xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

หลวงปู่พุทธะอิสระ “ถึงเวลาปฏิรูปมหาเถรฯ ต้องกระจายอำนาจสู่สังฆมณฑล”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ภาพจาก Facebook : Buddha.isara
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - กราบนมัสการ หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือ พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เพื่อตีแผ่ประเด็นร้อนในยุทธจักรดงขมิ้น กรณี 3 พระชั้นผู้ใหญ่ เอี่ยวทุจริตเงินทอนวัด ล็อตที่ 3 สืบเนื่องจาก “พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์” ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งความดำเนินคดีกับพระ 5 รูป โดย 3 ใน 5 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.)

อันประกอบไปด้วย 1. “เจ้าคุณเอื้อน” พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา วรวิหาร เจ้าคณะ กทม. 2. “เจ้าคุณจำนงค์” พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร เจ้าคณะภาค 4 - 7 และ 3. “เจ้าคุณธงชัย” พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเจ้าคณะภาค 10

การพัวพัน “ทุจริตเงินทอนวัด ล็อตที่ 3” ของ “3 พระพรหมแห่ง มส.” นอกจากจะสั่นสะเทือนวงการผ้าเหลืองเป็นอย่างมากแล้ว ยังสะท้อนวิกฤตในองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย อันตามมาซึ่งคำถามสำคัญ.. ถึงเวลาปฏิรูป มส. หรือยัง?

กรณีกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) 3 รูป เอี่ยวคดีทุจริตเงินทอนวัด กลายเป็นคดีความขึ้นมาแล้วหลวงปู่ฯ คาดหวังอย่างไรในลำดับถัดไป
มันไม่ได้มีแค่ 3 รูป มันยังมีอีกเยอะ ไม่รู้ว่าไล่เก็บหมดจะเหลือเกินครึ่งมั้ย มันยังมีล็อตต่อๆ ไปอีก นี่แค่คดีทุจริตขบวนการศึกษาของคณะสงฆ์ ยังมีทุจริตบ้านศีล 5 อีก ยังมีทุจริตเงินอุดหนุนคณะธรรมทูตอีก ยังมีการทุจริตเงินอุดหนุนกิจกรรมพิเศษของวันสำคัญของศาสนาอีก ยังมีอีกเยอะ และแต่ละโครงการก็มีกรรมการมหาเถรฯ ทั้งธรรมยุติ มหานิกาย เข้ามามีส่วนร่วมทั้งนั้น เพราะฉะนั้น 3 รูปนี้เป็นแค่ 3 ตัวอย่างจิ๊บจ๊อย เป็นตัวอย่างแค่น้ำจิ้ม ยังมีอีก

รัฐบาลเดินมาถึงขนาดนี้แล้วหากยังชักเข้าชักออกแล้วถอยหลังไม่กระทำตามจะเสียรูปเลย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ก็ลุยให้จบ ลุยให้สิ้น และต้องขอบคุณรัฐบาล คสช. และคุณพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ ที่ทำหน้าที่อย่างซื่อตรงจัดการโครงการทุจริตคอร์รัปชั่นได้อย่างจริงจัง ถ้าหากว่าเป็นรัฐบาลยุคสมัยประชาธิปไตยคิดว่าคนพวกนนี้จะโดนตรวจสอบจับกุมได้เหรอ? เพราะกรรมการมหาเถรฯ แต่ละคนมีคอนเนกชัน มีปฎิสัมพันธ์กับผู้ยิ่งใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน ใครจะไปทำอะไรเขาไม่ได้หรอก

เรียกร้องให้ปฏิรูปคณะสงฆ์ โดยเฉพาะองค์กรมหาเถรสมาคมที่ควบอำนาจ ทั้งตุลาการ นิติบัญญัติ และบริหาร อยู่ในมือคนไม่กี่คน แล้วคนเหล่านี้ก็มาทำงานอยู่ในอำนาจสูงสุดของการปกครองคณะสงฆ์ทั้งประเทศ ปกครองสงฆ์ไทยทั้งโลกด้วยซ้ำ

เพราะฉะนั้นชั้นถึงเชื่อว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูป แต่เรื่องนี้รัฐบาลฝ่ายเดียวทำอะไร พุทธะอิระคนเดียวทำไม่ได้ คุณพงศ์พรคนเดียวทำไม่ได้ ลุงตู่คนเดียวทำไม่ได้ ถ้าประชาชนคนไทยที่เป็นชาวพุทธทั้งหมดไม่เรียกร้อง ไม่กระตุ้น ไม่ตะโกนดังๆ ไม่ผลักดันก็คงจะต้านทานอำนาจมหาเถรฯ ที่ฝังรากลึกอยู่ในสังคมไทยมายาวนานไม่ได้หรอก ซึ่งรัฐบาลพยายามทำหลายรอบแล้ว ได้ยินข่าว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะกรรมการปฏิรูป พยายามเข้าไปเจรจาจะขอปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ แต่ได้รับการปฏิเสธจากกรรมการมหาเถรสมาคมเหล่านี้ โดยเฉพาะกลุ่มก้อนที่เป็นมือเป็นไม้ของมหาเถรฯ กลุ่มหัวกะทิ คนทำงานให้มหาเถรฯ คนทำงานให้สมเด็จฯ ทั้งหลาย ล้วนเป็นตัวคัดค้าน แล้วถึงเวลานี้บรรดารองสมเด็จฯ ทั้งหลายที่เป็นกรรมการมหาเถรฯ โดยการแต่งตั้งกำลังจะถูกตรวจสอบเข้มข้น ฉะนั้น เราต้องดูหนังเรื่องนี้กันไปยาวๆ ไม่ใช่เพียง 3 คนนี้เท่านั้น ยังมีอีก!

พระชั้นผู้ใหญ่แห่ง มส.3 รูป ที่เอี่ยวเงินทอนวัดมาจากสายไหน
คนพวกนี้ก็จะอยู่หนกลางทั้งนั้นแหละ ก็เป็นลูกศิษย์ลูกน้องของวัดพิชยญาติการามวรวิหาร 2 รูป อีกรูปนึงเป็นสายธรรมยุติ พวกที่โดนตรวจสอบส่วนใหญ่ถือว่าเป็นไม้เป็นมือเป็นแขนเป็นขาของมหาเถรฯ ตัวจริงเลย พวกที่โดนตรวจสอบส่วนใหญ่คือพวกที่ได้รับการแต่งตั้ง ไม่ใช่มหาเถรฯ โดยตำแหน่งที่มีเฉพาะชั้นสมเด็จ

หลวงปู่ฯ เห็นควรกรณีเสียงเรียกร้องให้ถอดกรรมการ มส. ที่พัวพันทุจริตเงินทอนวัดหรือไม่
ยังต้องมีคำว่าถอดอีกเหรอ! วันนี้มันถึงขั้นปาราชิกไปแล้วยังต้องถอดอะไรอีก สำคัญว่าสำนึกหรือเปล่าเท่านั้นแหละ ถ้าไม่คิดไม่สำนึกถ้าถึงขั้นถอดถึงขั้นสมเด็จพระสังฆราชต้องมีพระบัญชาให้ถอดแสดงว่า...เกินการแล้ว เรื่องแบบนี้ต้องรู้ด้วยตนเอง สำนึกด้วยตนเองได้แล้วว่า สิ่งที่ตัวเองทำมันผิดหรือถูก เป็นถึงระดับกรรมการมหารเถรยังต้องถึงขั้นสั่งไล่สั่งถอดสั่งปลด ฉะนั้น ไม่ควรใช่คำว่าถอดแล้วมันควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว

ปัญหาใหญ่ใน มส. คืออะไร
มันเยอะมาก ตั้งแต่ระบอบรวมศูนย์มาถึงเอื้อประโยชน์อุปถัมภ์ แล้วอุปถัมภ์อย่างไร สังเกตุดูใครก็ตามที่เข้าไปรับใช้จ่ายเงินจ่ายทอง ได้ครับพี่ ดีครับผม นิยมครับท่าน ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฎ ทำอะไรไม่เป็นแต่เจริญเติบโตเอาเจริญเติบโตเอา ดูตัวอย่างเจ้าคณะภาคบางคนแค่เทกระโถนก็ได้ดีได้ ได้เป็นเจ้าคณะภาค อยู่ในฐานะเป็นผู้ปกครองโดยตรงแต่แต่งตั้งแล้วทำงานไม่ได้หรือทำงานได้แต่ต้องเอื้อประโยชน์กับบุคคลที่ผิด

และกระบวนการแต่งตั้ง ทุกวันนี้มันขอจากข้างล่างขึ้นข้างบน สมมติฉันอยากเป็นเจ้าคุณฉันต้องเขียนประวัติยาวสวยหรู ประมาณว่าอ่านแล้วเคลิ้ม แต่ประวัติอย่างเดียวไม่พอ ต้องวิ่งหาระดับเลขาฯ จังหวัด อำเภอ ภาค และวิ่งหาไม่ใช่วิ่งหาธรรมดาต้องมีอะไรติดไม้ติดมือไปด้วยนะ กว่าประวัติอันสวยหรูจะถึง มือยิ่งก็ต้องนั่งเฝ้า

ท่านครับ... ท่านผมอยากขอความกรุณาเมตตาช่วยสนับสนุนให้พระเดชพระคุณได้ลงนามแต่งตั้งก็ว่าไป แล้วที่นี้ก็ตามมา แหม.. งานนี้ก็ขอกันเยอะนะท่านไม่รู้จะได้ไหม? ท่านครับ... ถ้าได้แล้วผมจะสมนาคุณให้ถึงพริกถึงขิงอะไรประมาณนั้นน่ะ แล้วสุดท้ายก็ไปรับกิจนิมนต์ได้แล้วก็ไปฉลองพัดยศ นี่คือความเป็นจริงที่มันอยู่ในสังฆมณฑล ไอ้คนทำงานไม่รู้จักประจบประแจงก็ตายไป

ถามหน่อย กรรมการมหาเถรฯ มันมีข้อไหนที่จำกัดวัดใดวัดหนึ่ง วัดในสังฆมณฑลไม่มีสิทธิเป็นมหาเถรกับเขาเลยเหรอ อย่างวัดปากน้ำมีกรรมการมหาเถรตั้ง 3 รูป มันเป็นไปได้อย่างไร หรือประเทศนี้มันมีแต่วัดปากน้ำวัดเดียว ทำอะไรได้บ้าง ถึงวันนี้วัดพระธรรมกายวัดปากน้ำเป็นเหมือนวัดพี่มีอะไรช่วยเหลือกัน แล้วจะเอาความบริสุทธิ์ยุติธรรมมาจากไหน ในฐานะที่ตัวเองเป็นตุลาการสูงสุดของการปกครองคณะสงฆ์ แต่มากล่าวอ้างว่าเป็นวัดพี่วัดน้องกับวัดที่กำลังตรวจสอบแล้วใครจะไปกล้าตรวจสอบ

มันถึงเวลาแก้ไขแล้วไม่อย่างงั้นมันก็มั่วกันอยู่อย่างนี้ คนไทยจะได้เห็นความเสื่อมโทรมเสื่อมทรามของนักบวชในพุทธศาสนาจนลามปามไปถึงความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของพระธรรมวินัย เมื่อเป็นเช่นนั้นใครจะรับผิดชอบ จะปล่อยให้พระธรรมวินัยกลายเป็นซากปรักหักพังอยู่กับคนพวกนี้เหรอ ถึงเวลาแล้วที่พี่น้องคนไทยทุกคนโดยเฉพาะชาวพุทธต้องลุกขึ้นมา เอาอำนาจคืนมาให้พุทธบริษัททั้ง 4 ที่ผ่านมา คสช. สนช. สภาปฏิรูป เขาพยายามติดต่อประสานขอเปลี่ยนแปลงบริบทของกฎหมาย บทบาทของมหาเถรให้สอดคล้องกับยุคสมัย และก็เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย แต่ทุกครั้งก็ที่ติดต่อไปก็ได้รับการปฏิเสธได้รับคำตอบว่าทุกอย่างดีหมดแล้ว ไม่มีปัญหา คนมองให้เป็นปัญหากันเอง

แล้วท่านว่าอย่างไรทุกวันนี้ไม่มีปัญหาเหรอ? เมื่อวานชั้นโทรคุยกับเพื่อนเจ้าคุณ เขายังบอกถึงเวลาแล้วหลวงปู่มันจะต้องเปลี่ยนแปลงกันบ้างขืนปล่อยเป็นอย่างนี้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มีแต่แย่ลงๆ

หลวงปู่ฯ บอกว่าถึงเวลาปฏิรูป มส. แล้ว ควรเริ่มต้นจากตรงไหน
การปฎิรูปต้องเริ่มจากการกระจายอำนาจของมหาเถรสมาคมให้ออกมา อำนาจตุลาการ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร กระจายออกมาสู่สังฆมณฑลโดยคัดสรรค์บุคคลจากสังฆมณฑล พระสงฆ์ในสังฆมณฑลที่มีความรู้ความสามารถมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมีศีลาจารวัตรบริสุทธิ์ยุติธรรม เราก็คัดเอามาโดยวิธิสอบก็ได้จัดสรรก็ได้ หาคนที่มีความรู้ความสามารถและเข้าใจบริบทของหน้าที่ที่ตัวเองจะรับมอบหมาย เช่น เรื่องนิติบัญญัติที่ต้องออกกฎหมายกฎเกณฑ์กติกาใดๆ ที่เกี่ยวกับคณะสงฆ์ ฝ่ายตุลาการที่ตัดสินคดีความต่างๆ ใดๆ ในคณะสงฆ์ ฝ่ายบริหารที่มีความเข้าใจในเรื่องการปกครองการกำกับดูแลพฤติกรรมกายวาจาใจของบุคคลในสังฆมณฑล เรื่องทรัพย์สมบัติส่วนกลางก็แยกออกมาไม่ใช่รวมกันอยู่ในศูนย์เดียวกัน

มันถึงเวลาแล้วที่ต้องปฏิรูป และวิธีปฏิรูปคือ หนึ่ง - ดึงอำนาจมหาเถรฯ กระจายเสีย สอง - ปฎิรูป พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ที่ไม่เข้ากับยุคสมัยและไม่เอื้อต่อพระธรรมวินัย เช่น กระบวนการพิจารณาคดีของคณะสงฆ์ควรจะต้องพิจารณาในศาลสงฆ์ไม่ใช่ศาลทางโลกพิจารณา เพราะเรื่องมันเกิดในสังฆมณฑล แต่นี่ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ระบุว่า ถ้าต้องคดีทางโลกให้ทางโลกไปจัดการ แทนที่จะพิจารณอาบัติให้เรียบร้อยจึงจะส่งให้ทางโลก อย่างกรณีธรรมกาย หรือ กรณีเณรคำ เป็นต้น พวกนี้มันละเมิดธรรมวินัยร้ายแรงถึงอาบัติปาราชิก แทนที่คณะสงฆ์จะประกาศลงทัณฑ์ขับไล่หรือจับสึก กลับปล่อยให้บ้านเมืองไปไล่ตามจับตามเช็ด แล้วคณะสงฆ์มีไว้ทำไม? ฝ่ายปกครองมีไว้ทำไม? มหาเถรฯ นั่งเฉยๆ มีประโยชน์อย่างไร มีอำนาจแล้วไม่ใช้อำนาจจะมีอำนาจไว้ทำไม? เพราะฉะนั้นมันต้องแก้กฎหมาย

ปัญหาการบริหารปกครองในคณะสงฆ์ยังอีกเยอะมากที่ไม่เข้ากับยุคสมัย เหมือนกับมหาเถรฯ อยู่เหนือปัญหา เป็นผู้ไม่รับปัญหาอยู่เหนือปัญหา แม้แต่ลูกน้องของกรรมการมหาเถรฯ เจอคดีความทุจริต ตัวอย่างเช่น กรณีเลขาฯ พระชั้นผู้ใหญ่ มีชื่อเข้าไปพัวพันเงินทองวัดร่วมกับสำนักพุทธฯ ถึงวันนี้ยังไม่เห็นทำอะไรเลย ไม่มีคำส่งปลด ไม่มีคำสั่งลงทัณฑ์ลงโทษ หรือสอบสวนใดๆ ทั้งสิ้น นิ่งสนิทจนศิษย์ส่ายหน้าไปหมดแล้วอย่างไรต่อ ดูความแล้วศาลสงฆ์มีไว้เหมือนศาลพระภูมิแล้วจะมีศาลเอาไว้ทำไม อำนาจสูงสุดอยู่ที่อำนาจของมหาเถรฯ อย่างกรณีธรรมกาย ถ้าหากมหาเถรฯ เป็นผู้รับผิดชอบและใช้อำนาจอย่างตรงไปตรงมาเอื้อต่อพระธรรมวินัยและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ไม่ต้องถึงขั้นให้ คสช. ระดมทหารตำรวจปิดล้อมธรรมกายให้เสียงบประมาณเป็นร้อยล้านหรอก แค่ใช้คำสั่งอำนาจทางการปกครองของมหาเถรสมาคมก็จบสิ้นแล้ว ไม่เป็นปัญหาไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อความมั่นคงในประเทศด้วยซ้ำ แต่ถามว่ามหาเถรฯ ทำอะไรบ้างในกรณีธรรมกาย เงียบ! แล้วบอกให้เจ้าอาวาสคณะตำบลอำเภอจังหวัดไปจัดการ พวกนั้นจะจัดการอะไรได้เมื่อจำเลยมันใหญ่กว่าคนที่จะไปจัดการ ถึงวันนี้ก็ยังทำอะไรธรรมกายไม่ได้ ธรรมกายขายต้นเบญจทรัพย์ต้นละหมื่นทำอะไรได้ มหาเถรฯ นั่งตาปริบๆ แถมยังรับนิมนต์ไปร่วมฉลองสวดมนต์กับเขาอีก

เพราะฉะนั้นมันถึงเวลาแล้วที่พี่น้องคนไทยทุกคนต้องออกมา “ตะโกนดังๆ” ให้สังคมรับรู้ว่าเราทนไม่ได้แล้วเรารับไม่ไหวแล้วต่อ พฤติกรรมเพิกเฉย เลือกปฏิบัติ หรือ ไม่ปฏิบัติ ในหน้าที่อำนาจที่มีของมหาเถรสมาคม อย่างนี้ต้องยึดอำนาจมากระจายอำนาจไม่ใช่ปล่อยให้มีอำนาจแล้วไม่ใช้อำนาจปล่อยให้เน่าในอยู่อย่างนี้ และความเน่ามันไม่ได้เกิดในยุค คสช. นะ แต่มาผุดในยุค คสช. เพราะ คสช. เขาตรวจสอบ เรื่องเน่าๆ มันมีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว

ตลอดระยะเวลที่ผ่านมา มองความเป็นไปของ มส. อย่างไร
เกือบ 40 ปี ยังไม่เคยเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีมีแต่เสื่อมลงๆ สมัยก่อนจากที่เคยฟังปู่ย่าตายายพ่อแม่คุยให้ฟังว่าเขามีการปกครองปี 2488 ก็มีสังฆมณฑลปกครองเป็นสังฆมณฑล เป็นสภาสังฆมณ เช่น สภาสังฆมณฑลในเขตภาคกลาง ที่รวมหัวประชุมกันเจ้าอาวาสจังหวัดทุกจังหวัด เจ้าอาวาสอำเภอทุกอำเภอ เจ้าคณะตำบลทุกตำบล เจ้าอาวาสทุกวัดรวมหัวประชุมกันเมื่อมีปัญหาบริหารจัดการแล้ว แล้วตุลาการสูงสุดของสังฆมณฑลก็คือประธานสภาสังฆมณฑลก็ในมณฑลนั้นๆ ไม่ใช่มหาเถรสมาคม นั่นคือรูปแบบเก่าของดีของเดิม

แต่กลายเป็นว่าตอนนี้ลุอำนาจอยู่ในมือคนแก่แค่ไม่กี่คนในมหาเถรฯ แล้วทำอะไรได้เวลามีปัญหาในมณฑลในจังหวัดใดเคยลงไปดูเขาบ้างหรือไม่ เคยไปเห็นไปรู้ไปทราบไปหาวิธีแก้ไขบ้างหรือไม่ เพียงนิ่งเฉย แล้วบอกว่าตำบลอำเภอจังหวัดภาคเขามีหน้าที่เดี๋ยวทำเอง แต่ตำบลอำเภอจังหวัดภาคกลายเป็นลูกน้องของคนผิดไปหมดแล้วจะไปทำหน้าที่อย่างไร

จะกู้วิกฤตศรัทธาองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทยได้อย่างไร
มันไม่ได้ยากเลย แค่ทุกคนถอยออกมาก้าวหนึ่ง แล้วให้คนที่เขามีใจเป็นธรรม ฆราวาส บรรพชิต เข้ามาทำการปฏิรูปคณะสงฆ์และกิจการพระพุทธศาสนาโดยยึดเอาหลักพระธรรมวินัยเป็นแกนกลางแล้วออกบทบัญญัติ ข้อบังคับ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ให้มันตรงกับหลักธรรมวินัยให้ชัดเจน

ถ้าเป็นชั้นนะ...ชั้นจะประกาศยุบมหาเถรฯ ให้เหลือไว้แต่สมเด็จพระสังฆราช และคัดสรรบุคลากรจากสังฆมณฑลทุกมณฑลเข้ามาทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการมหาเถรสมาคม และแยกประเภทเลยว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ฝ่ายเผยแพร่ ฝ่ายตรวจตราความเรียบร้อยของสังฆมณฑล เรียกว่า ตำรวจพระ แยกออกมาเป็นฝ่ายๆ แต่ทุกวันนี้มหาเถรฯ ทำแค่เดือนหนึ่งประชุมไม่กี่ครั้ง วันที่ 10 วันที่ 30 ประชุมเพียงครั้งละครึ่งชั่วโมงทำหน้าที่เพียงรับทราบจากลิ่วล้อทั้งหลายที่โดนคดี แล้วลิ่วล้อทั้งหลายก็จะสะสมพอกพูนลาภยศบรรดาศักดิ์จากบริษัทบริวารที่ต้องการและไปเลียแข้งเลียขา แล้วสร้างเครือข่ายของตนจนเป็นพลังต่อรองกับสังฆมณฑล ต่อรองกับความมั่นคงของประเทศ เหมือนกับกรณีธรรมกาย เป็นต้น

ความคืบหน้าแก้กฎหมายสงฆ์ ประเด็นที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สุด
ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย เขาปฏิเสธการแก้ คณะสงฆ์มหาเถรฯ ไม่ยอมแก้ แถมยังบอกว่าทุกอย่างดีอยู่แล้วขึ้นอยู่ที่ว่าคนจะปฏิบัติหรือไม่ นั่นคือเหตุผลของเขา ถามว่าประเด็นที่อยากจะให้เกิดความเปลี่ยนมากที่สุด? ทุกประเด็น! ทุกประเด็นทุกเรื่องที่มหาเถรฯ ทำไม่มีอะไรสอดคล้องกับหลักธรรมวินัย และเอื้อต่อธรรมวินัยเลย มีแต่เอื้อต่อบุคคลและเห็นแก่หน้าเห็นแก่พวกเห็นแก่ญาติเห็นแก่ลาภ มองประเด็นความมั่นคงก็ไม่มีอะไรมั่นคง ขนาดรองสมเด็จฯ ยังทุจริตแล้วจะมั่นคงได้อย่างไร นี่แค่เงินนะ ยังไม่เกี่ยวข้องกับความประพฤติส่วนตัวที่ละเมิดกฎระเบียบกติกาหรือละเมิดอาบัติขั้นร้ายแรง ยังต้องไล่ตามไล่จี้ไล่จับกันอีกเยอะนะ ถ้าไล่บี้กันจริงๆ ทั้งระบบกฎหมายทั้งระบบธรรมวินัยจะเหลือกันสักกี่คนในมหาเถรฯ

กล่าวคือต้องปฏิรูปวงการศาสนาในยุค คสช.
คสช. มีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์หากทำอะไรไม่ได้ก็อย่าไปหวังรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเลย ท่านคิดว่ากรรมการมหาเถรฯ ที่ถูกตรวจสอบทั้ง 3 คน ถ้าเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยมีโอกาสได้ตรวจสอบไหม? คสช. แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาจริงใจที่จะตรวจสอบ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาจริงใจปราบทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกวงการ เราจึงได้เห็นภาพเห็นข่าว ทั้งที่ฉันเองพูดเรื่องนี้มาเป็น 3 - 4 ปีแล้ว ฉันถึงได้เขียนในเฟซบุ๊กว่าทำไมประเทศไทยมีแค่พุทธะอิระเป็นคณะสงฆ์คนเดียวหรือไง ทั้งที่เหลือ 3 แสนกว่ารูปไม่สำนึกถึงศีลสมาธิปัญญาไม่สำนึกถึงหน้าที่ที่จะต้องปกป้องพระธรรมวินัยบ้างเหรอ ทำไมถึงปล่อยให้พุทธะอิระต่อสู้เพียงลำพัง และสิ่งที่พุทธะอิระต่อสู้ไม่ใช่ความเท็จ ทั้งหมดเป็นความจริงทั้งหมดแล้วทำไมไม่มาช่วยกันบ้าง




กำลังโหลดความคิดเห็น...