xs
xsm
sm
md
lg

รัฐแจกของขวัญปีใหม่-ฟื้นท่องเที่ยว-เคาะ‘คนละครึ่ง2’เงินสะพัดแสนล.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- นายกฯ เผยรัฐบาลเตรียมของขวัญปีใหม่ประชาชน หวังฟื้นฟูการท่องเที่ยว ส่วนคนละครึ่งเฟส 2 มีอยู่แล้ว ชี้ทำงานทุกอย่างต้องใช้เวลา ต้องรัดกุม รอบคอบ ถูกต้องตามกม. ขณะที่ ครม.อนุมัติ "คนละครึ่ง" เฟส 2 เพิ่มอีก 5 ล้านสิทธิ วงเงินสมทบ 3,500 บาท เปิดลงทะเบียน 16 ธ.ค.นี้ คาดเงินสะพัดในระบบกว่า 105,000 ล้านบาท หนุนจีดีพีขยายตัวได้ 0.32% พร้อมเติมเงินบัตรสวัสดิการฯ 500 บาทอีก 3 เดือน ปรับปรุงเกณฑ์ “เราเที่ยวด้วยกัน”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังประชุม ครม. ถึงการเตรียมของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ว่า หลายกระทรวง และกทม. กำลังรวบรวมของขวัญในช่วงปีใหม่ เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการคนละครึ่ง เฟส 2 ก็ชัดเจนอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีหลายอย่างต้องปรับแก้ เพื่อทำให้ข้างล่างและระดับพื้นที่สามารถเข้าใจและทำได้จริงจัง โดยเฉพาะการเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government)ที่ไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ส่วนการจัดตั้งกระทรวงน้ำและดิน เพื่อแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดตั้งกระทรวงขึ้นมาใหม่ ขณะนี้เราก็ใช้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ในการที่จะดูในภาพรวม และไปบูรณาการในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม. ได้ให้ความเห็นชอบ มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ อนุมัติโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 เพิ่มผู้ได้รับสิทธิที่จะลงทะเบียนใหม่ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เวลา 06.00 น. อีก 5 ล้านคน โดย10 ล้านคนในเฟสแรก จะได้รับเงินเพิ่มอีก 500 บาท รวมเป็น 3,500 บาท สามารถใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 31 มี.ค.64 คาดว่า จะใช้เงินสนับสนุนมาตรการนี้ประมาณ 22,500 ล้านบาท ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 105,000 ล้านบาท ช่วยเศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มอีก 0.32%

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบโครงการช่วยเหลือ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับผู้ถือบัตรคนละ 500 บาทต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.64 ครอบคลุม 13.75 ล้านคน วงเงิน 20,635 ล้านบาท

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก ต่อเนื่องตลอดในช่วงไตรมาสแรกของปี 64 ผ่านการบริโภคจับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป 50% แต่ไม่เกิน 150 บาท/คน/วัน

โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 นี้ ผู้ได้รับสิทธิเดิม ไม่เกิน 10 ล้านคน จะได้รับเงินรวม 3,500 บาท และผู้ลงทะเบียนใหม่ 5 ล้านคน (รวมผู้ที่เคยถูกตัดสิทธิ) ได้รับเงินจากรัฐคนละ 3,500 บาท สำหรับใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.64

"โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จะเป็นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลที่มอบให้แก่ประชาชน เพื่อดูแลและเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานรากอย่างต่อเนื่อง และเป็นโครงการที่แรงส่งให้เศรษฐกิจไทยเติบโตดีต่อเนื่องจนถึงปี 2564"นายอาคม กล่าว




ปรับเกณฑ์ส่งเสริม"โครงการเราเที่ยวด้วยกัน"

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบการปรับปรุง“โครงการเราเที่ยวด้วยกัน” ทั้งเพิ่มจำนวนการจองห้องพัก ขยายระยะเวลาโครงการฯ รวมทั้งสนับสนุนค่าเครื่องบิน จาก 2,000 บาท เป็น 3,000 บาท ใน 7 จังหวัดท่องเที่ยว พร้อมปรับลดกรอบวงเงินโครงการฯ เหลือ 15,000 ล้านบาท จาก 20,000 ล้านบาท รายละเอียดดังนี้

1) ปรับปรุงขอบเขตการใช้สิทธิ์จำนวนการจองห้องพัก จากเดิม ประชาชนจองที่พักได้ไม่เกิน 10 คืนต่อ 1 สิทธิ์ สามารถจองที่พักเพิ่มอีก 5 คืน เป็น 15 คืน ต่อ 1 สิทธิ์

2) เพิ่มจำนวนห้องพักอีก 1 ล้านคืน จากเดิม 5 ล้านคืน เป็น 6 ล้านคืน

3) ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการ ประกอบด้วย (1) การใช้สิทธิ์โครงการ จากสิ้นสุดวันที่ 31 ม.ค.64 เป็นวันที่ 30 เม.ย.64 (2) การจองโรงแรมที่พัก จากช่วงเวลา 06.00 –21.00 น. เป็นช่วงเวลา 06.00 –24.00 น.

4) เพิ่มโรงแรมที่พักที่ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบการโรงแรม แต่ต้องมีหมายเลขประจำตัวของผู้เสียภาษี (Tax ID)และมีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

5) อนุมัติให้ธุรกิจและบริการที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยวสามารถรับ E-Voucherได้ ประกอบด้วย ธุรกิจการขนส่ง ธุรกิจสปาหรือนวดเพื่อสุขภาพ รถเช่าเพื่อการท่องเที่ยว และเรือเช่าเพื่อการท่องเที่ยว โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ไม่เป็นหน่วยงานภาครัฐ มีการเก็บค่าใช้บริการ และต้องได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการอย่างถูกต้องจากหน่วยงานภาครัฐ

6) ปรับเกณฑ์การสนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน จาก 2,000 บาทต่อที่นั่ง เป็น 3,000 บาทต่อที่นั่ง เฉพาะเมืองหลักทางการท่องเที่ยว 7 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยมีอัตราการร่วมจ่าย (Co-pay)เท่าเดิม

7) กำหนดหลักเกณฑ์การลาสำหรับข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ลงทะเบียนและใช้สิทธิ์ โครงการฯ โดยกำหนดให้แสดงหลักฐานประกอบการลา ได้แก่ (1) หลักฐานแสดงการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ และ (2) หลักฐานแสดงการเช็กอิน และเช็กเอาต์โรงแรงที่พักตามโครงการฯ

8) จัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางในรูปแบบ Consumer Fair จำนวน 3 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคใต้ พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเข้าร่วมโครงการฯ ควบคู่กับมาตรการสาธารณสุขต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยว งบประมาณ 9 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินโครงการฯ

ทั้งนี้ ครม. ยังเห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียด“โครงการกำลังใจ”ดังนี้ เปิดให้บริษัทนำเที่ยวที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ โดยใช้หลักเกณฑ์เดิมของโครงการฯ (เป็นบริษัท นำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องตามพ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยว โดยจดทะเบียนก่อนวันที่ 1 ม.ค. 63) รวมบริษัทนำเที่ยวที่กรอกรายการนำเที่ยวไม่ครบ 15 รายการ สามารถกรอกเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ หากกรอกครบ 15 รายการแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเพิ่มเติมได้อีก


กำลังโหลดความคิดเห็น