xs
xsm
sm
md
lg

เชื่อมั่นตลาดทุนพุ่ง นโยบายรัฐหนุนสูงสุด5เดือน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ASTV ผู้จัดการรายวัน – ความชัดเจนของนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล หนุนดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 เดือน รับเหมาะก่อสร้างรับอานิสงฆ์การลงทุนภาครัฐเต็มที่ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 88.87% ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยสุดอยู่ที่ 66.7 หรือเพิ่มขึ้น 66.68%
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน หรือ FETCO NIDA Investor Sentiment Index ประจำเดือนตุลาคม ว่า นักลงทุนคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ธ.ค.) อยู่ที่ 101.48 เพิ่มขึ้น 70.35% จากดัชนีเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 59.57 ถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 88.87% อยู่ที่ 99.99 ซึ่งสูงสุดในรอบ 7 เดือน ทำให้มาอยู่ในกรอบทรงตัว (Neutral) ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยสุดอยู่ที่ 66.7 หรือเพิ่มขึ้น 66.68%
“ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม เนื่องจากมีความชัดเจนของนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ในกรอบทรงตัว จากเดือนที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ซบเซา สำหรับหมวดอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมากที่สุดคือ บริการรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากได้ประโยชน์จากการลงทุนของภาครัฐ ขณะที่กลุ่มเหล็กไม่น่าสนใจมากที่สุด” นางวรวรรณ กล่าว
ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวถึงปัจจัยลบที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือ ความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียกับซีเรีย และการสร้างเกาะเพื่อตั้งฐานทัพของจีน ซึ่งส่งผลทางจิตวิทยาต่อเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคต และอาจจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกและการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก
ด้านนายฐิติ ตันติกุลานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย ระบุตุผลที่นักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เป็นเพราะราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงมาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี หรือ Book Value ประกอบกับราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลดลงมากเช่นกัน ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีในการซื้อสะสมเพื่อรับผลตอบแทนที่ดี นอกจากนี้ ยังมองแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4/58 จะออกมาดี
ประธานกรรมการบริหาร บล.กสิกรไทย มองว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงหลายประเด็นโดยเฉพาะความเสี่ยงการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศจีน, การปรับขึ้นดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ หรอื FED} การอ่อนค่าอย่างรวดเร็วของค่าเงินในประเทศเกิดใหม่, รวมถึงการพึ่งพาการส่งออก เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่จะทำให้เศรษฐกิจอขงไทยฟื้นตัว ลักษณะ U Shape หรือเศรษฐกิจยังคงขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจริงไประยะหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 8 ตุลาคม 58 ปิดที่ 1,392.15 จุด ลดลง 1.51 จุด เปลี่ยนแปลง -0.11% มูลค่าการซื้อขาย 52,752.95 ล้านบาท โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ 1,401.84 จุด และต่ำสุดที่ 1,390.00 จุด
นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยซึมซับปัจจัยลบไปมากแล้ว คาดว่าดัชนีน่าจะเริ่มสร้างฐานและปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับคาดการณ์ว่าการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนทั้งปี 2559 จะเติบโตได้ถึง 15% จากปัจจัยหนุนจากกำไรที่เติบโต และเศรษฐกิจที่จะเติบโตจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐฯ พร้อมคาดการณ์แนวโน้มการลงทุนในวันนี้ (9 ต.ค.) ว่า ดัชนีน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบเพราะปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 3 วัน โดยมีแนวรับ 1,380 จุด ส่วนแนวต้าน 1,408 จุด
กำลังโหลดความคิดเห็น