xs
xsm
sm
md
lg

14+1;อเมริกาหน้าแห้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร



เลข 14+1 คือเลขของประเทศที่ได้รับอนุญาตจากสหภาพยุโรป เพื่อให้นำเอาเครื่องบินพร้อมผู้โดยสารมาจอดได้ภายใต้น่านฟ้าของอียู ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้เอง

ประเทศไทยก็ได้อยู่ในลิสต์แรกของเขาทีเดียว นับเป็นเรื่องที่ดียิ่ง สะท้อนถึงความสามารถของเหล่าบรรดาบุคลากรทางการแพทย์ของไทย โดยเฉพาะอาสา อสม.ได้สร้างชื่อเรื่องขจรขจายไปทั่วโลก ถึงการเสียสละเป็นจิตอาสาที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ตรวจตราแต่ละหมู่บ้านทั่วราชอาณาจักรไทย จนเราสามารถคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อได้อย่างดียิ่ง

สำหรับด้านรัฐบาลไทย ที่ตอนโรคโควิด-19 เริ่มระบาดเข้าไทย เราทำพลาดเรื่องสนามมวยและบาร์ที่ซอยทองหล่อ รวมทั้งคณะผีน้อยจากเกาหลีใต้ ไม่งั้นตัวเลขของเราจะยิ่งสวยกว่านี้อีก แต่ก็นับว่าได้มีการปล่อยให้ฝ่ายแพทย์ดำเนินการ จึงประสบผลสำเร็จเช่นนี้

14 ประเทศนี้ ไม่มีสหรัฐฯ, รัสเซีย, ตุรกี, ซาอุดีอาระเบีย, อิสราเอล และบราซิล

เปิดน่านฟ้าอียูคือ จะไม่มีการกักตัวผู้โดยสารที่เดินทางมาจาก 14 ประเทศนี้

จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน จะมีก็แต่ประเทศไทย (น่าแปลกมากที่ไม่มีเวียดนาม)

เรียงตามลำดับตัวอักษรโรมันทั้ง 14 ประเทศได้แก่ Australia, Canada, South Korea, Japan, New Zealand, Rwanda, Thailand, Uruguay โดยมี 3 ประเทศทางแอฟริกาเหนือคือ Algeria, Morocco และ Tunisia และมี 3 ประเทศในยุโรปตะวันออกคือ Georgia, Montenegro และ Serbia

การเปิดน่านฟ้านี้เพราะกำลังเข้าสู่ฤดูแห่งการท่องเที่ยวที่จะนำเงินมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของอียู ซึ่งก่อนโควิด-19 มีผู้คนเดินทางข้ามพรมแดนอียูวันละ 3.5 ล้านคนทีเดียว!

สำหรับประเทศ +1 ก็คือ จีน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เปิดน่านฟ้าอย่างเป็นทางการ และกลายเป็นประเด็นที่ทางอียูยกมาแยกต่างหากเป็น +1 คือ มีเงื่อนไขว่า ทางอียูจะเปิดน่านฟ้าให้จีน แต่ขอมีข้อแลกเปลี่ยนว่า ทางจีนจะต้องยอมเปิดน่านฟ้าให้กับผู้โดยสารของอียูด้วย เป็นเงื่อนไขที่น่าสนใจมาก

เพราะตัวเลขผู้ป่วยในจีนนั้น หลังจาก Lock Down ถึง 76 วัน (กรณีการระบาดที่เมืองอู่ฮั่น) แล้วได้เปิดประเทศในวันที่ 8 เมษายน ซึ่งปรากฏว่า หลังจากนั้นมีแต่คนข้างนอกนำเชื้อเข้าไป ซึ่งเขาก็สามารถตรวจและติดตามอย่างมีประสิทธิภาพมาก จนว่างเว้นมาได้ถึง 50 กว่าวัน ก็มาเจอติดเชื้อภายในที่ตลาดขายส่งใหญ่ที่ปักกิ่ง ซึ่งก็เลยต้อง Lock Down ปักกิ่งอยู่ขณะนี้

อียูคงต้องการนักท่องเที่ยวจากจีนจนตัวสั่น แต่การตั้งข้อแม้เงื่อนไขให้จีนเปิดน่านฟ้าให้แก่คนของอียูนั้น ก็เพราะนักลงทุนอียูมีจำนวนมากที่ลงทุนในจีน มีโรงงานมากมายของชาวยุโรปที่ตั้งอยู่ในจีน ที่เป็นตลาดใหญ่ของสินค้าจากยุโรป อียูจึงเกรงมากว่า ถ้าจีนไม่เปิดน่านฟ้าให้อียู อียูก็เลยขอตั้งเป็นเงื่อนไขไว้ก่อนนั่นเอง

ด้านสหรัฐฯ นั้น ทรัมป์เสียหน้ามากที่อียูปิดน่านฟ้าใส่หน้าสหรัฐฯ แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ยังมีแต่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว

ขนาดศ.นพ.แอนโทนี เฟาชี ได้กล่าวในคำให้การในคณะกรรมาธิการของทั้งสภาล่างและวุฒิสภาว่า การดำเนินการสกัดการระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ขณะนี้ “ไม่เป็นที่น่าพอใจ”; ท่านกังวลและถึงกับคาดการณ์ว่า ถ้ายังปล่อยให้เปิดเศรษฐกิจกันอย่างสะเปะสะปะขณะนี้ เห็นทีตัวเลขผู้ติดเชื้อต่อวัน จะเพิ่มจากวันละ 4 หมื่นกว่าๆ เป็นวันละ 1 แสนรายแน่นอน และย้ำเตือนว่า ช่วงอายุของผู้ติดเชื้อขณะนี้ในสหรัฐฯ ได้ลดลงมาอยู่ที่ต่ำกว่า 35 ปี เป็นช่วงที่ติดเชื้อมากที่สุด แตกต่างจากเดิมที่เป็นผู้ชราที่มีช่วงอายุ 65+

ยังเสริมด้วยว่า สำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อและรักษาไม่หายจนต้องเสียชีวิตนั้น ยอดผู้เสียชีวิตก็จะเพิ่มขึ้น โดยตัวเลขจะตามหลังยอดผู้ติดเชื้อประมาณ 1 เดือน

แต่ท่านปธน.ทรัมป์ ดูจะไม่แยแสต่อตัวเลข ทั้งผู้ติดเชื้อและคนตายจากโควิด-19 ที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยเขาพูดที่การเปิดหาเสียงที่เมือง Tulsa ว่า ที่ยอดติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็เพราะสหรัฐฯ มีการตรวจเชื้อเพิ่มขึ้นนะสิ และเขาจะไปสั่งให้คณะทำงานตรวจเชื้อได้ลดการตรวจเชื้อลงเสียบ้าง

เรื่องนี้ หมอเฟาชี ออกมาเตือนว่า ถ้ายิ่งไม่ตรวจผู้ติดเชื้อ ก็ยิ่งจะทำให้โรคลุกลามระบาดยิ่งหนักข้อขึ้น จะยิ่งมีคนตายเพิ่มอย่างมหาศาล

ปธน.ทรัมป์ ยังคงแผนการหาเสียง โดยจะจัดชุมนุมใหญ่พบกันตัวเป็นๆ อีกหลายนัด

สำหรับวีกเอนด์นี้ เป็นการเฉลิมฉลอง 4 กรกฎา วันชาติอเมริกา ครบรอบการประกาศเอกราชปีที่ 244 เพื่อเริ่มเข้าสู่ปีที่ 245

ทรัมป์จะจัดการฉลองชุมนุมรื่นเริงใหญ่โตที่ภูเขา Rushmore ในรัฐเซาท์ดาโคตา ซึ่งมีรูปแกะสลักภูเขาใหญ่โตเป็นหน้าของปธน. 4 ท่านที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ คือ George Washington, Thomas Jefferson, Abraham Lincoln และ Theodore Roosevelt

นับเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ จะมีปธน.เดินทางไปฉลองวันเอกราช/วันชาติที่นั่น ซึ่งย่อมมีนัยทางการเมืองแน่นอนสำหรับทรัมป์

ทางฝ่ายแพทย์ โดยคุณหมอเฟาชี ได้ออกมาเตือนถึงการชุมนุมใหญ่ว่า จะทำให้แพร่เชื้อได้อย่างดี แม้จะทำนอกอาคารก็เถอะ เพราะจะมีการตะโกนส่งเสียงดังในช่วงหาเสียง

ยิ่งถ้าเป็นการรื่นเริงเฉลิมฉลองที่จะมีการดื่มกินกันใกล้ชิดสนุกสนานละก้อ คงคล้ายๆ การระบาดที่ซอยทองหล่อของเรา (ในช่วงต้นๆ ที่ประเทศไทยนั่นแหละ)

ดังนั้น หลังจากการฉลอง 4 กรกฎาที่ Mount Rushmore ของทรัมป์ และฐานเสียงของเขาแล้ว ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะกระโดดขึ้นทันที เหมือนกับขณะนี้ที่ตัวเลขยังพึ่บพั่บขึ้นมา หลังการ Re-Open ในหลายๆ รัฐที่ประชาชนสนับสนุนทรัมป์ได้กดดันให้ผู้ว่าการรัฐต่างๆ รีบเปิดเมือง และยังไม่ยอมสวมหน้ากากหรือรักษาระยะห่างกันติดเชื้อด้วย

รัฐที่เป็นฐานเสียงหนักแน่นของทรัมป์ เช่น เทกซัส, ฟลอริดา, แอริโซนา, โอคลาโฮมา, จอร์เจีย ต่างมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ...ขณะนี้เกือบ 40 รัฐมียอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นจากเดิมเกือบ 100%...มีเกือบ 10 รัฐที่ตัวเลขยังคงเดิม...และมีแค่ 2 รัฐคือ คอนเนตทิคัต และโรด ไอซ์แลนด์ ที่ยอดผู้ติดเชื้อลดลง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมอียูถึงไม่ยอมเปิดให้เครื่องบิน และผู้โดยสารจากสหรัฐฯ บินเข้าน่านฟ้าของเขา

รูปแกะสลักอดีตประธานาธิบดี 4 ท่านที่ภูเขา Rushmore


กำลังโหลดความคิดเห็น...