xs
xsm
sm
md
lg

ผลงาน “ลุงตู่”...แค่ล้ม “ทักษิณ”

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา



รายการวิ่งไล่ “ลุง” และเดินเชียร์ “ลุง” เช้าวันอาทิตย์ที่12 มกราคมที่ผ่านมา จบลงแล้ว แม้ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ แต่ก็สร้างความกังวลให้สังคม

เพราะการจัดม็อบมาประชันกันครั้งนี้ เป็นเพียงยกแรกของกลุ่มการเมืองที่มีจุดต่างกันเท่านั้น และยกต่อไป ไม่อาจรับประกันได้ว่า จะเกิดการเผชิญหน้าระหว่างม็อบสองขั้วหรือไม่

กลุ่มต้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศแล้ว จะจัดรายการวิ่งไล่ลุงอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็นองครักษ์คอยเชียร์ลุงคงไม่อยู่เฉย อาจเป่านกหวีดระดมพลเป็นม็อบคู่ขนาน

แกนนำม็อบวิ่งไล่ “ลุง” และเดินเชียร์ “ลุง” เปิดหน้าชกกันเต็มที่ ประกาศจุดยืนของตัวเอง โดยฝ่ายที่วิ่งไล่ อ้างการบริหารงานของลุงที่ล้มเหลว ทั้งการแก้ปัญหาทุจริตและปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้คนทั่วประเทศเดือดร้อน

ขณะที่กลุ่มเดินเชียร์ ประกาศจุดยืนสนับสนุนให้ลุงอยู่ต่อเท่านั้น ไม่ได้หยิบยกผลงานการแก้ปัญหามาชื่นชมอย่างเป็นรูปธรรมเท่าใดนัก

การชอบหรือไม่ชอบ การเชียร์หรือแช่ง “ลุง” เป็นสิทธิอันชอบธรรมของแต่ละฝ่าย และแต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเอง กลุ่มที่เชียร์ลุง ผสมปนเปไปด้วยมวลชนที่ชื่นชอบด้วยใจบริสุทธิ์ และพวกที่โหนกระแสอาจสนับสนุนลุงเพราะมีวาระซ่อนเร้น ต้องการตำแหน่งทางการเมือง หรือเสาะแสวงหาประโยชน์เพื่อตัวเอง ซึ่งรวมถึงคนที่เคยเป็นลูกสมุนนายทักษิณ ชินวัตร และหันมาสวามิภักดิ์ลุงด้วย

คะแนนนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ตลอด 5 ปีกว่าผ่านมา ไม่ได้เกิดจากความศรัทธาในความสามารถการบริหารประเทศ หรือสร้างผลงานเข้าตาประชาชน แต่เกิดจากการโค่นล้มระบอบทักษิณ

คนที่อยากให้พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ ส่วนหนึ่งเพราะเกลียด “ทักษิณ” และไม่ต้องการให้กลับมามีอำนาจ

ความชั่วร้ายของระบอบทักษิณ นำไปสู่การเปรียบเทียบระหว่างลุงตู่กับ “ทักษิณ” โดยประชาชนส่วนหนึ่งรู้สึกว่า แม้พล.อ.ประยุทธ์จะไม่มีผลงาน แต่ยังเป็นผู้นำที่ดีกว่า “ทักษิณ”

จุดขายของพล.อ.ประยุทธ์จึงมีเพียงประการเดียวคือ ผลงานการโค่นล้มอำนาจ “ทักษิณ” กำราบลูกสมุนทักษิณ เว้นแต่ลูกสมุนทักษิณที่ยอมสวามิภักดิ์ ย้ายข้างมารับใช้ลุงตู่ ซึ่งทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างดี บางคนหลุดจากคดีร้ายแรง บางคนได้รับการประเคนตำแหน่งทางการเมือง และถูก “ฟอกตัว” เป็นนักการเมืองน้ำดีหมด

ความเกลียดชังนายทักษิณที่ฝังรากในสังคมไทย กลายเป็นสิ่งค้ำยันอำนาจลุงตู่ ถ้าไม่มีความชั่วร้ายของ “ทักษิณ” เป็นตัวเปรียบเทียบ ไม่มีโครงการประชานิยมเป็นตัวปั่นคะแนนนิยมแล้ว พล.อ.ประยุทธ์คงไม่มีกองหนุนใดๆ นอกจากกลุ่มกองเชียร์ที่โหนกระแสอำนาจ หรือกลุ่มกองเชียร์จัดตั้งเท่านั้น

เพราะถ้าใช้บรรทัดฐานความเป็นผู้นำที่ดีเป็นตัววัดหรือประเมินแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีจุดเด่น ไม่มีผลงานการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ได้สร้างผลงานอะไรที่มีค่าควรแก้การจดจำใดๆ

กว่า 5 ปีที่พล.อ.ประยุทธ์กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่มีการปฏิรูปประเทศ การปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันแก้ไม่ได้ และไม่สามารถกอบกู้เศรษฐกิจที่ฟุบหนัก

5 ปีที่ผ่านไป ประเทศไม่ได้ดีขึ้น ประชาชนไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข ตามที่ลุงแต่งเพลงสัญญาไว้ แต่ประชาชนต้องทุกข์หนักกว่าเดิม เพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำ ปัญหายาเสพติดและปัญหาอาชญากรรมที่พุ่งขึ้น

ต้องประสบกับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม และเบื่อหน่ายกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

การเมืองไม่ได้พัฒนาไปในเชิงสร้างสรรค์แต่อย่างใด เพราะรัฐบาลลุงตู่ ห่อหุ้มด้วยนักการเมืองที่เคยเป็นลูกสมุน “ทักษิณ” กว่าครึ่ง การบริหารประเทศจึงแทบไม่มีความแตกต่างจากรัฐบาลในยุค “ทักษิณ”

การทุจริตที่ลุงประกาศปาวๆ ว่า จะปราบให้สิ้น ถ้าลุงทำจริง ปัญหาทุจริตจะต้องทุเลาเบาบางลงบ้าง แต่การทุจริตในทุกหน่วยงานยังดำเนินไปตามปกติ ทั้งส่วย การรีดไถ การรับเงินใต้โต๊ะ ค่าหัวคิว การอนุมัติโครงการต่างๆ

การที่คะแนนนิยมของลุงเสื่อมถอย ทั้งที่ตอนเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีกองเชียร์กันแทบทั้งประเทศ เพราะประชาชนที่เคยฝากความหวังไว้กับลุงตู่ ตอนนี้สิ้นหวังกันแล้ว

ถ้าย้อนเวลากลับไป 5 ปีก่อน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เชียร์ลุง ศรัทธาลุง และฝากความหวังไว้กับลุง ใครมาปลุกกระแส วิ่งไล่ลุง ประชาชนแทบทั้งประเทศคงออกมาเดินเชียร์ลุงจนมืดฟ้ามัวดิน โดยไม่ต้องจัดตั้งกองเชียร์ปลุกระดมให้คนออกมา

แต่ปัจจุบันมีแต่คนเบื่อลุง สิ้นหวังกับลุง รายการวิ่งไล่ลุงจึงมีมวลชนล้นหลาม และนัดต่อไป อาจมีประชาชนออกมาร่วมวิ่งไล่ลุงอย่างอึกทึกครึกโครมยิ่งกว่าครั้งแรกเสียอีก
กำลังโหลดความคิดเห็น...