xs
xsm
sm
md
lg

วิกฤตในและนอกสภาฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์



โดนรุกหนักด้วยปัญหาและวิกฤตสารพัดชนิด ดาหน้าเข้ามาทุกทิศทาง ท่านผู้นำห้าวเป้งและคณะยังกบดานเงียบ ไม่โผล่หน้ามาเผชิญกับภาวะกดดัน เหมือนกับใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว กบดานเงียบเพื่ออยู่รอด ตามยุทธศาสตร์ของบู๊ลิ้มนั่นเลย

แต่การบริหารบ้านเมืองจะใช้วิธีหลบกบดานหนีปัญหาไม่ได้ ยิ่งถ้าเป็นผู้นำประเทศ ก็เหมือนเป็นแม่ทัพ ต้องให้ความเชื่อมั่นในการนำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เห็น เพื่อการเคารพยกย่อง การหดตัว กบดานไม่ใช่ธรรมชาติของลูกผู้ชายนักสู้

ท่านผู้นำคณะ 3 ลุงยังคงให้ความอึดหนารับสภาพ ไม่ยอมตอบโต้ต่อปากต่อคำเพราะรู้ตัวดีว่าต้นทุนต่ำ ความน่าเชื่อถือไม่เหลือ ชาวบ้านรุมด่าทั่วทุกหัวระแหงเพราะความล้มเหลวในการแก้ปัญหาบ้านเมือง ทั้งเรื่องปากท้องของประชาชน

เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ผู้นำประเทศต้องใส่ใจ เว้นแต่สิ้นสภาพไม่เหลือความคิดสติปัญญาแก้ไข ต้องให้กาลเวลาเป็นตัวช่วย

ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมคงจะถึง 1 ล้านคนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถือว่ามาไกลมากจากเพียงกว่า 2 หมื่นรายเมื่อเดือนเมษายน ถือว่าเป็นความล้มเหลวอย่างสาหัส ระบบสาธารณสุขปริแทบจะล่มสลาย เพราะบรรดาแพทย์ เจ้าหน้าที่เหนื่อยหนัก

และยังจะเอาไม่อยู่ มาตรการลองผิดลองถูก ไม่ว่าจะทำอะไรดูเหมือนจะไม่เข้าท่า เพราะขาดมาตรฐานกฎเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ไม่สมกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องดิ้นรนเพื่อหนีความอดอยาก ขาดรายได้ มองไม่เห็นอนาคต

ชะตากรรมของบ้านเมืองอยู่ในอุ้งมือของคณะ 3 ลุง กำแน่น ไม่ยอมปลดปล่อยให้ประชาชนมีทางเลือกอย่างอื่น ระบบการเมืองและกลไกต่างไม่เอื้ออำนวยให้มีทางเลือก เมื่อรัฐธรรมนูญถูกร่างมาให้ปิดช่องทางออกเช่นกัน

คณะ 3 ลุงโดนม็อบรุกไล่แทบจะเป็นรายวัน ไม่สามารถปรากฏกายออกมาฉุยฉายออกมาเจื้อยแจ้วต่อปากต่อคำกับสื่อได้เหมือนแต่ก่อน ต้องซุกตัวอยู่ในที่มั่น อ้างว่าทำงานที่บ้าน ทั้งๆ ที่ผลงานทำที่บ้านหรือที่ทำงานก็ไม่ทำให้บ้านเมืองดีขึ้น

ม็อบในรูปแบบต่างๆ กำลังสร้างปัญหาให้คณะ 3 ลุงให้ประชาชนได้เห็นว่าผู้บริหารอำนาจรัฐกำลังสิ้นท่า จนตรอก ดิ้นไม่หลุดจากข้อกล่าวหา อยู่เป็นเหมือนรัฐบาล “เป็ดง่อย” ไม่สามารถสั่งการบริหารได้ ข้าราชการก็เกียร์ว่างกันถ้วนหน้า

ประเทศไทยจะไปได้อย่างไรในสภาวะเช่นนี้ เมื่อการค้าการลงทุนไม่เคลื่อนอย่างมีพลัง เพราะภาคธุรกิจเอกชนขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาล ผลกระทบจากการล็อกดาวน์และการติดเชื้อแทบทุกหัวระแหงทำให้กลไกการขับเคลื่อนไม่สะดวก

เศรษฐกิจระดับชาติก็ไปลำบาก ระดับชาวบ้านก็ตายซาก คนขาดรายได้ หนี้สินรุงรัง หนี้ประเทศก็ติดเพดานเงินกู้ จะต้องยกระดับ สร้างหนี้เพิ่มให้คนรุ่นหลังต้องมาตามใช้ ส่วนคณะ 3 ลุงไม่ต้องรับผิดชอบอะไร อยู่ไปแต่ละวันให้รอด

เป็นสภาวะที่ดูแล้วน่าอนาถ ประชาชนไม่รู้จะพึ่งพาใครได้ อยู่แบบสิ้นหวัง ผู้ยอมแพ้ต่อปัญหาชีวิตเลือกวิธีฆ่าตัวตายในรูปแบบต่างๆ เป็นการประจานความล้มเหลวของรัฐบาล 3 ลุงว่าเป็นยุคที่มีคนฆ่าตัวตายมากที่สุด แทบทุกวัน

ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องธรรมดา แต่มีปัญหาความคับแค้นใจที่ติดเชื้อแล้วไม่สามารถหาที่รักษาตัวเองได้ เพราะทุกโรงพยาบาลไม่สามารถรองรับได้ เมื่อไม่มีทางเลือก ก็ขอจบชีวิต ก่อนจะให้โรคร้ายพรากชีวิตไปตามเวลาเหมือนรายอื่นๆ

สภาพเช่นนี้ ท่านผู้นำนอนตาหลับยามเวิร์คฟอร์มโฮมยังได้อีกหรือ?

จากนี้ไป ท่านผู้นำต้องเผชิญมหกรรมยำใหญ่ในสภาฯ ด้วยญัตติไม่ไว้วางใจโดยนักการเมืองฝ่ายค้าน แม้จะเป็นพิธีกรรมธรรมดาสำหรับการเมืองในระบอบประชาธิปไตย การโดนด่าซ้ำซากโดยนักการเมืองน้ำลายพิษไม่ใช่เรื่องสนุก

คราวนี้พรรคฝ่ายค้านเลือกได้ 6 เป้าหมาย มีทั้งเป้าหลักและเป้ารอง มีข้อกล่าวหาด้านความล้มเหลวในด้านการบริหารประเทศ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โรคระบาด การทุจริต คอร์รัปชัน และกลิ่นตุๆ ในการจัดซื้อวัคซีน อุปกรณ์ต่างๆ

ดูแล้วหนักหนาสาหัสไม่น้อย ฝ่ายค้านไม่น่าจะมีหมัดเด็ดขาด นอกเหนือจากข้อมูลปกติผ่านสื่อต่างๆ เพียงแต่ได้จังหวะเล่นงานรัฐบาลซึ่งๆ หน้า 3 วัน 3 คืน สุดท้ายเสียงฝ่ายรัฐบาลก็คงลากหามอุ้มกันไป แม้จะเหลือซากไม่สวยก็ตาม

นี่เป็นระบบการเมืองพวกมากลากไป ไม่ต้องคำนึงถึงจิตสำนึกดีงาม ต่อให้ถูกประณามว่าชั่วช้าเลวทรามอย่างไร ก็จะมีฝักถั่วยกให้ มีตรายางรับประกันคุณภาพ ทั้งๆ ที่เป็นความอัปยศ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นการเมืองล้มเหลว พึ่งพาไม่ได้

เห็นสภาพพรรคร่วมรัฐบาลยังเกาะติดกันแน่นเพื่อผลประโยชน์ที่ยังค้างคา สามารถกอบโกยได้อยู่ โดยอ้างว่าจำเป็นต้องอยู่ต่อไปเพื่อสานต่องานของรัฐบาล มีประดิษฐ์วาทกรรมน้ำเน่าว่า “ไม่สมควรจะเปลี่ยนม้ากลางศึก” แม้เป็นม้าป่วยหนัก

คณะ 3 ลุงเผชิญศึกในสภาฯ โดยฝ่ายค้าน เผชิญศึกบนถนนโดยม็อบ ซึ่งประจานความล้มเหลวทุกวัน การบริหารเศรษฐกิจแบบไร้ทิศทางและความหวังมีแต่จะซ้ำเติมสถานภาพของประเทศย่ำแย่ กลายเป็น “คนป่วย” ในกลุ่มอาเซียน

ผู้นำจอมอึดนักกบดานรู้ดีว่าสภาพอย่างนี้โดยปกติแล้ว ไปต่อไม่ได้ สมควรให้ผู้มีสติปัญญาความรู้ ความสามารถเหนือกว่ามาแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง แต่นี่เป็นรูปแบบการเมืองที่เห็นแก่ตัว ไร้จิตสำนึก ผู้กุมอำนาจพร้อมที่จะให้บ้านเมืองเสียหาย

ประชาชนจึงตกอยู่ในสภาพของตัวประกันทางการเมือง ไม่มีใครช่วยได้


กำลังโหลดความคิดเห็น