xs
xsm
sm
md
lg

บิ๊กตู่อ้างผบ.ตร.ไม่ปฏิรูป ปูเย้ยยึด2ปีปชช.ยิ่งลำบาก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ปฏิรูปตำรวจย่ำอยู่กับที่ เผย"ประยุทธ์" เคยเร่งให้ ผบ.ตร.รีบเสนอแผนปฏิรูปตำรวจโดยด่วน ผ่านมา 2 เดือนไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ สปท.จับมือ สนช. ตั้งคณะอนุกรรมาธิการเฉพาะไปศึกษาแผนปฏิรูปตำรวจ ก็ยังเงียบฉี่ "ยิ่งลักษณ์" โพสต์เฟซบุ๊กครบ 2 ปี ถูกยึดอำนาจประชาชนยากลำบากขึ้นทุกวัน "วัชระ" ชี้รัฐบาลประยุทธ์ สอบตก ทำประชาชนผิดหวัง โดยเฉพาะเศรษฐกิจ-ปฏิรูป-ปรองดอง

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมให้ความคาดหวังอย่างมากนั้น ทางสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ร่วมมือกับ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเร่งผลักดันข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม หวังจะกอบกู้ภาพลักษณ์ที่ สปท.ไม่มีผลงานให้กระเตื้องขึ้นมาได้บ้าง โดยในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจที่คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฏหมาย และกระบวนการยุติธรรมสปท. จัดทำแผนไว้จำนวน 9 เรื่อง แต่ไม่มีความคืบหน้ามาแจ้งต่อประชาชน ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เคยสั่งการเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจัดทำแผนปฏิรูปตำรวจโดยเร่งด่วน ก็ไม่มีความคืบหน้าเช่นกัน

ข่าวแจ้งว่า ในการประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย หรือวิป 3 ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี สนช. และสปท. ซึ่งมี นายสุวะพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้แจ้งต่อตัวแทนวิป 3 ฝ่ายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จัดทำแผนปฏิรูปตำรวจ และการสั่งการดังกล่าว ร.อ. ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. ได้แจ้งต่อคณะกรรมาธิการกิจการสปท. หรือวิปสปท. ทราบในการประชุมวันรุ่งขึ้นคือ 31มี.ค.และจัดพิมพ์ผลการแจ้งให้สมาชิก สปท. ทุกคนรับทราบเมื่อต้นเดือนเม.ย.ไปแล้ว

***ปูเย้ยยึดอำนาจ2ปีประชาชนยิ่งลำบาก


วานนี้ (22พ.ค.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Yingluck Shinawatra" แสดงความเห็น เนื่องในวันครบรอบ 2 ปี ที่ถูกรัฐประหาร โดยระบุว่า
" วันนี้เป็นวันครบรอบ 2 ปีรัฐประหาร ที่รัฐบาลดิฉันถูกยึดอำนาจไป แต่แท้จริงแล้ว อำนาจ สิทธิ และเสรีภาพ คือของประชาชนต่างหากที่ถูกลิดรอน โดยใช้เหตุผลว่า รัฐบาลของดิฉันทำงานไม่ได้ จึงเข้ามายึดอำนาจ เพื่อให้เกิดความสามัคคี ปรองดอง สร้างความชอบธรรมให้กับทุกฝ่าย และเพื่อต้องการปฏิรูปประเทศ ดิฉันก็คงได้แต่หวังว่า คสช. คงจะไม่ลืมสัญญา และขอฝากคำถามว่า ความสามัคคีปรองดอง สร้างความชอบธรรมให้กับทุกฝ่าย ได้เกิดขึ้นในทิศทางที่ถูกต้องหรือเปล่า รวมทั้ง เร่งรัดในการปฏิรูปไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ตามโรดแมปที่ได้สัญญาไว้"

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุต่อว่า "เพราะวันนี้ประชาชนกำลังจะเผชิญกับความยากลำบาก จากปัญหาปากท้อง ความยากจน รวมถึงปัญหา สังคม ยาเสพติดที่กำลังเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จึงอยากให้เร่งคืนความสุข ที่เป็นการคืนอำนาจ สิทธิ อิสรภาพ และ เสรีภาพ รวมทั้งการแก้ไขความขัดแย้งแทนการคืนความสุขบนความอึดอัดด้วยการกดไว้ เพราะจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่มากกว่า เพื่อให้ประชาชนนั้นได้มีโอกาสเลือกหนทางชีวิต ด้วยตัวของเขาเอง นั่นคือ หนทางออกที่ดีที่สุด ก็จะทำให้สองปีที่ผ่านมานั้น... เป็นสองปีที่ไม่สูญเปล่า ซึ่งดิฉันอยากจะคิด และหวังให้เป็นอย่างนั้นค่ะ"

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แนวโน้มการลงประชามติร่างรธน. และคำถามพ่วง คนที่ต้องการมีอำนาจร่วมกับ คสช.ก็หน้ามืดตามัว ต้องการให้ร่างรธน.และคำถามพ่วง ผ่านโดยไม่คำนึงถึงผลเสียใดๆ แต่โดยข้อเท็จจริงร่างรธน.ฉบับนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. เขียนเพื่อสืบทอดอำนาจให้คสช.ได้ยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด เพราะถ้าร่างผ่าน วุฒิสภา 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งของคสช. จะเป็นฐานเสียงอันมั่นคง และมีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯคนนอก

ส่วนที่จะให้รับไปก่อนแล้วแก้ไขทีหลัง ก็เป็นไปได้ยากมากที่จะแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น เพราะคนที่มีอำนาจไม่ว่าใครก็ตาม เป็นการยากที่จะลงจากหลังเสือ เพราะกลัวเสือจะแว้งกัดเอานั่นเอง

ทั้งนี้ จุดด้อยที่อาจทำให้ร่างรธน.นี้ไม่ผ่าน ในฐานะเป็นนักกฎหมายและอ่านร่างจบทุกมาตรา เห็นว่าจุดเสียที่ไม่อาจยอมรับได้ คือ

1. เรียนฟรีแค่ ม.3 จบแล้วต้องไปกู้กองทุนเรียนต่อ ควรแก้ให้ถึง ม.6 ดังที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทำ การศึกษานั้นรัฐควรดูแลและให้เปล่าเพื่อให้เยาวชนฉลาด ชาติจะเจริญ

2. เบี้ยยังชีพคนชรา นายมีชัย เขียนคุณสมบัติเพิ่มเติมจากรธน.50ว่า บุคคลที่จะมีสิทธิรับนั้นต้องเป็นผู้ยากไร้ด้วย หากรธน.ผ่าน คนชราที่ไม่ได้เป็นผู้ยากไร้ ก็จะหมดสิทธิ์รับทั้งประเทศ

3. สิทธิในการรักษาพยาบาล การรักษาฟรีสำหรับคนทั่วไปจะหมดไป ใช่หรือไม่

4. เรื่อง ม.190 ของรธน.50เดิม นายมีชัย เขียนบังคับว่า ถ้ารัฐสภาไม่ผ่านเรื่องที่รัฐบาลเสนอภายใน 60 วัน ถือว่ารัฐสภา ให้ความเห็นชอบ ถ้าเราได้รัฐบาลทรราชย์จะทำอย่างไร

5. วุฒิสภา นายมีชัย ริบอำนาจการเลือกตั้งจากประชาชนไปหมดสิ้น โดยให้มาจากการเลือกของคสช.แต่เพียงผู้เดียวทั้ง 250คน

6. การเลือกตั้งส.ส. บังคับให้กาบัตรใบเดียวแล้วเอามานับเป็นคะแนนบุคคลและคะแนนพรรค ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลก

7. ให้ คสช.มีอำนาจไปจนถึงคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าทำหน้าที่

8. การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่สามารถเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ

" ผมคิดว่าทั้ง 8ประการนี้ จะเป็นตัวฉุดร่างรธน.ไม่ผ่านได้ เมื่อไม่ผ่าน คสช. ก็สามารถนำร่างรธน. ที่อาจเตรียมไว้แล้วมาประกาศใช้ได้ เพื่อให้มีการเลือกตั้งในปี 60 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศต่อนานาชาติ ท่านก็ไม่เสียสัจจะ แต่ถ้านานกว่านั้น อาจเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองได้ง่าย ผมคิดว่าระหว่าง รธน.ของนายมีชัย กับร่างรธน. ของคสช.นั้น ร่าง รธน.ของคสช. อาจสมบูรณ์กว่า เพราะอย่างน้อยอาจมีการแก้ไขเรื่องเรียนฟรีถึง ม.6 ตามที่รัฐบาลออกมาแถลงและถ้าร่างรธน.ไม่ผ่านจริงๆ แม้ว่าจะใช้กลไกต่างๆ แล้วก็ตาม รัฐบาลอาจสูญเสียความชอบธรรม แต่ก็สามารถอ้างได้ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลไม่ต้องฟังเสียงประชาชนก็ได้"

ส่วน 2 ปี ของรัฐบาลคสช. ผลงานสอบได้ หรือสอบตก ก็ต้องไปฟังเสียงของคนทำมาหากินทั่วประเทศ ว่าบ่นพึมพำกันหรือไม่ ตั้งแต่นักธุรกิจยันคนถีบสามล้อ ทุกคนมีแต่ส่ายหน้า ซึ่งไม่ใช่ความผิดของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ประการใด เพราะไม่ว่ารัฐบาลใด หากมาจากคณะรัฐประหาร ก็ต้องประสบปัญหาทางเศรษฐกิจทุกชุด แต่ในเรื่องการรักษาความสงบ ถือว่าทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเกรงกลัวอำนาจเด็ดขาดของทหาร หากไม่เกิดกรณีฆาตกรรมอำพราง พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ เลขาธิการสหพันธ์พนักงานสอบสวนแห่งชาติ ผลงานด้านนี้จะได้เต็ม100 คะแนน สำหรับเรื่องการปราบการทุจริตคอร์รัปชัน ยังคงมีแต่ปลาซิวปลาสร้อยเป็นหลัก ปลาใหญ่ๆ หลุดรอด ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก และเรื่องการปฏิรูปประเทศ อาจกล่าวได้ว่าสอบตกอย่างสิ้นเชิง เพราะอาจเกรงใจกัน จึงไม่กล้าปฏิรูปให้เด็ดขาด ไม่ว่าการปฏิรูปตำรวจ ระบบข้าราชการหรือการบุกรุกทำลายป่า ล้วนแต่เกิดจากข้าราชการ และนักการเมืองบางคนทั้งนั้น จับไปตรงไหนก็เจอแต่คนเส้นใหญ่ๆ กฎหมายเลยไม่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้บังคับเฉพาะกับคนจน และคนไม่มีเส้นเท่านั้น

"สรุปว่าผลงานโดยรวมของรัฐบาล สอบตกแบบคนผิดหวัง เพราะคาดหวังไว้สูงมากกับรัฐบาลนี้ นักการเมืองไม่ใช่ว่าได้คืบจะเอาศอกตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ประชาชนก็รักชาติบ้านเมืองไม่แพ้ทหารคนใด เป็นสิทธิของประชาชนที่มีอยู่แต่เดิม เราเพียงเรียกร้องสิทธิของเราคืน และให้คสช.ผ่อนปรนให้พรรคการเมืองจัดประชุมได้ จะได้ระดมความคิดเห็นเรื่องร่างรธน. การปรองดอง และการปฏิรูป ซึ่งจะเป็นการช่วยรัฐบาลไปในตัว ส่วนพรรคการเมืองใดฉวยโอกาสปลุกระดม ใส่ร้ายรัฐบาล ท่านมีอำนาจอยู่ในมือ จะไปกลัวพวกไม่เคารพกฎหมายทำไม" นายวัชระ กล่าว

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 2 ปี การยึดอำนาจของ คสช. อยากให้คสช. ย้อนกลับไปทบทวนสถานการณ์ก่อนตัดสินใจยึดอำนาจในวันนั้นว่า เงื่อนไขที่เป็นเหตุจูงใจ ยังคงอยู่หรือไม่ ได้รับการคลี่คลายหรือยัง ไม่ว่าจะเป็นความแตกแยก ความสมานฉันท์ และการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ก็ต้องบอกว่าปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย หรือทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าการเมืองไทย จะไม่วนกลับไปจมดิ่งอยู่กับความแตกแยก ล้มเหลวอีกครั้ง แม้คสช.จะริเริ่มปรับปฏิรูปในหลายๆ เรื่อง ที่รัฐบาลเลือกตั้งไม่กล้าทำ แต่ก็อดห่วงไม่ได้ว่า หลังเลือกตั้งจะถูกรื้อถอนกลับไปเหมือนเดิม ฉะนั้นคสช.ต้องใช้เวลาที่เหลือต่อยอดการปฏิรูปในระดับโครงสร้างอำนาจ หรือตรากฎหมายรองรับ

ส่วนเรื่องความแตกแยก ไม่ได้ลดหายไปไหน แค่หลบฉากพรางตัวกันไปเท่านั้น รอวันปะทุอีกรอบ แม้ 2 ปี ใต้ร่มเงา คสช. การเมืองจะนิ่งไร้ความวุ่นวาย แต่เงื่อนไขของความวุ่นวายไร้ระเบียบ ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ที่สำคัญโรดแมปการปรองดองของคสช. ก็ไม่มี แรกๆ หลังยึดอำนาจก็ตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือศปป. แต่ตอนนี้ ก็เงียบหายไป

จากนี้ไปหนึ่งปีที่เหลือตามโรดแมปของ คสช. ก่อนจัดเลือกตั้งหาก คสช. ยังไม่เดินหน้าปฎิรูปในเรื่องใหญ่ๆ ก่อนเลืกตั้งและไม่กำจัดเงื่อนไขของการเมืองที่ล้มเหลวแตกแยก การเมืองไทยจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่มีความเสี่ยงสูง อาจจะมากกว่าในอดีตที่ผ่านมาด้วยซ้ำ

ที่สำคัญโค้งสุดท้ายจากนี้ไป คสช.จะต้องไม่ให้มีสภาพการใช้อำนาจแบบทิ้งทวนหาประโยชน์ จนเต็มไปด้วยข่าวคราวทุจริต คอร์รัปชันเหมือนกรณีโยกย้ายตำรวจในขณะนี้ ที่ถูกมองว่ามีเรื่องการวิ่งเต้น เรียกรับประโยชน์ ตั๋วเกินตำแหน่ง จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง และเสื่อมเร็วกว่าที่คิด และประชาชนหมดความไว้วางใจจน คสช. หมดความชอบธรรมในการประคองสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่าน

ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมงานโฆษกคสช.กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนักการเมืองถึงผลงานของรัฐบาลคสช.ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ ว่า ไม่อยากจะตอบโต้อะไร แต่อยากให้รอดูการอธิบายผลงาน คสช. ที่จะมีการประชาสัมพันธ์หลังจากนี้ ซึ่งมีทั้งที่แล้วเสร็จไปแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการ และการวางอนาคตให้กับรัฐบาลข้างหน้า ที่สำคัญคือ การรักษาความสงบให้กับบ้านเมือง อำนวยความสะดวกให้กับรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน คนที่จะบอกว่าผลงานของ คสช. เป็นอย่างไร คือ ประชาชน ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินตามข้อเท็จจริง ส่วนการวิจารณ์จากนักการเมืองนั้น เราคงรับฟัง และให้ประชาชนพิจารณาการกระทำเช่นเดียวกัน.
กำลังโหลดความคิดเห็น...