xs
xsm
sm
md
lg

รอยไหม ตอนที่ 15

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ติดตามอ่านละครออนไลน์ได้ทาง www.manager.co.th ทุกเช้าเวลา 09.30 น.

รอยไหม ตอนที่ 15

เรรินล้มลงบนเตียง ธนินทร์ตามติดจะปลุกปล้ำ เรรินตอบโต้ ทุบตีจิกข่วนป้องกันตัวเองสุดฤทธิ์ มือของเธอข่วนหน้าเขาได้แผล ธนินทร์ยิ่งเจ็บยิ่งบ้าคลั่ง เรรินจะวิ่งหนีออกมา แต่ธนินทร์ คว้าคอกระชาก สร้อยเงินคล้องคอพระป้องกันตัวหลุดขาดกระเด็นหล่นลงพื้นมุมหนึ่ง
ธนินทร์บีบคอ เรรินท่าทางจะเพลี่ยงพล้ำ ทันใดนั้น ประตูถูกถีบอย่างแรงหลายครั้ง จนพังเข้ามาได้ ธนินทร์ชะงัก สุริยวงศ์พุ่งเข้าถีบธนินทร์ เรรินหลุดออกมาได้
“หนีไป คุณริน...หนีไป” สุริยวงศ์ตะโกนสั่ง
เรรินวิ่งหนีออกไปจากห้องทันที สุริยวงศ์ต่อสู้กับธนินทร์กำลังเสียเปรียบ ธนินทร์คว้าเก้าอี้ขึ้นฟาด แต่สุริยวงศ์หลบทันแล้วเตะต่อยธนินทร์ด้วยความแค้นจนธนินทร์หมอบไป
สุริยวงศ์พาเรรินขึ้นรถแล้วขับออกไป เรรินยังตกใจกลัวไม่หาย ซุกตัวปิดหน้าร้องไห้ สุริยวงศ์ ที่หน้าตายับเยินไม่น้อย หันมามองด้วยความสงสาร สักครู่สุริยวงศ์ก็เลี้ยวรถจอดไหล่ทาง
“คุณรินครับ...คุณริน”
สุริยวงศ์เอื้อมมือไปแตะแขน เรรินผวาสะดุ้งสุดตัวปัดป้อง
“ขอโทษครับ...ผมขอโทษ”
เรรินร้องไห้ขวัญกระเจิง
“ผมน่าจะฆ่ามันให้ตายคามือไปเลย”
สุริยวงศ์ยังแค้นธนินทร์ไม่หาย

+ + + + + + + + + + + +

สุริยวงศ์พาเรรินมาที่บ้านของเขา ยื่นเครื่องดื่มร้อนในถ้วยให้ เรรินที่นั่งก้มหน้าอยู่ค่อยๆเงยหน้าขึ้น
“ดื่มซะหน่อยเถอะครับ จะได้รู้สึกสบายขึ้น”
“ขอบคุณค่ะ”
เรรินรับเครื่องดื่มมา
“คืนนี้คุณริน นอนพักซะที่นี่เถอะนะครับอย่ากลับไปรีสอร์ทพี่วันเลย”
“รบกวนคุณเปล่าๆ”
“ความปลอดภัยของคุณสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น ขืนผมปล่อยให้คุณกลับไป ผมคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”
“คุณรู้ได้ยังไง ว่าธนินทร์คิดร้ายกับฉัน”
“คุณรินจะโกรธผมรึเปล่า ถ้าผมจะบอกว่า ผมตามคุณรินไปห่างๆตั้งแต่ คุณรินออกจากคุ้มเจ้าหลวงแล้ว”
เรรินพูดไม่ออก
“ถึงต้องตาย ผมก็ยินดีปกป้องคุณรินด้วยชีวิตของผมครับ”
เรรินน้ำตาแทบร่วงเมื่อได้ยินสิ่งนี้
“คุณรินจะแจ้งความไหมครับ”
เรรินส่ายหน้า
“ฉันกับเขา ขอให้มันจบลงเท่านี้”
สุริยวงศ์ เข้าใจความรู้สึกเรรินดี
“คุณรินพักผ่อนเถอะนะครับ คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้านของคุณรินเอง...”
เรรินชะงักเมื่อมือคลำไม่เจอสร้อยที่คอ
“ตายจริง...สร้อยค่ะ สร้อยเส้นนั้นขาดไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เอาไว้ผมจะหาเส้นใหม่มาให้”
เรรินกังวลใจ

+ + + + + + + + + + + +

ธนินทร์หน้าตายับเยิน สรัญญายื่นมือเข้ามา จะใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดแผลให้ ธนินทร์ปัดมือสรัญญาอย่างแรง
“เบาๆสิโว้ย กูเจ็บ”
สรัญญา ฉุนเหมือนกันเขวี้ยงผ้าใส่
“งั้นก็ทำเองละกัน ฉันไม่รู้จะเอาใจคุณยังไงแล้วนะ ซักวันเหอะถ้าไม่มีฉันแล้วคุณจะรู้สึก”
“เจ็บใจโว้ย”
“คิดอะไรมาก...คิดซะว่าคนอย่างคุณรินไม่มีวาสนาพอจะได้สัมผัส ความสุขอย่างที่ผู้ชายอย่างคุณอุตส่าห์หยิบยื่นให้ก็พอ” สรัญญาหัวเราะ
ธนินทร์เขวี้ยงผ้าใส่สรัญญาตอบ
“หุบปากไปเลย ไม่งั้นมึงโดนดีแน่”
“คุณเองน่ะแหละ เตรียมตัวหาคำตอบแก้ตัวกับผู้ใหญ่ให้ดี อย่างน้อยเรริน ก็ต้องแจ้งความเอาเรื่องคุณแน่”
“กูไม่กลัวหรอกโว้ย ถ้ามันคิดจะเดินจากไปง่ายๆก็ฝันไปเหอะ”
ธนินทร์ตวาดด้วยความแค้นสุดๆ

+ + + + + + + + + + + +

เช้าวันใหม่...
 

วันดาราเดินเข้ามาเรรินที่บ้านสุริยวงศ์ พบเรรินที่นั่งซึมอยู่มุมหนึ่งหน้ามีรอยช้ำ วันดาราตกใจ
“คุณริน”
“พี่วัน”
เรรินลุกขึ้น วันดาราสวมกอดเรรินไว้ สุริยวงศ์หิ้วกระเป๋าเดินทางของเรรินตามเข้ามาให้
“สุริยะเปิ้นโทรศัพท์ไปเล่าหื้อปี้ฟังตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ปี้ตกใจ๋หมดเลย ขวัญเอ๊ยขวัญมา บ่เป๋นอะหยังนักก่อดีแล้วเน้อคุณริน คิดซะว่าฟาดเคราะห์ไป ปี้เก็บข้าวของเสื้อผ้าทั้งหมดของคุณรินมาหื้อแล้ว คุณรินอย่างเพิ่งกลับไปตี้ปุ้นเลย พักอยู่ซะตี้นี่แหละรับรองปลอดภัย บ่มีไผมาทำอะหยังคุณรินได้หรอก”
“รินกลายเป็นภาระของพี่วันกับคุณสุริยะแท้ๆ”
“อย่าอู้อย่างอั้นคุณริน ปี้กับสุริยะบ่เกยคิดอย่างอั้นเลย สำหรับปี้ คุณรินเหมือนน้องสาวแต้ๆของปี้คนนึง...”
“ขอบคุณค่ะพี่วัน รินไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี”
“คุณรินสบายใจ๋ ปี้ก่อสบายใจ๋ อยู่ตี้นี่บ่ต้องเกรงใจ๋อะหยังทั้งนั้น...หรือว่าถ้าคุณรินอยากจะกลับกรุงเทพฯ ปี้ก่อจะได้จองตั๋วเครื่องบินหื้อ”
สุริยวงศ์ ลุ้นว่าเรรินจะตัดสินใจอย่างไร
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่วัน รินยังไม่อยากกลับไปตอนนี้ รินมีธุระบางอย่างที่นี่ ที่อยากจะทำให้เสร็จเสียก่อนค่ะ”
วันดาราไม่คิดจะซักไซ้ต่อ สุริยวงศ์ชักจะแน่ใจแล้วว่าธุระของเรรินคืออะไร

+ + + + + + + + + + + +

ที่ร้านเสื้อของวงพระจันทร์...
 

วงพระจันทร์ กดเครื่องคิดเลขดูรายรับรายจ่าย แล้วหัวเสียโวยวายใส่พนักงาน
“ฉันไม่อยู่ร้าน ก็ขายอะไรไม่ได้เลยมันหมายความว่ายังไง”
“ก็ลูกค้าได้แต่เข้ามาดู ไม่ยอมซื้อนี่ค่ะ”
“สมองมีไหม มีก็หัดเอามาใช้หน่อย จ้างให้มาขายของ ไม่ใช่จ้างให้มายืน ทำหน้าโง่ๆไปวันๆ”
ขณะเดียวกันนั้นประตูร้านถูกดันเปิดเข้ามา วงพระจันทร์หันไปพูดหวานใส่ทันที
“สวัสดีค่า เชิญค่า...มีกระเป๋ากับรองเท้ารุ่นใหม่ เพิ่งส่งมาจากแพรีสเลยนะคะ จะลงเป็นปกโว้คฉบับหน้า รับรองค่าว่าเสิ่นเจิ้นก๊อปไม่ทันแน่ๆ”
วงพระจันทร์เบรกกึก เพราะคนที่คิดว่าเป็นลูกค้าเข้ามาคือ สรัญญา
“สวัสดีค่ะคุณวงพระจันทร์ ราวด้านโน้นเซลตั้งเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เชียวเหรอคะ”
“เบื่อแล้ว จะโละทิ้ง”
“แต่เรื่องปัญหาหัวใจ คงไม่คิดจะโละทิ้งง่ายๆหรอกใช่ไหมคะ”
วงพระจันทร์อึ้งงง

+ + + + + + + + + + + +

บัวเงิน เปิดกล่องเครื่องประดับ แล้วค่อยๆหยิบสิ่งหนึ่งซึ่งเล็กจิ๋วออกมาวางบนฝ่ามือ ผีอีเม้ย คลานเข้ามาใกล้
“หม่อมกะเจ้า อิ๋นคำตั๋วนี้ หม่อมยังเก็บฮักษาไว้อยู่อีกก๊าเจ้า”
“กูเกยคิดว่าคงบ่มีโอกาสได้ใจ้มันแล้ว แต่พอกูหันความง่าวของอีวงพระจันทร์ กูก็อดบ่ได้”
ในอดีต...
บัวเงินประคองอิ๋นในอุ้งมือ ประนมมือขึ้นร่ายคาถามหาละลวยจนจบ แล้วใช้เส้นผมตัวเองพันรัดอิ๋นแล้วเหน็บเก็บไว้ในมวยผมและงึมงำคาถาต่อ เม้ยเปิดประตูคลานเข้ามาในห้อง
“หม่อมกะเจ้า...หม่อมกะเจ้า”
“อีเม้ย มึงนี่บ่เกยดูตาม้าตารือ กูกำลังท่องคาถาสำคัญ มึงบ่หันก๊ะ”
“สุมาเต๊อะเจ้า เม้ยโง่เขลาเบาปัญญา”
“คาถากูจะบ่ขลังก่อเพราะมึงนี่แหละ”
“หม่อมมัวแต่ท่องคาถาอยู่ตี้นี่จะได เม้ยก็ว่า หม่อมสู้อีมณีรินมันบ่ได้ดอกเจ้า”
“อีปากเสีย”
“ก่อเม้ยเพิ่งหันมากะตาเม้ยเอง อีมณีรินมันขึ้นตึกคุ้มเจ้าหลวงไปแล้วเจ้า”
บัวเงินหน้าตื่น
“มึงว่าอะหยังนะอีเม้ย”
“มันคงบ่ได้ขึ้นเฝ้าเจ้าหลวงกับแม่เจ้าดอก แต่เม้ยว่ามันคงขึ้นไปยั่วเจ้าศิริวัฒนาเปิ้นมากกว่า”
“สารเลว กลางวันแสกๆบ่ฮู้จักอายผีสางเทวดา แล้วยะหยังมึงเพิ่งมาบอกกู”
“พอเม้ยหัน เม้ยก่อรีบวิ่งมาตับจะแตกต๋ายนี่ละเจ้าหม่อม หม่อมรีบไปขัดจังหวะมันเต๊อะรีบไปตอนนี้อาจจะยังตัน ก่อนจะเข้าด้ายเข้าเข็มซะก่อน”
ทางด้านศิริวัฒนา...บรรจงกอดแหวนทับทิมเม็ดใหญ่ ออกจากนิ้วก้อย
“แหวนทับทิมวงนี้อ้ายสวมก้อยมาเมินแล้ว ทับทิมเม็ดนี้น้ำงามหาตี่ติบ่ได้ อ้ายหื้อเจ้ารินใส่เล่นเน้อ”
“ของฮักของหวงของเจ้า ข้าเจ้าบ่ฮับหรอก ข้าเจ้ากลัวจะฮักษาไว้ได้บ่ดี” มณีรินบอกอย่างไม่อยากได้
คำเที่ยงขัดใจ ที่มณีรินปฎิเสธิ พยายามส่งสัญญาณด้วยสายตา ศิริวัฒนาหัวเราะ
“ฮับไว้เต๊อะ คิดเสียว่าเป็นคำขอบใจ๋จากอ้าย”
“เจ้าริน ฮับไว้เต๊อะ” คำเที่ยงยุ
“ไหนดูซิ จะสวมนิ้วไหนได้บ้าง”
ศิริวัฒนาจับมือมณีรินขึ้นมา เลือกนิ้วที่คิดว่าสวมแหวนได้พอดีและสวมเข้านิ้วนาง
“แหวนวงนี้ยังบ่ใจ่แหวนแต่งงานเน้อเจ้าริน แหวนตี้อ้ายจะสวมหื้อเจ้าริน แม่เจ้าเปิ้นยังเลือกเพชรบ่ได้น้ำยังบ่ถูกใจ๋เปิ้น สล่าพันเปิ้นก่อฮ้อนใจ๋ กลั๋วว่าจะทำแหวนหื้อบ่ตัน”
มณีรินไหว้ศิริวัฒนา บัวเงินยืนมองอยู่ใบหน้าแค้นใจมากแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นหวาน
“เจ้าอ้ายเจ้า...”
ศิริวัฒนาหันมอง
“อ้าว...บัวเงิน มาตั้งแต่เมื่อไหร่”
“น้องตั้งใจ๋เอาของว่างขึ้นมาถวายเจ้าอ้ายเจ้า เอ้ายกเข้ามา...นังเม้ย”
เม้ยยกสลุงของว่าง เข้ามาส่งต่อให้บัวเงิน
“ขอบใจ๋เน้อ เอาวางไว้ตรงโน้นเต๊อะ”
บัวเงินขยับไปวางสลุงลงบนโต๊ะมุมนึง เม้ยจ้องมองคำเที่ยงตาขวาง ศิริวัฒนาส่งเอกสารภาษาอังกฤษให้มณีริน
“เจ้ารินช่วยแปลหนังสือชุดนี้หื้ออ้ายอีกชุดนึงเน้อ”
มณีรินยื่นมือมารับเอกสาร บัวเงินเห็นแหวนทับทิมในนิ้วมณีริน...
“แหวนทับทิมเจ้านางน้อยวงนี้ทับทิมน้ำงามแต๊ๆนะเจ้า”
“อ้ายเพิ่งหื้อเจ้ารินเปิ้นเดี๋ยวนี้เอง”
“มิน่าล่ะ ข้าเจ้าถึงว่าคุ้นๆตา เจ้านางน้อยทำความดีความชอบอะหยังน๊อ เจ้าอ้ายถึงได้เมตตาขนาดนี้”
“เจ้ารินเปิ้นจ่วยอ้ายแปลเอกสารภาษาฝรั่ง”
“อ้าว...เจ้าน้อยศิริวงศ์ เปิ้นก่อจ่วยดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว บ่ใจ่ก๊ะเจ้าอ้าย”
“ศิริวงศ์งานนักจนล้นมือ ขืนรอเปิ้นก่อมีหวังบ่ทันการ”
“เจ้านางน้อยนี้เก่งแต๊ๆ สมแล้วตี้มาเป็นกู่บุญบารมีเจ้าอ้ายนะเจ้า”
บัวเงินเอื้อมมือไปจับมือมณีริน ทำทีชื่นชมแหวนยิ้มให้มณีรินอย่างชื่นชมไม่มีมลทินใดๆเคลือบแฝง มณีรินนิ่งไม่ไว้ใจ

+ + + + + + + + + + + +

เมื่อกลับไปที่เรือน บัวเงินเขวี้ยงข้าวของ ทำลายลงพื้น เม้ยกระโดดหลบหนีตายเป็นพัลวัน
“อีมณีริน อีมารความสุขกู่อยากจะฆ่ามันนัก”
“หม่อมกะเจ้า หม่อมใจ๋เย็นๆนะเจ้า”
“มึงจะหื้อกูเย็นได้จะไดอีเม้ย แหวนทับทิมวงนั้นจริงๆแล้ว มันต้องเป็นของกู กูเกยออกปากขอเจ้าอ้าย มาตั้งหลายครั้งแล้ว เจ็บใจ๋นัก กูขอบ่หื้ออีมณีรินทำความดีเต่าขี้เล็บ กลับถอดแหวนหื้อมัน เจ้าอ้ายใจ๋ดำ เจ้าอ้ายคงหมดฮักกูแล้วใจ่ก่ออีเม้ย”
“บ่หรอกเจ้าหม่อม เจ้าเปิ้นฮักหม่อมจะต๋าย แต่เม้ยว่าตี้เจ้าเปิ้นกล้าหักหาญน้ำใจ๋หม่อมอย่างอี้ ก่อเพราะอีมณีรินนั่นแหละเจ้า”
“มันเหนือกว่ากูตรงไหน มันงามกว่ากูก๊ะ มึงอู้มาตามตรงอีเม้ย”
“หม่อมของเม้ยงามกว่ามันนัก ตั๋วมันก่อฮู้แก่ใจ๋ดี มันถึงต้องใจ้วิธีสกปรกยังอี้จะไดละเจ้าหม่อม”
“วิธีอะหยังของมึงอีเม้ย”
“หม่อมเจื่อเม้ยเต๊อะ อีมณีรินมันต้องทำเสน่หยาแฝดใส่เจ้าเปิ้นแน่ๆบ่ยังอั้นเจ้าเปิ้นบ่หลงมันจนขาดสติอย่างนี้หรอก”
“อีเม้ย”
“หม่อมเจื่อเม้ยเต๊อะ เม้ยผ่อบ่ผิดหรอก อีพวกมาจากบ้านป่าเมืองเถื่อน มนดำมันแฮงนัก”
“แล้วกูจะทำอย่างไดดีอีเม้ย”
“บ่อยากหรอกเจ้าหม่อม มันเล่นมนต์ดำมาเฮา ก่อต้องตอบมันกลับไป ด้วยมนต์ดำเหมือนกั๋น”
บัวเงินแววตามีความหวัง

+ + + + + + + + + + + +

ปัจจุบัน....
 

เรรินเดินเข้ามาในห้อง นั่งลงที่มุมหนึ่ง เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาใครบางคนมองอยู่...แต่พอหันไปมองเธอก็เห็นรูปถ่ายของศิริวัฒนา เรริน ขยับเดินเข้าไปหารูปถ่ายนั้นเหมือนต้องมนต์
“เจ้าคะ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ยังไงฉันก็จะกลับเข้าไปทอผ้าผืนนั้นให้เสร็จให้ได้ค่ะ”
“เจ้าศิริวัฒนา ท่านปู่ของผมเองครับ” เสียงสุริยวงศ์ดังขึ้น
เรรินตกใจนิดๆหันกลับมา
“ท่านเป็นปู่แท้ๆของคุณเหรอคะ”
“ไม่หรอกครับ คุณปู่แท้ๆของผม ท่านเป็นญาติห่างๆลูกพี่ลูกน้องกับท่านนะครับ ท่านปู่ศิริวัฒนาท่านไม่มีลูกหลาน”
“แล้วคุณย่าบัวเงินของคุณ...ไม่ได้แต่งงานกับท่านเหรอคะ”
“ผู้ใหญ่บางคนก็เล่าว่าท่านได้แต่งงานกัน แต่บางคนก็ว่าไม่ทันได้แต่งงานครับ”
เรรินนิ่งไปคำถามที่อยู่ในใจยังมีอีกมากมาย
“คุณย่าเองก็เหมือนไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ ผมก็เลยไม่กล้าถาม แปลกนะครับปกติคนแก่มักชอบเล่าเรื่องในอดีตให้ลูกหลานฟัง แต่คุณย่าของผมท่านกลับไม่...หลายวันก่อนผมไปเยี่ยมท่าน ท่านยังถามถึงคุณรินอยู่เลย”
“ถามถึงฉัน” เรรินรู้สึกสยองเย็นยะเยือก
“ครับ...ท่านยังว่า อยากเจอคุณรินอีกสักครั้ง จะได้ให้คุณรินชมผ้าโบราณของท่านด้วย”
เรรินครุ่นคิดอย่างแปลกใจ

+ + + + + + + + + + + +

เรรินเดินออกมากับสุริยวงศ์ที่หน้าบ้าน เมื่อสุริยวงศ์จะออกไปข้างนอก
“ผมมีธุระหลายอย่างต้องทำกว่าจะกลับก็คงเย็นๆ คุณรินตามสบายนะ ครับต้องการอะไรก็เรียกแสนกับพิมได้”
“ขอบคุณค่ะ”
“ต้องการอะไรในเมืองไหมครับ ผมจะได้ซื้อมาให้”
“ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
“มีอะไรก็โทรหาผมได้ตลอดเวลานะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
สุริยวงศ์เดินออกไป
เรรินกลับเข้าไปในห้องนอน เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เอาข้าวของใช้ส่วนตัวหลายอย่างใส่กระเป๋าสะพาย เรรินมีความมุ่งมั่นที่จะทอผ้าผืนนั้นให้เสร็จ เธอขยับออกจากห้องไป
เรรินเดินออกมาจากบ้านสุริยวงศ์ มองซ้าย มองขวาว่าจะหาทางเข้าเมืองยังไง แล้วตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆก่อน สุริยวงศ์ซ่อนตัวอยู่ในรถเขาสะกดรอยตามเธอไป เพราะต้องการรู้ว่า เธอกำลังทำอะไรกันแน่

ในอดีต....

บัวเงินเครียดหายใจไม่ทั่วท้อง
“เม้ยไปสืบมาแล้วกะเจ้าหม่อม หมอคนนี้เปิ้นบ่ใจ่คนเมือง แต่เปิ้นมาอยู่เจียงใหม่เมินหลายปี๋แล้ว เปิ้นรอบรู้วิชาคุณไสยทางเขมรปุ๊น ไผไปทำก่อได้ผลกั๋นทุกคน อีแม่หญิงหน้าดำแก่หนังเหี่ยวหนังยาน ผัวไปเอาเมียน้อย หมอเปิ้นทำพิธีหื้อบ่ตันข้ามวัน ผัวเปิ้นยังกลับมาหาเลยนะเจ้าหม่อม”เม้ยสาธยายยืดยาว
“กูกั๋วนะอีเม้ย มึงก็ฮู้ ใครเล่นคุณไสยมนต์ดำ มันเป๋นเรื่องผิดอาญา แผ่นดิน”
“หม่อมบ่ต้องกั๋ว บ่มีไผฮู้เรื่องนี้หรอก”
“ถ้าถูกจับได้โทษถึงตัดหัวประจานเชียวนะมึงอีเม้ย”
“แต่มันเป๋นตางเดียวตี้เจ้าเปิ้นจะกลับมาฮักหม่อมได้นะเจ้า จะไดหม่อมบ่ยอมเสี่ยง”
บัวเงินยังไม่คลายความว้าวุ่นใจ
“ถ้าเคราะห์ร้ายความจะแตกจริงๆ เม้ยจะยอมฮับผิดแตนหม่อมเองก่อได้ ขอแค่ได้หันหม่อมของเม้ยมีความสุข จะเอาเม้ยไปฆ่าแกงตี้ไหนก่อได้เม้ยยอมทั้งนั้น”
“โธ่...อีเม้ย กูจะหาขี้ข้าตี้ไหนหัวใจ๋ประเสริฐอย่างมึงบ่มีอีกแล้ว”
บัวเงินยิ้มอย่างพอใจ

(อ่านต่อ วันพรุ่งนี้)







กำลังโหลดความคิดเห็น...