xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มสาวเจ้าจะพาไปทางไหน

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ



พลังของนักศึกษาคนหนุ่มสาวนั้นเป็นพลังบริสุทธิ์อย่างไม่ต้องสงสัย ที่ผมพูดนี้หมายถึงสภาพโดยทั่วไปของนักศึกษา ไม่นับแก่นแกนหลักที่แน่นอน คนเหล่านี้ย่อมผูกติดกับกลุ่มการเมืองที่เข้ามาจัดตั้งซึ่งไม่ใช่ความผิดอะไร อาจเป็นเพราะกลุ่มการเมืองนั้นเป็นที่ชอบพอและต้องรสนิยมของเขา ทั้งหลงใหลได้ปลื้มจากภาพลักษณ์และอินกับเนื้อหา และอาจเพราะเขาไม่ชอบเผด็จการที่เข้ามาสืบทอดอำนาจ

แต่มีคนไปฟังนักศึกษาตามเวทีต่างๆ แล้ว เขาเล่าว่าอาจมีบางคนที่พูดเข้าใจอยู่บ้างหากฟังจากการปราศรัย แต่ไม่น้อยเลยที่ไม่เข้าใจแก่นสารที่แท้จริงของการเมืองไทย จับประเด็นไม่ได้ วนเวียนอยู่กับการยุบพรรคอนาคตใหม่พรรคที่เขาเลือกมา กระทั่งฟังไปฟังมากลายเป็นประยุทธ์เป็นคนยุบพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่ศาล หรือไม่ก็หยิบยกเรื่องที่เขาอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ มาพูด

คนที่ผ่านเวที 14 ตุลา 6 ตุลา หรือพฤษภาทมิฬมาบอกว่า อดีตนั้นนักศึกษาที่ขึ้นมานำนั้นให้ความสนใจทางการเมืองแบบเข้าเลือด หรือในอดีตก็ผ่านการจัดตั้งบ่มเพาะมาในเรื่องทฤษฎีอย่างเข้มข้นจึงสามารถพูดโน้มน้าวบนเวทีได้ถึงเนื้อหาสาระแบบเข้าใจปัญหาและรากฐานของปัญหา เขาว่าเท่าที่มองเห็นตัวจัดของนักศึกษารุ่นนี้ก็พอมีบ้างแต่มีน้อย

ไม่แปลกหรอกเราจึงเห็นนักศึกษาชูสามนิ้ว คิดคำชูป้ายเท่ๆ แต่ไม่ได้บอกอะไรนอกจากการประดิดประดอยถ้อยคำ กระทบกระเทียบเบื้องสูง หรือกระทั่งลงลึกไปใต้สะดือ หยาบคาย สองแง่สามง่าม แต่พลังปลุกเร้านั้นน้อยมาก อ่านแล้วขำมากกว่าจะปลุกใจ แม้การออกมาจะกลายเป็นกระแสที่จุดติดในทุกมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม

พูดง่ายๆ ว่านักศึกษาส่วนใหญ่ยังไปไม่ไกลกว่าธนาธร และอนาคตใหม่ แถมยังไม่เข้าใจว่า สิ่งที่อนาคตใหม่เจอนั้นไม่ใช่การกระทำผิดอย่างไร พูดแต่เรื่องนามธรรม แบบไม่เข้าใจเนื้อหา ไม่ได้พูดถึงรูปแบบของระบอบการปกครองที่อยากให้เป็น หลักการร่วมกันที่เป็นฉันทามติของประชาชน และแม้จะมีคนบอกว่าพวกเขาพูดถึงรัฐธรรมนูญอยู่บ้าง แต่ไม่ได้พูดลึกลงไปว่า อะไรที่เป็นปัญหาในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งถ้าใส่ใจและสนใจการเมืองเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินกำลังสำหรับช่วงวัยเลย

ทั้งที่รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในตัวของมัน หยิบมาชำแหละตรงไหนก็ใช่ เพราะเขียนขึ้นมาเพื่อให้ คสช.สืบทอดอำนาจผ่านการเลือกตั้ง การให้ ส.ว.ที่แต่งตั้งมากับมือสามารถยกมือเลือกตัวเองให้กลับมาเป็นนายกฯ ได้ มีวิธีการเลือกตั้งที่ประหลาด บัตรเลือกตั้งที่ประหลาด ไม่รู้ว่าตกลงเขาต้องเลือกคนหรือเลือกพรรค ไม่มีชื่อคนสมัคร และมีวิธีการนับคะแนนที่พิสดารยิ่งกว่าสูตรเคมีผลิตระเบิดปรมาณู แล้วก็ได้ ส.ส.เข้ามาแบบแต่ละพรรคมีค่าเฉลี่ยต่อ 1 ที่นั่งไม่เหมือนกันสักพรรค

ถ้านักศึกษาไปถึงใจกลางของรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาได้ สามารถอธิบายให้เห็นถึงอุปสรรคของการเมืองไทยในปัจจุบันได้ แล้วรุกไปสู่ทางออกที่สำคัญคือ การแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นปัญหาที่แท้จริงของประเทศ เมื่อนั่นแหละผู้ใหญ่จะต้องหันมารับฟังพวกเขา และพาประเทศไปสู่ทางออกที่แท้จริง

สำคัญที่สุดนั่นคือต้องทำให้เห็นว่า การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ของนักศึกษานั้น ไม่ได้มุ่งหมายเพื่อพรรคการเมืองใด แม้ยอมรับว่า คนหนุ่มสาวอาจจะผูกพันอาลัยกับพรรคอนาคตใหม่ที่หลงเข้าใจว่า จะเป็นตัวแทนของคนรุ่นตัวเอง เพราะช่วงวัยของแกนนำที่ไม่ห่างกัน และมีภาพที่แตกต่างไปจากนักการเมืองเก่าที่เราไม่เคยคาดหวัง

แต่ไม่เคยรับรู้เลยหรือว่า แกนนำของพรรคอนาคตใหม่นั้นมีความมุ่งหมายที่แท้จริงอย่างไร

แกนนำของน้องๆ อาจถูกจัดตั้งสั่งสอนมาจากคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นพวกอกหักมาจากเหตุการณ์เดือนตุลาในอดีต หลายคนถูกบ่มเพาะมาจากการติดตามเฟซบุ๊กของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล กระทั่งแสดงความเห็นออกมาอย่างอาจหาญท้าทายสถาบันที่คนอีกฝั่งเขาศรัทธา ซึ่งอาจเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดการเผชิญหน้าเกิดความรุนแรงซึ่งจะเป็นเหตุที่ทำให้เราเดินไปไม่ถึงจุดหมาย

การพยายามไปท้าทายสถาบันเบื้องสูงนั้นมีแต่จะทำให้เพลี่ยงพล้ำ ต้องปักหมุดไปสู่จุดมุ่งหมายที่จะปฏิรูปประเทศ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นธรรม เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ให้อำนาจการเลือกนายกรัฐมนตรีพ้นจากมือ ส.ว.มาอยู่ในมือของ ส.ส.ฝ่ายเดียว และหาหลักการที่เราจะอยู่ร่วมกันบนแผ่นดินนี้ให้ได้

ในอดีตนั้นหลังจากที่นักศึกษาประชาชนออกมาเปลี่ยนแปลงประเทศในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ชัยชนะที่นำมาสู่ประชาธิปไตยนั้น ทำให้นักศึกษาบางกลุ่มเกิดความเชื่อมั่นว่า จะเปลี่ยนแปลงประเทศได้มากกว่าที่เป็นอยู่ จึงไปสมาทานกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ส่งคนเข้ามาจัดตั้งแทรกซึมในหมู่นักศึกษาเพื่อต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบ

ซึ่งกลายเป็นโศกนาฏกรรมในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เพราะถ้าอีกฝั่งไม่ตอบโต้กลับก็ต้องถูกโค่นล้มจากโดมิโนที่ล้มระเนนระนาดมาแล้วในอินโดจีนที่คอมมิวนิสต์เข้ามายึดครอง ไม่มีใครยอมอยู่เฉยให้ถูกกระทำ อันนี้เป็นบทเรียนที่น้องๆจะต้องคิดว่า เรายอมเป็นเครื่องมือของอีกฝั่งซึ่งจะต้องถูกตอบโต้รุนแรงหรือไม่ หรือเรามีจุดมุ่งหมายเพื่อจะเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดี

แน่นอนนักศึกษาในกลุ่มที่เรียกว่าคนเดือนตุลามีทั้งคนที่มองย้อนกลับไปมองเห็นความผิดพลาดของตัวเอง เพียงแต่อดีตมันแก้ไขไม่ได้ รวมทั้งยังมีคนแค้นเคืองกับอดีตและฝังใจที่เป็นฝ่ายถูกกระทำต้องการยืมมือคนหนุ่มสาวยุคนี้มาบำบัดความใคร่ระบายความแค้นของตัวเอง โดยผลักน้องๆ ให้ออกมาเดินอยู่ข้างหน้า

ผมไม่โทษน้องที่ไปเปลี่ยนธงดำแทนธงชาติ ไปถามคนเดือนตุลาในอดีตก็เคยมีการชักธงดำขึ้นที่โดมธรรมศาสตร์มาแล้ว น้องอาจมีไฟเร่าร้อนที่ต้องการเปลี่ยนแปลง และอาจรับอิทธิพลของฝ่ายซ้ายสุดโต่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบ แต่น้องต้องรับฟังผลพวงที่ตามกระหน่ำในโซเชียลมีเดียว่า การกระทำที่ท้าทายศรัทธาของคนอีกกลุ่มนั้นไม่มีทางจะนำไปสู่ความสำเร็จ ถ้าเรามุ่งหมายการเปลี่ยนแปลงที่ดี เราต้องหาฉันทามติร่วมกันให้คนส่วนใหญ่ยอมรับให้ได้

ผมไม่ได้มีความรู้สึกไม่ดีที่น้องชุมนุมกันอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ คนหนุ่มสาวนั้นมีวิถีกบฏและความฮึกเหิมอยู่ในตัวตามช่วงวัยอยู่แล้ว แต่ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบว่า เราจะไม่เป็นเครื่องมือของใครของนักการเมืองคนไหน ไม่ก้าวล่วงศรัทธาและเหยียบย่ำหัวใจของคนอื่น แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่หนทางที่ดีเท่านั้น

แน่นอนว่าประเทศนี้ต้องการความเปลี่ยนแปลง อนาคตข้างหน้าเป็นความหวังของคนหนุ่มสาววันนี้ที่จะอยู่กับประเทศนี้ต่อไป ส่วนคนรุ่นหลังนั้นก็จะล่วงเลยไปตามกาลเวลา แต่การต่อสู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น เราต้องเข้าใจประวัติศาสตร์ เรียนรู้ความผิดพลาดของคนในอดีตเพื่อมาแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำในรุ่นของเรา

ต้องเรียนรู้ว่าความขัดแย้งในช่วง 10 กว่าปีมานี้คืออะไร ทำไมคนอีกกลุ่มซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางขึ้นไปเขาจึงไม่ยอมรับอีกฝ่ายและต่อต้านทุกวิถีทาง

เพื่อที่จะได้ทบทวนว่า เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศหรือกลายเป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่เขามีวาระซ่อนเร้นแล้วผลักให้เราออกมาตายแทน

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan
กำลังโหลดความคิดเห็น...