xs
xsm
sm
md
lg

ทหารลมออกหูถูกทักเรื่องซื้อเรือดำน้ำ ผบ.ทร.ว้ากอย่ามาก้าวก่าย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือในขณะนี้ ว่า เป็นแผนงานการพัฒนาของกองทัพ อย่าไปคิดว่าจำเป็น หรือไม่จำเป็น ต้องดูแผนพัฒนาของกองทัพที่มองล่วงหน้าไป 10 ปี ซึ่งเรื่องนี้เกิดมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเกิดในรัฐบาลนี้ ขอถามว่า รัฐบาลอื่นจะทำหรือไม่ ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกัน อันนี้เป็นเรื่องขั้นตอน เป็นการกำหนดความต้องการของกองทัพว่า ถ้าจะมี จะมีอย่างไร และมีที่ไหน มันเป็นเรื่องภายในของเขา ยังไม่ได้ซื้อสักลำเลย
" จะอะไรกันนักหนา จะโยงกันไป เรื่องประมงบ้าง เรื่องรถไฟบ้าง ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องทำอะไรเลย อยู่เฉยๆ ดีกว่า เอาเงินมาจัดการแล้วโกงกันเอามั้ย เปิดฟรีกันไปเลย แบ่งเค้กกันไป ใครอยากจะเอาอะไร มาติดต่อกับผมนี่ ตั้งโต๊ะกันไปเลยเอาไหม แล้วก็เป็นอย่างนี้ อยู่กันไปอย่างนี้แล้วกันหากินกันไปเรื่อย เขาอยู่ในกระบวนการของเขา ชอบพูดให้ฟัง ก็เป็นเรื่องภายในของเขา เดี๋ยวกองทัพอื่นเขาพูด แผนพัฒนา 10 ปี 20 ปี มีหมด วันนี้ปฏิรูปกองทัพ ก็มีปฏิรูปตำรวจก็มี การปฏิรูปข้าราชการก็มีหมด แต่กลับเป็นระยะๆ ของเขา ผมถามว่าการเมืองมีมั้ย เคยทำมั้ยล่ะ ปฏิรูปการเมืองตัวเองเคยไหม ไม่เคยทำหรอก มีแต่อยากจะได้อำนาจ แล้วก็ใช้อำนาจแบบนี้ แบบที่ผ่านมา แต่ผมพยายามจะใช้ให้ถูก ก็พยายามจะโจมตีผม เรื่องนี้เรื่องนั้น ผมก็มาถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่วันนี้จะโทษผมไม่ได้ เพราะผมเป็นผู้ควบคุมกติกา ผมไม่เกรงใจหรอก เพราะถ้าเกรงใจก็จะเคยตัว เรื่องเรือดำน้ำ รอดูขั้นตอน ถ้ามันสามารถซื้อได้ ต้องดูความจำเป็น ว่าจะต้องซื้อหรือไม่ หรือมีไว้เพื่อรบ หรือมีเพื่อไม่รบ หรือจะรบกับใครมา หรือไม่รบกับใคร ทรัพยากรที่จะต้องดูแล มีหรือไม่ เรามีทะเลอ่าวไทยเดียวหรืออย่างไร อันไหนอันดามัน มีหรือไม่ จำเป็นจะต้องปกป้องพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเล หรือไม่ ไม่ได้มีเพื่อไปรบ ไปยิงกับใคร แต่มีเพื่อให้เขาเกรงใจ วันหน้าจะรักษาการเดินเรืออย่างไร เดินการประมงอย่างไร ก็เห็นอยู่ว่า ทะเลอื่นเขามีปัญหา วันหน้าคิดว่าจะไม่มีปัญหาหรืออย่างไร มันเป็นศักยภาพเท่านั้นเอง แล้วมีก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ในวันนี้ ต้องผ่อนอีกไม่รู้กี่ปี กว่าจะผ่อนเสร็จ " พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
เมื่อถามว่า เหตุผลที่ตัดสินใจซื้อเรือดำน้ำจากจีน เนื่องจากต้องการจะกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อเขา เรากับจีนก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกันอยู่แล้ว วันนี้ทุกประเทศในโลกดีกับตน เว้นแต่ติดคำว่า ประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จะบอกให้ ไม่ได้คุย ซึ่งตนได้แสดงให้เห็นความตั้งใจจริง ที่ประเทศไทยพร้อมที่จะสนับสนุนทุกประเทศ และทำตามพันธสัญญาทุกกรณี รักษาผลประโยชน์ให้ทัดเทียมกัน ตรงนี้ต้องช่วยกัน ไม่ใช่มาขัดแย้งอย่างโน้น อย่างนี้

**"บิ๊กป้อม"ซัดไม่ง่ายเหมือนซื้อปลาท่องโก๋

ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า การซื้อเรือดำน้ำไม่เหมือนการซื้อปาท่องโก๋ ซึ่งเรือดำน้ำเป็นโครงการตามแผนพัฒนากองทัพเรือ ประกอบกับก็มีการจัดตั้งกองเรือดำน้ำ และ ตั้งผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำมานานแล้ว แต่ยังไม่มีเรือดำน้ำ แต่ที่ซื้อไม่ได้ เพราะมีการวิจารณ์กันมาก ทั้งการใข้งบจำนวนมาก ขณะที่ชาวบ้านยากจน ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่แบบนั้น แต่ทางกองทัพเรือมีโครงการดังกล่าวมากว่า 20 ปี เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามา ก็เสนอตามแผน และเสนอมายังกระทรวงกลาโหม นี่ไม่ใช่เสนอมาครั้งแรก แต่ได้เสนอมาตั้งแต่ตนเป็นรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนก็เห็นชอบ แต่ว่าปัจจุบันทางรัฐบาลยังไม่เห็นชอบ เพราะต้องผ่านที่ประชุม ครม.ก่อน สำหรับความคืบหน้า ทางกองทัพเรือ ยังไม่ได้เสนอโครงการมายังกระทรวงกลาโหม ตนจึงยังไม่ได้พิจารณาอะไร ทั้งนี้คิดว่าจะซื้อเมื่อใดไม่สำคัญ เพราะเป็นงบประมาณที่กองทัพเรือวางแผนไว้ ซึ่งเรื่องนี้พูดกันจนเป็นประเด็น
เมื่อถามว่า ทางรัฐบาลและทางรัฐมนตรี มีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน จะทำให้กองทัพเรือเลือกเรือดำน้ำจากจีน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่ใช่ผม อย่ามาบอกว่าผม ผมจะรู้จักใครที่เป็นคนจีน มันไม่เกี่ยว แต่การจัดซื้ออาวุธเราต้องการของถูก ของดี มีประสิทธิภาพ ทนทาน เมื่อสร้างเสร็จก็ใช้งานได้เลย"
เมื่อถามว่าจะเข้าคณะรัฐมนตรีเมื่อใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังอยู่ในกระบวนการอยู่ แต่ตอนนี้เราต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจ

** หน้าที่ใครหน้าที่มันอย่ามาก้าวก่าย

ด้าน พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึง กรณีที่มีเสียงคัดค้านการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่า ขณะขั้นตอนในส่วนของกองทัพเรือ เสร็จแล้ว โดยเป็นเรือของสาธารณรัฐประชาชนจีน รุ่น เอส 26 ที จำนวน 3 ลำ ซึ่ง ครม.ได้ให้กองทัพเรือไปศึกษา เราก็ศึกษาอย่างดีที่สุด ส่วนอย่างอื่นเป็นนโยบาย ตนไม่ยังไม่อยากให้สังคมมาวิจารณ์ในช่วงนี้ ต้องคิดว่าทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง ทหารเป็นรั้วของชาติ ตนเป็นทหารเรือ ก็รับผิดชอบในส่วนของทหารเรือ หน้าที่ของใครของมัน ไม่ควรก้าวก่าย ควรฟังกันบ้าง ไม่ใช่มาตำหนิอย่างเดียว เพราะโอกาสที่จะมี และจัดหาแต่ละครั้งไม่ง่าย กว่าจะได้เรือดำน้ำอย่างน้อยก็ 7 ปี จากนั้นส่งกำลังพลไปฝึก ทั้งนี้ เรือดำน้ำเป็นยุทธศาสตร์ในการป้องปราม และศักยภาพดีที่สุด
ส่วนงบประมาณขึ้นอยู่กับ ครม. อนุมัติ ว่าจะเป็น 7 หรือ 10 ปี และถ้าไม่ซื้อเรือดำน้ำ ก็ต้องซื้อยุทโธปกรณ์อื่นทดแทน สรุปแล้วก็ไม่ได้อะไร งบกลางที่เป็นชิ้นเป็นอัน ต้องเข้าใจ หากเราไม่ได้เรือดำน้ำ ก็อาจจะไปได้เรือผิวน้ำ หรือเพิ่มเรือตรวจการณ์ลาดตระเวนมาทดแทน แต่ภารกิจบางอย่าง ทดแทนกันไม่ได้
พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การป้องปราม ในอนาคตหากเกิดสงคราม เรือผิวน้ำแทบจะไม่เหลือ สิ่งที่อยู่รอดคือ เรือดำน้ำ ทั้งนี้กองทัพเรือไม่ได้มีแผนสำรอง หากไม่ได้เรือดำน้ำตนเองคงหยุด แต่ขณะนี้เราดำเนินตาม ครม.อนุมัติให้ไปศึกษารายละเอียด ส่วนจะได้หรือไม่ แล้วแต่นโยบาย ขณะนี้ขอให้ได้รับการอนุมัติก่อน ตนจะชี้แจงรายละเอียด แต่ขณะนี้ยังไม่เกิด ถ้าครม. เห็นชอบ เราจะมีการจัดหาตามงบประมาณที่กองทัพเรือได้รับในทุกปีอยู่แล้ว และเป็นงบผูกพันที่กองทัพเรือมีอยู่ ซึ่งการจ่ายงบประมาณผูกพันไม่ได้จ่ายครั้งเดียว 3 หมื่นล้าน แต่จะจ่าย 2,000 - 3,000 ล้าน ตามงบประมาณผูกพันตามลำดับ ที่กองทัพเรือมีอยู่ แต่ถ้าไม่ให้ซื้อเรือดำน้ำ ในปีต่อไป ก็จะเอางบนี้ไปซื้อเครื่องบินแอมแบร์ หรือ เครื่องบินลาดตระเวนตรวจการ ขึ้นมาทดแทน กองทัพเรือรบ 3 มิติ ทั้งใต้น้ำ ผิวน้ำ และ บนอากาศยาน
" ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมพอเราจะจัดหาเรือดำน้ำแล้วไม่ได้ แต่ทำไมพอซื้ออย่างอื่นแล้วเฉย พอพูดถึงเรือดำน้ำ ก็ไปคิดกันอย่างโน้นอย่างนี้ อ่าวไทยไม่ได้ตื้นถึงขนาดใช้เรือดำน้ำไม่ได้ เพราะไปศึกษาในรายละเอียดมาแล้ว" พล.ร.อ.ไกรสร กล่าว
เมื่อถามว่า เรือดำน้ำจีน แบบ เอส 26 ที ตอบโจทย์หรือไม่ พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่า เงินที่ตั้งไว้ไม่ได้เยอะ งบประมาณที่ตั้ง กองทัพเรือเน้นมากที่สุด ซึ่งภายใต้งบประมาณที่จำกัด เรือดำน้ำของจีนแบบ เอส 26 ที ตอบโจทย์มากสุด เพราะเรือดำน้ำของยุโรป เสนอขายแค่เรือ ไม่มีอาวุธ และการดูแลรักษา ตลอดจนถึงการซ่อมบำรุง มาแต่เรือ เราก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีอาวุธ แต่ในส่วนของจีนมีทั้งหมด พร้อมอะหลั่ยอีก 8 ปี
" ตอนนี้อย่าพึ่งไปคิดว่า อะไรดี ไม่ดี แต่ทุกคนต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ต้องเชื่อใจกัน ถ้าให้กองทัพเรือรับผิดชอบในทะเลทั้งหมด ควรเชื่อใจทหารเรือ แต่ถ้ามานั่งคิดว่า ตรงนั้น หรือตรงนี้ไม่ได้ ท่านก็มาเป็นทหารเรือเองก็แล้วกัน จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร การเป็นทหารเรือไม่ง่าย ถ้าคนที่อยู่ในเรือ และต้องดำน้ำ 21 วันโดยไม่โผล่มาเห็นเดือน เห็นตะวัน เขาเสียสละกันแค่ไหน พวกท่านมาบอกว่าซื้อแล้วจะใช้เงินมากมาย ก็เป็นเงินของผมเหมือนกัน ภาษีของทุกคนเหมือนกัน ผมก็เสียดายตังค์ ถ้าไม่ดี ผมก็ไม่อยากซื้อ ต้องเข้าใจคนอื่นบ้าง อย่าคิดคนเดียว" พล.ร.อ.ไกรสร กล่าว

** อ้างเปิด AECต้องมีเรือดำน้ำ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าในการประชุมครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมชี้แจงประเด็นการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ว่าเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของเหล่าทัพที่มีมานานแล้ว กองทัพเรือได้สอบถามมายังกระทรวงกลาโหมว่าจะดำเนินการตามแผนพัฒนาปรับปรุงกองทัพ ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งกระทรวงกลาโหมก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร ขั้นตอนจากนี้ จึงเป็นเรื่องที่กองทัพเรือ ต้องไปดูว่าจะหาเรือดำน้ำจากประเทศใดมีราคาที่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้เป็นแผนที่จะทำ เราซื้อมาไม่ได้จะไปรบกับใครเพียงแต่ต่อไปเมื่อเปิด AEC อาจเกิดปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรทางธรรมชาติ เราจึงต้องดูแลผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเรา
" พล.อ.ประวิตรได้เปรียบเปรย ก็เหมือนกับเด็กตัวเล็ก กับเด็กตัวโต เป็นธรรมดาที่เด็กตัวเล็กมักจะโดนรังแก แต่ถ้าเราตัวใหญ่หรือตัวเท่าๆกัน ก็คงไม่มีใครกล้ารังแก ไอ้ประเด็นที่ห่วงว่าจะมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชันตามมาก็ไม่เป็นจริง ขอเน้นย้ำอย่าเอาเรื่องเรือดำน้ำไปปนกับปัญหาความยากจนประชาชน และเรื่องนี้ก็ไม่ใช่การตั้งงบประมาณใหม่ เป็นงบประมาณเดิมที่กองทัพเรือมีอยู่แล้ว ก็จะเจียดมาจ่ายเป็นงวดๆ เป็นเรื่องการดูแลเศรษฐกิจ ผลประโยชน์ของชาติทางทรัพยากรทางทะเล ก็วันนี้ยังไม่ได้ซื้อมาเลย" รายงานข่าวจากที่ประชุมครม. ระบุ
กำลังโหลดความคิดเห็น...