xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ลือยุบ TCDC โรคผวากวาดล้างมรดกแม้ว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ด้วยความหวาดผวาว่าจะถูกกวาดล้าง เนื่องจากเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นในยุคทักษิณเรืองอำนาจ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงเกิดข่าวลือกันเซ็งแซ่ว่า รัฐบาลกำลังจะพิจารณายุบองค์กรมหาชนหลายแห่ง อาทิ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) หรือ OKMD อุทยานการเรียนรู้ (TK Park) รวมไปถึง “มิวเซียมสยาม”ที่ก่อตั้งภายหลังก็ยังมีข่าวลือว่าจะโดนด้วย

ข่าวลือยิ่งดูเหมือนเป็นจริงมากขึ้น เมื่อนายดวงฤทธิ์ บุนนาค นักออกแบบและสถาปนิกชื่อดังได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “Duangrit Bunnag” เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ว่า “ยืนยันข่าวแล้วนะครับ รัฐบาลทหารของเราจะนำเรื่องเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ เพื่อยุบหน่วยงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) และ OKMD องค์การมหาชนที่ดูแล TCDC อยู่ รอลุ้นอย่างเดียวว่าใน ครม.จะมีใครที่มีวิสัยทัศน์พอจะช่วยเราได้บ้าง #สวัสดีประเทศไทย”

หลังจากนั้น ก็มีเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ ออกมารับลูก รวมถึงเฟซบุ๊ก “Thailand Creative & Design Center (TCDC)” ของ TCDC เอง และเฟซบุ๊ก “Chiranan Pitpreecha” ของนางจิระนันท์ พิตรปรีชา นักเขียนรางวัลซีไรต์ และผู้จัดทำบทบรรยายภาพยนตร์ชื่อดัง

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวตรวจสอบวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันที่ 10 พ.ย. ไม่พบว่ามีวาระเสนอให้ยุบ สบร. และหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้การดูแลของ สบร.แต่อย่างใด มีเพียงวาระเรื่อง “องค์การมหาชน” เป็น “วาระเพื่อทราบ” ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) เสนอ “รายงานสรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานตามคำรับรองการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 -2557” ซึ่ง ก.พ.ร.เสนอตามปกติเป็นประจำทุกปี

ข่าวลือที่ว่าจะยุบ สบร.และองค์กรใต้ร่มทั้งหลายแหล่ อาจเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีคำสั่งให้ ก.พ.ร.พิจารณาความเหมาะสมในรูปแบบของหน่วยงานขององค์การมหาชนซึ่งพบว่า หลายหน่วยงานไม่มีความเหมาะสม ใช้งบประมาณจำนวนมาก รวมทั้งมีข้อเสนอจาก ก.พ.ร.ว่า องค์การมหาชนที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันให้ควบรวมกัน หรือองค์การมหาชนที่มีลักษณะงานบางอย่างให้ย้ายไปสังกัดกระทรวงแทน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ว่า ก.พ.ร.ได้รายงานผลการประเมินองค์การมหาชน จำนวน 39 แห่งต่อที่ประชุม ครม.โดยคะแนนแบ่งเป็นดีมาก ปานกลาง และสอบตก ที่ผ่านมาการประเมินแบบนี้มีขึ้นทุกปี โดยให้ผู้ปฏิบัติงานขององค์การมหาชนนั้นๆ เป็นผู้ตั้งโจทย์ และ ก.พ.ร.จะประเมินตามโจทย์ที่องค์การมหาชนบอกมาว่าทำได้ตามนั้นหรือไม่ แต่ผลคะแนนดังกล่าวไม่มีผลกับการคงอยู่ขององค์การมหาชนเหล่านั้น เพราะตัวชี้วัดเป็นคนละตัวกัน ทั้งนี้ การประเมินการคงอยู่นั้นจะมีคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ จากนั้นจะเข้า ก.พ.ร.และเข้า ครม.เพื่อพิจารณาตามลำดับ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าที่ประชุม ครม.ในครั้งนี้ซึ่งคงอีกนาน

รองนายกฯ ย้ำอีกว่า การที่มีคนพูดว่าจะยุบนั้นมันเวอร์ไป ความหมายคืออาจเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งดูหลายอย่าง ทั้งแฟนคลับ คนที่นิยม ลูกค้า งบประมาณที่ใช้ ความสัมฤทธิผล วัตถุประสงค์ และที่สำคัญจะดูว่าภารกิจนี้ควรจะทำในรูปแบบใด

ส่วนกรณี TCDCนั้น นายวิษณุกล่าวว่า มีการพิจารณาแต่ไม่ถึงกับยุบ เพียงแต่จะไปอยู่กับใครเท่านั้นเอง อาทิ เคยอยู่กับกระทรวงหนึ่ง แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าไปอยู่กับอีกกระทรวงจะทำงานได้ดีกว่าก็เปลี่ยน และหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้เงินชดเชย ครม.ต้องพิจารณาหลายอย่าง ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ยุบทิ้ง

“วันนี้เรามีองค์การมหาชนหลายแห่งที่ผู้บริหารระดับซีอีโอมีเงินเดือนหลายแสน มากกว่านายกรัฐมนตรีถึงสามเท่า บางองค์การมีเจ้าหน้าที่เพียง 7 คน อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ผลแล้วว่า องค์การมหาชนทั้ง 39 แห่งที่อยู่กันมาโดยไม่มีใครตรวจสอบ แล้วสบาย เงินเดือนเยอะๆ แต่วันนี้มีการตรวจสอบ ส่วนที่ไปตั้งข้อสังเกตกันว่าองค์การมหาชนต่างๆ ตั้งสมัยรัฐบาลนั้นรัฐบาลนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการล้างแค้นหรืออะไร แต่หลายอย่างไปพบว่าบางแห่งตั้งแค่ข้ามคืนโดยไม่มีการศึกษา”นายวิษณุย้ำถึงความจำเป็นที่อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนในองค์การมหาชนบางแห่ง

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลังการประชุม ครม.วันที่ 10 พ.ย.ว่า การทำงานที่ผ่านมารัฐบาลจะต้องเข้าไปตรวจสอบองค์การมหาชน และกองทุนอื่นๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ ดังนั้นจึงต้องมีการประเมินจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าเมื่อประเมินแล้วจะเอาตามนั้น อย่างไรก็ตาม ตนได้ให้เวลาในการทบทวนทั้งหมด จากนั้นในอีก 3-6 เดือนค่อยกลับมาดูกันใหม่ และต้องดูว่าเรื่องเหล่านี้จะต้องผ่านความเห็นชอบร่วมกันหรือไม่

“ขออย่าไปกังวล ผมไม่อยากทำร้ายใครอยู่แล้ว ท่านก็ไปปรับแก้ของท่านให้ได้ก็แล้วกัน สร้างผลงานให้ปรากฏ พยายามทำให้ถูกต้องตามจุดมุ่งหมาย จะได้ไม่มีปัญหาในวันหน้า”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ขณะที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.วันเดียวกันว่า วันนี้เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าข่าวลือทั้งหลาย บางครั้งต้องชั่งใจในการพิจารณา อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย หรือวิพากษ์วิจารณ์กันก่อน เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีมีนโยบายมานานแล้ว ว่าหน่วยงานของรัฐทุกหน่วย รัฐวิสาหกิจ กองทุน องค์การมหาชนทั้งหลาย จะต้องประเมินผลทั้งด้วยตัวเองและหน่วยงานภายนอก หน่วยงานใดประเมินแล้วผ่านก็สนับสนุนส่งเสริมต่อไป

สำหรับ OKMD ก่อตั้งตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ พ.ศ.2547 สมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปัจจุบัน มีหน่วยงานในความดูแล 3 แห่ง ได้แก่ TK PARK, TCDC และ มิวเซียมสยาม ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 จำนวน 711.5 ล้านบาท

เฉพาะ TCDC เช่าพื้นที่อาคารดิเอ็มโพเรียมทาวเวอร์ ปีละกว่า 38 ล้านบาท นอกจากนี้ มติ ครม.วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 ก็อนุมัติให้ สบร.ทำสัญญาเช่าพื้นที่อาคารไปรษณีย์กลาง และก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 2558-2571 เฉลี่ยค่าเช่าปีละ 34 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตามรายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานตามคำรับรองการปฏิบัติงานขององค์การมหาชนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556-2557 ขององค์การมหาชนจำนวน 35 แห่ง ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำเสนอต่อที่ประชุม ครม.วันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ก.พ.ร.ได้กำหนดกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์การมหาชน 35 แห่ง ไว้ 4 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านประสิทธิผลของการปฏิบัติงานที่ประเมินการบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง อำนาจหน้าที่ และงานที่องค์การมหาชนได้รับมอบหมายเพิ่มเติมจากรัฐบาล 2.ด้านคุณภาพการให้บริการ โดยประเมินจากการตอบสนองความคาดหวังและความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย 3.ด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติงาน ความคุ้มค่าในการบริหารและใช้งบประมาณ รวมถึงทรัพยากรทางการเงินอื่น และ 4.ด้านการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาองค์การ ซึ่งประเมินความสามารถในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลและกำกับดูแลตนเองที่ดี ความสามารถในการก้าวสู่อนาคตหรือการเตรียมพร้อมริหารการเปลี่ยนแปลงให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีศักยภาพในการพัฒนาต่อเนื่อง มีความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน

กรอบการประเมินดังกล่าวเป็นไปตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2552 เรื่องแนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชนต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และก่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการประเมินการพัฒนาองค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันก็ยังได้จัดกลุ่มขององค์การมหาชนไว้ 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มดีเด่น มีเพียง 3 องค์กร คือ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว และสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล

ส่วน OKMD ถูกประเมินให้อยู่ในกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มทั่วไป มีทั้งหมด 29 องค์กร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการส่งเสริมให้มีการกำกับดูแลที่ดี และสนับสนุนให้คณะกรรมการปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบ และอาจมีการร้องเรียนทางด้านการบริหารองค์กรหรือการกำกับดูแล

ดูจากผลการประเมินเบื้องต้น ก็พอจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่า OKMD น่าจะยังคงอยู่ในช่วงการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะโดนยุบทิ้ง เหมือนที่เกิดข่าวลือก่อนหน้านี้แต่อย่างใด



กำลังโหลดความคิดเห็น...