xs
xsm
sm
md
lg

ท่องเที่ยวยังเสี่ยงอุบัติเหตุ

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์



รัฐบาลประกาศให้หยุดยาว 4 วัน 19-22 เดือนนี้ เพื่อให้ประชาชนไปใช้จ่ายเงินเดินทางท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้ไปสู่ภาคชนบท ขณะที่กิจการในธุรกิจการท่องเที่ยวยังต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อความอยู่รอด เป็นเหมือนกันทั่วโลก

ในสหรัฐฯ และยุโรปทั้งตะวันตกและตะวันออกกำลังอยู่ในช่วงฤดูหนาว ทั้งมีการระบาดหนักของเชื้อโควิด-19 คนติดเชื้อและเสียชีวิตมากมาย ยังไม่มีแววว่าจะเอาอยู่ กว่าจะได้วัคซีนมาใช้อย่างแพร่หลาย คงจะเป็นช่วงไตรมาส 2 ปีหน้าโน่น

ในบ้านเรามีมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตายซากเรื้อรังมาก่อนการระบาดของโควิด-19 คนระดับรากหญ้าตายเรียบ เหมือนหญ้าขาดน้ำหน้าแล้ง คนในระดับกลางเริ่มระมัดระวังการใช้เงิน ส่วนหนึ่งมีคนเก็บ ไม่มีปัญหาก็ยังใช้จ่ายตามปกติ

การท่องเที่ยวต่างประเทศแทบเป็นไปไม่ได้ และไม่น่าไปเสี่ยงกับการเจ็บป่วยซึ่งจะลำบากกว่าในประเทศไทยหลายเท่าตัว มีเงินแล้วยังไม่พอ ต้องมีโอกาสได้เข้ารับการรักษาด้วย โดยเฉพาะถ้าไปติดเชื้อโควิด-19 ก็จะยิ่งสาหัส

เที่ยวบ้านเรา ไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อโรค แต่เสี่ยงตายจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะการขับรถ การใช้ถนน ไร้วินัย ยานพาหนะไม่สมบูรณ์ การละเมิดกฎจราจร ความประมาท ดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับ สภาพถนนไม่มีป้ายบอกทางไม่ชัดเจน

ยามค่ำคืนแสงสว่างไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตจำนวนมาก แม้ฝ่ายหนึ่งขับรถอย่างถูกต้องตามกฎทุกอย่าง แต่ฝ่ายอื่นสร้างปัญหาอุบัติเหตุ ขับรถเสียหลักข้ามฟากไปชนคันอื่น

เป็นเรื่องธรรมดามาก ถ้าอุบัติเหตุรถประสานงาตายยกครัว หรือมากกว่านั้น แม้การรณรงค์จะเกิดขึ้น แต่ไม่สามารถหยุดหรือลดการตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุได้ ทำให้ตัวเลขอุบัติเหตุและเสียชีวิตในไทยสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก

จนมีคำพูดว่า “คนไทยกลัวตายห่า มากกว่าตายโหง” ไปไหนก็สวมหน้ากากอนามัยเกลื่อนตา แต่พอได้นั่งหลังพวงมาลัย ไม่ต่างกับผีนรกเข้าสิง ซิ่งไปหาพญามัจจุราช ความประมาท ไม่กลัวตายไม่ว่า เมื่อพลาดท่าทำให้คนอื่นตายไปด้วย

ดังนั้น จึงมีสโลแกนหรือคำขวัญของนักเดินทางด้วยการขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะรถยนต์ว่า “ไปให้ถึง กลับให้ได้” แต่จะมีส่วนหนึ่งจะไม่ได้กลับ หรือกลับแต่สภาพร่างกายไม่เหมือนเดิม มีทั้งสิ้นลมหายใจ หรือชิ้นส่วนอวัยวะเสียหาย

การตายเป็นเรื่องเล็กจริงๆ อุบัติเหตุเป็นเรื่องธรรมดา วันก่อนมีข้อมูลจาก Thai RSC และกู้ภัย กู้ชีพทั่วประเทศ เอาตัวเลขคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมาเผยแพร่ ดังนี้

เฉพาะวันที่ 13 เดือนนี้ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั่วประเทศ 46 ราย มียอดคนเสียชีวิตสะสมเดือนนี้ 616 ราย ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี 12,367 คน ช่วงเดียวของปีก่อนมีผู้เสียชีวิต 12,498 ราย ยอดผู้บาดเจ็บล่าสุดถึงวันที่ 16 มี 860,210 ราย

รวมยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตปีนี้ ณ วันที่ 16 เดือนนี้ มี 873,259 ราย เท่ากับว่าคนตายไปแล้วจากอุบัติเหตุปีนี้กว่า 13,049 ราย ณ วันที่ 16 เดือนนี้ มากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในหลายประเทศ ที่มีการระบาดหนักด้วยซ้ำ

ตัวเลขผู้เสียชีวิตนี้ยังไม่รวมพวกที่ปางตายจากจุดเกิดเหตุ แต่ไปเสียชีวิตภายหลังเพราะทนความรุนแรงของอาการบาดเจ็บไม่ไหว จะเห็นได้ว่าบ้านเรานั้น ทั้งเทศกาลและนอกเทศกาล ถ้ามีการเดินทางก็มีอัตราอุบัติเหตุคนบาดเจ็บ เสียชีวิตสูง

จะได้อย่างไร แม้มีการรณรงค์ทุกปี และอุบัติเหตุส่วนใหญ่คือมอเตอร์ไซค์!

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็ได้แต่ส่งเสริมให้คนเดินทางท่องเที่ยว จัดโปรโมชันสารพัด เปิดประเทศให้คนต่างชาติเข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้กิจการท่องเที่ยวในประเทศได้ฟื้นตัว แต่ไม่มีส่วนร่วมรณรงค์เรื่องความปลอดภัยช่วงการเดินทาง

ธรรมชาติจัดสรร ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขาลำเนาไพร ท้องทะเล เพราะการท่องเที่ยวซบเซาช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่หน่วยงานต่างๆ ไม่ใส่ใจไยดีเท่าที่ควร การบุกรุกที่ดินสาธารณะ ป่าเขายังเป็นไปเหมือนเดิม กฎหมายไร้พลัง

ความเสียหายจากอุบัติเหตุ ทั้งชีวิตและทรัพย์สินแต่ละปีมากมาย และชีวิตไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้ ยิ่งคนมีความสำคัญด้านหน้าที่การงาน สังคม หรือในระดับอื่นๆ จะเป็นที่น่าเสียดายถ้าต้องเสียชีวิตเพราะความประมาทของผู้อื่น

วันหยุดยาวจากนี้ไปจนถึงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ก็เช่นกัน จะมีการรณรงค์ คุมเข้มในการเดินทาง มีกฎหมาย โทษปรับจำคุกสำหรับเมาแล้วขับ แต่ตัวเลขในปีที่ผ่านมาเป็นข้อพิสูจน์ชัดว่ายังไม่ได้ผล ยังมีคนประมาท กล้าตาย ทำให้คนอื่นตาย

จะมีมาตรการอะไร อย่างไร ที่ทำให้คนในประเทศนี้ระวังมากกว่าเดิม?

ถ้าคนไม่กลัวตาย ก็ยิ่งไม่กลัวกฎหมาย รัฐอาจหามาตรการลงโทษที่ไม่ใช่การขังคุกหรือปรับธรรมดา แต่ใช้มาตรการลงโทษทางสังคม เหมือนการประจานในสังคมรับรู้ว่าคนรับโทษประเภทนี้ใช้ยานพาหนะอย่างประมาท เกิดความเสียหาย

มีโทษปรับหนักแน่ แต่โทษจำคุกภาคบังคับควรเอาตัวไปใช้งานสาธารณะนอกสถานที่ เช่น กวาดถนน ลอกท่อน้ำเสีย ช่วยงานเก็บกวาดถนน ขุดบ่อน้ำชนบท หรือตัดหญ้า งานอื่นๆ ที่ทำให้คนทั่วไปได้พบเห็น เพื่อไม่ให้เห็นเยี่ยงอย่าง

คนในประเทศนี้มีเงินจ่ายค่าปรับ ไม่กลัวตาย กลัวติดคุก และกลัวถูกนำตัวไปทำงานให้คนเห็นเพื่อบริการสังคม การเอาตัวไปขังไม่เกิดประโยชน์อันใด สิ้นเปลืองเงินภาษีประชาชนเปล่าๆ ดังนั้น ต้องให้คนต้องโทษเหล่านี้ได้ทำประโยชน์ล้างบาป

คิดอย่างไรกับข้อเสนอนี้ ถ้าเห็นด้วย แจ้งให้รัฐบาลรับทราบด้วยนะครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น