xs
xsm
sm
md
lg

บทความ

x

หรือสงครามอิหร่านรอบใหม่จะกลายเป็น “สงครามนิวเคลียร์”???

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


ฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC)
เปิดฉากสัปดาห์นี้...คงหนีไม่พ้นต้องไปจับตา “แนวรบตะวันออกกลาง” กันอีกนั่นแหละทั่น!!! อันเนื่องมาจากคุณพ่ออเมริกาท่าน “ง้าง” มาแต่ไกล ไม่ว่าด้วยการเข็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 มายังน่านน้ำอาหรับ แถมยังเติมกำลังทหารอีกนับเป็นหมื่นๆ เสริมเข้ามาอีกด้วยต่างหาก โอกาสจะเกิด “สงครามอิหร่านรอบใหม่” จึงน่าจะคัมมิ่ง ซูนในอีกไม่ช้า-ไม่นาน นับจากนี้...

โดยถ้าว่ากันตามมุมมองของนักวิเคราะห์บ้านเรา...ที่เฉียบขาด เฉียบคม ไม่น้อยไปกว่านักวิเคราะห์ชาวต่างชาติ นั่นก็คือ “พลโท ดร.สมชาย วิรุฬหผล” อดีตทหารประชาธิปไตยผู้คว้าปริญญาเอกมาจากอเมริกา แต่ค่อนข้างที่จะ “เข้าถึง-เข้าใจ” อารมณ์-ความรู้สึกของบรรดาชาวอิสลามแบบลึกซึ้ง ถึงแก่น ด้วยเหตุเพราะท่านก็คือมุสลิมคนหนึ่งก็ดูจะเป็นอะไรที่น่าคิด น่าสะกิดใจ พอสมควรทีเดียว คือนอกจากท่านจะเห็นลักษณะอาการแบบ “ง้างมาแต่ไกล” ของอเมริกา ไม่ว่าตั้งแต่การส่งลูกระเบิดนับหมื่นๆ ตันไปให้กับพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอล การเข็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ การเติมกำลังทหารอีกเหยียบหมื่น เข้าไปใน “แนวรบตะวันออกกลาง” ท่านยังมองว่าการเปิดฉากสงครามรอบใหม่ของอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่านอีกไม่นานนับจากนี้ หรือก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในอิสราเอลช่วงวันที่ 27 ต.ค. และการเลือกตั้งกลางเทอมในอเมริกาช่วงวันที่ 3 พ.ย. น่าจะเกี่ยวเนื่องกับ “เหตุผลทางการเมือง” อย่างมิอาจแยกออกจากกันได้เลย...

คือถ้าหากการตอบโต้ของอิหร่านต่ออิสราเอลเป็นไปแบบดุเดือด เลือดพล่านยิ่งขึ้นไปเท่าไหร่ ก็อาจกลายเป็น “เหตุผล-ข้ออ้าง” ที่จะทำให้ผู้นำอิสราเอล อย่าง “นายBenjamin Netanyahu” ฉวยจังหวะเลื่อนระยะเวลาการเลือกตั้งออกไป หรือทำให้ตัวเองสามารถดำรงคงอยู่ ในอำนาจ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้แบบ “ชิลๆ” ต่อไปเรื่อยๆ ส่วนผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ที่คะแนนนิยมทางการเมืองต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แค่ 29 เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ไปแล้วในทุกวันนี้ โอกาสที่จะแพ้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะ “สภาล่าง” ย่อมน่าเป็นไปได้อยู่แล้วแน่ๆ และนั่นทำให้การเปิดฉากสงครามอิหร่าน ก่อนเปิดหีบลงคะแนน ย่อมเป็นอะไรที่ “ชัวร์” กว่าการถูกมัดมือ-มัดตีนโดยเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ หลังเลือกตั้ง และการโจมตีอิหร่านอีกครั้ง...อย่างน้อยก็น่าจะ “ได้ใจ” บรรดานักธุรกิจชาวยิวและล็อบบี้ยิสต์ชาวยิว ที่ล้วนแต่มีอำนาจบารมี ไม่ว่าในพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครต อันอาจช่วยปกป้องคุ้มครอง ไม่ให้ “ตัวกูเอง” ต้องถูกพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามแล่เนื้อ-เถือหนังจนเกินไป นี่...อันนี้นี่แหละ ที่ทำให้ “สงครามรอบใหม่” ระหว่างอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน มันเลยน่าจะ “คัมมิ่ง ซูน” ในอีกไม่ใกล้-ไม่ไกลนับจากนี้...

แต่ที่น่าขยิดเขยียน น่าสะอิดสะเอียน ยิ่งไปกว่านั้น...ก็คือความพยายามที่จะ “สร้างฉาก-จัดฉาก” เพื่อให้การเปิดฉากสงครามอิหร่านรอบใหม่ เกิดความถูกต้อง-ชอบธรรมขึ้นมาได้มั่ง แม้แต่เล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดี ไม่ถึงกับเป็นอะไรที่โลกทั้งโลก หรือแม้แต่บรรดาอเมริกันชน ออกจะชิงชัง รังเกียจ และเบื่อหน่ายเต็มที เช่น การออกมาป่าวประกาศเป็นเรื่องราวใหญ่โต ถึงการจับกุมชาวอังกฤษ 5 รายที่สงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับอิหร่านคิดแอบเข้าไปก่อวินาศกรรม ณ ฐานทัพ “RAF Fairford” ในประเทศอังกฤษ โดยตัวประธานาธิบดีอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” รวมทั้งรัฐมนตรีต่างประเทศ “Marco Rubio” ต่างออกมาพ่นแมงโม้ ปานประดุจกำลังท่องบท ท่องสคริปต์ หนังฮอลลีวูด ประเภทเรื่อง “เจมส์บอนด์ 007” อะไรทำนองนั้น...

แต่เอาไป-เอามา...ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องอันเนื่องมาจากความขี้สงสัย ขี้ระแวงของชาวบ้าน ชาวช่อง ในประเทศอังกฤษ ที่อุตส่าห์โทรศัพท์ไปแจ้งความเจ้าหน้าที่บ้านเมืองคราวแล้ว-คราวเล่า ไม่ใช่ด้วยการสืบสวน-สอบสวนของ “MI-6” หรือของสกอตแลนด์ยาร์ดใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย สุดท้าย...เลยต้องปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมทั้ง 5 รายชั่วคราว ด้วยเหตุเพราะ “ไม่มีหลักฐาน” ใดๆ พอที่จะกล่าวอ้างถึงการวินาศกรรม หรือถึงความเกี่ยวข้องกับอิหร่านแม้แต่เล็กๆ น้อยๆ เรียกว่า...เมื่อเจอกับข้อเท็จจริง เจอกับ “Fact News” ไม่ใช่ “Fake News” หรือ “Fuck News” เล่นเอาทั้งประธานาธิบดีอเมริกันและรัฐมนตรีต่างประเทศ ต่างก็ “เงิบ” กันไปเป็นแถบๆ!!!

ส่วนเรื่องเครื่องบินโดยสาร “Flydubai” เที่ยวบินที่ “FZ 1073” ถูกผู้ช่วยนักบินชาวโอมาน ที่อาจเกี่ยวข้องพัวพันกับอิหร่าน คิดจะจี้-คิดก่อการร้าย เพื่อหวังให้ผู้โดยสารชาวอิสราเอล 174 ราย “ตายยกลำ” เมื่อช่วงวันพุธ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา อันนี้...ก็แทบไม่ได้ต่างอะไรไปจากกันเอาเลยแม้แต่น้อย คือถึงเครื่องบินปักหัวดิ่งลงมาภายในช่วงเวลา 30 วินาที แต่บรรดาผู้โดยสารที่ลงมาจากเครื่องบินลำนี้ กลับเดินปร๋อ ยิ้มแย้ม เริงร่า ไม่ได้บาดเจ็บ ล้มตาย เพราะแรงกระแทก เพราะภาวะสุญญากาศใดๆแม้แต่นิด เล่นเอาสำนักข่าว “Press TV” ของอิหร่านเขาอดรนทนไม่ไหวต้องออกมา “ฟันธง” แบบชนิดเต็มผืน เต็มด้าม ว่าคือการ “จัดฉาก-สร้างฉาก” โดย 2 ผู้กำกับฮอลลีวูด นั่นก็คือ “นายBenjamin Netanyahu” ผู้นำอิสราเอลและ “เจ้าชายMohamed bin Zayed Al-Nayan” ผู้นำยูเออี ที่เพิ่งโคจรมาพบปะกันเมื่อไม่กี่วันมานี้ โดยหวังว่านอกจากจะช่วยให้ข่าวคราวเรื่องผู้นำยูเออีเคย “เตือน” ผู้นำอิสราเอลก่อนเกิดเหตุการณ์ 7 ตุลาคม หรือเหตุการณ์บุกจับชาวอิสราเอลเป็นตัวประกันโดยพวก “Hamas” ล่วงหน้าถึง 10 วัน แต่ผู้นำอิสราเอลไม่คิดทำอะไรเอาเลย อันอาจส่งผลให้ “คะแนนเสียง” เลือกตั้งหดหายเอาง่ายๆ ถูกเบี่ยงเบนความสนใจ ด้วยการสร้างข่าว สร้างฉาก ขึ้นมาใหม่ รวมทั้งเพื่อให้ประธานาธิบดีอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” สามารถนำไปใช้เป็น “ข้ออ้าง” ในการเปิดศึกรอบใหม่กับอิหร่านได้แบบเต็มปาก-เต็มคำ...

และแล้ว... “สุนัขบ้าผู้ซื่อสัตย์” อย่าง “ทรัมป์บ้า” ก็ออกมาเล่นตามบท ตามสคริปต์ แบบเป๊ะ-เป๊ะ-เป๊ะเอาเลยทีเดียวคือออกมาป่าวประกาศช่วงวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (1 ต.ค.) ว่าถ้าพบว่าอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับเหตุการณ์ดังกล่าว ก็พร้อมที่จะ “จัดหนัก-จัดเต็ม” พร้อมที่จะล้างผลาญดินแดนแห่งอารยธรรมนับพันๆ ปี ให้ต้องย้อนกลับไปสู่ยุคหินอะไรประมาณนั้น ด้วยเหตุนี้...สงครามอิหร่านรอบใหม่ จึงน่าจะ “คัมมิ่ง ซูน” หรือน่าจะอุบัติขึ้นมาอีกไม่ใกล้-ไม่ไกลนับจากนี้ พร้อมกันนั้น...ก็ได้ก่อให้เกิด “คำถาม” ตามมาด้วยติดๆ ว่าการจัดหนัก-จัดเต็ม หรือการคิดจะล้างผลาญ ทำลาย ประเทศอิหร่านให้กลับไปสู่ยุคหินเอาเลยนั้น มันจะทำให้สงครามรอบใหม่ที่ว่านี้ ถูกยกระดับให้กลายเป็น “สงครามนิวเคลียร์” ไปเลยหรือไม่? อย่างไร? ไม่ว่าจะใช้คำเรียกว่านิวเคลียร์ทางยุทธวิธี หรือนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ก็แล้วแต่...

เพราะอย่างที่ผู้นำรัสเซีย ประธานาธิบดี “ปูติน” ท่านได้หยิบเรื่องราวเหล่านี้มาพูดถึง ณ สโมสรนักคิด “The Valdai Discussion Club” เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา (1 ต.ค.) นั่นแหละว่า...ท่ามกลางโลกที่กำลังทรหวนปั่นป่วนคลั่งในทุกวันนี้ “ความเสี่ยง” ในการงัดอาวุธมหาประลัยที่สามารถล้างโลก อย่างอาวุธนิวเคลียร์ออกมาใช้ มันแทบไม่ต่างอะไรไปจาก “วลี” หรือคำพูดของ “นายAnton Chekhov” นักเขียนบทละครชาวรัสเซีย ที่เคยกล่าวเอาไว้ประมาณว่า...ถ้าไม่อยากจะให้อะไรก็ตามที่ถูกแสดงไว้ให้เห็นอย่างเด่นชัดบนเวที เช่น การแขวนปืนไรเฟิลไว้ในฉากๆ หนึ่ง จนทำให้ผู้คน หรือผู้ชม คิดว่ามันต้องถูกนำมาใช้ นำมาลั่นไก ในฉากต่อๆ ไปอยู่แล้วแน่ๆ ก็มีแต่จะต้องกำจัดมันให้หายไปตั้งแต่เริ่มแรก ไม่งั้น..มันอาจกลายเป็น “Chekhov’s gun” หรือ “ปืนของเชคอฟ” ไปจนได้ หรือกลายเป็นสิ่งที่ผู้ซึ่งไม่คิดจะขจัดสิ่งเหล่านี้ลงไปแต่เริ่มแรก อาจงัดเอามาใช้เล่นงานใครต่อใครได้เสมอ...

ดังนั้น...ไม่ว่าจะด้วยความ “บ้า” หรือความ “หิวแสง” แบบสุดๆ ของผู้นำอเมริกา อย่าง “ทรัมป์บ้า” หรือด้วยความ “เหี้ย...ย์ย์ย์ม์ม์ม์ม” แบบ “ม.ม้า” วิ่งไล่ยังไงก็ไล่ไม่ทัน ของผู้นำอิสราเอลอย่าง “นายBenjamin Netanyahu” โอกาสที่สงครามอิหร่านรอบใหม่ จะถูกยกระดับให้กลายเป็น “สงครามนิวเคลียร์” ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเสียเลย และนั่นย่อมนำมาซึ่งความ “ฉิบหาย-กับ-ฉิบหาย” ลูกเดียวเท่านั้น ไม่ว่าระดับภูมิภาค หรือระดับโลกก็ตามที โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายอิหร่านเขาได้ง้างหมัดหนึ่ง-สอง เตรียมตอบโต้แบบชนิดมาไม้ไหน-ไปไม้นั้น หรืออย่างที่โฆษก “IRGC” “นายHossein Mohebbi” เขาได้ประกาศไว้ล่วงหน้านั่นแหละว่า... “ถ้าการโจมตีใดๆ ต่ออิหร่านเกิดขึ้นอีก ปฏิบัติการป้องกันและตอบโต้ของเรา จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าในแง่อาวุธที่ใช้หรือภูมิรัฐศาสตร์ของสงคราม เราจะนำเอาศักยภาพและแสนยานุภาพใหม่ๆ เข้าสู่สมรภูมิ อันจะทำให้โลกทั้งโลกต้องประหลาดใจ!!!” นี่...จะมีความหมายในแบบไหน? ลักษณะไหน? อันนี้...คงต้องไปแปลอิหร่านเป็นไทย เอาเองก็แล้วกัน...