xs
xsm
sm
md
lg

ความล้มเหลวในการบุกเวเนซุเอลา

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท



วันนี้...คงต้องลองไปตรวจสอบความ “บ้า-ไม่บ้า” ของคุณพ่ออเมริกากันต่ออีกสักหน่อย เพราะอย่างที่ “เปิดฉาก” ไปเมื่อวานนี้ว่าท่ามกลาง “สงครามกับเชื้อโรค” ยังไม่ทันแล้วเสร็จ แนวโน้มที่คุณพ่ออเมริกาอาจอาศัย “สงครามกับมนุษย์” เป็นทางออก ทางรอดของตัวเอง ตามแบบฉบับ “ลัทธิเคนเนเชียนทางทหาร” (Military Keynesianism) ด้วยการ “จุดชนวนสงคราม” ขึ้นมา ณ ที่หนึ่ง ที่ใด ไม่ว่าด้วยเหตุการณ์การกระทบกระทั่งระหว่างเรือจีน-เรืออเมริกาในทะเลจีนใต้ การโผล่เข้าไป “กวนตีน” การซ้อมรบในอ่าวเปอร์เซียของอิหร่าน หรือการส่งเรือรบเข้าไปปราบปรามการค้ายาเสพติดในน่านน้ำเวเนซุเอลา เป็นต้น...

ซึ่งถ้ามองถึงจุดที่ง่ายที่สุด เบาที่สุด หรือไม่ถึงกับหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่จะงัด “ลูกบ้า” ออกมาใช้ในช่วงนี้...ก็คงหนีไม่พ้นไปจากเวเนซุเอลาของประธานาธิบดี “นิโคลัส มาดูโร” นั่นแหละทั่น เพราะสำหรับอิหร่านนั้น...ออกจะมีลำหัก ลำโค่น น่ากลัวยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะแก้แค้น-เอาคืนการลอบสังหารนายพล “สุไลมานี” ได้แบบฉับพลัน-ทันที ทำเอาทหารอเมริกันในฐานทัพอิรักต้อง “บาดเจ็บทางสมอง” นับเป็นร้อยๆ การส่งดาวเทียมทางทหารขึ้นโคจรในห้วงอวกาศเมื่อไม่กี่วันมานี้ ยังเป็นอะไรที่น่าขนลุก ขนพอง มิใช่น้อย ส่วนคุณพี่จีนนั้น...อย่างมากคงได้แต่ป้วนๆ เปี้ยนๆ แล่นเรือเฉียดหินโสโครก เฉียดเกาะปะการังของจีนไปตามเรื่อง ตามราว ยิ่งเมื่อเจอการร้องท้าว่า “ถ้าแน่จริง...ก็เอาเลย” ก็ยิ่งเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าจะไปยุ่งด้วยได้ง่ายๆ...

ดังนั้น...ภารกิจในการ “ป้องกันการค้ายาเสพติด” ที่ผู้นำอเมริกันหยิบยกมาใช้เป็น “ข้ออ้าง” ในการส่งเรือพิฆาต 3 ลำ ชั้น “Arleigh Burke Class” ที่ติดจรวดนับร้อยๆ ลูก แถมยังมีโทมาฮอว์กติดปลายนวมไว้ด้วยอีกต่างหาก พร้อมกำลังทางอากาศอย่างเครื่องบินโจมตี และเฮลิคอปเตอร์ เข้าไปในน่านน้ำเวเนซุเอลา เมื่อช่วงวันเสาร์ (2 พ.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งออกจะสอดประสานกับความเคลื่อนไหวของประธานาธิบดีชั่วคราว ที่มาจากการแต่งตั้ง (รับรอง) ของอเมริกา คือ “นายฮวน กุยโด” หรือ “ฆวยโต” (Juan Guaido) ก็แล้วแต่จะเรียก ซึ่งออกมาป่าวประกาศทางโซเชียล มีเดีย เมื่อช่วงคืนวันศุกร์ (1 พ.ค.) ให้บรรดา “ทหารผู้รักชาติในกองทัพเวเนซุเอลา ผู้พร้อมกบฏต่อความหิวโหยและการล้างผลาญ และผู้ยืนอยู่เคียงข้างรัฐธรรมนูญ” ลุกขึ้นมาสร้างปฏิกิริยาใดๆ ก็ตาม ต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดี “มาดูโร” เพราะ “เรากำลังจะปลดปล่อยเวเนซุเอลาอีกไม่นานนับจากนี้...”

แต่ก็อย่างว่า...การปลุกระดมให้ต่อต้าน คัดค้าน ไปจนถึงให้ก่อกบฏ หรือก่อรัฐประหารรัฐบาลเวเนซุเอลาของ “นายกวยโด” นั้น ออกจะเป็นอะไรที่ “แห้วกระป๋อง” มาโดยตลอด อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง 3 ครา จน “คะแนนนิยม” ของผู้ให้การสนับสนุนตัวเองลดลงมาเหลือแค่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจำนวนผู้ปฏิเสธ หรือไม่ให้การสนับสนุนเพิ่มขึ้นไปถึง 69 เปอร์เซ็นต์ ตามผลสำรวจคราวล่าสุด โอกาสที่จะเล่นงานประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง อย่าง “นายมาดูโร” ที่ทางการสหรัฐฯ ตั้งค่าหัวเอาไว้ถึง 15 ล้านเหรีญดอลลาร์อเมริกัน จึงคงต้องหันมาให้น้ำหนักทาง “การทหาร” มากกว่าทาง “การเมือง” อย่างมิอาจปฏิเสธได้เลย และนั่นเอง...ที่ทำให้ช่วงที่เรือพิฆาตสหรัฐฯ กำลังแล่นเข้าไปในน่านน้ำเวเนซุเอลา ปฏิบัติการทางทหารก็ถูกจุดระเบิดขึ้นมาในช่วงคืนวันอาทิตย์ (3 พ.ค.) แบบฉับพลัน-ทันที...

ถ้าว่ากันตามการแถลงข่าวทางโทรทัศน์ ของรัฐมนตรีมหาดไทยเวเนซุเอลา “นายNestor Reverol” เมื่อวานนี้ เวเนซุเอลาต้องเจอกับสิ่งที่รัฐมนตรีรายนี้ท่านใช้คำว่า “การบุกรุกทางทะเล” นั่นก็คือต้องเจอกับ “ทหารรับจ้าง” ที่ไม่ปรากฏสัญชาติ แต่คาดว่าน่าจะระดมมาจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างโคลัมเบียนั่นเอง ได้ใช้เรือสปีดโบ๊ท ลำเลียงกองทหารมายังบริเวณอ่าว “Ojeda” หรือมาขึ้นฝั่งที่เมืองท่า “La Guaira” ห่างจากเมืองหลวงกรุงคาราคัสไปประมาณ 32 กิโลเมตร แต่จะด้วยการข่าว หรือการเตรียมพร้อม ที่กองทัพเวเนซุเอลา ซึ่งได้รับการเกื้อหนุนจากบรรดาพันธมิตรอย่างรัสเซีย คิวบา ไปจนถึงอิหร่านและพวกเฮซบอลเลาะห์ ฯลฯ โน่นเลย ได้เตรียมตัวเอาไว้ดีเอามากๆ ยังไม่ทันที่บรรดาทหารรับจ้างเหล่านี้ จะออกปฏิบัติการตามแผน ไม่ว่าจะเป็นแผนปราบปรามยาเสพติด หรือแผนรัฐประหารรัฐบาลเวเนซุเอลาก็แล้วแต่ ก็เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยรักษาความปลอดภัยเวเนซุเอลาชนิดๆ พอๆ กับนวนิยายเรื่อง “The Dog of War” หรือ “สัตว์สงคราม” ของ “เฟรเดอริค ฟอว์ไซท์” (Frederick Forsyth) เอาเลยถึงขั้นนั้น...

ปรากฏว่าบรรดาทหารรับจ้างตายไปประมาณเกือบ 10 ราย ถูกจับกุมไปอีกสักเท่าไหร่ก็ยังมิอาจรู้ชัด เพราะรัฐมนตรีมหาดไทยเวเนซุเอลาท่านไม่ได้ลงในรายละเอียด แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ปฏิบัติการทางทหารดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อกวาดล้างขบวนการค้ายาเสพติด เพื่อโค่นล้มประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งของชาวเวเนซุเอลา หรือเพื่อสนับสนุนให้ประธานาธิบดีผู้ได้ชื่อว่าเป็น “หุ่นเชิด” ของอเมริกาขึ้นมามีบทบาท ฯลฯ มีอันต้องประสบกับ “ความล้มเหลว” ลงไปอีกครั้ง อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้หรือพูดง่ายๆ ว่า...ถึงแม้ว่าจะเป็นจุดที่ง่ายที่สุด เบาที่สุด ในการ “จุดชนวนสงคราม” ขึ้นมาในเวเนซุเอลา หรือใน “สวนหลังบ้าน” ของอเมริกาเอง มีน้ำหนัก เหตุผล ข้ออ้างมากพอ รวมทั้งมีพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนแนวทางเช่นนี้ ไม่น้อยกว่า 50 ประเทศ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง...ก็ดัน “แห้วกระป๋อง” ขึ้นมาอีกจนได้...

การบุกรุกทางทะเลในเวเนซุเอลาช่วงนี้...จึงมีผลลัพธ์แทบไม่ต่างอะไรไปจากการยกพลขึ้นบกที่ “อ่าวหมู” (Bay of Pigs) ของบรรดานักรบรับจ้าง หรือของพวกกบฏคิวบาที่อเมริกาให้การสนับสนุน ในช่วงเดือนกันยายนปี ค.ศ. 1962 ที่ถูกเรียกขานกันในหมู่หน่วยงานข่าวกรองของอเมริกันว่า “Operation Mongoose” นั่นเอง คือแทนที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายในการสังหารผู้นำคิวบา อย่างนายพล “ฟิเดล คาสโตร” (Fidel Castro) ที่รัฐบาลอเมริกันจงเกลียด จงชังมาโดยตลอด กลับส่งผลให้ประเทศเล็กๆ อย่างคิวบา ยิ่งต้องผวาเข้าสู่อ้อมอกของมหาอำนาจคู่แข่งของอเมริกาในขณะนั้น อย่างสหภาพโซเวียต และนำไปสู่การติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยไกลของโซเวียตไว้ในประเทศคิวบา จนเตลิดเปิดเปิงไปเป็น “วิกฤตจรวดคิวบา” หรือ “วิกฤตแคริบเบียน” (The Caribbean Crisis) ในเวลาต่อมา ชนิดหวิดๆ กลายเป็นตัวจุดชนวน “สงครามโลกครั้งที่ 3” เอาเลยถึงขั้นนั้น...

แม้ว่าทุกวันนี้...ประเทศเล็กๆ อย่างเวเนซุเอลา จะไม่ถึงขั้นเปิดช่อง เปิดทาง ให้มหาอำนาจคู่แข่งอเมริกา อย่างจีนและรัสเซีย เข้ามาติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ในประเทศตัวเอง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเวเนซุเอลากับประเทศคู่กัดของอเมริกา อย่างจีน รัสเซีย คิวบา ไปจนถึงอิหร่าน ยิ่งมีแต่จะแน่นเหนียว หนุบหนับยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อประเทศมหาอำนาจสูงสุดของโลกอย่างอเมริกา ยังคงพยายามหาทางออก ทางไป แบบเก่าๆ เดิมๆ โดยไม่คิดเปลี่ยนแปลงใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ยังอาศัยความโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาต ริษยา เป็นตัวตั้ง และอาศัย “อำนาจทางทหาร” เป็นตัวสนองตอบความปรารถนา ความต้องการของตัวเอง จนแม้ไม่มี “วิกฤต” ใดๆ หรือไม่เกิดการ “จุดชนวนสงครามโลก” ขึ้นมาก็ตาม แต่โอกาสที่ “สวนหลังบ้าน” ไปจนกระทั่งสวนหน้าบ้าน ในบ้านของอเมริกา จะต้องรกรุงรังไปโดยตลอด ย่อมปรากฏให้เห็นชัดเจนยิ่งเข้าไปทุกที...
กำลังโหลดความคิดเห็น...