ทั้งๆ ที่ไม่อยากจะพูดถึง ไม่อยากเขียนถึง...แต่สุดท้ายคงหนีไม่พ้นต้องหยิบมาพูด มาเขียน กันอีกจนได้ คือเรื่องเกาะฮ่องกงและบรรดา “กะปอมฮ่องกง” นั่นแหละทั่น คืออะไรมันจะช่างก่อให้เกิดความรู้สึกเปรี้ยวมือ เปรี้ยวเท้า ไปได้ถึงปานนั้น!!! เรียกว่า...แม้อันตัวข้าพเจ้าเอง จะไม่ได้มีเชื้อจีน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชาวจีน ไม่ว่าจีนฮ่องกง หรือจีนแผ่นดินใหญ่ หนักไปทาง “ทวยไทย” แบบทั้งแท่ง ทั้งด้าม แต่เมื่อได้เห็นการประท้วงคราวล่าสุดช่วงวันอาทิตย์ (8 ก.ย.) ที่ผ่านมาของบรรดากะปอมฮ่องกงทั้งหลายแล้ว ทั้งแข้งขา ส้นตีน ส้นเท้า มันอดออกอาการกระตุกๆ ปานประดุจถูกบีบมะนาวใส่หัวแม่เท้า ขึ้นมาได้ยังไงก็มิอาจสรุปได้...
คือถึงขั้นต้องยกขบวน แห่ขบวน แห่ขันหมาก ไปเยี่ยมเยือน ร้องขอ วิงวอนแถวๆ กงสุลอเมริกาประจำฮ่องกงโน่นเลย...ขอให้ “ทรัมป์บ้า” ผู้นำอเมริกา ที่ถูกชูภาพ ชูป้าย ชนิดแทบไม่ต่างไปจากพระเอกระดับซูเปอร์แมน อุลตร้าแมน อะไรประมาณนั้น ให้ช่วยมา “ปลดปล่อย” เกาะฮ่องกง ช่วยผลักดันให้เกิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยสำหรับฮ่องกงขึ้นมาให้จงได้ โดยอาศัยมันสมองที่อาจโตกว่าเมล็ดถั่วอยู่บ้างเล็กน้อย สรุปความตามท้องเรื่อง หรือตามที่ผู้ประท้วงบางรายได้ป่าวประกาศกับผู้สื่อข่าว เอาไว้ประมาณว่า... “เนื่องจากอเมริกาและจีนกำลังติดพันอยู่กับเรื่องสงครามการค้า จึงถือเป็นโอกาสดีของพวกเรา ที่จะแสดงให้อเมริกาเห็นว่า บรรดากลุ่มผู้สนับสนุนประเทศจีนทั้งหลาย กำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนฮ่องกง เพื่อให้อเมริกาเข้ามาช่วยปกป้องสิทธิมนุษยชนของชาวฮ่องกงนับจากนี้เป็นต้นไป...”
ว่าแล้ว...ก็โบกธงชาติอเมริกัน ตะโกนร้องเพลงชาติอเมริกาดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับหันไปด่าโคตรเหง้าสักหลาดของตัวเอง ไม่ว่าจะเคยอพยพมาจากแผ่นดินใหญ่ในช่วงไหน จังหวะไหน ก็ตามที ด้วยถ้อยคำเสียๆ หายๆ ด้วยความดูหมิ่น ดูแคลนชิงชังรังเกียจอย่างชนิดไม่คิดจะอยู่ร่วมโลกกันเอาเลยถึงปานนั้น แถมยังเขียนป้าย พ่นสีด่าไว้บนกำแพง เปื้อนเปรอะเลอะเทอะกันไปเป็นแถบๆ ไปจนจุดไฟบนท้องถนน ปาก้อนหิน ปาขยะใส่ขบวนรถไฟใต้ดิน ใช้หนังสติ๊กเหล็ก ใช้ปืนแสงเลเซอร์ ยิงเข้าใส่บรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนสุดท้าย...เลยหนีไม่พ้นต้องลงมือ ลงตีนกันอีกจนได้ หลังจากที่ต้องลงมือ ลงตีน ต้องไล่ทุบ ไล่บี้ มาร่วมๆ 14 สัปดาห์เข้าไปแล้ว...
แต่บรรดาความยืดเยื้อยาวนาน ความคาราคาซังเหล่านี้...กลับแทบไม่ได้มีส่วน “ยกระดับ” คุณภาพ สติ-ปัญญา หรือวุฒิภาวะของบรรดาพวกเด็กๆ ฮ่องกงเอาเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึง “ความไม่รู้” หรือ “อวิชชา” ของบรรดากะปอมทั้งหลายให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องการเมืองระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือแม้แต่การเมืองภายในของจีน ของเกาะฮ่องกง ก็แล้วแต่ คือสำหรับผู้ที่พอรู้ๆ อยู่บ้าง แม้แต่ระดับงูๆ-ปลาๆ คงไม่น่ามีใครที่คิดหันไปยกย่อง สรรเสริญ “ทรัมป์บ้า” ให้มีสถานะเป็น “พระเอก” ได้เลยแม้แต่น้อย แม้แต่กรณี “สิทธิมนุษยชน” ก็เถอะ...
เพราะการแสดงออกถึงความจงเกลียด จงชัง บรรดาชาวมุสลิม ที่ยังไงๆ ย่อมต้องเป็นมนุษย์อยู่แล้วแน่ๆ ถึงขั้นไม่ยอมให้เหยียบเท้าเข้าประเทศได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว จงเกลียด จงชัง บรรดาผู้อพยพหลบภัยจากประเทศละตินอเมริกา ถึงขั้นต้องกั้นรั้ว กั้นกำแพงระดมทหารไปไล่ทุบ ไล่ยิง ไล่บี้ ใครก็ตามที่คิดจะโผล่เข้ามาในดินแดนอเมริกา อันเป็นดินแดนที่พวกผู้อพยพชาวผิวขาวบุกเข้ามายื้อแย่ง ยึดครองไปจากพวกชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง ด้วยการไล่เข่น ไล่ฆ่า ไล่สังหารหมู่ จนบรรดาชาวอินเดียนแดงแทบสูญพันธุ์ไปแล้วในทุกวันนี้ แถมยังตามไปฆ่าชาวเวียดนาม ชาวลาว ชาวกัมพูชา ชาวอิรัก อัฟกานิสถาน ซีเรีย ลิเบีย ฯลฯ ฯลฯ ฯลฯ จนบรรดามวลมนุษย์ทั้งหลายต้องตายเพราะอเมริกา ไปแล้วไม่รู้จะสักกี่ล้าน กี่สิบล้าน ตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา อันนี้...มันเลยน่าจะออกไปทาง “ดาวร้าย” ซะมากกว่า และร้ายในระดับ “โหด-เลว-ชั่ว” ไม่น่าจะมีสิทธิ์รับบท “พระเอก” ใดๆ ได้เลย...
ยิ่งถ้าบรรดากะปอมฮ่องกงทั้งหลาย คิดจะฉวยโอกาสขณะ “อเมริกากำลังติดพันสงครามการค้าอยู่กับจีน” มาใช้เป็นจังหวะในการสนองตอบอารมณ์ความกระหาย ใคร่อยากของตัวเอง ก็ยิ่งน่า “ถีบ” หรือน่า “ตบกะโหลก” ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะการเปิดฉากสงครามการค้าของผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” นั้น มันกำลังส่งผลให้ “โลกทั้งโลก” พลอยต้องซวยต้องฉิบหายตามไปด้วย อย่างน่าเกลียด น่าทุเรศเอามากๆ พูดง่ายๆ ว่า...มันคือสงครามที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่ง “ความเห็นแก่ตัว” หรือความเห็นว่า “อเมริกา...ต้องมาก่อน” ทุกสิ่งทุกอย่างนั่นเอง ไม่ได้หลงเหลือ ความห่วงหาอนาทรต่อผู้อื่น ชาติอื่นๆ ไม่ว่ามิตรหรือศัตรู ไม่ว่าประชาธิปไตย-เผด็จการ เอาเลยแม้แต่น้อย แต่บรรดากะปอมฮ่องกงทั้งหลาย กลับดันเห็น “กงจักร” เป็น “ดอกบัว” ไปซะนี่!!!
อันนี้นี่แหละ...ที่มันเลยทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องเปรี้ยวมือ เปรี้ยวเท้า เปรี้ยวส้นตีน ขึ้นมาจนได้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนจีน หรือความเป็นจีนใดๆ ไม่ว่าจีนฮ่องกง หรือจีนแผ่นดินใหญ่ก็ตามที แต่ด้วยเหตุเพราะ “ความถูกต้อง” หรือ “ความเป็นธรรม” นั้นย่อมถือเป็นสิ่งสากล หรือเป็นสิ่งซึ่งมวลมนุษยชาติใด ภาษาใด เผ่าใด ผิวใด...ก็เถอะ พึงต้องยึดมั่น ถือมั่นเอาไว้ให้จงหนัก และพึงต้องอาศัยสติ-ปัญญา ใคร่ครวญพิจารณา แยกแยะออกมาให้ชัดๆ จะมั่วไป-มั่วมา ตามอารมณ์ ความรู้สึก ตามรสนิยมของตัวเอง แบบไม่รู้เรื่อง รู้ราว มันคงไม่น่าจะ “เข้าท่า” กันสักเท่าไหร่นัก ยิ่งเมื่อได้เห็น “กะปอมเมืองไทย” (ซึ่งคงมีอยู่แค่ไม่กี่ตัว) ดันไปยกป้าย ถือป้าย สนับสนุน “กะปอมฮ่องกง” เข้าไปซะอีก ก็ยิ่งเป็นอะไรที่น่าเปรี้ยว น่าถีบ น่าตบกะโหลกยิ่งขึ้นไปใหญ่ คืออะไรมันจะ “เกรียน” จะไม่รู้เรื่อง รู้ราว ระดับโง่เป็นสองเท่า เท่านี้...ย่อมไม่มีอีกแล้ว...


