xs
xsm
sm
md
lg

วิกฤตเศรษฐกิจรอการแก้ไขด่วน

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์



บ้านเมืองน่าจะเผชิญปัญหาเศรษฐกิจขั้นรุนแรงมาก รัฐบาลคณะ 3 ลุงยังไม่มีแผนอะไรให้ชาวบ้านดูแล้วมั่นใจว่าชีวิตความเป็นอยู่จะไม่ตกต่ำไปมากกว่านี้ ภาคธุรกิจเอกชนส่อเค้าว่าจะลำบาก เมื่อขาดสภาพคล่อง สัญญาณด้านร้ายยังมีอยู่ให้เห็น

ข่าวดีแทบไม่มี เว้นแต่ว่าไม่มีการติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ข่าวร้ายที่ยังรบกวนชาวบ้านก็คือการแก่งแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี โดยพวกไม่เจียมเนื้อเจียมตัวทั้งหลาย แทบไม่มีนักเลือกตั้งพูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ เพราะทุกคนมีเงินเดือนกว่าแสนบาท อยู่ได้สบาย

คณะ 3 ลุง ดูแล้วคงห่วงอยู่เรื่องเดียว ทำอย่างไรเพื่อให้อยู่ในอำนาจได้นานๆ มีผลงานบ้างไม่ให้ประชาชนทนไม่ไหวต้องออกมาเดินขบวนขับไล่เพราะมองไม่เห็นอนาคต บทพิสูจน์จะเห็นชัดเมื่อจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีเดือนหน้านี้แหละ

ความเป็นผู้นำแท้ของลุงผู้นำจะถูกประเมินว่า เป็นของจริงตามท่าเก๊กไว้ให้ช่างภาพเอามาโชว์ให้ชาวบ้านชม หรือเป็นเพียงการจัดฉาก สร้างภาพ อย่างอื่นๆ เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเป็น New Normal อย่างที่ได้กล่าวไว้ให้กลุ่มติ่งประทับใจ

การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผล ห้ามซื้อหุ้นคืน เป็นสัญญาณชัดอีกอย่างว่าคนมีหนี้ส่วนบุคคล และนิติบุคคล น่าจะสร้างปัญหาหนี้เสีย หนี้สูญ ถ้าเศรษฐกิจยังซึมลึก การกระตุ้นที่ผ่านมาไม่ได้ผล

การทุ่มเงินที่ผ่านมา แทบไม่เห็นผล เพียงแต่ทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งไม่บ่น หรือออกมาเรียกร้องบนถนนให้เป็นเรื่อง สภาวะจะเลวร้ายกว่าเดิม ทั้งความไม่แน่นอน

คงเห็นแล้วว่าบ้านเมืองยังอยู่ภายใต้คำประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งก็จะพิจารณาในไม่กี่วันนี้แล้วว่าจะต่ออายุหรือไม่ ช่วงนี้มีข้ออ้างความจำเป็นนั่นนี่โน่น แต่เจตนาแท้จริงกลายเป็นปมเงื่อนงำ ถูกปกปิดไว้ไม่ให้ใครรับรู้ หรือไต่ถามให้มากเรื่อง

การเมืองนิ่งสงบด้านกิจกรรมบนท้องถนนก็ตาม ความเคลื่อนไหวเงียบๆ ยังมีอยู่

เงินทุ่มลงไปนั้นน้อยเกินกว่าจะหวังผลได้ จะกู้มาทุ่มอีก ปัญหาหนี้ประเทศจะเจอไฟสีแดงเตือนว่ากำลังเข้าสู่เขตอันตราย เพราะหนี้ครัวเรือน หนี้ธุรกิจเอกชน หนี้ภาครัฐ ทั้งรัฐวิสาหกิจก็บานเช่นกัน ไม่มีใครบอกได้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นเมื่อไหร่ ด้วยวิธีใด

ทุกวันนี้ใครจะมาเป็นขุนคลังคนใหม่ ก็ยังไม่รู้ มีแต่เก็งกันไปมา หน้าตา ครม.ใหม่จะมีดาวยี้ยอดแย่มากหรือน้อย ก็เป็นประเด็นเกี่ยวโยงกับความเป็นผู้นำของท่านลุงตู่

ข่าวเรื่องผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย คุณวิรไท สันติประภพ ไม่ขอสมัครอยู่ต่อเป็นสมัยที่ 2 เมื่อสิ้นสุดวาระเดือนกันยายน ชวนให้คิดว่า ต่อให้ตำแหน่งมีหน้ามีตา มีเกียรติภูมิอย่างไร เมื่อดูปัญหาเศรษฐกิจแล้ว การออกไปน่าจะดีกว่าแน่ๆ

ผู้ว่าฯ วิรไท อยู่รอดมาได้โดยแทบไม่มีปัญหาขัดแย้งกับใคร ทำงานแบบเงียบๆ มาโดยตลอด ไม่เป็นเป้าของตำบลกระสุนตก ไม่มีนักการเมืองมาหาเรื่อง ทั้งๆ ที่มีคนสงสัยว่าได้ปล่อยให้เงินบาทแข็งค่ายืดเยื้อจนทำให้การส่งออกสินค้ามีปัญหาเพราะราคาแพง

การสรรหาคนใหม่ ถ้าได้แล้ว น่าจะบ่งชี้ได้ว่าการบริหารจะเป็นแบบใจถึง ไม่หวั่นกับการต้องดูแลประเด็นความมีอิสระของธนาคารชาติ หรือไม่อย่างไร และเป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือด้วยว่า ผู้บริหารนโยบายการเงิน การคลัง และภาคอื่นๆ จะไปไหวหรือไม่

ถ้ารัฐบาลได้รัฐมนตรีคลังคนใหม่ พร้อมกับต้องหาผู้ว่าฯ แบงก์ชาติคนใหม่ ก็ต้องดูว่านโยบายการเงิน การคลัง จะเป็นอย่างไร ทำงานเข้าขากันหรือไม่ ถ้าเป็นนักการเมืองมาเป็นรัฐมนตรีคลัง ก็ทำให้สงสัยว่าจะ “เป็นงาน” น่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

ในหลายประเทศ ผู้ว่าธนาคารชาติ น่านับถือ น่าเชื่อถือกว่าผู้นำประเทศด้วยซ้ำ!

เริ่มมีคำถามดังๆ แล้วว่าหลังจากเงินอัดฉีดหมดฤทธิ์ในเดือนตุลาคมแล้ว หนี้พร้อมดอกเบี้ยที่ถูกหยุดไว้ชั่วคราวต้องเดินต่อไป ชาวบ้านจะมีปัญญาหาเงินมาจ่ายคืนได้หรือไม่ หนี้สะสมกว่า 7 ล้านล้านบาทดูเป็นก้อนใหญ่น่าสะพรึงกลัวมาก

เพียงแค่การผิดนัดชำระหนี้แค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์ น่าจะทำให้นายธนาคารนอนเอามือก่ายหน้าผากแล้ว ยังไม่นับหนี้ที่จะมีปัญหาในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรมที่ผลิตไม่เต็มกำลัง เพราะสินค้าไม่มีคนรับซื้อ การส่งออกตก การท่องเที่ยวแทบไม่มีสัญญาณดีให้เห็น

เมื่อรายได้หลักเหือดหาย ต้องกินบุญเก่าซึ่งกำลังร่อยหรอสิ้นแรงเช่นกัน!

ปัญหาคนว่างงาน คนขาดกำลังซื้อ และหนี้มหาศาลที่ภาคธุรกิจต้องจ่ายสำหรับตราสารหนี้ น่าจะทำให้เกิดความรู้สึกหลังเย็นวาบ ไม่มีหนทางใดรับการกระแทกได้

อารมณ์ของนักเล่นหุ้นรับไม่ได้กับคำสั่งห้ามจ่ายเงินปันผล เห็นชัดเมื่อราคาหุ้นตก

หนักหนาสาหัสจริงๆ ยิ่งเห็นนักเลือกตั้งหมายมั่นปั้นมือจะเข้ามาจัดการเงินก้อนใหญ่ 4 แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่เกรงใจประชาชนคนต้องใช้หนี้แล้ว ทำให้รู้สึกว่าบ้านเมืองขาดคนดีมีฝีมือที่จะเข้ามาทำงานกอบกู้ประเทศด้วยเจตนาสุจริต

จ้องเก้าอี้ตัวสำคัญ เช่นพลังงาน ทำให้ชาวบ้านสงสัยว่าเป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาลสำหรับนักลงทุนในพลังงานภาคเอกชน ทำคนให้เป็นมหาเศรษฐีโดยเร็วฉับไว

พรรคการเมืองระดับแกนนำ จนไปถึงพรรคย่อย จิ๊บจ๊อย ต่างส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว แสดงความกระสันอำนาจ บุญวาสนาที่ได้เข้ามามีโอกาสร่วมใช้จ่ายเงิน ผลที่จะตามมาคือความมั่งคั่งทันควันในกลุ่มผู้อิงประโยชน์จากการเมือง ทั้งเล่นบทอิจฉาริษยา

คณะ 3 ลุงต้องตระหนักว่าจากนี้ไป แม้จะอยู่ในอำนาจได้ ผลงานการกอบกู้เศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะซบเซา คนมีงานทำ มีรายได้ จึงเป็นเรื่องใหญ่ ถ้ามีข้อจำกัด การมุ่งกู้หนี้เพิ่มโดยตามใจปรารถนา จะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้โดยง่ายเหมือนแต่ก่อน

จะปัดความรับผิดชอบสำหรับความล้มเหลว เสียหาย เศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว ยิ่งไม่ได้แน่ เมื่อกล้ารับหน้าที่ ก็ต้องล้มเหลวไม่ได้ จะทำได้หรือถ้าไม่ใช้ระบบเพื่อนพ้องน้องพี่
กำลังโหลดความคิดเห็น...