xs
xsm
sm
md
lg

เพิ่มสปีด120กม./ชม. วิ่งขวาห้ามต่ำกว่า100 นำร่องสายเอเชียปีนี้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360-“ประวิตร”นั่งหัวโต๊ะประชุม คจร. อนุมัติปรับกฎกระทรวงเพิ่มความเร็วรถไม่เกิน 120 กม./ชม. และให้เลนขวาสุดใช้ความเร็วไม่ต่ำ 100 กม./ชม. ด้านทล.เร่งนำร่องปีนี้ บนสายเอเชีย ช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์ พร้อมไฟเขียวสร้างฐานราก”โมโนเรล”สีน้ำตาลพร้อมด่วนN2 ให้คลังหาแหล่งเงิน 1,470 ล้านให้ รฟม.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2563 ผ่านระบบคอนเฟอเรนซ์ ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการการปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์บนถนนทางหลวงที่มีทางเดินรถที่จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่ 2 ช่องเดินรถ มีเกาะกลางถนนเฉพาะแบบกำแพงกั้นและไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน เป็นอัตราความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. และการกำหนดความเร็วขั้นต่ำสำหรับการขับรถยนต์ในช่องทางเดินรถช่องทางขวาสุด โดยใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. และได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พิจารณาปรับปรุงกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องแล้ว

ทั้งนี้ ยังเห็นชอบแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาจราจรต่อไป โดยได้เน้นย้ำขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันเร่งรัดการดำเนินงาน เพื่อช่วยพัฒนาระบบคมนาคม และแก้ไขปัญหาการขนส่งและจราจรให้เกิดการบูรณาในการดำเนินงาน ลดความซ้ำซ้อน ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถขับเคลื่อนแผนต่างๆ ให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ถนนที่คาดว่าจะนำร่องก่อนได้ก่อน คือ ทล.หมายเลข 32 (สายเอเชีย) ช่วงบางปะอิน-นครสวรรค์ ระยะทาง 150 กม. โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ ช่วง 50 กม.แรก จะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2563 ระยะที่ 2 อีก 100 กม. ช่วงกม. 50-กม.150 จะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2564 เนื่องจากจะต้องปรับปรุงพื้นผิวจราจรและยกเลิกจุดกลับรถบริเวณเกาะกลางที่มีทั้งหมด 30 จุดก่อน และทำการก่อสร้างจุดกลับรถแบบลอดใต้ถนนแทน วงเงินประมาณ 550 ล้านบาท

นอกจากนี้ ที่ประชุมคจร. ยังเห็นชอบการดำเนินงานส่วนของฐานรากโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทาง 22.1 กม. ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในส่วนที่ซ้อนทับกับโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยให้ดำเนินการก่อสร้างฐานรากรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลไปพร้อมกับการดำเนินการทางด่วน N2 ซึ่งมีระยะทางทับซ้อนประมาณ 5.7 กม. และให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

"ได้มอบให้ กทพ. ตกลงรายละเอียดกับ รฟม. และมอบกระทรวงการคลังหารือสำนักงบประมาณ ในการจัดหาแหล่งเงินที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างฐานรากรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ในกรอบวงเงินรวม 1,470 ล้านบาท ทั้งนี้ หากกรณีที่ผลการพิจารณาเห็นว่าควรให้ใช้เงินกู้ ให้กระทรวงการคลังจัดหาแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม"นายสราวุธกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น