xs
xsm
sm
md
lg

คลายล็อกต่างชาติเข้าไทย-เพิ่มสัดส่วนดูกีฬาอีกเท่าตัว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360 - ศบค. อนุมัติต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งที่ 7 ย้ำเพื่อสุขภาพ ไม่เกี่ยวข้องกับม็อบ เตรียมนำเสนอให้ครม.พิจารณาอนุมัติ พร้อมคลายล็อก 7 ข้อ เปิดทางให้ต่างชาติเข้าไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มจำนวนที่นั่งผู้เข้าชมกีฬาอีกเท่าตัว ขณะที่พบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 9 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,709 ราย รักษาหายแล้วรวม 3,495 ราย

วานนี้ (21 ต.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยภายหลังจากการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธานการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติให้จัดทำข้อเสนอ เห็นควรเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ค.ร.ม.) พิจารณาขยายระยะเวลาของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ ทั่วราชอาณาจักรเป็นคราวที่ 7 เรียกว่าเป็นการต่อพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน ที่มีการขยายเวลาแบบเดือนต่อเดือนมาตลอด 7 เดือน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากยังมีความจำเป็นในการเชื่อมต่อระหว่างภาคส่วนต่างๆ และยังไม่มีกฎหมายใดครอบคลุมได้ ส่วนกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแก้ไข ยังต้องผ่านกระบวนการการต่างๆ

“พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถช่วยให้เราใช้จ่ายงบประมาณ นำมาสู่การดูแลผู้อยู่ในสถานกักกันของรัฐ( State Quarantine) ที่เราดูแลกันไปกว่าแสนคนที่เป็นคนไม่ป่วย แต่ พ.ร.บ.โรคติดต่อ สามารถใช้กักตัวเฉพาะคนที่ป่วย ดังนั้นเป็นความแตกต่าง และมีความจำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมแต่อย่างใด โดยมาตราใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ มาตรา 9 ที่เราใช้ควบคุมโรคต่างจากมาตรา 11 ที่ใช้ในสถานการณ์ควบคุมฝูงชน เรื่องนี้เป็นเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพจริงๆ ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการมาตรการผ่อนคลาย การบังคับใช้กฎหมายต่างๆ โดยมีการรายงานในที่ประชุมได้รับทราบ 7 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดำเนินการแล้ว และเรื่องที่จะดำเนินการต่อไป ประกอบด้วย 1.การเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรของคณะมนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้เดินทางมาแล้ว เพื่อเข้าพบนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อย โดยกระบวนการทางการทูตต่างๆ เรียบร้อยดี 2.การอนุญาตให้ลูกเรือสัญชาติบริติช และสัญชาติเชก ที่เดินทางเข้ามาราชอาณาจักรทางน้ำ ซึ่งเดินทางมาเรียบร้อยแล้ว

3.การกำหนดประเทศและเมืองต้นทางที่ได้รับการผ่อนผันให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยการขอรับการตรวจลงตรา ประเทศนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) ซึ่งเราได้รับนักท่องเที่ยวชุดแรกจากประเทศจีน 39 ราย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 ทั้งหมดยังต้องอยู่ในมาตรการกักตัว 14 วัน จึงจะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะอยู่ในประเทศไทยประมาณ 1 เดือน 4.การอนุญาตให้สายการบินทำการบินแบบมีผู้โดยสารเปลี่ยนลำ

5.การอนุญาตให้เรือยอร์ชเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ทั้งเรือซุปเปอร์ยอร์ช และเรือครูซเซอร์ มีความต้องการเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน 60 ลำ แบ่งเป็น ซุปเปอร์ยอร์ช 27 ลำ และเรือครูซเซอร์ 33 ลำ รวมคนที่จะเข้ามาประมาณ 600-650 คน ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละ 2,100 ล้านบาท โดยที่ประชุม ศบค.ได้เห็นชอบ แต่ต้องมีมาตรการกักตัวบนเรือ 14 วัน และมีการตรวจคัดกรองหาเชื้อ 3 ครั้ง ทั้งนี้ ทางกรมเจ้าท่าจะเป็นประกาศอนุญาตให้เรือเหล่านี้เข้ามาได้

6.การอนุญาตให้ลูกเรือต่างชาติเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อขึ้นเรือออกจากราชอาณาจักร ทั้งนี้ ในกลุ่มนี้หากเข้ามาต้องยอมรับมาตรการกักตัว 14 วัน ก่อนลงเรือเพื่อเดินทางกลับประเทศ

7.การผ่อนผันให้กลุ่มบุคคลเข้าประเทศไทยโดยเข้าสู่การกักตัวแบบ Wellness Quarantine ขณะนี้มีคนเข้ามาจำนวน 1,428 ราย

ทั้งนี้ โดยทางกรมสนับสนุนสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงาน 3 รูปแบบ ที่จะเข้ามา คือ กลุ่ม 1 เมดิคอลสปา, Wellness รีสอร์ท และสปารีสอร์ท กลุ่ม 2 ผู้สูงอายุที่มาพักผ่อนและดูแลสุขภาพระยะยาว และกลุ่ม 3 กลุ่มพักผ่อนท่องเที่ยวและเล่นกีฬา เช่น มาพักโรงแรมที่มีสนามตีกอล์ฟ ซึ่งที่ประชุม ศบค. ได้อนุมีติกลุ่มที่ 1 และ 2 ส่วนกลุ่ม 3 ต้องไปศึกษารายละเอียดก่อน

นอกจากนี้ มีการอนุญาตเพิ่มจำนวนที่นั่งสำหรับผู้ที่เข้าชมกีฬา โดยสนามกีฬากลางแจ้ง มีการเชียร์เสียงดัง เพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 50% และการเชียร์เสียงไม่ดัง เพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 70% ส่วนสนามกีฬาในร่ม มีการเชียร์เสียงดัง เช่น มวย เพิ่มขึ้นจาก 15% เป็น 30% และการเชียร์เสียงไม่ดัง เพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 50%

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวถึงประเด็นที่อนุญาตให้กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ STV มีกี่ประเทศและประเทศอะไรบ้าง ว่า ขณะนี้ได้ใช้การประกาศจากกรมควบคุมโรคที่มีการปรับประกาศประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ กลาง และสูง โดยจะมีการปรับเกณฑ์ตามสถานการณ์ 2 สัปดาห์/ครั้ง ซึ่งประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำก็เป็นประเทศที่เป็นลูกค้าของเรา เช่น จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน สวีเดน ฟินแลนด์ โดยเราจะยอมให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ และกลางเข้ามา ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงยังไม่อนุญาต ส่วนหน่วยงานที่จะอนุญาตให้ประเทศประเทศเหล่านี้เข้ามาได้ คือกระทรวงการต่างประเทศ

ส่วนเรื่องของการลดจำนวนวันการกักตัวจาก 14 วันเหลือ 10 วันนั้น นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ยังไม่มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ทั้งนี้ จากที่ประชุมของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563 ได้ให้ความเห็นว่า การกักตัว 14 วัน ดีที่สุด แต่การกักตัว 10 วัน คุมได้เพียง 95%

ไทยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 9 ราย

ขณะเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักใน State Quarantine ทั้งหมด ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 3,709 ราย จำนวนผู้ป่วยรักษาหายแล้วรวม 3,495 ราย ส่วนผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 155 ราย และยอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 59 ราย


กำลังโหลดความคิดเห็น...