xs
xsm
sm
md
lg

“จุรินทร์”เซ็นห้ามส่งออกไข่ไก่7วัน ปูดผลิต“แมสก์”เกินป้อนตลาดมืด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“จุรินทร์” เพิ่งตื่น เซ็นห้ามส่งออก “ไข่ไก่” 7 วัน หลังสะพัดขาดตตลาด ยันจับแหลกพวกค้ากำไรเกินควร จวกไม่ควรซ้ำเติม ปชช.ช่วงวิกฤต โชว์จับแล้วที่พิษณุโลก อ่วมโทษคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท “กมธ.ป.ป.ช.” รับข้อมูลขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย เชื่อ 11 รง.ผลิตเกินที่แจ้ง นำส่วนต่างขายในตลาดมืด ปปง.มีเส้นทางการเงินหน้ากากอนามัย โยง “ขรก.บางคน” จนโดนเด้ง "อัจฉริยะ" มั่นใจเอาผิด “อธิบดีกรมการค้าภายใน” ได้

วานนี้ (26 มี.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะออกประกาศห้ามส่งออกไข่ไก่ไปนอกราชอาณาจักรทุกกรณีเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยให้ทดลองมาตรการเป็นเวลา 7 วัน และยังได้ประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยไม่ให้กรมปศุสัตว์ ออกใบอนุญาตในการส่งออกให้ด้วย เพื่อให้ประชาชนมีไข่ไก่ในการบริโภคเพียงพอ และหากสถานการณ์ไข่ไก่ขาดตลาดยังไม่ดีขึ้น ก็จะมีการขยายเวลา และมีมาตรการอื่นๆที่เกี่ยวข้องออกมาดำเนินการต่อไป

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังจะเข้าไปดูแลการจำหน่ายไข่ไก่เกินราคา เพราะราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม มีราคาเฉลี่ย 2.80-2.90 บาทต่อฟอง การที่จะขายไปถึงปลายทางไม่ควรจะเกิน 3.30-3.50 บาทต่อฟอง หากมีการจำหน่ายในราคาสูงมากกว่าที่ควรจะเป็น ก็จะดำเนินการในข้อหาค้ากำไรเกินควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและปราบปรามแล้ว ที่ผ่านมาได้มีการจับกุมร้านค้าที่มีการขายไข่ไก่เกินราคา โดยขายไข่ไก่เบอร์ 2 ถึงฟองละ 4.70 บาท ที่ จ.พิษณุโลก ดำเนินคดีไปแล้ว

“จะมีการจับกุมดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดสำหรับผู้ที่ขายราคาเกินควร เพราะขณะนี้โรคระบาดไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้เกิดความลำบากมากอยู่แล้ว การค้ากำไรเกินควร เท่ากับซ้ำเติมสถานการณ์ หากประชาชนมีเบาะแส สามารถแจ้งเบาะแสมาที่สายด่วน 1569 รวมทั้งสายตรวจของกระทรวงพาณิชย์ และสายตรวจของหน่วยงานต่างๆได้” นายจุรินทร์ ระบุ

รมว.พาณิชย์ ยังได้เปิดเผยถึงการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยด้วยว่า ขณะนี้ผลิตได้วันละ 2.3-2.4 ล้านชิ้นต่อวัน และได้มีการจัดสรรใหม่ โดยให้กระทรวงสาธารณสุข กระจายให้กับสถานพยาบาลทุกประเภท ทุกสังกัด ทั่วประเทศ 1.3-1.5 ล้านชิ้นต่อวัน เพื่อนำไปให้กับแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ป่วยได้ใช้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่สำคัญลำดับต้น ส่วนที่เหลือเดิมกรมการค้าภายในบริหาร ได้มอบให้กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับไปดำเนินการ เพราะหลังจากมีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีอำนาจเกือบเบ็ดเสร็จในทุกเรื่อง การจัดการเรื่องเวชภัณฑ์ป้องกันบางส่วน เช่น หน้ากากอนามัย ผู้ว่าราชการจังหวัด จะเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดการในแต่ละจังหวัดได้ดีที่สุด เพราะรู้เรื่องในพื้นที่ดีที่สุดว่ากลุ่มเสี่ยงอยู่ที่ใดบ้าง

วันเดียวกัน ที่อาคารรัฐสภา ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมธิการชุดที่ 2 ในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการกักตุนหน้ากากอนามัย โดยได้เชิญ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มาให้ข้อมูล โดยได้มีการตั้งประเด็นเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยที่ผลิตได้นประเทศ แต่หายไปจากท้องตลาด และถูกส่งไปขายต่างประเทศ โดย อนุกมธ.ฯตั้งข้อสังเกตว่า โรงงานผลิตหน้ากากอนามัย 11 แห่งที่เคยระบุว่ามีกำลังการผลิต 1.2 ล้านชิ้นต่อวันนั้น มียอดใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นมาก จนเชื่อว่ายอดการผลิตต้องสูงขึ้น โดยมีการนำส่วนต่างจากที่แจ้งกับรัฐบาล ไปขายในตลาดมืดจำนวนมาก และมีเส้นทางการเงินไปถึงข้าราชการบางคน ซึ่งนายกฯ ได้รับทราบข้อมูลเรื่องนี้ จนมีการใช้คำสั่งกับข้าราชการบางคนไปแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...