xs
xsm
sm
md
lg

พุทธิพงษ์ลั่นปราบเว็บโป๊-พนัน…โลกโซเชียลบุกทวงPornhub

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- "พุทธิพงษ์" ลั่นไม่กลัวทัวร์ลง! ปมปิด 'Pornhub'เหตุถูกร้องเรียนเยอะ มีคนบอก ทำช้าไปด้วยซ้ำ ล่าสุดศาลมีคำสั่งปิดเพิ่มอีก 209 ยูอาร์แอล เผยสถิติไทยอยู่อันดับ 17 ของโลก เปิด Pornhub ช่วงโควิดระบาด หญิงไทยดูติดอันดับ 4 ของโลก มากที่สุดในประเทศแถบเอเซีย เพจ “ภาคีนิรนาม” นัดชุมนุมประท้วง "ดีอีเอส" ทวงคืนเว็บ Pornhub ก่อนถูกแฉเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" แอบอ้าง ยืนยันไม่ได้เป็นแกนนำจัดกิจกรรม 'โบว์'นักเคลื่อนไหวทางการเมือง แนะสื่อจัดดีเบต'ปฎิรูปสถาบันฯ' เชียร์รัฐปิดเว็บฯ ชี้เป็นวงจรอาชญากรรมออนไลน์

วานนี้(3พ.ย.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณี ดีอีเอส สั่งให้ระบบอินเทอร์เน็ต มือถือทุกค่าย ระงับการเข้าถึง Pornhub เว็บไซต์หนังโป๊ชื่อดัง ว่า ถือเป็นเว็บไซต์ผิดกม. และกระทรวงได้รับการร้องเรียนเป็นจำนวนมาก จึงรวบรวมหลักฐานส่งฟ้องศาล และศาลได้มีคำสั่งปิดไปกว่า 190 กว่ายูอาร์แอล ซึ่งกระบวนการในการปิดเว็บไซต์ลามกอนาจารนั้น จะแตกต่างจากแพลตฟอร์มปกติ เนื่องจากเว็บไซต์เหล่านั้นส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ ในหลายประเทศอาจจะถูกกม. สามารถเสียเงินและเป็นสมาชิกเข้าดูได้ แต่ในประเทศไทย ถือว่ายังผิดกม.อยู่ จึงต้องใช้วิธีการปิดกั้นการมองเห็นในประเทศไทย

ทั้งนี้ เมื่อได้คำสั่งศาลมาแล้ว จะส่งให้โอเปอร์เรเตอร์ ผู้ให้บริการมือถือทุกค่าย รวมถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกราย เพื่อแจ้งให้ปิดการมองเห็นในประเทศ แต่ในต่างประเทศยังเข้าได้ปกติ เพราะเป็นการบังคับใช้เฉพาะกม.ไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เว็บไซต์นี้ มีผู้ติดตามจำนวนมาก ทำให้รัฐบาลถูกโจมตีอย่างมาก นายพุุทธิพงษ์ กล่าวว่า ขอให้มองใน 2 มิติ คนที่ร้องเรียนมาส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองและผู้ใหญ่ที่เป็นห่วงเยาวชน และต้องเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ได้ถูกกม.ไทย ในฐานะผู้บังคับใช้กม. จึงมีความจำเป็นต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

เมื่อถามว่า ขณะนี้ทัวร์ลง รมว.ดีอีเอส. อย่างหนัก จะตอบโต้อย่างไร นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ตอบโต้อะไร เพราะต้องทำตามหน้าที่ มีหลายคนบอกว่าตนทำช้าไปเสียด้วยซ้ำ ย้ำว่าตนทำตามกม. ไม่ได้ก้าวก่ายสิทธิของใคร เป็นการบังคับใช้กม. โดยส่งศาลตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจของตัวเองไม่ได้ใช้อำนาจของกระทรวง ไม่ได้รังแกใครเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่าสาเหตุมาจากการที่มีการโพสต์คลิปบุคคลสำคัญของประเทศ ใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะเว็บไซต์ที่ผิดกม. ที่สามารถรวบรวมได้ และส่งศาลนั้นมีจำนวน 190 กว่ายูอาร์แอล ซึ่งถือเป็นจำนวนที่เยอะมาก

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีการปิดเว็บไซต์ในลักษณะนี้เพิ่มอีกหรือไม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สำหรับเว็บไซต์ลามกอนาจาร และเว็บไซต์การพนัน ดีอีเอส. ทำอย่างต่อเนื่อง

ศาลสั่งปิดเว็บ/โซเชียลผิดกม. 209 ยูอาร์แอล

นายพุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รายงานผลการดำเนินการตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย และมีคำสั่งศาล 5 คำสั่ง ให้เจ้าของแพลตฟอร์มดำเนินการระงับการเข้าถึง/ปิดกั้นรายการผิดกฎหมาย จำนวนรวม 209 ยูอาร์แอล แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 139 ยูอาร์แอล, ยูทูบ 20 ยูอาร์แอล, ทวิตเตอร์ 24 ยูอาร์แอล และอื่นๆ 26 ยูอาร์แอล

รวมทั้ง ดำเนินการแจ้งความเอาผิดผู้กระทำความผิดอีก 12 ยูอาร์แอล ได้แก่ กลุ่มเฟซบุ๊กรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส – ตลาดหลวง จำนวน 11 ยูอาร์แอล และบัญชีทวิตเตอร์ Nicky @Pari_2532 จำนวน 1 ยูอาร์แอล

ที่ผ่านมา กระทรวงดีอีเอส ได้มีการดำเนินการแจ้งความเอาผิดผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่ไม่ปิดกั้นรายการเนื้อหาผิดกฎหมายตามคำสั่งศาลไปแล้ว 4 ชุด จำนวนรายการรวม 6,582 ยูอาร์แอล โดยจากการติดตามผลล่าสุดเมื่อวันที่ 1 พ.ย.63 พบว่ามีการดำเนินการลบ/ปิดให้แล้ว จำนวน 4,114 ยูอาร์แอล ยังคงเหลืออยู่อีก 2,468 ยูอาร์แอล ซึ่งขั้นตอนจากนี้จะรวบรวมคำสั่งศาลในช่วงวันที่ 2-18 ต.ค. 63 เพื่อสรุปจำนวนยูอาร์แอลที่ที่ยังไม่ปิดกั้นหลังมีหนังสือเตือน 15 วัน เพื่อดำเนินการแจ้งความเอาผิดไอเอสพีและแพลตฟอร์มต่างๆ เป็นชุดที่ 5 ต่อไป

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงดีอีเอส์ ได้รายงานการแจ้งเตือนผู้ให้บริการอินเทอรเน็ต (ไอเอสพี) และแพลตฟอร์มต่างๆ ตามคำสั่งศาลที่มีการอนุมัติในช่วงเดือนต.ค. เกี่ยวกับเนื้อหาที่ผิดกฎหมายจำนวนรวม 70 ยูอาร์แอล โดยสัดส่วนหลักๆ ยังอยู่บนเฟซบุ๊ก 29 ยูอาร์แอล และตามมาด้วย ยูทูป 26 ยูอาร์แอล, ทวิตเตอร์ 7 ยูอาร์แอล และเว็บอื่นๆ 8 ยูอาร์แอล

“กระทรวงดีอีเอส มีนโยบายในการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเว็บ/สื่อผิดกฎหมายบนโซเชียลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการขอความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) ในประเทศ และแพลตฟอร์มต่างประเทศ” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

ไทยอันดับ17ของโลก เปิด Pornhub

เมื่อปีก่อนไทยเพิ่งจะได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ดู Pornhub เป็นอันดับ 17 ของโลก ก่อนที่เว็บไซต์ที่นำเสนอเนื้อหาวาบหวิวจะโดนสั่งแบนในประเทศไทย โดยในปี 2561 Pornhub เปิดเผยข้อมูลว่า ไทยเป็นประเทศที่ดู Pornhub มากที่สุดเป็นอันดับ 23 และต่อมาในปี2562 อันดับของแดนสยามพุ่ง 6 ขั้นไปอยู่ในอันดับ 17 เหนือกว่าประเทศใหญ่อย่างรัสเซียด้วยซ้ำไป

นอกจากนั้นกรุงเทพฯ ก็ได้ชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่ที่ติดตาม Pornhub มากที่สุด เป็นอันดับ 10 ของโลกด้วย โดยเมืองใหญ่ๆ อย่าง โรม, วอชิงตัน ดีซี, โซล ก็ยังดู Pornhub สู้คนไทยไม่ได้ แถมด้วยระยะเวลาเฉลี่ย 11.21 นาที ยังทำให้ชาวกรุงเทพฯ ใช้เวลากับ Pornhub ต่อวัน มากเกือบที่สุดในโลกอีกต่างหาก

ในช่วงที่ โควิด-19 ระบาดทั่วโลก คนจำนวนนับล้านๆ ต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ก็ข้อมูลชี้ว่า หญิงไทยจำนวนมากได้เปิดเข้าไปชมเนื้อหาใน Pornhub จนสถิติการเพิ่มสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

ข้อมูลของ Pornhub ระบุด้วยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หญิงไทยเข้าไปดู Pornhub มากขึ้นถึง 32% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก โดยประเทศที่โควิด-19 กำลังระบาดอย่างรุนแรง จนมีประชาชนเสียชีวิตมากมายอย่าง สเปน และ อิตาลี ก็มีตัวเลขผู้ชม Pornhub สูงขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ของโลกทั้งสองประเทศ

นอกจากนั้นหญิงไทย ยังนับว่าดู Pornhubเพิ่มมากที่สุดในประเทศแถบเอเซียด้วย

จับโป๊ะ "ท่อน้ำเลี้ยง" แอบอ้าง "ภาคีนิรนาม" จัดม็อบ

ด้านเพจ “ภาคีนิรนาม - Anonymous Party” ได้ออกมาโพสต์ข้อความ แถลงการณ์ประณามการกระทำของ ดีอีเอส โดยได้ระบุข้อความว่า “ทวงคืน Pornhub” โดยให้เหตุผลว่าประชาชนมีสิทธิเลือก เราเชื่อว่าประชาชนมีสิทธิอันชอบธรรมในการเลือกเสพสื่อ รัฐมีหน้าที่ดูแล ไม่ใช่ควบคุม พรีเมี่ยมควรเป็นรัฐสวัสดิการ แบน Pornhub = ไม่ประนีประนอม อย่าทำให้ประชาชนหมดความอดทน ศักดินาจงย่อยยับ Pornhub จงเจริญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊คระบุว่า "เย็นนี้เจอกัน #SavePornhub #NoCensorship" พร้อมแบนเนอร์นัดชุมนุมที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในเวลา 16.00 น. พร้อมติดแฮชแท็ค #SavePornhub #ม็อบ3พฤศจิกา #ปิดกระทรวงict #ยืนยัน3ข้อเรียกร้อง ภายหลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สั่งให้ระบบอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือทุกค่ายระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ Pornhub

ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก "ภาคีนิรนาม" ออกแถลงการณ์ด่วนเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า ภาคีนิรนามเป็นแกนนำม็อบบุกไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ในวันนี้เวลา 16.00 น. เพื่อประท้วงและต่อต้านการปิดเว็บไซต์ภาพยนตร์ผู้ใหญ่ "พอร์นฮับ" โดยภาคีนิรนามออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว

เป็นที่น่าสังเกตว่า กระแสการจัดม็อบบุกกระทรวงดิจิทัลฯนั้น นายปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเครือข่ายคนเสื้อแดง ท่อน้ำเลี้ยงม็อบและผู้สนับสนุนด้านสวัสดิการต่างๆภายในม็อบตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 2 พ.ย. เวลา 22.34 น. ระบุว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ สั่งบล็อค pornhub เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ต้องม็อบหน้ากระทรวงรถเครื่องเสียง กับข้าว น้ำดื่ม และรถส้วมพร้อม ขาดแค่แกนนำ

จากนั้น เวลา 11.00 น. วันที่ 3 พ.ย.63 นายปกรณ์ ได้โพสต์อีกครั้งว่า นักข่าวโทรมาถามว่า ม็อบพอร์นฮับจริงหรือมุก ตนตอบเลยว่าจริง "น้องๆกลุ่มภาคีนิรนามอยากทำ ตนก็ช่วยโปรโมต"

แต่ปรากฏว่า ภาคีนิรนาม โพสต์เฟซบุ๊กออกแถลงการณ์ ไม่ได้เป็นผู้จัดม็อบบุกกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ตรงกับที่นายปกรณ์โพสต์แต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ชี้แจงว่า เนื่องจากมีการประชาสัมพันธ์ออกไปว่าทาง แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป็นผู้ประกาศนัดชุมนุม #SavePornhub ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ไปก่อนหน้านั้น เป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนของฝ่ายประชาสัมพันธ์ โดยทางกลุ่มแนวร่วมฯ ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมดังกล่าวแต่อย่างใด

กลุ่มภาคีนิรนาม บุกศูนย์ราชการฯ

วานนี้ (3 พ.ย.) เวลา 16.30น. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กลุ่มภาคีนิรนาม ได้นัดจัดกิจกรรม "#Savepornhub" โดยนายบอมเบย์ อายุ 17 ปี เยาวชนผู้ร่วมกิจกรรม "#Savepornhub" กล่าวว่า ไม่ใช่ผู้จัดการชุมนุมครั้งนี้ แต่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุม เนื่องจากได้ทราบข่าวว่าวันนี้จะมีกิจกรรม #savepornhub จึงตั้งใจมาช่วยคลายเครียด ที่ผ่านมา สังคมไทยมีปัญหาด้านการให้ความรู้เพศศึกษา ทั้งนี้ มองว่าการปิดกั้นเว็บไซต์นี้ อาจทำให้ผู้ต้องการมีความสุขทางเพศไม่มีที่ระบาย อาจเกิดอาชญากรรม




'โบว์'แนะสื่อจัดดีเบต'ปฎิรูปสถาบันฯ'

น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง บอกว่า ส่วนตัวมองเรื่องการปิดเว็บดังกล่าวว่า เป็นเรื่องอำนาจของรัฐ รัฐมีอำนาจโดยชอบธรรม ซึ่งที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายนี้ของรัฐหละหลวม จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีการคอรัปชั่นในระบบราชการหรือไม่ เนื่องจากจะเห็นว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีโฆษณาพนันออนไลน์แฝงอยู่จำนวนมาก มีเม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ภายใน และสั่งปิดแบบจริงจัง ซึ่งมองว่าเป็นวงจรอาชญากรรมออนไลน์ เพราะไม่มีระบบยืนยันตัวตน อีกทั้งยังเคยมีผู้ตกเป็นเหยื่อถูกถ่ายคลิปอนาจาร และนำมาเผยแพร่ในเว็บดังกล่าว

"เรื่องนี้มองว่า เป็นการทำงานตามปกติของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ที่จริงแล้ว ขอตำหนิด้วยว่า ทำไมถึงพึ่งมาทำ แม้ว่าข้อเท็จจริงที่ผ่านมาก่อนหน้านี้จะมีการปิดบ้างแล้ว และมองว่าวันนี้สังคมควรที่จะตั้งรับ อย่ามองอะไรเป็นขาวเป็นดำตลอดเวลา มันไม่ใช่อย่างนั้น เช่นเดียวกับเวลาที่มีการดีเบต การปฏิรูปสถาบันใน 10 ข้อ ก็เห็นด้วยทุกข้อ แล้วคุณไม่คิดว่ามีข้อใดข้อหนึ่งที่มีปัญหาเลยหรือ ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็เห็นว่ามันเลวหมด ทั้ง 10 ข้อ ซึ่งวันนี้เราต้องการพื้นที่ตรงกลาง ที่จะสามารถปรับความคิดเห็น ที่คนที่เหลือจะสามารถ แสดงความคิดเห็นว่า เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยบางอย่าง"

ส่วนแนวทางการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อเป็นคนกลางในการหาทางออกให้บ้านเมืองในขณะนี้ นั้น มองว่า พื้นที่ตรงกลางที่ดีที่สุดก็คือการจัดให้มีการดีเบตโดยสื่อ


กำลังโหลดความคิดเห็น...