xs
xsm
sm
md
lg

มนุษย์คุณภาพ“ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ”! (ตอนสิบเอ็ด) “น้าชาติ-จารย์โต้ง” กับ “พรรคชาติพัฒนา”!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


“ไวรัสการเมืองสามานย์”! “ระบาด” จาก “นักการเมือง” ประชาธิปไตยเลือกตั้งกับรัฐประหารไม่ปฏิรูปชาติ ที่ไม่ทำเพื่อชาติและประชาชนเป็นหลัก

หลังเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” เกิดเหตุการณ์พลิกล็อกมโหฬารทางการเมือง ด้วย 5 พรรคการเมืองที่เคยหนุนให้ “บิ๊กสุเป็นนายกตระบัดสัตย์” ได้หันมาสนับสนุน “พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์” หน.พรรคชาติไทย ให้เป็น “นายกรัฐมนตรี” ต่อจาก “บิ๊กสุ” ทันที

ทว่า “พล.อ.อ.สมบุญ” กลับต้อง “เป็นพ่อสายบัวแต่งชุดขาวรอเก้อ” เพราะวันที่ 10 มิถุนายน 2535 ได้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้“อานันท์ ปันยารชุน”กลับมาดำรงตำแหน่ง เป็น“นายกรัฐมนตรี” ครั้งที่สอง..

การ “ถอดปลั๊กการเมืองอธรรม” จนชาติสงบในครั้งนี้ ทำให้“ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์” ประธานสภาฯได้รับความชื่นชมจากประชาชนอย่างกว้างขวาง จนได้รับการขนานนามเป็น “วีรบุรุษประชาธิปไตย”ทันที

ทว่า..การเมืองที่ไร้การปฏิรูป ชาติจึงพัฒนาอย่างไม่มั่นคง เพราะการเมืองไทยยังคงเป็น“ประชาธิปไตยจอมปลอม” ยึดหลัก “ใครชนะเลือกตั้ง”ก็ได้อำนาจบริหารชาติ ทั้งๆ ที่ “การเลือกตั้งชาติไทย” เต็มไปด้วยการซื้อเสียงด้วยเงินและนโยบายผลาญงบประมาณ ที่ได้มาจากเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศ

รัฐบาล “นายกฯ อานันท์” ได้บริหารชาติพร้อมๆ ไปกับการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่จำเป็นให้ชาติและประชาชน โดยเฉพาะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา และประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานรัฐสภา ทั้งยังได้กำหนดคุณสมบัติของผู้จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น

ห้วงนั้น..พรรคการเมืองต่างๆ เคลื่อนไหวประชุมเตรียมรับการเลือกตั้งกันอุตลุด ด้วยการเลือกเฟ้นผู้ที่จะลงสมัคร สส. มีทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่

โดย “น้าชาติ” ที่กลับจากลี้ภัยที่อังกฤษ ได้กลายเป็นบุคคลเนื้อหอม พรรคการเมืองหลายพรรคเชื้อเชิญให้ “น้าชาติ” เป็น หน.พรรค โดยเฉพาะ “บรรหาร ศิลปะอาชา”กับกลุ่ม ส.ส.ทั้งหมดยุค “น้าชาติ” เป็นนายกฯ ในนามพรรค ชท. จึงได้ติดต่อขอให้ “น้าชาติ” กลับมาเป็น หน.พรรค ชท.อีกครา

โดยกลุ่มนักการเมืองในพรรค ชท. ได้ยกเหตุผลที่เชื่อว่า หาก “น้าชาติ” ยอมกลับมาอยู่กับพรรค ชท. โอกาสจะกลับมาเป็นนายกฯ อยู่แค่เอื้อม เพราะประชาชนไทยยังไม่ลืมว่า “น้าชาติ หน.พรรค ชท.ทำให้เศรษฐกิจฟูเฟื่อง ชาติไทยเจริญ คนไทยก็อยู่ดีกินดีอย่างชัดเจน”..

ทว่า..เครือข่ายของ“ น้าชาติ”ได้มีการพูดคุยว่า ในทางการเมือง ชื่อพรรค ชท.เสียหายไปแล้ว ถ้ากลับมาเป็น หน.พรรค ชท. “น้าชาติ” ก็ต้องคอยแก้ต่างให้กับพรรค ชท.ที่ไปหนุนเผด็จการทหาร “บิ๊กสุ”

“น้าชาติ” เป็น หน.พรรคตั้งใหม่น่าจะดีกว่า เพราะจะได้เดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ ไม่ต้องพะวักพะวนกับปัญหาการเมืองเก่าๆ เน่าๆ อีก

วันหนึ่ง “จารย์โต้ง”โทรบอกผมให้ไปพบที่ “บ้านเรือนไทย”โดยด่วน เมื่อผมไปถึง ก็เห็นบ้านของ“น้าชาติ” พลุกพล่านไปด้วยนักการเมืองมากหน้าหลายตา มาชุมนุมพบปะกัน หลัง “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” ประกาศรับตำแหน่ง“หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา”

“ครั้งนี้..ชัชต้องมาช่วยผมกับพ่อทำงานการเมืองแล้วล่ะ” นั่นเป็นคำพูดสั้นๆ ของ“จารย์โต้ง”

ทำให้ชีวิตผมต้องเข้ามาคลุกคลี ใกล้ชิดสนิทสนมกับ “จารย์โต้ง-น้าชาติ” รวมทั้งเจอะเจอกับบรรดานักการเมืองในพรรคนี้ ซึ่งดึงผมให้เข้าไปพัวพันในเกมการเมือง ที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงอำนาจกันชนิดเอาเป็นเอาตาย แต่ก็พร้อมเสมอที่จะพลิกสู่การเมืองที่ “ไม่มีมิตรแท้-ศัตรูถาวร” ได้ตลอดเวลา

ทีมงานเลขาฯ “น้าชาติ” หน.พรรค ชพน. มี “จารย์โต้ง” เป็นที่ปรึกษาใหญ่ ผมเป็นเลขาฯส่วนตัวของ “น้าชาติ” ส่วนทีมสำนักงานเลขาฯ “น้าชาติ” นั้น “ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย”ให้ “ชาวันย์” มาช่วยทำงานในหลายด้าน ส่วน “ชัยพร” ทำงานด้านเศรษฐกิจ มี “พิชาญ” อดีตนักข่าว นสพ.ไทยรัฐ มาเสริมทีมงานประชาสัมพันธ์ รวมทั้ง “จารย์โต้ง” ให้ “กิติเดช”เป็นเลขาฯ สนง. ที่ทำงานนี้ตั้งอยู่ชั้นสองของอพาร์ทเม้นท์ของ “จารย์โต้ง” ซึ่งติดกับบ้านหลังใหม่ของ “น้าชาติ”ใน “ซอยพหลโยธิน 3”

การทำงานอย่างใกล้ชิดกับ “จารย์โต้ง-น้าชาติ” ทำให้ผมได้เห็นและรับรู้ถึงจิตใจ “พ่อลูกคู่นี้”ว่า “น้าชาติ” เป็นผู้ใหญ่ใจเย็น-ใจถึง-ใจดี ฯลฯ มีน้ำใจกับทุกคนที่มาขอความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องส่วนตัวและส่วนรวม โดยเฉพาะเรื่องการทำบุญทำทาน “น้าชาติ” จะทำเป็นนิจและทำอย่างต่อเนื่อง

ส่วน “จารย์โต้ง” ถ้าเห็นต่างกับ “น้าชาติ”ในปัญหาสำคัญๆทางการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับผลได้ผลเสียของชาติและประชาชน โดยเฉพาะเรื่องที่จะทำให้คนยากจนเดือดร้อน หรือสิ่งแวดล้อมเสียหายจากโครงการรัฐ “จารย์โต้ง” จะไม่ยอมถอย และจะพูดคุยกับ “น้าชาติ” หรือ “ผู้ใหญ่ในพรรค” เป็นการส่วนตัว ทั้งในและนอกที่ประชุม โดยไม่เกรงกลัวหรือเกรงใจใครหน้าไหนทั้งสิ้น

ผมอดทึ่งไม่ได้ ที่ “จารย์โต้ง” มีวิธีนำเสนอและแลกเปลี่ยนปัญหา ที่แรงด้วยเนื้อหา แต่ก็สุภาพเป็นกันเอง ทำให้นักการเมืองหลายคน มักขึ้นมาปรึกษาหารือกับ “จารย์โต้ง” ที่ สนง.หน.พรรค ชพน.เป็นประจำ พูดได้เลยว่า “จารย์โต้ง” เป็นที่เกรงใจ ทั้ง “น้าชาติ” กับนักการเมืองในพรรคแทบทุกคน

ลองคิดดูสิว่า..ชพน.ยุค “น้าชาติ” เป็น หน.พรรคนั้น เต็มไปด้วยนักการเมืองระดับเกรดเอบวก เช่น พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก, เดช บุญหลง, กร ทัพพะรังสี, ประจวบ ไชยสาส์น, ปัญจะ เกสรทอง, สุชน ชามพูนท, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, สมาน ภุมมะกาญจนะ, ยุทธ อังกินันท์, นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, จำลอง ครุฑขุนทด, ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์, ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ, วุฒิชัย สงวนวงศ์ชัย, สนธยา คุณปลื้ม ฯ

ดังนั้น การทำงานให้ หน.พรรค ชพน.ที่มีนักการเมืองหลายหลากความคิด จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่มีทั้งคนรัก-คนเกลียด-คนหมั่นไส้-คนอิจฉา ซึ่งแสดงออกทั้งลับและเปิดเผย จึงต้องใจกว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อย และนั่นเป็นสิ่งที่ “น้าชาติ” กับ“จารย์โต้ง” ห่วงใยทีมงาน แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดีโดยตลอด

“จารย์โต้ง” เป็นคนมีน้ำใจต่อคนทำงานเสมอ ใครมีปัญหาเดือดร้อน “จารย์โต้ง” มักให้ความช่วยเหลือ อีกทั้งดูแลทีมงานเป็นอย่างดี

ส่วนอดีตนายกฯ “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” นั้น เป็นชายชาติทหารที่น่านับถือจริงๆ เพราะ “น้าชาติ” กล้ารับผิดแทน “ลูกน้อง” เสมอ และมักให้ความชอบกับ “ลูกน้อง” อีกด้วย

ครั้งหนึ่งผมทำงานผิดพลาด เพราะถูก “นักข่าวคนหนึ่ง” แอบเอาข้อมูลบางเรื่อง ช่วงพรรค ชพน.เป็นฝ่ายค้าน ให้พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ทำให้นักการเมืองหลายคนในพรรค ชพน.ไม่พอใจ และเตรียมจะต่อว่าผมอย่างรุนแรงในที่ประชุมแกนนำพรรค ชพน.

เมื่อแกนนำพรรคเข้าที่ประชุมเรียบร้อยแล้ว “น้าชาติ” ซึ่งให้ผมนั่งข้างๆก็เอ่ยขึ้นว่า

“ผมขอบอกให้ทุกคนรู้นะว่า ผมเป็นคนใช้ให้ชัชทำงานที่เป็นข่าวอยู่ในเวลานี้”

นั่นทำให้ผมต้องพูดขึ้นว่า “ท่านไม่ได้ใช้ผมนะครับ..งานนี้ผมทำเองกับทำพลาด..ผมขอรับผิดเอง..”
“น้าชาติ” พูดแทรกขึ้นทันทีว่า “เฮ้ย..คุณลืมไปแล้วเหรอชัช..ผมเป็นคนสั่งให้คุณไปทำนะ..คุณนี่ขี้ลืมจริงๆ เลย..”

งานนั้น..ผมเลยรอดไม่โดนแกนนำพรรค ชพน. อภิปรายต่อว่าในที่ประชุมแม้แต่น้อย เพราะชายชาติทหาร “น้าชาติ” ออกหน้ามารับผิดแทน “ลูกน้อง” ซึ่ง “จารย์โต้ง” ที่รู้ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง ก็ตั้งใจจะมาช่วยผมอีกแรงหนึ่ง แต่มาถึงที่ประชุมพรรคช้า เพราะติดให้สัมภาษณ์พิเศษกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ..

แต่เรื่องก็จบลงไปเรียบร้อยด้วยดี..

..และแล้วรัฐบาล “นายกฯ อานันท์” ก็ประกาศให้จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งใหม่ในวันที่ 13 กันยายน 2535

ปี่กลองการเมืองดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง...!

..โปรดติดตามตอนต่อไป สัปดาห์หน้า

กำลังโหลดความคิดเห็น...