xs
xsm
sm
md
lg

บทความ

x

สงครามอิหร่าน...กำลังจะ “เปลี่ยนโลก”!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


โดนัลด์ ทรัมป์
งานนี้...ต้องเรียกว่า “หนัก” เสียยิ่งกว่าการสั่งให้รัฐบาลแคนาดาจับ “ลูกสาวหัวเว่ย”(Huawei) เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว หรือการ “บีบไข่Tik-Tok” ให้เปลี่ยนเจ้าของจากจีนมาเป็นอเมริกา รวมไปถึงการเฝ้ายุแยง ตะแคงรั่ว กดดัน บีบบังคับให้บรรดาประเทศใดๆ ในโลกนี้ ไม่คิดจะใช้เทคโนโลยี “ระบบ 5G-6G” อะไรต่อมิอะไรของจีนทำนองนั้น ฯลฯ อันเป็นความเพียรพยายามของมหาอำนาจสูงสุดแห่งโลกอย่างคุณพ่ออเมริกา ที่จะหาทางเล่นงาน “มหาอำนาจคู่แข่ง” อย่างคุณพี่จีน ไม่ให้ผงาดขึ้นมาเบียดหลัง เบียดไหล่ ไม่ให้หายใจรดต้นคอตัวเองให้จงได้ โดยเฉพาะท่ามกลางแนวโน้มความเป็นไปของเศรษฐกิจแห่งอนาคต หรือ “เศรษฐกิจดิจิทัล” จนกลายมาเป็น “สงครามเทคโนโลยี”ระหว่างพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” กับ “โลกหลายขั้วอำนาจ” ก่อนหน้าที่ “สงครามอิหร่าน” จะเปิดฉาก เปิดประตูนรกให้เห็นกันจะจะในช่วงระหว่างนี้...

เพราะการป่าวประกาศว่าจะโจมตี จะบึ้มม์ม์ม์ใส่หัวกบาล บรรดาบริษัทเทคโนโลยีประเภทไฮเทค หรือ ICT” (Information and Communication Technology) โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC” ต่อบรรดาบริษัทเหล่านี้ นับตั้งแต่ 8.00 น.ของวันพุธที่ 1 เม.ย.ตามเวลาอิหร่านเป็นต้นไป ไม่ว่าจะบริษัท Cisco”, “Microsoft”, “Apple”, “Google”, “Meta”, “Intel”, “Nvidia”, “Tesla”, “Boeing”, “Plantier”, “Oracle” ตลอดไปจนบริษัทการเงินและค้าอาวุธ อย่าง JPMorgan”, “General Electric-GE”,“Spike Solution” ไปจน G-42”, “HP-Hewlett Packard”, “IBM”, “Dell” ฯลฯ ฯลฯ และอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมาย อันถือเป็น “ขุมพลัง”ของพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” ที่มีบทบาท อิทธิพลเอามากๆ ในเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งหลาย หรือเป็นบริษัทธุรกิจที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พัวพันอยู่กับผลประโยชน์ของคุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์อิสราเอล แบบชนิดเหนียวเหนอะหนึบหนับมาโดยตลอด ไม่ว่าในทาง “การเมือง”หรือ “การทหาร” โดยถือเป็น “เป้าหมายอันชอบธรรม” (Legitimate Targets) อันมิอาจละเว้นได้อีกต่อไป มันจึงหนักเสียยิ่งกว่า “สงครามเทคโนโลยี” ที่คุณพ่ออเมริกาพยายามตอดโน่นตอดนี่ เพื่อหาทางเล่นงานมหาอำนาจคู่แข่งมาโดยตลอด...
 
ส่วนมันจะ “ชอบธรรม-ไม่ชอบธรรม” หรือไม่? เพียงใด? อันนี้...ใครที่สนใจรายละเอียดเหตุผล-ข้ออ้าง คงต้องขออนุญาตเชิญชวนให้ลองคลิกไปอ่านข้อเขียนบทความ จากสำนักข่าวPress TV” ของอิหร่านเขา ว่าด้วยเรื่อง Explainer : Which US tech and arms companies did IRGC declare.” เมื่อช่วงวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ได้แจกแจงความเป็นมา-เป็นไปของแต่ละบริษัท ในการร่วมมือ-ร่วมใจ ร่วมสนับสนุน ร่วมแสวงหาผลประโยชน์จากความเหี้ยม-ความโหดของกองทัพอเมริกาและอิสราเอล แบบชนิดหนักเสียยิ่งกว่า Tik-Tok”ของจีน หรือระบบเทคโนโลยีสื่อสาร5G-6G” ของHuawei”ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง พัวพันกับรัฐบาลจีนไม่รู้จะกี่ร้อย-กี่พันเท่า...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...บรรดาบริษัทเหล่านี้นี่แหละ ที่เป็น “ผู้อยู่เบื้องหลัง” การขับเคลื่อนแสนยานุภาพ อานุภาพ ของกองทัพอเมริกา-อิสราเอลของบรรดาหน่วยข่าวกรอง หน่วยปฏิบัติการทางทหาร ตั้งแต่กระทรวงสงครามหรือกระทรวงกลาโหม, CIA, DISA (Defense Information Systems Agency), DIA (Defense Intelligence Agency), NSA (National Security Agency), DHS, NIST ตลอดไปจนหน่วยปฏิบัติการสำคัญๆ ของอิสราเอลในเขตพื้นที่ยึดครอง ไม่ว่า Unit 8200, Unit 81,Unit 9900 ฯลฯ ที่ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยศูนย์วิจัยและพัฒนา หรือ R&D” ของบรรดาบริษัทเหล่านี้ผลุบๆ โผล่ๆ ให้เห็นเป็นดอกเห็ด ดังนั้น...การตัดสินใจหย่อนจรวด หย่อนโดรนใส่หัวกบาลของบรรดาบริษัทเหล่านี้ ยังไงๆ...ย่อมต้องถือว่าน่าจะมี “ความชอบธรรม” เสียยิ่งกว่าการหย่อนระเบิดใส่โรงเรียนสตรีอิหร่าน ใส่โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ใส่สะพานโน้น สะพานนี้ ฯลฯ ของคุณพ่ออเมริกาและอิสราเอลเพื่อหวังให้ประเทศอิหร่านต้อง “ถอยกลับไปสู่ยุคหิน”ดังที่ “ทรัมป์บ้า” ได้ป่าวประกาศไว้แบบชนิดน่าเกลียดน่ากลัว เอามากๆ...

การประกาศล่วงหน้าของกองกำลัง IRGC” แห่งอิหร่าน ให้บรรดาลูกจ้างของบริษัทต่างๆ ถอยห่างไปจากที่ทำการในรัศมี1 กิโลเมตร ก่อนที่จะถล่มบริษัท Oracle” ซึ่งมีสาขาอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เมื่อช่วงวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา(2 เม.ย.) ชนิดราบเรียบเป็นหน้ากลอง ตามด้วยบริษัท Amazon” ที่มีส่วนพัวพันกับการให้ข้อมูลการลอบสังหารอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Dr.Kamal Kharrazi”และภรรยา ก่อนที่จะไล่เรียงไปยังบริษัทอื่นๆ แบบเป็นลูกระนาด จะส่งผลต่อบรรดาบริษัทเหล่านี้ หรือต่อมูลค่าหุ้นในตลาดหุ้นของแต่ละบริษัท มากหรือน้อยเพียงใด? อันนี้...คงต้องคอย “ช้อนซื้อและเทขาย”หรือต้องคอยติดตามกันไปเป็นระยะๆ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...มันน่าจะส่งผลไม่ต่างไปจาก “การกำหนดมาตรฐาน”การนำ “เรือบรรทุกน้ำมัน” เข้าๆ-ออกๆ จากบริเวณช่องแคบ Hormuz” ของIRGC”เขานั่นแหละ ที่ได้ระบุเอาไว้คร่าวๆ ประมาณว่า...สำหรับใครก็ตามที่ซื้อ-ขายน้ำมันด้วย “เงินหยวน” ของจีน ไม่ใช่ “เงินยูเอสดอลลาร์” ของอเมริกา ย่อมมีสิทธิผ่านช่องแคบดังกล่าวได้แบบสบายๆ!!!

หรืออาจส่งผลให้ Petro Dollar” ของอเมริกา ของพวก “โลกขั้วอำนาจเดียว” เกิดอาการหัวทิ่ม หัวคะมำ เอาง่ายๆ ขณะที่ Petro Yuan”ของจีน หรือของพวก “โลกหลายขั้วอำนาจ” ย่อมต้องมาแรงแซงโค้ง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ อันนี้นี่แหละ...ที่อาจถือเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความประณีตละเอียดอ่อน ความลึกซึ้งในการกำหนด “เป้าหมาย” และ “แผนการ”ในการรับมือภาวะสงครามหรือ “แผนยุทธศาสตร์” ของประเทศซีกโลกใต้อย่างอิหร่าน หนึ่งในประเทศที่หวังและต้องการที่จะขับเคลื่อนผลักดันให้เกิด “ระเบียบโลกแบบใหม่” ภายใต้ความเป็นไปของ “โลกหลายขั้วอำนาจ” ให้เป็นจริงเป็นจังขึ้นมาให้จงได้ ไม่ได้อาศัยแค่ “ความเหี้ยม-ความบ้า”แบบ “ไอ้เหี้ย...ม์ม์ม์ม” และ “ไอ้บ้า” อย่างอเมริกาและอิสราเอล ที่มุ่งแต่จะฆ่าเด็ก ฆ่าพลเรือนผู้ไม่รู้อีโหน่-อีเหน่ ระเบิดโรงพยาบาล ระเบิดสะพาน ทำลายสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ แบบไม่ได้มีแผน ไม่ได้มี “ยุทธศาสตร์” ใดๆ รองรับเอาไว้เลยแม้แต่น้อย มีแต่ความโกรธ เกลียด ความอาฆาตพยาบาทและชิงชังล้วนๆ...

การคิดที่จะล้างผลาญทำลาย เพื่อให้ประเทศที่มีอารยธรรมนับพันๆ ปีอย่างอิหร่านกลับไปสู่ยุคหิน หรือคิดจะยึดเกาะโน่นเกาะนี่ คิดจะบุกภาคพื้นดิน ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ มันเลยออกไปทางมีแต่ “แพ้-กับ-แพ้” หรือมีแต่ “ตาย-กับ-ตาย” อย่างเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การยึดจุดยุทธศาสตร์ในการขนส่งลำเลียงน้ำมันกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลก ผ่านช่องแคบ Hormuz” กลับแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความลึกซึ้งมิใช่น้อยไม่ใช่แค่คิดจะปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวไปตามความบ้า ความคลั่ง หรือความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของตัวเอง แต่เพียงเท่านั้น เพราะขณะที่บรรดาประเทศอ่าว หรือ GCC” ที่ยอมเป็นฐานรองรับให้กับการเล่นงานอิหร่านโดยอเมริกาและอิสราเอลแต่กลับไม่อาจปกป้องคุ้มครองตัวเองได้อีกแล้ว เลยต้องหันไปอาศัยสหประชาชาติเป็นเครื่องมือ เพื่อกดดันให้โลกทั้งโลก “ใช้ทุกมาตรการที่จำเป็น” บีบบังคับอิหร่านให้เปิดช่องแคบโดยไม่มีเงื่อนไข ตามข้อเสนอของเลขาธิการGCC” “นายJasem Mohamed Al-Budaiwi” แต่ไม่เพียงประเทศคณะมนตรีความมั่นคงอย่างจีนและรัสเซียหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อิหร่านจะไม่เห็นควรด้วยเท่านั้น ประเทศฝรั่งเศสยังพลอยต้องลุกขึ้นมาคัดค้าน เลยส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันฝรั่งเศสสามารถแล่นผ่านช่องแคบ Hormuz” ได้แบบสบายๆ...

หรือพูดง่ายๆ ว่า...ความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในช่องแคบ Hormuz” ได้ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นแรงดึงดูดในการสร้างความร่วมมือ-ร่วมใจระหว่างอิหร่านกับบรรดาประเทศที่ไม่คิดจะเอาแต่ Kiss My Ass” ไม่คิดจะจูบก้นของ “ทรัมป์บ้า” ไปโดยตลอดนั่นเอง ไม่ว่าฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือพี่ไทยอย่างเราๆ ไปจนถึงประเทศที่ยอมเปิดฐานทัพ4 แห่งให้กับอเมริกาในทะเลจีนใต้ อย่างฟิลิปปินส์ ก็พลอยต้องหันมาญาติดีกับอิหร่าน อย่างมิอาจปฏิเสธหรือแม้แต่หนึ่งในประเทศอ่าวอย่างโอมาน ก็กลายมาเป็นผู้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการช่องแคบดังกล่าว ดังคำประกาศของรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน อันนี้นี่แหละ...ที่สะท้อนให้เห็นถึงความประณีต ละเอียดอ่อน ความมีสติ-สตังค์แบบเต็มสูบ เต็มด้าม ไม่ได้ตกอยู่ในอาการ “สมองเสื่อม” แบบผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” เอาเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้...ความพยายามที่จะทำให้อิหร่าน “กลับไปสู่ยุคหิน” จึงย่อมจะนำมาสู่ “ความพ่ายแพ้” อย่างมิพึงต้องสงสัย ส่วนจะแพ้ในระดับประธานาธิบดีอเมริกาอยู่ไม่ครบเทอม หรืออิสราเอลถูกลบออกจากแผนที่หรือไม่? ประการใด? อันนี้...คงต้องโปรดรออีกจั๊กกู้ แวะชมโฆษณากันไปพลางๆ!!!