xs
xsm
sm
md
lg

ขายศรัทธารูปไอ้ไข่ : มิจฉาอาชีวะของบรรพชิต

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง



ในยุคที่สังคมมนุษย์ยังไม่เจริญก้าวหน้าในด้านวิทยาศาสตร์ และยังถูกครอบงำด้วยลัทธิทรงเจ้าเข้าผี รวมไปถึงการปกครองโดยอาศัยอำนาจลี้ลับ ผู้คนในสังคมถูกความกลัวครอบงำ ต่างนับถือต้นไม้ ภูเขา เป็นต้น ด้วยเชื่อว่ามีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู่

ดังนั้น จึงพากันไปกราบไหว้เซ่นสรวงบูชาสิ่งเหล่านั้น ด้วยสิ่งของ เช่น ข้าวปลา อาหารคาวหวาน และสุรา ดีที่สุดเท่าที่แต่ละคนจะหามาได้ ด้วยหวังว่า วิญญาณเหล่านั้นจะพอใจ และช่วยปกป้องรักษาตนเอง และคนซึ่งตนเองรักให้อยู่รอดปลอดภัย รวมไปถึงการดลบันดาลให้ประสบผลสำเร็จสิ่งที่ตนเองปรารถนา จึงเป็นที่มาของพิธีเซ่นไหว้ในปัจจุบัน รวมไปถึงการทำเครื่องรางของขลัง และวัตถุมงคลต่างๆ ในทำนองเดียวกับการเซ่นไหว้วิญญาณในอดีต จะต่างก็เพียงว่าในปัจจุบันโดยเฉพาะในสังคมของชาวพุทธไม่ได้กราบไหว้เซ่นสรวงบูชาผีสางนางไม้ แต่ได้หันมาแสวงหาวัตถุมงคลซึ่งบรรดาพระเกจิอาจารย์ทำขึ้น มีทั้งรูปปั้น รูปหล่อของเกจิอาจารย์เอง และวัตถุอื่นใดที่เกจิอาจารย์จัดทำขึ้นจากจิตวิญญาณ หรือโดยอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่น จตุคามรามเทพ หรือแม้กระทั่งรูปของคนธรรมดาที่ถูกสถาปนาให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่น รูปไอ้ไข่ที่กำลังเป็นที่นิยมศรัทธาของบรรดานักเสี่ยงโชคอยู่ในขณะนี้

อะไรทำให้คนไทยซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธมีความเชื่อในเรื่องเช่นที่ว่านี้ ทั้งๆ ที่ศาสนาพุทธสอนให้เชื่อกฎแห่งกรรมคือ ทำดีได้ดี ไม่มีใครอื่นใดนอกจากตัวเองทำให้ตนเองดีหรือเลวได้?

เกี่ยวกับประเด็นนี้มองได้สองแง่มุมคือ

1. ชาวพุทธที่เป็นพุทธตามพ่อ แม่ วงศ์ตระกูลเข้าวัดทำบุญ แต่ไม่ได้ศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์ตรงตามความเป็นจริง แม้บางคนจะเคยแต่ก็บวชตามประเพณีไม่ศึกษา ไม่เข้าใจ และไม่ได้นำคำสอนไปปฏิบัติ จึงง่ายต่อการถูกครอบงำจากการชี้นำอย่างผิดๆ จากผู้ที่อาศัยศาสนาทำมาหากิน โดยการทำวัตถุมงคลขายหรือที่เรียกว่า พุทธพาณิชย์

2. พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นทายาทอันดับแรกในการปกป้อง และเผยแผ่คำสอนของพระพุทธองค์มีอยู่ไม่น้อยที่ไม่ดำรงตนอยู่ในเพศและภาวะของบรรพชิต ซึ่งมีศีล 227 ข้อให้ถือปฏิบัติ แต่กลับประพฤติหย่อนยาน และมีพฤติกรรมเป็นนักบวชนอกพระธรรมวินัย

พระภิกษุสงฆ์เยี่ยงนี้ ถึงแม้จะมีอยู่จำนวนไม่มาก เมื่อเทียบกับจำนวนรวมของพระภิกษุที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระที่ดี ทั้งในส่วนคามวาสี และอรัญวาสี แต่จำนวนไม่มากของนักบวช นอกจากนี้ นี่แหละที่ทำให้ศาสนาพุทธเสื่อม และพระสงฆ์ที่ว่านี้แหละ ที่ตั้งตนเป็นเกจิอาจารย์มอมเมาพุทธศาสนิกชนผู้ที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของพุทธ หลงติดอยู่กับความเชื่อในวัตถุ แทนที่จะสนใจศึกษาคำสอน และนำมาปฏิบัติ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีข่าวที่ชาวพุทธฟังแล้วหดหู่

ข่าวที่ว่านี้ก็คือ วัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ได้สร้างรูปไอ้ไข่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนมากราบไหว้บูชาขอหวย ขอพร จนเป็นที่เชื่อถือศรัทธาของบรรดาคอหวย ทำให้มีคนแห่กันมากราบไหว้บูชากลายเป็นแหล่งรายได้ของวัดแห่งนี้ จึงทำให้หลายวัดสร้างรูปไอ้ไข่ขึ้นมาเพื่อเป็นธุรกิจขายศรัทธา ในทำนองเดียวกัน จากการที่หลายวัดสร้างรูปไอ้ไข่ขึ้นมาเป็นคู่แข่งธุรกิจขายศรัทธา จึงทำให้วัดซึ่งเป็นต้นแบบเกิดความไม่พอใจถึงกับประกาศอ้างความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และจะทำการฟ้องผู้เลียนแบบ

เมื่อข่าวนี้ปรากฏออกไป ทำให้วัดแห่งหนึ่งอ้างความเป็นต้นแบบ และบอกว่าเป็นเรื่องของจิตวิญญาณไม่ควรฟ้องร้อง

จากข่าวที่ปรากฏ ไม่ว่าวัดใดจะเป็นต้นแบบ และวัดใดจะเป็นผู้เลียนแบบ ถ้ามองในแง่ของคำสอนของพระพุทธองค์แล้ว ทุกวัดที่อาศัยรูปของไอ้ไข่หารายได้เข้าวัดเข้าข่ายการแสวงหารายได้ มีความผิดทางพระวินัยคือ การแสวงหาไม่ควรหรืออเนสนาคือการแสวงหาไม่ควรแก่เพศและภาวะของบรรพชิตเป็นมิจฉาอาชีวะของนักบวช ตามนัยแห่งมรรคข้อสัมมาอาชีวะ จึงอนุมานได้ว่ามิใช่ทางแห่งธรรม แต่เป็นทางแห่งอธรรม

ด้วยเหตุนี้ ทางสำนักพุทธควรจะได้เข้าไปดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยด่วน ถ้าขืนปล่อยไว้จนกลายเป็นจุดด้อยจุดด่างในวงการสงฆ์ และจะเป็นเหตุให้คนรุ่นใหม่ผู้ซึ่งไม่เข้าใจศาสนาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นำไปเป็นจุดโจมตีศาสนาได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...