xs
xsm
sm
md
lg

“ประยุทธ์”ขู่แบล็กลิสต์โรงแรม ฉวยขึ้นราคาเราเที่ยวด้วยกัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- "บิ๊กตู่" ขู่ขึ้นแบล็กลิสต์โรงแรมในโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ฉวยโอกาสขึ้นราคา พร้อมขยายวงเงินจาก 600 บาท เป็น 900 บาท เตรียมเคาะวันหยุดชดเชยสงกรานต์ ขณะที่ยอดจองโรงแรมทะลุ 1 แสนห้องแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึง กรณีที่พบโรงแรมที่พักหลายแห่งในโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ฉวยโอกาสขึ้นราคา ว่า ได้สั่งการไปแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำลังเข้าไปตรวจสอบ หากโรงแรมใดขึ้นบัญชีกับ ศบค.ไว้แล้ว และมีการฉวยโอกาสขึ้นราคามากกว่าที่ตกลงกันไว้ จะถูกขึ้นแบล็กลิสต์ ฉะนั้นอย่าขึ้นราคาก็แล้วกัน ถ้าทำไม่ดีก็จะส่งผลไม่ดีกับโรงแรมของท่านเอง

นายกฯกล่าวว่า ต้องการให้มีการท่องเที่ยวในเมืองรองมากขึ้น ท่องเที่ยววันธรรมดามากขึ้น ทั้งนี้ ราคาปกติหลายโรงแรมมีการพูดคุยกันแล้วราคาเท่าไร ลดได้เท่าไร ส่วนวันหยุดชดเชยสงกรานต์ที่เหลืออีก 2 วันนั้น จะพิจารณาให้ติดกับช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อให้มีวันหยุดระยะยาว และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเที่ยวปันสุข ในส่วนของแพคเกจเราเที่ยวด้วยกัน ผ่านเว็บไซต์www.เราเที่ยวด้วยกัน.com มีผู้มาลงทะเบียนแล้ว 4.26 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าว มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 4.03 ล้านคน และอยู่ระหว่างทยอยแจ้งผลทางข้อความ (เอสเอ็มเอส) อย่างต่อเนื่อง

โดยพบว่าไม่มีผู้ลงทะเบียนเข้ามาอยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องกับฐานข้อมูลกรมการปกครอง แต่พบว่ามีผู้ลงทะเบียนเข้ามาไม่สำเร็จ 2.2 แสนคนซึ่งในกรณีนี้สามารถลงทะเบียนใหม่ได้จำกว่าจะสำเร็จ

ส่วนการเปิดให้ใช้สิทธิ์จองโรงแรมจำนวน 5,000,000 ห้องต่อคืน ขณะนี้ยอดลงทะเบียนจองสิทธิ์โรงแรมอัพเดทแบบทันที (เรียลไทม์) ผ่านหน้าเว็บไซต์เราเที่ยวด้วยกัน ล่าสุดตัวเลขอยู่ที่ 116,817 ห้องต่อคืน มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการรวม 34,434 แห่ง แบ่งเป็นโรงแรม 5,713 ราย ร้านอาหาร 27,593 ร้าน และ สถานที่ท่องเที่ยว 1,128 แห่ง โดยผู้ประกอบการยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ต่อเนื่อง

“ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ที่พัก ที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ขอให้งดเว้นการขึ้นราคา ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพียงผู้ประกอบการส่วนน้อยมากๆ กระทรวงการคลังจะติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง” นายลวรณกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...