาแล้ว”
ภูผาปราม “เบาๆ” ท่าทีขำๆ
“เอ๊ะ! ทำไมพ่อผากลับมาคนเดียว แม่เดือนล่ะคับ”
เจอคำถามของเด็กไร้เดียงสา ภูผาถึงกับอึ้ง หนูน้อยมองอย่างสงสัย ในขณะที่สว่างเมียงมอง
สีหน้าภูผาคิดหนัก

เห็นภูผานั่งเหงาๆ อยู่มุมหนึ่งในไร่ สว่างเดินเข้ามาหา เอ่ยขึ้น
“นายครับ..ผมขอคุยอะไรด้วยนิดนึง..นายคงไม่ว่า”
“ว่ามาสิ”
“ต้องขอโทษนะครับ อย่าหาว่าไอ้หว่างบังอาจ แต่..ทำไมนายไม่ชวนคุณ วงเดือนมาด้วยครับ”
ภูผาอึ้ง ถอนใจ “มันจะเป็นไปได้ยังไง สว่าง”
สว่างแย้งขึ้นทันที “ก็แล้วทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะครับ ในเมื่อจริงๆ แล้ว นายเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้หนูนามันซักนิด แถมคุณเมฆาเองก็ตั้งใจฝากคุณวงเดือนไว้ให้นายดูแล”
ภูผาฟังนิ่ง
“แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือ...นายภูผา กับ คุณวงเดือนรักกัน! แค่นั้น..มันก็เป็นไปได้แล้วไม่ใช่เหรอครับ?” สว่างเตือนอีก
ภูผานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “เรื่องราวมัน..วุ่นวายเกินกว่าจะสะสางได้แล้วล่ะนายสว่าง”
สว่างท้วง “ไอ้สะสางน่ะมันไม่เกินกำลังหรอกครับนาย ขึ้นอยู่กับนายตะหากว่าอยากจะสะสางรึเปล่า”
ภูผาถอนหายใจ...สีหน้าใคร่ครวญ เอาไงดีวะ?
“นายครับ..ชีวิตคนเรานึกๆ ดูมันก็เศร้านะครับ ดูอย่างไอ้หนูนา รักนาย จนวันตาย นายก็ยังไม่รักมัน ส่วนคนที่รักกันจะตาย อย่างนายกับคุณวงเดือน กลับเลือกที่จะไม่ยอมมีความสุขร่วมกันซะงั้น?!...มันน่าเศร้ามั้ยครับนาย”

ภูผาฟังแล้วนิ่งคิด..ก่อนจะถอนหายใจ “เฮ้อ....” ออกมา

วันเวลาผ่านไป

คืนหนึ่ง ในขณะที่วงเดือนนั่งแหงนหน้ามองพระจันทร์บนท้องฟ้าอยู่อย่างเหงาๆ สักครู่หนึ่งพฤกษ์เดินเข้ามาหา
“นั่งตากน้ำค้างเดี๋ยวจะไม่สบายนะเดือน”
“อ๋อ...” วงเดือนหันไปหายิ้มให้ “เดี๋ยวเดือนจะเข้านอนแล้วล่ะค่ะ”
พฤกษ์ถามจี้ใจ “นอนหลับเหรอ”
วงเดือนมองรอฟัง?
พฤกษ์พูดต่อ “เดือน..การได้อยู่กับคนที่เรารักแล้วก็รักเราน่ะ...มันมีความสุขมากรู้มั้ย”
วงเดือนรู้ว่าพฤกษ์จะพูดอะไร
“ทำไมถึงไม่ไปอยู่กับภูผา” พฤกษ์พูดตรงๆ
“คุณพฤกษ์” วงเดือนหลบตาซ่อนหน้า
“เมฆาสละชีวิตทั้งชีวิตเพื่อจะให้เดือนได้มีความสุข..กับภูผา”
วงเดือนพูดไม่ออก “แต่...”
“ภูผาเองก็เสียสละมามาก เธอทั้งคู่ทำเพื่อคนอื่นมามากแล้ว น่าจะได้มีความสุขกันซะที”
วงเดือนงงหนัก “หมายความว่ายังไงคะคุณพฤกษ์”
พฤกษ์ตัดสินใจเล่าความจริง “ภูผาไม่ใช่พ่อของหนูน้อย แล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรกับหนูนา”
วงเดือนตกใจ “อะไรนะคะ”
พฤกษ์เล่าต่อ “หนูนาถูกข่มขืน ภูผาสงสารเลยรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง”
วงเดือนอึ้ง เหตุการณ์ที่ไร่ตอนภูผาอุ้มหนูนากลับมาจากโดนวันชัยข่มขืน ผุดขึ้นมา ซ้อนตามมาด้วยภาพภูผาป้อนข้าวป้อนน้ำดูแลหนูนา
พฤกษ์เล่าต่อ “ตอนที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเธอ ภูผาขอร้องให้เมฆาช่วยชีวิตเธอ โดยมีข้อแลกเปลี่ยน”
วงเดือนตาค้าง “ข้อแลกเปลี่ยน”
“ใช่..ภูผาต้องส่งเธอกลับแสนสมุทร”
วงเดือนตกใจ “ห๊า”
ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ผุดขึ้นมารับกับเสียงเล่าเรื่องราวของพฤกษ์ ตั้งแต่งานแต่งเมฆากับวงเดือน ซึ่งทำให้ภูผาเสียใจหนัก
“เมื่อเธอตัดสินใจแต่งงานกับเมฆา ภูผาเก็บความเสียใจมาโดยตลอด”
วงเดือนอึ้งตะลึงอยู่กับภาพจำเหล่านั้น
จนเสียงพฤกษ์ปลุกให้เธอตื่นจากภวังค์ “เดือน...เธอยังรักภูผาเต็มหัวใจไม่ใช่เหรอ”
วงเดือนอึกอัก “เอ่อ...”
“ฉันเคยบอกภูผาไปแล้วเหมือนกันว่าเรื่องบางเรื่องอาจต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจ แต่สำหรับบางเรื่อง เราก็ควรจะใช้หัวใจนำทางบ้าง” พฤกษ์พูดเตือนใจ
วงเดือนนิ่งฟัง
พฤกษ์พูดต่อ “จนถึงวันนี้แล้ว...ปล่อยให้หัวใจนำทางบ้างเถอะ...เดือน”
วงเดือนนิ่งฟังคำพูดพฤกษ์

ที่ไร่วงเดือนเช้าวันนั้น หนูน้อยวิ่งหน้าตั้งทีท่าเริงร่าแข่งวิ่งมากับดอย ตรงมาที่ภูผา หนูน้อยถึงภูผาก่อนก็ดีใจ ตะโกนลั่นคุยข่ม
“เย้! หนูน้อยชนะพี่ดอย...”
ภูผาจับหนูน้อยตัวลอย ชูขึ้นเหวี่ยงหมุนติ้วๆ รอบตัว หนูน้อยหัวเราะชอบใจ
“เก่งมากคับ ลูกพ่อผา”
ดอยหอบแฮ่กๆ พูดประชดประชัน “โอย....ใครจะไปเก่งสู้หนูน้อยได้ล่ะ”
สว่างกัด “อ้วนตุ๊ต๊ะต้วมเตี้ยม แถมยังเตี้ยม่อต้ออย่างเอ็งน่ะ อย่าว่าแต่หนูน้อยเล๊ย ต่อให้วิ่งแข่งกะเด็ก 3 ขวบ เอ็งก็แพ้..ไอ้ดอย”
ดอยโวยทันที “โหย...ซ้ำเติม! ก็เพราะลุงหว่างแหละ ซ้ำเติมดอยซะจนเตี้ยม่อต้อตลอดชาติหยั่งเงี้ย”
“อ้าว...เหรอ? งั้นอ้วนตุ๊ต๊ะล่ะ..ใครทำเอ็ง? อย่าบอกนะว่าข้าอีก”
“ใช่สิ! ลุงหว่างแหละทำ”
สว่างร้อง “เฮ๊ย”
“ก็จริงอ่ะ! ลุงหว่างทำกับข้าวอร่อยนี่ ดอยก็เลยกินจนอ้วนไง” ดอยว่า
สว่างหมั่นไส้ “นั่นไง! แหม..ไอ้นี่!”
ภูผาถามขึ้น “จะเถียงกันอีกนานมั้ย”
“อ้า...เสร็จแล้วครับนาย”
“ถ้าเสร็จแล้วก็ไปกันได้แล้ว”
จังหวะที่ภูผาพูดจบเสียงคุ้นหูของวงเดือนก็ดังลอดเข้ามา “จะไปไหนกันเหรอคะ”
ภูผาเผลอตอบ “อ้าว...ก็ไปหาแม่หนูนาไง...”
แต่แล้วภูผาก็ชะงัก หันขวับไปตามเสียงแสนคุ้นหูนั้น
เห็นเป็นวงเดือนยืนอยู่ สะพายกระเป๋าใบเล็กๆ แบบโอเว่อร์ไนท์ ใบเดียวมาด้วย
ภูผาร้องออกมา หน้าตาตื่น “วงเดือน”
วงเดือนเอ่ยขึ้น “ขอไปด้วยคนได้มั้ยคะ”
ภูผาอึ้ง
หนูน้อยร้องเรียกลั่น “แม่เดือน.....” พร้อมกับโผวิ่งเข้าไปกอดวงเดือนแน่นด้วยความดีใจสุดขีด
“แม่เดือนมา! แม่เดือนมา! เย้ๆๆๆ”
ภูผาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ยังงงๆ นึกว่าฝันไป ขณะที่สว่างยิ้มแฉ่ง ดอยเองก็ยิ้มแก้มแทบแตกดีใจไม่แพ้กัน
วงเดือนยิ้มให้ ภูผายิ้มตอบ สีหน้าฉงน...ยังไงวะเนี่ย?

ภูผา วงเดือน หนูน้อย สว่าง และดอย อยู่ที่ไร่เหนือฟ้า ตรงหลุม หนูนากับเหนือฟ้า
มือหนูน้อยวางดอกไม้ให้แม่ กราบลง แล้วพูดเหมือนบอกกับหนูนา
“แม่หนูนาครับ วันนี้แม่เดือนก็มาด้วยนะคับ”
ภูผาหันไปมองวงเดือน ขณะที่วงเดือนนั่งลงวางดอกไม้
“แม่เดือนคุยกับแม่หนูนาสิคับ” หนูน้อยบอก
“จ้ะ” วงเดือนมองที่หลุม “หนูนาจ๊ะ..ฉันมาเยี่ยมเธอนะจ๊ะ”
สว่างกะดอย ส่งซิกขยิบตากันยิบๆ ให้หนูน้อยพูด
หนูน้อยยกมือทำท่าโอเค รู้กัน “แม่หนูนาคับ หนูน้อยอยากให้แม่เดือนมาอยู่กับหนูน้อย... อยู่ตลอดเลย ห้ามกลับ”
วงเดือน และภูผาสะดุ้งโหยง
ภูผาส่งเสียงปราม “หนูน้อย”
หนูน้อยไม่สน “นะคับ! แม่หนูนาช่วยบอกแม่เดือนให้หน่อยนะคับ” หนูน้อยทำท่าเหมือนได้ยิน เงี่ยหูฟังที่หลุมของหนูนา “ห๊า! อ๋อๆ” พยักหน้าหงึกๆ “อ๋อ.... ให้พ่อผาบอกแม่เดือน ได้ๆๆ” หนูน้อยหันมาพูดกับภูผา “พ่อผาบอกแม่เดือนสิคับ”
ภูผาเอ็ด “เฮ่ย! หนูน้อย! ชักจะแก่นเกินนะเรา”
“หนูน้อยเปล่านะ! แม่หนูนาสั่ง! จริงมั้ยตาหว่าง พี่ดอย” หันไปหาแนวร่วม
สว่าง ดอย และหนูน้อยเชียร์ลั่น “บอกเลย! บอกเลย! บอกเลย!”
ภูผาเขินๆ พูดกับวงเดือน แต่เขินจัด จึงทำเป็นเคือง โวยวายกลบเกลื่อน
“จะบ้าเหรอ? พวกนี้ท่าทางจะบ้ากันใหญ่แล้ว!! กลับๆๆ”
กองเชียร์สว่าง ดอย และหนูน้อย ร้องประสานเสียง “บอกเลย! บอกเลย! บอกเลย!”
วงเดือนตาโต ขวยเขิน ขณะที่ภูผาเขินหนัก
“ใครจะอยู่ก็อยู่! ฉันกลับแล้ว” ภูผาพูดจบก็เดินออกไปเฉยเลย
สว่าง กะดอยและหนูน้อยเซ็งเป็นแถบ “อ้าว”
สว่างพูดกับวงเดือน “ผู้ชายปากแข็งก็งี้แหละครับ” จากนั้นลุงหลานก็หันไปยิ้มขำๆ กัน

วงเดือนมองตามภูผาไป ยิ้มขำๆ

ครู่ต่อมา วงเดือนเดินทอดสายตายืนชมวิวไร่อยู่อย่างสบายใจ หญิงสาวสูดลมหายใจ รับอากาศบริสุทธิ์ จังหวะนั้นมือของภูผายื่นถ้วยน้ำชาส่งให้ วงเดือนหันมอง

“ชาอุ่นๆ จากไร่วงเดือน”
วงเดือนยิ้มเยื้อน “ขอบคุณค่ะ” สูดดมเต็มปอด “หืมม์...หอมจัง”
“ต้องหอมสิ..เจ้าของเค้าเก่ง” ภูผาคุยโอ่
วงเดือนตาโตกับมุกของภูผา “ไม่ใช่เพราะว่าชื่อไร่วงเดือนหรอกเหรอคะ”
ภูผาอึ้ง โดนยิงมุกสวนกลับ “...ก็...” นิ่งคิดแล้วพยักหน้าหงึกๆ “...มีส่วน”
วงเดือนพยักหน้ารับ ยิ้มอย่างภูมิใจ ก่อนจะจิบชา
“ถ้าอยากมีส่วนร่วมก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย” ภูผาเอ่ยขึ้นลอยๆ
วงเดือนสำลักนิดๆ “ว่าไงนะคะ”
ภูผาหมั่นไส้ “อะไร? แค่นี้ตกใจ?”
“ตะกี๊คุณว่าอะไรนะคะคุณภูผา”
ภูผายิ้มนิดๆ “ก็บอกว่า ถ้าอยากมีส่วนร่วม ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย ถึงขนาดว่าชื่อ “ไร่วงเดือน” แล้ว” พลางมองเหล่ “ใครชื่อวงเดือนก็ไม่ควรจะเดี๋ยวไปเดี๋ยวมา ไม่ใส่ใจ ไม่ช่วยกันทำไร่ เด็ดใบชา”
วงเดือนมองเหล่กลับพร้อมกับอมยิ้ม “เหรอคะ? แล้วมันเรื่องอะไรของคนชื่อวงเดือนด้วยล่ะคะ? ในเมื่อตอนตั้งชื่อไร่น่ะ คนชื่อภูผาเค้าก็ถือวิสาสะเอาชื่อวงเดือนไปตั้งโดยไม่ได้ขออนุญาตซักคำ”
ภูผาอึ้งเจอสวน ก่อนจะเอาสีข้างเข้าแถ “ขอแล้ว...”
วงเดือนสวนคำ “ตอนไหน?”
“ก็...ขอ..ตอนนั้นแหละ - - ขอในใจ” ภูผาว่าไปนั่น
วงเดือนอึ้ง...คิดในใจ...โหคิดได้ไงยะ?
สว่าง ดอย และหนูน้อย แอบดูแอบฟัง ขำกันกิ๊ก
“คุณภูผาคะ..เมื่อไหร่คุณจะเลิกทำตัวเป็นผู้ชายปากแข็งซะทีคะ”
“ปากแข็งยังไง”
วงเดือนหมั่นไส้ “จะเก็กไปถึงไหน”
ภูผาย้อน “ใครเก็ก”
วงเดือนตอกใส่หน้า “ก็คุณไงปากแข็ง ขี้เก็ก”
ภูผาอึ้งเลย
3 คน ถูกใจขำกิ๊ก
วงเดือนพูดน้ำเสียงเรียบๆ “เดือนว่าจะกลับแสนสมุทร...พรุ่งนี้”
ภูผาตาเหลือก “ห๊า? ทำไมถึงรีบกลับขนาดนั้น”
วงเดือนไม่ตอบ พูดต่อ “คงอีกนาน...กว่าเราจะได้พบกันอีก”
ภูผาหน้าจ๋อย
“ถ้ามีโอกาส คุณอย่าลืมพาหนูน้อยไปพบกันที่แสนสมุทรบ้างนะคะ”
ภูผาอึ้ง นิ่งงันไป ก่อนจะพยักหน้าหงอยๆ
วงเดือน เดินออกไปด้วยท่าทีซึมๆ
3 คน ซึมไปด้วย ภูผาตัดสินใจ
“เดี๋ยวก่อน!”
วงเดือนชะงักหันมามอง นิ่วหน้ารอฟัง
ภูผาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง “อย่าทิ้งฉันไปอีกเลยนะเดือน”
พูดจบภูผาก็พุ่งไปกอดวงเดือนเอาไว้แนบแน่น วงเดือนอึ้ง
ภูผามองหน้า “อยู่กับฉันที่นี่..ตลอดไปได้มั้ยเดือน”
วงเดือนตาโต ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ดีใจนัก
กองสอดแนมทั้ง 3 คน เฮลั่น กระโดดตัวลอยอย่างดีใจ โผล่ออกมาจากที่ซ่อนกอดกันกลม เชียร์เสียงดังสนั่นพร้อมๆ กัน
“หอมเลย! หอมเลย! หอมเลย!”
ภูผาส่ายหน้าขำๆ
“อะไรกันเนี่ย”
3 คนร้องบอก “หอมเลยๆๆๆ”
ภูผาประคองหน้าวงเดือน “อย่าขัดใจกองเชียร์”
แล้วภูผาก็บรรจงหอมแก้มวงเดือนซ้าย-ขวา 2 ฟอดใหญ่
วงเดือนเขิน “คุณภูผา”
ภูผากระชับกอดแน่น “ยังไม่ตอบเลยว่าจะอยู่ที่นี่กับฉันตลอดไปรึเปล่า”
วงเดือนไม่ตอบ กองเชียร์ลุ้นหน้าตาตื่น
ดอยเชียร์อัพโดนใจอย่างจัง “ถ้าไม่ตอบ จูบเลย”
3 คนร้องเชียร์ “จูบเลยๆๆๆๆๆๆ”
ภูผาประคองหน้าวงเดือนทำท่าจะอีก
วงเดือนรีบบอก “ยอมแล้วๆๆๆๆ”
“ว่าไงนะ? ยอมอะไร?”
“ยอมแล้ว...อยู่แล้ว” วงเดือนยอมแพ้
ภูผากับ 3 คน ร้อง “เย้” พร้อมกัน
หนูน้อยกระโดดขึ้นกอดคอภูผาแน่นเลย
“แม่เดือนต้องอยู่กับหนูน้อย กับพ่อผาตลอดไปจริงๆ นะคับ” หนูน้อยฉอเลาะ
วงเดือนพยักหน้า “จ้ะ”
หนูน้อยร้อง “เย้” โผตัวเข้าไปกอดคอวงเดือนโน้มเข้ามาทำให้ใบหน้า 3 คนพ่อแม่ลูกแทบจะติดกัน
ภูผาถือโอกาสนั้นกอดรวบตัววงเดือนไว้ พูดเสียงนุ่มนวลหวานซึ้ง
“ฉันรักเธอนะ..วงเดือน”
วงเดือนยิ้มๆ
หนูน้อยทำหน้าที่ถามแทนใจภูผา “แล้วแม่เดือนล่ะครับ รักพ่อผารึเปล่า?”
ภูผาจดจ่อรอฟัง กองเชียร์ลุ้นออกหน้าออกตา
ไม่ทันใจจนภูผาต้องถามย้ำ “ว่าไง...ลูกถามทำไมไม่ตอบ?”
วงเดือนค้อนขวับ ก่อนจะพยักหน้า “ค่ะ..เดือนก็รักคุณ”
หนูน้อยร้อง “เย้” กองเชียร์เฮเสียงดังลั่น
สามคน ภูผา วงเดือน และหนูน้อย กอดกันกลม
“เราจะอยู่ด้วยกัน ช่วยกันดูแลไร่วงเดือนของพ่อผา แล้วก็ไร่เหนือฟ้าของแม่หนูนา ตลอดไปนะ” ภูผาเอ่ยขึ้นอีก
วงเดือน “ค่ะ!!” / หนูน้อยขานคำ “คับ!!”

วันเวลาแห่งความสุขเดินทางมาเยือนเรือนชีวิตภูผาและวงเดือน เพื่อให้เขาและเธอได้เก็บกินดอกผลแห่งใจรักมั่นที่สองคนมีต่อกันและกันไม่เคยเปลี่ยนแปลง

จ บ บ ริ บู ร ณ์
 
โปรดติดตาม "ป่านางเสือ 2" ต่อ เร็วๆ นี้
กำลังโหลดความคิดเห็น...