xs
xsm
sm
md
lg

แจ้งจับ“สุทธิชัย หยุ่น”ขวางประชุม-ไร้ธรรมาภิบาล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้ถือหุ้น บมจ.เนชั่นฯ บุกสน.ลุมพินี แจ้งความให้ดำเนินคดีอาญากับ “สุทธิชัย หยุ่น” พร้อมพวกรวม 9 ราย ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ กรณีขัดขวางไม่ให้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นประชุมปี 58 เหตุหวั่นถูกปลดพ้นตำแหน่งกรรมการ หลังยึดอำนาจบริหารแบบเบ็ดเสร็จมานาน ขณะเดียวกันยังสร้างความเสียหายทำให้บริษัทเสื่อมเสีย-ขาดความเชื่อมั่นกระทบต่อการลงทุน

วานนี้ (25 พ.ค.) เวลา 10.00 น. นายศิริธัช โรจนพฤกษ์ ผู้ถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG ได้ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. ลุมพินี ให้ดำเนินคดีอาญาต่อ 1.นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 2.นายพนา จันทรวิโรจน์ 3.นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ 4.นายปกรณ์ บริมาสพร 5.น.ส.ดวงกมล โชตะนา 6.นายเสริมสิน สมะลาภา 7.นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ 8.น.ส.เขมกร วชิรวราการ 9.นายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา ในข้อหาหรือฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 89/7 ตามมาตรา 281/2 และ 89/7 จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย หรือทำให้ตนเอง หรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

โดยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-9 ขัดขวางไม่ให้ตัวแทนผู้รับมอบฉันทะของตน รวมถึงผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ เข้าประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2558 ทำให้บริษัท NMG ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงทางธุรกิจ ขาดความเชื่อมั่น เพราะไม่มั่นใจสิทธิ และผลประโยชน์ของนักลงทุนจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่ ทั้งที่สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมทั้งยังทำให้ NMG ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวข้างต้นทำให้ฝ่ายของนายสุทธิชัย แซ่หยุ่น และพวก ได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะประเด็นที่สื่อในเครือเนชั่นฯ นำเสนอมาโดยตลอด ในทำนองที่ว่า นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น ประกาศเจตนา ไม่ยอมให้กลุ่มทุน หรือผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ เข้ามาร่วมบริหารกิจการ NMG โดยอ้างว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นกลุ่มใหม่เป็นกลุ่มทุนสีเทา ซึ่งเป็นการประกาศเจตนาที่ชัดเจนเพื่อจะคงอำนาจการบริหารงานของผู้บริหารชุดเดิมไว้อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน การขัดขวางไม่ให้ผู้ถือหุ้นกลุ่มอื่นเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีครั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ถือหุ้นฝ่ายตรงข้ามใช้สิทธิ ในการคัดเลือก หรือถอดถอนกรรมการ ตามวาระการประชุมของบริษัทฯ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-9 เกรงว่ากรรมการกลุ่มพวกของตนจะถูกถอดถอน และไม่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการใหม่

“การหน่วงเหนี่ยวขัดขวางไม่ยอมให้ตัวแทนผู้รับมอบฉันทะ และผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 คือ นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น 2.นายพนา จันทรวิโรจน์ 4.นายปกรณ์ บริมาสพร 6.นายเสริมสิน สมะลาภา 9.นายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารอยู่ และได้รับประโยชน์จากการดำรงตำแหน่งกรรมการไปจนกว่ามติของที่ประชุมจะถูกเพิกถอนโดยศาล จึงเป็นการกระทำโดยทุจริตเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ”

สำหรับนายณิทธิมน หัสดินทร ณ อยุธยา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 ที่ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น เห็นได้ชัดเจนว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง เนื่องจากชี้แจงว่า ประธานได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ.2535 (รวมที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 104 และ 105 และข้อบังคับของบริษัท ข้อ 34 และ 35 ในฐานะประธานในที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้กลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งเข้าร่วมประชุมในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นฯ เนื่องจากตามกฎหมายที่อ้างถึงดังกล่าวไม่ปรากฏถ้อยคำที่ระบุให้ประธานในที่ประชุมมีอำนาจในการไม่อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมสามัญได้ และข้ออ้างที่ว่า มีกลุ่มบุคคลร่วมกันถือหุ้นโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในเรื่องหลักเกณฑ์การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดๆ เลยว่า มีการกระทำเช่นนั้นจริง อีกทั้งยังไม่มีหน่วยงาน หรือมีคำวินิจฉัยของศาลอันเป็นที่สุด ว่า มีการกระทำอันเป็นการผิดต่อกฎหมาย ประการที่สำคัญ นายศิริธัช เป็นผู้ถือหุ้นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อกลุ่มบุคคลที่ นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 กล่าวอ้าง โดยไม่มีรายชื่อร่วมอยู่ใน 50 รายชื่อ ตามหนังสือชี้แจงแต่อย่างใด ทั้งยังปรากฏด้วยว่า นอกจาก นายศิริธัช หรือตัวแทนจะถูกห้ามมิให้เข้าร่วมประชุมแล้ว ยังปรากฏข้อเท็จจริงอีกด้วยว่า มีการห้ามผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ อีกหลายรายเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น กรณีจึงเห็นได้ชัดแจ้งว่า มิใช่เป็นการห้ามผู้ถือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง แต่ยังเป็นการห้ามผู้ถือหุ้นอื่นๆ อีกหลายคนที่ไม่ใช่พวกพ้องของตนเข้าประชุม เพราะเกรงว่าจะสูญเสียอำนาจในการบริหาร

แม้ นายณิทธิมณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 จะอ้างว่า ตนมีคำสั่งห้ามในฐานะประธาน แต่การจัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2558 ดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกรรมการหรือผู้บริหาร คือ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-9 ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดได้เข้าร่วมประชุมทุกคน โดยผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเป็นกรรมการ และผู้บริหารแต่ละคน มีหน้าที่ท้วงติงห้ามปรามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 กระทำการโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะ นายสุทธิชัย แซ่หยุ่น ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เชิญให้ นายณิทธิมณ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 ให้ทำหน้าที่ประธาน โดยผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนมิได้ทักท้วง หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด จึงเป็นพฤติการณ์ชี้ให้เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-9 ร่วมกันกระทำการอันเป็นการผิดต่อกฎหมาย โดยแบ่งหน้าที่กันทำ ซึ่งในฐานะกรรมการและผู้บริหารบริษัทควรปฏิบัติหน้าที่อย่างมีมาตรฐานทางจริยธรรม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายโดยเท่าเทียมกัน แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ และกระทำการโดยทุจริต เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ฝ่ายเดียว อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล และไม่ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
กำลังโหลดความคิดเห็น