xs
xsm
sm
md
lg

“สุชาติ สวัสดิ์ศรี” นักเขียนอันธพาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ริมฝั่งเจ้าพระยา
โดย...สุนันท์ ศรีจันทรา

ถ้าจำไม่ผิด คงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” นักเขียนอาวุโส ลุกขึ้นแสดงตัว ลงเดินถนนประกาศจุดยืนต่อต้านเผด็จการทหาร

และเป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่เจ้าของนามปากกา “สิงห์ สนามหลวง” ซึ่งเป็นที่นับถือของคนในแวดวงวรรณกรรมมายาวนาน จะออกโรงมาฟาดวงฟาดงา ไล่ด่าคนในแวดวงนักเขียนด้วยกัน โทษฐานไม่สนับสนุนนักศึกษากลุ่มดาวดินที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

ไม่มีใครรู้ว่า “สุชาติ สวัสดิ์ศรี” กินยาผิดซองหรือไม่ หรือไปเจออะไรผิดสำแดง จึงแสดงอาการเกรี้ยวกราด เที่ยวอาละวาดใครต่อใครไปทั่ว

“สุชาติ” อยู่ในแวดแวดวงวรรณกรรมมานาน โดยหลังจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ก้าวขึ้นไปเป็นบรรณาธิการ นิตยสารสังคมศาสตร์ปริทรรศน์ ต่อจากอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ซึ่งเป็นบรรณาธิการคนแรก

นิตยสารสังคมศาสตร์ปริทรรศน์เบ่งบานหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นนิตยสารของนักคิดนักเขียน และ ปัญญาชนยุคนั้นต้องอ่าน คนรุ่นใหม่ไม่หยิบไม่ได้ แต่หนังสือมีอายุไขประมาณ 2-3 ปี ก่อนล้มหายตายจาก

นิตยสารโลกหนังสือของสำนักพิมพ์ดวงกมล อุบัติขึ้นมาแทน โดย “สุชาติ”ได้เข้าไปเป็นบรรณาธิการ และนามปากกา “สิงห์ สนามหลวง” ในคอลัมน์ตอบจดหมายก็ดังกระฉ่อน

โลกหนังสือเป็นศูนย์รวมของงานวรรณกรรมทั้งในและต่างประเทศ มีอายุอยู่นับสิบปี ก่อนสำนักพิมพ์ ดวงกมลจะประสบปัญหาด้านธุรกิจ และจำเป็นต้องปิดฉากโลกหนังสือ

“สุชาติ” ได้งานใหม่ โดย “ขรรค์ชัย บุนปาน” เจ้าของค่ายมติชน ชักชวนให้ข้าไปรับหน้าที่บรรณาธิการ นิตยสารบานไม่รู้โรย ที่เปิดใหม่ และเป็นหนังสือแนวเดียวกับ “โลกหนังสือ”

“บานไม่รู้โรย” บานอยู่ตามแผงหนังสือได้ไม่นาน ก็ต้องปิดตัว เนื่องจากปัญหาทางธุรกิจ และมีข่าวซุบซิบกันแวดวงนักเขียนว่า เกิดความขัดแย้งในเชิงแนวคิดอย่างรุนแรงระหว่าง “ขรรค์ชัย” กับ “สุชาติ” จนคนในแวดวงวรรณกรรมได้ยินกันว่า “สุชาติ” วิพากษ์ “ขรรค์ชัย”อย่างยับเยิน และคิดว่า คู่นี้คงไม่เผาผีกันแล้ว

หลุดจาก บก.บานไม่รู้โรย “สุชาติ”ต้องเผชิญชะตากรรมลำบาก ชื่อเสียงเงียบหาย ไม่มีงานเป็นชิ้นเป็นอัน และเจอวิบากกรรมทางเศรษฐกิจอยู่หนักพอสมควร

ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บ้านถูกน้ำท่วม หนังสือรักที่เก็บได้รับความ เสียหาย แต่ก็มีข่าวว่า ได้รับความช่วยเหลือจากใครบางคน จนความเดือดร่อนจากผลกระทบน้ำท่วมได้รับการบรรเทา และตั้งสมมุติฐานกันว่า ความช่วยเหลือที่คนบางกลุ่มหยิบยื่นให้ เป็นจุดเปลี่ยนทางแนวคิดและวิถีชีวิตของ “สิงห์ สนามหลวง”

จุดยืนการต่อต้านเผด็จการของ “สุชาติ” ไม่มีใครสงสัย เพราะงานเขียนตั้งแต่อดีตสะท้อนหลักการ “ไม่เอา” เผด็จการอย่างชัดเจน เพียงแต่ “สุชาติ” ไม่เคยออกมาชุมนุมบนท้องถนนเหมือนนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยคนอื่นๆ เท่านั้น

การเปิดหน้าท้าชกเดินชนกับรัฐบาลทหารครั้งนี้ การเดินถนนไปเยี่ยมนักศึกษากลุ่มดาวดินที่ถูกจับ จึงมีคำถามถึงว่า ทำไม “สุชาติ” จึง “อิน” กับการต่อต้านเผด็จการถึงขั้นต้องแสดงตัว ทั้งที่เหตุการณ์ 14ตุลา 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 พฤษภาทมิฬ2535 หรือแม้แต่การขับไล่รัฐบาลทรราชย์ในระบอบทักษิณ ไม่เคยเห็นหัว “สุชาติ”

โกรธเกลียดอะไรกันนักกันหนากับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จึงแสดงพฤติกรรมเหมือนสุนัขบ้า ไล่กัดใครต่อใครไม่เลือกหน้า เที่ยวยัดข้อหาสนับสนุนการรัฐประหารไปทั่ว

รางวัลศิลปินแห่งชาติที่ได้รับในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้วิถีของ “สุชาติ สวัสดิ์ศรี”เปลี่ยนหรือไม่ มีใครหยิบยื่นความช่วยเหลือในยามที่ทุกข์ยากช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 จนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณกันหรือไม่

เพราะ “ทักษิณ” สามารถให้อะไรทุกอย่างกับใครก็ได้ ถ้าพร้อมจะเป็นขี้ข้ารับใช้ ตำแหน่งตำรวจระดับนายพลก็ให้กันมาแล้ว ตำแหน่งปลัดกระทรวง ตำแหน่งอธิบดีก็ถูกใช้เป็นตัวล่อ จนข้าราชการเสียผู้เสียคนยอมเป็นขี้ข้ารับใช้มาแล้ว

ตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ ถ้าจะประเคนให้ใคร ทำไม “ทักษิณ” จะทำไม่ได้

“สิงห์ สนามหลวง” ได้เข้าก๊วนคนเสื้อแดงหรือยัง เดินตามต้อยๆ เข้าไปเป็นสาวก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่นเดียวกับ “นิธิ เอียวศรีวงศ์” และ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ”หรือไม่ หลายคนมีคำถาม

แม้ “เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” “สุรชัย จันทิมาธร” หรือ “ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์” ที่ถูก “สุชาติ” ตามรังควาน จะไม่ได้ถาม แต่หลายคนอยากจะถามแทนคือ ช่วงที่ระบอบทักษิณกุมอำนาจ และจัดตั้งมวลชนคนเสื้อแดงมาไล่ทำร้ายประชาชนที่ออกมาชุมนุมต่อต้าน

ช่วงที่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์สั่งตำรวจใช้อาวุธสงครามถล่มใส่ประชาชนฝ่ายต่อต้าน ช่วงที่มีการส่งอันธพาลมาปาระเบิดและยิงอาวุธสงครามใส่กลุ่มผู้ชุมนุม จนผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก “สุชาติ ” มุดหัวอยู่ที่ไหน

แอบสะใจที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดโดยการฆ่าตัดตอน 2,500 ศพหรือเปล่า ชื่นชมผลงานการสังหารโหดที่กรือเซะและตากใบหรือไม่ หลบมุมเชียร์ตำรวจที่ถูกสั่งให้ยิงใส่ประชาชนในเหตุนองเลือด 7 ตุลา 2551 จนบาดเจ็บล้มตายนับพันอยู่ที่ไหนหรือไม่

เห็นดีเห็นงามกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่สั่งตำรวจ ปล่อยอันธพาลทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างสันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธด้วยหรือไม่ “สุชาติ” ตอบหน่อยได้ไหม

คนเสื้อแดงเป็นลัทธินิยมความรุนแรง ใครไม่ยอมบูชา พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกหมายหัวเป็นศัตรูที่ต้องทำลายล้าง กระทืบได้รุมกระทืบเลย ฆ่าได้ฆ่าเลย

“สุชาติ” รู้ตัวเองหรือไม่ว่า ได้ซึมซับพฤติกรรมถ่อยๆ ของคนเสื้อแดงไปแล้ว เพราะกำลังสวนวิญญาณนักเขียนอันธพาล ด่ากราดคนที่เห็นต่างไปทั่ว

โง่จริงหรือแกล้งโง่ เข้าใจระบบประชาธิปไตยจริงหรือไม่ หรือสักแต่หลักหูหลับตาเรียกหาประชาธิปไตยไปตามสาวก “ทักษิณ” เท่านั้น

ก่อนจะทุรนทุรายโหยหาประชาธิปไตย “สุชาติ” ช่วยบอกหน่อยซิ รัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ แตกต่างจากรัฐบาลประธานาธิบดีมาร์กอสของฟิลิปปินส์ แตกต่างจากรัฐบาลยุคประธานาธิบดีซูฮาโตของอินโดนีเซียตรงไหน

กล้ายกย่องไหมว่า “ทักษิณ” เป็นนักประชาธิปไตย ไม่ใช่จอมเผด็จการเหมือน “มาร์กอส” และ “ซูฮาโต”

“สุชาติ สวัสดิ์ศรี” แทบประกาศไม่เผาผีกับ “ขรรค์ชัย” และเคยเข้าใจกันว่า คงหันหลังอย่างถาวรให้เครือ”มติชน”แล้ว แต่วันนี้ กลับเป็นพวกเดียวกับ “ขรรค์ชัย” โดยแสดงตัวเป็นสาวก “ทักษิณ” เหมือนกัน และเหมือนคนร่วมชายคาเครือ “มติชน” เพราะลูกชาย “สุชาติ” ทำงานอยู่สำนักพิมพ์มติชน

ขออนุญาต ยกวิวาทะของ “หงา” สุรชัย จันทิมาธรที่ฝากถึง “สุชาติ” มาจบท้ายสักนิด “ผมไม่เชื่อการนำของพี่ ขอไปอีกทางได้ไหม นามสกุลผมพี่ยังสะกดผิดแน่ะ”

และต่อเติมฝากถึง “สุชาติ” ถือเป็นภาคผนวกให้อีกหน่อย พี่จะเป็นศาสดาด้านวรรณกรรมคงไม่มีใครไปขวาง แต่พี่จะเพ้อถึงประชาธิปไตยเพี้ยนๆ เชิญพี่สุชาติเพี้ยนตามพวกสาวก สมุนและขี้ข้า “ทักษิณ”ไปคนเดียวเถิด

นักเขียนและคนวรรณกรรมที่ยังมีสติสัมปชัญญะคงไม่บ้าไปกับพี่หรอก “สุชาติ” เอ๋ย


กำลังโหลดความคิดเห็น...