xs
xsm
sm
md
lg

ปีใหม่ทุกข์ซ้ำกรรมซัด มีแต่เรื่องร้ายๆประดังเข้ามา !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**ต้องบอกว่าตั้งแต่เปิดปีใหม่ ศักราชใหม่เป็นต้นมา ประเทศไทยของเราต้องมาเจอกับเรื่องร้ายๆ ที่ประดังเข้ามาที่สร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวง เหนือความคาดคิดเข้ามาอย่างต่อเนื่องแบบที่ตั้งตัวไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้งที่ปีนี้ถือว่ามีผลกระทบเป็นวงกว้างในรอบนับสิบปี และยังไม่รู้ว่าธรรมชาติจะแปรปรวนไปถึงไหน รวมไปถึงฝนฟ้าจะตกลงมาเมื่อไหร่ หรือว่าต้องรอลุ้นกันไปจนถึงปีหน้าอีกหรือไม่ ก็ไม่มีใครรับประกันได้
ซึ่งแค่ภัยแล้งในปีนี้ก็ถือว่าสาหัส เพราะกระทบกันไปทั่ว โดยเฉพาะภาคเกษตร ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของปะเทศ เมื่อไม่สามารถเพาะปลูกได้ นั่นก็ย่อมหมายถึงการขาดรายได้ เมื่อขาดรายได้ก็ส่งผลไปถึงเศรษฐกิจโดยรวมไปด้วย
จากภัยแล้งก็มาถึง“สงครามการค้า”ระหว่างมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ ที่ห้ำหั่นกันแต่มันก็ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศไทยเข้าอย่างจัง ทำให้เมื่อปีที่แล้วอัตราการขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายลงไปมากและต่อเนื่องลากยาวมาจนถึงปีใหม่ และคาดว่าจะกระทบกันทั้งปีนี้ จนมีการคาดการณ์ออกมาตรงกันอีกว่าในปีนี้ประเทศน่าจะมีอัตราการขยายทางเศรษฐกิจเหลือแค่ร้อยละ 2.1-2.3 เท่านั้น เพราะเมื่อพิจารณาจากสัญญาณแทบทุกตัว โดยเฉพาะการส่งออกที่ยังติดลบต่อเนื่อง
ถัดมาก็มาเจอกับเรื่องโรคระบาด จากเชื้อ “ไวรัสอู่ฮั่น”หรือ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังแพร่ระบาดจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ของจีน และยังลุกลามไปทั่วประเทศ และทั่วโลกอยู่ในตอนนี้ โดยประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนอยู่ในลำดับต้นๆ ของโลก
**โรคระบาดดังกล่าวนี่แหละ ที่กำลัง“ระบาด”ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยจนแทบ “เดี้ยง”อยู่ในเวลานี้ สาเหตุก็อย่างที่รู้กันดีว่า เราพึ่งพาการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการรายได้การท่องเที่ยว โดยเฉพาะรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีน ดังนั้น เมื่อเกิดโรคระบาดจากจีน ปัญหาเฉพาะหน้าก็ทำให้รายได้และนักท่องเที่ยวจากจีนหดหายไปอย่างฉับพลัน ทำให้เวลานี้ตามแหล่งท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศกำลังอยู่ในภาวะซบเซาอย่างหนัก แม้ว่าจะพยายามจะหาทางชดเชยจากนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่น แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา และการระบาดของโรคยังไม่คลี่คลาย มันก็ย่อมไม่มีบรรยากาศสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวกันเท่าใดนัก ถึงได้บอกว่าทุกอย่างกำลังอยู่ในภาวะถดถอยอย่างแรง
ขณะเดียวกัน สิ่งที่คิดว่าจะไม่เป็นปัญหามากนักก็กลายเป็นปัญหาที่น่าปวดใจก็คือ ปัญหา ร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่ก่อนหน้านี้ที่ล่าช้าไปแล้วนานหลายเดือน ส่งผลต่อการลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ต้องมาเจอกับเรื่องที่มีการเสียบบัตรแทนกันของส.ส.ทำให้ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แม้ว่าในที่สุดศาลฯ จะมีการวินิจฉัยออกมาแล้วว่าไม่โมฆะ แต่ให้โหวตในวาระที่สอง และสาม กันใหม่ให้ถูกต้อง แต่ก็นั่นแหละถึงอย่างไรมันก็ยังส่งผลให้มีความล้าช้าออกไปอีก เสียเวลาออกไปอีก เหมือนกับทุกอย่างแย่อยู่แล้ว ก็ยิ่งแย่หนักลงไปอีก
หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ล่าสุด เมื่อบ่ายวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เกิดมีทหารชั้นประทวน เกิดอาการคลุ้มคลั่งก่อเหตุสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ และเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เมื่อกราดยิงไปทั่วเมืองโคราช ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกว่า 20 คนและได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 40 คน ในปฏิบัติการช็อกความรู้สึกนานเกือบ 18 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน แม้ว่าในที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ และยิงคนร้ายเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม แต่ก็สร้างความสะเทือนขวัญ สร้างผลกระทบทางด้านจิตใจ และความเสียหายและคำถามตามมามากมาย เพราะเหตุการณ์ร้ายแบบนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย
แน่นอนว่าทุกเรื่องย่อมเป็นข่าวร้ายที่ล้วนประดังเข้ามาต่อเนื่องกันจนแทบตั้งไม่ทัน จะเรียกว่าเป็นทุกข์ซ้ำกรรมซัดสำหรับประเทศไทยเข้ามาระลอกแล้ว ระลอกเล่า แม้ว่าหลายคนมองว่าเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวในที่สุดก็ต้องผ่านพ้นไปจนได้ แต่อย่างไรเมื่อชื่อว่าวิกฤต หรือภัยคุกคามมันก็ย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรง และเกาะกินอยู่นาน เหมือนกับหลายเรื่องดังกล่าวที่สร้างผลกระทบอยู่ในเวลานี้
ขณะเดียวกันแม้ว่าวิกฤติดังกล่าวจะต้องผ่านไป แต่สิ่งที่ต้องพิจารณากันก็คือการสร้าง“เอกภาพ”ในประเทศจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะหากพิจารณาจากบรรยากาศในเวลานี้ ยังมองไม่เห็น ยังแบ่งฝ่ายคอยทิ่มแทงฝ่ายตรงข้ามกันแบบเอาเป็นเอาตาย ซึ่งปรากฏการณ์แบบนี้ต่างหากที่น่ากลัวกว่า เพราะมันจะกลายเป็นว่าวิกฤติจะอยู่คู่กับประเทศไทยไปตลอด ไม่คลี่คลาย
**อย่างไรก็ดีปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวที่ประดังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ละเรื่องล้วนแล้วแต่สร้างปัญหาอันหนักหน่วงทั้งสิ้น และยังไม่แน่ใจว่าเมื่อปัญหาเดิมยังไม่คลี่คลายแล้ว จะต้องเจอกับปัญหาใหม่ถาโถมเข้ามาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพราะทุกอย่างเวลานี้เหมือนกับทุกข์ซ้ำกรรมซัด เมื่อไหร่จะผ่านไปซะทีก็ไม่รู้ !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...