xs
xsm
sm
md
lg

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 10

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ภูผาแพรไหม ตอนที่ 10

แสงมณีล้างมืออยู่ในห้องน้ำ นาราเดินตามเข้ามายืนอยู่ด้านหลัง แสงมณีหันมาเห็นเข้า แต่นาราชิงลงมือก่อน แสงมณีหันไปต่อสู้กับนาราอยู่ครู่หนึ่ง แล้วแสงมณีก็เสียทีถูกมีดจี้เข้าที่เอว “ไปด้วยกันดีๆ ไม่อย่างงั้น ฉันแทงเจ้าแน่...เจ้ารู้ใช่ไหม...มีดอาบยาพิษของฉันแค่จิ้มเข้าไปในเนื้อ ยาพิษก็จะแล่นเข้าสู่หัวใจของเจ้า...แล้วเจ้าก็จะตายในเวลาไม่กี่นาที”
“เธอต้องการอะไร” แสงมณีถาม“ชีวิตของเจ้าไง...แต่ไม่ใช่ตอนนี้... เชิญค่ะเจ้า”
แสงมณีและนาราเดินไปด้วยกันเหมือนเพื่อนที่มาด้วยกัน แสงมณีและนาราเดินออกมาที่หน้าร้าน ดวงใจและพิพิธเดินผ่านมาเห็นเข้า ดวงใจทำท่าจะร้องโวยวายแต่พิมที่หลบอยู่พุ่งเข้ามาใช้ด้ามปืนทุบเข้าที่ท้ายทอยของดวงใจจนสลบเหมือด แสงมณีตกใจ “ดวงใจ....”พิพิธคิดว่าตัวเองแน่จึงจะเข้ามาช่วย แต่พิมก็ใช้ฝีมือที่เหนือกว่าจัดการจนพิพิธสลบเหมือด พิมลากดวงใจและพิพิธเข้าไปไว้ในซอกกำแพงข้างบันไดหนีไฟ จากนั้นพิมและนาราก็พาแสงมณีเดินไป ทวีปเดินตามมาเห็นแสงมณีถูกสองสาวนำตัวออกไป เขาก็เดินตามไปไม่ห่าง

พิมขับรถ ส่วนนารานั่งอยู่ตอนหลังและใช้มีดจี้แสงมณีอยู่ ทวีปขับรถตามมาห่างๆ เขาเห็นรถแล่นเข้าไปในบ้านนอกเมืองที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ทวีปขับรถเข้าไปหลบอยู่ข้างต้นไม้ก่อนจะก้าวลงมายืนมองอย่างแปลกใจ ทวีปล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาโทรศัพท์หาภูผา“ไอ้ภู...เกิดเรื่องใหญ่แล้วว่ะ...เจ้าแสงมณีถูกจับตัวมา... ฉันกำลังหาทางช่วย”
ภูผาขับรถกลับมาหลังจากไปส่งแพรไหม เขาพูดโทรศัพท์ด้วยสีหน้าร้อนใจ“ที่ไหนวะ”--


ทวีปยืนพูดโทรศัพท์อยู่และกำลังจะบอกสถานที่ แต่แล้วเขาก็ชะงักเมื่อนทีและอรัญใช้ปืนจี้ที่ศีรษะของเขา อโณทัยเดินเข้ามากระชากโทรศัพท์ไปจากมือทวีป “ทำยังไงกับมัน” นทีถาม“พามันไปด้วย...ขืนปล่อยมันไป เราจะเดือดร้อน” อโณทัยบอก “ฉันไม่เกี่ยวนะโว๊ย” ทวีปรีบบอก“เกี่ยวหรือไม่เกี่ยว...แกก็ทำให้เรื่องที่ควรจะเป็นความลับ...ไม่เป็นความลับอีกต่อไป”
พูดจบอโณทัยก็เดินกลับไปที่รถที่จอดอยู่ห่างออกไป นทีและอรัญดันตัวทวีปให้เดินตามไป

แสงมณีถูกมัดมืออยู่กลางห้อง ทวีปที่ถูกมัดมือถูกผลักเข้าไปอยู่ด้วยกัน แสงมณีหันมามองอย่างตกใจ “คุณทวีป” ทวีปพูดอย่างมีอารมณ์ขัน “ผมตามมาอารักขาเจ้า” ทวีปยิ้มแหย แสงมณีมองอย่างอ่อนใจ อโณทัยเดินนำ นที อรัญ พิม และนาราเข้ามา แสงมณีหันไปพูดกับอโณทัย“ปล่อยเขาไปเถอะ...เขาไม่เกี่ยว”
“ขืนปล่อยเขาไป เราจะเดือดร้อน” อโณทัยบอก
“แล้วพวกแกคิดเหรอว่าพี่ชายจะไม่มาช่วยฉัน”
“ก็ดีน่ะสิ...จะได้ตายไปพร้อมๆกัน”
นาราเดินเข้ามาหาอโณทัย“โทรไปบอกให้เจ้าแสงฉายมาเลยไหมคะ อโณทัย”
อโณทัยนิ่งคิด นทีเสนอความเห็น “อย่าเพิ่งเลย รอให้เขาร้อนใจกว่านี้ดีกว่า... เขาจะได้ ยอมทำตามเงื่อนไขของเราง่ายขึ้น” “ใช่....ยังไงเราก็มีตัวประกันอยู่ในมือ”
อโณทัยเห็นด้วย เขาเดินเข้าไปใช้ปืนขู่“อย่าคิดหนีก็แล้วกัน...คุณบอดี้การ์ด...เราไม่อยากฆ่าใคร โดยไม่จำเป็น”
นักฆ่าทั้งหมดเดินออกไปแล้วปิดประตู แสงมณีทรุดตัวนั่งลงอย่างหนักใจ ทวีปหันไปมอง เขาเห็นสายตาหวาดกลัวอยู่ลึกๆของแสงมณีแล้วเขาก็สงสาร แสงมณียิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ฉันเสียใจด้วยนะ...ที่คุณต้องมาพลอยเดือดร้อนไปด้วย” “ผมต่างหากที่ต้องพูดคำว่าเสียใจ... ถ้าผมไม่ปล่อยให้คุณรอดสายตา คุณก็คงไม่ต้องถูกพวกมันจับตัวมา”
ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกดีๆ

ที่บ้านแสงฉาย ดวงใจนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจอยู่หน้าแสงฉาย ธนายืนเยื้องไป“ดวงใจผิดเองค่ะ ที่ดูแลคุณหญิงไม่ดี...ดวงใจไม่น่าปล่อยให้คุณหญิง เข้าไปในห้องน้ำคนเดียวเลย”“อย่าโทษตัวเองเลย...ดวงใจ... ยังไงพวกมันก็ได้ตัวแสงมณีไปแล้ว” แสงฉายพูด“ดวงใจเป็นห่วงคุณหญิงเหลือเกินค่ะ....โธ่ คุณหญิงของดวงใจ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” “พวกมันคงยังไม่ทำอะไรแสงมณีหรอก คนที่เป็นเป้าหมายของพวกมัน...คือฉันต่างหากล่ะ”“ผมจะพาคนของเราบุกไปช่วยเจ้าแสงมณีเองครับ” ธนาบอก“อย่าเพิ่ง ... จะทำอะไร เราต้องคิดให้รอบคอบ ... แสงมณีเป็นน้องสาวคนเดียวของฉันฉันปล่อยให้แสงมณีเป็นอะไรไปไม่ได้”
แสงฉายพูดด้วยความโกรธแค้น ธนาเองก็ร้อนใจแต่ก็เก็บอาการภายใต้สีหน้าเรียบเฉย ทันใดนั้นคมก็เดินเข้ามา “คุณภูผามาขอพบเจ้าครับ”
แสงฉายตาวาวขึ้นมาด้วยความโกรธ “มันยังกล้ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกเหรอ” --

ภูผานั่งอยู่กับแสงฉาย โดยที่ธนายืนเยื้องออกไป“ผมขอรับผิดชอบ ที่ปกป้องเจ้าแสงมณีไว้ไม่ได้” ภูผาบอก
“ถ้าคุณอยากแสดงความรับผิดชอบ คุณต้องพาน้องสาวผมกลับมาให้ได้” แสงฉายร้อนใจ “มันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว...แต่เจ้าต้องพูดความจริงกับผมซะที กลุ่มคนที่จับตัวเจ้าแสงมณีไปเป็นใคร...เกี่ยวพันอะไรกับเจ้า”
แสงฉายหน้าตึง ธนาแทรกขึ้น“คุณไม่จำเป็นต้องรู้... หน้าที่ของคุณคือพาเจ้าแสงมณีกลับมาให้ได้”“คุณก็ทำหน้าองครักษ์ของเจ้า...คุณน่าจะรู้ดีนะว่า มันสำคัญยังไง ถ้าคุณไม่รู้ว่าศัตรูของเจ้าคือใคร...มีกำลังเท่าไหร่ คุณจะรับมือกับพวกเขาได้ยังไง ผมไม่ได้ใช้แต่กำลังนะครับ” ภูผาบอก“คุณหาว่าผมไม่ใช้สมองเหรอ” ธนาไม่พอใจ ธนาจ้องหน้าภูผาอย่างเอาเรื่อง ภูผาจ้องกลับอย่างไม่เกรง แสงฉายโบกมือห้าม“เอาเถอะ....เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่า จะช่วยแสงมณีกลับมาได้ยังไง”
ภูผาและธนาต่างก็นิ่งคิด ระหว่างนั้น เสียงโทรศัพท์ของแสงฉายก็ดังขึ้น เขากดรับทันที“ฮัลโหล” --

อโณทัยยืนพูดโทรศัพท์อยู่ในบ้านร้างกลางป่า โดยมีนาราและพิมยืนมองอยู่ไม่ไกล อรัญและนทียืนถือปืนเฝ้าอยู่หน้าบ้าน
“ถ้าเจ้าอยากได้เจ้าแสงมณีคืน... เจ้าต้องมารับด้วยตัวเอง...คนเดียวด้วย แล้วอย่าบอกตำรวจ...ไม่อย่างงั้น เจ้าจะได้แต่ศพของเจ้าแสงมณีกลับไป” อโณทัยพูดใส่โทรศัพท์


แสงฉายเดินคุยโทรศัพท์ไกลออกไปที่หน้าบ้านเพื่อไม่ให้ภูผาได้ยินชัด ภูผามองตามไป“แกอย่าทำอะไรน้องสาวฉันนะ...ฉันยินดีให้เงินพวกแก10 ล้าน พวกแกหาทั้งชาติ ยังไม่ได้เลย” แสงฉายบอก
“เราไม่ได้ต้องการเงิน” อโณทัยพูด “เราต้องการตกลงกับเจ้าดีๆ”“พวกแกต้องการอะไร...หา...ต้องการอะไร”“พรุ่งเจ้าเดินทางมาพบกับเราก็แล้วกัน...ถ้ามีคนอื่นตามมาด้วยล่ะก็ ข้อเสนอของเรา...จบทันที”พูดจบอโณทัยก็วางสาย แสงฉายวางโทรศัพท์มือถือลงอย่างโกรธแค้น ภูผาลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินตามไปแต่ธนาเดินเข้าไปขวางไว้ แสงฉายเดินย้อนกลับมาแล้วพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “ถ้าคุณช่วยน้องสาวผมออกมาได้ เงินสิบล้านบาทจะเป็นของคุณ...นึกว่าเห็นแก่แสงมณี” แสงฉายบอก“เก็บเงินของเจ้าไว้เถอะครับ...ยังไงผมก็ต้องช่วยเจ้าแสงมณีตามหน้าที่อยู่แล้ว อีกอย่าง เพื่อนผมก็ถูกจับตัวไปด้วย...แต่งานนี้ เราต้องมีแผน”
“คุณอย่าบอกนะว่าจะให้ผมไปเสี่ยง” แสงฉายถาม“ถ้าเจ้าไม่ไป เจ้าคิดเหรอว่า พวกนั้น จะยอมปล่อยตัวน้องสาวเจ้าง่ายๆ”“ถ้าเจ้าแสงฉายตกอยู่ในมือของพวกมัน...ใครจะรับประกันได้ว่า เจ้าจะไม่เป็นอันตราย เจ้าอย่าเชื่อเขานะครับ” ธนาแย้ง
“นั่นน่ะสิ... เราว่า บุกเข้าไปชิงตัวแสงมณี ไม่ดีกว่าเหรอ...คนของเราออกเยอะแยะ จัดการพวกมันได้อยู่แล้ว” แสงฉายบอก
“แต่ถ้าพวกมันรู้ว่าเจ้าไม่ทำตามข้อเรียกร้อง...ผมเกรงว่า เจ้าแสงมณีจะเป็นอันตราย” ภูผาบอก“แล้วคุณมีแผนยังไง” แสงฉายถาม ภูผานิ่งคิดด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่ ระหว่างนั้น แสงฉายก็หันไปมองธนา อย่างมีแผนการร้าย เพราะเขาจะยืมมือพวกนักฆ่าจัดการกับภูผา

ทวีปและแสงมณีถูกมัดมือมัดเท้าไพล่หลังอยู่ในบ้านร้าง ทั้งคู่นั่งกันอยู่คนละมุม แสงมณีนั่งซึมและมีน้ำตารินไหลออกมา ทวีปมองอย่างเห็นใจก่อนจะปลอบออกมา
“คุณอย่ากลัวไปเลย...วันพรุ่งนี้ อาจจะมีคนมาช่วยเราก็ได้พี่ชายคุณ คงไม่ปล่อยให้คุณเป็นอะไรไปหรอก”
“ฉันไม่ได้กลัวตาย...ฉันเสียใจ ที่คนเชียงทวายด้วยกัน ต้องลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันเองราวกับว่า โกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน”
“เกิดอะไรขึ้นที่บ้านของคุณ” ทวีปเอ่ยถามแสงมณีนิ่งคิดและตัดสินใจเล่า “เชียงทวายถูกปกครองโดยท่านพ่อของฉันมานาน อาจจะนานเกินไปจนทำให้คนบางกลุ่ม คิดก่อกบฏ...แต่พวกเขาทำไม่ได้เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังภักดีต่อท่านพ่อ... พอสิ้นท่านพ่อ... พวกกบฏจึงต้องหาทางกำจัดพี่ชายกับฉัน เราจึงต้องหนีมาที่เมืองไทย...แต่ฉันก็เสียทีพวกมันจนได้” ทวีปมองแสงมณีอย่างมุ่งมั่นและพยายามพูดเพื่อเรียกความเข้มแข็งของเธอกลับคืนมา“ ผมจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรเจ้าเด็ดขาด ผมสัญญาว่าผมจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิตของผม”“อย่าเอาชีวิตของคุณมาเสี่ยง เพื่อผู้หญิงที่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณเลยค่ะ” แสงมณีบอก “คุณไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ ว่าคุณมีความหมายกับผมมากแค่ไหน” แสงมณีหลบตาด้วยความอายเพราะเห็นสายตาบอกความรู้สึกในใจของทวีป แล้วจู่ๆ แสงมณีก็นึกขึ้นได้ จึงหันไปบอกทวีป
“ฉันมีของบางอย่าง ... มันอาจจะช่วยเราได้นะ...คุณลุกขึ้นสิ”
ทวีปมองตามอย่างงงๆ แต่ก็ลุกขึ้น แสงมณีกระเถิบเข้าไปใกล้ๆ ทวีปงง“คุณจะทำอะไรผม”“อย่าเรื่องมากน่ะ ... ฉันไม่ได้คิดสกปรกอย่างคุณหรอก” แสงมณีว่า“จะไปรู้เหรอ ก็ทำท่าประหลาดๆ”
แสงมณีค้อนให้ก่อนจะหันหลังไปที่มือของเขา “ดึงปิ่นปักผมออกมา” แสงมณีบอก ทวีปหยิบปิ่นปักผมออกมาจากผมของแสงมณีจนผมของแสงมณีหลุดออกมายาวสยาย“มันถูกออกแบบให้คมและก็ปลายแหลม ... ใช้แทนอาวุธได้ ยามฉุกเฉิน” แสงมณีบอก แสงมณีหันหลังให้ทวีป ทวีปหันหลังแล้วดึงปิ่นปักผมอกมาก่อนจะกระเถิบไปสะดุดขาตัวเอง จนล้มลงไปทับกับแสงมณี ทั้งคู่มองตากันนิ่ง แสงมณีมองอย่างอายๆ ก่อนที่ทวีปจะกระเถิบพ้นไปจากตัว

นารายืนอยู่ที่หน้าบ้านร้าง สักพักอโณทัยก็เดินเข้ามายืนข้างๆ “พรุ่งนี้ ถ้างานสำเร็จ เราคงจะได้กลับบ้านกันซะที” อโณทัยบอก“ป่านนี้ บ้านเราจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้นะอโณทัย...นาราคิดถึงภูเขา ทุ่งหญ้า คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ ป่านนี้ ทุกคนคงรอคอยอยู่ที่บ้าน”
อโณทัยจับมือนาราแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน “คุณจะชวนผมไปเที่ยวที่บ้านคุณหรือเปล่านารา”“นาราอยากให้คุณไปอยู่แล้ว...คุณยังจะอยากไปบ้านนาราหรือเปล่าน่ะสิ...บ้านจนๆแต่คุณเป็นถึงหลานท่านนายพลจันทร์เทพ...เราต่างกันมากนะ อโณทัย”
“อยู่ที่ใจของเราสองคนต่างหากล่ะ...นารา” ทั้งสองยิ้มให้แก่กันด้วยความรัก พิมยืนมองทั้งคู่ด้วยความเสียใจก่อนจะเดินเลี่ยงไป พิมนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจที่ตัวเองต้องเป็นฝ่ายแพ้ สักพักนทีก็เดินเข้ามา“คุณควรจะทำใจนะพิม...อโณทัยกับนาราเขารักกันมานาน” นทีบอก“อย่ามายุ่งกับฉัน” พิมว่า พิมทำท่าจะเดินเลี่ยงไป นทีจับมือของพิมไว้แล้วมองด้วยความรัก“ยังมีคนที่รักคุณนะพิม....จริงอยู่ผมอาจจะไม่ใช่หลานนายพล ไม่ร่ำรวยเหมือนเหมือนอโณทัย...แต่ผมก็จริงใจกับคุณ”
พิมมีสายตาที่อ่อนโยนลง “ความรักมันห้ามกันไม่ได้หรอกนะ นที ที่ผ่านมา ฉันก็พยายามบอกใจตัวเองให้เลิกรักเขา...ฉันยังทำไม่ได้เลย”
พิมเช็ดน้ำตา แล้วเบือนหน้าหนี นทีมองด้วยความรักและเข้าใจ

แสงมณีลืมตาตื่นขึ้น เธอมองทวีปที่กำลังนั่งหลับอยู่ แล้วทวีปก็ลืมตาตื่นขึ้น ทั้งคู่ต่างก็มองตากันอย่างเก้อเขิน แสงมณียิ้ม ทวีปมองอย่างไม่เข้าใจ“ทำไมล่ะครับ....ตอนที่ผมหลับ ผมน้ำลายไหลยืด หรือว่า มีขี้ตาเกราะกรัง” ทวีปถาม “เปล่านี่” แสงมณีบอก“ก็คุณยิ้ม”“ฉันขำน่ะ ... ที่จริงหน้าตาคุณใช้ได้นะ...เสียอย่างเดียว กวนประสาทฉันชะมัดเลย”“ฮั่นแน่ะ แอบชอบผมเข้าแล้วใช่ไหมล่ะ”“ฉันยังไม่สิ้นคิดอย่างนั้นหรอก...ก็แค่ไม่ได้เกลียดขี้หน้าคุณเหมือนแต่ก่อนเท่านั้นแหละ”“ไม่เป็นไร ตอนนี้ไม่ได้เกลียดขี้หน้า...อีกหน่อยก็อาจจะชอบ”“คงไม่ชอบหรอก ... ถ้าคุณยังหาทางเข้ามาใกล้ฉัน เพื่อสืบเรื่องพี่ชาย” ทวีปทำท่าจะโวยวายแต่แสงมณีตัดบท“ไม่ต้องพูดมาก จะทำอะไรก็รีบทำเข้าเถอะ เดี๋ยวพวกเขาก็ตื่นกันหรอก” ทวีปนึกขึ้นได้ก็กระเถิบไปใกล้แสงมณีแล้วหันหลังไปชนกับมือของแสงมณีที่ถูกมัดไพล่หลังอยู่เช่นกัน เขาจับมือของแสงมณีแล้วลูบเบาๆ “นุ่มจัง” ทวีปบอก แสงมณีหยิก “ลามปาม”“ขอโทษ ใครใช้ให้มือคุณนุ่มจนผมอดใจไม่ไหวล่ะครับ” แสงมณีมองอย่างอ่อนใจ ทวีปใช้ปิ่นปักผมที่ถืออยู่ค่อยๆตัดเชื่อกที่ข้อมืออย่างยากลำบาก แสงมณีคอยมองไปที่ประตูเพื่อดูต้นทาง

ที่หน้าบ้านร้าง นทีและอรัญนั่งหลับกันอยู่คนละมุม อโณทัยเดินมาใช้ด้ามปืนสะกิด “ตื่นกันได้แล้ว...หลับเป็นตายอย่างงี้ ถ้ามีคนบุกเข้ามา เราไม่รอดแน่”“ใครจะรู้ ว่าเราอยู่ที่ไหน” อรัญบอก “ไม่แน่หรอก...ป้องกันไว้น่ะดีแล้ว”
นทีและอรัญลุกขึ้น พิมและนาราเดินเข้ามาสมทบ“เอาไงต่อ” นทีถาม“รอเวลาที่มันจะมาติดกับของเรา” อโณทัยบอก“มันจะง่ายขนาดนั้นเหรอคะ อโณทัย” นาราสงสัย “นั่นน่ะสิ...คนระดับเจ้าแสงฉายคงไม่โง่ เดินมาติดกับเราโดยไม่คิดจะทำอะไรหรอก” พิมพูด“ผมคิดไว้อยู่แล้ว... เกมนี้...เราต้องควบคุมให้เขาเล่นไปตามเกมของเรา” อโณทัยบอก“นายมีแผนยังไง” นทีถามต่อ อโณทัยยิ้มอย่างมีแผนการ

แสงฉายนั่งหน้าเครียดอยู่ในบ้าน ธนายืนมองอย่างห่วงใย“เจ้าไม่ได้นอนทั้งคืน” ธนาท้วง“เราคงข่มตาหลับไม่ลงหรอก ถ้ายังช่วยแสงมณีไม่ได้” แสงฉายบอก“เจ้ายังเปลี่ยนใจได้นะครับ ผมก็ไม่อยากให้เจ้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง”
“แล้วน้องหญิงล่ะ ...ธนา...เรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง...ฉันก็ต้องหาทางช่วยแสงมณีให้ได้”
“แต่...”
แสงฉายโบกมือห้าม “ทำตามแผนของเราก็แล้วกัน...งานนี้ ถ้าจะมีคนตาย ไม่ใช่ฉันกับแสงมณีแน่ๆ แต่เป็นภูผาต่างหาก ... เราจ้างเขามาตายแทนอยู่แล้ว”
ธนายิ้มอย่างสมใจ ทันใดนั้นคมและลูกน้องธนาก็เดินมา “คุณภูผามาแล้วครับ” คมรายงาน แสงฉายหันไปมองสบตาธนาก่อนจะหันไปบอกคม“เชิญเขาไปที่รอห้องทำงาน...เดี๋ยวฉันตามไป” คมเดินเลี่ยงไป แสงฉายหันไปยิ้มกับธนาอย่างมีแผนการ

ทั้งหมดนั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงานของแสงฉาย ภูผาบอกกับแสงฉายอย่างจริงจัง“ผมติดตั้งระบบจีพีเอสไว้ที่รถ ... ระบบที่ผมใช้สามารถบอกพิกัดได้ละเอียดที่สุด เท่าที่ใช้กันอยู่... แต่เจ้าจะต้องขับรถไปเอง...เพื่อให้พวกมันตายใจ”
“ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่า คุณจะตามไปช่วยผมได้ทันเวลา” แสงฉายถาม“ผมอาจจะไม่มีเกียรติให้เจ้าเชื่อถือ...แต่ผมขอยืนยันไว้ตรงนี้ว่าผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด...ผลงานที่ผ่านมา คงพอจะทำให้เจ้าวางใจได้บ้าง” ภูผาตอบ
“แต่งานนี้ ไม่หมูหรอกนะคุณภูผา นักฆ่าจากเชียงทวาย ไม่ใช่โจรกระจอกที่คุณจะเอาชนะพวกมันได้ง่ายๆ” ธนาบอก
“แล้วคุณมีแผนที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ....หรือคุณอยากจะพาองครักษ์ของคุณทั้งหมด บุกเข้าไปก็ได้นะ ถ้าไม่ห่วงชีวิตของเจ้าแสงมณี” ภูผาย้อน
“ถ้าเจ้าสั่ง ผมก็พร้อมจะทำอยู่แล้ว” ธนาบอก แสงฉายนิ่งคิด ทันใดนั้นก็มีโทรศัพท์จากอโณทัยเข้ามา แสงฉายกดรับ “ฉันพร้อมแล้ว”

อโณทัยยืนพูดโทรศัพท์อยู่ข้างรถที่จอดอยู่ที่เปลี่ยว โดยที่อรัญกับนทียืนเยื้องออกไป “ผมให้เวลาเจ้าอีกครึ่งชั่วโมง...ถ้าเจ้ายังมาไม่ถึง เจ้าได้รับศพเจ้าแสงมณีกลับไปแน่”
อโณทัยกดปิดโทรศัพท์ด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

อ่านต่อหน้าที่ 2





ภูผาแพรไหม ตอนที่ 10 (ต่อ)
แสงฉายในชุดทะมัดทะแมงเดินมากับภูผา โดยมีธนาเดินตามแสงฉายเดินไปข้างรถ ธนาตามมาเปิดประตูแล้วมองอย่างห่วงใย
“เจ้าเตรียมอาวุธพร้อมแล้วนะครับ” ธนาเป็นห่วง“อย่าลืมทำตามแผนก็แล้วกัน” แสงฉายกำชับ“ครับ”
ธนาเดินเลี่ยงออกมา ภูผาเดินเข้าไปหาแสงฉายพร้อมกับยื่นสร้อยคอพร้อมจี้ให้แสงฉาย“เจ้าสวมเอาไว้นะครับ....เผื่อมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา ผมจะได้หาตำแหน่งของเจ้าได้”
“ก็ไหนคุณว่า ติดจีพีเอสไว้ที่รถแล้วไง” แสงฉายถาม“สำรองไว้ครับ ... เผื่อว่าพวกมันจะรู้ทัน” ภูผาบอก
แสงฉายรับจี้มาถือไว้ ก่อนจะเดินไปที่รถ ทันใดนั้นดวงใจก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในสภาพตาแดงๆ“เจ้าระวังตัวด้วยนะคะ” ดวงใจกำชับ แสงฉายหันไปจับมือดวงใจแล้วมองด้วยสายตาอ่อนโยน“ไม่ต้องห่วง...ฉันสัญญาว่าจะพาน้องหญิงกลับมาหาดวงใจให้ได้” แสงฉายบอก“ค่ะ... คุณชาย”
แสงฉายปล่อยมือแล้วเดินไปขึ้นรถก่อนจะขับออกไป ภูผามองตามด้วยสายตาที่มุ่งมั่นจริงจังกับภารกิจที่รับผิดชอบ

แสงฉายขับรถมาเรื่อยๆ ตามถนนสายเปลี่ยว เขาถือโทรศัพท์และพูดไปด้วย“ฉันมาถึงสี่แยกแล้ว จะให้ไปทางไหน” แสงฉายถามผ่านโทรศัพท์
“เลี้ยวซ้ายไปห้าร้อยเมตร แล้วเจ้าจะเห็น... ให้หยุดรถ” เสียงอโณทัยสั่งมา
แสงฉายขับรถต่อไปเรื่อยๆ รถแล่นไปถึงจุดนัดหมาย แสงฉายจอดรถแล้วมองไปรอบๆ เขาเห็นอรัญเดินออกมาพร้อมกับปืนในมือ แสงฉายทำท่าจะแตะปืนของตัวเองแต่อโณทัยเดินมาจากด้านหลังแล้วเปิดประตูรถก่อนจะใช้ปืนจี้แสงฉาย
“ลงมาได้แล้ว...” อโณทัยสั่ง“รถฉันล่ะ” แสงฉายถาม
“ทิ้งไว้ที่นี่แหละ...เงินที่เจ้ามีอยู่ ซื้อรถใหม่ได้เป็นร้อยเป็นพันคัน” อโณทัยว่า
แสงฉายก้าวลงมาจากรถ นทีขับรถตู้เข้ามาจอดข้างๆ อรัญเปิดประตู อโณทัยใช้ปืนจี้แสงฉายให้ขึ้นรถ ก่อนจะก้าวตามขึ้นไป อรัญปิดประตู แล้วนทีก็ขับรถแล่นหายไป
จอคอมพิวเตอร์ภายในรถของภูผาเห็นจุดสีเขียววิ่งไปบนทางหลวง ภูผามองสักพักแล้วตัดสินใจขับรถตามไป

ที่บ้านร้าง ทวีปที่กำลังใช้ปิ่นปักผมเลี่อยเชือกที่มัดข้อมืออยู่ก็เลื่อยจนขาดพอดี แสงมณีดีใจรีบหันไปแกะเชือกที่เท้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปหาทวีป“เดี๋ยวฉันช่วย” แสงมณีบอก“นึกว่าจะปล่อยผมไว้ตรงนี้ซะแล้ว” ทวีปแซว“ฉันไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้นหรอกนะ หรืออยากจะอยู่กับนักฆ่าสาวก็บอกได้นะจะได้ไม่ช่วย”
พูดจบแสงมณีก็ทำท่าจะเดินเลี่ยงไป ทวีปร้องเรียก “เดี๋ยวก่อนสิคุณ...ผมยังรักตัวกลัวตายนะ”
“นึกว่าจะแน่”
แสงมณียิ้มขันก่อนจะเดินมาแกะเชือกให้ทวีป เส้นผมของแสงมณีที่สยายมาใกล้จมูกทำให้ทวีปอดใจไม่ไหวจนต้องก้มลงหอมแก้มของเธอ แสงมณีหันไปตีแขน
“ทะลึ่ง...เดี๋ยวก็ไม่ช่วยซะเลยนี่” แสงมณีดุ
ทวีปทำตาละห้อย

นาราและพิมถือปืนยืนคุมเชิงอยู่ที่หน้าบ้านร้าง พิมปรายตามองนาราอย่างไม่พอใจที่นาราได้ใจของอโณทัยไปครอง
นารายิ้มเยาะ “เสียใจด้วยนะพิม... เธออาจจะเอาชนะฉันได้เรื่องการต่อสู้ แต่เรื่องหัวใจ อโณทัยเขาเลือกฉัน”
“อยากมีเรื่องใช่ไหม” พิมไม่พอใจ“ทำไม...รับความจริงไม่ได้หรือไง” นาราย้อน พิมหันไปจ้องนาราตาเขียว นารายิ้มเยาะอย่างไม่เกรง“ถ้าอยากให้อโณทัยไม่พอใจ ก็เข้ามาทำร้ายฉันสิ” นารายั่ว
พิมฮึดฮัดแล้วเดินเลี่ยงไป นาราหัวเราะชอบใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังตุ๊บจากข้างในบ้าน สองสาวหันไปมองหน้ากันก่อนจะเปิดประตูพุ่งเข้าไปด้านในบ้าน ทวีปและแสงมณีที่รอจังหวะอยู่แล้วจึงลงมือทันที พิมหันไปต่อสู้กับทวีป ส่วนนาราหันไปต่อสู้กับแสงมณี ทั้งหมดต่อสู้กันไปมา ผลัดกันรุกผลัดกันรับ และแล้วแสงมณีก็เสียทีถูกนาราใช้ปืนจี้เข้าที่ศรีษะ “หยุดนะ...ถ้าไม่อยากให้เจ้าแสงมณีตาย” นาราขู่ทวีป ทวีปหันไปมอง พิมกระชากปืนออกมาแล้วเตรียมลั่นไก“ใกล้แค่นี้ ฉันยิงไม่พลาดแน่” พิมบอก
ทวีปและแสงมณีหันไปมองหน้ากันอย่างยอมจำนน

รถตู้แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านร้าง อรัญและนทีก้าวลงมาจากรถ อโณทัยใช้ปืนจี้แสงฉายให้ก้าวตามลงมา ด้านหลังของกลุ่มมือปืน มีสมุนของอโณทัยราว 6 คนเดินออกมาพร้อมอาวุธครบมือ แสงฉายหันไปถามอโณทัย
“น้องสาวฉันอยู่ไหน…”
ทวีปกับแสงมณีเดินออกมาจากบ้านร้าง โดยมีนาราและพิมใช้ปืนจี้ออกมา “พี่ชาย...ไม่น่าเอาชีวิตมาเสี่ยงเลย” แสงมณีบอก “เราไม่มีทางเลือก” แสงฉายพูด “แล้วจะมีประโยน์อะไรล่ะคะ...ถ้าเราทั้งคู่ต้องจบชีวิตลงที่นี่...ชาวเชียงทวายกำลังรอพี่ชายอยู่นะคะ” “..แต่ไม่ใช่พวกเราแน่” อโณทัยย้อน “พวกแกคิดเหรอว่า จะสถาปนาตัวเองขึ้นครองเชียงทวายง่ายๆ ชาวบ้านส่วนใหญ่ภักดีต่อเรา...ไม่ใช่พวกกบฏอย่างพวกแก” แสงฉายว่า
นทีใช้ด้ามปืนตบหน้าแสงฉายจนเลือดกลบปาก “...แต่กบฏอย่างพวกเราก็ไม่ได้ชั่วชาติอย่างเจ้า” นทีว่า“ใช่ ... เจ้าคงไม่ได้ก้มลงมามองเลยสินะ....ที่ผ่านมามีชาวเชียงทวายกี่หมื่น กี่แสนคนที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ของเจ้า” อโณทัยพูด
“เราไม่อยากถูกตราหน้าว่าร่ำรวยขึ้นมาเพราะยาเสพติดหรอกนะเจ้า” นทีเสริม ทวีปหูผึ่งที่ได้ยินประโยคนี้ เขาหันไปมองหน้าแสงฉายทันที แสงฉายรีบตัดบท “พวกแกจะเอายังไงก็ว่ามาเลยดีกว่า” “รอท่านลุงมาจัดการกับเจ้าเองดีกว่า...มันถึงจะสมกับเกียรติยศของเจ้า” อโณทัยบอก แสงฉายอึ้งแต่ก็ยังเก็บอาการไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย แสงมณีหันไปมองทวีปอย่างหวาดกลัว ทวีปยิ้มปลอบใจ

ภูผาถือปืนย่องเข้ามาทางด้านหลังของบ้านร้าง เขาเห็นสมุนของกลุ่มนักฆ่าถือปืนยืนอยู่รอบบ้านร้าง สมุนนักฆ่าคนหนึ่งหันมาเห็นภูผาก็ทำท่าจะร้องโวยวาย ภูผาจึงพุ่งเข้าไปประชิดตัวแล้วใช้ด้ามปืนตีท้ายทอยจนสลบเหมือด ภูผาย่องเข้าไปใกล้บ้างร้างอีก สมุนนักฆ่าสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่ ภูผาจึงจัดการทั้งสองจนสลบเหมือดเช่นกัน
นาราและอโณทัยได้ยินเสียงเอะอะจึงเดินออกมาเห็นเข้า ทั้งสองต่อสู้กับภูผา ภูผาต่อสู้อย่างดุเดือด ก่อนจะพลิกตัวเอาชนะอโณทัยได้ เขาใช้ปืนจี้อโณทัย นาราจึงหยุดชะงัก
“สั่งให้คนของแกหยุด ไม่งั้น แกตายแน่” ภูผาบอก “ไม่ใช่เรื่องของคุณ อย่ามายุ่งกับพวกเราดีกว่า” อโณทัยพูด “ปล่อยตัวประกันซะ” ภูผาสั่ง อโณทัยหันไปหานาราก่อนจะพยักหน้าให้เดินนำไป ภูผาเดินตามอย่างระแวดระวังพร้อมทั้งใช้ปืนจี้อโณทัยไปด้วย
ที่หน้าบ้านร้าง ทวีป แสงมณี และแสงฉายยืนอยู่รวมกัน โดยมีนที อรัญ พิม และสมุนอีกห้าคนถือปืนคุม ทวีปหันมาเห็นภูผา“ไอ้ภู” ทุกคนหันไปมองตามเสียง เจ้าแสงฉายใช้จังหวะนั้นกระชากแขนแสงมณีแล้ววิ่งหนีทันที เสียงปืนดังมาจากมุมหนึ่ง ธนา คม เชี่ยว และกลุ่มองครักษ์ที่ตามภูผามาต่างก็ยิงปืนใส่กลุ่มนักฆ่า สมุนนักฆ่าล้มตายไปเกือบหมด แสงฉายดึงแขนแสงมณีแล้ววิ่งหนีไปหาธนา
ภูผาและทวีปหันไปต่อสู้กับนักฆ่าทั้ง 5 คนอย่างดุเดือด พิมกระชากมีดออกมาแล้วทำท่าจะขว้างไปหาแสงมณี ธนาจึงยิงพิมจนล้มลง นักฆ่าทุกคนต่างตกใจ นทีพุ่งเข้าไปรับร่างของพิม “พิม....ทำใจดีๆไว้นะ คุณต้องไม่เป็นอะไร...ผมจะช่วยคุณ” นทีตกใจ พิมส่ายหน้าแล้วน้ำตาของเธอก็รินไหลออกมาก่อนจะสิ้นใจ ทวีปและภูผาได้สติจึงรีบวิ่งหนีไปอีกทาง

ธนา เชี่ยว และกลุ่มองครักษ์ช่วยกันยิงคุ้มกัน คมขับรถตู้แล่นเข้ามารับแสงมณีกับแสงฉาย แสงมณีหันไปมองที่บ้านร้างอย่างห่วงใย“คุณภูผา กับคุณทวีปล่ะคะพี่ชาย” แสงมณีถาม “ไม่ต้องห่วงพวกเขาหรอก เขาเอาตัวรอดได้ เรารีบไปเถอะน่ะ” แสงฉายเร่ง “แต่เขามาช่วยเรานะคะ”
“ก็ช่างเขาสิ....ไปเร็ว...เดี๋ยวนายพลจันทร์เทพมา พวกเราจะตายกันหมด” ธนายิงคุ้มกัน แสงฉายดึงแขนแสงมณีให้ขึ้นรถก่อนที่ธนาจะก้าวตามขึ้นไป พลปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไปนั่งข้างหน้า คมออกรถไปอย่างรวดเร็ว องครักษ์ยิงคุ้มกันจนเห็นว่าแสงฉายและแสงมณีปลอดภัยแล้วจึงพุ่งไปที่รถของตัวเองก่อนจะขับตามไปอย่างรวดเร็ว
แสงมณีหันมามองผ่านกระจกหลังรถไปที่บ้านร้างอย่างห่วงใย


รถของภูผาแล่นมาตามทาง โดยมีทวีปนั่งอยู่ข้างๆ ทั้งคู่ต่างก็เงียบงันหลังผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ
“เจ้าแสงฉายเกือบทำให้เสียเรื่อง ... ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า เขาจะส่งคนของเขาสะกดรอยตามฉันมา” ภูผาบอก
“คนอย่างเขา คงไม่ยอมตายง่ายๆหรอก...เขาต้องทำทุกวิถีทางที่จะเอาตัวรอดแม้แต่การหักหลังคนอื่น...ดูสิ...ปล่อยให้เราสองคนสู้กับพวกนักฆ่า ทั้งที่เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย” ทวีปว่า “คนเห็นแก่ตัวอย่างงี้ ฉันเห็นจะทำงานด้วยไม่ได้อีกแล้ว”“ฉันก็อดใกล้ชิด เจ้าแสงมณีน่ะสิ” ทวีปเซ็ง “ไม่แน่หรอก ... เจ้าแสงมณีอาจจะอยากได้บอดี้การ์ดส่วนตัว”
“แต่คงไม่ใช่ฉันหรอก ..ถ้าพี่ชายเขาค้ายาเสพติดจริงๆ เขาคงไม่ให้ฉันอยู่ใกล้ๆพี่ชายเขาหรอก”
“แต่เราจะปล่อยให้เขาใช้บ้านเราเป็นฐานลำเลียงยาเสพติดเหรอวะ” ภูผาไม่ยอม“ไม่...ยังไงฉันไม่ยอม...ฉันจะต้องหาหลักฐานมัดตัวแสงฉายให้ได้” ทวีปพูดหยั่งเชิง “สงสารก็แต่คุณแพรไหมที่ต้องกลายเป็นเจ้าสาวบังหน้าให้มัน”
ภูผาหน้าเครียดก่อนจะกระชากรถไปอย่างรวดเร็ว

รถตู้และรถเก๋งแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านแสงฉาย คมเดินลงมาเปิดประตูรถ ธนาก้าวลงมาจากรถเป็นคนแรกก่อนที่แสงมณีและแสงฉายจะก้าวตามลงมา ดวงใจที่รออยู่วิ่งเข้าไปกอดแสงมณีด้วยความเป็นห่วง“ดวงใจดีใจเหลือเกินที่คุณหญิงกลับมาอย่างปลอดภัย” ดวงใจบอก“หญิงไม่เป็นหรอกคะ ... แต่คนอื่นไม่แน่” แสงมณีพูดด้วยความโกรธแสงฉาย“ใครเหรอคะคุณหญิง” ดวงใจย้อนถาม“คนที่เสี่ยงชีวิตไปช่วยหญิงน่ะสิคะ”
แสงมณีพูดจบก็เดินเลี่ยงไป แสงฉายเดินตามไปอย่างรวดเร็ว

แสงมณีเดินมาในบ้านด้วยความเสียใจ แสงฉายเดินตามาพูดกับเธอ“น้องหญิง....พี่ทำไปทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของเรานะ”
“แล้วปล่อยให้สองคนนั่นตกอยู่ในอันตรายเหรอคะ...ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ... ครอบครัวเขา ญาติพี่น้อง คนที่รักเขาคงจะเสียใจมาก”
“พี่จ้างเขามาปกป้องน้องหญิง...ถ้าเขาจะตาย เขาก็ตายในหน้าที่...เราก็ให้เงินเขาไปสิ กี่ล้านก็ว่ากันไป...เรามีเงินออกเยอะแยะ จะไปกลัวอะไร”
“หญิงเป็นห่วงเขา...หญิงรักเขา....ได้ยินไหมคะพี่ชาย หญิงรักคุณภูผา...ถ้าเขาเป็นอะไรไป หญิงจะไม่ให้อภัยพี่ชายเลย”
พูดจบแสงมณีก็วิ่งร้องไห้ออกไป แสงฉายมองตามด้วยความแค้นเพราะเขาเห็นว่าแพรไหมก็รักภูผา แสงมณีก็รักภูผา
“หวังว่าแกคงไม่รอดกลับมา” แสงฉายพึมพำ

เช้าวันใหม่ ปรางแก้วนั่งร้องไห้อยู่ในบ้าน ทวีปเดินมานั่งข้างๆ แล้วมองน้องสาวอย่างเห็นใจ“ทำใจเถอะแก้ว... พี่รู้ว่าแก้วเจ็บปวด...แต่แก้วเจ็บวันนี้ พี่เชื่อว่า มันจะทำให้แก้วเข้มแข็งขึ้น”“แก้วอยู่โดยไม่มีพี่ภูไม่ได้” ปรางแก้วสะอื้น“แก้วยังเป็นน้องสาวของไอ้ภูเหมือนเดิมนะ แต่แก้วต้องทำใจยอมรับความจริงว่าแก้วกับเขาไม่ได้เกิดมาคู่กัน”
“แก้วทำใจไม่ได้...ถ้าวันหนึ่งเขาจะเลือกคนอื่น”ทวีปเช็ดน้ำตาให้น้องสาว “ความรัก ไม่ต้องจบลงด้วยการสมหวังเสมอไปหรอกนะ...ชีวิตจริงไม่เหมือนนวนิยายที่แก้วชอบอ่าน...ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ แก้วควรจะดีใจด้วยซ้ำ ที่เห็นคนที่แก้วรักมีความสุข” ปรางแก้วยังคงนั่งร้องไห้ ทวีปดึงน้องสาวเข้ามากอดแล้วพูดต่อ“โลกนี้ ยังมีคนอีกเยอะแยะที่เหมาะกับแก้ว ... ลองเปิดใจมองคนอื่นดูบ้าง บางที แก้วอาจจะได้พบคนที่เกิดมาคู่กับแก้วก็ได้... แล้วแก้วก็จะนึกดีใจว่า ดีแล้วที่ไอ้ภู ไม่ยอมแต่งงานกับแก้ว”ปรางแก้วพูดอย่างแน่วแน่ “ไม่ค่ะ แก้วจะรอพี่ภู ชาตินี้ แก้วคงรักใครอีกไม่ได้” ทวีปมองน้องสาวอย่างเห็นใจและรู้สึกหนักใจ



แพรไหมเดินมาที่หน้าร้านแล้วเห็นรถตัวเองจอดอยู่ เธอมองอย่างแปลกใจ ภูผายืนรออยู่ที่มุมหนึ่ง แพรไหมชะงักเล็กน้อยก่อนที่ทั้งคู่จะสบตากัน“ผมเอารถมาส่ง” ภูผาบอก“ขอบคุณค่ะ ... ที่จริง ให้คนอื่นมาส่งก็ได้” “ไม่เป็นไร....ผมมีธุระจะคุยกับคุณด้วย”
“แต่ฉันไม่มี...เราไม่จำเป็นต้องคุยกันอีก...อีกไม่กี่วันฉันก็จะแต่งงานแล้ว เจ้าแสงฉายจะเข้าใจผิด” แพรไหมบอก
“คุณจะแต่งงานกับเขาไม่ได้”
“ถ้าฉันจะแต่ง คุณหรือใคร ก็ห้ามฉันไม่ได้” แพรไหมบอก ทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่ง ภูผาไม่พอใจ เขากระชากแขนแพรไหมให้หลบไปที่มุม แพรไหมพยายามดิ้นรน แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้

แสงฉายและแสงมณีเดินมาที่บริเวณหน้าร้านแพรไหม แสงมณีหันไปเห็นภูผาลากแขนแพรไหมไป เธอมองตามก่อนจะหันไปบอกแสงฉาย “คุณภูผานี่คะ”
แสงมณีทำท่าจะเดินตามไปแต่แสงฉายดึงแขนน้องสาวไว้แล้วเอ่ยถาม“ใช่เหรอจ๊ะ”“ค่ะ .... หญิงเห็นคุณภูผาจริงๆนะคะ... คุณแพรไหมก็อยู่ด้วยนะคะ” แสงมณีบอก
แสงฉายอึ้งแล้วจึงเดินไปกับแสงมณี
ภูผายืนคุยอยู่กับแพรไหมในมุมลับตาคน แพรไหมสะบัดแขนออกจากมือของภูผา“แต่ผมไม่ยอมให้คุณแต่งงานกับเขา...เพราะผมไม่อยากเห็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือบังหน้า..เพื่อทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ทำลายประเทศตัวเอง” ภูผาบอก
“ฉันจะเป็นยังไง มันก็เรื่องของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาห้าม”
“ถ้าจะให้อ้างสิทธิ์ ก็ได้... แต่เสียใจด้วยนะ แพรไหม สิ่งที่เกิดขึ้นที่หัวหินมันไม่ได้เกิดจากความรัก...มันไม่มีค่าให้จดจำ แม้แต่นิดเดียว” ภูผาบอก
แพรไหมตบหน้าภูผา ภูผาโมโหจึงกระชากแพรไหมเข้ามาจูบ แสงฉายกับแสงมณีเดินเข้ามาเห็นเข้าพอดี ภูผาหันมาเห็นจึงปล่อยแพรไหม แพรไหมยืนเก้อ ภูผาทำหน้าเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันขอโทษนะคะที่...” แสงมณีเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราคุยธุระกันเสร็จแล้ว... คุณภูผาเอารถมาส่งน่ะค่ะ กำลังจะกลับพอดี” แพรไหมบอก
“คุณภูผาปลอดภัยนะคะ” แสงมณีถาม “ฉันโทรหาคุณตั้งแต่เมื่อวาน แต่ไม่ติด”
“ผมพักผ่อนน่ะครับ... ตั้งใจว่า จะหยุดยาว....แล้วก็จะไปบอกเจ้าว่า ผมคงทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้เจ้าต่อไปไม่ได้” ภูผาพูด
“ฉันเข้าใจค่ะ...งานที่เสี่ยงอันตราย... ค่าตอบแทนเท่าไหร่ ก็คงไม่คุ้ม”
“ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกครับ ผมมีเหตุผลส่วนตัว” ภูผาบอก
“แต่ยังไงงานแต่งงานของผมกับคุณแพรไหม หวังว่า คุณภูผาคงจะมาร่วมงานด้วย เราขอเชิญไว้ล่วงหน้าก็แล้วกัน” แสงฉายเย้ย
“ได้ครับ .... แล้วผมจะไป” ภูผารับคำ ภูผากำลังจะเดินเลี่ยงไป แต่เขาหันไปเห็นมือปืนกำลังเล็งปืนมายังจุดที่แพรไหมและแสงมณียืนอยู่
“ระวัง” ภูผาร้องบอก ภูผาพุ่งเข้าไปผลักแพรไหมจนทั้งคู่ล้มไปด้วยกัน ภูผาประคองเธอไว้ในอ้อมกอด แสงฉายกระชากแขนแสงมณีให้หลบวิถีกระสุน ภูผากระซิบบอกแพรไหม
“หมอบอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหน” ภูผากระชากปืนออกมาแล้ววิ่งตามมือปืนไป

มือปืนวิ่งหนีมาที่หน้าร้าน ภูผาวิ่งตาม ทันใดนั้นก็มีรถมอเตอร์ไซต์แล่นเข้ามา มือปืนกระโดดขึ้นซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซต์คันนั้น ภูผาวิ่งตามมาไม่ทันเพราะรถมอเตอร์ไซต์แล่นหายไปแล้ว เขามองตามไปอย่างแปลกใจ เพราะสงสัยว่าทำไมมือปืนถึงจงใจที่จะยิงแพรไหมเช่นนี้

แพรไหมนั่งอยู่ในห้องรับรองภายในร้านแพรไหม สีหน้าของเธอยังตื่นตระหนก ศุภลักษณ์นั่งอยู่ข้างๆ ลูกสาวและพยายามจับมือเพื่อปลอบใจ แสงมณียืนอยู่ข้างๆ ส่วนแสงฉายและภูผายืนเยื้องออกไป ทั้งหมดต่างก็ครุ่นคิดว่ามือปืนเป็นใคร
“แพรแน่ใจเหรอลูกว่า มีคนปองร้ายแพร” ศุภลักษณ์ถาม“ค่ะ...คุณแม่...วันก่อน รถของแพรก็ถูกตัดสายเบรค ถ้าคุณภูผาไม่มาช่วยแพรอาจจะขับรถชน...ได้รับบาดเจ็บหรือตายไปแล้วก็ได้”
“ทำไมไม่บอกแม่ล่ะลูก”“แพรไม่คิดมันจะเป็นเรื่องจริงจัง...อีกอย่างก็กลัวคุณแม่ไม่สบายใจ แพรก็เลยไม่ได้บอกคุณแม่” ทันใดนั้น พันทิญาก็เดินเข้ามา“โธ่ ลูกแม่...แพรเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่นะ....ถ้าลูกเป็นอะไร แม่จะอยู่ยังไงล่ะลูก” ศุภลักษณ์พูด
พันทิญามองสองแม่ลูกด้วยสายตาริษยา ศุภลักษณ์หันไปเห็นพันทิญาก็หน้าเจื่อนไป “ พัน...”“พันขอโทษค่ะ ที่มาขัดจังหวะ ...พันขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบพันทิญาก็เดินเลี่ยงออกไป ศุภลักษณ์มองตามไปด้วยความกังวล เพราะเธอเองก็รักพันทิญาเหมือนลูกคนหนึ่งเช่นกัน

พันทิญาเปิดประตูรถที่จอดอยู่ที่หน้าร้านเข้ามานั่งร้องไห้ด้วยแววตาคับแค้นใจ “นังแพร...ฉันจะเอาชนะแกไม่ได้เลยเหรอ...ทำไมแกต้องเกิดมาเป็นมาร ขัดขวางความสุขฉันด้วย...ทำไม”
พันทิญากรีดร้องด้วยสายตาโกรธแค้น

อ่านต่อหน้าที่ 3





ภูผาแพรไหม ตอนที่ 10 (ต่อ)
ทั้งหมดยังคงคุยกันอยู่ในห้องรับรองร้านแพรไหม แพรไหมพอจะตั้งสติได้แล้ว เธอลุกขึ้นและเดินไปหาภูผา
“ขอบคุณนะคะ ที่คุณช่วยชีวิตฉันเอาไว้” แพรไหมพูด “ผมช่วยตามสัญชาตญาณ” ภูผาบอก“ไม่ว่าจะช่วยด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม....แต่ฉันก็เป็นหนี้ชีวิตคุณ”
ภูผายืนมองหน้านิ่งเฉย แพรไหมมองเขาด้วยความสำนึกในบุญคุณที่เขาช่วยไว้ แสงมณีมองทั้งสองอย่างเจ็บปวด ส่วนแสงฉายรู้สึกโกรธแค้นที่เห็นภูผาได้ใจของผู้หญิงทั้งสองคนที่เขารัก
“กลับกันเถอะค่ะ พี่ชาย” แสงมณีเอ่ยออกมา “คุณแพรไหมหายตกใจแล้ว คงอยากจะพักผ่อน” แสงฉายเดินเข้าไปหาแพรไหมแล้วมองด้วยความรัก“ผมจะจัดองครักษ์มาดูแลความปลอดภัยให้”แพรไหมตกใจ “ไม่ค่ะ... ฉันไม่ใช่คนดัง ไม่ใช่คนสำคัญ ที่ไปไหนมาไหนจะต้องมีองครักษ์ล้อมหน้าล้อมหลัง”
“แต่คุณกำลังจะแต่งงานกับผม... คนทั้งประเทศก็รู้... ยังไงชีวิตของคุณก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว” “แต่ตอนนี้ ฉันยังไม่ได้แต่งงานกับเจ้า ... ขอให้ฉันมีชีวิตอย่างคนปกติเถอะค่ะ” แพรไหมบอก“เจ้าเป็นห่วงแพรนะลูก ... อีกอย่าง แม่ก็คงปล่อยให้แพรไปไหน มาไหนคนเดียวไม่ได้ถ้าเกิดมีคนมาทำร้ายลูกของแม่อีกล่ะ ... ทำตามที่เจ้าบอกเถอะนะลูก” ศุภลักษณ์สนับสนุน
แพรไหมหันไปมองแสงฉายก่อนจะตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ในใจ“มันจะง่ายกว่าไหมคะ คุณแม่...ถ้าจะยกเลิกงานแต่งงาน”
ทุกคนต่างตกตะลึง ศุภลักษณ์เดินเข้าไปจับแขนลูกสาว“แพร...รู้ตัวไหมลูก...แพรพูดอะไรออกมา”
“แพรพูดเรื่องจริงค่ะคุณแม่... ตั้งแต่แพรรู้จักเจ้า ชีวิตของแพร ไม่ปลอดภัยเลย ทั้งที่แพรไม่เคยมีศัตรูที่ไหน... ทำไมแพรจะต้องอยู่อย่างหวาดกลัว...ระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายตลอดเวลา...คุณแม่ขา...แพรอยากได้ชีวิตของแพรคืนนะคะคุณแม่”
แพรไหมร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ ศุภลักษณ์ลำบากใจและพูดอะไรไม่ออก ได้แต่หันไปมองแสงฉาย“เป็นไปไม่ได้ .... ผมรักคุณ...เฝ้ารอวันนี้มานานแล้ว... ผมไม่มีวันเปลี่ยนใจ” แสงฉายย้ำ “แต่ฉันแต่งงานกับคุณไม่ได้ ... คุณแม่ขา” แพรไหมหันไปจับมือศุภลักษณ์ “เงินทองเราก็พอมีอยู่....เราเองก็มีกันอยู่แค่นี้ เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากใคร ถ้าคุณแม่รักแพร ... เห็นแก่ความสุขของแพร ยกเลิกงานแต่งงานเถอะค่ะคุณแม่”
ศุภลักษณ์ลำบากใจ “เจ้าคะ ..”“ไม่ ... ผมลงทุนไปมากแล้ว ... ยังไงผมก็ไม่ยอม...อาทิตย์หน้า คุณต้องเป็นเจ้าสาวของผม ... แต่งงานกันแล้วผมจะพาคุณกลับเชียงทวายทันที”
พูดจบแสงฉายก็เดินเลี่ยงไป แสงมณีเดินตาม แพรไหมมองตามทั้งน้ำตาภูผามองแพรไหมด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง ส่วนศุกลักษณ์รู้สึกหนักใจอย่างรุนแรง

พันทิญาเดินเข้ามาในบ้านแล้วกระแทกตัวนั่งร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ วนิดามองพันทิญาด้วยความสงสาร ก่อนจะเดินเข้ามากอดด้วยความรัก
“พันเกลียดมัน เกลียดๆๆๆๆๆๆ” พันทิยาโพล่งออกมา “ใจเย็นๆนะจ๊ะพัน...เดี๋ยวใครได้ยินเข้า มันจะไม่ดี...ยังไงเราก็ยังต้องอยู่ที่นี่” วนิดาปลอบ“พันไม่สนใจ... ทำไมพันต้องแพ้มันด้วย...พันก็เป็นลูกคุณพ่อเหมือนกันนะคะ ดูสิ มันมีบ้าน มีโรงงาน แต่พันเป็นแค่ผู้อาศัย...แล้วมันจะได้แต่งงงานกับเจ้าแสงฉาย” น้อยเดินเข้ามาได้ยินก็หยุดยืนฟัง พอรู้ความจริงจากปากพันทิญาน้อยก็ยกมือทาบอกด้วยความตกใจ “ไม่...ยังไงน้าก็ไม่ยอมให้มันได้ดีกว่าพันแน่ๆ ทำใจดีๆ ไว้นะจ๊ะ พันของน้าจะต้องไม่เป็นคนแพ้เด็ดขาด... ตอนนี้ ปล่อยให้พวกมันชะล่าใจไปก่อนอีกไม่นานหรอก พวกมันจะได้รู้จักรสชาติของความสูญเสียเหมือนน้า” พันทิญาเงยหน้ามองวนิดาอย่างแปลกใจ “คุณน้า....เกิดอะไรขึ้นกับคุณน้าเหรอคะ” พันทิญาถาม“อีกไม่นานหรอกจ๊ะ...อีกไม่นาน พันจะเข้าใจ...ว่าทำไมน้าถึงได้ทนอยู่ในสภาพนี้”
วนิดาพูดด้วยสายตาเจ็บช้ำ ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พันทิญาหยิบมาดู“ไอ้พิพัฒน์...” พันทิญาไม่ยอมรับสาย วนิดามองวนิดาอย่างแปลกใจก่อนจะดึงโทรศัพท์ไปรับสายเอง“อย่ามายุ่งกับพันอีก ไม่อย่างงั้น ฉันจะแจ้งความ” วนิดาเสียงเข้ม
พิพัฒน์ยืนพูดโทรศัพท์อยู่ในบ้านของตัวเอง “คุณน้าอย่ายุ่งเรื่องของผมกับคุณพันเลยครับ...ไม่มีประโยชน์หรอก ยังไง ผมก็ต้องหาทางไปเจอคุณพันจนได้...ลองถามเขาสิครับ...ว่าที่ผ่านมา เรารักกันขนาดไหน อ้อ...ฝากบอกภรรยาผมด้วยนะครับ เย็นๆ ผมจะไปรับ”
พิพัฒน์วางโทรศัพท์ลงอย่างเป็นต่อ

พันทิญาร้องไห้หนักขึ้น วนิดาหันไปคาดคั้น “บอกน้ามาเดี๋ยวนี้...มันทำอะไรพัน”
“มันข่มเหงพัน...แล้วมันยังถ่ายคลิบไว้ด้วย มันขู่ว่า ถ้าพันไม่ยอมมันมันจะปล่อยคลิบประจาน ให้พันเสียหาย... ถ้าเจ้ารู้ เจ้าคงรังเกียจพัน” พันทิญาร้องไห้โฮ
วนิดาโกรธแค้น “โธ่ ... พันของน้า ไม่น่าพลาดกับคนอย่างมันเลย”
“พันผิดเอง ที่คิดว่ามันจะโง่ เหมือนไอ้ชัย ... พันจะทำยังไงดีคะคุณน้า ถ้ามันทำอย่างที่มันขู่เอาไว้ ชีวิตพันทั้งชีวิตต้องพังแน่ๆ...พันทนไม่ได้ พันยอมตายดีกว่า”“ไม่ ... คนที่สมควรตาย คือมันต่างหาก ไม่ใช่ พันของน้า” วนิดาโกรธแค้น “แล้วเราจะทำยังไงล่ะคะคุณน้า ... มันกำลังจะมาหาพันแล้วนะคะ”
วนิดานิ่งคิดแผนการร้ายด้วยสายตาเหี้ยม น้อยเอามือทาบอกที่ได้รู้ความลับหลายเรื่อง


พิพัฒน์แต่งตัวหล่อเดินลงมาจากบ้าน ในขณะที่พิพิธเดินเข้ามาในบ้านพอดี “เฮีย แต่งตัวซะหล่อเลยนะ...ไปหลีสาวที่ไหน” พิพิธถาม“จะใครซะอีกล่ะ...” พิพิธไม่เข้าใจ “ทำไมเฮียไม่เลิกยุ่งกับเขาซะ หล่อรวยครบเครื่องอย่างเฮียหาสาวๆมาควงไม่ยากหรอก...ทำไมต้องไปยุ่งกับคุณพันอีก ...เขาไม่ได้รักเฮียนะ”
“แต่เฮียรักเขา... เฮียตัดใจจากเขาไม่ได้”
“อย่าให้เขาหลอกซ้ำอีกก็แล้วกัน...มันเสียศักดิ์ศรีนะเฮีย” พิพัฒน์พูดจริงจัง “เฮียรู้...ถึงได้ให้บทเรียนกับเขาไง...แต่ลื้อไม่ต้องห่วงหรอกถึงเฮียจะรักเขาแค่ไหน... แต่ถ้ายื้อเขาไว้ไม่ได้..วันหนึ่งก็คงต้องปล่อยเขาไปตามทางของเขา”
พิพัฒน์เดินออกไป พิพิธมองตามไปด้วยความห่วง


พิพัฒน์ขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้านแพรไหม น้อยเดินเข้ามายืนมองอย่างเห็นใจ “โธ่ ... ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ๆ ไม่น่าตกเป็นเหยื่อคุณพันอีกคนเลย” น้อยรำพึง พิพัฒน์ก้าวลงมาจากรถ น้อยละล้าละลัง เพราะรู้ว่าพันทิญาวางแผนกับวนิดาว่าจะทำร้ายพิพัฒน์เพื่อแย่งโทรศัพท์มือถือ พิพัฒน์หันมายิ้มให้น้อย“ผมมาหาคุณพันครับ” พิพัฒน์บอก“น้อยจะไปบอกให้นะคะ ...เอ่อ ... เอ่อ” น้อยอยากจะบอกพิพัฒน์
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
ทันใดนั้นพันทิญาที่แต่งตัวสวยก็เดินลงมา น้อยหันไปเห็นจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “คุณหล่อจังเลยนะคะ วันนี้” น้อยพูด พิพัฒน์ยิ้ม พันทิญายิ้มหวานแล้วเดินเข้ามาหา
“คุณพัฒน์ ... พันรอตั้งนานแน่ะค่ะ”
พิพัฒน์งงกับท่าทีของพันทิญา พันทิญาหันไปเห็นน้อยยืนมองอยู่ก็หันไปดุ
“มีอะไรก็รีบไปทำสิน้อย”
“ค่ะ...คุณพัน” น้อยเดินไปได้นิดเดียวก็หันมาบอกพันทิญา “เบาๆ นะคะ... คุณพันขา” พันทิญาหันไปทำตาดุ น้อยรีบเดินไป พิพัฒน์หันไปยิ้มกับพันทิญา
“คุณไม่โกรธผมแล้วเหรอ” พิพัฒน์ถาม
“ โกรธทำไมล่ะคะ ... พันรู้ว่า ที่คุณทำลงไป เพราะคุณรักพัน... ตอนแรกพันก็ยอมรับว่าโกรธ แต่ตอนนี้ พันเลือกแล้วล่ะค่ะ ... ถ้าคุณพัฒน์รักพันจริงๆ มันก็ไม่มีเหตุผลที่พันจะต้องกลัวอะไร .... จริงไหมคะ”
“ครับ... เราจะไปไหนกันดีล่ะ”
“พันอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ ... ไปบ้านเก่าน้าดาน่ะค่ะ ...เป็นบ้านริมน้ำ บรรยากาศดี๊ดีๆ คุณพัฒน์พาพันไปหน่อยนะคะ”
พิพัฒน์ยิ้มมีความสุข พันทิญาลอบยิ้มด้วยความแค้น

รถของพิพัฒน์แล่นมาจอดที่บ้านหลังเก่าริมน้ำ พิพัฒน์และพันทิญาก้าวลงมาจากรถพิพัฒน์ยืนมองอยู่ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูข้อความ
“มีใครโทรมาตามเหรอคะ ... พันหึงนะ” พันทิญาบอก
“เปล่าครับ...ผมเช็คข้อความ” พิพัฒน์รีบเปลี่ยนเรื่อง “ผมว่ามันเงียบๆน่ะครับ”
“ไม่เงียบหรอกค่ะ...เวลาที่พันไม่สบายใจ พันชอบแอบมานอนเล่นบ่อยๆ อีกหน่อย พันอาจจะย้ายออกมาอยู่ที่นี่เลย” พันทิญาเสียงเศร้า
“คุณพูดเหมือน มีเรื่องไม่สบายใจ”
“เปล่าค่ะ ... พันแค่อยากอยู่เงียบๆ กับคนที่พันรัก แล้วเขาก็รักพันอย่างจริงใจ ... เชิญค่ะ”
พิพัฒน์เดินนำไป พันทิญามีสายตาโกรธแค้นขึ้นมาอีกก่อนจะเดินตามไป
พิพัฒน์เดินเข้าไปในบ้าน พันทิญาเอื้อมมือไปเปิดไฟ ไฟสว่างขึ้นภายในบ้านเงียบและไม่มีคนอยู่ พิพัฒน์หันมามองพันทิญา พันทิญายืนยิ้มเยาะก่อนจะถามเสียงแข็ง“ชอบไหมคะ”
“ก็ชอบ...แต่ผมว่า ถ้าอีกหน่อยเราแต่งงานกัน คุณไปอยู่บ้านผมดีกว่าสะดวกสบายกว่านี้เยอะ” พันทิญาหัวเราะเยาะ “คุณยังคิดว่า ฉันจะเลือกคุณอีกเหรอ... คนอย่างฉัน ถ้าจะแต่งงานกับใครฉันต้องแต่งกับคนที่ทำให้ผู้หญิงทั้งประเทศอิจฉา... ไอ้ตี๋หน้าจืดอย่างคุณ...เป็นได้แค่ของเล่นของฉันเท่านั้นแหละ”
“เหมือนคุณชัยใช่ไหม” พิพัฒน์สวน“ใช่ ก็มันอยากโง่ มารักฉันเอง”
“ที่คุณหาว่าเขาบ้า...คิดว่าคุณชื่อแพรไหม... แต่จริงๆแล้วคุณยืมชื่อน้องสาวเขาหลอกเขา”“ใช่ .... เข้าใจแล้ว ก็เอาโทรศัพท์ที่คุณถ่ายคลิบอุบาทก์มาให้ฉันแล้วเราก็เลิกแล้วต่อกันซะ ...ฉันไม่ได้รักคุณ ไม่มีวันรักด้วย” พันทิญาย้ำ
“มันง่ายไปหน่อยมั๊ง คุณพัน”
พิพัฒน์หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดเสียงที่แอบบันทึกการคุยกับพันทิญาเอาไว้ให้พันทิญาได้ยิน พันทิญาโกรธจัดพุ่งเข้าไปจะทำร้ายพิพัฒน์ แต่พิพัฒน์ผลักพันทิญาออกไปอย่างแรง “อย่าคิดลองดีกับผม ... แล้วก็หยุดก่อความเดือดร้อนให้คนอื่นซะไม่อย่างงั้น ผมจะประจานคุณให้ทุกคนได้รู้กันทั่ว”
พันทิญากระชากปืนออกมาจากกระเป๋า “คิดเหรอว่า ฉันจะปล่อยให้คุณมีชีวิตรอดไปประจานฉัน”
“อย่านะ คุณพัน ... ถ้าฆ่าผม คุณก็ติดคุก...ชีวิตคุณก็จบเหมือนกัน”“ฉันยอมติดคุก ดีกว่า ถูกคนเลวอย่างคุณประจานให้ฉันเสียหาย เอาโทรศัพท์ของคุณมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างงั้น ฉันยิงคุณแน่”
พันทิญามือไม้สั่นเพราะเธอก็ไม่ได้คิดจะฆ่าพิพัฒน์จริงๆ พิพัฒน์พยายามทำใจดีสู้เสือ“เราคุยกันดีๆได้นี่...ผมยินดีรับผิดชอบคุณนะ....คุณพัน”“ไม่...ฉันไม่ได้รักคุณ ฉันรักเจ้าแสงฉาย... ได้ยินไหม...ฉันไม่ได้รักคุณรู้แล้วก็เอาโทรศัพท์มา... ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่...เอามาสิ”
พิพัฒน์อาศัยจังหวะเข้าไปยื้อแย่งปืนจากพันทิญา ทั้งสองยื้อแย่งกันไปมา ระหว่างนั้นพิพัฒน์ก็แย่งปืนมาได้ พันทิญาถูกผลักออกไปชนกับผนัง วนิดาเดินเข้ามาทางด้านหลังพิพัฒน์และใช้ท่อนไม้ตีที่ท้ายทอย จนพิพัฒน์ล้มลง วนิดาตามไปซ้ำจนพิพัฒน์เลือดอาบ พันทิญาได้แต่นั่งมองอย่างตกตะลึง พิพัฒน์พยายามตะเกียกตะกายหนีไปที่ประตู แต่วนิดาก็ตามไปใช้ไม้ทุบตีจนพิพัฒน์ทรุดฮวบ มือที่จับประตูค่อยๆ คลายออก

วนิดายืนถือไม้อยู่ พันทิญาเดินเข้าไปหาวนิดาด้วยหน้าตาตื่น “เขาตายแล้วค่ะ... น้าดา.... เราฆ่าคนตาย”“ตายซะได้ก็ดี ... คนตาย พูดไม่ได้อีกแล้ว” วนิดาบอก “แต่พันไม่ได้อยากให้เขาตายนะคะ....พันแค่อยากจะได้ภาพของพันคืน ก็แค่นั้น”“แต่มันใช้วิธีสกปรกกับพัน....ถ้าปล่อยให้มีชีวิตรอด...มันต้องใช้หลักฐานที่มันมีอยู่ข่มขู่พันไม่จบไม่สิ้นซะที... ฆ่ามันซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า... จะได้จบเรื่อง”
“พันกลัวว่า เรื่องมันจะยิ่งไปกันใหญ่น่ะสิคะ... คุณพัฒน์ก็มีชื่อเสียง...มีคนรู้จักถ้าเขาหายตัวไป...ตำรวจต้องสืบสวนหาตัวคนที่ฆ่าเขา...เราจะเดือดร้อนนะคะ”
พันทิญาพูดอย่างตื่นกลัว วนิดาทิ้งไม้แล้วหันไปกอดพันทิญาด้วยสายตาอ่อนโยน“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น... เรื่องนี้ พันไม่เกี่ยว”“แต่พันเป็นคนพาเขามาที่นี่นะคะ” “เรื่องอะไรเราจะให้ตำรวจหาศพเขาเจอล่ะ.... ฟังน้านะพัน พันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น... จำไว้”
พันทิญาสงบลง วนิดากอดพันทิญาแน่นด้วยความรัก“มันทำร้ายพันก่อน... น้าถึงได้ฆ่ามัน... มันสมควรตาย”
วนิดาพยายามบอกตัวเองเช่นนั้น พันทิญาหันไปมองแล้วก็ต้องตกใจเพราะไม่เห็นพิพัฒน์แล้ว“เขาหายไปแล้วค่ะคุณน้า”

พิพัฒน์ที่เลือดไหลอาบทั้งตัวพยายามตะเกียกตะกายมาที่รถ วนิดาถือไม้วิ่งตามออกมา “คิดว่าจะหนีพ้นเหรอ”
พิพัฒน์ได้ยินเสียงก็รีบลุกขึ้นเดินไปที่รถ เขากำลังจะเปิดประตู วนิดาเดินตามมาถึงก็กระชากผมพิพัฒน์ขึ้นมา พิพัฒน์ใช้แรงเฮือกสุดท้ายบีบคอวนิดา วนิดาสู้แรงไม่ได้ถึงขนาดทำไม้หลุด พันทิญายืนมองอย่างละล้าละลัง พอเห็นว่าวนิดาจะหมดแรง เธอก็ตัดสินใจหยิบไม้ขึ้นมาแล้วฟาดไปที่ ศีรษะของพิพัฒน์เต็มแรง พิพัฒน์ปล่อยมือแล้วหันไปมองพันทิญาด้วยสายตาอ่อนโยนก่อนจะสิ้นใจ พันทิญาเขวี้ยงไม้ออกไปด้วยความตกใจ วนิดาตั้งสติได้ก็หันไปกอดพันทิญา
“เรารีบจัดการศพมันเถอะ” วนิดาบอก พันทิญาก้มลงไปหยิบโทรศัพท์มือถือและกำลังจะโยนทิ้ง แต่วนิดาร้องห้าม
“อย่า...เก็บไว้ก่อนดีกว่า...เดี๋ยวใครเก็บได้...เอาไปส่งให้ตำรวจ ...เราจะเดือดร้อน”
วนิดาและพันทิญาช่วยกันลากร่างของพิพัฒน์ขึ้นรถก่อนจะปิดประตูและขับรถออกไป

แพรไหมนั่งหน้าเศร้าอยู่ในบ้านหลังจากกลับมาจากร้าน ศุภลักษณ์เดินมามองลูกสาวด้วยความเห็นใจก่อนเดินเข้ามาหา
“แพร....ทำใจซะเถอะลูก... ไหนๆเรื่องมันก็ล่วงเลยมาถึงป่านนี้แล้ว”
“แต่เรื่องนี้ มันเกี่ยวกับความเป็นความตายของแพรนะคะคุณแม่” แพรไหมบอก “เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับเจ้าแสงฉาย...เขามีศัตรูที่ไหนก็ไม่รู้...แล้วจู่ๆแพรก็ต้องไปแต่งงานกับเขา... แล้วก็มีคนพยายามฆ่าแพร....นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะคะคุณแม่”
“แพร....แม่เข้าใจความรู้สึกของลูก...แม่ผิดเอง ที่ดึงดันจะให้ลูกแต่งงานกับเจ้า แต่เจ้าแสงฉายเตรียมงานไว้แล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่ง...เจ้าแสงฉายไม่ยอมแน่ๆ”
“แต่ถ้าเรายืนยันที่จะไม่แต่ง เจ้าก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอก....นะคะคุณแม่ โรงงานนั่น ก็ยกให้เขาไปซะ... แพรยอมเสียชื่อเสียง...ที่ถูกยกเลิกงานแต่งงานขออย่างเดียว...อย่าให้แพรต้องอยู่กับความรู้สึกกลัวอย่างงี้” แพรไหมอ้อนวอน
ศุภลักษณ์รู้สึกลำบากใจมาก เพราะเธอรู้ว่าแสงฉายไม่ยอมแน่ๆ แพรไหมมองแม่อย่างผิดหวัง
“ถึงตอนนี้ เรื่องมันคงไม่ง่าย” ศุภลักษณ์บอก
“แต่เราไม่มีอะไรที่ต้องเกรงใจเขานี่คะคุณแม่ ....ยกเลิกงานแต่งงานเถอะนะคะ แพรขอร้อง ไม่อย่างงั้น แพรจะหนีไปเมืองนอก...ไม่กลับมาอีกเลย”
แพรไหมเดินจากไป ศุภลักษณ์มองตามลูกสาวไปอย่างทุกข์ทรมาน

วนิดาและพันทิญาช่วยกันใช้จอบตะกุยดินในป่าเปลี่ยวเพื่อนำไปปิดทับร่างของพิพัฒน์ ก่อนที่ทั้งคู่จะหยุดยืนมองอย่างเหนื่อยหอบ พันทิญายังมีสีหน้าตื่นกลัว วนิดาจึงหันไปจับมือ“ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นให้หมด อย่าแสดงพิรุธให้คนสงสัย” วนิดาบอก“แต่พันกลัว... ถ้าทางบ้านเขารู้”“ช่างเขาสิ...เราไม่เกี่ยวข้องด้วยซะอย่าง...คนถูกฆ่าชิงทรัพย์ออกเยอะแยะ รวยๆอย่างมัน... เป็นเป้าหมายของโจรอยู่แล้ว...เดี๋ยวเราก็ขับรถไปทิ้งไว้ที่ปั๊ม แล้วน้าจะโทรไปบอกให้คนที่น้ารู้จัก มาขับไปขายที่ลาว...ทุกอย่างก็จบแล้ว”
“ค่ะ...คุณน้า” พันทิญาพยายามปรับสีหน้า วนิดายิ้มปลอบใจ ทั้งสองคนเดินไปขึ้นรถพิพัฒน์ที่จอดอยู่ วนิดาทำหน้าที่เป็นคนขับบังคบรถให้แล่นออกไป

ศุภลักษณ์ยืนรออยู่ในบ้าน พันทิญาและวนิดาเดินเข้ามา “พัน... แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” ศุภลักษณ์บอก “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ถ้าเป็นเรื่องที่คุณแม่บอกกับเจ้าแสงฉาย...บอกใครต่อใครว่าพันไม่ใช่ลูก”
พันทิญาทำท่าจะเดินเลี่ยงไป ศุภลักษณ์เดินไปจับแขนพันทิญา“พัน .... ฟังแม่นะลูก ... ถึงพันจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่ แต่แม่ก็เลี้ยงพันมาอย่างลูกคนหนึ่ง มีอะไรบ้างที่แม่ให้พันน้อยกว่ายายแพร”
“คุณแม่ถามตัวเองดีกว่าค่ะ... ทุกอย่างคุณแม่รู้อยู่แก่ใจ” พันทิญาว่า “ถ้าหมายถึงบ้าน...ทรัพย์สินที่เรามีอยู่ แม่เชื่อว่า คุณพ่อให้ลูกทั้งสองคนเท่าเทียมกัน”
“แต่พันไม่ได้โรงงาน ไม่ได้บ้านหลังนี้...แล้วที่สำคัญ พันไม่ได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย” “พัน รู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา” “พันรู้ตัวดีค่ะ... คุณแม่ยัดเยียดยายแพรให้เจ้าแสงฉาย เพราะคุณแม่รู้ว่า เจ้าแสงฉายร่ำรวย มีหน้ามีตา ... คุณแม่อยากให้ลูกสาวแท้ๆของคุณแม่เป็นเจ้าหญิงเชียงทวาย แต่คุณแม่รู้ไหมคะ... สิ่งที่คุณแม่ทำ...ยิ่งตอกย้ำให้พันรู้ว่า คุณแม่ลำเอียง”
“ไม่จริง...ไม่จริงนะลูก...เจ้าแสงฉายเขาเลือกยายแพรต่างหาก” ศุภลักษณ์บอก“ถ้าพันจะบอกว่า พันเป็นภรรยาของเจ้าแสงฉายแล้ว คุณแม่ยังจะให้ยายแพรแต่งงานกับเจ้าอยู่ไหมคะ”“อะไรนะ พันเป็นภรรยาของเจ้า” ศุภลักษณ์ตกใจ“ค่ะ คุณแม่....เราเป็นของกันและกันนานแล้ว ถ้ายายแพรแต่งงานกับเจ้าแสงฉายยายแพร ก็เป็นแค่เมียน้อยของพัน...ไม่ใช่เมียหลวง” พันทิญาบอก
ศุภลักษณ์ยืนร้องไห้ด้วยความเสียใจก่อนจะเซไปนั่งที่โซฟาพันทิญาเดินเลี่ยงไปไม่หันกลับมามองเลย วนิดาเดินเข้าไปประคองศุภลักษณ์ ศุภลักษณ์เอาแต่นั่งร้องไห้ “ดา...ช่วยพี่ด้วย ....พี่จะทำยังไงดี พี่มืดแปดด้านไปหมดแล้ว”
วนิดาลอบยิ้มสะใจที่ในที่สุดศุภลักษณ์ก็ต้องมาเสียใจแบบนี้

แพรไหมนั่งร้องไห้อยู่ที่ระเบียงห้องนอนของเธอ เธอลูบแหวนของภูผาที่ยังสวมติดนิ้วอยู่ ภาพตอนที่ภูผาช่วยชีวิตเธอไว้โผล่เข้ามาในหัว
“ คุณช่วยฉันไว้ทำไม...ถ้าคุณเกลียดฉัน ทำไมคุณไม่ปล่อยให้ฉันถูกยิง ฉันจะได้ตายสมใจคุณ”

ภูผายืนคิดถึงแพรไหมอยู่ที่ระเบียงห้องนอนของเขา เขาพยายามทำใจให้เกลียดแต่ในใจกลับคิดถึงแต่เธอ
“ไม่จริง... มันไม่ใช่ความรัก....มันเป็นแค่สัญชาตญาณต่างหาก”
ภูผาพยายามสะบัดใบหน้าของแพรไหมออกอย่างขัดใจที่ตัวเองยังคงคิดถึงแต่แพรไหม แล้วเขาก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนก่อนจะปิดประตู--


เช้าวันใหม่ ทวีปกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่ในห้องที่สถานีตำรวจ ทวีปได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในห้อง เขาก็พูดเสียงดังโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
“อะไรวะ ... ก็บอกแล้วไง ให้บอกว่าไม่อยู่... เดี๋ยวน้องเก๋จะเข้าใจผิด”
“ขอโทษนะคะ... ที่มาผิดเวลา” แสงมณีบอก
ทวีปเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นแสงมณียืนอยู่ เขาตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าแสงมณีจะมา แสงมณีทำท่าจะเดินเลี่ยงไป ทวีปลนลานลุกขึ้นไปดักหน้า
“เจ้า .... ผม....ผมขอโทษ คิดว่า”
“คิดว่าคนอื่นมา แล้วคุณน้องเก๋จะเข้าใจผิดเหรอคะ” แสงมณีถาม
“ใช่...เอ๊ย ไม่ใช่อย่างงั้น คือ....น้องเก๋....เขา...โอ๊ย ผมจะพูดยังไงดี”
“ไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ...ฉันเข้าใจ...ถ้าฉันเป็นคุณน้องเก๋ ฉันก็คงไม่สบายใจ ถ้าเห็นผู้หญิงอื่นเข้ามาอยู่ในห้องกับแฟนตัวเอง....ขอตัวก่อนนะคะ”
แสงมณีทำท่าจะเดินเลี่ยงไป ทวีปเผลอจับมือของเธอไว้ แสงมณีหันมาใช้นิ้วดีดมือของทวีป
“ปล่อยค่ะ ... เดี๋ยวแฟนคุณจะเข้าใจผิด” แสงมณีบอก
“ ไม่ใช่แฟน ... ไปกันใหญ่แล้ว ... คือ ... น้องเก๋ เขาเป็นลูกสาวแม่ค้าแถวนี้ เขาชอบมาหาผมอยู่เรื่อย เพื่อนๆก็ชอบแซวกัน ผมกลัวน้องเขาจะเข้าใจผิดว่าคิดว่าผมมีใจกับเขา...ก็เลยเลี่ยงไม่อยากเจอเขา ถ้าไม่จำเป็น...คุณก็มาพอดี แต่จริงๆ ผมไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยนะ... สาบานได้เลย”
แสงมณีมองขำๆ ที่เห็นทวีปละล่ะล่ำลั่กและพยายามแก้ตัว
“ไม่ต้องลงทุนถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ...ฉันไม่ใช่แฟนคุณนะจะบอกให้”
“ตอนนี้ยังไม่เป็น ... อีกหน่อย คุณก็อาจจะมองเห็นความน่ารักในตัวผมบ้างซักเล็กน้อยก็ยังดี ... กระต่ายน้อยตัวนี้ จะได้มีกำลังใจหมายปองดวงจันทร์ต่อไป” ทวีปหยอด
แสงมณีค้อน “ไม่ต้องพูดมาก... ว่างหรือเปล่า”
“มีอะไรให้ผมรับใช้”
“อยากจะเลี้ยงขอบคุณที่คุณอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปช่วยฉัน แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะ ฉันจะได้กลับ”
“ว่างครับ...ว่างที่สุดเลย”
ทวีปกับแสงมณีหัวเราะชอบใจ ทวีปยิ้มหวานพร้อมทำตาเยิ้มใส่

อ่านต่อหน้าที่ 4





ภูผาแพรไหม ตอนที่ 10 (ต่อ)
 
พิพิธขับรถเข้ามาจอดที่หน้าร้านของตัวเองก่อนจะก้าวลงมาจากรถด้วยสีหน้าร้อนใจ
พิพิธเดินเข้ามาในร้าน พนักงานเดินผ่านมาก็ยกมือไหว้ พิพิธหันไปถาม
“คุณพิพัฒน์ล่ะ”
“ยังไม่เข้ามาเลยค่ะ” พนักงานตอบ
“ไปไหนของเขา”
พิพิธนิ่งคิดด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเดินเลยเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง

พิพิธเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในห้องทำงานด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย ก่อนจะนึกขึ้นได้
“คุณพันทิญา”

ในบ้านแพรไหม พันทิญาถือโทรศัพท์มือถือของพิพัฒน์อยู่ เธอเอ่ยถามวนิดา “เราจะจัดการกับมันยังไงคะน้าดา”
วนิดานั่งมองแล้วตัดสินใจ
“แยกชิ้นส่วน แล้วก็ทุบให้ละเอียด...จะได้ไม่เหลือหลักฐานให้ใครตามได้”
“แล้วการ์ดล่ะคะ” พันทิญาถามอีก
“เอาไปทิ้งถังขยะ... เล็กๆแค่นี้ คงไม่มีใครหาเจอหรอก”
“ดีค่ะ น้าดา ... พันไม่อยากเก็บเอาไว้นานกว่านี้...บอกตรงๆนะ...พันไม่สบายใจเลย เมื่อคืนพันก็ฝันเห็นคุณพิพัฒน์ทั้งคืน”
วนิดามองพันทิญาอย่างเป็นห่วงและเข้าใจความรู้สึก ก่อนจะดึงมือของพันทิญามาจับเพื่อปลอบใจ
“มันเป็นแค่ฝันร้ายจ๊ะ....ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นซะ...จำไว้นะ...พันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” วนิดาย้ำ พันทิญามีสีหน้าคลายความกังวลลง สักพักน้อยก็เดินเข้ามา
“คุณพันขา”
พันทิญาและวนิดาต่างก็ร้องขึ้นด้วยความตกใจ พันทิญาหันไปเขวี้ยงหมอนใส่น้อย “ไม่มีมารยาท...ฉันบอกเป็นร้อยครั้งแล้วนะว่าอย่าเข้ามาเงียบๆ”
“แหม คุณขา...นี่ไม่ใช่ห้องส่วนตัวนะคะ... น้อยก็เดินผ่านไปผ่านมาทั้งวัน ถ้าจะคุยกันแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว...รบกวนเข้าไปคุยในห้องนะคะ” น้อยบอก
“ไม่ต้องยอกย้อนหรอกย่ะ.... แหม เดี๋ยวนี้ ชักจะกำเริบเสิบสานใหญ่แล้วนะ ยังไงคุณพันก็เป็นลูกสาวคนหนึ่งของคุณพี่นะยะ...จะพูดจาอะไรก็ให้เกียรติกันบ้าง” วนิดาต่อว่า “มีอะไรก็ว่ามา”
น้อยค้อนให้ “ผู้ชายมาหาค่ะ”
วนิดากับพันทิญาถามออกมาพร้อมๆ กัน “ใคร”
“คุณพิพิธ... น้องชายคุณพิพัฒน์...แฟนของคุณพันค่ะ” น้อยบอก
วนิดาและพันทิญาหันไปมองหน้ากันอย่างร้อนใจ

พิพิธยืนอยู่ในห้องรับแขกบ้านแพรไหม พันทิญาเดินนำวนิดาเข้ามา ทั้งสองพยายามทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น น้อยเดินตามมาห่างๆ พันทิญาเดินเข้าไปหาพิพิธ
“คุณพิพิธ...ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรคะ...อุตส่าห์มาหาถึงบ้าน” พันทิญาเอ่ยถาม
“พี่พิพัฒน์นัดกับคุณเมื่อคืน...จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับบ้าน” พิพิธบอก
“ตายจริง...เขาไปไหนเหรอคะ... เมื่อคืนฉันก็รอเขาอยู่ที่บ้าน...แต่เขาก็ไม่มา ติดธุระอะไรก็ไม่โทรมาบอก...ปล่อยให้ฉันนั่งรออยู่ได้” พันทิญาว่า
น้อยเดินไปได้ยินพอดี เธอถึงกับนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ
“โกหกหน้าตาเฉยเลยนะคุณพัน” น้อยพึมพำ
น้อยตัดสินใจย่องเข้าไปแอบฟัง เธอเห็นพิพิธมองพันทิญาอย่างคาดไม่ถึง “แต่พี่ชายผมออกไปพบคุณ... บอกมาดีกว่า พี่ชายผมอยู่ที่ไหน” พิพิธคาดคั้น
“เอ้ะ คุณพิพิธ คุณจะมาคาดคั้นฉันให้มันได้อะไรขึ้นมา ฉันไม่ได้เจอพี่ชายคุณจริงๆนะ บางทีเขาอาจจะไปหาคนอื่นก็ได้นี่ คนรวยอย่างเขา จะมีผู้หญิงซุกซ่อนกี่คนก็ได้”
“ไม่จริง ผมกับเฮียไม่เคยมีเรื่องปิดบังกัน...เป็นไปไม่ได้ ที่เขาจะคบกับใครโดยที่ผมไม่รู้... เกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับเขา...ผมยังรู้เลย”
“หยาบคาย... หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหม เชิญ” พันทิญาไล่
“คุณแน่ใจเหรอว่าเมื่อคืน ไม่ได้เจอเฮีย” พิพิธถามย้ำ
พิพิธมองอย่างคาดคั้น จับผิด พันทิญาเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ วนิดาเห็นจึงเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์
“คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ พันกำลังเสียใจที่คุณพิพัฒน์ไม่มาตามนัด อย่าเพิ่งคาดคั้นอะไรตอนนี้เลยนะคะ”
พันทิญาแสร้งทำตาแดงร้องไห้ “ฝากไปบอกพี่ชายคุณด้วย ถ้าไม่คิดจะจริงจังกับฉัน ... ก็บอกมาตรงๆ...อย่ามาให้ความหวังกับฉัน”
“โธ่ พันของน้า อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะจ๊ะ คุณพิพัฒน์คงติดธุระสำคัญถึงมาหาพันไม่ได้... ยังไงน้าก็เชื่อว่าคุณพิพัฒน์จริงใจกับพัน อย่าร้องไห้เลยนะจ๊ะ” วนิดาทำเป็นปลอบ
วนิดาดึงตัวพันทิญาเข้ามากอดปลอบใจ พันทิญาแอบยิ้มที่หลอกพิพิธได้ พิพิธเริ่มกังวลใจหนักขึ้น ส่วนน้อยเริ่มสงสัย
“ชักจะมีอะไรแปลกๆแล้วสิ” น้อยบ่นกับตัวเอง


แพรไหมขับรถมาจอดห่างจากรั้วบ้านของภูผาเล็กน้อย เธอถือกระเช้าผลไม้ออกมาจากรถแล้วเดินมา แพรไหมชะงัก เมื่อเห็นพนักงานรักษาความปลอดภัย 2 คนยืนอยู่โดยภูผาให้มาเฝ้าเพราะเป็นห่วงแม่
“คุณป้าบุญศรีอยู่ไหมคะ” แพรไหมถาม
พนักงานรักษาความปลอดภัยมองแพรไหมอย่างสำรวจ แพรไหมเริ่มเข้าใจสถานการณ์
“ถ้าไม่ไว้ใจฉัน...จะตามเข้าไปด้วยก็ได้นะคะ” แพรไหมบอก
รปภ. หันไปมองตากัน ก่อนจะเปิดประตูหน้าบ้านให้
“เชิญครับ”
แพรไหมเดินเข้าไปในบ้าน

บุญศรีเดินอยู่ในบ้าน แต่อยู่ดีๆ เธอก็หน้ามืดและทำท่าจะล้ม แพรไหมเข้ามาเห็นก็ตรงเข้าไปประคอง
“คุณป้า”
บุญศรีมองอย่างแปลกใจ พอเห็นว่าเป็นใครเธอก็สะบัดแขนออก
“มาทำไม...กลับไปซะ”
“อย่าไล่แพรเลยนะคะ....แพรตั้งใจว่าจะมาหาคุณป้าเป็นครั้งสุดท้าย”
บุญศรีนิ่งและเริ่มมีสายตาอ่อนโยนลง ก่อนจะเดินนำไปที่โต๊ะรับแขก แพรไหมถือกระเช้าเดินตามไป
“แพรอยากจะมาขอโทษคุณป้า...ที่แพรมีส่วนทำให้เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นกับครอบครัว ของคุณป้า”
“ไม่จำเป็น ฉันไม่อยากคุยกับคนที่ทำให้ลูกชายฉันตาย” บุญศรีน้ำตารื้นและเสียงสั่นเครือ
“เชื่อแพรนะคะ แพรไม่ได้ทำให้คุณชัยตาย แพรกล้าสาบาน...แพรไม่ได้ทำ”
“จนถึงวันนี้ หนูยังไม่ยอมรับผิด”
“แพรไม่รู้จะพูดยังไงดี แพรเห็นใจ แล้วก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ แพรเข้าใจในความสูญเสียของคุณป้านะคะ......ถึงแพรไม่ใช่คนผิด แต่แพรก็อยากจะชดใช้แทน...บอกแพรมาเถอะค่ะ...ถ้าแพรทำให้ได้ แพรยินดีจะทำทุกอย่าง”
“กลับไปเถอะ เห็นหน้าหนู แล้วฉันไม่สบายใจ...เอาของฝากกลับไปด้วย” บุญศรีไล่
“คุณป้าขา... แพรถือว่าแพรได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว คุณป้าจะเอาไปให้ใครสุดแต่คุณป้า ... แพรแค่อยากให้คุณป้ารับรู้เอาไว้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา แพรลำบากใจมาก ที่ไม่สามารถบอกให้ทุกคนเข้าใจได้... ถึงตอนนี้ แพรก็ไม่รู้ว่า การพูดความจริงมันยังจะมีประโยชน์อีกไหม หรือจะยิ่งทำให้สถานการณ์มันแย่ลง...แพรจะไม่ขอให้คุณป้ายกโทษให้หรอกนะคะ...แต่แพรอยากให้คุณป้ารับรู้เอาไว้...แพรไม่ได้ทำร้ายจิตใจคุณชัย....แพรไม่รู้จักเขา ไม่มีเหตุผลที่แพรจะคิดร้ายต่อเขาเลยสักนิดเดียว”
บุญศรีนั่งนิ่งน้ำตาไหล แพรไหมนั่งนิ่งอยู่สักพักก่อนตัดสินใจขยับตัว
“แพรกลับก่อนนะคะ”
บุญศรียังนั่งนิ่ง แพรไหมยกมือไหว้ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา
บุญศรีมองตามไปสายตาอ่อนโยนลง เธอรู้สึกว่าแพรไหมดูเป็นคนดี


ภูผาเดินเข้ามาในบ้าน เขาเห็นแพรไหมเดินออกมาก็ชะงักมองอย่างไม่พอใจ
“คุณไม่ควรมาที่บ้านผมอีก”
“ฉันมาลาคุณป้า ... ต่อไปคงไม่มาที่นี่อีก” แพรไหมบอก
“ใช่สิ ... ที่นี่มันไม่สมเกียรติของเจ้าหญิงแห่งเชียงทวาย”
“คุณน่าจะดีใจด้วยซ้ำ ... ที่ฉันจะต้องฝืนใจแต่งงานกับเขา ต้องทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก... ต้องถูกกักขังอยู่บนหอคอยที่สวยงาม หรูหราแต่ไร้ชีวิตจิตใจ”
“มันเป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงทุกคนไม่ใช่เหรอ” ภูผาย้อนถาม
“อาจจะใช่...แต่ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างฉัน... ถ้าเลือกได้ ฉันเลือกที่จะอยู่กับคนที่ฉันรักดีกว่าทนอยู่กับคนที่รักฉัน”
“อย่าหลอกตัวเองเลย....วันพรุ่งนี้ คุณก็หน้าบานไปเข้าพิธีแต่งงานอย่างมีความสุขดีนะที่พี่ชัยตายไปซะก่อน ไม่อย่างงั้น วันแต่งงานของคุณ คงเป็นวันที่พี่ชายของผม...เสียใจมากที่สุด”
แพรไหมหันไปมองหน้าภูผาอย่างเจ็บปวดก่อนจะถามด้วยความจริงใจ
“แล้วคุณล่ะ ... คุณคงไม่รู้สึกอะไรเลยสินะ”
“คุณก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ...ผมคงไม่รู้สึกอะไร...คนที่ผมรัก มีคนเดียวเท่านั้น”
“คุณปรางแก้วเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากนะ....ขอบคุณมากนะคะ...ที่ย้ำเตือนให้ฉันได้รู้ความจริงจากใจของคุณ...ฉันจะได้ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราให้หมด ... ลบมันไปจากใจของฉันได้ซะที”
แพรไหมเดินร้องไห้จากไป ภูผามองตามอย่างเจ็บปวด

ที่บ้านแพรไหม พันทิญาถอดซิมออกจากโทรศัพท์แล้วใช้ก้อนหินทุบโทรศัพท์มือถือจนแหลกละเอียดอย่างลนลาน วนิดาช่วยเก็บเศษโทรศัพท์มือมือใส่ถุงขยะ
“นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วนะคะน้าดา... ถ้าคุณพิพิธรู้ว่าคุณพิพัฒน์หายตัวไปจริงๆ แล้วไปแจ้งความ ตำรวจก็ต้องเรียกพันไปสอบสวน...เพราะเขาโทรหาพันก่อนที่จะออกมาจากบ้าน”
วนิดานำถุงใส่เศษโทรศัพท์มือถือไปทิ้งที่ถังขยะก่อนจะเดินเข้ามาหาพันทิญา
“พัน .... สงบสติอารมณ์ไว้บ้างสิ”
“แต่พันกลัว”
“ไม่ต้องกลัว ... ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น …คนอย่างมัน สมควรตายไม่อย่างงั้น มันจะทำให้เราเดือดร้อน... ทีนี้ ก็เหลือยายแพร...เราจะทำยังไงที่จะไม่ให้มันได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย”
พันทิญาตกใจแล้วรีบกระซิบกระซาบ “อย่าบอกนะคะว่าเราจะกำจัดยายแพรอีกคน...ไม่ค่ะ พันทำไม่ได้...ยังไงยายแพรก็เป็นน้อง”
“น้าก็ไม่ได้บอกให้พันฆ่ายายแพรนี่...มีตั้งหลายวิธีที่จะไม่ให้ยายแพรได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย....ยายแพรคงจะดีใจด้วยซ้ำ ... ที่เราช่วยไม่ให้เข้าพิธีแต่งงาน”
พันทิญามีสีหน้ามุ่งมั่นขึ้นมาอีก วนิดายิ้มอย่างสมใจเพราะแผนทำลายศุภลักษณ์ใกล้มาถึงแล้ว


นทียังนั่งซึมเสียใจกับการตายของพิมอยู่ในบ้านนักฆ่า สักพักอโณทัยเดินมายืนข้างๆ
“ตัดใจเถอะนที... พิมไปสบายไปแล้ว” อโณทัยปลอบ
“แต่คนที่ฆ่าพิมยังอยู่ ... ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต...ผมจะฆ่ามันด้วยมือของผมเอง” นทีโกรธแค้น
“ผมเข้าใจ...แต่ต่อไปนี้ เราจะทำอะไร ต้องรอบคอบ ไม่อย่างงั้นคนที่ตายอาจจะเป็นเรา”
“ผมยอมตาย ... ไม่มีพิม ชีวิตผมก็ไม่มีความหมาย”
“นายยังมีความหมายกับเรานะ ... อย่าลืมสิ เราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้ว พ่อแม่นายก็คงรอให้นายกลับบ้าน ... ถ้านายเป็นอะไรไปพวกเขาคงจะเสียใจมาก”
นทีอึ้งเพราะเริ่มคิดได้ ทันใดนั้นนายพลจันทร์เทพก็เดินออกมาพร้อมกับนาราและอรัญ
“ใช่ ... เอาเวลามาวางแผนบุกเข้าไปฆ่ามันในงานแต่งงานดีกว่า” จันทร์เทพพูด “งานนี้ พวกมันคงวางระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด”
“ท่านนายพล”
“ท่านลุงมีแผนอะไรครับ” อโณทัยถาม
จันทร์เทพยิ้มอย่างมีแผนการร้ายก่อนจะหันไปมองนารา
“นาราคงต้องใช้ความสวยล่อเสือออกจากถ้ำแล้วล่ะมั๊ง...ถ้ากำจัดไอ้ธนาได้ทุกอย่างก็คงง่ายขึ้น”
“ด้วยความยินดีค่ะ ... นารารอคำสั่งอยู่แล้ว” นาราบอก


พิพิธเดินเข้ามาในสถานีตำรวจก่อนจะพูดกับตำรวจที่ประจำอยู่ที่โต๊ะด้านหน้า
“ผมมาแจ้งความ”
“เชิญพบร้อยเวรครับ” ตำรวจบอก
ตำรวจเดินนำไป พิพิธเดินตาม
ทวีปนั่งอยู่ในห้องร้อยเวร พิพิธชะงักแต่ก็เดินเข้าไปหา
“อ้าว คุณน่ะเอง...ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ยามอย่างผมรับใช้” ทวีปถาม
พิพิธพูดจริงจัง “พี่ชายผมหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน ... จนป่านนี้ ยังติดต่อไม่ได้”
ทวีปมีสีหน้าจริงจัง “เชิญนั่ง”
พิพิธเดินไปนั่งลงตรงหน้า


แพรไหมเดินไปเดินมาในบ้านอย่างร้อนใจเพราะคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป พันทิญาเดินเข้ามายืนมองอย่างอิจฉาริษยา แพรไหมหันมาเห็น พันทิญาก็แสร้งยิ้ม
“พรุ่งนี้ จะถึงวันแต่งงานแล้ว ... แพรยังไม่เตรียมตัวอีกเหรอจ๊ะ” พันทิญาแสร้งถาม “แพรกำลังคิดหาทางยกเลิกงานแต่งงานค่ะ พี่พัน ... แต่แพรก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าจะหนีไปอีก...ก็สงสารคุณแม่”
“แต่ชีวิตเป็นของแพรนะ ... ถ้าแพรไม่อยากแต่ง ...ก็ไม่ต้องแต่ง ไม่อย่างงั้น แพรจะต้องฝืนใจอยู่กับคนที่แพรไม่รักไปตลอดชีวิต แล้วถ้าวันหนึ่งอยู่ด้วยกันไม่ได้ แพรก็ต้องกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่” “แต่เจ้าคงไม่ยอม....แพรจะทำยังไงดีล่ะคะพี่พัน” แพรไหมกระวนกระวายใจ
“มันอยู่ที่แพร ... ถ้าแพรไม่แต่งซะอย่าง เจ้าก็คงทำอะไรไม่ได้ หนีไปซะ ... ไปให้ไกลที่สุด ... แพรไม่มีเวลาคิดอีกแล้ว จะทำอะไรก็ต้องรีบทำเข้าก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป”
แพรไหมเริ่มลังเล วนิดาเดินเข้ามาพร้อมกับพาสปอร์ต
“นี่พาสปอร์ต” วนิดาบอก
แพรไหมหันไปมองหน้าวนิดา วนิดารีบพูดต่อ
“น้าไปเอามาจากห้องพี่ศุ ... แพรรีบไปเก็บข้าวของเถอะ...ถ้าพี่ศุกลับมาจะหนีไม่ได้อีก”
“แพรเป็นห่วงคุณแม่ ... เจ้าคงโกรธมาก” แพรไหมบอก
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ...บ้านเมืองมีขื่อมีแป...ไม่มีใครมาทำอะไรใครได้ง่ายๆหรอก อีกอย่าง น้ากับยายพันก็ยังอยู่ คงพอจะดูแลกันได้”
แพรไหมนิ่งคิด และตัดสินใจ พันทิญาหันไปมองหน้าวนิดา ทั้งสองลอบยิ้มให้กันอย่างสมใจ


ทวีปและพิพิธนั่งอยู่ด้วยกันในห้องทำงานของทวีป ทั้งสองมีสีหน้าเคร่งเครียด พิพิธพิมพ์ข้อมูลไปด้วย
“คุณแน่ใจเหรอว่าพี่ชายคุณไม่มีศัตรูที่ไหน” ทวีปถาม
“แน่ใจ เราทำธุรกิจตรงไปตรงมา... ตั้งแต่รุ่นอากง ที่ผ่านมา เราก็ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร” พิพิธบอก
“พี่ชายคุณอาจจะถูกปล้นจี้ ชิงทรัพย์...หรือไม่ก็ถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่”
“ก็อาจจะเป็นไปได้... แต่ผมยืนยันว่า เฮียนัดกับคุณพันทิญา พี่สาวคุณแพรไหมแต่พอไปถามคุณพันทิญา...เขากลับบอกว่าไม่ได้เจอเฮีย”
“ถ้าอย่างงั้นก็หมายความว่า พี่ชายคุณหายตัวไประหว่างทาง เอาอย่างงี้ล่ะกัน....ผมจะให้ตำรวจแกะรอยจากรถของพี่ชายคุณดูก่อน เผื่อเราจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม”
พิพิธฝืนยิ้มให้ทวีป แต่ยังมีสายตาเป็นกังวล ทวีปมองอย่างเข้าใจความรู้สึก

แพรไหมถือกระเป๋าเดินทางที่ใส่เสื้อผ้าและของใช้เท่าที่จำเป็นเดินลงบันไดมา แต่เธอก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเจ้าแสงฉายยืนอยู่
“เจ้า”
“คุณไม่ควรเดินทางไปไหนอีก อย่าลืมสิ พรุ่งนี้ จะถึงวันแต่งงานของเราแล้ว” แสงฉายพูด
แพรไหมทำใจดีสู้เสือ “ใครบอกว่า ฉันจะแต่งงานกับคุณ...ฉันตัดสินใจแล้ว...ฉันจะไปจากที่นี่ คุณหรือใครก็ห้ามฉันไม่ได้”
“คิดเหรอว่า ผมจะยอมให้คุณไปง่ายๆ ... ยังไง...งานแต่งงานของเราก็ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม”
“หลีกไป... “ แพรไหมพูด
“ไม่ .... คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”
แพรไหมเชิดหน้าไม่สนใจแล้วทำท่าจะเดินเลี่ยงไป ธนา คมและพลเดินเข้ามาขวาง แสงฉายเดินไปยืนประจันหน้ากับแพรไหมแล้วยิ้มอย่างเป็นต่อ แพรไหมผลักอกเขาอย่างแรง ทั้งสองต่างก็จ้องหน้ากันนิ่ง

ทันใดนั้น ศุภลักษณ์ก็เดินเข้ามาหาแพรไหม
“เจ้าคะ... “ ศุภลักษณ์เรียก
แสงฉายหันไปมองมองศุภลักษณ์นิ่ง
“ห็นใจเราเถอะค่ะ... ที่ผ่านมา เป็นความผิดของน้าเอง ที่เห็นดีเห็นงามอยากให้ยายแพรได้แต่งงานกับเจ้า...เพราะน้าเชื่อว่าเจ้าจะทำให้ยายแพรรักเจ้าและยอมแต่งงานกับเจ้า ด้วยความเต็มใจ....แต่ที่สุด มันก็เป็นไปไม่ได้”
“คุณน้าจะให้ผมยกเลิกงานแต่งงานง่ายๆอย่างงั้นเหรอครับ .แล้วใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผม” แสงฉายถาม
พันทิญาและวนิดาเดินเข้ามาสมทบ พันทิญามองด้วยความเจ็บปวด
“น้าจะคืนทุกอย่างให้เจ้า...ส่วนค่าจัดงานแต่งงานทุกอย่าง น้าขอรับผิดชอบเอง” ศุภลักษณ์บอก
“แล้วชื่อเสียงของผมที่เสียไปล่ะ...ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จู่ๆก็ถูกผู้หญิงยกเลิกงานแต่ง” แสงฉายถาม
“แต่เจ้าก็ทำไม่ถูกที่ไปยุ่งกับผู้หญิงอื่น” ศุภลักษณ์หันไปมองหน้าพันทิญา
แสงฉายหันไปมองพันทิญา “ผมขอยืนยันว่า ผมรักคุณแพรไหม จริงใจกับเขามาตลอด.... ถ้าคุณน้าจะใช้เรื่องไร้สาระ มาเป็นข้ออ้างเพื่อยกเลิกงานแต่งงานของผมกับคุณแพรไหม ... มันคงไม่ยุติธรรมกับผม”
พันทิญาถลันเข้ามาอย่างเจ็บปวด
“เจ้ามองว่าเรื่องของเรา เป็นเรื่องไร้สาระงั้นเหรอคะ”
แพรไหมหันไปมองหน้าพันทิญาและเจ้าแสงฉายสลับกันอย่างไม่เข้าใจ
“ผมคิดว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วนะครับ ... คุณพันทิญา” แสงฉายบอก
“แล้วที่ผ่านมาล่ะคะ...เจ้าจะให้พันคิดยังไง พันรักเจ้า ยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้านะคะ”
“คุณคิดไปเองทั้งนั้น...ผมคงไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของผู้หญิงทุกคนที่ผมรู้จัก... ผมรักคุณแพรไหมคนเดียวเท่านั้น” แสงฉายย้ำ
พันทิญาร้องไห้ด้วยความเสียใจ
แพรไหมตัดสินใจโพล่งออกไปอย่างอัดอั้น
“แต่ฉันไม่ได้รักคุณ...ไม่มีวันรักด้วย”
“ถึงตอนนี้ ความรัก ไม่มีความหมายกับผมแล้ว... แต่ผมจะไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด”
ศุภลักษณ์หันไปมองแสงฉาย“ก็ได้...ถ้ามันจะทำให้เรื่องมันจบ...เจ้าจะให้น้าชดเชยยังไงก็บอกมาเถอะ น้ายอมทำทุกอย่าง เพื่อแลกกับอิสรภาพของลูกสาวน้า”
แสงฉายนิ่งคิด ก่อนจะประกาศก้อง “มันสายไปแล้วครับ... พรุ่งนี้ คุณแพรไหมต้องแต่งงานกับผม ... ไม่มีทางเลือกอื่น” แสงฉายหันไปพูดกับแพรไหม “แล้วอย่าคิดหนีไปอีก... ถ้าไม่อยากให้แม่คุณเดือดร้อน... คุณก็รู้นี่ว่าคนอย่างผมทำได้ทุกอย่าง”
แสงฉายเดินนำธนา คมและพลออกไป แพรไหมเดินตาม ศุภลักษณ์มองตามลูกสาวไปด้วยความเป็นห่วง
 
จบตอนที่ 10 
ติดตามอ่านภูผาแพรไหมตอนต่อไป พรุ่งนี้ 




กำลังโหลดความคิดเห็น...