xs
xsm
sm
md
lg

กกต.รอประเมิน"คลิปแม้ว" พท.โวยแค่ความคิดเห็นไม่ได้ครอบงำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวถึง การตรวจสอบคลิปวิดีโอนายทักษิณ ชินวัตร ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า ในภาคอีสานอย่างแน่นอนว่า ในชั้นนี้เป็นการตรวจสอบเบื้องต้น โดยให้กลุ่มงานสำนักกิจการพรรคการเมือง รวบรวมและตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ ซึ่งจะต้องดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ว่าจะเข้าข่ายกระบวนการที่จะดำเนินการสืบสวนต่อไป หรือไม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จเร็วๆนี้ และจะมีการรายงานให้ที่ประชุมกกต.ทราบ ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ โดยจะพิจารณาองค์ประกอบว่า เป็นการที่คนไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองเข้าไปครอบงำ ชี้นำ หรือทำให้พรรคการเมืองขาดความเป็นอิสระ หรือไม่ และจะต้องดูข้อมูลต่อไปด้วยว่า พรรคการเมืองไปยินยอมตามนี้หรือไม่ เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ซึ่ง กกต.จะต้องดูข้อมูลให้รอบคอบว่า มีคลิปอะไรบ้าง มีพฤติการณ์อะไรบ้าง พูดที่ไหนอย่างไร ซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนนี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะต้องมาปรับด้วยว่า ครบองค์ประกอบของกฎหมายด้วยหรือไม่ หากเข้าข้อกฎหมาย ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องเรียกพรรคเพื่อไทยมาชี้แจง ซึ่งขณะนี้ถือว่า พรรคการเมืองกำลังปรับตัวให้เป็นพรรคการเมืองของประชาชน จึงอยากเตือนทุกพรรค จะต้องปรับตัวเป็นพรรคของมหาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นพรรคของกลุ่มทุน หรือนายทุนคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าพรรคเก่า หรือพรรคใหม่ ก็ตาม
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีคลิปวีดีโอ นายทักษิณ ชินวัตร ถึงพรรคเพื่อไทย จะมีความผิดในลักษณะครอบงำพรรคหรือไม่ ว่า ไม่ทราบ ไม่กล้าตอบ ตอบไม่ถูก การชี้ถูกชี้ผิด นักกฎหมายในรัฐบาลไม่ควรพูดอะไรทั้งนั้น เมื่อถามอีกว่า การครอบงำพรรคการเมืองต้องมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ได้ดู เลยจำไม่ได้ ไม่รู้อะไร ให้ถามจากกกต. เมื่อถามว่า ในกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ ไม่สามารถทำในลักษณะนี้ได้ ใช่หรือไม่ รองนายกฯ ระบุว่า ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเสรีภาพทางการเมือง ที่ใครๆ ก็มีสิทธิที่จะแสดงความเห็นได้ และเป็นไปไม่ได้ ที่จะเข้าข่ายการครอบงำพรรคเพื่อไทย
"การที่อดีตนายกฯ จะพูดคุยถึงความเป็นไปของบ้านเมือง ให้ความเห็นต่อการดูด ส.ส. ของฝ่ายผู้มีอำนาจ ใครจะชนะจะแพ้ ใครจะถูกหลอก สิ่งเหล่านี้ เป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ใครๆ ก็มีสิทธิที่จะทำได้ ไม่ใช่ผู้มีอำนาจจะทำได้ฝ่ายเดียว เหมือนอย่างที่คอยดำเนินคดีกับผู้อื่นว่าชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน แต่ทีฝ่ายของตัวเองทำบ้าง กลับไม่เป็นอะไร"
ประเด็นเรื่องการครอบงำ เป็นกฎหมายที่ฝ่ายผู้มีอำนาจพยายามประดิษฐ์ขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่เหตุที่เกิดขึ้นก็ไม่ถือว่า เข้าองค์ประกอบใดๆ เลย เพราะ 1. พรรคการเมืองต้องยินยอมให้ครอบงำ ไม่ปรากฏว่า พรรคเขาไปมีส่วนรู้เห็นอะไรด้วย เลขาธิการพรรค ก็ไม่ได้ไป หัวหน้าก็ไม่ได้ไป เป็นเรื่องสมาชิกเขาไปเอง ไปตีกอล์ฟ และร่วมอวยพรวันเกิดกัน 2. ถามว่าต้องมีการครอบงำกิจกรรมของพรรคการเมือง ก็ไม่ปรากฏว่าพรรคเขาทำกิจกรรมอะไร จริงๆ ก็ทำไม่ได้ด้วย จึงไม่รู้ว่าไปแทรกแซงครอบงำ กิจกรรมอันใด
"กกต.อยากจะตรวจสอบอะไร ก็คงไม่ว่ากัน แต่กรุณาเข้าใจบริบททางการเมืองให้ถ่องแท้ และไม่ควรใช้กฎหมายที่สร้างขึ้นแบบลุแก่อำนาจ เป็นเครื่องมือทำลายล้างพรรคการเมือง ไม่เป็นผลดีอะไรเลย มีแต่จะทำให้ความขัดแย้งแตกแยก ขยายใหญ่โตออกไปอีก ในขณะที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าพรรคการเมืองนี้ ฆ่าไม่ตายสักที" นายชูศักดิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องดูต่อไปว่า กรณีนี้จะเข้าข่ายการแทรกแซงครอบงำพรรคหรือไม่ ซึ่งต้องให้เป็นหน้าที่ของผู้รักษากฎหมายดำเนินการ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวมองกรณีที่เกิดขึ้นว่า ยังคงมีบางคน บางฝ่าย ที่ไม่ยอมรับว่า การที่ประเทศเดินเข้ามาสู่ปัญหาตรงนี้ เป็นสิ่งที่เราทุกฝ่ายต้องร่วมกันรับผิดชอบและร่วมกันทบทวน
"การที่ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แสดงออกมานั้น ทำให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้คิดว่าการกระทำของเขาในอดีตมีส่วนในการก่อปัญหาให้ประเทศ ซึ่งตรงนี้ถือว่าอันตราย วันนี้ประเทศไทยต้องมีทางเลือกที่ดีกว่า เราต้องมาติดตามต่อว่า มันจะเป็นอย่างที่เขาโฆษณาหรือคุยโม้หรือไม่ แต่ผมคิดว่าน่าเป็นห่วง หลายคนมาถามผมว่า จะจับมือกับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคอื่นๆ หรือไม่ ผมก็บอกว่า ขอดูว่าพรรคเพื่อไทย ได้เรียนรู้แล้วหรือไม่ ถ้าเขายังอยู่ภายใต้การครอบงำของครอบครัวชินวัตร ยังมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ของครอบครัวชินวัตร อยู่ มันจับมือกันไม่ได้ " นายอภิสิทธิ์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น