xs
xsm
sm
md
lg

มารยาริษยา ตอนที่ 9

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


มารยาริษยา ตอนที่ 9

รุ่งเช้าวันต่อมาแม่อ้อย อาม และฝ้าย ใส่บาตรวันเกิดฝ้ายด้วยกันที่หน้าบ้าน พอถวายของเสร็จแล้วก็นั่งพนมมือรับศีลจากพระ พอหลวงพี่ให้ศีลให้พรเสร็จก็เดินไปบิณฑบาตต่อ สามคนช่วยกันยกของเข้าบ้าน

“สุขสันต์วันเกิดนะฝ้าย ขอให้ฝ้ายเป็นเด็กดีอย่างนี้ตลอดไป” แม่อ้อยเอ่ยขึ้น
“ขอบคุณค่ะน้าอ้อย”
“ช่วยน้าดูแลไอ้อามด้วย” แม่อ้อยหันมาหาลูกชาย พูดดุ “นี่ไม่คิดจะอวยพรวันเกิดฝ้ายบ้างเหรอ”
“เออ สุขสันต์วันเกิด ในฐานะที่เป็นวันเกิดแก แกต้องพาชั้นกับแม่ไปร้องคาราโอเกะ” อามอวยพรส่งๆ
“คืนนี้แม่ต้องรีบนอน ต้องตื่นมาสอนแต่เช้า งั้นไปกันสองคนแล้วกัน”
“งั้นแกเลิกงานแกก็ตามไปที่ร้านแล้วกัน วันนี้วันหยุดชั้น ชั้นไม่เข้าร้าน ห้ามเบี้ยวนะเว้ย เพราะชั้นกะจะไม่เอากระเป๋าสตางค์ไป” อามบอกฝ้าย
ฝ้ายบ่น รู้สึกน้อยใจนิดๆ “ของขวัญก็ไม่ให้ แล้วยังจะให้เลี้ยงอีก ทุเรศ”
“ไม่รู้แหละ ยังไงก็ต้องไป”
“รู้แล้ว ไปทำงานนะ”
ฝ้ายออกไป อามมองตาม ยิ้มๆ

อามทำกรอบรูปเสร็จ มองอย่างภาคภูมิใจ ยิ้มๆ คิดว่าฝ้ายต้องดีใจที่ได้ของขวัญจากตัวเอง
“ใส่รูปซะหน่อยดีกว่า”
อามค้นรูปฝ้ายในอัลบั้มรูปตัวเอง เห็นแต่รูปฝ้ายที่อิริยาบทไม่น่ารัก อามปิดแล้ววิ่งลงไปข้างล่าง

แม่อ้อยกำลังสอนจัดดอกไม้อยู่กับลูกศิษย์สองคน อามลงมาจากบนบ้าน
“แม่ครับ แม่มีรูปไอ้ฝ้ายไหมครับ”
“ไม่มี จะเอาไปทำอะไร นี่จะแกล้งอะไรฝ้ายอีกใช่ไหม”
“เปล่าครับ” อามวิ่งขึ้นบ้านไป
แม่อ้อยหันมายิ้มให้ลูกศิษย์ สอนจัดดอกไม้ต่อ

อามเปิดประตูเข้ามาในห้องฝ้าย เดินตรงเข้าไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ พยายามค้นหารูปฝ้ายแต่ไม่เจอ อามเดินไปหาที่ลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง เจอรูปฝ้ายกับอาม ที่ฝ้ายเคยหยิบมาดู อามยิ้มแล้ววางไว้ที่เดิม
อามเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วหยิบลังใส่อัลบั้มรูปออกมา เปิดดูรูป มีรูปฝ้ายที่ถ่ายคู่กับตัวเองหลายใบ อามเปิดดูไปยิ้มไป เห็นรูปเดี่ยวฝ้ายที่น่ารัก อามหยิบรูปนั้นออกมา แล้วเก็บอัลบั้มคืนใส่ลัง
ขณะที่อามเอาลังไปเก็บยังที่เดิม ทันใดนั้นกล่องใส่สร้อยเล็กๆ ร่วงตกลงมา โดนแรงกระแทกกล่องเปิดอ้าออก อามหยิบสร้อยขึ้นมาดู รู้สึกงงๆ นึกได้ว่าเหมือนสร้อยที่ตนเคยให้ใบเฟิร์น

อามนึกถึงตอนให้สร้อยใบเฟิร์น ในวันเดทแปลกประหลาด
เด็กเสิร์ฟยกน้ำส้มไปให้ฝ้าย แล้ววางกล่องของขวัญไว้ด้วย ฝ้ายหยิบขึ้นมาแกะดูเห็นเป็นสร้อย ฝ้ายใส่สร้อยแล้วหันให้อามดู อามยิ้มดีใจ
อามอึ้งๆ เงยหน้ามองของบนตู้ หยิบถุงใบหนึ่งออกมาเปิดดู
คราวนี้เห็นเสื้อผ้าชุดที่ใบเฟิร์นใส่วันเจอกับอามที่ร้านอาหารริมทะเลสาบ

อามนึกถึงตอนกินข้าวที่ร้านริมทะเลสาบขึ้นมา
อามนั่งที่ฝั่งตรงข้ามทะเลสาบเห็นฝ้ายซึ่งแต่งตัวสไตล์เกาหลี ทำผมหวานๆ มีโบว์ติดที่ผมน่ารักยืนคุยโทรศัพท์อยู่
อามอึ้ง เมื่อนึกถึงตอนนี้
อามดูอีกชุด เป็นชุดที่ใบเฟิร์นใส่วันที่นัดไปดูหนังกับอาม อามนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น
ตอนที่อามหันไปเห็นฝ้ายแต่งหวานแหววนั่งอยู่ไกลๆ คิดว่าเป็นใบเฟิร์น

อามยิ่งอึ้งหนัก อามค้นต่อเจอมือถือเครื่องหนึ่งที่ปิดอยู่ จึงหยิบขึ้นมากดเปิดเครื่อง แล้วหยิบมือถือตัวเองมากดเบอร์หาใบเฟิร์น มือถือฝ้ายดัง อามตะลึงตาค้าง
อามมือสั่นเมื่อเจอการ์ดที่ตนเคยให้ใบเฟิร์น
“ขอบคุณที่ทำให้ทุกวันของพี่อามมีความหมาย พี่อามสัญญาว่าจะไม่ทำให้น้องใบเฟิร์นต้องเสียใจ”
อามตกตะลึงแทบช็อก!!

เย็นนั้นฝ้ายแต่งตัวน่ารักสุดๆ มารออามที่ร้านอาหารที่นัดไว้

พนักงานเสิร์ฟเข้ามาถาม “สั่งเลยไหมครับ”
“รอเพื่อนแป๊บนึงค่ะ”
พนักงานเดินออกไป
ฝ้ายกดโทรหาอาม แต่อามไม่รับ ฝ้ายพยายามกดหลายที อามก็ไม่รับอีก ฝ้ายตัดสินใจลุกออกจากร้านไป

ฝ้ายกลับมาที่บ้านอยู่ในอาการโมโห รีบขึ้นไปเคาะประตูเรียกอาม
“ไอ้อามๆ แกเป็นอะไรเนี่ย ทำไมแกไม่ไปที่ร้านวะ อ๋อ ความจริงแกตั้งใจหลอกชั้นใช่ไหม ไอ้บ้า”
อามไม่ตอบ
ฝ้ายหงุดหงิดออกไป

ฝ้ายเปิดประตูเข้าห้องตัวเอง เห็นสภาพห้องเหมือนถูกรื้อค้นก็ตกใจ พอหันไปเจอเสื้อผ้าที่ตัวเองปลอมเป็นใบเฟิร์นวางอยู่ ฝ้ายอึ้งๆ รู้ทันทีว่าอามเข้ามาเจอ และรู้ความจริงแล้ว
ฝ้ายตกใจจะรีบไปเคลียร์กับอาม วิ่งมาเปิดประตู แต่เห็นอามยืนรออยู่ ในมืออามยืนถือสร้อยที่เคยให้ใบเฟิร์น ฝ้ายชะงัก
อามปาสร้อยใส่ฝ้าย ด่าซ้ำ
“สนุกมากเหรอ ที่ปลอมเป็นเฟิร์นมาหลอกชั้น!”
“ฟังชั้นก่อน”
“ทุกครั้งที่ชั้นเล่าเรื่องเฟิร์นให้แกฟัง แกก็คงหัวเราะเยาะชั้น เห็นว่าชั้นเป็นตัวตลก!”
“ชั้นไม่ได้เห็นแกเป็นตัวตลกนะอาม”
“แล้วแกทำแบบนี้ไปทำไม บอกมาสิว่าทำไปทำไม!”
“คือชั้น...ชั้น...”
“พูดมาสิว่าแกทำไปไม! ถ้าไม่ได้เห็นชั้นเป็นตัวตลก!”
ฝ้ายอึกอัก น้ำท่วมปาก “ชั้น...ชั้น” ตอบไม่ได้ว่าที่ทำไปเพราะรักอาม “ชั้นขอโทษ”
อามยิ่งโกรธและเสียใจ
“ชั้นไม่คิดเลยว่าคนที่ชั้นไว้ใจที่สุด จะเป็นคนที่หลอกชั้น!”
อามเดินหนีไปห้องตัวเอง ฝ้ายตามไปจับมืออามยื้อไว้ พยายามอธิบาย
“อาม แกฟังชั้นก่อนนะอาม”
“ชั้นเกลียดแก!!”
อามสะบัดสุดแรงจนฝ้ายล้มลงกับพื้น แต่อามไม่สนใจเข้าห้อง ปิดประตูดังปัง

ฝ้ายใจหล่นวูบ ร้องครวญคราง “อาม...”

แล้วทรุดตัวลงไปนั่งร้องไห้อยู่หน้าห้องอามนั่นเอง


อยู่มาวันหนึ่ง บนหน้าเว็บไซต์ไทยแคทวอร์ค ดอทคอม เว็บยอดนิยมของคอแฟชั่น เห็นภาพณัฐ ดีไซเนอร์ชาวไทยที่โกอินเตอร์ไปสร้างชื่อบนเวทีแฟชั่นโลก ณัฐถือช่อดอกไม้ถ่ายรูปร่วมกับนางแบบอินเตอร์ บนเวทีนิวยอร์คแฟชั่นวีค

พร้อมพาดหัวข่าว “ณัฐดีไซเนอร์อินเตอร์สายเลือดไทย เตรียมกลับมาเปิดคอลเล็คชั่นล่าสุดที่กรุงเทพฯ”
บรรดาแฟชั่นนิสต้า แต่งตัวเก๋ไก๋เปิดอ่านข่าวอยู่หน้าจอคอมพ์ฯ
เวลาต่อมาพาดหัวข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ไฮโซ “เขย่าวงการแฟชั่น ณัฐพร้อมนำ NUTTA เปิดช็อปที่เมืองไทย” ข้างๆ มีรูปประกอบข่าว เป็นณัฐกำลังวัดตัวนางแบบอินเตอร์ คอแฟชั่นแต่งตัวเก๋จัดรุมอ่านข่าวอยู่

วันต่อมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ เห็นนักข่าวหลายคนรอทำข่าวอยู่บริเวณทางออกผู้โดยสาร พิธีกรสาวอุ้มกำลังพูดกับกล้องทีวีช่อง รันเวย์ ชาแนล
“สวัสดีค่ะท่านผู้ชม เห็นไหมคะท่านผู้ชม อุ้มขนลุกไปหมดแล้วค่ะ” ชี้แขนตัวเอง “อุ้มตื่นเต้นมาก ที่กำลังจะได้เจอพี่ณัฐดีไซเนอร์ไทยเจ้าของแบรนด์ NUTTA ที่ไปโด่งดังระดับโลก”

แต้วกะอู๋ดูข่าวทีวีที่ณัฐกำลังจะบินกลับมาอย่างตื่นเต้น
“หลายปีแล้วนะเนี่ยที่ไม่ได้เจอพี่ณัฐ กลับมาเปิดคอลเล็คชั่นที่ไทยแบบนี้ ไม่รู้ชั้นจะมีบุญได้ไปแต่งหน้าให้งานพี่ณัฐเค้าอีกรึเปล่า”
อู๋เห็นแต้วยิ้มๆ เป็นนัย “อะไรแต้ว ยิ้มแบบนี้มีเลศนัย แกมีอะไร ยิ้มให้ชั้นทำไม”
“เมื่อเช้าผู้ช่วยพี่ณัฐเค้าโทรหาชั้น...”
อู๋ตาโต ท่าทางตื่นเต้น

นักข่าวยืนรออยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ อุ้มพูดรายงานอยู่กับกล้อง
“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะคะที่พี่ณัฐจะกลับมาเปิดคอลเล็กชั่นที่เมืองไทย หลังจากที่ไปเปิดตัวที่งานนิวยอร์คแฟชั่นวีคเมื่อแปดปีที่แล้ว แล้วก็โด่งดัง จนกระทั่งได้ไปเปิดห้องเสื้อที่นิวยอร์ค แล้วก็ขยายสาขาไปที่ โตเกียว ลอนดอน มิลาน”

เวลาเดียวกันเพียงดาวทำกับข้าวอยู่ เห็นข่าวพี่ณัฐแล้วยิ้ม แต่อดเสียใจที่ตัวเองไม่มีวันจะหวนคืนกลับเข้าไปในวงการแฟชั่นได้อีกเพราะถูกแบบ เพียงดาวถอนหายใจ
ขณะพักกองฯ ที่กองถ่ายแฟชั่น ซึ่งมีดีนี่เป็นแบบ ดีนี่ ป้ากบดูข่าวในไอโฟน
“พี่ณัฐเค้าดังระดับโลกเลยนะคะ”
“ใช่ แล้วเค้ากลับมาเปิดคอลเล็คชั่นที่เมืองไทยแบบนี้ หนูต้องเดิน ฟินาเล่ย์ของเค้าให้ได้ เพราะสุดยอดแบรนด์ ก็ต้องคู่กับสุดยอดนางแบบ” ป้ากบอวย

ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุด อุ้มและนักข่าวยืนอยู่ ตรงทางออกผู้โดยสาร ณัฐเดินนวยนาดออกมา มีผู้ช่วยเดินตามหลัง
นักข่าวกรูเข้าไปหา ยิงคำถาม แล้วบรรดาช่าวภาพก็รัวถ่ายรูป
“คุณณัฐคะ ทำไมคอลเล็กชั่นนี้ถึงเลือกมาเปิดตัวที่เมืองไทยคะ”
“ตลอดระยะเวลาที่ดิชั้นไปทำงานที่เมืองนอก ชั้นภูมิใจที่เป็นคนไทยที่ได้รับการยอมรับ ก็เลยอยากกลับมาแบ่งปันเรื่องราว แบ่งปันแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ๆ ว่าคนไทยเราก็มีความสามารถระดับโลกได้ค่ะ”
นักข่าวอีกคนซัก “แล้วแบรนด์ระดับโลกมาเปิดคอลเล็กชั่นที่เมืองไทยแบบนี้ จะมีอะไรมาเซอร์ไพร์สไหมคะ”
“เรื่องนี้ชั้นขออุบไว้ก่อนค่ะ”
“แล้วมีนางแบบไทยคนไหนจะมีโอกาสร่วมงานกับคุณณัฐบ้างคะ” นักข่าวถามต่อ
ณัฐยิ้มเป็นนัย “เรื่องนั้นชั้นคิดไว้แล้วค่ะ”

ขณะที่เพียงดาว กะโอมเดินถือถุงกับข้าวกลับเข้ามา เพียงดาวเดินเข้ามาไม่เห็นป้านุช กะสมใจ แต่เห็นแต้วและอู๋ยืนอมยิ้มอยู่ เพียงดาวกะโอมต่างงงๆ
“พี่แต้ว พี่อู๋ วันนี้ไม่มีงานเหรอคะ”
“มีจ้ะ แต่พวกพี่แคนเซิลไปหมดแล้ว” เพียงดาวยิ่งงง “พี่มารอดาวรับโทรศัพท์”

เพียงดาวอึ้ง “โทรศัพท์อะไรกันคะ....” ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดัง เพียงดาวกดรับงงๆ

เป็นนัฐที่โทร.หา และคุยโทรศัพท์อยู่ที่ห้องทำงานหรู
“สวัสดีจ้ะดาว ดาวคงได้ข่าวแล้วนะ ว่าพี่จะมาเปิดคอลเล็คชั่นใหม่ที่เมืองไทย”
“ค่ะ...ดาวยินดีด้วยนะคะพี่” เพียงดาวดีใจ
“พี่อยากให้ดาวมาเดินแบบให้พี่” ณัฐบอก
เพียงดาวตะลึง “เดินแบบ!!”

แต้วกะอู๋ ยิ้มดีใจกับเพียงดาว
ณัฐย้ำ “ใช่จ้ะ ชุดฟินาเล่ย์”
เพียงดาวดีใจสุดๆ “ชุดฟินาเล่ย์” แล้วนึกได้ เพียงดาวหน้าเศร้าลง “พี่ณัฐคะ พี่คงยังไม่ได้ข่าวเรื่องดาว...ดาวกลัวว่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์พี่ณัฐเสียไปด้วย”
“ดาว พี่ไม่สนใจเรื่องส่วนตัวหรอกนะ” ณัฐหันไปหยิบรูปที่โต๊ะทำงานขึ้นมาดู “สำหรับพี่เธอคือนางแบบที่จะพรีเซนต์ชุดฟินาเล่ย์ของพี่ได้ดีสุด พี่เชื่อมั่นว่าดาวที่พี่รู้จักจะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง”
“ขอบคุณค่ะพี่ณัฐ ขอบคุณที่ให้โอกาสดาว”
“แล้วเจอกันนะจ๊ะ”ณัฐวางสาย แล้ววางรูปลงเห็นว่าเป็นรูปของณัฐกับเพียงดาวหลังเวทีเดินแบบ ถ่ายคู่กันท่าทางสนิทสนม
เพียงดาวดีใจจนพูดอะไรไม่ออก
“ผมดีใจด้วยนะครับคุณดาว” โอมตื่นเต้นไปด้วย
“ชั้นบอกแล้วว่าคนดีๆ อย่างแก ถึงยังไงก็ไม่มีวันตกต่ำหรอก”

อู๋ กะแต้วเข้ากอดเพียงดาว อดีตซูเปอร์โมเดลผู้ถูกแบนยิ้มอย่างมีความหวัง

ป้ากบพาดีนี่เดินเข้ามาในโรงแรม เพื่อมาดักรอณัฐที่มาประชุมที่โรงแรมแห่งนี้
“ป้าได้ข่าวมาว่าวันนี้พี่ณัฐเค้ามาประชุมที่นี่ ยังไงเราต้องได้งานนี้ให้ได้ พี่ณัฐเค้าเป็นดีไซเนอร์ไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก”
ดีนี่รับคำ “ค่ะ”
ดีนี่ ป้ากบจะเข้าไปในห้องประชุม ผู้ช่วยของณัฐขวางไว้
“เดี๋ยว!” กบชะงัก “มาหาใคร?”
“มาหาพี่ณัฐน่ะค่ะ”
“ชื่อ?...”
“กบกับดีนี่ค่ะ”
ผู้ช่วยดูคิวนัดหมายในไอแพด
“ไม่ได้นัดไว้นี่”
“ไม่ได้นัดไว้ค่ะ คือกบรู้จักกับพี่ณัฐ เคยทำงานกับพี่ณัฐน่ะค่ะ เลยแวะมาหา”
“ไม่ได้ ต้องนัดล่วงหน้า” ผู้ช่วยยืนกราน
“กบไม่ได้มีธุระอะไรสำคัญน่ะค่ะ แค่แวะมาทักทายตามประสาคนรู้จักกัน แค่เห็นหน้ากันนิดเดียวก็ยังดี” ผู้ช่วยณัฐมองป้ากบที่พูดเซ้าซี้ ท่าทีไม่เป็นมิตรนัก “เดี๋ยวกบรอตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
“ทีหลังนัดล่วงหน้า” มือถือผู้ช่วยดัง รีบรับสาย “คุณณัฐประชุมเสร็จแล้วค่ะ กำลังคุยกับเพื่อนอยู่”
ป้ากบแอบเบะปาก
“ทำเป็นเก่ง เป็นแค่ผู้ช่วย ก็คนใช้ดีๆนี่แหละ”
ผู้ช่วยหันมามอง ป้ากบทำเป็นยิ้มแย้มให้

ดาว แต้ว และอู๋ดูรูปสเก๊ตแบบเสื้อผ้าของณัฐอยู่ในห้องประชุมงาน
“เป็นไงบ้างจ๊ะ” ณัฐถาม
“สวยมากเลยค่ะพี่ณัฐ พี่ณัฐก้าวนำดีไซเนอร์คนอื่นไปก้าวนึงเสมอเลยนะคะ” แต้วยิ้มๆ
“เมื่อก่อนมีแต่คนไม่เก็ตงานของพี่ ก็มีแต่หนังสือแต้วนี่แหละที่เข้าใจงานของพี่” ณัฐบอก ขอบคุณแต้วกลายๆ
“พี่ณัฐคะ ดาวขอบคุณอีกครั้งนะที่ให้โอกาสดาว” เพียงดาวเอ่ยขึ้น
“ดาว พี่ไม่รู้หรอกนะว่าข่าวของดาวความจริงมันเป็นยังไง แต่พี่เชื่อในความเป็นมืออาชีพ เชื่อในฝีมือของดาว ชุดฟินาเล่ย์ของณัฐต้องเป็นเพียงดาวเท่านั้น!! พี่เชื่อว่าพี่เลือกคนไม่ผิด!!”
เพียงดาวยิ้มรับ สีหน้าหมายมาด

ณัฐเดินออกมาจากห้องประชุม ป้ากบรีบดึงดีนี่เดินถลันเข้าไปหา สองคนไหว้ณัฐ
“สวัสดีค่ะพี่ณัฐ” ณัฐมองป้ากบว่าเป็นใคร “สมัยตอนที่พี่ณัฐอยู่ที่เมืองไทย กบเคยแต่งหน้าให้งานแฟชั่นโชว์ของพี่ณัฐน่ะค่ะ”
ณัฐพยักหน้า “อ๋อ ตอนนั้นเธอมาสายนี่” ป้ากบหน้าเจื่อน “มีอะไร?”
“คือกบจะพาดีนี่มาไหว้พี่ณัฐน่ะค่ะ คือตอนนี้ดี่นี่เค้าเป็นนางแบบที่โด่งดังที่สุดของเมืองไทยเลยนะคะ”
ป้ากบหันไปเห็นเพียงดาว แต้ว และอู๋เดินออกมาจากห้องประชุม ป้ากบอ้าปากค้าง
“อ้าวกบ มาอ๊บอ๊บอะไรแถวนี้จ๊ะ” อู๋เหน็บ
“เค้าเอาเด็กมาฝากน่ะ” ณัฐบอก ผู้ช่วยเดินมาหาณัฐ
“คุณณัฐคะ มิสเตอร์ทานากะ ขอเรียนสายด้วยค่ะ”
ผู้ช่วยยื่นมือถือให้ ณัฐเดินเลี่ยงออกไปคุยมือถือ
เพียงดาวมองดีนี่
“ไม่เจอกันตั้งนาน พี่ดาวสบายดีเหรอคะ” ดีนี่ทักทายก่อน

“สบายดี ได้ข่าวว่าเธอไม่สบาย ชักจนต้องให้คนหามส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ สงสัยจะเป็นอาการทางจิตนะ”
ดีนี่ยิ้ม “ดีนี่หายแล้วล่ะค่ะ พอดีว่าได้ยาดี”
ป้ากบรีบห้าม “ดีนี่อย่าไปมีเรื่องเลยจ้า เพราะว่าเราเป็นนางแบบชื่อดัง ไปมีเรื่องกับนางแบบตกกระป๋องโนเนมแบบนี้ เรามีแต่จะเสียกับเสีย”
“ตายแล้วนังกบ ชั้นเคยได้ยินแต่คางคกขึ้นวอ เพิ่งเห็นกบขึ้นวอก็วันนี้แหละ ชั้นขอแจ้งข่าวหน่อยนะจ๊ะ ที่ดาวเค้ามาหาพี่ณัฐวันนี้ เพราะเค้าจะได้เดินชุดฟินาเล่ย์ของพี่ณัฐย่ะ” ป้ากบกับดีนี่อึ้ง “พวกปลาซิวปลาสร้อยถอยไป ราชินีกลับมาทวงบัลลังก์แล้ว”
อู๋เดินเบียดกลางจนป้ากบกับดีนี่กระเด็น เพียงดาวกะแต้วเดินตาม
เพียงดาวหันมายิ้มเยาะให้สองคน
-
ป้ากบนั่งทุบพวงมาลัยรถอย่างแค้นจัด
“ทำไมเป็นแบบนี้!ๆๆๆ”
“ใจเย็นสิคะป้า”
“จะให้ป้าใจเย็นได้ยังไง นังดาวมันจะได้กลับมาเดินชุดฟินาเล่ย์ให้พี่ณัฐแบบนี้ หมายความว่ายังไงรู้ไหม หมายความว่ามันจะกลับมายิ่งใหญ่ แล้วก็ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วย ที่เราลำบากแทบตายกว่าจะเขี่ยมันให้กระเด็นออกจากวงการ ก็จะไม่มีความหมายเลย”
“ดีนี่ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอกค่ะป้า”
“แล้วหนูจะทำอะไร?” ป้ากบถาม จ้องหน้าดีนี่รอฟัง

ดีนี่ยิ้มเย็นยะเยือก “เดี๋ยวป้าคอยดูแล้วกันค่ะ”
 

มารยาริษยา ตอนที่ 9 (ต่อ)

ที่ร้านหนังสือในวันต่อมา อามกำลังเช็ดโต๊ะอยู่ด้วยท่าทางเครียดๆ ขณะที่ฝ้ายจัดหนังสือแล้วแอบมองอามเป็นระยะ อามเหลือบไปเห็นฝ้ายมองมา อามทำท่าไม่สนใจ ฝ้ายเห็นอย่างนั้นก็หน้าเศร้า

มีลูกค้ากลุ่มใหญ่นั่งอยู่ ลูกค้าคนหนึ่งเดินมาหาสั่งกาแฟอาม
“น้อง คาปูชิโน่เย็นของพี่ 5 แก้ว ยังไม่ได้เลย”
“ครับๆ”
แต่อามกลับวิ่งไปเสิร์ฟกาแฟโต๊ะอื่นก่อน
ลูกค้าอีกคน เดินมาหาอาม แล้ววางกาแฟคืน
“น้อง พี่ไม่ได้สั่งอันนี้”
“ขอโทษครับ เดี๋ยวผมทำให้ใหม่ครับ”

เวลาต่อมา ในถาดเสิร์ฟมีแก้วกาแฟเย็นวางอยู่ 5 แก้ว อามกำลังจะเดินไปเสิร์ฟลูกค้า ฝ้ายเดินมาหา
“ให้ชั้นช่วยนะ”
อามไม่ตอบ ไม่ใส่ใจ จะเดินเลี่ยงไป
ฝ้ายจขอร้อง “นะอาม ให้ชั้นช่วยเถอะ”
พร้อมกับดึงถาดกาแฟมา
อามสะบัดเสียง “ไม่ต้อง”
อามดึงถาดกาแฟมาแล้วพลาด กาแฟหกใส่อามเลอะเทอะ
ฝ้ายตกใจ ลูกค้าทุกคนในร้านก็ตกใจ
“ชั้นขอโทษ” ฝ้ายหน้าเจื่อน
“ชั้นบอกแล้วไงไม่ต้องมายุ่ง เข้าใจไหม!” อามเดินหนีไป
เพื่อนพนักงานในร้าน 2 คนรีบวิ่งมาหาฝ้าย
“ฝ้ายเป็นอะไรรึเปล่า?”
“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวชั้นเช็ดเอง”
เพื่อนพากันออกไป ฝ้ายก้มเก็บแก้วกาแฟ นึกน้อยใจ เสียใจ จนน้ำตาหยดเผาะๆ

เย็นนั้นแม่อ้อย กะอามจัดกับข้าวอยู่ที่โต๊ะกินข้าว
“อาม ทำไมวันนี้ไม่รอกลับพร้อมฝ้ายล่ะลูก” แม่อ้อยสงสัยที่ไม่เห็นฝ้ายกลับมาด้วยกันอย่างทุกวัน

อามไม่ตอบนั่งที่โต๊ะกินข้าว
ระหว่างนั้นฝ้ายเดินเข้ามา แม่อ้อยหันไปเห็นพอดี
“มาๆ กินข้าวกันฝ้าย”
แม่อ้อยนั่งลงที่โต๊ะ ฝ้ายนั่งตาม
อามเลื่อนจานตัวเองออก แล้วลุกหนี
แม่อ้อยงง “จะไปไหนอาม?”
“อามไม่กินครับ”
“ทำไมล่ะ?”
อามไม่ตอบ แม่อ้อยมองอาม สลับกับมองฝ้ายเห็นกิริยาว่าอึนๆ
“นี่ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ”
อามไม่ตอบ แม่หันไปหาฝ้าย
“ฝ้าย...?”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะน้าอ้อย” ฝ้ายเลื่อนจานให้อาม จานอยู่หมิ่นตรงขอบโต๊ะ “แกกินเถอะ ชั้นยังไม่หิว”
“ก็บอกแล้วไงว่าชั้นไม่กิน”
อามขึ้นเสียง พร้อมกับลุกเดินหนี แต่แล้วมือดันเฉี่ยวจานที่ฝ้ายยื่นให้ จานร่วงแตกเพล้ง
ทุกคนตกใจ
อามก้มลงเก็บเศษจาน ฝ้ายรีบมาช่วยอามเก็บ
“บอกว่าไม่ต้องยุ่ง ชั้นเก็บเอง!” อามตวาด
อามดึงเศษจาน จังหวะนั้นเศษจาน บาดมือฝ้ายพอดี
แม่อ้อยตกใจ มองจ้องหน้าลูกชาย
“อาม จะมากไปแล้วนะ ฝ้ายมันทำอะไรให้โกรธนักหนา ถึงได้ทำกันขนาดนี้”
“ก็อามบอกมันแล้วว่าอย่ามายุ่ง อามเก็บของอามเองได้” อามเถียง
“ไม่เป็นไรค่ะน้าอ้อย ฝ้ายผิดเอง”
แม่อ้อยสั่งเสียงเขียวขุ่น “ขอโทษฝ้ายเดี๋ยวนี้!” แต่อามยังนิ่ง “แม่บอกให้ขอโทษฝ้ายเดี๋ยวนี้”
อามไม่ทำเดินหนีขึ้นบ้านไป
“อาม!” แม่อ้อยหันมาหาฝ้าย “มานี่มา เดี๋ยวน้าทำแผลให้ อามนี่ไม่ไหวจริงๆ เลย”
ฝ้ายเครียด ไม่รู้จะทำไงให้อามหายโกรธ

คืนนั้นยินเสียงเคาะประตูอยู่หน้าห้อง อามเปิดประตูมาดู แต่ไม่เห็นใคร พอจะปิดประตูเข้าห้องแล้วเห็นจานข้าววางอยู่ที่หน้าห้อง อามหยิบจานข้าวขึ้นมา

ฝ้ายกลุ้มใจอยู่ ได้ยินเสียงเคาะประตู ฝ้ายเดินไปเปิด เห็นอามยืนถือจานข้าวอยู่หน้าห้อง ฝ้ายดีใจ คิดว่าอามหายโกรธตัวเองแล้ว อามยื่นจานข้าวคืนฝ้าย
“เอาคืนไป แล้วเลิกยุ่งกับชั้นสักที”
“อาม ชั้นรู้ว่าแกโกรธชั้นมาก แต่แกยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ”
“จะให้ชั้นพูดสักกี่ครั้ง ว่าอย่ามายุ่งกับชั้น”
“ชั้นขอโทษนะอาม ตลอดเวลาที่ชั้นหลอกแก ชั้นก็เสียใจเหมือนกัน”
“เสียใจแล้วแกทำไปทำไม! ชั้นไว้ใจแกมาตลอด มีอะไรก็ปรึกษาแก ทำไมแกทำกับชั้นได้วะฝ้าย”
“ชั้นไม่เคยเห็นแกเป็นตัวตลกนะอาม”
“แกบอกชั้นสิ แกทำไปทำไม” อามจับตัวฝ้ายแล้วเขย่าๆ “พูดสิพูด!”

ฝ้ายอึกอัก “ชั้น...” แล้วเริ่มร้องไห้ “ชั้นทำเพราะชั้นชอบแก ชั้นอยากให้แกพูดดีๆ กับชั้น ชั้นอยากให้แกสนใจชั้นบ้าง ชั้นชอบแก”
อามอึ้ง ผลักฝ้ายออก
“อาม ชั้นขอโทษ”
ฝ้ายเข้าไปเกาะแขนอามอีก
“ปล่อย! ชั้นไม่เชื่อ แกไม่ต้องมาหลอกชั้น แกจะให้ชั้นเชื่อเหรอว่าที่แกทำไปทั้งหมดเพราะแกชอบชั้น”
“ชั้นพูดจริงๆ...”
“ชั้นไม่เชื่อ คนอย่างแกมันน่าเกลียดทั้งหน้าตาทั้งจิตใจ ชั้นไม่มีวันรักแก ชั้นเกลียดแก! ได้ยินไหม ชั้นเกลียดแก!!”
อามโกรธจัด สะบัดตัวออกจากฝ้าย แล้วเดินหนีไป ฝ้ายร้องไห้โฮ

แต้ว กะอู๋รอที่โซฟา เพียงดาว และโอมลงมาจากบ้าน
เพียงดาวมีท่าทีประหม่า
“ดาวตื่นเต้นจังเลยค่ะพี่แต้ว”
“ดาวต้องหนักแน่นนะ วันนี้ดาวต้องโดนจัดหนักแน่ๆเลย”
“เอาน่ะ ชั้นจะคอยเป็นไม้กันหมาให้ยัยดาวเอง ใครพูดอะไรไม่เข้าท่า ชั้นจะด่าๆๆ” อู๋ว่า
โอมจับมือเพียงดาวมากุม “ผมขอโทษนะครับคุณดาว วันสำคัญของคุณดาวแท้ๆ ผมกลับไปให้กำลังใจคุณดาวไม่ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกโอม ชั้นก็ฝากขอโทษญาติโอมที่ภูเก็ตด้วยนะที่ชั้นไปด้วยไม่ได้ เอาไว้ชั้นจะหาโอกาสไปเยี่ยม”
“ครับ”
“รีบไปกันเถอะค่ะพี่แต้ว พี่อู๋ ดาวไม่อยากให้สาย”
“ตรงเวลาเหมือนเดิมเลย”
แต้ว อู๋ และเพียงดาวออกไป มือถือโอมสั่นพอดี โอมหยิบขึ้นมาเห็นชื่อหน้าก็เซ็ง
“ครับ..”

ดีนี่อยู่ที่คอนโด แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ข้างๆ มีกระเป๋าเดินทางวางอยู่
ดีนี่คุยมือถือ “ดีนี่จัดกระเป๋าเสร็จแล้วนะคะ รีบๆมารับนะคะ ดีนี่คิดถึงหัวหินจะแย่แล้ว”
โอมคุยมือถืออยู่ที่หน้าบ้านเพียงดาว
“ผมต้องกลับไปเคลียร์งาน แล้วก็แวะเก็บกระเป๋าที่บ้านก่อน รอสักพักนะครับ”
“เร็วๆนะคะ ดีนี่ไม่ชอบรอนาน”
โอมวางสาย เซ็งแต่ไม่รู้ทำไง

ในห้องแถลงข่าว ป้ายงาน NUTTA Lunch party 2012 เด่นหรา มีนายแบบใส่ชุดสีขาว มีรอยคนเซ็นต์อวยพรอยู่บนชุด
อุ้มพิธีกร Runway Chanel หันข้างเซ็นอวยพรที่นายแบบอยู่ ก่อนจะหันมาหากล้อง
“ไม่ต้องตกใจนะคะ อุ้มไม่ได้มือบอนมาเขียนเสื้อผ้าใครเล่น เนี่ยเป็นบอร์ดเขียนคำอวยพรของพี่ณัฐเค้าค่ะ เพราะตอนนี้อุ้มอยู่ที่งาน Nutta Lunch Party งานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการของพี่ณัฐเค้าค่ะ วันนี้นอกจากเราจะได้ดูผลงานหรูๆเลิศๆที่ผ่านมาของพี่ณัฐแล้ว พี่ณัฐยังจะมาไขข้อข้องใจทุกอย่าง รวมถึงเปิดตัวนางแบบปริศนาที่จะได้เดินชุดฟินาเล่ของพี่ณัฐด้วยค่ะ”

บนเวที ดนตรีเร้าใจดังกระหึ่มขึ้น บรรดานางแบบแต่งตัวหรูหราเดินฝ่าฝูงชนมาขึ้นเวที
ทุกคนปรบมือ
นางแบบเดินเข้าหลังเวทีไป ไฟบนเวทีดับลง
นักข่าวที่อยู่ข้างล่างซุบซิบกัน
“มาแล้วนางแบบที่เดินชุดฟินาเล่ย์ของคุณณัฐ จะใช่ดีนี่รึเปล่า”
“ไม่ใช่หรอก เช็คแล้ว ดีนี่มีคิวถ่ายละคร” นักข่าวอีกคนว่า
ไฟบนเวทีสว่างพรึ่บ เพียงดาวยืนโพสอยู่ คนดูด้านล่างฮือฮา เพียงดาวเดินแบบต่ออย่างมืออาชีพ
แต้วกะอู๋มองเพียงดาวอย่างชื่นชม
“รันเวย์นี่มันเป็นของยัยดาวจริงๆ เลยนะ ไม่ประหม่าสักนิด”

ณัฐ กะเพียงดาวยืนให้นักข่าวรุมถ่ายรูปอยู่มในงานแถลงข่าว
“ให้คุณดาวมาเดินให้แบบนี้ ไม่กลัวจะเสียภาพลักษณ์แบรนด์เหรอครับ”
ณัฐตอกกลับอย่างไม่แคร์สื่อ “เสียยังไงเหรอคะ ถ้าเป็นเรื่องข่าว ชั้นขอบอกว่าตราบใดที่ดาวสามารถพรีเซ้นต์เสื้อผ้าให้ได้อย่างที่ชั้นต้องการ ชีวิตส่วนตัวเค้าจะเป็นยังไง ชั้นไม่สนใจหรอกค่ะ แล้วนอกจากดาวจะเดินฟินาเล่ให้ชั้นแล้ว ดาวยังเป็นพรีเซนเตอร์ให้เสื้อผ้าคอลเล็คชั่นใหม่ให้ชั้นด้วยค่ะ”
ทุกคนฮือฮา
นักข่าวยิงคำถาม “แล้วคุณดาวล่ะคะ รู้สึกยังไงที่ได้กลับมาเดินแบบอีกครั้ง”
“ต้องขอบคุณพี่ณัฐค่ะที่ไว้ใจดาว ดาวจะทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่พี่ณัฐเค้าไว้ใจ”
“คุณดาวครับ ในลิสต์รายชื่อนางแบบที่จะเดินให้คุณณัฐมีดีนี่อยู่ด้วย แล้วแน่ใจเหรอครับว่าจะไม่มีปัญหาอะไรอีก” นักข่าวถามอีก
“แน่ใจค่ะ ที่ผ่านมาดาวยอมรับว่าดาวทำพลาดมาหลายอย่าง แต่ถ้าดาวทำลายโอกาสครั้งนี้อีก ดาวก็คงโง่มากแล้วล่ะค่ะ”
นักข่าวถ่ายรูปเพียงดาวระรัว เพียงดาวยิ้ม

ที่กองถ่ายละครเวลาเดียวกัน ข่าวเพียงดาวปรากฎขึ้นในไอแพดของป้ากบ เป็นภาพขึ้นว่ารายงานสดจากงานแถลงข่าว
ป้ากบแค้นมาก
“นังดาวมฤตยู! ใครทำบุญต่ออายุให้มันเนี่ย ฆ่าไม่ตายสักที”
นิคเดินมาหากบ “อ้าวกบ ทำไมยังอยู่นี่ล่ะจ๊ะ”
“ก็วันนี้ดีนี่มีถ่ายกับน้องดิวนี่คะ”
“ดีนี่เค้าโทร.มาขอลาป่วยตั้งนานแล้ว ตอนนี้กองถ่ายเค้ากำลังเคลียร์คิวถ่ายใหม่อยู่”
ป้ากบงงงวย “ทำไมเค้าไม่โทร.บอกกบ”

“เค้าไม่อยากคุยกับกบรึเปล่า” ป้ากบชะงักมองหน้านิค “พูดเล่นจ้า อย่าไปเครียด ดีนี่เค้าคงจะติดต่อกบไม่ได้น่ะจ้ะ”
ป้ากบงง

มือถือดีนี่ดัง เห็นเป็นเบอร์ป้ากบโทร.เข้ามามา ดีนี่ตัดสายทิ้ง
ดีนี่กดมือถือหาโอม
“อยู่ไหนแล้วคะ ดีนี่รอนานแล้วนะ”
รถโอมจอดรอคิวเติมน้ำมันอยู่ที่ปั๊ม โอมคุยมือถือกับดีนี่
“ผมเติมน้ำมันอยู่ เดี๋ยวผมรีบไปแล้วครับ"

โอมวางสายมือถือสีหน้ากลุ้มใจอย่างหนัก


ระหว่างนั้นเพียงดาว แต้ว กะอู๋เดินคุยกันออกมาตรงลานจอดรถ

“อิ่มจังเลย นี่ยัยดาวงานแถลงข่าวชั้นยอมให้เลี้ยงแค่นี้นะ แต่หลังวันเดินแบบจริง แกต้องเลี้ยงโต๊ะจีนชั้น”
“งั้นชั้นจะพาเธอไปกินโต๊ะจีนลิงที่ลพบุรี” แต้วแซว อู๋เซ็งหันไปหาเพียงดาว “วันนี้ดาวตอบคำถามนักข่าวได้ดีมากเลยนะ พี่เชื่อว่าดาวจะทำได้อย่างที่พูด”
เพียงดาวยิ้มพยักหน้า
ขณะนั้นอู๋มองไปที่ปั๊มฝั่งตรงข้าม เห็นรถโอมจอดเติมน้ำมันอยู่

“นั่นมันรถโอมรึเปล่า” อู๋บอก
เพียงดาวชะงักมองไปแล้วเอะใจ
“แต่จะใช่รถโอมได้ยังไง โอมเค้าไปภูเก็ตแล้ว สงสัยจะรถคล้ายๆ กันน่ะดาว ดาวอย่าคิดมากเลย” อู๋บอก แต้วรีบเสริม
“ใช่ ดาวต้องไว้ใจโอมนะ”
เพียงดาวรับคำ “ค่ะ”

โอมขับรถอยู่บนถนน โดยไม่รู้ตัวว่าถัดไปด้านหลังอีกสามคัน เพียงดาวขับรถตามรถโอมอยู่ เห็นทะเบียนว่าเป็นรถโอมจริงๆ เพียงดาวเดือด

โอมขับรถเลี้ยวเข้ามาในซอย ถัดไปด้านหลังสองคัน เพียงดาวขับรถตามรถโอมมา เพียงดาวพยายามจะแซงรถคันหน้า แต่แซงไม่ได้
ตรงสี่แยก โอมเลี้ยวขวา เพียงดาวกำลังจะเลี้ยวตาม แต่มีรถขับมาบีบแตร แล้วขับตัดหน้ารถเพียงดาวไป เพียงดาวเลี้ยวขวาตามรถโอมไป แต่ไม่ทันแล้ว เพียงดาวหงุดหงิด

พอดีนี่เปิดประตูเห็นโอมยืนรออยู่ ดีนี่ถลาเข้าไปกอด โอมแกะมือออกท่าทางเย็นชา
“รีบไปเถอะครับ เดี๋ยวจะไปถึงหัวหินค่ำ”
ดีนี่เซ็งแต่ฝืนยิ้ม “ค่ะ”

ที่ลานจอดรถคอนโดดีนี่ มีใครบางคนแอบมองดีนี่ กะโอมที่กำลังขึ้นรถอยู่ และขณะที่โอมขับรถออกมา ทันใดนั้นมีรถคันหนึ่งแล่นมาปาดหน้ารถ โอมเบรกรถทันที ดีนี่ตกใจ
ป้ากบเดินลงมาจากรถ แล้วกระชากดีนี่ออกมา
“ดีนี่! โกหกกองถ่ายว่าไม่สบายเพราะจะไปกับผู้ชายเหรอ จะไปไหนกัน!”
“ก็ดีนี่ไม่สบายจริงๆ กำลังจะไปหาหมอ” ดีนี่แถ
“โอมจะไปไหนกัน?” ป้ากบหันมาทางโอม
“ดีนี่เค้าจะไปเที่ยวหัวหินครับ”
ป้ากบมองหน้าดีนี่โกรธๆ
“ดีนี่บอกป้ากบแล้วไงคะ ว่าไม่ต้องมายุ่ง”
“ที่ไม่ให้ยุ่งเพราะจับโอมจนอยู่หมัดแล้วใช่ไหม” หันมาทาหาโอม “แล้วเลิกกับดาวแล้วเหรอ”
โอมบอกทันควัน “ไม่ครับ ผมไม่มีทางเลิกกับคุณดาว”
“เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอกดีนี่ ตอนนี้เราไม่ได้เป็นแค่นางแบบแล้ว ดีนี่กำลังจะเป็นนางเอกละคร ยิ่งต้องรักษาภาพลักษณ์ คนดูเค้าชอบนางเอกซื่อๆ ใสๆ เข้าใจไหม” ป้ากบบอกดีนี่
แต่ดีนี่เถียง “ไม่เข้าใจค่ะ จะเป็นนางแบบหรือนางเอก ทำไมดีนี่จะคบกับโอมไม่ได้”
ระหว่างนั้นมือถือโอมดัง โอมเห็นชื่อเพียงดาวโทรมารีบกดทิ้ง
“แล้วผู้ชายเค้าอยากคบด้วยไหม ไม่ได้ยินที่เค้าบอกเหรอ ว่าเค้าไม่เลิกกับแฟนเค้า อายเค้าไหมเนี่ย ป้าขอสั่งต่อไปนี้ห้ามยุ่งกับโอมอีก กลับไปได้แล้วโอม” ป้ากบบอก
“อย่ากลับนะคะโอม” ดีนี่ไม่ยอม
“ผมกลับนะครับ ขอบคุณครับป้ากบ”
โอมจะขึ้นรถ ดีนี่ตามไปดึงโอมไว้อีก
“โอมๆ!”
ป้ากบดึงแขนดีนี่ไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะดีนี่ ไม่ได้ยินที่ป้าสั่งเหรอ กลับไปถ่ายละคร!”
ดีนี่ชักสีหน้ามองหน้าป้ากบอย่างไม่พอใจ “จะบงการชีวิตดีนี่มากเกินไปแล้วนะคะ”
ป้ากบโกรธทวงบุญคุณ “ก็ชีวิตในวงการนี้ ชั้นเป็นคนให้เธอไม่ใช่เหรอ
ดีนี่แค้น ป้ากบลากดีนี่ขึ้นรถขับออกไปทันที
คล้อยหลังรถป้ากบแล่นออกไป
เพียงดาวขับรถเข้ามาไม่เจอใคร ก็งงๆ ทันใดนั้นมือถือดัง เห็นว่าโอมโทร.มา เพียงดาวรีบรับสาย

“ขอโทษนะครับคุณดาว ผมไม่ได้รับโทรศัพท์ กำลังวุ่นๆ อยู่น่ะครับ”
“โอมอยู่ที่ไหน”
“ผมกำลังจะไปหาคุณดาวที่บ้านครับ” เพียงดาวงงๆ

ขณะที่เพียงดาวลงจากรถจะเดินเข้าบ้าน โอมเดินเข้าไปหา แล้วดึงร่างเพียงดาวมากอด รู้สึกโล่งใจที่ป้ากบสั่งห้ามดีนี่ไม่ให้ยุ่งกับโอม
“ทำไมโอมไม่ไปภูเก็ต?”
“ผมไม่อยากทิ้งคุณดาวให้อยู่คนเดียว แล้วก็เห็นแม่เค้ามีเพื่อนไปแล้วน่ะครับ”
“แล้วโอมได้ไปแถวสาทรรึเปล่า?”

โอมชะงักกึก
“ผมไปรับเพื่อนแม่ครับ เค้าจะไปกับแม่แทนผม คุณดาวรู้ได้ยังไงครับ ว่าผมไปแถวนั้น”
“พี่อู๋เค้าเห็นรถคล้ายๆ รถโอมน่ะ ก็เลยโทร.มาบอกชั้น”
โอมอึกอัก
“เดี๋ยวชั้นต้องโทร.ไปบอกพี่อู๋แล้วล่ะว่ารถโอมจริงๆ เค้าไม่ได้ตาฝาด จะบอกเค้าด้วยว่าไม่ต้องห่วง ชั้นเชื่อใจโอม”
โอมรู้สึกผิดที่โกหกดาว
“คุณดาวครับ คุณดาวได้กลับเข้าวงการอย่างนี้ เรายังไม่ได้ฉลองกันเลย เย็นนี้เราไปทานข้าวด้วยกันนะครับ”
เพียงดาวยิ้ม พยักหน้าแล้วแอบกังวลแต่พยายามไว้ใจโอม

ที่กองถ่ายละครเย็นนั้น ดีนี่เข้าฉากยืนกอดกับดิวอยู่
ผู้ช่วยตะโกนก้อง “คัต! ฉากต่อไปย้ายไปถ่ายฉากพ่อกับแม่เลยนะครับ”
ดีนี่ กะดิวเดินออกมาจากเซ็ต ป้ากบเดินมาหาดีนี่
“เติมปากหน่อยนะ” เติมปากให้ดีนี่ “หายโกรธป้ารึยัง ที่ป้าทำทุกอย่างเพื่อหนูนะ ป้ารักหนู”
ดีนี่ออกอาการมึนตึงใส่ “เสร็จแล้วใช่ไหมคะ”
ดีนี่ถือบทเดินออกไป ป้ากบถอนหายใจ ที่อีกมุมนิคมองคนอยู่

ดีนี่ยืนหงุดหงิดอยู่ที่มุมหนึ่งในกองถ่ายละคร นิคเดินมาหา ถามอย่างห่วงใย
“ดีนี่ หนูไม่สบายไม่ใช่เหรอลูก เป็นยังไงบ้าง?”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ”
“ความจริงกบเค้าน่าจะให้หนูพักผ่อนนะ”
ดีนี่ยิ้มพยักหน้าให้ แต่ก็นึกสงสัยว่านิคต้องการอะไรที่พูดอย่างนี้
นิคยื่นมือถือให้ดีนี่ดู “หนูมีแอพนี้รึยัง พี่เพิ่งโหลดมา ถ่ายรูปซ๊วย สวย”
นิคเปิดมือถือให้ดีนี่ดู เห็นรูปนิค ดิว และดาราในสังกัดไปเที่ยวเมืองนอกกันหลายที่
“นี่ตอนที่พี่พาพวกเด็กๆ เค้าไปเที่ยวเกาหลี เนี่ยนะ ไม่ว่างานเด็กพี่จะเยอะแค่ไหน พี่ต้องหาเวลาให้เค้าไปเที่ยว ไปพักผ่อนให้ได้ ถ้าวันไหนเค้าไม่สะดวกมาทำงานจริงๆ พี่ก็จะตามใจเค้า เพราะรู้ว่านักแสดงเค้าเครียดกัน พี่ไม่ชอบบังคับจิตใจใคร”
ดีนี่มองหน้านิค แล้วรู้ว่านิคต้องการอะไร
“พี่นิคใจดีจังเลยนะคะ”
“จ้ะ”
ดีนี่กะนิคยิ้มให้กัน

ค่ำนั้นที่ร้านอาหารหรูบรรยากาศดีแห่งหนึ่ง เพียงดาวแต่งตัวด้วยชุดสวยหรูดูดีเข้ากับสถานที่ นั่งกินข้าวอยู่กับโอมซึ่งหล่อเหลา โอมตักอาหารให้
“อันนี้ก็อร่อยนะครับ คุณดาวลองทานดูสิครับ”
เพียงดาวมองโอมที่กินอาหารท่าทางสบายใจ
“ช่วงนี้ชั้นเห็นโอมไม่ค่อยทานอะไร ดูเบื่อๆ อาหาร ทำไมวันนี้โอมทานได้เยอะจัง”
“ช่วงนั้นงานที่อ๊อฟฟิศมีปัญหานิดหน่อยครับ ผมก็เลยเครียด แต่ผมแก้ปัญหาได้แล้วครับ มันจะไม่มีอีกแล้วครับ เหลือเราสองคน”
เสียงดีนี่ดังแทรกเข้ามา “สวัสดีค่ะพี่ดาว”
สองคนหันไปเห็นดีนี่เดินเข้ามา โอมชะงักตกใจ
“บังเอิญจังเลยนะคะที่มาทานข้าวร้านนี้เหมือนกัน เราสองคนเนี่ยชอบอะไรคล้ายๆ กันเลยนะคะ”
ดีนี่แหย่รังแตน แอบมองโอม โอมกลัวว่าดีนี่จะพูดอะไรออกไป
พนักงานเดินมาหาดีนี่
“โต๊ะที่จองไว้ทางนี้ครับ”
“เดี๋ยวดีนี่ขอคุยกับเพื่อนแป๊บนึงค่ะ”
พนักงานหยิบเก้าอี้มาให้ดีนี่นั่ง
“ใครอนุญาตให้เธอร่วมโต๊ะด้วย” เพียงดาวเสียงแข็ง
“ขอดีนี่นั่งด้วยคนได้ไหมคะโอม
โอมหันมามองหน้าเพียงดาวเป็นเชิงถาม แล้วแอบมองดีนี่ ไม่รู้ว่าจะทำยังไง
“ดีนี่แค่ขอคุยด้วยแป๊บเดียวค่ะ แค่จะมาแสดงความยินดีที่พี่ดาวจะได้เดินชุดฟินาเล่ย์ของพี่ณัฐ จะมีงานใหญ่แบบนี้ มีเรื่องกันจะไม่ดีนะคะ”
เพียงดาวไม่อยากให้มีเรื่อง
“จะพล่ามอะไรก็พล่ามมา แล้วก็รีบไปซะ”
เพียงดาวแอบสังเกตกิริยาดีนี่กับโอม
“งานแถลงข่าววันนี้เป็นยังไงบ้างคะ เสียดายจังที่ดีนี่ไม่ได้ไปร่วมงานด้วย เพราะความจริงมีโปรแกรมจะไปหัวหินกับเพื่อน แต่เพื่อนเกิดไม่ว่าง เลยต้องแคนเซิล”
เพียงดาวเอะใจมองดีนี่กับโอม คิดถึงเรื่องวันนี้ที่ขับรถตามโอม
โอมหน้าเสียกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
“คุณดาวครับ ไปทานที่อื่นกันเถอะครับ”
ดีนี่มองโอมแล้วแอบชักสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ดีนี่จะไปแล้ว”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมไปเอง”
ดีนี่มองหน้าโอมอย่างไม่พอใจ
“จริงสิคะ ได้ข่าวว่าพี่ดาวกับโอมหมั้นกันแล้ว ไม่เห็นสวมแหวนหมั้นเลยล่ะคะ”
โอมชะงัก เสียวสันหลังวาบ
“จะสวมไม่สวมก็เรื่องของชั้น ชั้นกับโอมจะรักกัน ก็ไม่ต้องป่าวประกาศให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนอย่างเธอ”
“เหมือนดีนี่เลยค่ะ ถ้าดีนี่รักใคร ดีนี่ก็ไม่บอกให้คนอื่นรู้ แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องพูด ใช่ไหมคะโอม” ดีนี่แหย่

โอมหน้าเสีย ใจหล่นวูบร่วงลงไปที่ตาตุ่ม
“คุณดาวไปกันเถอะครับ”
โอมจะลุกหนี
“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวดีนี่ไปเอง”
ดีนี่เดินไปนั่งอีกโต๊ะ ตรงข้ามกับโต๊ะโอม
“คุณดาวครับ เราย้ายร้านกันเถอะครับ บรรยากาศไม่ดีแล้ว”
เพียงดาวไม่ยอม “ไม่ ทำไมชั้นต้องหนีมัน มันเห็นชั้นกับโอมอยู่ด้วยกัน มันคงแทบคลั่ง ดีจะได้เห็นตำตาไปเลย”

โอมมองจ้องดีนี่เขม็ง ดีนี่ยกแก้วน้ำเป็นเชิงบอกว่าขอชนแก้ว  สีหน้าโอมกลุ้มหนัก

โปรดติดตาม "มารยาริษยา" ตอนต่อไป
มารยาริษยา ตอนที่ 6
มารยาริษยา ตอนที่ 6
เช้าวันต่อมา โบว์ที่ฝ้ายติดผมไปวันที่เจออามที่ร้านอาหาร วางอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ฝ้ายหยิบมาลองทาบผมตัวเอง ส่องกระจกแล้วยิ้มๆ เสียงอามเคาะประตูแล้วเปิดผลัวะเข้ามา ฝ้ายตกใจรีบซ่อนโบว์ไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง “ไอ้อาม ทำไมไม่มีมารยาทอย่างนี้” ฝ้ายด่า ตกใจไม่หายกลัวความลับแตก “ฉันเคาะประตูแล้วนะ” อามมองจ้องฝ้ายที่มีพิรุธ “ท่าทางมีพิรุธ แกซ่อนอะไร อ่ะ...ซ่อนผู้ชายไว้ในห้องรึเปล่า” ฝ้ายด่าอีก “ไอ้บ้า!!” อามทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงอาการเพ้อๆ “ฝ้าย แกไม่ได้ไปเจอน้องเฟิร์นกับชั้น แกพลาดอะไรไปตั้งหลายอย่าง” “แล้วเกี่ยวอะไรกับชั้นด้วย”
กำลังโหลดความคิดเห็น...