xs
xsm
sm
md
lg

“กุลิศ”ยันคุมค่าไฟอยู่หลังผุดโรงไฟฟ้าชุมชน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360 – เวทีระดมความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงแผนบูรณาการพลังงานระยะยาวฉบับใหม่ (TIEB) หวั่นค่าไฟแพงจากนโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน 1,933เมกะวัตต์ หลังพบว่าสูงขึ้น 7.69 สตางค์/หน่วยตลอดแผน 20ปี ด้านปลัดพลังงานมั่นใจค่าไฟไม่สูงขึ้นเหตุราคานำเข้าแอลเอ็นจีเพื่อผลิตไฟฟ้าถูกลง เตรียมคลอดหลักเกณฑ์โรงไฟฟ้าชุมชน มี.ค.63 นี้

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงแก้ไขแผนบูรณาการพลังงานระยะยาวหรือ Thailand Integrated Energy Blueprint (TIEB) ฉบับใหม่ พ.ศ. 2561-258 จัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)วานนี้ (18 ก.พ.)ว่า สาระสำคัญของแผนTIEB ฉบับใหม่ที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน มีจำนวน 4 แผน จาก 5 แผนพลังงาน ประกอบด้วย แผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(AEDP2018) ได้ปรับเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในภาคการผลิตไฟฟ้ามากขึ้นให้สอดคล้องแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับปรับปรุงใหม่ (PDP2018 Rev1) ตามนโยบายรัฐในการสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากภายใต้นโยบาย Energy For All โดยในปี 2563 – 2567 จะมีพลังงานชีวมวล, ก๊าซชีวภาพ (น้ำเสีย), ก๊าซชีวภาพ (พืชพลังงาน) และ Solar hybrid กำลังผลิตรวม 1,933 เมกะวัตต์ โดยยังคงเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไว้เท่าเดิมตลอดทั้งแผน 18,696 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ โครงการไฟฟ้าชุมชน กำลังผลิตรวม 1,933 เมกะวัตต์นั้น ในระยะแรกจะเปิดคัดเลือกและรับซื้อไฟฟ้าก่อนขนาดกำลังการผลิต 700 เมกะวัตต์ระหว่างปี 2563-2564 แบ่งเป็นโครงการ Quick Win จำนวน 100 เมกะวัตต์ และอีก 600 เมกะวัตต์เปิดคัดเลือกทั่วไป โดยจะนำร่อง 4 โครงการ ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) นำร่อง 2 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ จากหญ้าเนเปียร์ ที่อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ กำลังการผลิต 1 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าชุมชนที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซชีวมวล จากซังข้าวโพด และพืชโตเร็ว ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กำลังการผลิต 2 เมกะวัตต์ ส่วนอีก 2 โครงการทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)เป็นผู้ดำเนินการ อยู่ที่ จ.ยะลา และจ.นราธิวาส กำลังการผลิตรวม 6 เมกะวัตต์

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขคาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน มี.ค.63 ประกาศรายละเอียดเงื่อนไขการลงทุน (TOR) ให้เอกชนยื่นข้อเสนอและคัดเลือกเอกชนในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 63 ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกภายในเดือน พ.ค.-มิ.ย. 63 ส่วนที่เหลืออีก 600เมกะวัตต์ที่เปิดคัดเลือกทั่วไปนั้นหลักเกณฑ์การคัดเลือกจะต่างออกไป

โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดการลงทุนรวม 1.16 แสนล้านบาท แม้ว่าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนจะทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 7.69 สตางค์ต่อหน่วยมาอยู่ที่ระดับ 3.6672 บาท/หน่วยตลอดอายุของแผนPDP2018 แต่ช่วยให้เกิดการกระจายลงทุนมากกว่า 200 ชุมชน จะไม่กระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้า เนื่องจากมีการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานน้ำจากสปป.ลาว เข้ามาในราคาที่ถูก และการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี) ที่มีราคาถูกลง จะช่วยทำให้ราคาค่าไฟฟ้าปรับลดลง

สำหรับแผนแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับปรับปรุงใหม่( PDP 2018 Rev.1 ) ยังคงกำลังผลิตไฟฟ้าจนถึงสิ้นปี 2580 เท่าเดิมที่ 77,211 เมกะวัตต์ มีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เข้าระบบ 56,431 เมกะวัตต์ จะมีการรับซื้อโรงไฟฟ้าใหม่หรือทดแทนที่จะเป็นโรงไฟฟ้าไอพีพีลดลง จาก 8,300 เมกะวัตต์ เหลือ 6,900 เมกะวัตต์,โรงไฟฟ้าถ่านหินลดลงจาก 1,740 เมกะวัตต์ เหลือ 1,200 เมกะวัตต์

ด้านแผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศ (Energy Efficiency Plan: EEP2018) จะลดการใช้พลังงานลง 30% ภายในปี 2580 แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan2018) มีความสอดคล้องกับ PDP2018 Rev.1 พบว่าความต้องการใช้ก๊าซในภาพรวมในปี 2580 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.7% ต่อปี หรืออยู่ที่ 5,348 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่วนแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan) ยังอยู่ระหว่างการดำเนินงานจัดทำอยู่

แผน TIEB ฉบับใหม่คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในเดือน มี.ค.นี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...