xs
xsm
sm
md
lg

ลิขิตเสน่หา ตอนที่ 22

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ลิขิตเสน่หา ตอนที่ 22

เมื่อตัดสินใจว่าจะลองคบหา ยี่หวาจึงยอมรับนัดของภูมิชาย ค่ำคืนนี้เธอกำลังดินเนอร์อยู่ในบรรยากาศสุดโรแมนติกใต้แสงเทียน ที่ห้องอาหารหรูในโรงแรมแห่งหนึ่ง มีนักดนตรีเล่นดนตรีขับคลอไปด้วย ระหว่างนั้นบริกรก็ทะยอยนำเอาอาหาร 4-5 มาเสิร์ฟให้

ยี่หวามองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาแปลกใจ เพราะแต่ละอย่างล้วนแล้วแต่เป็นของชอบของตัวเองทั้งนั้น ภูมิชายยิ้มเพราะเขาเป็นคนจัดการทุกอย่าง เพื่อให้ยี่หวาประทับใจนั่นเอง
“ของโปรดของคุณทั้งนั้นเลยใช่มั้ยครับ”
“คุณภูมิรู้ได้ยังไงคะ”
“ไม่แปลกหรอกครับ ถ้าเราสนใจใครซักคน เราก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเค้าชอบ หรือไม่ชอบอะไร” ภูมิชายยกมือขึ้น กวักมือเรียกนักดนตรี พอเห็นภูมิชายยกมือขึ้นเป็นการส่งสัญญาณนักดนตรีก็เปลี่ยนเพลงเล่นทันที
มันเป็นเพลงเดียวกับที่ณนนท์เคยเล่นให้ยี่หวาฟัง ยี่หวาอึ้งอีก ที่ภูมิชายจัดเพลงนี้ เสี้ยวนาทีนั้นภาพณนนท์ตอนเล่นและร้องเพลงนี้ ก็ปรากฏชัดขึ้นมาในความคิดคำนึงของยี่หวาทันที
“ครั่นครื้น ดั่งเพลงสวรรค์ วิมานคนธรรพ์ลั่นฟ้ามาใกล้ เทพบุตรนางฟ้าไทย โอบกอดกันพลิ้วไป พลิ้วไปพร้อมกับเสียงเพลง สุขคร้าน ผ่านฟลอร์ เฟื่องฟ้า ร้อนแรงลีลาที่ล้าและเร่ง ปลื้มดื่มด่ำตามเสียงเพลง สนุกกันครื้นเครง เพราะรสประเลง ปลุกใจ...”
ยี่หวาจิตใจเลื่อนลอย เมื่อนึกถึงณนนท์ เลยไม่ได้ยินที่ภูมิชายเรียก
“คุณยี่หวา คุณยี่หวาครับ คุณยี่หวา”
“คะ ว่าไงคะ” ยี่หวารู้สึกตัวกลับสู่ความจริงตรงหน้า
ภูมิชายไม่รู้เรื่อง พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“ท่าทางคุณจะชอบเพลงนี้มากนะครับ” ภูมิชายจับมือยี่หวา “ผมดีใจมากนะครับ ที่คุณให้โอกาสผม ผมสัญญา ว่าผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจที่มาคบกับผม”
ยี่หวาหน้าเจื่อนไป เพราะทุกโมงยามของความคิด ในใจเธอมีแต่ณนนท์ ไม่ได้คิดถึงภูมิชายแม้แต่น้อย

หลังจบดินเนอร์หรู ภูมิชายพายี่หวามาเดินเล่นอยู่ในสวนของโรงแรม
“เสียดายนะครับ ถ้าเป็นต่างจังหวัดอากาศ เราคงเห็นดาวเต็มฟ้าแต่นี่ในกรุงเทพฯ ไม่เห็นอะไรซักอย่าง”
ยี่หวายิ้มบางๆ
“คุณภูมิคิดดีแล้วเหรอคะที่จะมาคบกับฉัน คนดีๆ เพอร์เฟ็กต์อย่างคุณ น่าจะหาผู้หญิงที่ดีกว่าฉันได้ไม่ยาก ฉันมันก็แค่แม่ม่ายลูกติดคนนึงเท่านั้นเอง”
ภูมิชายยิ้มบางๆ ก่อนหยอดคำหวาน
“ผมไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะครับ ผมอายุมากพอที่จะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และผู้หญิงแบบไหนที่เหมาะสมกับผม ผมรักคุณนะยี่หวา ไม่ว่าคุณจะเป็น แม่ม่ายหรืออะไรก็ตาม แต่ผมก็จะพูดเหมือนเดิม ว่าผมรักคุณ”
ภูมิชายพูดแล้วหันมาสบตายี่หวานิ่ง ก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าเพื่อจะจูบยี่หวา ยี่หวายืนนิ่งเหมือนเต็มใจจะรับจูบจากภูมิชาย แต่จิตใจยี่หวากลับนึกไปถึงณนนท์อีก

วันแห่งความทรงจำวันนั้น หลังจากณนนท์ครุ่นคิดอะไรในใจอยู่แล้วตัดสินใจพูดกับยี่หวา
“คุณยี่หวาครับ จากเหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้ผมคิดได้ว่า ผมอยากจะดูแลคุณตลอดไป ขอให้ผมดูแลคุณได้มั้ยครับ”
“คุณนนท์”
“ผมรักคุณนะยี่หวา”
ณนนท์มองยี่หวาด้วยสายตาที่บอกถึงความรักเต็มหัวใจ ยี่หวารู้สึกหัวใจพองโตจนต้องยิ้มออกมา

ยี่หวารู้สึกตัวรีบเบี่ยงตัวหลบออกมาโดยอัตโนมัติ ก่อนที่ภูมิชายจะจูบ ชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด เพียงแค่นึกถึงคำบอกรักจากปากณนนท์ ยี่หวาก็รู้แล้วว่าหัวใจของตัวเองยังอยู่ที่ณนนท์เสมอ
“ผมขอโทษ ผมคงเร่งรัดคุณมากไป คุณอย่าโกรธผมเลยนะ” ภูมิชายหน้าเสีย
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกค่ะ ฉันต่างหากที่เป็นฝ่ายต้องขอโทษคุณ ฉัน...ฉันรักคุณไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
ภูมิชายหน้าเครียด โมโหขึ้นมาทันที
“ทำไม ผมไม่ดีตรงไหน” ภูมิชายฉุกคิดขึ้น ยิ่งโกรธหนัก จับแขนยี่หวา “เพราะไอ้ณนนท์ใช่มั๊ย ถึงขนาดนี้แล้ว คุณยังลืมมันไม่ได้อีกรึไง”
ยี่หวาเจ็บเพราะภูมิชายบีบแรงมาก
“โอ๊ย คุณภูมิ ฉันเจ็บนะคะ”
ภูมิชายรู้สึกตัว ตั้งสติได้ รีบปล่อยมือ
“ผมขอโทษ”
“จริงๆ ไม่ใช่คุณไม่ดีหรอกนะค่ะ คุณดี ดีมากด้วย แต่...ฉันรักนนท์ค่ะ ฉันไม่รู้จะให้เหตุผลกับคุณยังไง แต่ฉันรักเค้า...ขอโทษนะคะ”
ยี่หวาพูดแค่นั้นก็รีบเดินออกไป โดยไม่รู้ว่าเวลานั้น ภูมิชายมองตามยี่หวาด้วยสายตาริษยาเคียดแค้นณนนท์สุดๆ
“ไอ้ณนนท์”

คืนเดียวกันนั้น ณนนท์กำลังอุ้มไข่ตุ๋นที่หลับสนิท วางลงบนเตียงนอนที่บ้านอย่างทะนุถนอม โดยมีเท่งยืนอยู่ใกล้ๆ ณนนท์เป็นกังวลเรื่องที่เอนิตาจะกลับเข้าบ้านหลังนี้อีก เกรงผู้เป็นพ่อจะไม่สบายใจ
“นิตาเค้าดูแลไข่ตุ๋นคนเดียวไม่ไหว ผมเลยให้เค้ามาอยู่ที่นี่ชั่วคราว พ่อคงไม่ว่าอะไรนะครับ”
“จะว่าอะไรล่ะ ยังไงเค้าก็เป็นแม่ของเจ้าไข่ตุ๋น เออ แล้วตกลงเจ้าไข่ตุ๋นเป็นอะไรแน่”
“หมอสันนิษฐานว่าอาจจะมีเนื้องอกในสมอง” ณนนท์ลูบหัวไข่ตุ๋นด้วยความสงสาร “ก็คงต้องตรวจอีกหลายครั้งละครับ กว่าจะแน่ใจได้”
เท่งพยักหน้ารับรู้
“ขออย่าให้เป็นอะไรร้ายแรง หรือต้องผ่าตกผ่าตัดอะไรเล๊ย เจ้าไข่ตุ๋นไปอยู่กับแม่ที่เมืองนอก ก็ยังมีโอกาสได้เจอ แต่ถ้า...”
เท่งหน้าเสีย พูดไม่ออกสักคำ ณนนท์หน้าเศร้า หันไปมองไข่ตุ๋นด้วยความรักและห่วงใยเต็มเปี่ยม
ขณะนั้นเอง เสียงมือถือของณนนท์ก็ดังขึ้น ณนนท์กลัวไข่ตุ๋นตื่น รีบออกมาคุยโทรศัพท์ข้างนอกทันที
“ฮัลโหล...” ณนนท์มีสีหน้าแปลกใจ “ครับ ใช่ครับ ไม่ทราบจากไหนครับ ... ตำรวจ...”

ณนนท์มองดูเอกสารสำคัญที่ใช้ฟ้องร้องเอนิตาที่มอบให้ภูมิชาย ซึ่งตอนนี้มาวางอยู่บนโต๊ะบนสถานีตำรวจอย่างงงๆ
“เอกสารพวกนี้เป็นของคุณใช่มั้ยครับ” ตำรวจถาม
“ครับ มันเป็นเอกสารที่ผมให้คุณภูมิชายไปตอนมีเรื่องฟ้องร้องกับภรรยาผม เค้าถูกโจรชิงทรัพย์แล้วหลักฐานพวกนี้ก็ติดไปกับกระเป๋าเอกสารหมด คุณตำรวจได้มาได้ยังไงกันครับ”
ณนนท์สงสัยขึ้นมาครามครัน

ณนนท์กับตำรวจเดินเข้ามาในห้องดูตัวผู้ต้องหา และยืนดูศักดิ์กำลังให้ปากคำกับตำรวจอยู่ไม่ไกลนัก ณนนท์ได้รู้ว่าชายคนนั้นชื่อ ศักดิ์ และเป็นลูกน้องภูมิชาย
“ไอ้หมอนั่นล่ะครับที่เป็นคนเอาไป นายภูมิชายจ้างนายศักดิ์เล่นละครทำเป็นโจรชิงทรัพย์แล้วให้กล้องวงจรปิดถ่ายภาพไว้ เพื่อตัวเองจะได้ไม่เป็นที่น่าสงสัย แต่สัจจะไม่มีในหมู่โจรแทนที่นายศักดิ์มันจะทำลาย กลับเก็บไว้เผื่อนายภูมิชายหักหลังมัน แล้วก็ได้ใช้จริงๆ”
“แล้วไอ้หมอนี่มันบอกรึเปล่าครับ ว่าทำไมนายภูมิชายถึงทำแบบนี้”
“เห็นว่าเค้าอยากให้คุณแพ้คดีจะได้เสียลูก ถ้าคุณทนไม่ไหวก็ต้องกลับไปคืนดีกับภรรยาเก่าเพื่อลูก ทีนี้ผู้หญิงคนที่คุณชอบอยู่ก็เป็นของเค้า”
พอณนนท์เริ่มปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมด ก็โกรธที่ถูกภูมิชายหลอกมาตลอด

เวลาเดียวกันนั้นไข่ตุ๋นก็เกิดอาการปวดหัวหนัก โดยเอนิตาได้แต่คุยโทรศัพท์มือถือด้วยความกระวนกระวาย ทำอะไรไม่ถูก
“โอ๊ยๆๆ แม่ ปวด ไข่ตุ๋นปวดหัว โอ๊ย”
ไข่ตุ๋นอยู่ในอาการปวดหัวมาก นอนบิดไปมาอยู่ที่โซฟา
“นี่นนน์ คุณอยู่ไหนน่ะ กลับบ้านมาหน่อยสิฉันจะบ้าตายอยู่แล้วนะ”
ณนนท์รับโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โรงพัก อย่างร้อนใจสุดๆ
“ผมทำธุระอยู่ คุณทำตามที่หมอสั่งรึเปล่า ทำไมไข่ตุ๋นถึงปวดหัวขึ้นมาอีก”
“ฉันจะไปรู้เหรอ อย่ามาจับผิดฉันได้มั้ย พ่อคุณก็ไม่อยู่ ฉันอยู่คนเดียวเครียดจะแย่อยู่แล้ว”
ณนนท์เครียดหนัก ตำรวจเดินพาศักดิ์ ใส่กุญแจมือเข้ามาในห้อง ณนนท์หันไปพูดโทรศัพท์กับเอนิตาต่อ
“คุณเอายาให้ไข่ตุ๋นกินก่อน ถ้าไม่หายก็รีบพาไปโรงพยาบาล เสร็จธุระผมจะรีบไปหาด่วนเลย”
ณนนท์กดวางสาย หันไปหาตำรวจ สายตาณนนท์ มองไปที่นายศักดิ์ที่ก้มหน้าไม่กล้าสบตา

ทางด้านเอนิตากดวางสาย แล้วเดินไปหยิบถุงยา มียาอยู่หลายตัว ยิ่งร้อนรนก็ยิ่งไม่รู้ว่าตัวไหนเป็นตัวไหน
“ยาไหนบางเนี่ย ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้ด้วยนะยัยไข่ตุ๋น”
ทันใดนั้น ไข่ตุ๋นก็อ้วกออกมาอีก อ้วกเลอะโซฟา เลอะพื้น เลอะเสื้อผ้าตัวเองเต็มไปหมด
เอนิตาเห็นไข่ตุ๋นอ้วกก็ตกใจ เหม็นอ๊วกไม่รู้จะทำยังไงดี

วันต่อมาไข่ตุ๋นนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง โดยมียี่หวาคอยเช็ดตัวให้ และเปลี่ยนชุดให้ใหม่แล้ว ในขณะที่เอนิตายืนดูอยู่ใกล้ๆ
ยี่หวาจับหน้าผากไข่ตุ๋นเห็นอุณหภูมิปกติ ก่อนจะหันไปพูดกับเอนิตา
“ต่อไปคุณต้องระวัง อย่าให้ไข่ตุ๋นอยู่ในที่อากาศร้อนๆอีกนะคะ แล้วก็อย่าให้แกเล่นซนจนเหนื่อยด้วย ไม่อย่างงั้นก็จะปวดหัวอีก”
เอนิตาพนักหน้ารับ
“ฉันรู้ละ เอ่อ ยังไงก็ขอบใจเธอมากนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ งานพวกนี้คุณไม่เคยทำ เดี๋ยวต่อไปคุณก็ชินเอง”
ยี่หวาหันไปหยิบเสื้อผ้าชุดเก่าของไข่ตุ๋นที่เลอะอ้วก ซึ่งวางอยู่บนพื้นขึ้นมา โดยไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย
“ฉันเอาไปซักก่อนนะ”
แล้วยี่หวาก็เดินออกจากห้องไป

ยี่หวาเดินออกมาที่บริเวณหลังบ้าน กำลังซักเสื้อของไข่ตุ๋นด้วยมือของตัวเอง โดยมีเอนิตายืนมอง
“ทำไมไม่เอาเข้าเครื่อง ซักมือทำไม” เอนิตาถาม
ยี่หวาพูดไปซักไป
“เสื้อผ้าชุดสองชุด เอาเข้าเครื่องได้ไง เปลืองไฟแย่” ยี่หวาหันไปพูดกับเอนิตา “แล้วเรื่องเนื้องอก หมอว่าไงบ้าง ไข่ตุ๋นต้องผ่าตัดรึเปล่า”
“ไม่รู้ ฉันฟังมากๆ แล้วเครียด ก็เลยให้นนท์เค้าคุยกับหมอเอง”
ยี่หวาฟังแล้วก็ถอนหายใจออกมา
“ขออย่าให้ต้องผ่าตัดเลย เด็กตัวแค่นี้ ถ้าต้องผ่าสมองไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง เอ่อ แล้วนี่เมื่อไหร่นนท์ถึงจะกลับล่ะ”
“ถามทำไม”
เอนิตาระแวง หน้าบึ้งตึงทันที ยี่หวาเห็นอาการก็อ่อนใจ
“ฉันจะได้กลับไปก่อนที่จะเจอหน้าเค้าน่ะสิ อย่าระแวงนักเลยน่ะ ฉันรับปากแล้ว ไม่คืนคำหรอก”
ยี่หวาซักเสื้อผ้าเสร็จบิดให้หมาดแล้วเอาไปตาก
เอนิตามองตาม ด้วยสายตาที่ยังคงหวาดระแวงตลอดเวลา

ไข่ตุ๋นตื่นขึ้นมาตอนเย็นๆ เดินงัวเงียๆ ลงมาจากชั้นบน ในขณะที่เอนิตากำลังคุยโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด
“ทำไมฉันจะไม่อยากไปยะ วันๆ อยู่แต่ในบ้านยังกะติดคุก...ก็มันไปไม่ได้ ถ้าไปแล้วใครจะดูแลลูกฉันล่ะ” ยิ่งฟังเพื่อนยั่วก็ยิ่งหงุดหงิด “หยุดยั่วกิเลสฉันซะทีน่ะ จะซิกซ์แพ็ค ใสกิ๊ก หุ่นเซี๊ยะยังไง ฉันก็ไปไม่ได้ทั้งงั้นแหละ”
เอนิตากดตัดสายด้วยความหงุดหงิด พอหันกลับไปก็เห็นไข่ตุ๋นยืนมองตนอยู่
“ตื่นแล้วเหรอยัยไข่ตุ๋น”
“ค่ะ แม่อยากออกไปเที่ยวเหรอคะ ถ้าแม่เบื่อ ก็ออกไปได้นะคะ ไข่ตุ๋นอยู่คนเดียวได้”
ไข่ตุ๋นพูดพาซื่อตามความเคยชิน เอนิตาเซ็งๆ
“ไม่ต้องหรอกย่ะ เดี๋ยวพ่อแกก็มาด่าฉันอีก แล้วนี่ยังปวดหัวอยู่รึเปล่า”
“ไม่แล้วค่ะ” เข้าไปกอดประจบแม่ “ก็แม่คอยดูแลไข่ตุ๋นอย่างดี ไข่ตุ๋นก็ต้องหายสิคะ”
“แม่น่ะเหรอ ดูแลเรา” เอนิตางงๆ
ไข่ตุ๋นพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ค่ะ ไข่ตุ๋นฝัน ว่าแม่ป้อนยา เช็ดตัวแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ไข่ตุ๋นด้วย ไข่ตุ๋นมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”
เอนิตาหน้าเจื่อนลงไปทันที เพราะสิ่งที่ไข่ตุ๋นพูดทั้งหมด เป็นฝีมือยี่หวาทั้งนั้น

ที่สตูดิโอของยิ่ง สุดยอดกำลังเดินจะเข้าไปในห้องแต่งตัว วุ้น ก้อยก็เปิดประตูออกมาก่อน วุ้นหน้าบึ้งตึง
“พี่ยอด วันนี้ไม่มีคิวไม่ใช่เหรอคะ แล้วมาทำไม อย่าบอกนะว่าจะดักพบยัยหยี พวกเราอุตส่าห์จัดคิวไม่ให้ตรงกับพี่แล้วนะ”
สุดยอดหน้าจ๋อยๆ
“เปล่าหรอกครับ ผมฝากต้อมมันซื้อของน่ะ แต่มันดันลืมทิ้งไว้ในห้อง ผมก็เลยจะมาเอา”
สุดยอดทำท่าจะเข้าห้องไปเอาของ ก้อยรีบขวางไว้ไม่ให้เข้า
“เข้าไม่ได้ค่ะ หยียังอยู่ข้างใน แล้วเราก็คิดว่าช่วงนี้พี่กับหยีไม่ควรเจอหน้ากันด้วย”
“ทำไม”
“ก็เพราะเราไม่อยากให้ภรรยา...” ก้อยเน้นเสียงตรงคำสุดท้าย “...ของพี่ มาตามราวีเพื่อนเราอีกน่ะสิคะ”
“หยีกำลังเริ่มตั้งหลักได้ หวังว่าพี่คงไม่ทำให้เพื่อนเราทรุดลงไปอีกนะคะ”
สุดยอดจ๋อยสนิท พูดไม่ออก แต่ขณะนั้นเอง ยาหยีก็เปิดประตูออกมา ก้อยตกใจ
“หยี แกออกมาทำไมเนี่ย”
ยาหยียื่นกล่องของขวัญกล่องเล็กๆ ให้สุดยอด
“นี่ใช่มะ ที่นายจะมาเอา”
สุดยอดรับกล่องของขวัญไป “ใช่ เอ่อ หยี...”
สุดยอดจะพูดต่อ ถูกยาหยีพูดสวนขึ้น
“มีอะไรอีกมั้ย”
สุดยอดจ๋อยๆ
“ไม่มี ขอบใจนะ”
สุดยอดเดินคอตกกลับไป วุ้นชูนิ้วแม่โป้งให้ยาหยี
“เจ๋งมากยัยหยี มันต้องงี้ดิ ฉันนึกว่าแกยังไม่หายเสียศูนย์ซะอีก”
“นิสัยฉันเป็นยังไงพวกแกก็รู้นี่ จบก็คือจบ ไม่มีอะไรหรอก เอ่อ เดี๋ยวฉันไปห้องน้ำก่อนนะ แล้วไปเจอกันที่รถ”
พูดจบยาหยีเดินเลี่ยงไป แต่พอลับสายตาเพื่อน ยาหยีก็น้ำตาคลอเบ้า แทบหมดแรงจนต้องใช้มือยันกำแพงไว้ เพียงแค่เห็นหน้าสุดยอดอีกครั้ง ความอดทนของตนก็แทบพังทลายลง

สุดยอดนั่งอยู่ ในมือถือกล่องของขวัญ สีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง เสียใจ
ว่าน นัท โมน สามเกลอเดินเป่าบีทบ๊อกซ์ ร้องแร๊ป เนื้อหาเกี่ยวกับวุ้น ก้อย แฟนตัวเอง เข้ามา พอเห็นสุดยอดนั่งอยู่ ก็เข้าไปร้องแร็ปแหย่สุดยอด แต่แหย่แล้วแหย่อีก สุดยอดก็ซึมลูกเดียว ไม่เล่นด้วย
จนสามเกลอต้องหันไปมองหน้ากัน เสียเซลฟ์กันเป็นแถว
“เฮ้ย อะไรวะ วันนี้เงินเดือนออกไม่ใช่เหรอ แจ่มใสหน่อยดิเพื่อน”
ว่านถาม เล่นเอา นัทหน้าตื่นตกใจ
“ฮ๊า หรือว่าพี่ยิ่งเบี้ยวเงินแก หนอย ทีใช้ล่ะใช้ได้ ทีจ่ายเงินล่ะชักดาบ อย่างงี้มันต้องแฉ...”
“พอๆ พอเลยไอ้นัท มีแฟนเป็นนักข่าวหน่อย เอะอะก็แฉตลอดเลยนะ”
สุดยอดรีบปราม นัทยิ้มเขินๆ
“ที่ข้าเครียดเพราะเรื่องนี้ต่างหาก” สุดยอดชูกล่องของขวัญให้ดู “ข้ากะจะเอามาให้หยีเค้าที่เค้าทำรายการดีไอวายครบหกเดือน แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นซะก่อน คงไม่มีโอกาสให้แล้วละ”
ขาดคำ เพิร์ลลี่ก็เดินตัวปลิวเข้ามา
“พี่ยอดขา เสร็จงานแล้วกลับกันเถอะค่ะ” เพิร์ลลี่ยิ้มแย้ม พอเหลือบเห็นกล่องของขวัญระแวงขึ้นมา “นั่นของขวัญใครอ้ะ เอามาดูดิ๊” พร้อมกับดึงของขวัญไปจากมือสุดยอดทันที
“นี่มันเกินไปแล้วนะเพิร์ลลี่ หัดมีมารยาทบ้างสิ” สุดยอดเหลืออด
“อะไร แค่นี้ทำไมต้องโกรธด้วย นี่ของขวัญใครยาหยีให้มาใช่มั้ย ถึงได้หวงซะขนาดเนี้ย ด้านสุดๆ จนป่านนี้แล้วยังไม่เลิกยุ่งกับพี่ยอดอีกเหรอ...”
สุดยอดโมโหมาก ดึงกล่องของขวัญกลับมา
“เลิกเพ้อเจ้อซะที รำคาญ”
สุดยอดพูดแค่นั้นก็เดินลิ่วออกจากห้องไป เพิร์ลลี่มองตามด้วยความแค้น จังหวะนั้น ว่าน นัท และโมน หันมาเหล่กัน หมั่นไส้เพิร์ลลี่เป็นทุนอยู่แล้ว
“ได้มาแต่ตัว” ว่านยักไหล่กวนๆ
“แต่ไม่ได้หัวใจ” นัทต่อ
“เลยต้องระแวง”
โมนเสริม แล้วทั้งสามหนุ่มก็สลับกันแร็ปตามถนัด
“ว่าจะถูกแย่งไป
“อย่างงี้เค้าเรียก”
“กรรมตามสนอง”
“ฮึ ฮึ ฮึ / ฮะ ฮะ ฮะ”
สามหนุ่มเย้ยเพิร์ลลี่เสร็จ ก็เดินเลี่ยงไป

ปล่อยให้เพิร์ลลี่กัดเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นสุดๆ

อ่านต่อหน้า 2







ลิขิตเสน่หาตอนที่ 22 (ต่อ)

ยาหยีอยู่ที่ร้านมอร์ แดน ทรี เวลานั้นเธอกำลังฉีดพรมน้ำให้ดอกไม้อยู่ สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ยาหยีเห็นเป็นเบอร์แปลกๆ แต่ก็กดรับสาย

“ฮัลโหล ค่ะ”
เป็นโทรศัพท์จากเพิร์ลลี่นั่นเอง กำลังยืนพิงรถคุยมือถืออยู่ พอยาหยีรับสายเพิร์ลลี่ก็ตวาดแว้ดขึ้นมา
“หน้าด้าน พี่ยอดแต่งงานแล้ว แกยังคิดจะแย่งอีกเหรอ”
ยาหยีเซ็งสุดๆ ที่เป็นเพิร์ลลี่
“นี่ลงทุนเปลี่ยนซิม เพื่อโทรหาฉันเลยเหรอ ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอหรอกนะเพิร์ลลี่ พอซะทีเหอะ”
“ไม่พอ จนกว่าแกจะเลิกยุ่งกับสามีฉัน”
“ประสาท” ยาหยีรำคาญมาก
“แกสินังโรคจิต ชอบแย่งผัวชาวบ้าน”
“ถ้าไม่เลิก เธอโดนดีแน่เพิร์ลลี่” ยาหยีชักโมโห
“แกก็เลิกก่อนสิ ถ้าแกไม่เริ่มฉันจะยุ่งกับแกมั้ย ทางที่ดี ฉันว่าแกลาออกจากรายการพี่ยิ่ง แล้วก็ไสหัวออกไปจากชีวิตเราเลยดีกว่า”
“แล้วเรื่องอะไรฉันต้องทำแบบนั้นด้วย ฉันเตือนเป็นครั้งสุดท้ายนะเพิร์ลลี่ เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนเอาจริงแค่ไหน ถ้ายังไม่ยอมเลิกล่ะก็ เธอได้ลงหน้าหนึ่งแน่”
ยาหยีกดวางสายด้วยความเซ็งสุดๆ เพิร์ลลี่กดวางสาย ผุดยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา เพราะในใจวางแผนร้ายเล่นยาหยีเอาไว้ และยาหยีก็ตกหลุมพรางเรียบร้อย
“แต่ก่อนหน้านั้น แกได้ขึ้นหน้าหนึ่งก่อนฉันชัวร์ ยัยยาหยี”

เย็นวันนั้นที่ห้องนั่งเล่นบ้านบุญเลื่อง วุ้น และก้อยกำลังเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คให้ยาหยีฟังคลิปเสียงของเพิร์ลลี่อยู่ มันเป็นคลิปเสียงยาหยีที่ถูกเพิร์ลลี่ตัดต่อและแต่งเสียงขึ้นมาใหม่
“คุณยาหยีคะ” เพิร์ลลี่เสียงเครือ
“นี่ลงทุนเปลี่ยนซิม เพื่อโทรหาฉันเลยเหรอ ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอหรอกนะเพิร์ลลี่ พอซะทีเหอะ”
ประโยคนี้ยาหยีพูดจริงๆ
“เพิร์ลลี่ก็ไม่ได้อยากรบกวนคุณหรอกค่ะ แค่อยากขอให้คุณ หยุดทำผิดศีลธรรมซะที”
“ประสาท”
เสียงเพิร์ลลี่ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา
“พี่ยอดเค้าแต่งงานกับเพิร์ลลี่แล้วนะคะ คุณยังจะเข้ามาเป็นมือที่สามอีกเหรอ ไม่มีทาง เพิร์ลลี่ไม่มีวันยอมให้คุณทำลายครอบครัวของเราหรอก”
“ถ้าไม่เลิก เธอโดนดีแน่เพิร์ลลี่”
เพิร์ลลี่เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นดูคล้ายกับเสียใจกับคำพูดของยาหยีเต็มประดา
“นี่คุณถึงกับขู่เพิร์ลลี่เลยเหรอ ทำไม เพิร์ลลี่ก็ดีกับคุณมาตลอด ทำไมคุณทำแบบนี้ พอเถอะนะคะคุณยาหยี พี่ยอดเค้าเลือกเพิร์ลลี่แล้วคุณตัดใจซะเถอะ”
“แล้วเรื่องอะไรฉันต้องทำแบบนั้นด้วย ฉันเตือนเป็นครั้งสุดท้ายนะเพิร์ลลี่ เธอก็รู้ ว่าฉันเป็นคนเอาจริงแค่ไหน ถ้ายังไม่ยอมเลิกล่ะก็ เธอได้ลงหน้าหนึ่งแน่”
วุ้นกดปิดคลิป พูดแขวะเพื่อนที่ตกเป็นเหยื่อเพิร์ลลี่อย่างเซ็ง!
“ไงยะยัยหยี คลิปเมียหลวงทะลวงไส้ นี่ไม่กี่ชั่วโมงมีคนกดเข้าไปฟังเป็นหมื่นแล้วนะแก สงสัยพรุ่งนี้มีถึงแสนแหง”
ยาหยีฟังแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“นี่ถึงขนาดตัดต่อเสียงกันเลยเหรอ ฉันล่ะนับถือความพยายามของยัยนี่จริงๆ”
“อุ๊ย หนากว่านี้ ด้านกว่านี้ ยัยนี่ก็ทำมาแล้ว ไม่งั้นพี่สุดยอดจะเสร็จมันเหรอ”
ฟังที่ก้อยพูด ยาหยีมีสีหน้าเศร้าลง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นี้
“แกจะให้ฉันเปิดฉากสวนกลับมั๊ย เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันระดมเพื่อนในวงการนักข่าวให้” วุ้นบอก
แต่ยาหยีส่ายหน้าไม่เอาด้วย
“ไม่อ้ะ ให้มันจบไปเถอะ ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวอะไรกับพวกเค้าอีกแล้ว”
“อย่างงี้แกก็เสียฝ่ายเดียวสิ เข้าทางยัยเพิร์ลลี่กันพอดี”
“ช่างเหอะ ข่าวพวกนี้เดี๋ยวคนก็ลืม ฉันอยากดีลีทคนสองคนนี่ไปจากชีวิตฉันซะที แค่นี้ก็วุ่นวายมามากพอแล้ว”

คืนเดียวกันนั้น ภายในห้องนอนเพิร์ลลี่ สุดยอดกำลังคุยมือถืออยู่เรื่องคลิปเสียงยาหยีนั่นเอง
“ข้าเข้าไปฟังแล้ว ขอบใจเอ็งมากนะ” สุดยอดฟังอีกฝ่าย พยักหน้ารับรับรู้ “โอ.เค. ได้ หวัดดี”
สุดยอดกดวางสาย แล้วหันไปมองเพิร์ลลี่ ที่ยืนลอยหน้าลอยตาท้าทายรออยู่ เพิร์ลลี่สบโอกาสก็ยิ้มยั่วโมโหออกมาอย่างไม่แคร์ เพราะรู้จากน้ำเสียงที่สุดยอดคุยโทรศัพท์เมื่อครู่นี้
“อยากจะดุด่าอะไรเพิร์ลลี่ก็ว่ามาเลยค่ะ แต่เพิร์ลลี่ยืนยัน ว่าเพิร์ลลี่ทำไปเพื่อป้องกันนังยาหยี ไม่ให้มาแย่งพี่ไปจากเพิร์ลลี่”
สุดยอดถอนหายใจ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด หยิบหมอน ผ้าห่ม เตรียมตัวจะออกไปนอนที่อื่น
“นี่พี่จะไปไหนอ้ะ จะไปนอนโซฟาอีกแล้วเหรอ เพิร์ลลี่ไม่ยอมนะ”
สุดยอดไม่สน หอบหมอนผ้าห่มออกจากห้องไป
เพิร์ลลี่ยังเดินตามไป “พี่ยอดๆ มาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะ พี่ยอด”

สุดยอดหอบหมอน ผ้าห่มมานอนที่โซฟา โดยมีเพิร์ลลี่เดินตามมาในโหมดอารมณ์โมโหหึง
“เพราะนังยาหยีใช่มั้ย พี่ถึงกับทำแบบนี้เลยเหรอ มันมีดีอะไร ทำไมถึงลืมมันไม่ได้ซะที”
สุดยอดไม่พูด และไม่ตอบ นอนลงที่โซฟาแล้วคลุมโปงไปเลย
“อย่ามาทำแบบนี้กับเพิร์ลลี่นะพี่ยอด มาคุยกันก่อน”
เพิร์ลลี่พยายามดึงผ้าห่มออก แต่สุดยอดดึงผ้าห่มไว้แน่น ไม่ยอมให้เพิร์ลลี่ดึงได้ เพิร์ลลี่โมโหมาก ทุบตีสุดยอดเป็นพัลวัน
“ไอ้บ้า บ้าๆ เลิกกับนังยาหยีเดี๋ยวนี้นะ รับปากมาสิว่าจะเลิกกับมัน พูดซิ พูดๆ”
สุดยอดคลุมโปงนิ่ง ปล่อยให้เพิร์ลลี่ทุบตีตามสบาย ยิ่งสุดยอดไม่ตอบโต้ไม่พูดใดๆ เพิร์ลลี่ก็ยิ่งคลุ้มคลั่ง ทุบตีสุดยอดไม่ยั้ง

เช้าวันต่อมาที่ ณนนท์ไปที่สำนักงานทนายของภูมิชาย โดยไปนั่งรออยู่ก่อนแล้ว พอภูมิชายเปิดประตูเข้าห้องทำงานมา ก็เห็นณนนท์กำลังยืนหยิบจับหนังสือ อยู่ที่ชั้นหนังสือของตัวเองอยู่ ภูมิชายปั้นหน้ายิ้มทักทาย
“มานานแล้วเหรอครับคุณณนนท์ ขอโทษนะครับ พอดีผมไปส่งข้าวตูที่โรงเรียนกับยี่หวาน่ะครับ ก็เลยมาช้า”
“ไม่เป็นไรครับ” ณนนท์ตอบด้วยสีหน้าจ๋อยลง
“แล้วคุณณนนท์มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”
“ผมจะมาปรึกษาน่ะครับ ถ้าผมมีหลักฐานสำคัญเพิ่มเติม ว่านิตาเค้าเป็นแม่ที่ไม่มีความรับผิดชอบ
เราพอจะรื้อฟื้นคดีขึ้นมาได้อีกรึเปล่าครับ” ณนนท์ปรึกษษน้ำเสียงเรียบ
“ถ้าเป็นหลักฐานสำคัญจริงๆ ก็น่าจะได้ครับ” ภูมิชายมีสีหน้าหน้าขรึมลง ท่าทางเอาจริง “ผมเองก็อยากจะแก้ตัวจากคราวที่แล้วเหมือนกัน ถ้ายังไงคราวนี้ ผมจะไม่ให้ผิดพลาดอีก เอ่อ เดี๋ยวคุณณนนท์รอซักครู่นะครับ ผมขอจัดการเรื่องส่วนตัวนิดหนึ่ง”
“เชิญครับ”
ทันทีที่พ้นจาณนนท์ ภูมิชายก็ผุดยิ้มร้ายๆ ออกมา พูดเบาๆ ยิ้มเยาะ
“ไอ้โง่เอ๊ย”

เวลาเดียวกันนั้นผู้ปกครองกำลังทยอยมาส่งเด็กๆ มาโรงเรียนอนุบาลเด็กดี เด็กๆ ทยอยเข้าแถวสวัสดีครูปราณีที่ยืนอยู่หน้าโรงเรียน ยี่หวาพาข้าวตูที่วันนี้มีหน้าตาเศร้าๆ มาส่ง ข้าวตูไหว้ครูปราณี หน้าเศร้าๆ
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีจ้ะ” ครูปราณีรับไหว้อย่างยิ้มแย้ม พอเห็นสีหน้าข้าวตู ก็แปลกใจ “เอ๊ะ วันนี้เป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะลูก ข้าวตู ไม่สบายรึเปล่า”
“เปล่าหรอกค่ะ ข้าวตูเค้าคิดถึงไข่ตุ๋น อยากไปเยี่ยม แต่ไข่ตุ๋นไม่สบายก็เลยไม่สะดวกน่ะค่ะ” ยี่หวาบอก
“ปู่เท่งบอกว่า วันนี้ไข่ตุ๋นต้องไปหาหมอนะครับ ข้าวตูอยากไปให้กำลังใจไข่ตุ๋น ทำไงดีล่ะครับคุณแม่ คุณครู” ข้าวตูขอครูปราณี เพราะห่วงไข่ตุ๋นจากใจจริง
“แหม ครูก็อยากให้กำลังใจไข่ตุ๋นเหมือนกันล่ะจ้ะ แต่ถ้าแห่กันไปเยอะๆ ไข่ตุ๋นก็ไม่ได้พักกันพอดีสิจ๊ะ แถมข้าวตูยังต้องเสียการเรียนด้วยนะ”
ยี่หวารู้สึกสงสารลูกกับไข่ตุ๋น ใช้ความคิดอยู่ครู่นึง ก่อนจะนึกขึ้นได้
“ครูคะ ถ้าเสียเวลาซักสิบห้านาทีเพื่อพวกเราจะได้ให้กำลังใจไข่ตุ๋น คุณครูโอ.เค.มั้ยคะ”
ครูปราณีมองยี่หวาด้วยความแปลกใจ ว่าจะทำอะไรกันแน่

เวลาต่อมาที่บ้านเท่ง เอนิตากำลังดูทีวีอยู่ โดยมีไข่ตุ๋นนั่งอยู่ใกล้ๆ เอนิตาออกอาการหงุดหงิด กดรีโมทเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่มีถูกใจซักช่อง ในที่สุดก็กดปิดมันไปซะเลย
เอนิตาหันไปหยิบแม็กกาซีนแฟชั่นขึ้นมาอ่าน แต่อ่านไปได้ซักพักก็หงุดหงิด โยนทิ้งไปอีกไข่ตุ๋นมองแม่ตาปริบๆ
“แม่อยากออกไปข้างนอกรึเปล่าคะ ไข่ตุ๋นอยู่คนเดียวได้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอก อีกเดี๋ยวก็ไปโรง’บาลแล้ว”
ขณะนั้นเอง ก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือของเอนิตาดังขึ้น
เอนิตาหยิบมือถือมาดูเบอร์ กดรับ
“ยี่หวา มีอะไร... ยัยไข่ตุ๋นไปตอนบ่าย เธอถามทำไม”
เอนิตาหันไปมองไข่ตุ๋น ไข่ตุ๋นมองกลับด้วยสายตางงๆ

ไข่ตุ๋น เห็นข้าวตูกำลังทักทายตัวเองอยู่ที่หน้าจอไอแพด ข้าวตูโบกไม้โบกมือ หน้าตายิ้มแย้ม
“ไข่ตุ๋น นี่เราเองนะ เห็นเรารึเปล่า วันนี้ไข่ตุ๋นจะไปหาหมอใช่ม๊า ขอให้หายไวๆ น๊า สู้ๆ”
ทันใดนั้น กังฟูก็ผลักข้าวตูออกไป แล้วหันมายิ้มแฉ่งให้ไข่ตุ๋น
“ไข่ตุ๋น รีบๆหายนะ จะได้มาเล่นด้วยกันอีก” กังฟูเบ่งกล้ามโชว์ “เห็นป่ะ เราล่ำบึ้กขึ้นตั้งเยอะ มีซิกซ์แพ็คด้วย คราวนี้เธอเตะบอลแพ้เราแน่”
ทันใดนั้น น้องน้ำก็ผลักกังฟูออกไปขอทักทายไข่ตุ๋นบ้าง น้องน้ำหันไปดุกังฟูก่อน
“พูดอะไรก็ไม่รู้ ไข่ตุ๋นไม่สบาย จะให้เตะบอลได้ยังไงไข่ตุ๋นหายเร็วๆ นะ….”
พูดไม่ทันจบ เพื่อนๆนักเรียน ทั้งห้อง ไม่ว่าจะเป็นน้องตูมตาม น้องตี่ตี๋ และอีกมากมายต่างแย่งกันมาคุยกับไข่ตุ๋นจนวุ่นวายไปหมดน้องน้ำไม่ยอมให้คุย เพื่อนๆ ก็ไม่ฟังเสียง แย่งคุยกันไปมาจนฟังไม่รู้เรื่อง
จนเดือนร้อนกรรมการอย่างครูปราณีรีบเข้ามาห้ามเด็กๆ
“หยุด หยุดเดี๋ยวนี้เด็กๆ เป็นระเบียบหน่อยสิจ๊ะ มาแย่งกันได้ไง” ครูปราณีหันไปยิ้มให้ไข่ตุ๋น เก๊กหน้า วางมาดสุดๆ “ไข่ตุ๋นจ๋า นี่ครูปราณีนะลูก ครูคิดถึงหนูมากเลย...”
จังหวะนั้นเอง ทั้งข้าวตู กังฟู น้องน้ำ และเพื่อนคนอื่นๆ ต่างรุมครูปราณีทันที ทั้งกระโดดกอด ยื่นหน้ามาคุยกับไข่ตุ๋น ชูรูปวาดให้กำลังใจ สารพัดที่แต่ละคนจะคิดออก ครูปราณีได้แต่ร้องโวยวาย ดุเด็กคนนั้นคนนี้แต่ก็ไม่มีใครฟังซักคน
ไข่ตุ๋นนั่งดูไอแพดอยู่ที่ระเบียงห้อง พร้อมกับหัวเราะขำ กับสิ่งที่ครูกับเพื่อนๆ ทำให้ตน ขณะที่เอนิตายืนมองไข่ตุ๋นหัวเราะอย่างมีความสุข ด้วยสีหน้าสลดใจ พอเห็นลูกมีความสุขก็อดนึกไม่ได้ ว่าถ้าตนพาลูกไปอยู่ด้วยแล้วจะเป็นยังไง
เวลาเดียวกันนั้นเอง ที่สนามเด็กเล่นโรงเรียนอนุบาลเด็กดี ครูปราณีกำลังควบคุมเด็กๆ ให้ยืนเรียงกันเป็นรูปหัวใจเพื่อให้กำลังใจไข่ตุ๋น โดยที่ยี่หวากำลังใช้ไอโฟนถ่ายทอดบรรยากาศ ทั้งภาพและเสียงไปให้ไข่ตุ๋นดูอยู่
“ซ้ายหน่อยค่ะลูก ซ้ายหน่อย...ตูมตามมาข้างหน้าก้าวนึงลูก...กังฟู หนูเก็บพุงหน่อยค่ะ แอ่นเกินหน้าเพื่อนแล้ว...โอเคๆ พอแล้วลูกพอ”
พูดจบครูปราณีก็รีบวิ่งไปรวมกับกลุ่มเด็กๆ
“เดี๋ยวพอครูนับถึงสาม เฮพร้อมกันเลยนะจ๊ะ ไข่ตุ๋นจะได้เห็นชัดๆ หนึ่ง สอง สาม”
ครูปราณีกับเด็กๆ เฮลั่นพร้อมตะโกน “หายไวๆนะ”
ยี่หวากำลังถ่ายทอดภาพ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
สายตาของไข่ตุ๋นมองเห็นภาพจากหน้าจอไอแพด เป็นรูปครูปราณีและเด็กๆ เพื่อนไข่ตุ๋น ยืนเรียงกันเป็นรูปหัวใจ แล้วเอามือทำเป็นหัวใจด้วย
ไข่ตุ๋นร้องไห้สะอึกสะอื้น ด้วยความตื้นตันใจ ซาบซึ้งสุดๆ

ไข่ตุ๋นคุยเรื่องนี้อวดเท่งทันทีที่เท่งมาถึงโรงพยาบาล โดยมีเอนิตานั่งซึมอยู่ใกล้ๆ
“โอ้โฮ ขนาดนั้นเลยเหรอ แหม ไฮเทคจริงๆ โว๊ย เด็กอนุบาลสมัยนี้” เท่งว่า
“ปู่เท่งน่าจะมาเห็นนะคะ เพื่อนๆ ไข่ตุ๋น มากันทั้งโรงเรียนเลย”
“ฮ๊า อย่างงั้นเลยเหรอ แล้วนี่ไอเดียใครล่ะเนี่ย ปู่ชักอยากเห็นหน้าแล้วซิ” เท่งถาม
“ก็น้ายี่หวาน่ะสิคะ น้ายี่หวาเก่งสุดๆ เลย อย่างงี้ต้องเอาไปออกรายการอายอด จะได้เป็น” ไข่ตุ๋นทำท่าเลียนแบบสุดยอดที่จำได้แม่นยำ “เจ๋งสุดๆกับยี่หวา”

เอนิตาไม่ค่อยพอใจที่ลูกชมยี่หวาออกหน้าออกตา
“พอได้แล้วน่ะยัยไข่ตุ๋น ออกแอ็กชั่นมาก เดี๋ยวก็ปวดหัวขึ้นมาอีกหรอก”
ขณะนั้นเอง พยาบาลก็เดินเข้ามาในห้อง
“คุณปู่น้องไข่ตุ๋นคะ รบกวนเซ็นเอกสารด้วยค่ะ” พยาบาลลอกเท่ง
“เดี๋ยวปู่มานะ” เท่งลูบหัวไข่ตุ๋น
เท่งเดินตามพยาบาลคนนั้น ออกจากห้องไป
“ตรวจไม่รู้กี่รอบแล้ว จะทำอะไรก็ไม่เห็นทำซักอย่าง”
“แม่คะ ไข่ตุ๋นจะตายรึเปล่าคะ”
“ทำไมพูดอย่างงี้ยัยไข่ตุ๋น” เอนิตาตกใจมาก ไม่คิดว่าลูกจะพูดอย่างงี้
“ก็ไข่ตุ๋นไม่เคยเป็นอย่างงี้เลยนี่คะ เวลาปวดหัว มันปวดเหมือนกับจะแตกออกเลย ไข่ตุ๋นก็เลยไม่รู้ว่าจะตายรึเปล่า”
เอนิตาได้ฟังก็ชักใจคอไม่ดี
“ตายเตยอะไร ไม่มีอะไรหรอกเดี๋ยวก็หายหมอเดี๋ยวนี้เก่งออก ต้องรักษาไข่ตุ๋นหายแน่ๆ”
“แล้วถ้าไข่ตุ๋นหาย แม่จะพาไข่ตุ๋นไปอยู่เมืองนอก ไม่ได้เจอกับพ่ออีกรึเปล่าคะ”
เอนิตาอึ้งไป ไม่รู้จะตอบลูกยังไงดี
ไข่ตุ๋นเข้าไปกอดแม่ด้วยความรัก
“ไข่ตุ๋นจะไปอยู่กับแม่ก็ได้ค่ะ จะไม่ดื้อไม่ซน แล้วก็ไม่คิดจะไปหาพ่ออีกแล้วค่ะ”
“ทำไมล่ะ เมื่อไม่กี่วันก่อน ยังร้องหาพ่ออยู่เลยไม่ใช่เหรอ”
“ก็แม่ไม่มีใครนี่คะ แม่ต้องอยู่คนเดียว แต่พ่อยังมีปู่เท่ง อายอด แล้วถ้าไข่ตุ๋นไม่ยอมไปอยู่กับแม่อีก แล้วแม่จะอยู่กับใครล่ะคะ”
เอนิตาซึ้งใจที่ลูกรักตนขนาดนี้ จนน้ำตาคลอเบ้า
“ไม่เอาแล้วเลิกพูดซะที แม่ไม่อยากฟัง”
เอนิตาพยายามกลั้นน้ำตาเต็มที่ ไม่ให้ร้องไห้ออกมาต่อหน้าลูก แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด เพราะไข่ตุ๋นคิดถึงตนตลอดเวลา แต่ตนเองไม่เคยสนใจความสุขของลูกเลย

สุดยอดกำลังทำหน้าที่พิธีกรรายการโซลเมท โดยวันนี้เขาสัมภาษณ์ดาชาย-หญิงคู่หนึ่ง ที่กำลังเดทกัน ที่ปกเสื้อสุดยอดเลอะคราบอาหารนิดหน่อย ในขณะที่ว่าน นัท โมน และทีมงานกำลังถ่ายทำรายการ วุ้น และก้อยคอยดูอยู่ใกล้ๆ
“และแล้ว เดทแรกก็จบลงที่ของหวาน กล้วยบวชชีของคุณโก้ กับ ข้าวเหนียวถั่วดำของน้องเบล”
“ไม่ใช่ครับ” ดาราชายคนนั้นสลับถ้วยของหวาน “ข้าวเหนียวถั่วดำของผมต่างหาก” พลางส่งยิ้มกรุ้มกริ่มไปให้ดาราหญิงคู่เดท “จริงมั้ยครับน้องเบล”
ดาราหญิงยิ้มเขิน
“แหม หวานแหววกันจังเลยนะครับ” สุดยอดยื่นไมค์ไปที่ดาราชาย
ดาราชายสบตาดาราหญิงทำตาปิ๊งๆใส่
“มันหวานสู้หน้าน้องเค้าไม่ได้หรอกครับ”
คราวนี้สุดยอดยื่นไมค์ไปที่ดาราหญิงบ้าง
“จริงรึเปล่าครับน้องเบล”
“ปากพี่โก้ เค้าหวานมากกว่าอีกค่ะ” ดาราหญิงพูดพร้อมทำท่าเขินอาย
สุดยอดปั้นหน้าเครียดใส่กล้อง
“ดูท่าคู่นี้มันชักจะยังไงๆแล้วนะครับ เอาไว้ติดตามคราวหน้าดีกว่าครับ ว่าพวกเค้าจะปิ๊งกันจริงรึเปล่า” สุดยอดทำท่าสัญลักษณ์รายการประกอบ “กับ โซลเมท คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน”
“คัท โอ.เค.” ว่านตะโกนบอกทีมงานทุกฝ่าย
จังหวะนั้น วุ้น กับก้อย ก็ รีบเอาน้ำเอาขนมมาให้ว่าน และนัททันที ว่าน และนัทกินเสร็จ ก็ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้ ส่วนสุดยอดหันไปตบบ่าดาราชายเพื่อขอบคุณ
“ขอบใจมากนะโก้ ถ้าแกไม่ช่วยล่ะก็ เทปนี้ไม่รู้จะหาใครเหมือนกัน”
ดาราชายทิ้งค้อน ออกสาวทันที “โกโก้ย่ะ ขืนเรียกฉันว่าโก้อีกล่ะก็” โกโก้บีบก้นสุดยอด “มีเคลียร์”
สุดยอดสะดุ้งเฮือก หน้าตาตื่นด้วยความหวาดกลัวสุดๆ
ก่อนที่ดาราชายใจสาวจะเดินเชิดจากไป ดาราหญิงคนนั้นยิ้มขำๆ
“วงการมายาจริงๆ นะเนี่ย ขนาดเก้งยังแอ๊บแมนมาออกรายการโซลเมทได้อีก”
ขณะพูดสาวเจ้าเห็นรอยคราบที่เสื้อสุดยอด “อุ๊ย พี่ยอดคะ เสื้อเลอะแน่ะมาเดี๋ยวเบลเช็ดให้”
ว่าพลางหยิบทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดให้สุดยอด
ทันใดนั้นเอง เพิร์ลลี่ก็เดินเข้ามาในร้าน พอเห็นน้องเบลกำลังเช็ดเสื้อให้สุดยอดก็ปรี๊ดแตกทันที
ด้วยความโมโหหึง
“นี่แกทำอะไรพี่ยอดน่ะ” เพิร์ลลี่ไม่พูดเปล่าปรี่เข้าไปทำร้ายดาราหญิงทันที “อย่ามายุ่งกับพี่ยอดของฉันนะ”
ดาราสาวชะตาขาดร้องด้วยความหวาดกลัว
สุดยอด ว่าน นัท วุ้น ก้อย ตกใจ รีบเข้าไปดึงแยกเพิร์ลลี่ออกมา

แต่เพิร์ลลี่กำลังคลั่งอย่างหนัก แรงสี่ห้าคนช่วยกัน ก็ฉุดไม่อยู่!!

อ่านต่อวันพรุ่งนี้








ลิขิตเสน่หา ตอนที่ 22 (ต่อ)

เวลาต่อมาในค่ำคืนเดียวกันนั้น ว่าน นัท โมน วุ้น ก้อย รวมตัวอยู่ในร้านมอร์ แดน ทรี ยาหยีฟังทั้งสามหนุ่มที่ต่างคนต่างอยู่ในสภาพหัวกระเซิง หน้าตายู่ยี่ เสื้อผ้ายับเยินกันไปหมด หลังจากช่วยกันแยกเพิร์ลลี่ออกมา กำลังเม้าท์มอยแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว

“สงสัยยัยเพิร์ลลี่มันคงตกมันมั้ง มาถึงก็จ้วงเอาๆ บ้ารึเปล่าก็ไม่รู้”
นัทยังโมโหไม่หาย วุ้นทนไม่ไหวเสริมขึ้นอย่างหงุดหงิด
“เมื่อก่อนยัยนี่ยังแค่วีนแกคนเดียวนะหยี แต่นี่เห็นผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้พี่ยอด เป็นไล่ขวิดหมด เห็นผู้หญิงเป็นผ้าแดงรึไงเนี่ย”
ก้อยทำท่าผงะเห็นนิมิต ว่านมองอย่างรู้สึกสนใจมากๆ
“เห็นอะไรเหรอครับคุณก้อย”
แต่ก้อยพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไม่เห็นค่ะ ก้อยกลัวทุกคนเครียด ก็เลยเล่นมุขน่ะ”
ทุกคนได้ฟังต่างพากันมองก้อยด่าทอด้วยสายตา ที่เล่นมุขไม่รู้จักเวล่ำเวลา จนก้อยจ๋อยสนิท
จังหวะนั้นยาหยีถอนหายใจเอ่ยขึ้น
“ถึงเพิร์ลลี่เค้าจะเป็นยังไง มันก็เป็นสิ่งที่สองคนนั่นเค้าต้องเคลียร์กันเอง ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะเข้าไปยุ่งหรอก”
“แล้วคุณหยีไม่สงสารยอดมันบ้างเหรอครับ ที่ต้องอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก แถมยังจิตขึ้นทุกวัน” ว่านบอก
“สุดยอดเค้าทำตัวเองไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเค้าไม่นอกใจหยี เรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้”
“แต่คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้าง คุณหยีจะไม่ให้อภัยเพื่อนผมเลยเหรอ” นัทว่า
“อภัย ไม่ได้หมายความว่าหยีต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสองคนนั่นนะคะ ยิ่งหยีเข้าไป ปัญหามันก็ยิ่งไม่จบ”
“แล้วถ้าต่อไป พี่ยอดกับยัยเพิร์ลลี่เค้าเลิกกัน แกจะทำยังไง” วุ้นถาม
“แล้วทำไมเค้าต้องเลิกกันด้วย” ยาหยีแย้ง
“สภาพอย่างงี้ ไม่ต้องดูดวงฉันก็รู้ ใครมันจะทนไหว” ก้อยตั้งสมมติฐานแทนนิมิต
“แต่ฉันยังไม่เห็นสุดยอดเค้าพยายามอดทนอะไรเลย บอกตรงๆนะ ถ้าเค้าไม่ยอมปรับตัว เอะอะก็คิดแต่จะเลิก ก็แสดงว่าเค้าเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ” แวบนั้นสายตายาหยีแข็งกร้าวและเอาจริง “ฉันไม่มีวันที่จะรักคนแบบนี้ได้หรอก”

เวลาเดียวกันนั้นสุดยอดยังอยู่ที่บ้านพ่อ และกำลังคุยปรับทุกข์อยู่กับเท่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“อยากแต่งงานผมก็แต่งแล้ว แค่นี้ผมยังรับผิดชอบไม่พออีกเหรอครับพ่อ”
“บอกตรงๆ นะยอด ไม่พอว่ะ” เท่งตบบ่าสุดยอด
“พ่อ” สุดยอดคราง
“ก็พูดเรื่องจริงอ้ะ ไอ้ยอดเอ๊ย แกพูดออกมาต่อหน้าทุกคน ว่าแกสมัครใจแต่งงาน แต่พอมีปัญหาเข้าหน่อยก็จะเลิกท่าเดียว ไม่เคยคิดจะปรับความเข้าใจกัน อย่างงี้มันก็เหมือนแต่งเพื่อเอาตัวรอดแล้วหาเรื่องเลิกที่หลังน่ะซิวะ มันจะใช้ได้เหรอ”
“ก็แล้วทีเค้าล่ะพ่อ ทำไมไม่คิดปรับตัวมั่ง ตอนนี้ไม่ใช่แค่หยีแล้ว แต่เล่นกราดไปทั่วเลย”
“นั่นก็เพราะเค้ารักแกไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่มองจุดนี้บ้าง”
เจอคำพูดพ่อจี้จุด สุดยอดอึ้งไป เถียงไม่ออก
“เทียบกับเมียพี่แกแล้ว พ่อว่าเพิร์ลลี่ก็ยังดีกว่าตั้งเยอะ ไหนๆ ก็แต่งงานกันแล้ว แกไม่คิดจะประคับประคองครอบครัวแกบ้างเลยเหรอ พอไม่ถูกใจก็คิดจะหนีท่าเดียว อย่างงี้มันไม่ใช่ลูกผู้ชายนะโว๊ยเจ้ายอด”
สุดยอดสีหน้าเครียดขรึมขึ้นมา เมื่อคิดถึงสิ่งที่พ่อพูด

เวลาต่อมาเพิร์ลลี่พอกหน้าหนาเตอะ พร้อมกับเสิร์ชอินเตอร์เน็ตเพื่อหาวิธีเรียกร้องความสนใจอยู่ในห้องคนเดียว
“ร้อยแปดวิธีประชดคุณสามี”ออกอาการดีใจ “นี่แหละ” แล้วรีบคลิกเข้าไปดูทันที “ยั่วให้หึง” เพิร์ลลี่เบะปากอย่างเซ็ง “เก่าอ้ะ มีดีกว่านี้มั้ยเนี่ย...ขู่ฆ่าตัวตาย” ท่าทางหนักใจ “ทำไปหลายรอบแล้วจะเวิร์คเหรอเนี่ย”
ขณะนั้นเอง สุดยอดก็เปิดประตูห้องเข้ามา เพิร์ลลี่หันมาเห็นก็ทิ้งค้อนไปหนึ่งวง กะให้สุดยอดมาง้อ
“เพิร์ลลี่...”
สุดยอดเดินเข้ามาหา เพิร์ลลี่สวนขึ้นมาทันควัน
“บอกไว้ก่อนนะว่าเพิร์ลลี่ไม่ผิด ก็พี่ยอดเล่นอี๋อ๋อกับยัยเบลซะขนาดนั้น อย่ามาบอกนะว่าไม่มีอะไร”
“พี่ขอโทษ”
สุดยอดพูดสวนขึ้น เพิร์ลลี่อึ้ง ไม่คิดว่าจู่ๆ สุดยอดจะเอ่ยปากขอโทษตัวเอง
“พี่ควรจะบอกเพิร์ลลี่ว่าพี่ทำงานกับใคร ยังไง เพิร์ลลี่จะได้ไม่เข้าใจผิด แต่ที่หลัง เพิร์ลลี่ก็ต้องหัดใจเย็นกว่านี้ มีอะไรก็ต้องถามต้องคุยกันก่อน โอ.เค.มั้ย”
เพิร์ลลี่พยักหน้ารับ “ค่ะ เพิร์ลลี่ก็ต้องขอโทษพี่เหมือนกัน ต่อไป เพิร์ลลี่จะไม่ทำอีกแล้วค่ะ” พลางยื่นนิ้วเกี่ยวก้อย “เราดีกันนะ”
สุดยอดยิ้มรับ แล้วยอมเกี่ยวก้อย พอพูดดีๆ ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น เพิร์ลลี่เข้าไปอ้อนสุดยอด
“เพิร์ลลี่รักพี่ยอดนะคะ ที่เพิร์ลลี่ทำทุกอย่างไป ก็เพราะเพิร์ลลี่หวงพี่ แล้วพี่ยอดล่ะคะ รักเพิร์ลลี่รึเปล่า”
สุดยอดหน้าเจื่อนไปเฉไฉไปพูดเรื่องอื่น
“เอ่อ พี่...พี่จะพยายามเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีนะ จะซื่อสัตย์ แล้วก็ดูแลเพิร์ลลี่ตลอดไป”
เพิร์ลลี่ดีใจเนื้อเต้น แต่พอคิดไปคิดมา ชักทะแม่งๆ
“เอ๊ะ เพิร์ลลี่ไม่ได้ถามเรื่องนี้นี่คะ เพิร์ลลี่ถามว่าพี่รักเพิร์ลลี่รึเปล่า”
สุดยอด อึกๆอักๆ อย่างอึดอัด
“เอ่อ พี่...พี่ไม่อยากโกหก”
เพิร์ลลี่ตวาดแว้ด โมโหมาก
“หมายความว่าไงไม่อยากโกหก นี่แสดงว่าพี่ไม่รักเพิร์ลลี่เลยใช่มั้ย นี่แน่ะๆ”
เพิร์ลลี่ทุบตีไม่ยั้ง สุดยอดได้แต่เอามือปิดป้อง คุยกันดีๆ ได้คำสองคำ ก็ตีกันอีกแล้ว

ค่ำคืนเดียวกันที่บริเวณตรอกเล็กๆ ในซอยหลังผับในย่านคนกลางคืนแห่งนั้น ณนนท์ พร้อมตำรวจหลายคนดักรอลูกน้องภูมิชายที่ชื่อคิ้ม ซึ่งนัดจะมาส่งของ
ชายชื่อคิ้มเดินเข้าตรอกมืดๆ เดินสะพายกระเป๋าผ้าใส่ยาเสพติดเตรียมเอามาส่ง รู้สึกผิดสังเกตก่อนจะเห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครคนหนึ่งซุ่มอยู่ คิ้มรู้สึกแปลกๆ เริ่มออกวิ่ง ตำรวจที่ซุ่มรออยู่วิ่งตามทันที
คิ้มพยายามวิ่งลดเลี้ยวไปตามตรอกซอยที่เคี้ยวคด แต่ตำรวจก็ไล่ตามไม่ลดละ ทันใดนั้นก็มีตำรวจอีกกลุ่มหนึ่งมาดักหน้าไว้ แล้วเข้าไปช่วยกันล็อกตัวคิ้มเอาไว้ได้
ชายชื่อคิ้มพยายามดิ้น แต่ก็ไม่สำเร็จ ณนนท์กับนายตำรวจอีกคนยืนดูเหตุการณ์นั้นอยู่
“ทีนี้ทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ”
“ครับ จับได้คาหนังคาเขาอย่างงี้ ดิ้นไม่หลุดหรอกครับ”
ณนนท์ฟังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

เช้าวันต่อมาภายในห้องอาหารของบ้าน ภูมิชายรับประทานอาหาร จังหวะนั้นภูมิชายก็กระแทกหนังสือพิมพ์ในมือลงบนโต๊ะด้วยความโกรธจัด
หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นพาดหัวข่าวหราว่า “จับยาเสพติดล็อตใหญ่ พัวพันไฮโซดัง”
“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย ทำงานกันประสาอะไรวะ
ภูมิชายโมโหมาก หยิบมือถือขึ้นมา จะกดโทรออกเพื่อหาตัวช่วย แต่ยังไม่ทันโทร คนรับใช้ก็เดินนำตำรวจ 2-3 คนเข้ามาหา ตำรวจคนหนึ่งทำความเคารพพร้อมเอ่ยขึ้น
“คุณภูมิชายใช่มั้ยครับ เรามีหลักฐานว่าคุณเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ขอเชิญให้ปากคำด้วยครับ”
ภูมิชายวางโทรศัพท์มือถือลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิดหนักว่าจะเอาตัวรอดยังไงดี

เวลาต่อมาภูมิชายกำลังให้ปากคำตำรวจอยู่ในห้องสอบสวน ภูมิชายปั้นยิ้ม ทำทีเป็นใจเย็น
“โธ่ ตอนแรกผมก็ตกใจหมด ยังงงๆ อยู่เลยว่ามีคนให้การ แบบนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ผมไม่เคยทำอะไรเลย ที่แท้ก็เป็นการเข้าใจผิดนี่เอง”
“ผู้ต้องหาบอกชัดๆ ว่าคุณเป็นคนบงการ คุณยังหาว่าเข้าใจผิดอีกเหรอ” ตำรวจบอก
“บอกแต่ว่าชื่อภูมิชาย นามสกุลก็ไม่รู้ หน้าก็ไม่เคยเห็น แล้วคุณตำรวจแน่ใจได้ยังไงครับว่าเป็นผม” ภูมิชายยิ้มขำๆ “ขนาดชื่อนามสกุลตรงกัน ยังจับแพะออกบ่อยไป จริงมั้ยครับ”
ตำรวจที่สอบปากคำสีหน้าเครียด ไล่ภูมิชายไม่จนกระดาน
จังหวะนั้นเอง ชายชื่อศักดิ์ถูหใส่กุญแจมือเดินเข้ามากับตำรวจอีกนาย มีณนนท์และยี่หวาเดินมาตามด้วย
ชายชื่อศักดิ์คนนี้เป็นลูกน้องของภูมิชายที่เคยพาไข่ตุ๋นนั่งรถกลับกรุงเทพฯ และเป็นคนที่เล่นละครทำร้ายภูมิชาย ชิงเอกสารหลักฐานทั้งหมดของณนนท์ไปนั่นเอง
“แล้วถ้าผมช่วยยืนยัน ยังจะกลัวว่าจับแพะอีกรึเปล่าครับคุณภูมิ”
ภูมิชายงง ที่เห็นลูกน้องเก่าของตนมาอยู่ที่โรงพักพร้อมกับณนนท์
ภูมิชายคิดขึ้นมาได้ก็ออกอาการผงะ ตกใจสุดๆ
“ไอ้ศักดิ์ แก นี่มันอะไรกัน แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ศักดิ์มองภูมิชายด้วยสายตาเคียดแค้น เกลียดชังสุดๆ

ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นในหัวของศักดิ์ วันนั้นส่งเงินให้ศักดิ์ ในสถานที่เปลี่ยวริมถนนแห่งหนึ่ง ศักดิ์รีบรับเงินไปด้วยความดีใจทันที ภูมิชายหน้าเครียด
“ฉันบอกแกแล้ว ว่าให้เก็บตัวเงียบๆ แล้วมันเกิดเรื่องขึ้นได้ยังไง”
ศักดิ์โดนเอ็ดก็จ๋อยไป
“ผมขอโทษครับนาย ไม่คิดจริงๆว่าตำรวจจะตามไปถึงบ้านผม แต่ได้เงินจากนายคราวนี้ ผมรับรองว่าจะกบดานแถวชายแดนมีอะไรผมก็ข้ามประเทศหนีไปเลย ไม่ให้เดือดร้อนมาถึงนายอีก”
“รู้ก็ดีแล้ว ฉันหาคนมาพาแกหนีให้แล้ว เดี๋ยวแกไปซะคืนนี้เลยก็แล้วกัน”
“ได้ครับนาย ขอบคุณครับ” ศักดิ์ยกมือไหว

เวลานั้นภูมิชาย มองสบตาลูกน้องเก่า ด้วยสายตาเคียดแค้น ศักดิ์สบตาตอบ นึกถึงตอนที่คิ้มยิงตัวเองบาดเจ็บ จนต้องวิ่งหนีเข้าไปในป่าหญ้า
“แต่นายก็หักหลังผม ส่งไอ้คิ้มมาฆ่าปิดปากผม ดีนะ ที่ผมรอดมาได้ ผมก็เลยไปมอบตัวกับตำรวจ
มาถึงตอนนี้ณนนท์ก็เสริมขึ้นมา
“หลังจากนั้น ตำรวจก็ติดต่อผมมา เพื่อให้ผมช่วยหาหลักฐานมัดตัวคุณ”

ที่แท้เหตุผลที่ณนนท์ไปที่สำนักงานทนายภูมิชาย ก็เพื่อติดตั้งกล้อง โดยซ่อนเอาไว้ที่ชั้นหนังสือภายในห้องทำงาน ของภูมิชาย
และขณะกำลังซ่อนอยู่ ภูมิชายก็เปิดประตูเข้ามา ณนนท์จึงแกล้งฟอร์มเป็นหยิบหนังสือมาดูไปเรื่อยๆ พอภูมิชายเข้ามาก็เห็นณนนท์กำลังยืนหยิบจับหนังสือ อยู่ที่ชั้นหนังสือแค่นั้น ภูมิชายยิ้มทักทาย
“มานานแล้วเหรอครับคุณณนนท์ ขอโทษนะครับ พอดีผมไปส่งข้าวตูที่โรงเรียนกับยี่หวาน่ะครับ ก็เลยมาช้า
ณนนท์หน้าจ๋อยลง
“ไม่เป็นไรครับ”
“แล้วคุณณนนท์มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”
“ผมจะมาปรึกษาน่ะครับ ถ้าผมมีหลักฐานสำคัญเพิ่มเติม ว่านิตาเค้าเป็นแม่ที่ไม่มีความรับผิดชอบ
เราพอจะรื้อฟื้นคดีขึ้นมาได้อีกรึเปล่าครับ”
“ถ้าเป็นหลักฐานสำคัญจริงๆ ก็น่าจะได้ครับ ผมเองก็อยากจะแก้ตัวจากคราวที่แล้วเหมือนกัน ถ้ายังไงคราวนี้ ผมจะไม่ให้ผิดพลาดอีกเอ่อ เดี๋ยวคุณณนนท์รอซักครู่นะครับ ผมขอจัดการเรื่องส่วนตัวนิดหนึ่ง”
“เชิญครับ”
ทันทีที่พ้นจากณนนท์มา ภูมิชายก็ผุดรอยยิ้มร้ายๆ พูดเบาๆ ยิ้มเยาะ
“ไอ้โง่เอ๊ย”
โดยไม่รู้ว่าณนนท์ มองภูมิชายเขม็ง แล้วยิ้ม

หลังจากนั้นณนนท์มาหาตำรวจที่โรงพัก ตอนกลางวันของวันเดียวกันนั้น ทั้งสองคนกำลังใช้เครื่องดักฟังที่ณนนท์เอาไว้พร้อมกล้อง ดักฟังภูมิชายคุยโทรศัพท์กันอยู่ ด้วยน้ำเสียงแสดงความโมโหสุดๆ
“แน่ใจนะว่าไอ้ศักดิ์มันตายแน่ ไม่ใช่มันหนีรอดไปแจ้งพ่อมึงได้ล่ะ ไม่รู้ละหาศพมันให้เจอไม่งั้นกูจัด
มึงหนักแน่ไอ้คิ้ม…ของมาแล้วเหรอ ดี งั้นก็เอาไปส่งที่ร้านโอเวอร์โหลด ตอนสองทุ่มครึ่ง แล้วจะให้คนไปรับ...”
“ได้หลักฐานขนาดนี้ คงเอาผิดได้แล้วใช่มั้ยครับ”
“ยิ่งถ้าจับได้พร้อมของกลางล่ะก็ดิ้นไม่หลุดแน่ ตามตัวมานานแล้วรายนี้”
ตำรวจหมายถึงยาเสพติด หากได้มาก็จะป็นหลักฐานมัดตัวภูมิชายได้แน่นอน

ภูมิชายกำลังโดนสอบสวนอยู่บนโรงพัก ตำรวจเจ้าของคดีดูจะมั่นใจในพยานแวดล้อม และหลักฐานในมือมากๆ ยี่หวา มาพร้อมกับณนนท์
“หลักฐานมัดแน่นขนาดนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกมั้ย”
ภูมิชายไม่ตอบคำถามตำรวจคนนั้น แต่มองณนนท์ด้วยสายตาเคียดแค้นสุดๆ
“ฉันเสียใจจริงๆ ที่ดูคุณผิดไป คุณภูมิ” ยี่หวาบอกเสียงเย็น
คราวนี้ภูมิชายหน้าเสียแก้ตัวพัลวัน
“มันไม่ใช่อย่างงั้นนะยี่หวา ผมถูกใส่ร้าย คุณต้องเชื่อผมนะ
“ฉันเคยเชื่อคุณค่ะ ถึงได้แนะนำให้นนท์มาเป็นลูกความของคุณ แต่คุณก็หักหลังเค้า แล้วก็ทำลายความเชื่อใจที่ฉันมีให้คุณ แล้วคุณจะให้ฉันเชื่ออะไรอีกล่ะคะ”
ยี่หวาพูดจบก็เดินออกจากห้องไป ภูมิชายมองณนนท์เขม็ง ด้วยสายตาเกลียดชังสุดๆ ก่อนที่ณนนท์จะเดินตามยี่หวาออกไปอีกคน
“มาเข้าเรื่องของเราดีกว่าครับคุณภูมิชาย ตกลงคุณจะยอมรับสารภาพมั้ยครับ”
ตำรวจเจ้าของคดีถามออกมา ภูมิชายปรายตาไปมองศักดิ์ ก่อนจะหันมาพูดกับตำรวจ
“ผมไม่มีอะไรจะสารภาพทั้งนั้น ทั้งหมดมันก็แค่การจัดฉาก ผมจะสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุด”
ภูมิชายมีสีหน้าแววตาถมึงทึงน่ากลัว ในท่าทีนิ่งๆ แต่ในใจคั่งแค้นณนนท์ถึงขีดสุด

ยี่หวา และณนนท์ นัดพบกัน และกำลังคุยกันอยู่ริมทะเลสาบในสวนสาธารณะ
“อย่าเสียใจเลยคุณ รู้ความจริงตอนนี้ ก็ยังไม่สายหรอก” ณนนท์ปลอบ
“ฉันไม่ได้เสียใจ แค่เสียความรู้สึกเท่านั้นเอง ตอนแรกก็นึกว่าเป็นคนดี ที่ไหนได้...ดีนะที่ฉันไม่หลวมตัวคบไป”
ณนนท์มองยี่หวาด้วยสีหน้าน้อยใจ
“พูดอย่างนี้แสดงว่าคุณยังไม่ได้คบกับเค้า ทำไมคุณต้องหลอกผมด้วย”
ยี่หวาอึดอัดจะบอกว่าเอนิตาขอร้องก็ไม่ได้
“ฉัน... เอ่อ... ฉัน”
“คุณต้องการให้ผมตัดใจจากคุณ เพื่อให้ผมกลับไปอยู่กับนิตา ไข่ตุ๋นจะได้ไม่ต้องขาดพ่อแม่ใช่มั้ย”
“ค่ะ”
ณนนท์ยิ้ม แล้วจับมือยี่หวาไว้
“งั้นก็แสดงว่าใจจริง คุณยังรักผมอยู่ตลอดเวลาใช่มั้ย บอกผมสิยี่หวา”
ยี่หวาดึงมือออกมาก่อนพูดด้วยใบหน้าเศร้าๆ
“ค่ะ ฉันยอมรับ แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือไข่ตุ๋น ฉันอยากให้แกมีกำลังใจจากทั้งพ่อและแม่ แกจะได้ต่อสู้กับโรคนี้ได้”
“แต่คุณดูแลไข่ตุ๋นได้ดีกว่านิตาอีกนะ ไข่ตุ๋นต้องมีความสุขมากกว่าแน่ๆ ถ้ามีคุณคอยดูแล”
“แต่ถึงยังไงฉันก็ไม่ใช่แม่แท้ๆของไข่ตุ๋น แล้วคนที่ไข่ตุ๋นต้องการมากที่สุดในเวลานี้ ก็คือคุณกับคุณ
นิตา ไม่ใช่ฉัน”
ณนนท์หน้าขรึมลง ยอมรับว่ายี่หวาพูดถูก
“ยอมรับความจริงเถอะค่ะนนท์ ถ้ากลับกัน คุณก็ต้องทำเหมือนที่ฉันทำเหมือนกัน” จังหวะนั้นยี่หวาหน้าเศร้าลง “เรื่องของเรา มันเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
พูดจบยี่หวาเดินเลี่ยงไป ณนนท์ได้แต่มองตามด้วยสายตาเศร้าสร้อย จัดการเรื่องภูมิชายได้แล้ว

แต่เขากับยี่หวาก็ยังต้องแยกกันเดินอยู่ดี

อ่านต่อตอน 23 พรุ่งนี้




กำลังโหลดความคิดเห็น...