ในขณะที่มีข่าวว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ก็มีข่าวการติดต่อเจรจาระหว่างพรรคสีแดง เขียว และส้ม เพื่อล้มรัฐบาลอนุทิน และจัดตั้งรัฐบาล 3 พรรค และพรรคเล็ก แต่ต่อมาได้มีการปฏิเสธจากพรรคกล้าธรรมว่าไม่มีการเจรจาตกลงใดๆ กับพรรคเพื่อไทย
ถึงกระนั้น ข่าวการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็มิได้เงียบหายไป ยังมีข่าวผู้ยิ่งใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย ได้พบปะกับ สส.บางคนจากพรรคกล้าธรรม จึงทำให้มีการคาดเดากันว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังหาเสียงจากขั้วของฝ่ายค้านเพื่อทดแทนเสียงจากขั้วของรัฐ อันอาจเกิดขึ้นจากการงดออกเสียงจาก สส.บางคนหรือบางกลุ่ม โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทยในการโหวตไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ หรือเพื่อทดแทน สส.ที่อาจออกไปอยู่พรรคใหม่ในการเลือกตั้งใหม่หากมีการยุบสภาฯ
ไม่ว่าจะมีการปรับ ครม.หรือจะมีการรวมตัวจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของ 3 พรรคคือ พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาชน โดยตัดพรรคภูมิใจไทยออกไปเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่เกิดขึ้น แต่ที่น่าจะเกิดขึ้นจริงคือ พรรคภูมิใจไทยมีรอยร้าวภายในพรรค และไม่มั่นใจในความเป็นเอกภาพกับพรรคร่วม โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย
ดังนั้น ก่อนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจมีการปรับ ครม.โดยการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วม เพื่อถ่วงดุลกับพรรคเพื่อไทย และลดจำนวนเสียงของพรรคฝ่ายค้าน
แต่ถ้าพรรคกล้าธรรมปฏิเสธการเข้าร่วม การยุบสภาฯ อาจเกิดขึ้นเพื่อหนีการแพ้โหวต
แต่ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเห็นว่า พรรคการเมืองทุกพรรคไม่ต้องการเลือกตั้งบ่อยๆ เพราะต้องใช้ทุน โดยเฉพาะพรรคที่ไม่มีทุนทางสังคม ชนะการเลือกตั้งมาได้โดยการใช้เงิน เฉกเช่นพรรคภูมิใจไทยคงจะต้องดิ้นวินาทีสุดท้ายเพื่ออยู่ต่อ ดังนั้น การปรับ ครม.คงจะเกิดขึ้นก่อนการยุบสภาฯ แน่นอน
ส่วนว่าจะปรับ ครม.ก่อนหรือหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับพรรคร่วม โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยและพรรคที่จะเข้าร่วมคือพรรคกล้าธรรม ถ้าตกลงกันได้ในเงื่อนไขที่แต่ละฝ่ายต้องการ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงโดยการยุบสภาฯ คงจะยังไม่เกิดขึ้น แต่การปรับ ครม.คงจะเกิดขึ้นแน่นอนไม่ก่อนการอภิปรายก็หลังการอภิปราย
แต่การปรับ ครม.ก็ต่ออายุรัฐบาลอนุทินได้ไม่มาก ถ้าปัญหาที่เผชิญหน้ารัฐบาลไม่ได้รับการแก้ไข เชื่อว่าปลายปี 69 หรือต้นปี 70 รัฐบาลต้องยุบสภาฯ แน่นอน เว้นไว้แต่ว่าจะสะดุดตอล้มไปก่อนในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้
อีกประการหนึ่ง ถ้ามองการเมืองในมุมของโหร ดาวพฤหัสบดีที่โคจรในตำแหน่งมหาอุจจ์ และทำมุมโยคกับดาวอังคารเจ้าเรือนลัคนา รัฐบาลที่บริหารประเทศไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม จะต้องประสบความหายนะและพ้นจากตำแหน่ง เริ่มตั้งแต่กันยายนและอยู่ต่อไปไม่เกินต้นปี 70 โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่ลัคนาอยู่เมษ จะประสบชะตากรรมทั้งสุขภาพ และปัญหาคนใกล้ตัว ในที่สุดจะต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยมีปัญหาคดีความ


