xs
xsm
sm
md
lg

งาบหัวคิวโฆษณาแฉอดีต.ตร.ป.ก๊วน‘เอี๊ยด’‘ป้อม’โบ้ยราชภักดิ์เรื่องกองทัพ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รองโฆษก ตร. ยอมรับพบอดีตตำรวจกองปราบ 2 นาย พัวพันผิด ม.112 ส่วน"ผู้การโจ้"ยังลอยนวล คาดสำนวนคดีหมิ่นเบื้องสูงส่งฟ้องอัยการได้ทันสัปดาห์หน้า จ่อออกหมายจับ"เสรีพิศุทธ์" หากเบี้ยวหมายเรียก กรณีวิจารณ์คสช. ด้าน"ประวิตร"โยน ทบ. สางทุจริตโครงการราชภักดิ์ ไม่ขัดหากป.ป.ช.ขอร่วมสอบ ซัดสื่อคุ้ยแต่ประเด็นหักหัวคิวโรงหล่อ ชี้ มูลนิธิฯไม่เกี่ยว เพราะยังไม่ได้ดำเนินการ ขณะที่มีหลักฐานมัด อดีต ตร.กองปราบอ้างเบื้องสูงงาบหัวคิวโฆษณา

วานนี้( 23พ.ย) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนมีข้อมูลพบว่า อดีตตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) 2 ใน 4 นาย ที่ลาออกจากราชการไปก่อนหน้านี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริง โดยขณะนี้ต้องรอให้ชุดสืบสวนส่งเรื่องไปให้ชุดสอบสวนดำเนินการขยายผล เพื่อหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด แต่ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ ต้องรอให้ชัดก่อนว่าตำรวจทั้ง 2 นาย เกี่ยวข้องในเรื่องใด ประเด็นใด

ส่วนการติดตามตัวพ.อ.คชาชาติ บุญดี หรือ ผู้การโจ้ นั้น กำลังเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดี แต่ยังไม่ทราบว่าหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ใด และยังไม่ได้รับรายงานการเพิกถอนหนังสือเดินทางจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านพล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการทำสำนวนคดีดังกล่าวว่า สำนวนคดีอีก 7 สำนวนที่เหลือของ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท. รอง ผบ.ตร. นั้น ตอนนี้คงต้องรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานในทางเทคนิกอีกเล็กน้อย หรืออาจต้องมีการสอบสวนพยานเพิ่มเติมเพื่อความรอบคอบ แต่สำหรับสำนวน 5 สำนวน ที่ส่งไปก่อนหน้านี้ คาดว่ากระบวนการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเสร็จสิ้นและสามารถส่งให้อัยการสั่งฟ้องต่อศาลได้ภายในสัปดาห์หน้า

จ่อหมายจับ"เสรีพิศุทธ์"วิจารณ์คสช.

พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจค้น จับกุมสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี ว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าไปตรวจค้นสถานีโทรทัศน์ฟ้าให้ทีวี และได้มีการควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องไปแล้วชุดหนึ่ง ข้อหาเปิดสถานีโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต และเนื้อหารายการข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งยังคงเหลืออีก 2 คน ที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ในจำนวนนี้รวมถึงพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ด้วย ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องเรียกผู้ที่กล่าวหาบุคคลทั้ง 2 คน มาให้ข้อมูลว่า โดยตามกฎหมาย คือต้องออกหมายเรียก แล้วยังไม่มารายงานตัว ก็จำเป็นต้องออกหมายจับบุคคลดังกล่าว เพื่อทำการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป

"บิ๊กป้อม"โวยสื่อหยุดคุ้ยหัวคิวโรงหล่อ

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. แถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงในโครงการอุทยานราชภักดิ์ว่า ก็ดีแล้ว เขาก็ชัดเจน ซึ่งผบ.ทบ.ไม่ได้รายงานตนก่อนการแถลง เป็นเรื่องของกองทัพบก ส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะขอลงมาตรวจสอบด้วยนั้น ก็มาตรวจสอบได้ ไม่มีปัญหา

เมื่อถามว่า ทาง ผบ.ทบ. ดูเหมือนจะปิดทางการเข้ามาตรวจสอบของป.ป.ช. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องป.ป.ช. เป็นเรื่องของการร้องเรียน ถ้ากองทัพบกเห็นว่าถึงขั้นการร้องเรียน เขาก็ส่งข้อมูลให้ป.ป.ช. ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมก็ต้องสอบสวนตามแนวทางที่มีอยู่ ถ้าป.ป.ช. สงสัยก็สอบถามมา ได้ ถ้าข้อมูลยังไม่เพียงพอก็ขอไปดู เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวถามว่าควรให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ. มาแถลงด้วยตนเองจะดีกว่าหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่ดี ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ทำไม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องให้เป็นการสอบสวน เขาอยากจะสอบกัน แล้วจะทำอย่างไรก็ทำไป ทางพล.อ.อุดมเดช จะรู้รายละเอียดมากได้ยังไง เขาอาจจะไม่ลงรายละเอียด หรือว่ายังไง ตนไม่รู้ คงต้องให้ทางกองทัพบกดำเนินการ มาถามตน ตนยังไม่รู้เลย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า แต่ทางผบ.ทบ. บอกว่าเรื่องหักหัวคิวให้ไปถามรมช.กลาโหม พล.อ.ประวิตร ตอบว่า คุณลองไปถามเขาดูสิ ตนจะไปรู้ได้ยังไง

เมื่อถามว่า จะแนะนำให้ พล.อ.อุดมเดช ตั้งโต๊ะแถลงข่าวในฐานะมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ให้เคลียร์ไปเลยได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มูลนิธิฯ ยังไม่มี ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย ตนถามพล.อ.ธีรชัย ได้คำตอบว่า ไม่มี มูลนิธิฯ ยังไม่ได้ทำอะไรเลย เป็นเรื่องของทางกองทัพบกทั้งหมด ที่จะต้องรับผิดชอบ ส่วนที่เหลือ มูลนิธิฯ เพียงแค่กำลังจะตั้งขึ้นมา แต่ยังไม่ได้ทำ

หลักฐานมัดอดีตตร.กองปราบงาบหัวคิวโฆษณา

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดี 112 ว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสืบสวนคดีหมื่นเบื้องสูง ได้ส่งข้อมูลมาให้ว่า มีอดีตนายตำรวจในสังกัดบก.ป.เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้พบความเชื่อมโยงว่ามีการกระทำความผิดจริงตามที่ชุดสืบสวนพบข้อมูล โดยมีอดีตนายตำรวจในสังกัดบก.ป. ได้ดำเนินการแอบอ้างเบื้องสูงกระทำการเรียกรับค่าหัวคิวส่วนแบ่งโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมสำคัญทางโทรทัศน์จากผู้ประกอบการภาคเอกชนหลายแห่ง ซึ่งจากการสอบปากคำภาคเอกชนรายหนึ่งยอมรับว่ามีอดีตนายตำรวจได้มาขอส่วนแบ่งค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์กิจกรรมสำคัญเป็นจำนวนกว่า 30 เปอร์เซ็นต์จริง โดยมีหลักฐานเป็นบทสนทนาและข้อความต่างๆ

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลอีกว่ามีอดีตนายตำรวจสังกัด บก.ป.ได้ร่วมกระทำความผิดร่วมกับสารวัตรปรากรม ผู้ต้องหาในคดี 112 ที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้หลายคดี ไม่ว่าจะเป็นการแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อขอเลขหมายเบอร์โทรศัพท์มาใช้ในงานกิจกรรมสำคัญที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้มีการนำไปใช้จริงตามที่กล่าวอ้าง เบื้องต้นคาดว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดมากกว่า 2 ราย อย่างไรก็ตามอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลเพื่อดำเนินการออกหมายจับต่อไป

ในส่วนของสำนวน 12 สำนวนที่ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ส่งมอบให้นั้น คาดว่าภายในสิ้นเดือนนี้จะสามารถสรุปส่งสำนวนส่งให้ทางกองคดี เพื่อเสนอต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ตามที่กำหนดไว้ รวมทั้งในส่วนของสำนวนที่เหลืออีก 3 สำนวน ในเลขคดี 113-115 ที่ปรากฏชื่อพ.อ.คชาชาติ บุญดี เป็นผู้ต้องหานั้น คาดว่าในสัปดาห์หน้าทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะส่ามารถรวบรวมส่งให้ คณะพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่มีพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร เป็นหัวหน้าคณะได้เช่นกัน.
กำลังโหลดความคิดเห็น